Connect with us

บทความวงการเกม

Battlefield V เจาะลึกขอบสนามรบ! แฉสมรภูมิภาคใหม่ที่ไม่เหมือนภาคไหน!

Published

on

ไปรบในสมรภูมิสงครามโลกครั้งที่ 1 ก็ไปมาแล้ว รบในสมรภูมิเวียดนาม สมรภูมิยุคปัจจุบัน หรือแม้แต่โลกอนาคตก็บู๊กันมาจนเกลี้ยงแล้ว ครั้งนี้ทีมพัฒนา DICE ผู้ช่ำชองด้านการจำลองสมรภูมิสงครามเขาเลยอยากจะขอพาพวกเรากลับไปสู่สมรภูมิจุดเริ่มต้นกันหน่อย สมรภูมิที่ยังมีเครื่องบินใบพัด ยังมีกองทัพนาซี และยังเป็นสมรภูมิที่รุนแรงร้ายกาจที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ ขอต้อนรับเกมเมอร์ทุกท่านกลับสู่ช่วงเวลาแห่งสงครามโลกครั้งที่ 2 เพียงแต่ครานี้มันไม่ได้เป็นสงครามมุมเดิม ๆ ที่ท่านเห็นจนชินตาอีกต่อไป!

หลากสมรภูมิรบให้เลือกสรรค์

ในสนามรบ เหล่าทหารราบไม่สามารถเลือกได้ว่าพวกเขาจะสู้อย่างไรในเวลาที่ชัยชนะยังไม่ถูกกำหนด แต่เหล่าเกมเมอร์แฟน ๆ Battlefield สามารถเลือกได้! โดยในภาคนี้ DICE ได้ขนสารพัดโหมดสมรภูมิมามากมายให้เลือกเล่น เริ่มจากโหมด Single Player สำหรับเกมเมอร์สายเสพย์เนื้อเรื่องที่กลับมาในรูปแบบเรื่องสั้น War Stories แต่ละตอนจะมาเล่าเรื่องราวดราม่าสงครามอันแสนจับใจ ให้เกมเมอร์ได้มองเห็นสมรภูมิสงครามผ่านสายตาของทหารแต่ละนายในคนละซีกโลก อาทิเช่น หุบเขาขาวโพลนหนาวยะเยือกในนอร์เวย์ ทะเลทรายร้อนระอุในแอฟริกา เป็นต้น นอกจากนี้เกมเมอร์ยังสามารถร่วมมือกันรบฝ่าภารกิจเดือดด้วยกันในรูปแแบบ Co-Op ได้อีกด้วย

ส่วนเกมเมอร์สายมัลติเพลเยอร์ก็เตรียมเฮกับโหมดเก่าเจ้าเด็ดและโหมดใหม่ไฉไลที่ขนมาให้เพียบกันได้เลย ไม่ว่าจะเป็นโหมดยึดจุดยุทธศาสตร์อย่าง Conquest ที่ให้ผู้เล่น 64 คนแห่ยึดชัยภูมิในสมรภูมิขนาดยักษ์ โหมด Airbourne ที่ให้ฝ่ายสัมพันธมิตรโดดร่มออกจากเครื่องบินเข้ายึดพื้นที่ ในขณะที่ฝ่ายอักษะต้องใช้ทั้งปืนต่อต้านอากาศยานและอาวุธคู่กายรับมือกับผู้บุกรุก แถมโหมดเดินหน้าฆ่าไม่เลิกฮอตฮิตสไตล์ PUBG นามว่า Firestorm ก็ยังมาปรากฏกายให้เล่นกันด้วย

ทีเด็ดที่สุดคือโหมดพระเอกนามว่า Grand Operations ที่จะถ่ายทอดปฏิบัติการรบต่อเนื่องนาน 4 วันติด (เวลาในเกมนะ) ระหว่างทัพเกมเมอร์ทั้งสองฝ่าย โดยวันแรกจะเป็นการบุกและตั้งรับของทั้งสองทีม วันที่สองคือการรุกคืบยึดพื้นที่แข่งกัน วันที่สามจะเป็นการรบเต็มรูปแบบของทั้งทัพบกและทัพอากาศ ล่วงเลยจนถึงวันสุดท้ายที่จะเป็นการปะทะกันจนกว่ากองกำลังของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะตายเรียบ โดยในวันนี้ผู้ที่ถูกปลิดชีพไปแล้วจะตายแล้วตายเลย ไม่สามารถเกิดใหม่ได้ ท้ายที่สุดกองกำลังฝ่ายใดที่มีผู้เหลือรอดยืนหยัดอยู่เป็นคนสุดท้ายก็จะคว้าชัยไปครอง ทั้งนี้ผลการรบในแต่ละวันยังมีผลกระทบกับทรัพยากรสงครามที่ฝ่ายนั้น ๆ มีให้ใช้ในมือในวันถัดไปด้วย ดังนั้นคุณจะแพ้ไม่ได้แม้ซักวัน!

