Connect with us

บทความวงการเกม

บทสรุปเนื้อเรื่อง Red Dead Redemption 2 ตอนที่ 1

Red Dead Redemption 2 ผลงานล่าสุดของผู้พัฒนาชื่อก้อง Rockstar Games (มีผลงานเก่า อาทิ ซีรีส์ Grand Theft Auto, Max Payne) เป็นเกมสไตล์แอคชั่นผจญภัย ที่มีบรรยากาศแบบอเมริกันโอลด์เวสต์ยุคปี 1899 และได้รับคำชื่นชมจากสำนักวิจารณ์อย่างล้นหลาม โดยเฉพาะด้านรายละเอียดความสมจริง เนื้อเรื่องที่เข้มข้น และตัวละครที่มีพัฒนาการน่าติดตาม

ในเกมนี้เราจะได้รับบทเป็น ‘อาเธอร์ มอร์แกน’ (Arthur Morgan) ผู้เป็นส่วนหนึ่งของแก๊ง ‘แวนเดอร์ลินด์’ (Van der Linde) กลุ่มอาชญากรรมที่พบว่ายุคสมัยของคนนอกกฏหมายแบบตนนั้นหมดไปแล้ว อารยธรรมคืบคลานมาปกคลุม สังคมทุนนิยมเติบโตเข้มแข็ง กลุ่มแก๊งมากหน้าหลายตาไม่อาจหนีพ้นกฏหมายบ้านเมือง เหล่าแวนเดอร์ลินด์ก็เช่นกัน พวกเขายากจะยอมรับได้และยากจะปรับตัวกับความเปลี่ยนแปลง

เนื่องจากเกมนี้มีเนื้อหาที่กว้างใหญ่ มีเหตุการณ์ย่อยและเควสเสริมมากมายหลายเควส บางจุดก็จะต่างกันไปในการเล่นของแต่ละคน ตามเส้นทางการเล่นแบบ Honorable และ Dishonorable บทความนี้เป็นเนื้อเรื่องจากการเล่นแบบ Honorable ที่จะพูดถึงเรื่องราวของอาเธอร์เป็นหลัก และสอดแทรกความรู้สึกนึกคิดของเขาที่ถ่ายทอดผ่านทางสมุดบันทึกในเกมค่ะ

พร้อมแล้วก็มาเริ่มกันได้เลย!

คำเตือน : มีการสปอยล์เนื้อหาสำคัญของเกม


เรื่องราวของความภักดี

หมุนนาฬิกาย้อนกลับไปในคริสต์ศักราช 1878 ณ จุดที่เรื่องราวเริ่มต้นขึ้น เมื่ออาเธอร์ได้พบกับ ดัตช์ และ โฮเซ่…

‘May I stand unshaken?

ฉันจะยืนหยัดได้ละหรือ

Amid, amidst a crashing world…

ท่ามกลางโลกที่กำลังจะย่อยยับไป…’

-เพลงประกอบ Red Dead Redemption 2

‘Unshaken’ โดย D’Angelo

อาเธอร์เกิดในครอบครัวที่ห่างไกลจากความสมบูรณ์แบบ พ่อของเขาเป็นโจรที่ไม่มีทั้งชื่อเสียงและเงินทอง ถูกจับด้วยข้อหาลักเล็กขโมยน้อย หลังจากแม่ตาย อาเธอร์ที่มีอายุได้เพียง 14 ปีร่อนเร่เอาชีวิตรอดด้วยตนเองจนพานพบกับ ‘ดัตช์ แวนเดอร์ลินด์’ (Dutch van der Linde) และ ‘โฮเซ่ แมทธิวส์’ (Hosea Matthews) สองโจรหนุ่มผู้มากฝีมือและมากอุดมการณ์

โฮเซ่ ดัตช์ และอาเธอร์ เมื่อสิบกว่าปีก่อนเริ่มเกมในปี 1899

ทั้งสามคนกลายเป็นสมาชิกรุ่นแรกของแก๊ง แวนเดอร์ลินด์ ที่ตั้งชื่อตามดัตช์ ซึ่งอยู่ในตำแหน่งหัวหน้าเพราะความเป็นผู้นำอันโดดเด่น และอุดมการณ์ที่น่านับถือ ดัตช์เชื่อว่ามนุษย์ทุกคนควรได้ใช้ชีวิตอย่างอิสระ ไม่เป็นทาสของคนรวย ไม่ตกอยู่ในการควบคุมของผู้มีอำนาจที่ฉวยโอกาสจากต้นทุนชีวิตที่มีไม่เท่ากัน

อาวุธอันโดดเด่นของดัตช์ ไม่ใช่ฝีมือการประหัตประหาร แต่เป็นฝีปากคารมคมคาย ล้วงลึกจิตใจคนฟัง ป้อยอคำหวาน พูดเรื่องผิดให้เป็นถูก เจือจางเส้นศีลธรรม สร้างความชอบธรรมให้แก่แก๊งของตน แต่สำหรับอาเธอร์ เรื่องเหล่านั้นไม่เคยทำให้เขาลำบากใจ

อาเธอร์มองว่าดัตช์และโฮเซ่ทำไปเพื่อความอยู่รอดของแก๊ง แม้ทั้งคู่จะดำรงชีพบนความทุจริต แต่ทั้งสองคนที่เก็บอาเธอร์มาเลี้ยง ก็เพียรสอนให้อาเธอร์อ่านออกเขียนได้ สอนวิธีการใช้ปืน การล่าสัตว์ ยันเรื่องเล็กๆน้อยๆในชีวิตประจำวัน เลี้ยงดูเขาและเด็กหนุ่มคนอื่นๆในแก๊งเหมือนลูก เหมือนน้องชายแท้ๆ

นั่นคือต้นเหตุของความภักดีของอาเธอร์ นับจากวันที่เขาพบกับดัตช์ ผ่านมา 20 ปีจนเขาเป็นผู้ใหญ่ แก๊งนี้คือครอบครัวของเขา คือตัวตนของเขา ในยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลง วิถีชีวิตยุคก่อนเก่ากำลังจะถูกลบเลือน คนอย่างอาเธอร์ได้แต่หวาดกลัวอนาคต แต่แก๊งของดัตช์มอบจุดยืนให้กับเขา มอบอุดมการณ์ที่เขายึดมั่นได้อย่างภูมิใจ

ไม่เพียงอาเธอร์ แต่ทัศนคติของดัตช์ยังแทรกซึมไปถึงคนอื่นในแก๊งด้วย จนสุดท้ายมันก็กลายเป็นความเชื่อที่รวมพวกเขาให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน หากจะเรียกว่าโจร พวกเขาก็เชื่อว่าตนเป็นโจรมีอุดมการณ์ ยามปล้นคนรวยสำเร็จเขาก็แบ่งปันให้กับคนยากจน พวกเขาจะไม่ฆ่าคนพร่ำเพรื่อ จะไม่ล้างแค้นเพียงเพื่อสะใจ และจะไม่ยอมละทิ้งอิสรภาพของตนเพื่อความถูกต้องที่สังคมวางแบบแผนขึ้นมา

แต่การทำเรื่องเลวร้าย ด้วยอุดมการณ์ที่ดี ทำให้การกระทำนั้นถูกต้องแล้วหรือ?

จุดยืนที่เลือกแล้ว

‘The many miles we walked. The many things we learned

เส้นทางยาวไกลที่เราก้าวเดิน บทเรียนมากมายที่เราเรียนรู้

The building of a shrine Only just to burn

สิ่งที่เราก่อสร้างเชิดชู ต้องสลายกลายเป็นเถ้า

That’s the way it is

ชีวิตก็เป็นแบบนี้’

-เพลงประกอบ Red Dead Redemption 2

‘That’s The Way It Is’

แก๊งแวนเดอร์ลินด์อยู่ร่วมกันกว่ายี่สิบชีวิต มีทั้งเด็กและผู้หญิง พวกเขาดูแลกันเหมือนคนในครอบครัว

ในบรรดาเด็กหนุ่มที่เขาเลี้ยงดูมา ดัตช์ไว้ใจอาเธอร์มากที่สุด เขารู้ว่าอาเธอร์จะทำทุกอย่างที่ทำได้เพื่อประคับประคองให้เหล่าแวนเดอร์ลินด์อยู่รอดปลอดภัย และถือเอาประโยชน์ของแก๊งเป็นเรื่องสำคัญกว่าความสุขของตัวเอง เพราะเขาเลี้ยงอาเธอร์มาให้เป็นแบบนั้น

มีโอกาสหลายครั้งที่อาเธอร์สามารถทอดทิ้งแก๊งแวนเดอร์ลินด์ไปได้ ตอนอายุยังน้อย เขาเคยผูกพันกับแมรี่ ผู้หญิงคนเดียวที่เขารักจริงถึงขั้นหมั้นหมาย แมรี่เป็นคนสวย ฉลาดและอ่อนโยน รู้จักตัวตนที่แท้จริงของอาเธอร์ดีกว่าใครๆ เธอรู้ว่าลึกๆแล้วอาเธอร์เคยมีจิตใจที่ดีงาม แต่เมื่ออาเธอร์ไม่อาจตัดใจทิ้งวีถีชีวิตคนนอกกฏหมายแม้แมรี่จะขอร้อง สุดท้ายแมรี่ก็จากไป

อาเธอร์มีสัมพันธ์กับผู้หญิงอีกหลายคนหลังจากนั้นแต่เขาไม่เคยรักใครเหมือนแมรี่ แม้จะทำให้สาวเสิร์ฟในบาร์คนหนึ่งตั้งท้องลูกของตัวเอง แต่อาเธอร์ที่สาละวนดูแลแก๊งของตนก็ไม่ได้ใช้เวลากับลูกเมียเท่าไหร่ หลายๆเดือนเขาก็จะไปหาบ้าง ส่งเงินไปให้บ้างเมื่อนึกออก…แต่แล้ววันหนึ่งเมื่อแวะไปหา เขาก็เจอเพียงไม้กางเขนปักอยู่หน้าบ้านลูกน้อย

‘โดนยิงตายทั้งคู่เลย โจรมันเข้ามาปล้นแล้วก็ฆ่าทิ้ง’

‘ด้วยเงินแค่สิบเหรียญ’

‘เด็กคนนั้น…ชื่อไอแซค’

‘เป็นเด็กดีมาก…’

ด้วยเรื่องนี้เอง ทำให้จิตใจเขาด้านชาจากความเศร้า ความสูญเสีย ที่ไม่มีใครให้รับฟัง ไม่มีใครเห็นอกเห็นใจ ชีวิตของลูกเมียที่ตายไปเพราะเศษเงิน ถ้าเขาใส่ใจมากกว่านี้ผลลัพธ์คงเปลี่ยนไป แต่นี่ก็เป็นทางที่เขาเลือกแล้ว แก๊งนี้จึงเป็นสิ่งเดียวที่เขาจะยึดเหนี่ยวเอาไว้ได้…เรื่องนี้เท่านั้นที่เขาจะไม่ปล่อยให้มันสูญสลายไปอีก

อาเธอร์ที่ยังหนุ่มแน่นทุ่มเทให้กับแก๊งด้วยความภักดี ดัตช์ที่มีทั้งอุดมการณ์และลูกมือที่เชื่อใจได้ก็เป็นดั่งเสือติดปีก บวกกับอีกหนึ่งคนที่เป็นแกนหลักของแก๊งคือ โฮเซ่ ในบางครั้งที่ดัตช์หลงใหลไปกับอุดมการณ์ วาดฝันอันยิ่งใหญ่ โฮเซ่มักคอยเตือนให้ดัตช์อยู่กับความเป็นจริง คอยปรับแก้แผนการของแก๊งอย่างสุขุม เพื่อความปลอดภัย หลีกหนีสายตาและเงื้อมมือกฏหมาย

อาเธอร์เป็นเหมือนแขนขา ในขณะที่โฮเซ่คือสมองซีกเหตุและผล เหล่าแวนเดอร์ลินด์จึงเอาตัวรอดอย่างสงบสุขได้เรื่อยมา

จนพวกเขาได้สมาชิกคนใหม่ล่าสุด…’ไมคาห์ เบล’ (Micah Bell)

ไมคาห์และปืนคู่ประจำตัว เขาหวงปืนนี้มากถึงขนาดเคยฆ่าตำรวจทั้งหมู่บ้านเพื่อไปเอาปืนที่โดนยึดคืนมา

ไมคาห์เป็นโจรมืออาชีพ รวมหัวกับพ่อตัวเองปล้นฆ่าชาวบ้านมาตั้งแต่อายุแค่ 16 และฉายเดี่ยวมาอีกร่วมยี่สิบปีจนได้พบกับดัตช์ ไมคาห์ช่วยดัตช์ไว้ในบาร์เหล้าทำให้ดัตช์ถูกใจและชักชวนเขาเข้ากลุ่ม แม้จะเข้าร่วมกับแก๊งแวนเดอร์ลินด์มาได้ครึ่งปี และพึ่งพาได้ในงานปล้นฆ่า แต่เขาไม่ได้มองคนในแก๊งเป็นครอบครัวแม้แต่น้อย ไมคาห์แสดงออกชัดเจนว่าไม่ควรเหนื่อยแรงดูแลผู้หญิงและเด็กในแก๊ง

แม้จะอายุไล่เลี่ยกัน แต่อาเธอร์ไม่ถูกจริตกับไมคาห์เลยสักนิดเดียวไม่ว่าดัตช์จะพยายามชักจูงอย่างไรก็ตาม อาเธอร์ไม่ไว้ใจคนๆนี้ คนที่เห็นประโยชน์ของตัวเองเป็นที่ตั้ง ตัดสินใจมุทะลุ เพียงแค่เพื่อนในแก๊งพูดจาไม่ถูกหูก็พร้อมจะชกต่อยทันที และยังโหดเหี้ยมไม่เคยเห็นใจชาวบ้านผู้บริสุทธิ์ แค่เพราะเรื่องเล็กน้อยก็ฆ่าคนทั้งหมู่บ้านได้แบบไม่รู้สึกรู้สา

ไม่ต่างอะไรกับโจรไร้อุดมการณ์ที่พวกเขาดูแคลน อาเธอร์เตือนดัตช์ครั้งแล้วครั้งเล่าว่าไมคาห์จะนำความวุ่นวายมาให้…เขาหารู้ไม่ว่าอันตรายที่ไมคาห์จะนำพามา ไม่ใช่แค่การทะเลาะเบาะแว้งเล็กน้อย แต่เป็นการเปลี่ยนแปรดัตช์ที่อาเธอร์ภักดีด้วยที่สุด ให้กลายเป็นคนใหม่ กลายเป็นคนที่เขาแทบไม่รู้จักอีกต่อไป…

บททดสอบศรัทธา

‘As I wander through the pines, the whisperings, they tell

ข้าท่องไปในป่าสน ได้ยินเสียงคนพร่ำรำพัน

Of the many before me who tried and fell

เรื่องผู้คนที่พยายามแล้วแต่ต้องผิดหวัง’

-เพลงประกอบ Red Dead Redemption 2

‘Cruel World’ โดย Josh Homme

เข้าปีคริสต์ศักราช 1899 ทางการเริ่มกวดขันบ้านเมืองให้มีขื่อมีแป เหล่าร้ายในแดนเถื่อนถูกจับกุมยิงเป้าไม่เว้นแต่ละวัน กระนั้นไมคาห์และดัตช์ก็ยังคิดการใหญ่ วางแผนปล้นเรือกิจการของเศรษฐีที่เมืองแบลควอเตอร์ ในขณะที่อาเธอร์และโฮเซ่วางแผนต้มตุ๋นที่ช้าแต่ชัวร์

แผนของไมคาห์และดัตช์ล้มเหลวไม่เป็นท่า และเลยเถิดกลายเป็นการยิงต่อสู้กับเจ้าหน้าที่หลายสิบนาย คนในแก๊งบางคนถูกยิงอาการสาหัส บางคนถูกจับหรือพลัดหายไปในช่วงเวลาชุลมุน ทั้งแก๊งต้องทิ้งสมบัติทั้งหมดไว้ที่แบลควอเตอร์ และรีบขึ้นเหนือหนีทั้งกองทัพตำรวจ นักสืบเอกชน และนักล่าค่าหัว โฮเซ่และอาเธอร์รีบตามมาสมทบ และพาทุกคนมุ่งหน้าไปยังรัฐอัมบาริโน่ เทือกเขาขาวโพลนที่รกร้างหนาวเย็น และตั้งค่ายพักชั่วคราว

