Connect with us

งมแอปในมหาสมุทร

“พี่เค้าใช้แอปอะไรนะ” สัมภาษณ์กราฟิกดีไซน์เนอร์สาว ที่เจ๋งทั้งงานกราฟิกและงานถ่ายภาพ!

อาชีพ “กราฟิกดีไซน์เนอร์” ถือเป็นอีกอาชีพที่ต้องทุ่มพลัง แรงงาน และ Passion อย่างมหาศาลในการสร้างผลงาน เพราะทั้งการแข่งขันที่สุด เวลาชีวิตที่ต้องทุ่มเทเยอะ และความกดดันจากหลากหลายทาง แต่ถึงอย่างนั้นก็มีกราฟิกดีไซน์เนอร์เจ๋งๆ จำนวนมาก ที่สร้างผลงานออกมาอวดโฉมสู่สังคมไทย และหนึ่งในนั้น ก็คือ พี่หมิว – ฐิตาภรณ์ สุทีวรรน์ สาวสถาปัตย์ ธรรมศาสตร์ ที่ผันตัวมาเป็นกราฟิกดีไซน์เนอร์ ไปทำความรู้จักกับพี่หมิวกันเลยดีกว่าค่ะ!

Published

on

หมิว – ฐิตาภรณ์ สุทีวรรน์ กราฟิกดีไซน์เนอร์สาว มากความสามารถ

อาชีพ “กราฟิกดีไซน์เนอร์” ถือเป็นอีกอาชีพที่ต้องทุ่มพลัง แรงงาน และ Passion อย่างมหาศาลในการสร้างผลงาน เพราะทั้งการแข่งขันที่สุด เวลาชีวิตที่ต้องทุ่มเทเยอะ และความกดดันจากหลากหลายทาง แต่ถึงอย่างนั้นก็มีกราฟิกดีไซน์เนอร์เจ๋งๆ จำนวนมาก ที่สร้างผลงานออกมาอวดโฉมสู่สังคมไทย และหนึ่งในนั้น ก็คือ พี่หมิว – ฐิตาภรณ์ สุทีวรรน์ สาวสถาปัตย์ ธรรมศาสตร์ ที่ผันตัวมาเป็นกราฟิกดีไซน์เนอร์ ไปทำความรู้จักกับพี่หมิวกันเลยดีกว่าค่ะ!

“กราฟิกดีไซน์เนอร์” เริ่มต้นจากพรีเซนเทชั่นในคลาสเรียน

จริงๆ จบคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สาขา สถาปัตยกรรม ซึ่งสมัยเรียนนี่คือ เรียนหนักมากๆ ไม่ได้ใช้ชีวิตอะไรแบบเด็กวัยเดียวกันคนอื่นเลย เคยมีความคิดอยากหารายได้เสริมอะไรสักอย่าง ที่เราไม่ต้องเอาตัวออกไปทำงาน เพราะเวลาเราน้อยมาก เวลาทำพรีเซนท์งานให้อาจารย์ เค้าจะมีให้ทำโปสเตอร์ ออกไปนำเสนอควบคู่โมเดลผลงาน และอาจารย์จะชมตลอด ให้เป็นตัวอย่างของเพื่อนๆ ว่าเป็นพรีเซนเทชั่นที่เข้าใจ ดูเป็นสากล มีความชัดเจน แม้ไม่ต้องมีคนยืนอธิบาย เราก็เลยเริ่มคิดว่า หรือเราจะถนัดการทำงานด้านนำเสนอกราฟิกแบบนี้ เป็นงานที่อยู่หน้าคอมที่บ้าน แต่สามารถดีลงาน ส่งงานออนไลน์ให้ลูกค้า โดยไม่ต้องไปเจอตัวกันได้ ก็เริ่มรับงานเลยตั้งแต่ยังเรียนอยู่

งานแรกเป็นงานออกแบบโลโก้ โบรชัวร์ให้หมู่บ้านจัดสรร โชคดีมาก งานแรกก็โปรเจคใหญ่เลย (ยิ้ม)