สนามรบสุดสมจริง

นอกจากสมรภูมิในภาคนี้จะหลากหลายกว่าเก่า พวกมันยังสมจริงกว่าเดิมด้วย เริ่มจากภาพกราฟิกที่สวยงามเก็บทุกรายละเอียดราวกับภาพถ่าย ด้วยอานุภาพของเอนจิ้น Frostbite สุดโหดที่คราวนี้ยังรองรับเทคโนโลยีการไล่แสงเงาตัวล่าสุดนามว่า “Ray Tracing” จากการ์ดจอซีรี่ส์ใหม่ของ NVIDIA ด้วย นอกจากนี้ DICE ยังอยากให้ผู้เล่นอินขั้นสุดด้วยการจงใจใส่รายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ เกี่ยวกับฉากและตัวละครเข้ามามากมายมหาศาล สภาพแวดล้อมในฉากอย่างตึกรามบ้านช่องสามารถโดนถล่มจนไม่เหลือซาก ต้นไม้ใบหญ้าก็ยังส่งผลต่อเกมการเล่น ตัวอย่างเช่น การเคลื่อนตัวของทหารราบผ่านทุ่งหญ้าแฝกจะส่งผลให้ยอดหญ้าพลิ้วไหวไปมาให้เห็น ช่วยให้กองกำลังฝั่งคุณสังเกตเห็นพลซุ่มยิงตัวแสบได้โดยง่ายและรีบปลิดชีพหมอนั่นก่อนจะโดนเป่าซะเอง

ในขณะที่ตัวละครทหารของคุณเองก็จะมีท่าทางการเคลื่อนไหวที่ยืดหยุ่นเหมือนมนุษย์มากขึ้น โดยในระหว่างที่วิ่งดาหน้าเข้าประจัญบาน พวกเขาสามารถกระโจนทะลุหน้าต่าง ม้วนตัวลงมาวิ่งคลาน แล้วย่อตัวลงไปหมอบคลานถอยหลังพร้อมกับยิงสวนศัตรูไปด้วยก็ได้ และเมื่อมีลูกบักเขียบมาตกตรงหน้า พวกเขายังสามารถหยิบมันเขวี้ยงกลับไปคืนเจ้าของหรือยิงทำลายกลางอากาศได้เลยหากแม่นพอ นอกจากนี้ในสถานการณ์คับขันทหารราบตาดำ ๆ ที่ต้องรับมือกับรถถังและการบุกหนักของศัตรูยังสามารถขุดสนามเพลาะ วางสิ่งกีดขวางยานพาหนะ หรือสร้างแนวกระสอบทรายและรั้วลวดหนามกีดขวางฝ่ายข้าศึกด้วยมือตัวเองได้

เพื่อนตายสหายศึก

แม้ทหารราบในภาคนี้จะร้ายกาจขึ้นแต่ลำพังตัวเขาเพียงคนเดียวคงไม่สามารถพลิกสถานการณ์ในสมรภูมิได้ เนื่องจากพลทหารที่โดนยิงจะสามารถฟื้นฟูพลังชีวิตของตัวเองได้เพียงนิดหน่อยเท่านั้น ทางเดียวที่จะทำให้เขากลับมาฟิตเปรี๊ยะได้ก็คือการรักษาตัวด้วยกล่องพยาบาลจากแพทย์สนามในทีม ดังนั้นอาวุธที่ทรงพลังที่สุดของพวกเขาหาใช่ปืนผาหน้าไม้ไม่ แต่มันคือเหล่าสหายร่วมรบในหน่วย เพราะนอกจากเพื่อน ๆ จะทำให้หมู่รบนั้นมีอำนาจยิงฝ่ายข้าศึกมากขึ้น พวกเขายังสามารถช่วยชีวิตสหายศึกกันเองได้ได้โดยไม่จำเป็นต้องมีแพทย์สนาม (เพียงแต่ต้องใช้เวลาชุบชีวิตนานกว่าและเพื่อนที่ฟื้นขึ้นมาก็ค่อนข้างร่อแร่) และหากเพื่อนที่ถูกยิงล้มนอนครางอยู่ท่ามกลางดงกระสุน พวกเขายังสามารถวิ่งออกไปลากตัวเพื่อนมาเข้าที่กำบังแล้วค่อยปฐมพยาบาลเบื้องต้นให้ก็ยังได้

ผู้เล่นแต่ละคนจะสามารถเลือกได้ว่าจะเข้ารบในฐานะทหารจากสหราชอาณาจักรหรือเยอรมัน หลังจากนั้นพวกเขายังสามารถเลือกได้อย่างละเอียดว่าจะให้ตัวละครของเขาเป็นผู้ชายหรือผู้หญิง หน้าตาอย่างไร เชื้อชาติไหน แต่งหน้าออกรบอย่างไรดี และอื่น ๆ อีกล้านแปด ส่วนอาวุธในมือก็แต่งได้ละเอียดยิบไม่แพ้ตัวละคร ไม่ว่าจะเป็นลำกล้อง พานท้าย ไกปืนซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อสไตล์การรบของเจ้าของปืน หรือถ้าแค่อยากดูโก้เก๋กว่าชาวบ้านก็สามารถเปลี่ยนสีและลายประดับปืนคู่ใจได้

สงครามยังไม่จบอย่าเพิ่งนับศพทหาร

สำหรับเกมเมอร์คนไหนที่กลัวว่าไฟสงครามใน Battlefield V จะอุบัติขึ้นอย่างร้อนระอุและมอดดับลงอย่างรวดเร็วในช่วงเวลาเพียงเดือนสองเดือนก็อย่าเพิ่งกังวลไป เพราะ DICE เขาออกมารับประกันแล้วว่าเนื้อหาเสริมทั้งหมดในภาคนี้จะได้รับการอัพเดตเข้ามาฟรี ๆ ตามกาลเวลา ซึ่งจะมาในรูปแบบของ Battlefield Live service นามว่า Tide of War โดยอัพเดตสงครามเหล่านี้จะเพิ่มแผนที่สมรภูมิใหม่ ๆ และโหมดใหม่ ๆ มาให้เราได้รบรากันต่อ ซึ่งบางครั้งยังรวมไปถึงการเพิ่มเนื้อเรื่อง War Stories ตอนใหม่ ๆ มาให้ลุยเดี่ยวกันต่อด้วย เรียกได้ว่าแฟนเกมคนไหนอยากรบยาว ๆ จนถึง Battlefield ภาค 6 ก็สามารถทำได้สบาย ๆ โดยไม่ต้องจ่ายเงินเพิ่มแม้แต่บาทเดียว

อ่านมาขนาดนี้คงพร้อมจะลุยกันแล้วใช่ไหมทหารหาญ งั้นจงเตรียมผูกเชือกรองเท้าบูทให้กระชับแล้วไปเจอกันในสนามรบภาคที่ห้าวันที่ 20 พฤศจิกายนนี้!