ในเทือกเขาไร้ผู้คน แก๊งแวนเดอร์ลินด์มีบอบช้ำ เหลือเพียงไม่กี่คนที่ยังมีร่างกายแข็งแรงและมีสติเข้มแข็ง

ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่เลวร้าย กำลังใจชาวแก๊งดิ่งลงต่ำ พายุหิมะยิ่งประโคมให้ขวัญหนีดีฝ่อ อาเธอร์ต้องช่วยดัตช์ฟื้นฟูความเป็นอยู่ของชาวคณะโดยเร็วแม้จะเจออุปสรรคมากมายรออยู่ งานแรกคือการหาเสบียง เขา ไมคาห์ และดัตช์มุ่งหน้าไปตามหาชุมชนบนเทือกเขาเพื่อขอแบ่งอาหารมาบ้าง แต่ก็ต้องพบกับสมาชิกแก๊งโอดริสคอล (O’Driscoll) แก๊งคู่อริของดัตช์ พวกมันฆ่าเจ้าของฟาร์มในพื้นที่และยึดบ้านเป็นทำเลหลบพายุ หลังจัดการกับแก๊งโอดริสคอลกลุ่มนั้นแล้ว พวกเขาก็ได้เจอกับ ‘ซาดี้ แอดเลอร์’ (Sadie Adler) ที่หลบอยู่ในบริเวณบ้าน เธอคือภรรยาของเจ้าของฟาร์ม อาเธอร์และดัตช์พาเธอกลับไปดูแลที่ค่ายพัก และรับเธอเป็นสมาชิกใหม่ ซาดี้ที่เศร้าโศกกับการตายของสามีก็ตั้งมั่นว่าจะล้างแค้นพวกแก๊งโอดริสคอลให้ได้

สามีของซาดี้ที่ถูกโอดริสคอลฆ่า มีชื่อว่า เจค แอดเลอร์ ทั้งคู่ช่วยกันทำฟาร์ม และแต่งงานกันมาได้สามปีแล้ว

จากนั้นอาเธอร์และฮาเวียร์ (Javier Escuella) เพื่อนแก๊งชาวเม็กซิโก ก็ตามรอยไปช่วยเหลือ ‘จอห์น มาร์สตัน’ (John Marston) ที่พลัดหายไป ทั้งคู่ตามไปเจอจอห์นที่ได้รับจากเจ็บจากฝูงหมาป่า และช่วยเหลือจอห์นกลับแก๊งมาได้สำเร็จ

  • คนที่เคยเล่นภาคแรกมาก็จะจำจอห์นได้ดี เพราะเขาคือตัวเอกจากภาคแรก จอห์นเป็นรุ่นน้องของอาเธอร์ที่แต่แรกไม่ค่อยจะถูกกันเท่าไหร่ เพราะจอห์นเคยหนีออกจากแก๊งไปเดินทางคนเดียวถึงหนึ่งปีทั้งที่มีเมียและลูกน้อยคอยอยู่ในแก๊ง อาเธอร์เกลียดคนที่ไม่มีความรับผิดชอบ และเกลียดคนที่ไม่เห็นความสำคัญของแก๊ง ทำให้เขากับจอห์นกระทบกระทั่งกันบ่อยๆ แต่เมื่อจอห์นปรับปรุงนิสัยและเปลี่ยนแปลงเป็นคนที่เป็นห่วงลูกเมีย ความสัมพันธ์ของอาเธอร์กับจอห์นก็เริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ

ที่มาของแผลเป็นบนหน้าของจอห์น มาจากการถูกหมาป่ากัดนั่นเอง

เมื่อพร้อม ดัตช์ตัดสินใจพาพวกหนุ่มๆในแก๊งไปบุกค่ายพักของพวกโอดริสคอลที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียง จนได้เบาะแสการปล้นรถไฟของเศรษฐี คอร์นวอล (Leviticus Cornwall) และยังจับเด็กหนุ่มในแก๊งโอดริสคอลมาได้อีกหนึ่งคน เขาคือ ‘คีแรน ดัฟฟี่’ (Kieran Duffy) แก๊งแวนเดอร์ลินด์ตั้งใจจะใช้คีแรนเป็นแหล่งข้อมูลต่อไป แต่เมื่ออยู่กับแก๊งไปสักพักคีแรนก็กลายมาเป็นสมาชิกคนหนึ่งที่ทุ่มเทช่วยเหลือแก๊ง

พอกำลังใจและสุขภาพของชาวแก๊งเริ่มอยู่ตัว ดัตช์ตั้งมั่นว่า “ขอแค่งานใหญ่อีกงานเดียว แล้วพวกเราจะวางมือ” ขอแค่แผนการสำเร็จได้เงินก้อนใหญ่ครั้งสุดท้าย แล้วพวกเขาจะหนีไปจากประเทศนี้ ละทิ้งความวุ่นวายไว้เบื้องหลัง…

เงินก้อนใหญ่

จึงเป็นจุดเริ่มต้นการระดมเงินก้อนใหญ่ของแก๊งแวนเดอร์ลินด์ ไม่ว่าจะเป็นงานแบบไหนที่ได้เงิน พวกเขาก็ต้องเสี่ยง แม้แต่การปล่อยเงินกู้นอกระบบ หลอกลวงชาวบ้านยากจนให้จ่ายดอกเบี้ยแพงลิบ อาเธอร์ก็ต้องยอมร่วมมือด้วยอย่างไม่ค่อยเต็มใจโดยรับหน้าที่เป็นคนทวงเงิน ยึดได้แม้กระทั่งสมบัติสำคัญทางใจของเหล่าลูกหนี้ กระทืบได้แม้แต่คนป่วยใกล้ตาย

ในตอนนั้นเองอาเธอร์ได้พบกับครอบครัวดอว์นส์ (Downes) มิสเตอร์ดอว์นส์ยืมเงินกู้นอกระบบกับแก๊งแวนเดอร์ลินด์ และล้มป่วยไม่มีปัญญาหามาจ่าย และไม่อาจขอผัดผ่อนไปได้อีก อาเธอร์ตามไปทวงหนี้โดยไม่สนใจว่ามิสเตอร์ดอว์นส์จะป่วยหนัก จนสุดท้ายมิสเตอร์ดอว์นส์ก็ตาย วันที่ไปเก็บยอดสุดท้ายคือวันที่ลูกและเมียมิสเตอร์ดอว์นส์ต้องย้ายออกจากบ้านเพราะเงินหมดตัว แม้จะรู้ตัวว่าทำเรื่องชั่วช้าแต่อาเธอร์ก็ทำงานนี้เพื่อแก๊ง

หลังจากนั้นเขาก็เผชิญหน้ากับเจ้าหน้าที่ ‘มิลตัน’ (Milton) และเจ้าหน้าที่ ‘รอสส์’ (Ross) จากบริษัทนักสืบเอกชน ‘พิงเกอร์ตัน’ (Pinkerton) ทั้งสองเสนอให้อาเธอร์วางมือจากแก๊งและช่วยทางการจับกุมดัตช์ แลกกับการลบล้างประวัติความผิดทั้งหมดของอาเธอร์ แต่อาเธอร์ปฏิเสธ และยืนยันว่าเขาจะไม่มีวันทิ้งดัตช์หนีเอาตัวรอด

เจ้าหน้าที่รอสส์จากภาค 1 ตอนนี้เขายังเป็นแค่พนักงานใต้บังคับบัญชาของมิลตัน

อาเธอร์ไม่เชื่อนักหรอกว่าแผนการหนีไปต่างประเทศของดัตช์จะสำเร็จเป็นจริงได้ ทั้งการไล่ล่าจากกฏหมาย การรับคนอย่างไมคาห์เข้าแก๊ง การได้เห็นความวุ่นวายที่พวกเขาก่อขึ้น คนไม่รู้อิโหน่อิเหน่ต้องพลอยได้รับผลกระทบ สิ่งเหล่านี้เริ่มกระเทาะเปลือกความคิดที่ดัตช์ครอบงำสั่งสอนเขาเอาไว้ อาเธอร์เริ่มรู้สึกว่าแท้จริงแล้วพวกเขาก็แค่โจรที่ดิ้นรนอยู่ในยุคสมัยใหม่ อุดมการณ์ต่างๆล้วนเป็นเพียงข้ออ้าง และจากการที่เขาเจอเรื่องร้ายๆมา เขาก็รู้สึกว่ามันสมเหตุสมผลแล้ว คนเลวไม่คู่ควรกับเรื่องดีๆ

แต่ไม่ว่าอย่างไรเขาก็จะไม่มีวันทอดทิ้งดัตช์ เขาจะไม่มีวันทรยศแก๊งแวนเดอร์ลินด์ ไม่ว่ายากลำบากยังไง เขาจะอยู่กับมันไปถึงที่สุด

ความวุ่นวายเริ่มลุกลาม

หลังแผนปล้นรถไฟของเศรษฐีคอร์นวอลเสร็จสิ้นลง ได้พันธบัตรมาจำนวนมาก ดัตช์เริ่มวางแผนการใหม่ เงินจำนวนแค่นี้ยังไม่พอ เขาต้องวางแผนการใหม่อีกครั้ง เพื่อให้ทุกคนได้มีอิสระอย่างที่เขาวาดฝัน ดัตช์เล็งผลไปที่กิจการอื่นๆของคอร์นวอลโดยเจตนา เขารู้ดีว่าคอร์นวอลเป็นผู้มีอิทธิพลสูง มีเส้นสายในกองทัพ ถ้าไปได้สวยพวกเขาจะได้เงินก้อนโตในเวลาอันสั้น แม้โฮเซ่และอาเธอร์จะท้วงติงว่าควรจะค่อยๆหางานที่เสี่ยงน้อยและอดทนเก็บตัว ก็ไม่อาจโน้มน้าวใจดัตช์ได้

จากการทำผิดกฏหมายทำให้ค่าหัวของดัตช์สูงขึ้น อาเธอร์จึงต้องทำงานหลายๆอย่างในที่สาธารณะแทนดัตช์ ซึ่งปรากฏตัวในเมืองไม่ได้

ลางสังหรณ์ของโฮเซ่และอาเธอร์เป็นจริง คอร์นวอลไม่ใช่คนรวยไร้พิษสง หากมองเขาเป็นขุมสมบัติ ก็เป็นกับดักที่อันตรายมีเขี้ยวเล็บรอบตัว คอร์นวอลอัดฉีดจ้างเหล่าทัพนักล่าจากบริษัทพิงเกอร์ตัน ประกอบไปด้วยสายสืบและนักล่าค่าหัวอย่างถูกกฏหมาย ไล่ล่าแก๊งแวนเดอร์ลินด์จนพวกเขาต้องถอยหนีครั้งแล้วครั้งเล่า เมืองแล้วเมืองเล่า

หลังจากหลบหนีเจ้าหน้าที่ในวาเลนไทน์ไปยังโร้ดส์ ดัตช์ก็วางแผนใหม่เมื่อได้ผูกมิตรกับนายอำเภอเกรย์ ดัตช์ได้รู้ว่าในเมืองโร้ดส์มีสองตระกูลเศรษฐีใหญ่ที่ขับเคี่ยวกันมานาน คือตระกูลเกรย์ (Grey) และเบรธเวท (Braithwaite) ดัตช์ตั้งใจจะหลอกใช้ทั้งสองตระกูลให้ห้ำหั่นกันเอง

ทางเข้าคฤหาสน์ ตระกูลเบรธเวท ผู้ร่ำรวยและมักแต่งงานกันเองในหมู่เครือญาติ

ในขณะเดียวกัน อาเธอร์ได้ผูกมิตรกับเด็กสาวจากเบรธเวทและเด็กหนุ่มจากเกรย์ เด็กทั้งคู่รักกันและต้องการหนีไปจากวังวนความเกลียดชังนี้ เขาช่วยให้ทั้งสองคนได้หนีไปตั้งต้นชีวิตใหม่ที่รัฐอื่น แม้ชีวิตรักของอาเธอร์ไม่สมหวังแต่การได้ช่วยเด็กวัยรุ่นสองคนนี้ให้ได้สร้างครอบครัวที่ดีก็ทำให้เขาสุขใจขึ้นบ้าง และในช่วงนี้ แก๊งโอดริสคอลก็ติดต่อเข้ามาว่า คอล์ม (Colm) หัวหน้าแก๊งโอดริสคอลต้องการขอเจรสงบศึกกับแก๊งแวนเดอร์ลินด์

  • ในอดีต ดัตช์และคอล์มเคยร่วมงานกัน แต่แล้วดัตช์ก็มีเรื่องพิพาทกับพี่ชายของคอล์มและสังหารเขาทิ้ง ทำให้คอล์มแก้แค้นด้วยการฆ่าแอนนาเบล ผู้หญิงที่ดัตช์รัก ทำให้ทั้งสองแก๊งเป็นคู่อริกันนับแต่นั้นมา

ปรากฏว่าการนัดเจรจานั้นเป็นกับดักที่มุ่งเป้าไปที่อาเธอร์ ในจุดนัดพบ อาเธอร์ที่ซุ่มปกป้องดัตช์อยู่บนยอดเขาก็ถูกคอล์มจับตัวไปทรมาน คอล์มรู้ว่าอาเธอร์มีประโยชน์กับดัตช์มาก หากจับเขาเป็นตัวประกัน ดัตช์ก็ต้องตามมาช่วยแน่นอน อาเธอร์ที่กลัวว่าแก๊งต้องสูญเสียและเสี่ยงอันตรายหากมาช่วยตนจึงพยายามหลบหนีออกมาจากที่กักขังได้สำเร็จแม้จะบาดเจ็บหนัก และต้องพักฟื้นอยู่หลายสัปดาห์ 

เมื่ออาเธอร์หายดีแล้ว ดัตช์ก็ดำเนินแผนให้แก๊งทำเป็นเข้าร่วมกับทั้งตระกูลเกรย์กับเบรธเวท และค่อยตลบหลัง ปล้นทั้งสองตระกูล อาเธอร์ต้องร่วมมือกับ ‘ณอน’ (Sean MacGuire) รุ่นน้องในแก๊ง เผาไร่ยาสูบของพวกเกรย์ตามข้อมูลของเบรธเวท และขโมยม้าชั้นดีจากพวกเบรธเวทไปขายตามคำแนะของตระกูลเกรย์ ทว่าไม่นานนัก แก๊งแวนเดอร์ลินด์ก็ถูกรู้ทันและโดนซ้อนแผนอย่างเจ็บปวด

ไมคาห์เรียกอาเธอร์ไปสมทบที่เมืองเพราะพวกเกรย์เรียกพบโดยอ้างว่ามีงานให้ทำเพิ่ม อาเธอร์รู้สึกว่าบรรยากาศเมืองเงียบแบบแปลกๆ แต่ก็ไม่ทันแล้ว พวกเกรย์พร้อมอาวุธครบมือโผล่ออกมาจากที่ซุ่มและโจมตีพวกเขาทันที

‘ไอ้โจรบ้านนอกอย่างพวกแก แค่เหยียบตีนมาในเมืองนี้ ข้าก็รู้แผนมึงหมดไส้หมดพุงแล้วโว้ย’

ณอน หนุ่มชาวไอริช แม้เขาจะยังอ่อนประสบการณ์ แต่ก็กระตือรือร้นจะช่วยงานของแก๊งเสมอ

ณอนถูกฆ่าตายแบบไม่ทันตั้งตัว หลังจากที่ระดมยิงสู้จนเอาตัวรอดมาได้ อาเธอร์เกรี้ยวกราดที่ไมคาห์ประมาท ไม่สำรวจสถานที่ให้ดี แต่ไมคาห์ไม่ยินดียินร้ายกับการตายของณอน ก็ซวยเองช่วยไม่ได้

อาเธอร์ให้บิล (Bill Williamson) รุ่นน้องอีกคน นำร่างของณอนไปฝังในที่เงียบๆ ถึงณอนจะพูดมาก ปากพล่อย ชอบแหย่เขาให้ขำด้วยมุกฝืดๆ แต่เขาก็รักเหมือนน้องชาย…

บิลเป็นอีกหนึ่งตัวละครในภาคแรก เขาเป็นคนเถื่อนๆ ไม่ค่อยฉลาด แต่ก็ซื่อสัตย์กับดัตช์มาก