จากเด็กสถาปัต สู่อาชีพกราฟิกดีไซเนอร์เต็มตัว

ช่วงฝึกงานได้ฝึกกับ Production ทำโฆษณา เพราะเป็นคนชอบถ่ายภาพ ชอบลำดับเรื่องราว จนใจเราจะไปทำสายงานนั้น ลืมด้านสถาปัตย์ไปเลย (หัวเราะ) เพราะมันเรียนหนักมาก เราคิดแค่ว่า เราเรียนหนักมาแล้วอะ เรียนจบไป เราไม่อยากจะไปทำงานหนักเหมือนตอนเรียนอีกนะ แล้วเราโชคดี เราค้นพบตัวเองได้เร็วว่าชอบอะไรแบบไหน ถนัดอะไรแบบไหน เพราะคณะนี้สร้างคนให้ทำอะไรได้หลายอย่าง

และคิดว่าสายกราฟิกตอบโจทย์เราที่สุด เราจบออกแบบมา เรามีความคิดไร้ขีดจำกัด เราไม่ชอบให้ใครมาจำกัดงาน อีกอย่างเราไม่อยากทำงานแบบ เช้าเข้างาน ทำ ทำ ทำเดิมๆ เย็นออกงาน จบกัน กลับบ้าน เช้าเริ่มต้นใหม่ วนลูปแบบงานออฟฟิศทั่วไป แต่ก็ต้องการความมั่นคงจากงาน ก็เลยเลือกตอบรับการทำงานประจำในสายงานกราฟิก มันตอบคำถามที่เราตั้งให้ชีวิตเราได้ครบ ความมั่นคง และ อิสระทางความคิดในงาน

“ตรงโจทย์” “กระตือรือร้น” และ “ทันเทรนด์” คือหัวใจของการทำงาน

งานสายออกแบบทุกสาย ต้องใช้ทักษะเฉพาะตัวของแต่ละคน สำคัญมาก เพราะมันก็เหมือนงานศิลปะ งานจะบอกความเป็นตัวตนได้ดี แต่งานชิ้นนึง มันก็จะมีโจทย์ สำคัญคือทำยังไงให้ตอบโจทย์ ไลฟ์สไตล์ก็บ่งบอกตัวงาน อย่างแรกเลยคือต้องยอมรับความคิดเห็นคนอื่นได้ ลูกค้านั่นแหละ เราสร้างสรรค์งานมาอย่างมั่นใจว่าดีสำหรับเรามากแล้วแน่ๆ แต่ลูกค้าอาจจะมีเสนอไอเดียของเค้าเพิ่ม หรือปรับแบบ แก้งาน บางทีถึงขั้นล้มแบบเลยก็มี เราก็ต้องรับฟังมาปรับ ไม่ใช่ต่อต้านเนอะ

งานก็จะตอบโจทย์นั้นๆ มันก็คือสำเร็จ สองคือ ความกระตือรือร้น งานเหล่านี้จะเสร็จสมบูรณ์ได้คือเราต้องตั้งเดดไลน์ ลูกค้าอาจจะบอกว่า ขอใน 7 วัน แต่เราอาจต้องวางแผน กระตือรือร้นกับตัวเอง ว่าควรเสร็จในกี่วัน ที่จะเผื่อเวลาการปรับแก้ด้วยนะ เพราะถ้าทำแบบ ฉันติสท์ ฉันอยากทำเรื่อยๆ คิดออกเมื่อไรก็ค่อยมาทำ มันจะบานปลายมาก แบบนี้ไม่ได้ อีกอย่างที่สำคัญคือ เป็นคนอัพเดทยุคสมัยเปลี่ยน เทรนด์อะไรกำลังมาตอนนี้ สังเกตว่าคนทำงานด้านนี้จะมี Taste นะ บางคนคุมโทนไปถึงการแต่งตัวเลย ส่วนตัวงานก็สีอะไรมาแรงปีนี้ การจัดวาง Layout แบบไหน กำลังเป็นที่จับตาในยุคนี้ สินค้าตัวนึงจะดีแค่ไหน ถ้าการนำเสนองานโฆษณา โปสเตอร์ที่เค้าไปแปะตามสถานที่ต่างๆมันไม่โดดเด่นและดึงดูด ก็จบ คนต้องซื้อมาใช้ถึงรู้ว่าดี แต่ถ้าโบรชัวร์ดึงดูดด้วยการจัดวาง รูปถ่าย โทนสี คนก็สนใจอยากซื้อมาลองได้เหมือนกัน กระบวนการทำงานก็ควบคู่ไปหลายด้าน ประกอบกันไป