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

บทความวงการเกม

7 การปรากฎตัวในเกมของ Stan Lee ผู้ทรงอิทธิพลแห่ง Marvel

Published

on

Stan Lee ได้เสียชีวิตลงในวัย 95 ปีเมื่อวัน 12 พฤศจิกายน 2018 ที่ผ่านมา ซึ่งเขานั้นได้ฝากผลงานให้กับโลกใบนี้ไว้อันเป็นเหล่าตัวละครซูเปอร์ฮีโร่ที่สร้างแรงบันดาลใจด้านต่างๆ ให้คนทั่วโลกอย่าง Spider-Man, Fantastic Four, Captain America ฯลฯ ที่ยังได้ถูกนำไปดัดแปลงออกมาในรูปแบบของสื่อประเภทต่างๆ และตัวเขาเองก็มักจะแวะเวียนไปปรากฎตัว (Cameo) อย่างบ่อยครั้งไม่ว่าจะในรูปแบบภาพยนตร์หรือไม่ว่าจะในรูปแบบ “วิดีโอเกม”

ด้วยเหตุนี้ แบไต๋ของเราจึงอยากจะขอพาเกมเมอร์ไปร่วมระลึกถึงคุณปู่มหัศจรรย์ในสื่อประเภทเกมกันครับ ซึ่งจะมีผลงานใดบ้างเชิญรับชมกันต่อจากนี้ได้เลย


1. ปรากฎตัวในรูปแบบเสียงบรรยายบนเกม Spider-Man (2000), Spider-Man 2: Enter Electro (2001) และ Spider-Man: Shattered Dimensions (2010)

2. Marvel Ultimate Alliance 2

เขาปรากฎตัวในในรูปแบบของ NPC ที่มีชื่อว่าผู้วุฒิสมาชิก Stan Lieber แถมทั้งยังเป็นการปรากฎตัวครั้งแรกบนวิดีโอเกมของเขาอีกด้วย

3. The Amazing’s Spider-Man

ปู่ของเราในเกมนี้จะมาในรูปแบบของตัวละครที่เราสามารถเล่นได้บน DLC โดยถ้าว่ากันตรงๆ คือเป็นสกินหนึ่งของสไปเดอร์แมนนั่นแหละครับ แต่จะพิเศษตรงที่ DLC นี้จะมีโหมดเนื้อเรื่องให้เล็กๆ น้อยๆ และปู่ของเราจะพากย์เสียงให้ด้วยครับ

4.  Lego Marvel Super Heroes

ปู่ของเราจะปรากฎมาเป็นตัวละครที่สามารถเล่นได้ครับ แถมพิเศษกว่าเกมไหนๆ ก็ตรงที่กลายร่างเป็นเดอะฮัลค์เวอร์ชั่นพิเศษในชื่อ Stan-Hulk ได้

5. The Amazing Spider-Man 2

เกมนี้ปู่ของเราปรากฎตัวในรูปแบบของ NPC ในร้านขายคอมมิคและของเล่นครับ

6. Lego Marvel Avenger 1 & 2

ปู่ของเราในเกมนี้จะมีความสามารถเหมือนในเกม Lego Marvel Super Heroes แต่จะมีความพิเศษเพิ่มเติมเข้ามาคือกลายร่างเป็น Iron Stan (Iron Man) และ Stanbuster (Hulkbuster) ได้

7. Marvel’s Spider-Man

ปู่ของเราโผล่มาในเกมฉบับนี้ในรูปแบบของ Cameo ครับ

อ้างอิง: Wikipedia, Gamingdatabase, Wikia, Youtube

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

บทความวงการเกม

5 เหตุผลที่เรา ”อาจจะได้เห็น Red Dead Redemption 2 เวอร์ชั่น PC”

Published

on

นับตั้งแต่วันที่เปิดเผยว่ากำลังพัฒนาอยู่ ประกาศวันวางจำหน่ายไปจนถึงพร้อมให้เข้าเล่น ก็ได้มีข่าวลือออกมามากมายที่คาดการณ์กันเอาไว้ว่า Red Dead Redemption 2 ภาคต่อของซีรีส์เกมคาวบอยโอเพ่นเวิลด์จากค่ายพัฒนา/จัดจำหน่ายระดับพระกาฬอย่าง Rockstar Games นี้ “อาจจะได้ลงให้กับแพลตฟอร์ม PC” แต่ใครที่รู้จักกิตติศัพท์ซีรีส์นี้ดี ก็น่าจะพอทราบกันว่าเครื่องเล่นคอนโซลคือแพลตฟอร์มเดียวที่เกมซีรีส์นี้จงรักภักดีลงให้

ซึ่งถึงแม้อดีตจนถึงปัจจุบันจะยังคงเป็นเช่นนั้น แต่ผู้เขียนกลับมีลางสังหรณ์ว่า Red Dead Redemption 2 อาจมีแนวโน้มที่จะลงให้กับ PC ด้วย 5 เหตุผลใหญ่ๆ เอาละ มันจะมีอะไรกันบ้างเชิญตามอ่านต่อกันได้เลยครับ