พอกลับมาที่ค่ายพัก ก็ต้องเจอข่าวร้ายซ้ำอีกว่า ‘แจ็ค’ (Jack) ลูกน้อยของจอห์นถูกพวกเบรธเวทลักพาตัวไปเรียกค่าไถ่ ดัตช์ทั้งโกรธแค้นที่แผนล้มเหลวและเจ็บใจที่โดนหยามหมิ่น เขารวบรวมคนในแก๊งไปบุกทลายคฤหาสน์ของพวกเบรธเวทเพื่อเอาตัวแจ็คน้อยคืนมา แต่ปรากฏว่าแจ็คถูกขายและส่งต่อไปให้ ‘แองเจโล่ บรอนเต้’ (Angelo Bronte) เศรษฐีที่เมืองใหญ่เซนต์เดนิส หลังจากฆ่าล้างตระกูลเบรธเวทและเผาคฤหาสน์จนราบคาบแล้ว เหล่าแวนเดอร์ลินด์ก็มุ่งหน้าไปตามตัวแจ็คคืน ก่อนที่จะย้ายค่ายพักพวกเขาได้เผชิญหน้ากับเจ้าหน้าที่มิลตัน ผู้เตือนให้ดัตช์ยอมมอบตัวเสีย เพื่อที่ชาวแก๊งคนอื่นจะได้ไม่เดือดร้อน แต่เมื่อทุกคนไม่ให้ความร่วมมือและออกตัวปกป้องดัตช์ มิลตันก็เตือนว่านี่จะเป็นโอกาสสุดท้าย ครั้งหน้าที่เจอกันเขาจะไม่ประนีประนอมอีกต่อไป

การล่มสลายของตระกูลเบรธเวท

ตัวตนที่แท้จริง

‘Seeking fortune and ways, To get to glory days

หาช่องทางเพื่อร่ำรวย หาวันฉลองที่สดสวย

Looking for a place in this old world

หาที่ที่ใช่ สักที่ในโลกเก่าใบนี้’

-เพลงประกอบ Red Dead Redemption 2

‘Cruel World’ โดย Josh Homme

ทันทีที่เข้าเขตเมืองเซนต์เดนิส อาเธอร์ก็ต้องถอนใจ เขาเกลียดวัฒนธรรม เกลียดความเจริญ เกลียดสังคมทุนนิยม ในเมืองใหญ่แบบนี้มีผู้คนหลากหน้าหลายตาไม่อาจไว้ใจใครได้ เขาอยากเอาตัวแจ็คน้อยกลับคืนมาให้ไวที่สุดและไปพ้นๆจากเมืองนี้โดยไม่ต้องดึงดูดความสนใจใครทั้งสิ้น

แต่เมื่อได้พบกับแองเจโล่บรอนเต้ ได้ตัวแจ็คกลับคืนมา ดัตช์ก็มีแผนใหม่ขึ้นมาอีก บรอนเต้เป็นเศรษฐีชาวอิตาลีที่ร่ำรวยจากความไม่โปร่งใส บรอนเต้แสดงทีท่าว่าถูกใจดัตช์และพร้อมจะแลกเปลี่ยนผลประโยชน์กันหากแก๊งของดัตช์ยอมทำงานสกปรกแลกเปลี่ยน การได้รู้จักกับบรอนเต้ทำให้แก๊งได้ข้อมูลการปล้นเรือสำราญ เมื่อสำเร็จและได้เงินมาก้อนหนึ่ง ก็ยิ่งยั่วยุให้ดัตช์เห็นโอกาสในการใช้ข้อมูลจากบรอนเต้

ระหว่างที่ถูกลักพาตัวมา บรอนเต้เลี้ยงดูแจ็คอย่างดี เพื่อหวังใช้เป็นเครื่องต่อรอง

ในช่วงนี้เองที่อาเธอร์ได้รู้จักกับชาวอินเดียนแดง ‘เรนส์ฟอล’ (Rains Fall) กับ ‘อีเกิ้ลฟลายส์’ (Eagle Flies) หัวหน้าเผ่าวาปิติ (Wapiti) และลูกชายที่ต่อสู้เพื่อยึดถือสิทธิ์การครองแผ่นดินจากการรุกล้ำของชาวอเมริกา เรนส์ฟอลผู้เป็นพ่อ ต้องการตอบโต้ด้วยวิถีสงบ ผ่านทางการเจรจา แต่อีเกิ้ลฟลายส์ที่ยังเป็นเด็กหนุ่มมีแนวคิดที่ต่างไป เขาคิดว่าในที่สุดแล้วคงไม่อาจใช้การเจรจากับชาวอเมริกันได้ และต้องจบลงที่ความรุนแรง 

สาเหตุที่รัฐบาลต้องการให้พวกชนพื้นเมืองเปลี่ยนถิ่นฐานก็เพราะว่าที่ดินบริเวณนี้เป็นแหล่งขุดเจาะน้ำมันชั้นดี ซึ่งบริษัทที่ได้สัมปทานก็คือบริษัทของคอร์นวอลผู้ร่ำรวยที่มีเส้นสายทางการเมืองนั่นเอง

เรนส์ฟอลเป็นหัวหน้าเผ่าที่เห็นการสูญเสียมามากแล้ว เขาต้องการจบปัญหาด้วยความสงบของทั้งสองฝ่าย

อาเธอร์รับจ้างลอบเร้นเข้าไปในโรงกลั่นน้ำมันของคอร์นวอลเพื่อขโมยเอกสารการทางการเมืองให้เรนส์ฟอล เป็นเอกสารระบุรายละเอียดการวางแผนโยกย้ายที่อยู่ของชาวพื้นเมืองโดยรัฐบาล เรนส์ฟอลและอีเกิ้ลฟลายส์หวังว่าเอกสารชิ้นนี้จะเป็นหลักฐานที่ใช้ในการเพิ่มน้ำหนักฝ่ายตนเองได้ ถ้าสุดท้ายไม่ได้ผล อีเกิ้ลฟลายส์ก็จะระดมพลชาวพื้นเมืองมาร่วมสู้รบกับรัฐบาลเพื่อศักดิ์ศรีของเผ่าตนแม้พ่อจะคัดค้าน อีเกิ้ลฟลายส์ขอบคุณอาเธอร์ที่ช่วยเหลือ และจากไป

เมื่อกลับมาถึงแก๊ง ซาดี้ก็เข้ามาปรึกษากับอาเธอร์ว่าคีแรนหายตัวไปได้สักพักแล้ว ยังไม่ทันจะออกตามหา แก๊งโอดริสคอลก็ส่งศพของคีแรนที่ถูกทรมานในสภาพยับเยินกลับมาบนหลังม้า และบุกเข้ามาโจมตีค่ายพักในขณะที่ทุกคนตกใจ ซาดี้ที่แค้นพวกโอดริสคอลมานานแล้วต่อสู้อย่างบ้าระห่ำ หลังยิงตอบโต้จนได้รับชัยชนะ โฮเซ่ก็นำศพคีแรนไปฝัง อาเธอร์สะเทือนใจที่คีแรนต้องตายแบบทรมานทั้งที่คีแรนเคยช่วยชีวิตเขาไว้ตอนที่ไปบุกที่พักย่อยของโอดริสคอล แต่เขายังไม่เคยทำอะไรดีๆให้คีแรนเลย สมาชิกแก๊งต้องตายไปอีกคนแล้ว…

หลังจากนั้น ดัตช์ก็ได้ข้อมูลใหม่บรอนเต้ ที่พูดถึงเงินจำนวนมหาศาลในสถานีรถราง ดัตช์พาอาเธอร์และ ‘เลนนี่’ (Lenny) มุ่งไปยังสถานีในเมืองเซนต์เดนิส อาเธอร์สังหรณ์ใจไม่ดี แต่ดัตช์เชื่อในข้อมูลของเขาเต็มที่พร้อมตำหนิให้อาเธอร์เลิกสงสัยในตัวเขาเสียที

เลนนี่ เป็นเด็กฉลาดที่ชอบอ่านหนังสือ และควรจะได้มีอนาคตที่ดี แต่ต้องกลายเป็นคนนอกกฏหมายเพราะความผิดฐานฆ่าคนตาย แม้จะเป็นการแก้แค้นให้พ่อ เขาเข้าร่วมกับแก๊งตั้งแต่อายุแค่ 15 เป็นสมาชิกที่อาเธอร์สนิทสนมด้วยมากคนหนึ่ง

แต่แล้วในสถานีกลับมีแค่เศษเงินเล็กน้อย มันเป็นกลลวงของบรอนเต้ที่จะเลิกใช้ประโยชน์จากแก๊งของดัตช์แล้ว และต้องการให้ถูกตำรวจจับพ้นๆไป ดัตช์ อาเธอร์ และ เลนนี่ หนีออกมาอย่างยากลำบาก ระหว่างทางดัตช์โดนกระแทกอย่างแรงที่ศีรษะ ทั้งเจ็บกายและเจ็บใจ เมื่อหายดีแล้วดัตช์ทุ่มเถียงแผนการใหม่กับโฮเซ่ แผนการปล้นครั้งใหญ่ที่หวังให้เป็นงานสุดท้ายของแก๊ง พวกเขาจะปล้นธนาคารกลางเมืองเซนต์เดนิส แต่ก่อนจะเริ่มแผน ดัตช์ต้องการกำจัดบรอนเต้ก่อน

เขาเชื่อว่าเมื่อไม่มีบรอนเต้ที่เป็นแหล่งเงินทุนของเมืองได้ การป้องกันและความเป็นระเบียบในเมืองจะหละหลวมลง แต่โฮเซ่ไม่เห็นด้วย พวกเขาดึงดูดความสนใจมากไปแล้ว แผนแล้วแผนเล่าของดัตช์มีแต่ความล้มเหลว มันถึงเวลาที่พวกเขาต้องหาแนวทางอื่นเสียที แนวทางที่ปลอดภัยกว่านี้  

แต่สุดท้ายดัตช์ก็ยังดึงดัน และหาหนทางลอบเข้าไปยังคฤหาสน์ของบรอนเต้พร้อมพรรคพวกจนได้ พวกเขาลักพาตัวบรอนเต้ออกมาทางเรือลำเล็ก และคิดจะหาทางเรียกค่าไถ่ตัวบรอนเต้ แต่แล้วดัตช์กลับฟิวส์ขาดเมื่อถูกบรอนเต้เหยียดหยาม

‘แกมันไอ้โจรไร้ค่า สิ่งที่แกทำมันไร้ค่า สิ่งที่แกอ้างมันก็ไร้ค่า!

เมื่อไหร่ที่กฏหมายเอื้อมถึงแก แกก็จะตายอย่างไร้ค่า ไม่มีใครจดจำ’

ดัตช์ทรมานบรอนเต้ท่ามกลางทุกคนที่ตกใจกับความป่าเถื่อนของดัตช์

ดัตช์จับบรอนเต้กดน้ำจนตายและโยนให้จระเข้ในบึงกิน ท่ามกลางความตื่นตะลึงของชาวแก๊ง จอห์นท้วงว่านี่มันหลักการส่วนไหนของดัตช์กัน แต่ดัตช์อ้างว่าถ้ามันรอด เราก็ไม่รอด ทิ้งให้อาเธอร์และจอห์นเริ่มตั้งคำถามในใจ ว่าดัตช์กลายเป็นคนโหดร้ายมากขึ้นเรื่อยๆตั้งแต่เมื่อไหร่

แผนการครั้งสุดท้าย…?

และแล้ววันปล้นธนาคารก็มาถึง ดัตช์ปลุกใจให้ทุกคนไม่ลืมว่านี่จะเป็นงานใหญ่งานสุดท้ายเมื่อสำเร็จ เมื่อได้เงินก้อนใหญ่ก้อนนี้แล้วพวกเขาจะเป็นอิสระ เขานัดแนะแผนการซ้ำอีกครั้ง โฮเซ่และ ‘อบิเกล’ (Abigail) เมียของจอห์น จะมุ่งหน้าไปยังเขตชุมชนเพื่อระเบิดก่อกวนดึงความสนใจ แล้วฝั่งดัตช์ ที่มีอาเธอร์ จอห์น ไมคาห์ บิล ฮาเวียร์ เลนนี่ จะบุกเข้าไปปล้นธนาคารพร้อมๆกัน ส่วนผู้หญิงที่เหลือให้รอคอยความสำเร็จอยู่ที่ค่ายพัก

แผนการดูจะเป็นไปด้วยดี แต่ในขณะที่กำลังรีบโกยเงินใส่ถุง เจ้าหน้าที่จากพิงเกอร์ตันก็บุกมาล้อมธนาคารเอาไว้ ที่น่าตกใจกว่านั้นคือโฮเซ่ถูกจับมาเป็นตัวประกันด้วย เจ้าหน้าที่มิลตันกดดันให้ดัตช์มอบตัว

อบิเกลหนีไปได้ทัน แต่โฮเซ่ถูกจับและใช้เป็นตัวประกันให้ทุกคนจำนน

‘คุณมิลตัน ปล่อยเพื่อนข้าไปซะ ไม่งั้นคนงานพวกนี้โดนยิงแน่’

ดัตช์พยายามเจรจาโดยขู่ว่าจะฆ่าตัวประกันในธนาคาร แต่มิลตันไม่สนใจ

‘พอเถอะ ดัตช์ ข้าให้โอกาสแกมามากพอแล้ว ไม่มีการต่อรองอะไรทั้งนั้น’

มิลตันยิงโฮเซ่ตายต่อหน้าดัตช์และอาเธอร์ในทันที ท่ามกลางความโกรธแค้นเจ็บปวด อาเธอร์และชาวแก๊งต้องยิงต่อสู้เพื่อหลบหนีออกจากเมือง แต่แล้วจอห์นก็ถูกตำรวจจับกุมได้ และเลนนี่ก็พลาดท่าถูกยิงเสียชีวิตไป…ไม่มีเวลาจะให้อาเธอร์ได้เสียใจ ทั้งหมดต้องระเห็จไปยังท่าเรือ โดยมี ‘ชาร์ลส์’ (Charles) รุ่นน้องในแก๊งที่ยอมเสียสละล่อตำรวจไปทางอื่นเพื่อเปิดโอกาสให้ทุกคนหนี

ชาร์ลส์เป็นลูกครึ่งคนผิวดำและอินเดียนแดง ด้วยชาติกำเนิดที่สังคมไม่ยอมรับ ทำให้เขารักแก๊งนี้ที่ปฏิบัติกับเขาอย่างเท่าเทียม

เคราะห์ซ้ำกรรมซัด บนเรือที่พวกเขาหนีขึ้นไปต้องเจอกับพายุและอับปางลงใกล้เกาะกัวร์ม่า (Guarma) ในเขตคิวบา แต่ทุกคนก็รอดมาได้ แม้ฮาเวียร์จะถูกเจ้าหน้าที่รัฐบนเกาะจับไป ในช่วงเวลาสั้นๆนี้ ดัตช์ตกลงช่วยเหลือเฮอร์คูล (Hercule Fontaine) ผู้นำกลุ่มทหารกบฏบนเกาะ เพื่อแลกเปลี่ยนกับการช่วยเหลือฮาเวียร์และการเดินทางกลับมายังฝั่งอเมริกา หลังช่วยฝ่ายกบฏสำเร็จ อาเธอร์และพรรคพวกก็ขึ้นเรือมุ่งหน้ากลับฝั่งอเมริกาทันที

—จบตอนที่ 1 อ่านต่อตอนที่ 2 ได้เลย—

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

บทความวงการเกม

สรุปเนื้อเรื่อง! “Tom Clancy’s The Division” หน่วยพิทักษ์มหาประลัยล้างภัยนิวยอร์ก

Published

on

ภาคต่อของ Tom Clancy’s The Division กำลังใกล้เข้ามาสู่มือเกมเมอร์ทุกขณะ อีกไม่นานพวกเราคงได้สานต่อภารกิจสุดมันส์ในกรุงวอร์ชิงตัน ดี.ซี. บนเครื่อง PC, PS4 และ Xbox One (รวมถึงได้ปั๊มเวล ฟาร์มบอส ล่าของกับผองเพื่อน) อย่างพร้อมเพรียงกัน อย่างไรก็ตาม เกมเมอร์ผู้ไม่เคยเล่นภาคแรกมาก่อนอาจจับต้นชนปลายไม่ถูกว่าเหตุการณ์ในเรื่องมันเป็นไงมาไง ส่วนแฟน ๆ ภาคหนึ่งก็อาจจะหลงลืมเนื้อเรื่องไปหมดแล้วเพราะผ่านมาสองปีดีดัก ดังนั้นวันนี้เราจะมาถ่ายทอดเรื่องราวของหน่วย Division กับวิกฤติการณ์ในมหานครนิวยอร์กต้อนรับภาคใหม่ที่กำลังจะมาถึง รำลึกถึงเหตุการณ์ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของเกม RPG Shooter มันส์ระห่ำเกมนี้ เอาล่ะ.. พร้อมจะรับรู้รายละเอียดภารกิจของหน่วย Division ชุดแรกหรือยังเจ้าหน้าที่ทั้งหลาย?