อดปริ่มกับผลงานตัวเองไม่ได้

ตอนนี้ทำด้านออกแบบฉลากผลิตภัณฑ์ซะเป็นส่วนใหญ่ พอเห็นคนมาซื้อ คนใช้ มันก็ปลื้มใจยกตัวอย่าง กาแฟยี่ห้อนึง ที่เค้าเหมาเราทำทั้งฉลาก โปสเตอร์ พรีเซนเทชั่นงานที่โฆษณา พอเราไปเดินเจอวางขายตามทั่วไป เราก็แฮปปี้ แอบถ่ายรูปคู่กับงานตัวเองมา คนขายก็ตกใจว่าทำอะไร (หัวเราะ)

“ช่างภาพ” จากงานอดิเรก สู่รายได้หลัก

ชอบถ่ายรูป เพราะรู้สึกว่าปกติคนเราเก็บความทรงจำที่พบเจอด้วยสายตา พอเวลาผ่านไป สิ่งที่ยังอยู่ก็คือภาพถ่าย และสายงานเรา มันเกี่ยวข้องกับภาพพอสมควร ต้องมองภาพให้ออก แยกองค์ประกอบ 2D เป็น 3D สรรค์สร้างงานจากมโนภาพที่เราสเกต ที่เราวาดลายเส้นให้จับต้องได้ งานกราฟิกก็ออกแบบจัดวางองค์ประกอบให้ออกมาเหมาะสม งานถ่ายภาพก็เหมือนกัน การวาง Position และมุมมองที่เราจะสื่อออกไป แต่งานนี้จะมี Feeling หรือ Moment ของสิ่งที่เราถ่ายเพิ่มเข้าไปด้วย ให้ภาพมันเล่าเรื่องได้ พอมีคนอินกับงานเรา มันก็เป็นจุดขาย การดูแลเทคแคร์ลูกค้าก็ด้วย เราเป็นช่างภาพที่นอกจากเก็บบันทึกความทรงจำให้เค้าแล้ว เรายังทำให้เค้ารู้สึกสบายใจกับเราตั้งแต่ก่อนถ่าย เหมือนเราเป็นเพื่อน เป็นพี่น้องกับลูกค้า เค้าก็จะผ่อนคลาย ยิ้มอย่างจริงใจให้เราตอนลั่นชัตเตอร์

งานถ่ายภาพส่วนใหญ่จะเป็นโอกาสสำคัญที่จัดขึ้นครั้งเดียว ฉะนั้นเค้าก็ต้องเชื่อใจเรามากๆ เลยเหมือนกันที่ให้เรารับหน้าที่ตรงนี้ เราก็ทำหน้าที่เราอย่างสุดความสามารถ

 

 

 

“Practice makes Perfect”

ถือคตินี้มาตลอดในทุกๆเรื่องเลย โดยเฉพาะงาน เราคิดเสมอว่าไม่มีอะไรที่คนคนนึงทำไม่ได้ เราต้องฝึกฝน เราต้องพยายามก่อน ลองทำก่อน จะได้รู้กันไปว่าทำได้หรือเปล่า ใช่ทางเรามั้ย ถ้าไม่ใช่ก็โอเค อย่างน้อยฉันได้ลองทำแล้วนะ พอคิดแบบนี้ไว้ การลงมือทำก็สำคัญสุด ลองผิดลองถูกจะได้เจอคำตอบ อย่างน้อยการพยายามทำ หรือลงมือทำ โอกาสสำเร็จคือ 0-100 แต่ถ้าไม่กล้าทำ ไม่ลงมือทำ ไม่พยายาม โอกาสเป็น 0 อย่างเดียว

แอป Lightroom คือตัวช่วยงานถ่ายรูปได้เป็นอย่างดี

แอปที่หลายๆคนอาจจะรู้จักกันดีเลย คือ Lr หรือ Lightroom แอปแต่งภาพที่เริ่มจากการใช้ในคอมพิวเตอร์ก่อน จนค่ายเค้าพัฒนาให้ใช้ได้ในมือถือด้วย แอปคู่ใจเลย เราเป็นช่างภาพ เราสร้างความท้าทายให้ตัวเอง ท้าทายอีกแล้ว (หัวเราะ)