1. ค่ายพัฒนาเกมอิสระ (3rd Party) เริ่มไม่ทำเอ็กซ์คลูซีฟเฉพาะเครื่องเล่นแล้ว

ไม่ว่ายุคสมัยไหน เกมเอ็กซ์คลูซีฟก็ยังเป็นตัวกระตุ้นชั้นยอดในการเลือกซื้อเครื่องเล่นเกมนั่นแหละ และค่ายพัฒนาเกมที่ขึ้นตรงกับเครื่องเล่นต่างๆ ก็ไม่ได้หายไปไหน (Naughty Dog ก็ Sony, PlayStation ส่วน Xbox ก็ Microsoft Studios ฯลฯ) จะมีก็แต่เพียงค่ายพัฒนาอิสระทั้งหลายที่อาจจะเคยลงผลงานให้กับเฉพาะเครื่องเล่นเกม (อาทิ Capcom ที่เคยให้ Resident Evil 4 เป็นเกมเอ็กซ์คลูซีฟเฉพาะเครื่อง GameCube ฯลฯ)

แต่ในปัจจุบันก็แทบจะไม่มีค่ายพัฒนาอิสระเจ้าไหนผูกขาดกับเครื่องเล่นเกมแล้วละ แต่ถ้าทำ ก็มักจะออกมาในรูปแบบของไทม์เอ็กซ์คลูซีฟ (Time Exclusive) ล็อคเวลาให้เกมนั้นลงเฉพาะเครื่องเล่นตามระยะเวลาที่กำหนด

ซึ่ง Rockstar Games ที่ก็เป็นค่ายพัฒนาอิสระเช่นเดียวกันนี้ ในผลงานระยะหลังๆ มาก็แทบจะออกมาในรูปแบบของมัลติแพลตฟอร์มหรือว่าลงให้กับทุกเครื่อง ฉะนั้นแล้วไม่แน่ว่าภาคต่อเกมคาวบอยสุดอีปีกอย่าง Red Dead Redemption 2 ก็อาจจะลงให้กับ PC ด้วยก็เป็นได้นะ

2. Take-Two (บริษัทแม่ Rockstar) เกลี้ยกล่อมให้ Rockstar Game พอร์ตเกมนี้ลง PC

เหนือขั้นตอนการพัฒนาเกมหรือเชิงเทคนิคทั้งหลาย ก็ยังมีอีกสิ่งที่มีผลต่อเกมๆ หนึ่งไม่มากก็น้อย นั่นคือเรื่องของทิศทางที่ผู้ใหญ่หรือผู้กุมบังเหียนจากทางค่ายพัฒนา/จัดจำหน่ายต้องการ โดย Take-Two Interactive หรือบริษัทแม่ของทาง Rockstar Games นั้น พวกเขาได้พยายามเกลี้ยกล่อมกับทางค่ายลูกของตนให้ทำการพอร์ต Red Dead Redemption 2 ลงเวอร์ชั่น PC

แต่ทั้งนี้ทาง Rockstar ก็ไม่ได้ยืนยันอย่างเป็นทางการว่าพวกเขาจะนำผลงานล่าสุดชิ้นโบว์แดงนี้ลงให้กับแพลตฟอร์มดังกล่าวหรือไม่ บอกเพียงแต่ว่าพวกเขาจะพิจารณาดูเท่านั้น แต่ยังไงก็อย่าเพิ่งเสียใจกันไป เพราะ Rockstar ค่อนข้างที่จะเก่งด้านการเซอร์ไพรส์แฟนๆ ไม่แน่ว่าบางที Red Dead Redemption 2 เวอร์ชั่น PC อาจจะมีการประกาศออกมาอย่างไม่ทันรู้ตัวก็เป็นได้

3. รายได้จากการพอร์ตผลงานเกมก่อนหน้านี้ลง PC เป็นที่น่าพอใจ

GTA V มียอดขายมากถึง 90 ล้านก๊อปปี้เลยนะ (แผ่น+ดิจิทัลดาวน์โหลด) แถมใน 11% ของยอดขายที่ตีออกมาเป็นตัวเลขกว่า 12 ล้านก๊อปปี้นั้น ก็มาจากการซื้อในรูปแบบดิจิทัลดาวน์โหลดผ่าน Steam แพลตฟอร์มขายเกมและคอมมิวนิตี้ยักษ์ใหญ่บน PC อีกทั้งนี่ยังไม่ได้รวมยอดขายจากช่องทางอื่นๆ (เว็บไซต์ร้านค้าปลีก, ตัวแทนจำหน่าย ฯลฯ)

ซึ่งก็แน่นอนละว่ามันคือตัวเลขที่ Rockstar Games พึงพอใจ ไม่สิ ต้องบอกว่าประทับใจเอามากๆ และ Red Dead Redemption 2 ก็เป็นซีรีส์เกมที่เหล่าพีซีมาสเตอร์เรซเรียกร้องมาแรมทศวรรษให้ลงแพลตฟอร์มของพวกเขากันเถอะตั้งแต่ภาคแรกแล้ว ไม่แน่ว่า Rockstar อาจเห็นโอกาสตรงนี้ในการริเริ่มพอร์ตเข้ามาที่อาจจะไม่ใช่แค่ภาคล่าสุดแต่อาจจะมาทั้งเซ็ตเลยก็เป็นได้

4. เครื่องเล่นเกมเกือบทุกแพลตฟอร์มในปัจจุบันใช้ฮาร์ดแวร์ที่มีสถาปัตยกรรมภายในใกล้เคียงกันแล้ว