หลังจากที่เกิดโรคระบาดหนักจากเชื้อไวรัสร้าย เมืองนิวยอร์กก็ลุกเป็นไฟ

วิกฤตเงินพิษแห่งนิวยอร์ก

ในปี ค. ศ. 2015 เทศกาลช้อปปิ้งส่งท้ายปีที่รู้จักกันในนามว่า “Black Friday” ต้องกลายเป็นเทศกาลแห่งฝันร้าย เมื่อมีผู้ก่อการร้ายแฝงเชื้อไวรัสเอาไว้ในธนบัตรดอลล่าร์จนส่งผลให้โรคฝีดาษระบาดอย่างหนักไปทั่วมหานครนิวยอร์ก ทุกคนต่างตั้งสมญานามให้กับโรคระบาดครั้งใหม่นี้ว่า “โรคเงินพิษ” หรือ “หวัดดอลล่าร์” ความร้ายแรงละการแพร่ระบาดอย่างรวดเร็วของมันก่อให้เกิดความโกลาหลทั่วหัวระแหง จนรัฐบาลต้องออกคำสั่งปิดเมืองเพื่อไม่ให้ไวรัสร้ายและความวุ่นวายลุกลามไปทั่วทั้งสหรัฐฯ ในระหว่างนี้พวกเขาก็ตัดสินใจใช้แผนสำรองที่เตรียมรับมือกับสถานการณ์แบบนี้ มันคืออาวุธไม้ตายที่มีนามว่า “หน่วย Division”

เจ้าหน้าที่ของหน่วย Division จะทำหน้าที่เป็นทั้งหน่วยรบ หน่วยสนับสนุน และผู้สร้างความเป็นระเบียบเรียบร้อยในเหตุวิกฤติ

หน่วย Division คือโครงการลับของฝ่ายความมั่นคงสหรัฐฯ พวกเขาได้ฝึกเจ้าหน้าที่พิเศษซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านการรับมือเหตุการณ์จราจลที่กินวงกว้างและกู้สถานการณ์บ้านเมืองให้กลับมาสู่ความเป็นระเบียบเรียบร้อย พวกเขาเหล่านี้แฝงตัวอยู่กับปุถุชนทั่วไป จนเมื่อเกิดเหตุวิกฤติจากไวรัสร้ายในครั้งนี้พวกเขาจึงได้รับคำสั่งให้เข้าช่วยเหลือหน่วย Joint Task Force หรือ “JTF” เพื่อควบคุมสถานการณ์ในทันที ตัวเอกของเรื่องคือหนึ่งในหน่วย Division ที่ได้รับการเรียกตัวมาปฏิบัติภารกิจเป็นชุดที่สอง อย่างไรก็ตาม ก่อนที่เขาจะได้ขึ้นเฮลิคอปเตอร์เพื่อเดินทางเข้าสู่นิวยอร์กพร้อมกับผู้บังคับบัญชาหน่วย Division, Faye Lau และสมาชิก Division ชุดที่สองคนอื่น ๆ เฮลิคอปเตอร์ตรงหน้าก็ระเบิดกัมปนาทจนแหลกเป็นชิ้น ๆ คร่าชีวิตผู้บังคับบัญชาและสมาชิก Division แทบทุกคนในพริบตา เคราะห์ดีที่ Faye รอดชีวิตมาได้แต่ก็ต้องบาดเจ็บสาหัส ส่วนตัวเอกก็รอดมาได้อย่างหวุดหวิดและต้องเปลี่ยนวิธีเดินทางเข้าเมืองด้วยเฮลิคอปเตอร์ของช่องข่าวที่ JTF ดัดแปลงมาเป็นฮ. กู้ภัยแทน

โฉมหน้าแก๊งค์โฉดที่เป็นภัยกับหน่วย Division ในนิวยอร์ก

แก๊งค์มหาภัย มหานครมรณะ

เมื่อเท้าแตะพื้น เจ้าหน้าที่ Division และ Faye ก็มุ่งหน้าเข้าสู่นิวยอร์กในทันทีโดยมีเป้าหมายคืออาคารที่ทำการไปรษณีย์ Farley ซึ่งกลายเป็นศูนย์บัญชาการชั่วคราวของ JTF ในนิวยอร์ก แต่เมื่อเขาเดินทางไปถึงกลับพบว่ามีกองกำลังไม่ทราบฝ่ายบุกโจมตีที่ด้านหน้าของอาคาร ตัวเอกจึงเข้าช่วยเหลือสมาชิกของ JTF เพื่อต่อกรกับผู้รุกรานแก๊งค์นี้ในทันทีจนพวกมันต้องล่าถอย เมื่อสถานการณ์ด้านนอกสงบลงแล้วเขาจึงใช้โอกาสนี้อัพเดตสถานการณ์กับเจ้าหน้าที่ JTF ด้านใน แต่ข้อมูลที่เขาและ Faye ได้รับไม่ได้ช่วยให้ใจชื้นขึ้นเลย ทุกสิ่งทุกอย่างเลวร้ายกว่าที่คาดการณ์ไว้มาก ทั้งเรื่องที่บุคลากรของ JTF ขาดแคลน ซ้ำร้ายหลายคนยังติดเชื้อไวรัสจากผู้ป่วย ผู้เหลือรอดในนิวยอร์กก็จับกลุ่มตั้งตนเป็นแก๊งค์ใหญ่ 3 แก๊งค์และแก่งแย่งอาณาเขตกันด้วยการใช้ความรุนแรง แก๊งค์แรกคือกลุ่มนักโทษแหกคุกนามว่า Rikers พวกนี้คืออาชญากรที่หนีออกมาจากเรือนจำบนเกาะ Riker Island แก๊งค์ที่สองคือเหล่าคนงานจากหน่วยควบคุมและขจัดเชื้อโรคนามว่า Cleaners สมาชิกของกลุ่มถูกสถานการณ์เลวร้ายกดดันจนเสียสติและเชื่อว่าทุกคนที่ยังอยู่ในนิวยอร์กเป็นผู้ติดเชื้อ พวกมันจะใช้ปืนไฟย่างสดทุกคนที่มันเห็น และแก๊งค์สุดท้ายที่มีพิษสงร้ายกาจที่สุดคือ Last Man Battalion หรือ LMB พวกมันคือกองกำลังทหารรับจ้างที่ถูกรัฐบาลทอดทิ้งในช่วงอพยพและตอนนี้มันพร้อมจะยิงทุกคนที่แหยมเข้าไปในอาณาเขตของมัน

เหตุปะทะระหว่างหน่วย Division และแก๊งค์ประจำถิ่นอุบัติขึ้นทั่วทุกระแหง

ตัวเอกของเรื่องต้องร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ Division ที่ยังเหลือรอดออกปฏิบัติภารกิจต่อกรกับแก๊งค์ต่าง ๆ ทั่วนิวยอร์ก ในเวลาที่บ้านเมืองไม่มีขื่อมีแป สิ่งเดียวที่ใช้เจรจากันได้จึงมีแต่ลูกตะกั่วเท่านั้น ซึ่งทักษะการรบและการวางกลยุทธ์อย่างเฉียบแหลมทำให้พวกเขาค่อย ๆ รุกคืบ ยึดพื้นที่ และช่วยเหลือบุคลากรผู้เป็นกำลังสำคัญของ JTF จากเหล่าอาชญากรร้ายได้สำเร็จ เริ่มตั้งแต่ Dr. Jessica Kandel หัวหน้าคณะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดต่อ กัปตัน Roy Benitez ตำรวจนิวยอร์กผู้ต้องรับหน้าที่เป็นหัวหน้าหน่วยรักษาความปลอดภัยให้กับ JTF ในนิวยอร์ก และ Paul Rhodes แฮ็กเกอร์มือฉมังที่เข้ามาช่วยดูด้านไอทีและเทคโลโลยีต่าง ๆ ในฐานที่มั่น ตัวเอกและเพื่อนร่วมหน่วย Division ของเขาออกประจัญบานไปทั่วเมืองจนปราบหัวหน้าแก๊ง Rikers และ Cleaners รวมถึงทำลายฐานที่มันของพวกมันลงได้ นอกจากนี้พวกเขายังช่วงชิงตัวอย่างไวรัสที่เป็นต้นตอโรคระบาดมาได้ในระหว่างภารกิจ หลังจากที่ส่งต่อให้ Dr. Jessica ไปศึกษาองค์ประกอบจึงพบว่าเชื้อไวรัสตัวนี้ได้รับการปรับแต่งมาจากมือนักชีววิทยาหัวรุนแรงนามว่า Dr. Gordon Amherst เป้าหมายต่อไปของพวกเขาจึงเป็นการออกค้นหาตัวศาสตราจารย์คนนี้ และหาทางปราบ LMB แก๊งค์ร้ายกาจที่สุดที่ยังเหลืออยู่ในเมืองนี้ให้จงได้

ภัยที่น่ากลัวที่สุดคือภัยจากคนในที่คุณไม่เคยคาดคิดมาก่อน

เกลือเป็นหนอน

หลังจากต่อกรกับทหารรับจ้างของ LMB คนแล้วคนเล่า ในที่สุดตัวเอกก็ได้พบกับเทปบันทึกภาพที่เผยให้เห็นว่าหน่วย Division มีไส้ศึก มันเริ่มต้นมาจากเจ้าหน้าที่หน่วย Division ชุดแรกนามว่า Aaron Keener ที่ถูกส่งมาปฏิบัติการตั้งแต่ช่วงที่เหตุโกลาหลเพิ่งจะอุบัติ หลังจากที่ได้พบเห็นเหตุการณ์เลวร้ายครั้งแล้วครั้งเล่า เขาก็คุมสติตัวเองไม่อยู่และตัดสินใจว่าจะไม่รับคำสั่งจากรัฐบาลอีกต่อไป Aaron สังหารเจ้าหน้าที่ Division ที่คิดต่างและเกณฑ์เจ้าหน้าที่ชุดแรกที่ยังเหลือให้ก่อกบฏเช่นเดียวกับตน เมื่อรวบรวมสมัครพรรคพวกได้แล้ว Aaron ก็แปรพักตร์ไปร่วมมือกับ LMB เพื่อหาทางเล่นงานรัฐบาลรวมทั้งหาทางเก็บเจ้าหน้าที่ Division นายอื่นที่อาจเป็นภัยแก่ตน และเป็นเพราะข้อมูลวงในจากหมอนี่เองที่ทำให้เฮลิคอปเตอร์ของ Division ชุดสองโดนวางระเบิดจนเหลือสมิกที่มีชีวิตรอดแค่เพียง 2 คนเท่านั้น

เหตุการณ์เลวร้ายครั้งแล้วครั้งเล่าทำให้แม้แต่เจ้าหน้าที่ Division ยังเสียสติ

เมื่อรู้ตัวการที่ทำให้ตัวเอกและ Faye สูญเสียผู้บังคับบัญชาและสมาชิก Division อีกหลายชีวิต พวกเขาจึงยิ่งต้องมุ่งเป้าไปที่การปราบปราม LMB ในนิวยอร์กและจับกุมตัว Aaron Keener ให้ได้ อย่างไรก็ตาม ในระหว่างวางแผนดำเนินการขั้นต่อไป สมาชิกของ JTF ดักเจอสัญญาณจากสถานกงสุลรัสเซียในนิวยอร์ก ได้ความว่านาย Vitaly Tchernenko นักไวรัสวิทยาชาวรัสเซียมีข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับเชื้อไวรัสโรคเงินพิษ หน่วย Division จึงต้องเปลี่ยนเป้าหมายมาเป็นการช่วยเหลือ Vitaly ออกจากสถานกงสุลเสียก่อน เพราะนี่อาจเป็นกุญแจชิ้นสำคัญที่ทำให้พวกเขาพบวิธีรีกษาโรคระบาดจากไวรัสร้ายตัวนี้ แต่ดูเหมือนว่า JTF จะไม่ใช่ผู้เดียวที่ดักสัญญาณนี้ได้ เพราะทันทีที่ตัวเอกและเจ้าหน้าที่ Division รุดหน้าถึงที่หมาย กองกำลัง LMB ก็เข้ายึดกงสุลแห่งนี้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทั้งหมดต้องแข่งกับเวลาเพื่อไปให้ถึงตัว Vitaly ก่อน Aaron แต่เพราะการถ่วงเวลาของกองกำลัง LMB ที่ตรึงพื้นที่เอาไว้อย่างแน่นหนาจึงทำให้ Aaron ชิงตัวเป้าหมายตัดหน้าไปได้อย่างฉิวเฉียด

ได้เวลาจัดการกับ LMB ที่เป็นหอกข้างแคร่มาเนิ่นนานเสียที…

ปิดบัญชี

เมื่อโดนเล่นงานจนถึงขั้นนี้ ทั้ง Division และ JTF ต่างรู้ดีว่า LMB คือตัวปัญหาใหญ่ที่ต้องจัดการเดี๋ยวนี้ มันทั้งวางกำลังปิดพื้นที่ส่วนใหญ่ในนิวยอร์ก ให้ที่ซ่องสุมกับ Aaron และกลุ่มเจ้าหน้าที่แปรพักตร์ หนำซ้ำยังจับกุมตัว Vitaly Tchernenko เอาไว้ ในทันทีที่ JTF เตรียมอาวุธยุทโธปกรณ์ต่าง ๆ จนพร้อม ทั้งตัวเอก Faye สมาชิกในหน่วย Division ที่ยังเหลือและกองกำลัง JTF ก็ไฟเขียวภารกิจบุกถล่มฐานบัญชาการของ LMB ในทันที โดยมีเป้าหมายสำคัญคือการเก็บ Charles Bliss ผู้บังคับบัญชาของกองกำลัง LMB ให้ได้ และหาตัว Vitaly กับ Aaron ให้เจอ แน่นอนว่าบรรดาทหารรับจ้าง LMB ในตึก UN ซึ่งเป็นฐานที่มั่นของมันต่างติดอาวุธครบมือและสู้ยิบตากับหน่วย Division เสียงปืนยิงปะทะกันดังสนั่นไปทั่วพื้นที่อาคาร แต่ตัวเอกและเพื่อนร่วมหน่วยก็ใช้ฝีมือและไหวพริบที่เหนือกว่าฝ่าเข้าไปได้ น่าเสียดายที่ Aaron ฉวยโอกาสจากช่วงเวลาโกลาหลหลบหนีไปพร้อมกับ Vitaly

แม้จะถูกกดดันด้วยห่ากระสุนนับร้อยแต่พวกเขาก็ยังรุกคืบต่อไป

เมื่อ Charles Bliss รู้ตัวว่าตัวเองโดน Aaron และพรรคพวกตัดหางปล่อยวัดจึงตัดสินใจขึ้นเฮลิคอปเตอร์ติดอาวุธเพื่อหลบหนีออกจากพื้นที่ แต่ความโกรธแค้นที่เขามีต่อหน่วย Division ทำให้หมอนี่หันหัวฮ. กลับมา มาดหมายสังหารตัวเอกและเพื่อนร่วมทีม Division ที่กำลังต่อกรกับกองกำลัง LMB อย่างดุเดือดอยู่เบื้องล่าง เมื่อโดนถล่มด้วยห่ากระสุนจากบนฟ้าและบนพื้นไปพร้อมกัน ตัวเอกและทีมจำต้องเคลื่อนตัวเปลี่ยนตำแหน่งผลัดกับยิงสวนไปด้วย ในระหว่างที่พวกเขาได้พักหายใจจากมิสไซล์ของเฮลิคอปเตอร์ เขาก็สังเกตได้ว่าฮ.ของ Charles จะโฉบลงต่ำทุกครั้งที่ตะเข้ามาสาดกระสุนปืนกล เขาและทีมจึงอาศัยจังหวะนี้เล็งยิงเครื่องยนต์เฮลิคอปเตอร์พร้อมกัน ลูกตะกั่วเม็ดแล้วเม็ดเล่าเจาะทะลุตัวถังเข้าไปทำลายกลไกด้านใน ก่อให้เกิดควันดำโขมงและประกายไฟจากเครื่องยนต์ เพียงไม่กี่วินาทีหลังจากนั้น เฮลิคอปเตอร์ก็เสียการทรงตัวพุ่งปักพื้นดิน ส่งเสียงระเบิดดังสนั่นพร้อมกับลูกไฟลุกโชน จบชีวิตของ Charles Bliss ผู้นำกองกำลัง LMB ในทันที

หลังการต่อสู้อันยาวนาน ในที่สุดความสงบก็กำลังจะหวนคืนสู่นิวยอร์กอีกครั้ง

หลังจบภารกิจ Faye รายงานให้ตัวเอกทราบว่าตอนนี้แก๊งค์ต่าง ๆ ในนิวยอร์กก็เหมือนงูที่โดนตัดหัว แม้พวกมันจะยังมีกองกำลังกระจัดกระจายอยู่บ้างในเมือง แต่เมื่อขาดผู้นำพวกมันก็ไร้ซึ่งพิษสง นอกจากนี้ข้อมูลต่าง ๆ เกี่ยวกับไวรัสที่เจ้าหน้าที่เก็บรวบรวมมาได้ในระหว่างภารกิจน่าจะช่วยให้บุคลากรใน JTF พัฒนาวัคซีนต้านโรคเงินพิษได้เร็วขึ้น อีกไม่นานนิวยอร์กก็จะกลับสู่สภาวะปกติอีกครั้ง ทุกอย่างดูเหมือนจะจบลงด้วยดีแต่จู่ ๆ ตัวเอกก็ได้รับสัญญาณไม่ทราบที่มาจากอาคารแห่งหนึ่ง…

ชะตากรรมของ The Division จะเป็นอย่างไรต่อไป? ไวรัสร้ายจะถูกหยุดยั้งได้หรือไม่?