ทำยังไงให้ภาพไม่สูญเสียมนต์เสน่ห์หลังการถ่ายออกไปน้อยที่สุด แก้จุดเสียบางจุด ปรับ White Balance ถ้าแสงที่ถ่ายมาเพี้ยน หรือปรับสว่าง ถ้าถ่ายมาติด Under ซึ่งสไตล์ภาพของเราคือเราทำภาพสว่าง นวลๆ

แต่โดยรวมจะอยู่ที่ Mood ของภาพมากกว่าว่าควรจะเป็นแนวไหน เพราะถ้าผู้ชายก็จะโทนภาพจะออกให้เรียบ ให้เท่ได้นะ สีภาพฟิล์มเราก็ชอบ กล้องฟิล์มเราก็ใช้ หรือจะปรับภาพโทนฟิล์ม จาก Lr มันก็สวย และมีเสน่ห์ของในแบบของมัน

เครื่องมือครบดี เพราะเค้าย่อชุด Adobe Lr ที่ใช้ใน PC มาไว้ในมือถือ

เราอาจจะเคยชินการใช้งานเครื่องมือเยอะแยะมากมายจากใน PC พอมาอยู่ในมือถือ แอปนี้มีมากกว่า ความสว่าง คมชัด ไฮไลท์ และเงา แต่มันเลือกสมดุลสีเฉพาะสี หรือเราอยากปรับแค่สีนี้สีเดียวได้ เช่น สีผิวคนของคนผ่านกล้องมามันดูดรอป ดูเข้มขึ้น เราก็ลดสีส้ม เพิ่มสว่างสีส้ม ได้ผิวที่ขาวขึ้นเลย มันตอบโจทย์ บางแอปมีปรับ อุณหภูมิได้ก็จริง แต่เราว่าแอปนี้ปรับแล้วมันไม่เพี้ยน มันดึงคู่สีได้ดี ความเห็นส่วนตัวของเรานะ

แอปนี้ ทำได้ทุกอย่างเกี่ยวกับการปรับเรื่องสีของภาพ  ส่วนใหญ่ปัญหาหลังถ่ายภาพแล้ว ก็คือพวกสีทีไม่ถูกใจนี่หละ เพราะองค์ประกอบ ช่างภาพต้องจัดตอนถ่ายอยู่แล้ว สิ่งที่แก้ต่อ คือ โทนสี ไม่รวมการใช้ Preset โหลดนะ สมัยใช้ใหม่ๆ มีบ้าง เราอยากรู้ว่าเค้าแต่งกันยังไงให้สวย สุดท้ายก็ไม่ใช่ตัวเรา รู้สึกมันย้อมเกินไป ปัจจุบันก็ฝึกมาเองเรื่อยๆ จนมี  Preset เป็นของตัวเอง เป็นสไตล์ของเราเองแล้ว แถมไม่ต้องเป็น Filter ที่ไปเปลี่ยนรูปตามเดิม สีตามธรรมชาติที่อาจจะสวยอยู่แล้ว อย่าย้อมจนดูปลอมเกินไป ยังไงสีตามธรรมชาติก็งามที่สุดแล้ว

ดาวน์โหลด

ได้รู้จักพี่หมิววันนี้ บีบอกได้เลยว่าคุ้มมาก! เพราะพี่หมิวเป็นคนที่มีความสามารถหลากหลายจริงๆ และงานกราฟิกก็สวยเริ่ด บวกกับ Passion ที่เกินตัว เฮ้อออ.. ยอมใจเลย

ใครสนงานด้านกราฟิก ก็ไปทำความรู้จักและดูผลงานของพี่หมิวได้ที่ www.facebook.com/hmzstudio เลยค่ะ