จริงๆ แล้วอีกหนึ่งเหตุผลหนึ่งที่เกมในอดีตมักผูกขาดเป็นเอ็กซ์คลูซีฟให้กับเฉพาะเครื่องเล่นนั้น อาจเป็นเพราะสถาปัตยกรรมภายในของฮาร์ดแวร์ที่ต่างกัน (วิธีการลำเรียงชุดข้อมูล, ชุดคำสั่ง, ฯลฯ) ที่การจะพัฒนาเกมลงให้กับหลายเครื่องนั้นเป็นอะไรที่ยุ่งยากหรือเสียเวลาในการต้องมาศึกษาวิธีการใหม่ และเปลืองงบประมาณเป็นอย่างมาก 

แต่ในปัจจุบัน ก็ไม่มีค่ายเครื่องเล่นเกมใดทำตัวอินดี้ปลีกวิเวิกห่างเพื่อนฝูงวงการอีกต่อไป หากแต่เลือกที่จะใช้ฮาร์ดแวร์ที่มีสถาปัตยกรรมภายในใกล้เคียงกันเพื่อทั้งเอื้ออำนวยความสะดวก ความง่ายดาย และเพื่อลดเวลาให้การที่ผู้พัฒนาเกมค่ายอิสระทั้งหลายจะสามารถนำผลงานเกมของพวกเขามาทำการแก้ไขเพียงประมาณหนึ่งและกระจายไปยังเครื่องเล่นต่างๆ

ซึ่ง GTA V คือตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนของพลังจากฮาร์ดแวร์แห่งยุคที่มีสถาปัตยกรรมใกล้เคียงกัน โดยในบนเครื่อง PS4 และ Xbox One นั้นสามารถรันเฟรมเรตได้ที่ 30 เฟรมแบบนิ่งๆ ในขณะ PC สามารถรีดทั้งเฟรมเรตต่อวินาทีและกราฟิกได้มากกว่านั้น ซึ่งในสาเหตุข้อนี้ อาจมีความเป็นไปได้มากสุดที่ Red Dead Redemption 2 อาจถูกพอร์ตลง PC พร้อมการมาของประสิทธิภาพที่มากกว่าบนแพลตฟอร์มคอนโซล!

5. การพอร์ตลง PC ต้องใช้เวลา ซึ่งพวกเขาอาจกำลังพัฒนากันอยู่ก็ได้ (?)

ผลงานเกมระยะหลังๆ มานี้ของทาง Rockstar มักจะถูกพอร์ตลงให้กับแพลตฟอร์ม PC เพียงแต่ระยะเวลาที่ลงจะห่างจากเวอร์ชั่นแรกเริ่มอยู่ประมาณหนึ่ง ยกตัวอย่างเช่น GTA IV ที่ใช้เวลาถึง 7 เดือน กว่าจะพอร์ตลงให้กับทาง PC, LA Noire ใช้เวลา 6 เดือน และปิดท้ายด้วย GTA V ที่แม้จะใช้ระยะเวลามากกว่า 1 ปี 5 เดือน แต่ในด้านประสิทธิภาพนั้น เวอร์ชั่น PC ของเกมภาคดังกล่าวกลับมีคุณภาพที่ดีกว่าแพลตฟอร์มใดๆ ด้วยการรีดเร้นศักยภาพของฮาร์ดแวร์คอมพิวเตอร์ได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย

อีกทั้งทาง Rockstar Games ก็ได้ชื่อเรื่องการปิดเงียบไม่เผยข้อมูลใดๆ แต่หากผลงานของพวกเขายังไม่มีความพร้อมเกิน 70 – 80% ไม่แน่ว่า Red Dead Redemption 2 อาจจะกำลังพัฒนาเวอร์ชั่น PC อยู่ ซึ่งเมื่อดูจากระบบการเล่นที่สุดจะละเมียด ละเอียด และสมจริงขนาดนี้ เป็นไปได้ว่าพวกเขาอาจจะต้องใช้เวลาในการพอร์ตลงเวอร์ชั่น PC มากกว่า 1 ปีก็เป็นได้

ขอบคุณข้อมูล: Wikipedia, PCGamer, Quora

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

บทความวงการเกม

พาทัวร์งานเกม “PAX AUS 2018” มหกรรมเกมที่ไม่ธรรมดาของชาวออสซี่

Published

on

เนื่องจากช่วงปลายเดือนตุลาคมที่ผ่านมา กระผมถูกจับพลัดจับผลูแบบงง ๆ ไปร่วมงานมหกรรมเกม PAX AUS ณ เมืองเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย งานครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของสัปดาห์ Melbourne Games Week ประจำปี 2018 ที่ทำให้ข้าพเจ้าได้พบเจอหลายสิ่งเด็ด ๆ ที่ทั้งเซอร์ไพรส์และน่าประทับใจในวงการเกมบ้านเค้า โดยเฉพาะความหลากหลายของสายพันธุ์ “เกมเมอร์” ออสซี่ การจัดงานที่แสดงให้เห็นถึงการคิดมาแล้วอย่างละเอียดถี่ถ้วน และที่สำคัญคือความรู้ความเข้าใจในตัวเกมเมอร์ของภาครัฐเมืองเมลเบิร์นที่เข้าใจจริงอะไรจริงจนน่าทึ่ง สาธยายยืดยาวน่าเบื่อแค่นี้ก็พอเนอะ ว่าแล้วก็ออกไปทัวร์งานกันเลยดีกว่า!