เมื่อเขารุดหน้าไปตรวจสอบจึงได้พบกับศพของ Dr. Amherst ที่เสียชีวิตเพราะติดเชื้อไวรัสที่ตัวเองเป็นคนสร้างขึ้นมา ข้อความของ Dr. Amherst เผยให้ทราบว่าเชื้อไวรัสเงินพิษเป็นเครื่องมือก่อการร้ายที่เขาต้องการใช้ล้างพันธุ์มนุษย์เพื่อรักษาสมดุลธรรมชาติ ตัวเอกยังพบข้อความของ Aaron ที่อ้างว่าเขามีเครื่องมือที่จะสร้างไวรัสเงินพิษสายพันธุ์ใหม่ และคิดจะสานต่องานของศาสตราจารย์โรคจิตคนนี้ ตัวเขาเองนับถือเชื้อไวรัสเพราะมองว่ามันคือ “ผู้ที่จะมาพิพากษามนุษยชาติ” ทั้งยังชักชวนให้ตัวเอกหน่วย Division เข้าร่วมลัทธิเดียวกับเขาทิ้งท้าย ชะตากรรมของตัวเอกจะเป็นอย่างไรต่อ? Aaron และ Vitaly อยู่ที่ไหน? สุดท้ายแล้วหน่วย Division จะสามารถหยุดยั้งการแพร่ระบาดของโรคร้ายได้หรือไม่? โปรดติดตามตอนต่อไปใน The Division 2 เดือนมีนาคมนี้!

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

บทความวงการเกม

วิธีเอาตัวรอดที่ใช้ได้จริงในโลกที่เต็มไปด้วยซอมบี้บุกเมืองแบบในเกม Resident Evil 2

Published

on

ถ้าจะให้เราพูดถึงเรื่องราวของซอมบี้ ถ้าไม่นับวงการภาพยนตร์ ที่เราได้เห็นหนังซอมบี้ออกมาอย่างมากมาย ทั้งของฝั่งเอเชียต่างประเทศหรือแม้แต่ในบ้านเรา แต่เมื่อพูดถึงวงการเกมนั้น ดูเหมือนเรื่องราวของซอมบี้นั้นจะมีเยอะกว่า และเข้าถึงได้อย่างดีกว่าของภาพยนตร์ ซึ่งเกือบทั้งหมดของเรื่องราวในเกมและหนังนั้น จะเป็นเรื่องราวของการเอาตัวรอด ของผู้รอดชีวิตในโลกที่เต็มไปด้วยคนตายเดินได้ ซึ่งถ้าเราลองคิดเล่นๆดู ว่าถ้าเกิดเหตุการณ์ซอมบี้แบบในภาพยนตร์กับในเกมจะเป็นอย่างไร วันนี้เรามาดูวิธีเอาตัวรอดแบบสมจริง และเหมาะกับบ้านเรากันกว่า ว่าถ้ามีเหตุการณ์แบบนี้จริงๆเราจะรับมือมันอย่างไร ถ้าพร้อมแล้วตามมาเลย

กฎของซอมบี้ในบทความนี้

ก่อนจะเข้าสู่เรื่องราวของบทความนี้ เรามาทำความเข้าใจถึงกฎของซอมบี้ในบทความนี้ก่อน  เพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจถึงเรื่องราวและเห็นภาพได้ง่ายขึ้น เพราะซอมบี้ในแต่ละเกมที่เราเล่นหรือหนังซีรี่ส์ที่เราดู จะมีกฎของตัวเองที่ต่างกัน เช่นซอมบี้ที่วิ่งเร็วมากๆ ซอมบี้ที่เดินช้าๆ ซอมบี้ที่ถูกกัดแล้วไม่ติดเชื้อ หรือแบบที่โดนกัดปุ๊บติดเชื้อภายในไม่กี่วินาที จนถึงแบบข้ามวันก่อนค่อยเป็นซอมบี้ นี่ยังไม่นับแบบที่ไม่ต้องถูกกัดแต่แค่ตายก็กลายเป็นซอมบี้ก็มี ดังนั้นเพื่อให้ทุกคนเข้าใจและเห็นภาพง่ายขึ้น เราจะยกตัวอย่างซอมบี้ของบทความนี้ ว่าคนที่เป็นซอมบี้นั้นจะเกิดอาการบ้าคลั่งวิ่งเร็ว และถ้าโดนกัดคุณก็กลายเป็นซอมบี้ไม่กี่ชั่วโมงหลังจากนั้น แถมพวกมันไวต่อเสียงและร้องเรียกพวกได้ การยิงหัวคือการฆ่าที่ได้ผลที่สุด (ยิงส่วนอื่นไม่ตาย) สัตว์ก็สามารถเป็นซอมบี้ได้ทุกชนิดผ่านการกัด นั่นคือกฎซอมบี้ของบทความนี้ เพราะมันใกล้เคียงความเป็นจริงที่สุด

สติ

แน่นอนว่าสิ่งแรกที่เกิดขึ้น เมื่อจู่ๆก็มีกลุ่มคนบ้าออกมาไล่กัดคนในแหล่งชมชน ความแตกตื่นโกลาหลต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอน ยิ่งที่ๆ มีคนเยอะๆรถวิ่งไปมาเต็มถนนอย่างกรุงเทพ หรือตามเมืองสำคัญๆ ในบ้านเรา สิ่งที่คุณควรมีคือสติหันไปมองดูรอบๆ ว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะทุกคนที่คุณเห็นนั้นสามารถเป็นซอมบี้ได้ ดังนั้นถ้าจู่ๆ คุณกำลังเดินอยู่บนถนนในห้างหรือกำลังนั่งทานข้าวในร้านอาหาร สิ่งที่คุณควรทำคือหนีหาที่หลบภัยที่มิดชิด ซึ่งแน่นอนว่าตอนนั้นต้องมีคนที่หยิบมือถือมาถ่ายรูป เพื่อลงโซเชียลอย่างแน่นอน หรือคนอาจจะคิดว่ามันคือการก่อการร้ายวางระเบิด จึงทำให้เกิดไทยมุง ซึ่งนั่นละคือข้อเสียที่น่ากลัว และมันจะเป็นจุดจบของคนหลายๆ คนในช่วงซอมบี้ระบาด และถ้าคุณอยู่ในรถการเกิดอุบัติเหตุจนรถติดกันจนไปไม่ได้ต้องเกิดขึ้น  การอยู่ในรถเพื่อดูเหตุการณ์จะดีที่สุด เพราะโอกาสที่รถจะชนกันจนเกิดระเบิดมันเป็นได้ยาก  และอย่าเพิ่งลงจากรถ แต่จงโทรหาคนที่คุณรู้จัก อาจจะผ่านเฟสบุ๊คไลน์อย่าโทรด้วยซิม เพราะคู่สายจะเต็มต่างกับโซเชียลที่ไม่มีเรื่องนี้

อาวุธ

ถ้าพูดถึงเรื่องอาวุธในเกมที่ใช้สู้กับซอมบี้แล้ว เกม Dead Rising ดูจะเป็นตัวเลือกที่สมจริงและน่าสนใจ เมื่อเทียบกับเกมอื่นๆ เพราะในชีวิตจริงเราคงไม่เห็นปืนตกอยู่ตามข้างทาง หรือมีมีดพร้าเล่มโตตามบ้านในกรุงเทพอย่างแน่นอน ดังนั้นสิ่งที่คุณสามารถหาเป็นอาวุธได้คือไม้ หรือสิ่งของที่มีขนาดใหญ่ที่เอาไว้ตีหัว เพื่อหยุดการเคลื่อนไหวของซอมบี้ ซึ่งพวกที่วิ่งเร็วการตีมันด้วยไม้ดูจะไม่ใช่เรื่องที่ดี เพราะมันสามารถพุ่งชนคุณจนล้มได้ ยิ่งถ้ามาหลายตัวการวิ่งหนีจึงดีที่สุด และถ้าคุณเจออาวุธจำพวกขวานมีดอย่างอีโต้มีดพร้า การฟันหัวคนที่เป็นกะโหลกนั้นมันจะไม่เหมือนในหนังหรือเกม เพราะเมื่อเราฟันลงไปแล้ว โอกาสที่มีดขวานจะติดหัวซอมบี้จนแกะไม่ออกจะมีสูงมากๆ ดังนั้นการใช้ไม้ตีให้มันล้มจะเป็นทางที่ดีที่สุด

สถานที่หาอาหาร

ขอตัดเรื่องราวมาที่ตัวคุณ ซึ่งสามารถเอาชีวิตรอดมาได้จากวันแรกที่เกิดเรื่อง คุณอาจจะติดอยู่ในบ้านใครบางคนที่คุณไม่รู้จัก พร้อมกับผู้คนหลากหลายอาชีพที่มาแอบด้วยกัน ซึ่งภายในบ้านนั้นแน่นอนว่าต้องไม่มีอาหาร หรือมีของในตู้เย็นก็คงน้อยจนกินไม่นานก็หมด การออกไปหาอาหารโดยเฉพาะในเมืองหลวงอย่างกรุงเทพ ที่เต็มไปด้วยซอมบี้จึงค่อนข้างยากกว่าในต่างจังหวัด แต่ในทางกลับกันต่างจังหวัดจะหาอาหารได้ยากกว่าในเมือง เพราะในเมืองจะมีร้านค้ามากมายเปิดอยู่ แต่อย่าคิดว่าจะเข้าไปในห้างได้ เพราะอย่าลืมว่าห้างใหญ่ๆนั้นไม่มีประตูปิดที่มิดชิด เพราะแม้ห้างจะปิดก็ยังมีคนเข้าออกตลอดเวลา และยิ่งเวลาเกิดเรื่องอาจจะเป็นช่วงกลางวันที่มีคนเดินเต็มห้าง ดังนั้นที่นั่นต้องเป็นแหล่งรวมซอมบี้อย่างแน่นอน และเมื่อเกิดเหตุซอมบี้ขึ้นมา ไฟฟ้าทั่วเมืองต้องดับ ซึ่งในห้างเมื่อไฟดับมันก็คือถ้ำปิดตายดีๆ นั่นเอง  ดังนั้นร้านค้าจึงเป็นที่ๆ ดีที่สุด หรือหาตามบ้านคนที่น่าจะพอมีข้าวสารแก๊สแบบถัง ที่หุงหาอาหารต้มน้ำได้ รวมถึงเครื่องปรุงรสในครัวก็ทำเราพอจะรอดตายไปได้

เรื่องของอาหารที่กินได้และไม่ได้

อีกหนึ่งสิ่งที่เรามักจะคิดกันไม่ถึง นั่นคือเรื่องของอาหารที่กิน มันก็มีผลกับร่างกายของเราเช่นกัน ยกตัวอย่างขนมคบเคี้ยว ถ้าคุณกินเป็นจำนวนมากหรือเป็นเวลานาน คุณจะกระหายน้ำมากๆ ซึ่งนั่นส่งผลเสียต่อการดื่มน้ำที่หายากพอๆ กับอาหาร รวมถึงบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่แม้คุณจะกินได้ แต่คุณไม่สามารถกินมันทุกวัน เพราะแป้งในบะหมี่นั่นแทบไม่มีคุณค่าที่ร่างกายต้องการ แทนที่คุณจะมีชีวิตรอด ตรงข้ามคุณกลับค่อยๆอ่อนแรงเพราะขาดสารอาหาร จนสุดท้ายคุณก็กลายเป็นเหยื่อของซอมบี้ นี่ยังไม่นับเครื่องดื่มอย่างน้ำอัดลมกับของที่บูดเสีย ซึ่งส่งผลไม่ต่างกันเลย ดังนั้นไม่ใช่แค่เจออะไรก็ได้แล้วกิน แต่จงคิดถึงร่างกายที่ส่งผลระยะยาวด้วย การหาเนื้อสัตว์โปรตีนจึงจำเป็น และอย่าไปเชื่อในหนังที่ตัวละครยังแข็งแรง เพราะร่างกายเราที่ไม่ได้รับสารอาหารเพียงพอ ไม่นานคุณจะผอมหนังหุ้มกระดูกแน่นอน

อันตรายจากสัตว์ซอมบี้

แน่นอนว่าอีกหนึ่งสิ่งที่อันตรายไม่แพ้ซอมบี้คนนั่นคือซอมบี้สัตว์ ที่ในบ้านเรานั้นจะมีทั้งหมาแมวที่เดินไปมาบนถนน ซึ่งนั่นจะอันตรายมาก เพราะพวกมันจะเคลื่อนไหวได้เร็วกว่าซอมบี้มนุษย์ และการต่อกรพวกมันก็ยากกว่ามาก ดังนั้นการสังเกตและระวังภัยตรงจุดนี้จึงสำคัญมากๆ กับอีกหนึ่งกรณีคือการมีหมาเป็นคู่หูแบบในเกมหรือหนัง ซึ่งมันอาจจะช่วยเราในการหาตำแหน่งซอมบี้ หรือช่วยเราในการต่อสู้ แต่ในความเป็นจริงแล้วการฝึกหมาแบบนั้นได้ ต้องใช้เวลานานมากๆ และหมาส่วนมากถ้าไม่นับการจับมันมาเป็นอาหาร มันก็คือตัวถ่วงเพราะการเห่าของมันคือการเรียกซอมบี้ดีๆนั่นเอง ดังนั้นการมีสัตว์เลี้ยงคือสิ่งที่ไม่ควรมี ยกเว้นคุณจะต้องการโปรตีนจากเนื้อสัตว์

การเดินทาง

แน่นอนว่าการเดินทางที่ดีที่สุดในโลกที่เต็มไปด้วยซอมบี้คือรถ เพราะการอยู่ในเมืองหลวงนั้นคือความคิดที่ผิด เพราะไหนจะมีซอมบี้เยอะแล้ว ถนนที่โล่งพอจะให้รถวิ่งก็น้อยตามไปด้วย  ดังนั้นถ้าคุณจะอยู่ในเมืองหลวง การเดินด้วยเท้าจึงดีที่สุด ส่วนรถนั้นมีเอาไว้หลับนอนยามค่ำคืนที่ดีที่สุด แต่ต้องเปิดกระจกไว้เล็กๆเพื่อหายใจ และต้องทนอากาศร้อนให้ได้ ส่วนต่างจังหวัดที่มีถนนโล่งๆ รถยนต์ดูจะดีที่สุดยิ่งถ้าคุณเป็นช่าง ก็สามารถแต่งรถให้ป้องกันซอมบี้ได้ด้วย แต่ก็อย่างที่บอกว่าในโลกแห่งความจริงกับในหนังกับเกมมันต่างกัน

ที่อยู่อาศัย

เรื่องของที่อยู่อาศัยนั้นสามารถแยกย่อยออกไปได้หลายแบบเลยทีเดียว เพราะในบ้านเรานั้นมีบ้านอยู่หลายแบบมากๆ ทั้งบ้านแบบมีรั้วรอบขอบชิด ไปจนถึงบ้านที่ไม่มีรั้ว และบ้านตามต่างจังหวัด ซึ่งแน่นอนว่าบ้านแบบที่มีรั้วกั้นมิดชิดจะดีกว่า ในการเอาตัวรอดจากซอมบี้ แต่ถ้าบ้านแบบนี้อยู่ไกลจากชุมชน การออกหาอาหารไปกลับบ้านที่ไกล ก็ดูจะไม่คุ้มกับการเดินทางที่เสี่ยง ดังนั้นการอยู่ที่ไหนก็ได้มีมีที่ปิดมิดชิด ไม่ร้อนอบอ้าวมีที่หลบหนีและไม่รถเต็มไปด้วยขยะ  เพียงแค่นี้คุณก็สามารถมีที่อยู่ได้ ยิ่งอยู่ที่สูงก็มีโอกาสเห็นทุกอย่าง แต่นั่นก็ต้องคิดถึงทางหนีหลายๆทาง ทั้งแบบหลบคนที่มาทำร้ายไปจนถึงซอมบี้ การทำกับดักเตือนภัยด้วยเสียงอย่างกระป๋องผูกเชือก กับดักโจมตีอย่างหลุมหรือสิ่งที่ตกหัวศัตรูก็สำคัญมากๆ ที่คุณควรคิดค้นทำขึ้นมาเพื่อเอาชีวิตรอด

ผู้คน

เรื่องสุดท้ายที่เราอาจจะพูดถึงในการเอาตัวรอด จากโลกที่เต็มไปด้วยซอมบี้ก็คือผู้คน ซึ่งเรานั้นจะได้พบกับผู้คนมากมายหลากหลายแบบ ที่มีทั้งคนดีคนเลวคนเห็นแก่ตัว และยิ่งในโลกที่ไม่มีกฎหมาย หรืออะไรมาควบคุมดูแล การที่มนุษย์จะเผยธาตุแท้ออกมานั้นย่อมมีอยู่แน่นอน  ดังนั้นการไว้ใจคนจึงยากมากๆ เพราะทุกคนสามารถฆ่ากันเพื่ออาหารและอาวุธได้ และแม้แต่ตัวคุณเองก็ด้วย ที่จะเป็นคนอย่างไรเมื่อโลกเป็นแบบนี้ คุณจะเป็นคนดีช่วยเหลือทุกคน หรือเป็นคนหวงที่หวงอาหารฆ่าทุกคนที่เข้ามาแย่งอาหาร คุณเท่านั้นที่เป็นคนตัดสินใจว่าจะเลือกเป็นพระเอก (นางเอก) ช่วยผู้คน หรือเป็นตัวร้าย นี่ยังไม่นับกรณีของหญิงสาวที่อาจจะถูกล่วงละเมิดทางเพศด้วย ดังนั้นชายหญิงจึงมีการระวังตัวที่ต่างกัน เพราะโลกที่ไร้ซึ่งกฎระเบียบคนธรรมดาก็น่ากลัวไม่แพ้ซอมบี้

เป็นอย่างไรกันบ้างกับสิ่งต่างๆที่เกี่ยวกับการเอาตัวรอด เมื่อโลกนี้เต็มไปด้วยซอมบี้ ซึ่งข้อมูลที่กล่าวมานั้น เป็นการอ้างอิงถึงหลักความเป็นจริงที่น่าจะเกิดขึ้น มากกว่าสิ่งที่เราเห็นในหนังเกมหรือซีรี่ส์ รวมถึงการเอาประเทศไทยบ้านเรามาพูดถึง ซึ่งแน่นอนว่ามันคงจะไม่มีวันเกิดขึ้น แต่อะไรๆก็สามารถเกิดขึ้นได้บนโลกกลมๆใบนี้ การศึกษารู้ไว้ก็ไม่ใช่เรื่องที่ผิด ยังไงก็อ่านเอาสนุกก็พอ และถ้าข้อมูลผิดพลาดตรงไหนก็ขออภัยมาด้วย ส่วนครั้งหน้าจะเป็นเรื่องอะไรก็ติดตามกันได้

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

บทความวงการเกม

บทสรุปเนื้อเรื่อง Red Dead Redemption 2 ตอนที่ 2

Published

on

Red Dead Redemption 2 ผลงานล่าสุดของผู้พัฒนาชื่อก้อง Rockstar Games (มีผลงานเก่า อาทิ ซีรีส์ Grand Theft Auto, Max Payne) เป็นเกมสไตล์แอคชั่นผจญภัย ที่มีบรรยากาศแบบอเมริกันโอลด์เวสต์ยุคปี 1899 และได้รับคำชื่นชมจากสำนักวิจารณ์อย่างล้นหลาม โดยเฉพาะด้านรายละเอียดความสมจริง เนื้อเรื่องที่เข้มข้น และตัวละครที่มีพัฒนาการน่าติดตาม

ในเกมนี้เราจะได้รับบทเป็น ‘อาเธอร์ มอร์แกน’ (Arthur Morgan) ผู้เป็นส่วนหนึ่งของแก๊ง ‘แวนเดอร์ลินด์’ (Van der Linde) กลุ่มอาชญากรรมที่พบว่ายุคสมัยของคนนอกกฏหมายแบบตนนั้นหมดไปแล้ว อารยธรรมคืบคลานมาปกคลุม สังคมทุนนิยมเติบโตเข้มแข็ง กลุ่มแก๊งมากหน้าหลายตาไม่อาจหนีพ้นกฏหมายบ้านเมือง เหล่าแวนเดอร์ลินด์ก็เช่นกัน พวกเขายากจะยอมรับได้และยากจะปรับตัวกับความเปลี่ยนแปลง

เนื่องจากเกมนี้มีเนื้อหาที่กว้างใหญ่ มีเหตุการณ์ย่อยและเควสเสริมมากมายหลายเควส บางจุดก็จะต่างกันไปในการเล่นของแต่ละคน ตามเส้นทางการเล่นแบบ Honorable และ Dishonorable บทความนี้เป็นเนื้อเรื่องจากการเล่นแบบ Honorable ที่จะพูดถึงเรื่องราวของอาเธอร์เป็นหลัก และสอดแทรกความรู้สึกนึกคิดของเขาที่ถ่ายทอดผ่านทางสมุดบันทึกในเกมค่ะ

พร้อมแล้วก็มาเริ่มกันได้เลย!

ตอนก่อนหน้า >> บทที่ 1 <<

คำเตือน : มีการสปอยล์เนื้อหาสำคัญของเกม


จากตอนที่แล้ว พวกอาเธอร์ได้ขึ้นเรือมุ่งหน้ากลับมาที่ฝั่งอเมริกาหลังจากการปล้นธนาคารครั้งใหญ่ล้มเหลว ชะตากรรมของชาวแก๊งที่เหลือนั้นจะเป็นเช่นไร?

โรคร้ายเกาะกุม

‘Cruel, cruel world, must I go on? Cruel, cruel world, I’m moving on

โลกนี้มันโหดร้าย ต้องอยู่ต่อล่ะรึ? โลกนี้มันโหดร้าย แต่ก็ต้องอยู่ต่อไป

I’ve been living too fast. I’ve been living too wrong.

ข้าปล่อยให้ชีวิตผ่านพ้นไวเกินไป ข้าปล่อยให้ชีวิตหลงทางนานเกินไป’

-เพลงประกอบ Red Dead Redemption 2

‘Cruel World’ โดย Josh Homme

อาเธอร์ไปที่ค่ายพักด้วยความร้อนใจ แม้จะไม่พบใครแต่ก็ได้เจอจดหมายที่พวกผู้หญิงทิ้งร่องรอยไว้ให้ ชี้ทางไปยังที่กบดาน จนได้เจอกับชาวแก๊งที่หนีรอดตำรวจมาได้ ในระหว่างที่พวกเขาไม่อยู่ ซาดี้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำ ช่วยเหลือให้ผู้หญิงทุกคนรอดมา และก็ต่อสู้กับแก๊งโอดริสคอลที่ตามมารังควานยามแก๊งแวนเดอร์ลินด์อ่อนแอ แต่ยังไม่ทันจะได้ถามไถ่รายละเอียด ตำรวจพิงเกอร์ตันก็ตามติดมายังที่ซ่อนตัว เป็นการยืนยันข้อสงสัยที่คุกรุ่นในใจหลายๆคนมานาน มีหนอนบ่อนไส้ในแก๊งแวนเดอร์ลินด์แน่นอน ตำรวจจึงตามติดพวกเขาได้อย่างว่องไวแบบนี้

นอกจากการกังวลเรื่องคนทรยศในแก๊ง สุขภาพของอาเธอร์ก็ยังย่ำแย่ เขามีอาการไอเรื้อรังมาพักใหญ่แล้ว แต่ก็ไม่ได้คิดจะไปพบแพทย์ เพราะคิดว่าเป็นวิบากกรรมที่ประดังประเดเข้ามาติดๆกันจนเขาเหนื่อยอ่อนเฉยๆ ซาดี้ปรึกษาว่าจะช่วยเหลือจอห์นอย่างไรดี ตามข่าวที่ได้รับมา จอห์นถูกจับและส่งตัวไปที่คุกซิซิก้า (Sisika) เพื่อรอกำหนดวันที่จะถูกนำไปประหารด้วยการแขวนคอกลางเมือง ในช่วงที่วางแผนวิธีการช่วยเหลือจอห์นนั้นเอง อาเธอร์ก็ล้มสลบลงในเมือง มีชาวบ้านใจดีเข้ามาดูอาการเขาและพาไปส่งที่คลินิก เมื่อได้พบแพทย์และตรวจอาการ อาเธอร์ก็ต้องพบกับข่าวร้าย

‘ตกลงผมเป็นอะไร’

‘ข่าวไม่ดีเท่าไหร่นะพ่อหนุ่ม’

‘ก็พอเดาได้อยู่ มันคืออะไร’

‘เธอเป็นวัณโรค’

โรค Tuberculosis หรือวัณโรค เป็นโรคร้ายแรงในคริสต์ศตวรรษที่ 19 อาการคือ เจ็บแน่นหน้าอก เหนื่อยหอบ อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร ไอเรื้อรังมีเลือดปน ผู้ป่วยส่วนมากในยุคนั้นต้องเสียชีวิต

ทั้งตื่นตระหนกและสับสน โรคร้ายในยุคนั้นการรักษาไม่มีประสิทธิภาพนัก หากเป็นวัณโรคแล้วก็เท่ากับรอวันตาย อาเธอร์พยายามเค้นความคิดว่าเขาไปติดโรคนี้มาจากที่ไหน เมื่อนึกออกก็ต้องสมเพชตัวเองในใจ เขาติดโรคมาจากมิสเตอร์ดอว์นส์ ลูกหนี้ชาวนาที่ทำงานทั้งที่ป่วย และถูกเขาซ้อมจนอาการทรุดหนักถึงตาย

ตอนที่โฮเซ่ยังอยู่ พวกเขาเคยคุยกันเรื่องความตาย โฮเซ่ถามว่าอาเธอร์อยากตายแบบไหน อาเธอร์บอกว่าเขาไม่สนเท่าไหร่ คงนอนตายมองอาทิตย์ตกดิน คิดถึงเรื่องราวเก่าๆที่ตัวเองทำมา จบชีวิตจมไปกับอดีตที่เคยมีความสุข แต่ถึงตอนนี้ เขาไม่แน่ใจแล้วว่าเขาจะยอมรับมันอย่างสงบได้ไหม พอมันใกล้มาถึง ความตายช่างน่ากลัว

แม้จะป่วยขึ้นเรื่อยๆ แต่อาเธอร์ก็ไม่อยากรับความสงสารจากใคร เขาจะพยายามทำหน้าที่ในแก๊งต่อไป เริ่มด้วยการรุดไปช่วยเหลือจอห์นออกมาจากคุก เขาและซาดี้จ้างวานนักประดิษฐ์บอลลูนให้พาเขาลอยขึ้นไปเหนือคุกซิซิก้าเพื่อหาตัวจอห์น เมื่อเห็นจอห์นจากบนบอลลูนได้ไม่นาน บอลลูนก็ถูกเจ้าหน้าที่ยิงขับไล่ออกมา พอดีกับที่ซาดี้ซึ่งคุมเชิงอยู่ที่พื้นดินถูกแก๊งโอดริสคอลโจมตี อาเธอร์จึงต้องล่าถอยไปช่วยซาดี้ก่อน หลังจากตอบโต้พวกโอดริสคอลไปได้ ทั้งคู่ก็รู้ข่าวว่า แก๊งโอดริสคอลกำลังวางแผนจะช่วย คอล์ม หัวหน้าแก๊งที่ถูกตำรวจจับและกำลังจะถูกแขวนคอ พอดัตช์ทราบข่าวนี้เขาก็นัดแนะกับอาเธอร์และซาดี้ให้รอคอยขัดขวางแผนของแก๊งโอดริสคอลในวันประหารของคอล์มให้ดี

ระหว่างนั้นเอง อาเธอร์กับชาร์ลส์ก็ออกตามหาทำเลค่ายพักใหม่ให้แก๊งท่ามกลางบรรยากาศที่ตึงเครียด คนในแก๊งเริ่มไม่ไว้ใจวางกันและกัน โชคดีที่ชาร์ลส์เป็นคนที่ซื่อสัตย์และพึ่งพาได้ เขารอดจากตำรวจมาได้หลังจากช่วยล่อให้ทุกคนหนีไปในงานปล้นที่ล้มเหลว แต่เขาก็ยังกลับมาช่วยแก๊งแวนเดอร์ลินด์ต่อไป พอได้ที่อยู่ใหม่แล้ว ก็ถึงวันประหารของคอล์มพอดี ดัตช์ อาเธอร์ ซาดี้ ขัดขวางแผนการช่วยเหลือของโอดริสคอลได้ คอล์มจึงถูกแขวนคอกลางเมืองเซนต์เดนนิส ปิดฉากชีวิตจอมโจร และแก้แค้นให้ซาดี้ได้สำเร็จ…

โอดริสคอลล่มสลายไปแล้ว ดัตช์เริ่มวางแผนได้อย่างไม่มีเรื่องคู่อริมากวนใจ แต่แก๊งที่ไม่มีโฮเซ่แล้วก็ดูจะขาดสมดุล ดัตช์ไม่มีคนคอยห้ามปรามแผนการอันบ้าระห่ำอีกต่อไป ในขณะที่ไมคาห์ก็ฉวยโอกาสที่อาเธอร์ร่างกายอ่อนแอ แสดงทีท่าและออกความเห็นขัดแย้งข่มอาเธอร์อย่างชัดเจน ไมคาห์เริ่มมีอิทธิพลในแก๊งมากขึ้นทุกที

คำพูดของไมคาห์เริ่มเปลี่ยนแปลงดัตช์ โลกนี้มีแค่คนที่รอด กับคนที่ตาย จะด้วยวิธีการไหนก็ไม่สำคัญ หลังจากความผิดหวังที่แผนล้มเหลวครั้งแล้วครั้งเล่า ดัตช์ก็เริ่มจะมองที่ผลลัพธ์มากกว่าอุดมการณ์ ไมคาห์ชักจูงให้ดัตช์ใช้วิธีที่ป่าเถื่อนรุนแรง

เมื่ออาเธอร์ทักท้วง ติติงแผนการอันตราย ก็เป็นเหมือนคำพูดบาดหูจี้ใจดำดัตช์ให้ระลึกถึงความล้มเหลวที่ผ่านมา ดัตช์มองว่าอาเธอร์เริ่มหมดศรัทธาในตัวเขา เขาไว้ใจในตัวอาเธอร์น้อยลงเรื่อยๆตามคำแนะนำของไมคาห์ ประกอบกับอาการเจ็บป่วยทำให้อาเธอร์พึ่งพาไม่ได้เหมือนเก่า ทำให้คุณค่าของอาเธอร์ยิ่งลดน้อยถอยลงไปในสายตาดัตช์

เมื่อหมดประโยชน์ ก็ต้องทอดทิ้ง?