เทศกาลโชว์ของใหญ่ของทีมพัฒนาบิ๊กเบ้ง

ก่อนอื่นเลย เกมเมอร์คนไหนที่อยากจะเข้างาน PAX AUS จะต้องจองบัตรล่วงหน้ากันเสียก่อน ที่ต้องใช้คำว่าจองล่วงหน้าเพราะการไปต่อแถวซื้อบัตรหน้างานเป็นอะไรที่ค่อนข้างสิ้นคิดเลยทีเดียว เนื่องจากแถวซื้อบัตรยาวเป็นงูอนาคอนด้ากันตั้งแต่วันแรก แถมผู้จัดงานยังจำกัดจำนวนผู้เข้าร่วมงานในแต่ละวัน นั่นหมายความว่าผู้ที่หวังมาตายเอาดาบหน้าจะมีโอกาสยืนตายอยู่หน้างานสูง ที่น่าแปลกใจคือบัตรเข้างานก็ไม่ใช่ถูก ๆ (แบบเข้าได้วันเดียวเริ่มต้นที่ประมาณ 1,000 บาท) แต่ทำไมชาวออสเตรเลียถึงแห่กันมาอยู่ได้แม้ในวันธรรมดา ข้าพเจ้าได้คำตอบอย่างแจ่มแจ้งเรื่องนี้ตั้งแต่ก้าวแรกที่เยื้องย่างผ่านประตูงานเข้าไป… แม่เจ้าโว้ย! บริษัทเกมชื่อก้องโลกแห่กันมาเพียบเลยนี่หว่า! ไล่ตั้งแต่ Bethesda, Sony, Nintendo, Ubisoft, IO Interactive ฯลฯ ซึ่งแต่ละรายก็เล่นใหญ่รัชดาลัยมากมายและพวกเขายังได้เตรียมกิจกรรมสนุก ๆ มาให้เกมเมอร์ได้เล่นกันอย่างพร้อมเพรียง

เริ่มจาก Bethesda Softworks กันก่อน รายนี้ไม่ได้จัดบู้ธเว่อร์วังภายในตัวงานแต่สถิตตัวเองอยู่ที่หน้าประตูทางเข้า จัดเป็นซุ้มถ่ายรูปน่ารัก ๆ ขนาดกระทัดรัดให้เกมเมอร์มาเลือกพร็อพถ่ายกับฉากหลังสวย ๆ จากเกม Fallout 76, The Elder Scroll Online และ Rage 2 นอกจากนี้พวกเขายังให้นาย Pip Boy ตัวเท่าคนเดินลอยชายไปหาผู้ร่วมงานเป็นระยะ ๆ

หมัดเด็ดของพวกเขาอยู่ด้านนอกศูนย์ประชุม เนื่องจากพวกเขาไปตั้งซุ้มลูกโป่งเป็นตัวละครจากเกมของ Bethesda ตามหน้าร้านเบียร์ริมแม่น้ำแล้วตั้งชื่อว่า Bethesda Lane มันซะเลย เอาใจเกมเมอร์สายเมามายกันแบบนี้เลยทีเดียว

เดินเข้ามาด้านในงานทั้ง Sony, Nintendo และ Ubisoft ต่างไม่ยอมน้อยหน้ากันในเรื่อง “ขนาด” แต่ถ้าให้เรียงตามความแจ่มก็คงต้องยกให้บู๊ธของ Nintendo ที่ขนทั้ง Pokemon Let’s Go และ Super Smash Bros Ultimate มาให้ลองเล่น

ต่อแถวรอเพียงไม่นานข้าพเจ้าก็ได้สิทธิ์เดินเนียนเข้าไป Smash ในฐานะ Solid Snake ในกับเกมเมอร์ออสซี่อีกสองสามคน หลังจากนั้นก็โดน Bowser ถีบตกหน้าผาโดยเร็วพลันจนต้องรีบหนีไปบูธอื่น

สำหรับอันดับสองเห็นจะเป็นบู๊ธของ Ubisoft เพราะมี The Division 2 มาให้เกมเมอร์ต่อแถวลองบู๊ไปด้วยกัน จากที่เห็นมากับตาต้องขอบอกว่าเกมภาพงามงดและลื่นไหลดีเลยทีเดียวสำหรับเครื่อง PS4 แต่ระดับความยากของภาคนี้คาดว่าน่าจะโหดไม่น้อย เพราะเห็นคนไหนเข้ามาคว้าจอยก็ลงไปนอนคุกเข่าคลานหนีศัตรูกันเป็นแถบ มีบ้างที่เป่าศัตรูได้ตัวสองตัวแล้วเต้นท่า Emote ระบำโชว์ แต่สุดท้ายก็โดนบอสบี้ลงไปดับคาเท้าอยู่ดี ซึ่งนอกจาก Division 2 ทาง Ubisoft ก็ใช้พื้นที่เหลือภายในบู๊ธโปรโมทเกมดังที่เพิ่งวางตลาดอย่าง Assassin’s Creed Odyssey หากใครยอมต่อแถวลองเล่นก็จะได้หมวกสปาร์ตันกลับไปสวมเล่น (ส่งผลให้ให้มีเหล่าสปาร์ตันเดินกันสลอนเต็มไปหมดในงาน) นอกจากนี้ใครที่อยากรู้ว่ายานอวกาศในเกม Starlink ถอดประกอบกับจอยยังไงก็สามารถมาลองแกะ ๆ ต่อ ๆ เล่นได้

ส่วนบู๊ธ Sony แม้จะใหญ่แต่ไม่ค่อยหวือหวาเท่าไหร่ เพราะเกมที่เอามาโชว์ทั้งหมดเหมือนกับในงาน Sony Experience 2018 ที่เพิ่งจัดไปในไทยเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา และเกม RE2 ก็ยังคิวยาวจนต่อไปก็ไม่ได้เล่นเหมือนเดิม

เล็กพริกขี้หนู (พันธุ์ออสซี่)

ทางฝั่งทีมพัฒนาเกมรายย่อยก็ไม่ได้น้อยหน้ารายใหญ่ในงาน แม้พวกเขาจะสู้เรื่อง “ขนาด” ไม่ได้แต่ก็ขอใช้ “ลวดลาย” เข้าประชัน อย่างเช่น ทีมพัฒนา IO Interactive ที่จัดบู๊ธปิดขนาดกำลังดีให้แฟน ๆ มาลองเกม Hitman 2 กัน ทีเด็ดอยู่ตรงที่ทางทีมงานเล่นจ้างช่างตัดผมมารับโกนหัวให้แฟนพันธุ์แท้ที่ต้องการเป็น Agent 47 มันตรงนั้นเลย! ตัดเสร็จแล้วยังแถมสติ๊กเกอร์บาร์โค้ดเอาไว้แปะที่หลังหัวด้วยนะ

นอกจากนี้บู๊ธของเกม Fortnite ก็จัดเวทีให้เกมเมอร์ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ขึ้นไปประชันท่าเต้น Emote กันแบบสุดสวิงริงโก้ ใครเต้นได้ไม่อายสายตาชาวบ้านก็รับพร็อพ Pick Axe นุ่ม ๆ เป็นของที่ระทึก เช่นเดียวกับเกม Just Dance 2019 ที่จัดเวทีให้คนขึ้นไปเต้นเอามันส์เป็นหมู่คณะตรงโซนก่อนเข้างาน ซึ่งก็มีทั้งผู้เข้ามาร่วมงานทั่วไปและคอสเพลเยอร์ทยอยขึ้นไปเต้นอย่างไม่ขาดสาย

ทางผู้จัดงาน PAX AUS เขากั้นพื้นที่ในงานส่วนหนึ่งเอาไว้ให้ทีมพัฒนาเกมสายอินดี้เท่านั้น

จุดที่ข้าพเจ้ารู้สึกสนใจมาก ๆ ก็คือทางผู้จัดงาน PAX AUS เขากั้นพื้นที่ในงานส่วนหนึ่งเอาไว้ให้ทีมพัฒนาเกมสายอินดี้เท่านั้น เพื่อให้ทีมพัฒนาหน้าใหม่หรือทีมพัฒนาหน้าเก๋าสัญชาติออสซี่มีโซนโชว์ของของตัวเองแบบไม่ต้องกลัวว่าจะโดนบริษัทเกมยักษ์ใหญ่แย่งซีนไปหมด แม้เกมส่วนใหญ่จะไม่ได้เป็นเกมบล็อคบัสเตอร์กราฟิกอลังการแต่พวกเขาก็สู้ด้วยความหลากหลายที่เรียกได้ว่าจัดมาทุกแนวสำหรับเกมเมอร์ทุกสาย ทั้ง 8 bits, FPS, Adventure, Action, VR มากันให้ครบ รับประกันว่าได้เลยว่าท่านจะได้หันไปเจอเกมแนวที่ตัวเองอยากเล่นอย่างน้อยก็ซักเกมนึงล่ะเหวย

นอกจากนี้เกมบ้านเขายังไม่ได้มีแต่ปริมาณ หลายเกมอินดี้จากเมืองเมิลเบิร์นคือเกมดังระดับโลกที่เกมเมอร์ต้องเคยผ่านตามาบ้างแล้ว อย่างเช่น ดิจิตอลบอร์ดเกมนามว่า Armello ของทีม League of Geeks และ Fruit Ninja จากทีม Halfbrick ซึ่งทำนั่นทำให้กระผมประจักษ์ว่าทีมพัฒนาเกมอินดี้บ้านเค้าแม้จะจิ๋วแต่ก็คุณภาพคับแก้วเสียจริง

โลกของเกมเมอร์ช่างกว้างใหญ่

เอกลักษณ์ที่โดดเด่นที่สุดของงาน PAX ในสายตาของข้าพเจ้าก็คือผู้จัดงานเขาไม่ได้จำกัดคำว่า “เกมเมอร์” ให้ยึดติดอยู่แค่สื่อวิดีโอเกม แต่เขามองว่าเกมเมอร์คือเหล่าผู้ที่ชื่นชอบการเล่นเกม ไม่ว่าเกมนั้นจะอยู่ในรูปแบบใด จะเก่าจะใหม่แค่ไหนก็ตาม นั่นทำให้ข้าพเจ้าได้เห็นพื้นที่ยืนของ “บอร์ดเกม” ในงาน PAX ที่ยิ่งใหญ่ไม่แพ้โซนวิดีโอเกมด้านหน้า

บรรรดาแฟรนไชส์ร้านบอร์ดเกมในเมืองเมลเบิร์นทั้งหมดต่างพร้อมกันมาจัดบู๊ธอย่างพร้อมเพรียง ขนมากันให้ครบทั้งการ์ดเกม (Magic the Gathering, Coup, Dragon Ball) เกมกระดาน (Monopoly, Pandemic, Fallout The Board Game) และเกมแนวยกทัพหุ่นฟิกเกอร์มาตีกัน (Warhammer, X-Wing)

นอกจากตัวบอร์ดเกม อุปกรณ์ประกอบฉากและอุปกรณ์ทาสีก็มีมาขาย และทางทีมผู้จัดงานยังเอื้อเฟื้อเตรียมโต๊ะเก้าอี้เอาไว้ให้นั่งเล่นบอร์ดเกมเป็น 100 ตัว จัดคอร์สสอนทาสีเบื้องต้น และจัดโซนสอนวิธีเล่นบอร์ดเกมใหม่ ๆ จากผู้พัฒนาเกมรายใหญ่รายย่อยเพื่อโปรโมทผลงานของตัวเองสู่ผู้คนที่เดินผ่านไปมา