ระหว่างการเล่นที่ผ่านมา หากอาเธอร์คอยช่วยเหลือผู้อื่น ทำความดี เขามักจะฝันเห็นภาพกวางในป่าที่สวยงาม กลับกันหากผู้เล่นเลือกเล่นแบบ Dishonor ก็จะเห็นภาพหมาป่าในความมืดแทน

ขมวดปม บทสุดท้าย

วันประหารจอห์นใกล้เข้ามา อาเธอร์และซาดี้เพียงสองคนรีบดำเนินแผนการช่วยจอห์นออกจากคุกจนสำเร็จ จอห์นที่ดูกังวลใจสารภาพกับอาเธอร์…ในตอนที่ปล้นธนาคารแล้วเขาถูกตำรวจจับ ดัตช์ก็ยืนอยู่ในบริเวณนั้นและเห็นเหตุการณ์ แต่ไม่มีท่าทีจะช่วยเหลือเขาเลยสักนิด… และพอกลับมาถึงค่ายพัก แทนที่ดัตช์จะดีใจ ดัตช์กลับต่อว่าอาเธอร์ที่ทำอะไรตามอำเภอใจ บุกไปช่วยจอห์นทั้งที่เขายังไม่สั่ง ดัตช์อ้างว่าเขามีแผนจะช่วยจอห์นอยู่แล้วแค่ไม่ใช่ตอนนี้ แม้อาเธอร์จะชี้แจงแต่ดัตช์ก็ไม่รับฟัง และเดินหนีไปเพื่อวางแผนการต่อกับไมคาห์

อาการเจ็บป่วยทางกายไม่เท่าปวดใจ เมื่ออาเธอร์ไม่สามารถดึงสติดัตช์ได้อีกแล้ว ทุกอย่างที่ดัตช์เคยพร่ำสอน อุดมการณ์และความภักดีที่เขาเคยยึดมั่น ราวกับมันไม่เคยเกิดขึ้นเลย ดัตช์สร้างแผนขึ้นมากับไมคาห์ พวกเขาจะป่วนเจ้าหน้าที่ทั้งรัฐให้วุ่นวายโกลาหลด้วยการก่อวินาศกรรมตามจุดต่างๆ เขาถึงกับฆ่าเศรษฐีคอร์นวอล และจับมือกับเหล่าอินเดียนแดงของอีเกิ้ลฟลายส์เพื่อก่อสงครามกับเจ้าหน้าที่

ดัตช์ใช้คำพูดสวยหรูที่ตนเองถนัด ช่วยปลุกระดมเหล่าอินเดียนแดงหนุ่มให้คิดว่าการถวายชีวิตเพื่ออิสระเป็นหนทางที่ถูกต้อง แท้จริงแล้วดัตช์ไม่ได้สนใจความเป็นอยู่ของพวกอินเดียนแดงเลยสักนิด เขาแค่ต้องการยืมมือชาวพื้นเมืองให้ก่อเรื่องวุ่นวาย ในขณะที่อาเธอร์และชาร์ลส์พยายามช่วยเรนส์ฟอลเจรจากับรัฐบาล ให้เรื่องจบลงโดยเสียเลือดเสียเนื้อน้อยที่สุด แต่การเจรจาก็ล้มเหลว

ดัตช์ตกลงให้แก๊งเข้าช่วยเหลือชาวพื้นเมืองโจมตีใส่โรงงานของรัฐบาล

ในตอนที่แก๊งแวนเดอร์ลินด์ช่วยพวกอินเดียนแดงบุกรุกโรงกลั่นน้ำมัน อาเธอร์พลาดท่ากำลังจะถูกเจ้าหน้าที่ฆ่า แต่ดัตช์กลับไม่เหลียวหันกลับมาช่วย กลายเป็นอีเกิ้ลฟลายส์ที่กระโจนเข้ามาช่วยอาเธอร์แบบไม่ลังเลเพราะถือว่าเขาคือผู้มีพระคุณที่คอยช่วยเหลือเผ่าของเขามาหลายครั้ง อีเกิ้ลฟลายส์บาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตลงภายหลัง

ในช่วงเวลาที่ผ่านมา การได้ถูกช่วยเหลือ และการได้ช่วยเหลือคนอื่นนอกเหนือจากแก๊งของตัวเอง เริ่มทำให้อาเธอร์มองชีวิตในมุมมองที่เปลี่ยนไป ไม่ว่าจะเป็นการช่วยสอนหญิงหม้ายให้ล่าสัตว์เลี้ยงตนเป็น ช่วยออกแรงจัดการคนเลวให้บาทหลวงและซิสเตอร์ในเมือง ช่วยเหลือหนุ่มสาวให้หนีไปจากตระกูลคู่อริ ก่อนหน้านี้ แก๊งและความภักดีต่อดัตช์ คือทุกอย่างในของชีวิตเขา แต่ในยามนี้ที่เขาใกล้จะตาย การช่วยเหลือผู้อื่นกลับกลายเป็นสิ่งที่พิสูจน์ว่าการมีอยู่ของเขานั้นมีคุณค่า

หนึ่งในการช่วยเหลือนั้น คือแม่ลูกครอบครัวดอว์นส์ หลังจากสามีตายเพราะจ่ายหนี้ คนเป็นแม่ต้องไปขายบริการถูกย่ำยี คนลูกต้องทำงานในเหมืองถ่านหิน อาเธอร์ที่ได้พบกับทั้งสองโดยบังเอิญในภายหลังพยายามจะช่วยให้ทั้งคู่ได้หนีไปเริ่มชีวิตใหม่ เขาไม่สนใจว่าทั้งสองคนจะให้อภัยเขาหรือไม่ที่เป็นต้นเหตุทำให้มิสเตอร์ดอว์นต้องตาย แต่เขาจะช่วยแม่ลูกคู่นี้ให้ได้มีชีวิตที่ดี ในสังคมที่ไม่มีใครสนใจใคร มีแต่เขาเท่านั้นที่ใส่ใจมากพอจะช่วยแม่ลูกครอบครัวดอว์นส์

และความคิดของอาเธอร์ก็เริ่มตกตะกอน กระจ่างชัดขึ้น เมื่อพบกับซิสเตอร์คัลดรอนที่เขาเคยช่วยไว้ด้วยเรื่องเล็กๆน้อยๆ เธอกำลังจะเดินทางไปเม็กซิโกเพื่อช่วยเหลือผู้ยากไร้ เมื่อรู้ว่าอาเธอร์กำลังจะตายด้วยวัณโรค ทั้งสองก็นั่งคุยกันที่ชานชาลารถไฟ

‘ผมใช้ชีวิตมาแบบผิดๆทั้งชีวิตเลย’

‘เราทุกคนนั่นแหล่ะ เคยทำเรื่องผิดๆมาทั้งนั้น แต่ฉันเข้าใจตัวตนที่แท้จริงของคุณนะ ’

‘โอ๊ย ซิสเตอร์ไม่รู้จักผมหรอก’

‘นั่นแหล่ะ~ ปัญหา คุณต่างหากที่ไม่รู้จักตัวเอง ทุกครั้งที่เราเจอกัน

ฉันก็เห็นแต่คุณกำลังช่วยเหลือผู้อื่น ด้วยความจริงใจ และรอยยิ้ม

ชีวิตก็เป็นแบบนี้ คุณมอร์แกน มีแต่ความเจ็บปวด

แต่มันก็มีความรักและความสวยงามอยู่ด้วย’

‘แล้วผมจะทำยังไงต่อไปดี’

‘ดีใจเถิด ที่คุณได้เห็นเป้าหมายในชีวิตชัดเจน ลองช่วยเหลือผู้อื่นต่อไปดูสิ

คุณเข้าใจความสุขใจในการช่วยผู้อื่นแล้วนี่’

‘แต่ผมก็ยัง..ไม่รู้ว่าจะศรัทธาอะไรอยู่ดี’

‘ฉันก็เหมือนกัน เป็นอยู่บ่อยๆเลย’

‘ซิสเตอร์เนี่ยนะ?’

‘ใช่ซิ แต่พอฉันเจอคนแบบคุณ ทุกอย่างก็สมเหตุสมผลขึ้นมาทันที!’

‘ฮ่าฮ่า ผมตามซิสเตอร์ไม่ทันแล้วล่ะ เฮ้อ…’

‘ผมคิดว่าผม…กลัว’

‘ไม่มีอะไรที่ต้องกลัว คุณมอร์แกน 

ลองเสี่ยงที่จะเชื่อว่าความรักความห่วงใยมีอยู่จริง เสี่ยงที่จะเชื่อว่าความดีนั้นคุ้มค่าพอที่จะทำ’

ในที่สุดเขาก็เริ่มเข้าใจ การช่วยเหลือ การทำ‘ดี’ ที่ไม่ได้ทำเพื่อให้ตนเองรู้สึกดี ไม่ใช่ยศบารมีที่จะเอามาเชิดชูหักลบกับการทำชั่ว เป็นครั้งแรกในชีวิตที่เขารู้สึกถึงความสงบในใจที่ได้ช่วยเหลือคนอื่น แต่นั่นก็ไม่ใช่สิ่งที่เขาคำนึงถึงตอนที่ทำ เขาทำก็เพียงเพราะมันเป็นเรื่องที่ควรทำ

เมื่อมองพ้นไปจากชีวิตของตัวเองและชีวิตในแก๊ง อาเธอร์เห็นวิถีชีวิตอีกมากมายที่น่ายกย่อง และมองเห็นจุดมุ่งหมายของการมีอยู่ของตน น่าเสียดายที่มันมากระจ่างชัดในช่วงท้ายของชีวิต

คุณค่าของเขาที่มีต่อแก๊ง ก็เป็นการแค่การถูกใช้ประโยชน์จากดัตช์ แม้แต่คำว่าแก๊งแวนเดอร์ลินด์ ก็เป็นแค่สิ่งที่ดัตช์เอามาใช้เป็นข้ออ้างให้เขาเสียสละเพื่อเป้าหมายของดัตช์เอง คำว่าแก๊งแวนเดอร์ลินด์ไม่ได้มีความหมายอะไรที่น่าปกป้องอีกแล้ว สิ่งที่เขายังปกป้องได้ คือผู้คนที่เขารักและผูกพันในแก๊งต่างหาก

ณอน คีแรน เลนนี่ โฮเซ่ และอีกหลายคนต้องตายจากไป แต่ด้วยเวลาที่เหลือน้อยนิด เขายังเปลี่ยนแปลงชีวิตของหลายๆคนได้ เขายังช่วยคนอื่นได้ ทั้ง ทิลลี่ เด็กสาวจิตใจดีในแก๊ง ซาดี้และชาร์ลส์ที่อยู่ฝ่ายเขาเสมอ จอห์นและครอบครัวที่มีอบิเกลกับแจ็ค ถึงเขาจะตาย แต่คนเหล่านี้ยังมีชีวิตที่ดีต่อไปได้ เขาแนะนำจอห์น ให้เตรียมแยกตัวไปจากแก๊งเมื่อสบโอกาส ซึ่งจอห์นก็เห็นด้วยที่จะทำเพื่ออนาคตของแจ็ค แต่เมื่ออาเธอร์เกริ่นเรื่องนี้กับดัตช์ ดัตช์กลับโมโหมาก แต่ก็เก็บความไม่พอใจในตัวอาเธอร์ไว้ก่อน เพราะดัตช์ต้องการให้อาเธอร์ช่วยปล้นรถไฟของรัฐบาลที่ขนเงินก้อนโตไปซ่อมแซมสถานที่ซึ่งดัตช์สั่งให้แก๊งไปก่อวินาศกรรมไว้

คนสุดท้าย ที่อยากช่วย

ผู้ชายในแก๊งรวมถึงซาดี้ถูกเรียกให้ไปร่วมดำเนินแผนการปล้นรถไฟของไมคาห์และดัตช์ แม้แผนจะสำเร็จได้เงินก้อนโต แต่จอห์นก็ตกรถไฟหายไประหว่างการปล้น พร้อมกับที่พิงเกอร์ตันบุกไปที่ค่ายพัก ทิลลี่กับแจ็คหลบซ่อนทัน แต่อบิเกลถูกจับตัวไป ดัตช์ไม่สนใจจะแบ่งคนไปช่วย และยืนยันให้ทุกคนตั้งสมาธิกับการหนีตามคำแนะนำของไมคาห์

เหมือนความหวังวูบสุดท้ายของอาเธอร์ได้ดับลง ดัตช์ที่เขาเคยรู้จักไม่มีอยู่แล้ว กลายเป็นคนที่ทอดทิ้งได้แม้แต่สมาชิกแก๊งซึ่งเคยยึดมั่นว่าจะเป็นครอบครัวเดียวกัน อาเธอร์รีบส่งทิลลี่และแจ็คให้หนีไปรอยังที่ปลอดภัย พร้อมให้เงินทั้งหมดที่เขามีไปด้วย เขาไม่ต้องใช้มันแล้ว

‘ไปเลยทิลลี่ เธอเป็นเด็กดีมาก ต้องมีชีวิตที่ดีต่อไปนะ เข้าใจมั้ย’

‘ค่ะ อาเธอร์…หนูคงคิดถึงคุณมาก’

‘ฉันรู้ ทิลลี่ ฉันก็เหมือนกัน’

ซาดี้และอาเธอร์ตัดสินใจบุกไปช่วยอบิเกลเพียงสองคน แม้จะต้องต่อสู้กับเจ้าหน้าที่พิงเกอร์ตันมากมายแต่ทั้งคู่ก็สู้ถวายชีวิต จนได้เจอกับอบิเกลที่ถูกมัดไว้ อาเธอร์กำลังจะตัดเชือกให้แต่แล้วเจ้าหน้าที่มิลตันที่ซ่อนอยู่ก็ปรากฏตัวขึ้น เขาพูดย้อนถึงอดีตที่เคยเตือนอาเธอร์ให้วางมือจากแก๊ง พร้อมบอกข้อเท็จจริงที่น่าตกใจ

‘ไม่ใช่ทุกคนในแก๊งแกหรอกนะ ที่คุณธรรมสูงส่ง

ไอ้เจ้าไมคาห์เบล ตั้งแต่กลับมาจากเกาะนั่น

ก็เป็นแหล่งข้อมูลที่ดีให้พวกเรามานานแล้ว’

อาเธอร์ฉวยโอกาสเสี้ยวพริบตากระโจนใส่มิลตัน แต่ด้วยสุขภาพที่เลวร้ายก็ทำให้มิลตันได้เปรียบ ขณะที่กำลังจะเพลี่ยงพล้ำ อบิเกลก็ดิ้นหลุดและเหนี่ยวไกฆ่ามิลตันได้สำเร็จ หลังจากนั้นอาเธอร์กึ่งบังคับแกมขอร้องให้อบิเกลและซาดี้หนีไปสมทบกับทิลลี่และแจ็ค ทั้งคู่เป็นผู้หญิงที่ดี สมควรจะได้มีชีวิตที่ดี อบิเกลและซาดี้จึงหนีไปแม้จะเป็นห่วงอาเธอร์

แม้อาเธอร์จะหายใจแทบไม่ไหว แต่ยังมีเรื่องสุดท้ายที่เขายังค้างคา ยังมีคนสุดท้ายที่เขาอยากช่วยให้ตาสว่าง และเขายังมีภาระ ต้องกระชากหน้ากากหนอนบ่อนไส้อย่างไมคาห์ให้ดัตช์ได้รู้

การไถ่ถอน

‘The day is done, time has come. You battled hard, the war is won.

สิ้นสุดวันนี้ ถึงเวลาต้องไป เธอสู้สุดใจ สุดท้ายก็กำชัย

You did your worst, you tried your best. Now it’s time to rest.