ประมาณว่าใครใคร่ซื้อบอร์ดเกมซื้อ ใครใคร่ขายบอร์ดเกมขาย ใครใคร่เล่นบอร์ดเกมเล่น และยังมีสีสันเป็นบอร์ดเกมแปลก ๆ ตลก ๆ อย่างโปรเจ็คเกมแข่งกระดกเหล้าที่ดูหน้าทีมพัฒนาก็รู้แล้วว่าคงเล่นมาเป็น 100 รอบ หรือบอร์ดเกมที่ใช้คั้พเค้กและบ้านขนมปังเล่นกันไปกินกันไปก็มีด้วยนะเออ

นอกจากโซนบอร์ดเกมก็ยังมีโซนเฉพาะสำหรับเกมเมอร์สายพินบอล สายเรโทร และสายเกมพีซีในวงแลนด้วยครับทั่น โดยเครื่องเกมรุ่นเก่าสำหรับเกมเมอร์รุ่นเก๋าได้รับการจัดเตรียมไว้ให้ผู้ที่อยากรำลึกความหลังมาโจ้ได้เลย ข้าง ๆ เครื่องเกมเหล่านี้เรียงรายไปด้วยตู้พินบอลสารพัดธีมให้แฟน ๆ มากดกระแทกลูกเหล็กเสียงดังกรุ๊งกริ๊งเป็นระยะ

ห่างออกไปไม่ถึง 20 ก้าวก็จะเป็นพื้นที่สำหรับเกมพีซีมัลติเพลเยอร์สุดคลาสสิกทั้งหลาย ใหม่หน่อยก็พวก CS GO, DotA, LoL คลาสสิกหน่อยก็พวก Quake, Unreal Tournament, CS 1.7 ซึ่งใครเป็นเกมเมอร์แนวชอบไฝ้กับชาวบ้านก็สามารถดูตารางเวลาแข่งแล้วลงชื่อเข้าไปเล่นได้เลย

ส่วนเกมเมอร์สายกล้าแสดงออกแต่ไม่ได้อยากมาเล่นเกมใดเกมหนึ่งเป็นพิเศษก็เชิญจัดเต็มกับชุดคอสเพลย์ได้เลย แห่มากันตรึม ทั้งสายเล่นเล็ก เล่นใหญ่ เอาฮา เห็นกันได้เกลื่อนไปหมด ที่สนุกก็คือแต่ละคนจัดเต็มกับบทบาทของตัวเองด้วย (อีคอสเพลย์แรพเตอร์ก็จะชอบย่องไปหลอกให้คนสะดุ้งจากข้างหลัง ส่วนนาย Brotherhood of Steel ก็ชอบสาธยายให้ฟังว่าปืนของตัวเองหล่นหายไปตอนทำสงครามกับมิวแต้นท์นะ เคยไปบู๊ในสงคราม The Great War มาแล้วนะ บลา บลา บลา)

ไอเท็มพิเศษแห่งวงการเกมออสเตรเลีย

หลังจากข้าพเจ้าได้เดินวนแล้ววนอีกในงาน PAX AUS ตั้งแต่เก้าโมงเช้ายันเก้าโมงเย็น นอกจากความสนุกสนานเพลิดเพลินที่ได้รับมาแบบเต็ม ๆ แล้ว มันยังทำให้ข้าพเจ้าได้เห็นว่าเมืองเมลเบิร์นเปิดใจและทุ่มเททำความเข้าใจกับสื่อเกมมากขนาดไหน ทีมพัฒนาเกมชาวออสเตรเลียคงไม่สามารถพัฒนาเกมเจ๋ง ๆ ออกได้ถ้าพวกเขาไม่มีภาครัฐคอยช่วยหนุนอยู่ข้างหลัง เมื่อพัฒนาเกมเสร็จแล้วเขาก็คงไม่มีพื้นที่โชว์ผลงานหากรัฐบาลปล่อยให้มีแต่บริษัทเกมข้ามชาติรายยักษ์มาซื้อพื้นที่ในงาน PAX ทั้งหมด ส่วนเกมเมอร์ก็จะไม่มีโซนสีสันสนุก ๆ ในงานอย่างโซนบอร์ดเกม โซนเรโทรเกม หรือโซนแข่งเกมหากรัฐไม่เข้าใจเกมเมอร์ดีพอ

หากขาดปัจจัยเหล่านี้ไป งาน PAX AUS ก็คงกลายเป็นงานเกมดาษดื่นทั่วไปที่มีแต่การโฆษณาขายของ และคงไม่ได้ช่วยส่งเสริมให้วงการเกมบ้านเค้าเติบโตอย่างมีคุณภาพแบบทุกวันนี้ การได้เห็นจะจะกับตาว่าหน่วยงานรัฐบาลของรัฐ ๆ หนึ่งมองอุตสาหกรรมเกมอย่างมีความเข้าในว่านี่คือสิ่งที่สร้างมูลค่าให้กับรัฐหรือประเทศของเขาได้ ไม่ได้มองว่าเกมเป็นแค่งานอดิเรกไร้สาระของเด็ก ๆ แบบที่เราได้ยินกันจนเบื่อในประเทศไทย แค่นี้ก็ถือว่าเป็นสิ่งอัศจรรย์ที่สุดสำหรับข้าพเจ้าแล้วครับผม กระผมก็ได้แต่หวังว่าซักวันหนึ่งบ้านเราคงก้าวไปไกลถึงระดับนั้นได้บ้างนะ 🙂

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!