เธอทำมาแล้ว ไม่ว่าร้ายรึดี ก็ถึงเวลา ต้องพักเสียที’

-เพลงประกอบ Red Dead Redemption 2

‘See The Fire In Your Eyes’ โดย Woody Jackson

อาเธอร์มุ่งหน้ากลับไปประจันกับดัตช์และไมคาห์ พวกเขากำลังจะหนี อาเธอร์ประกาศกร้าวว่าไมคาห์เป็นหนอนบ่อนไส้ ดัตช์ตกใจกับความจริงนี้ แต่เขาก็ลังเล…ต่อให้เขาเชื่ออาเธอร์ตอนนี้ ก็ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะเป็นศัตรูกับไมคาห์ ลืมเรื่องที่แล้วมาไปซะแล้วทำตามแผนที่ร่วมวางกันไว้จะเป็นผลดีกับเขามากกว่า

แต่แล้วจอห์นก็โผล่มาสมทบกับอาเธอร์ พร้อมบอกว่าดัตช์ทิ้งเขาให้ตายตอนปล้นรถไฟ นี่เป็นครั้งที่สองแล้วที่ดัตช์ทิ้งเขาต่อหน้าต่อตา ไม่ทันที่ดัตช์จะแก้ตัว เจ้าหน้าที่พิงเกอร์ตันที่เหลือก็ตามมาระดมยิงใส่ทั้งสองฝ่าย จนทั้งหมดต้องล่าถอยขึ้นภูเขาไป

ม้าของอาเธอร์และจอห์นถูกยิงตาย ทั้งคู่จึงต้องวิ่งหนีขึ้นทางที่สูงชัน อาเธอร์ที่เหนื่อยหอบรู้ตัวทันทีว่าเขาคงไปกับจอห์นไม่ได้แล้ว

‘หนีไปเลย ไม่ต้องหันกลับมา’

‘ไม่เอาน่าอาเธอร์! สู้หน่อย’

‘ข้าสู้เต็มที่แล้ว เราไปทั้งคู่ไม่รอดหรอก ข้าจะยันพวกมันไว้เอง

ไปเถอะ… การที่เอ็งจะรอด มันมีความหมายกับข้ามากจริงๆ ได้โปรด’

‘อาเธอร์!’

‘ไม่มีเวลาพูดมากแล้ว ทำตัวเป็นลูกผู้ชาย แล้วก็รีบๆไปหาครอบครัวซะ!’

‘เอ็ง…เอ็งเป็นเหมือนพี่ชายข้า’

‘ข้ารู้…ข้ารู้ดี’

อาเธอร์ยกกระเป๋าเป้ใบสำคัญและหมวกให้กับจอห์น แม้ทั้งสองจะเคยเข้ากันไม่ค่อยได้ แต่การได้ผ่านอะไรหลายอย่างมาด้วยกัน ต่อสู้เพื่อกันและกันมามาก ก็ทำให้อาเธอร์ไม่นึกเสียดายที่จะเสียสละให้จอห์นได้มีชีวิตที่ดี ชีวิตที่ถูกต้อง และสำหรับจอห์นอาเธอร์ก็เป็นเหมือนพี่ชายที่เขานับถือได้อย่างภาคภูมิ จอห์นกลั้นน้ำตาและวิ่งต่อไปเพื่อตามไปปกป้องอบิเกลและแจ็ค

อาเธอร์ยืนมองจนลับตา สมบัติทั้งชีวิตของเขาส่งต่อให้จอห์นแล้ว แต่กระนั้นเขาก็จะสู้จนวินาทีสุดท้าย เมื่อยิงตอบโต้กับเจ้าหน้าที่จนหมด ไมคาห์ก็ดักโจมตีอาเธอร์แบบไม่ทันตั้งตัว

‘เสร็จข้าแน่ ไอ้ปอดดำ ข้าเนี่ยแหล่ะคนที่จะรอด!

โลกนี้ มีแค่คนที่รอดกับคนที่ไม่รอดโว้ย’

ไมคาห์ระดมชกอาเธอร์ไม่ยั้งด้วยความคับแค้น มันอัดอั้นตันใจมานานแล้วที่ต้องอยู่ใต้เงาอาเธอร์ ชิงชังหมั่นไส้ที่เห็นอาเธอร์เป็นคนที่ดีกว่า อิจฉาที่ทุกคนในแก๊งให้ความเคารพนับถืออาเธอร์

‘ไอ้ขี้โรค! ไอ้กระจอก! แกไม่รู้หรอกว่าข้ารอเวลานี้มานานแล้ว

ฆ่าแกเสร็จแล้ว ก็จะถึงตาไอ้จอห์น’

อาเธอร์รวบรวมพลังใจเฮือกสุดท้าย ยันตัวขึ้นสู้ พร้อมหัวเราะในความขี้ขลาดของไมคาห์

‘แกต่างหากที่กระจอก ไอ้ตาขาว! ไมคาห์

แค่คนใกล้ตาย ยังไม่มีปัญญาจะฆ่า!’

ทั้งคู่สู้กันจนบาดเจ็บหนัก และแล้ว..ดัตช์ก็โผล่มา เหยียบมืออาเธอร์ตอนที่จะคว้าปืนบนพื้น อาเธอร์หมดแรงจะขัดขืน ได้แต่พูดสิ่งสุดท้ายที่อยากจะบอกกับดัตช์ ผ่านลมหายใจรวยรินที่ใกล้ดับ

‘…ดัตช์

ไอ้หมอนี่มันเป็นหนอน…ทั้งฉันและนาย ต่างก็รู้ดี

…ฉันทุ่มเทให้นายสุดตัว…ทั้งแรงกายแรงใจ ทั้งหมดที่มี

สุดท้ายแล้ว มีแค่จอห์น ที่รอดไปได้

พวกเราที่เหลือน่ะ…ไม่อาจ…

แต่ฉันก็…พยายามแล้วนะ

แล้วท้ายที่สุด ฉันก็ทำได้’

คำพูดของอาเธอร์ อาจเข้าถึงใจดัตช์ได้บ้าง ดัตช์ที่พูดไม่ออกได้แต่เดินถอยออกไป แม้ไมคาห์จะรีบเรียกให้ไปด้วยกัน สุดท้ายทั้งคู่ก็แยกทางหลบหนีเสียงตำรวจที่ใกล้เข้ามา ทิ้งอาเธอร์ไว้เพียงลำพัง…

จุดจบคือจุดเริ่มต้น

‘Blessed are those who hunger and thirst for righteousness.

คำสรรเสริญจงตกแก่ผู้ยึดมั่นในความชอบธรรม’

– (นักบุญมัทธิว 5:6)

ตลอดชีวิตที่ผ่านมา อาเธอร์มีแต่ความภักดีให้กับดัตช์ทั้งยามสุขยามยาก ในช่วงสุดท้ายที่เขาเข้าใจโลกในมุมที่ต่างออกไป เขาก็อยากให้คนในแก๊งได้หลุดพ้นจากชีวิตแบบคนนอกกฏหมาย หลุดไปจากวังวนแห่งความโหดร้ายเห็นแก่ตัว มีเพียงจอห์นที่เขาช่วยให้ทำแบบนั้นได้สำเร็จ และตัวเขาเอง ก็ได้ไถ่ถอนความผิดบาปในใจเมื่อพยายามเป็นคนที่ดีขึ้น

ในวินาทีสุดท้ายนี้ อาเธอร์ทอดกายนอนดูขอบฟ้า พระอาทิตย์กำลังขึ้น เขาคิดถึงชีวิตของคนอื่นที่เคยช่วยเหลือมา คนเหล่านั้นจะได้มีชีวิตใหม่ต่อไป เหมือนชีวิตใหม่ของครอบครัวจอห์น

ลมหายใจค่อยๆแผ่วลงและจากไป…

อาเธอร์ มอร์แกน

1863-1899

เสียชีวิตด้วยวัณโรคบนยอดเขาในรัฐอัมบาริโน่

บทส่งท้าย I

‘We worked so hard to build a little house together

เราสู้งานหนัก สร้างบ้านหลังน้อยด้วยกัน

In the snow or the rain or the ice cold wind whenever

ไม่ว่าหิมะตกหรือฝนพรำ หรือสายลมเย็นก็ไม่หวั่น’

-เพลงประกอบ Red Dead Redemption 2

‘House Build’ โดย David “Fergie” Ferguson

เข้าปี 1907 ผ่านมาร่วมแปดปีจากเรื่องราวในแก๊งแวนเดอร์ลินด์

จอห์น มาร์สตันกำลังถูกเมียด่าเช้าเย็นเรื่องนิสัยเก่าๆ หลายปีที่ผ่านมา จอห์น อบิเกล และแจ็ค เดินทางหางานไปยังเมืองต่างๆเพื่อหาเลี้ยงชีพ แต่ดังคำกล่าว สันดานนั้นขุดยาก จอห์นมักเผลอทำตัวเป็นพระเอก คอยกอบกู้สถานการณ์ด้วยการใช้ปืน จบลงที่ต้องย้ายบ้านหนีปัญหา จอห์นที่ไร้การศึกษา และไร้เงินทุน ก็ได้แต่หางานตามไร่นาทำเลี้ยงครอบครัว

แม้จะติดนิสัยชอบหาเรื่องจนถึงขั้นลูกและเมียหนีไปชั่วคราว แต่ความพยายามและความอดทนก็ผลิดอกออกผล จอห์นเก็บหอมรอบริบ และเป็นลูกจ้างที่ดีจนนายจ้างตกลงออกปากแนะนำคนรู้จักให้ปล่อยเงินกู้ให้จอห์น  เพื่อซื้อที่ดินและสร้างไร่ของตัวเองได้ บ้านหลังใหม่นี้มีชื่อว่า บีชเชอร์โฮป (Beecher’s Hope) จอห์นเรียกลูกเมียกลับมาอยู่ด้วยกันอย่างภูมิใจ อบิเกลสุขใจ เธอไม่ได้อยากร่ำรวยหรือสุขสบาย เธอแค่อยากเห็นจอห์นมุ่งมั่นใช้ชีวิตแบบคนสุจริต ทำไร่เลี้ยงปศุสัตว์ แจ็คจะได้เรียนหนังสือสมอยาก ลูกของพวกเราจะได้มีชีวิตที่ดี

แล้วจอห์นก็ได้พบเพื่อนเก่าในแก๊งอย่างชาร์ลส์ อังเคิล และซาดี้ ทุกคนวางมือจากวิถีชีวิตแบบเดิมแล้ว โดยเฉพาะซาดี้กลายเป็นนักล่าค่าหัวแบบถูกกฏหมายซะด้วย จอห์น ซาดี้ และชาร์ลส์ คิดขอบคุณอาเธอร์อยู่เสมอ จนวันหนึ่ง ซาดี้ก็ได้เบาะแสของไมคาห์…ทั้งสามคนพร้อมตามไปจัดการไมคาห์ แม้อบิเกลจะขอร้องห้ามปรามให้จอห์นปล่อยวาง เลิกยุ่งกับเรื่องแบบนี้ แต่จอห์นทำใจไม่ได้

‘บ้านหลังนี้ ชีวิตตอนนี้ ไม่มีทางเป็นจริง ถ้าไม่ใช่เพราะอาเธอร์…’

เขาต้องล้างแค้นให้อาเธอร์ แม้เขาอาจจะต้องตาย ซาดี้ และชาร์ลส์ก็คิดแบบเดียวกัน ทั้งสามคนมุ่งหน้าไปยังเทือกเขาไมคาห์กบดานอยู่

บทส่งท้าย II

แปดปีที่ผ่านมาไมคาห์มิได้เปลี่ยนแปลงวิถีคนชั่วแต่อย่างใด แถมยังซ่องสุมกำลังโจรเป็นแก๊งใหญ่กว่าที่เคย ซาดี้และชาร์ลส์บาดเจ็บระหว่างบุกเข้าไปในพื้นที่ เหลือเพียงจอห์นรุดหน้าเข้าไป จนได้เผชิญกับไมคาห์

‘มาเยี่ยมกันหลายคนซะจริงวันนี้ สวัสดี ไอ้หน้าแหก

คิดถึงกันบ้างมั้ย ไม่เจอกันซะนาน ยัยนั่นของแก มันชื่ออะไรนะ’

‘เธอสบายดีว่ะ และก็ไม่อยากให้ข้ามาฆ่าไอ้สวะอย่างแก

แต่ข้าไม่เห็นด้วย’

‘เออ หลังจัดการกับแกแล้ว เดี๋ยวข้าจะไปเยี่ยมสักหน่อย

ไปหาลูกแกด้วยไง หึหึหึ’

ทั้งคู่ชักปืนซัดกันทันที ซาดี้ที่ยังบาดเจ็บตามมาสมทบ แต่สู้กันยังไม่ทันเห็นผล ก็มีคนๆหนึ่งโผล่เข้ามาทำให้ไมคาห์จับซาดี้ล็อคไว้ได้

‘ดัตช์?

มาทำอะไรที่นี่?’

‘ก็คงจะเป็นเรื่องเดียวกันกับเอ็ง’

ไมคาห์รีบฉวยโอกาสนี้ชักชวนจอห์นที่เสียเปรียบ

‘เฮอะ ดัตช์กับข้า กำลังจะกลับมาร่วมมือกันอีกครั้ง

เรามีทั้งเงิน มีทั้งความฝัน เหมือนๆกัน มาร่วมกับเราดีกว่าจอห์น’

จอห์นไม่สนใจ และเรียกร้องให้ดัตช์วางปืน ดัตช์พูดถึงเรื่องเมื่อแปดปีก่อน ว่าจอห์นทรยศเขา พาครอบครัวหนีไป แต่ชื่อหนึ่งจากปากจอห์นก็ทำให้ดัตช์ต้องเงียบ

‘อาเธอร์ต่างหากที่ช่วยข้าไว้ หลายต่อหลายครั้ง

ดัตช์! พวกเราพยายามแล้ว! ทำเต็มที่เท่าที่ทำได้

ไม่ใช่ความผิดพวกเราที่เรื่องมันต้องจบไปแบบนั้น

…ว่าไงดัตช์! ตอบข้าสิ!’

‘ข้า…ไม่มีอะไรจะพูดแล้ว’

ในเสี้ยวพริบตา ดัตช์หันปืนไปทางไมคาห์และลั่นกระสุนใส่ ท่ามกลางความตกใจของทุกคน ก่อนตายไมคาห์พยายามจะยิงจอห์น แต่ก็จอห์นก็ไวกว่า เหนี่ยวไกปิดฉากชีวิตไมคาห์ด้วยความสมเพช

ดัตช์เดินจากไป ราวกับบรรลุจุดมุ่งหมายที่มาที่นี่แล้ว จอห์นรีบรุดเข้าไปช่วยซาดี้ ในกระท่อมของไมคาห์ มีเงินทั้งหมดที่พวกเขาเคยเก็บไว้ที่แบลควอเตอร์อยู่ จอห์นพาซาดี้และชาร์ลส์กลับบ้าน

เมื่อเห็นทั้งสามคนบนถนนมุ่งสู่บ้าน อบิเกลและแจ็คต้อนรับทุกคนด้วยความยินดี แผลของชาร์ลส์และซาดี้อีกไม่นานก็คงจะหายดี เงินของแก๊งก้อนเก่าที่เคยเก็บสะสมกันมาจอห์นแบ่งให้ทุกคน และนำส่วนของตัวเองไปจัดการหนี้สินให้เรียบร้อย ในที่สุด บ้านนี้ก็เป็นกรรมสิทธิ์ของครอบครัวเขาโดยสมบูรณ์

เรื่องที่ค้างคา ได้สะสางไปหมดแล้ว นับจากนี้เขาจะใช้ชีวิตใหม่กับอบิเกลและแจ็ค ทุกอย่างจบลงเสียที

 

‘No matter. Any weather. We’re together.

ไม่ว่าจะเกิดอะไร อากาศแบบไหน

เราก็อยู่ด้วยกันแล้ว’

-เพลงประกอบ Red Dead Redemption 2

House Build โดย David “Fergie” Ferguson

 

——-THE END——-

The Van der Linde gang

ทิ้งท้าย – ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามเรื่องราวของอาเธอร์และจอห์นมาถึงตรงนี้ สำหรับคนที่ยังติดลมเรื่องราวของเหล่าคาวบอย ก็สามารถกลับไปหา Red Dead Redemption ภาคหนึ่งมาเล่นต่อได้ โดยจะเป็นเนื้อหาที่เกิดขึ้นหลังภาคนี้ เป็นตอนที่จอห์นที่มีตำรวจมาติดต่อ ให้ไปช่วยจับอาชญากรที่จอห์นเคยรู้จักดี… (ใครกันนะ?) ซึ่งก็มีเนื้อหาและความเข้มข้นยอดเยี่ยมไม่แพ้กันเลยเชียว! พบกันใหม่ในบทความหน้า สวัสดีค่ะ 🙂

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!