แสดงความคิดเห็น

งมแอปในมหาสมุทร

“Chatuchack Guide” แอปที่ขาช็อปต้องโหลด

Published

on

ตลาดนัดจตุจักรถือเป็นตลาดนัดที่มีชื่อเสียงอันดับต้นๆ ของไทย ที่ทั้งคนไทยและชาวต่างชาตินิยมไปช็อปสินค้ากัน เพราะนอกจากจะมีขนาดใหญ่แล้ว ยังมีของทุกอย่างที่คุณอยากได้อย่างครบครัน แถมยังมีสินค้าเก๋ๆ มีสไตล์ให้ได้สอยมาเป็นเจ้าของจำนวนมากด้วย..  แต่ดูเหมือนว่าตลาดนัดจตุจักรจะไม่ได้มีดีแค่การขายสินค้าและให้บริการต่างๆ เท่านั้น แต่ตลาดนัดจตุจักรแห่งนี้ยังได้รับโอกาสดีๆ ที่จะพัฒนาอยู่เสมอด้วย อย่างเช่น แอป Chatuchak Guide ที่ถูกสร้างขึ้นโดย ร.ฟ.ท และ Digital Ventures เพื่อให้ตลาดนัดจตุจักรมีหน้าร้านออนไลน์ขึ้น

เดี๋ยวเรามาดูกันดีกว่า ว่าแอปนี้น่าใช้ยังไงบ้าง

เมื่อเปิดตัวแอปขึ้นมา เราจะพบหน้าหลักของตัวแอป ที่ทำขึ้นมาได้อย่างน่าใช้และค่อนข้างเรียบง่าย มีเมนูเข้าสู่หน้าอื่นๆ เช่น Products of Chatuchak, สิ่งอำนวยความสะดวก, หมวดหมู่ร้านค้า ทริปแนะนำร้านค้า ฯลฯ

เมื่อกดเข้าไปในเมนู “Products of Chatuchak” เราก็จะพบร้านค้ามากมาย ที่มีหน้าร้านจริงที่ตลาดนัดจตุจักร โดยเราสามารถกดเลือกดูจากระยะทาง (ร้านไหนอยู่ใกล้จากที่เราอยู่ ก็จะปรากฏขึ้นมาก่อน) หรือจากความนิยมก็ได้

โดยจะปรากฎข้อมูลร้านค้าต่างๆ อย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นชื่อร้าน ที่ตั้ง เบอร์ติดต่อ โปรโมชั่น รวมถึงมีฟีเจอร์รีวิว ที่เราสามารถกดอ่านความคิดเห็นของคนอื่นๆ ที่มีต่อร้านนั้นๆ ได้ด้วย และหากเราจะเขียนรีวิวก็สามารถทำได้ในฟีเจอร์นี้เช่นกัน

หากเราต้องการหาสินค้าตามหมวดหมู่ก็สามารถทำได้ โดยกดที่เมนู “หมวดหมู่ร้านค้า” ก็จะพบหมวดหมู่ต่างๆ ที่มีความคล้ายคลึงกับโซนต่างๆ ในตลาดนัดจตุจักร เช่น อาหาร แฟชั่น ของเก่าสะสม สัตว์เลี้ยง ฯลฯ โดยสามารถเลือกดูตามระยะทางและความนิยมได้เช่นกัน

ข้อดีของแอปพลิเคชั่นนี้อีกอย่าง คือการมีฟีเจอร์ “สิ่งอำนวยความสะดวก” โดยจะมีข้อมูลของสถานที่ต่างๆ เช่น ห้องน้ำ สถานีรถไฟฟ้า ธนาคาร จุดบริการ ฯลฯ ซึ่งแน่นอนว่าช่วยให้ผู้ใช้สามารถหาจุดนัดพบได้อย่างสะดวกมากขึ้น และเมื่อต้องการหาสถานที่สำคัญในตลาดนัดจตุจักรก็สามารถทำได้อย่างง่ายดาย

อีกสิ่งที่พลาดไม่ได้ในแอปนี้ คือการเปิดดูโปรโมชั่นต่างๆ ที่ตัวแอปมีมาให้เรื่อยๆ เรียกได้ว่าได้ส่วนลดสินค้าไปอย่างง่ายดาย ไม่ต้องไปขอต่อพ่อค้าแม่ขายให้เสียเวลา

สิ่งสุดท้ายที่น่าสนใจสุดๆ ในแอปนี้ คือการที่เราสามารถวางโปรแกรมการช็อปของเราได้ โดยการสร้าง “ทริปของฉัน” เพื่อวางแผนว่าไปตลาดคราวนี้เราจะช็อปร้านไหนบ้าง รวมถึงอ่านทริปต่างๆ ที่ตัวแอปแนะนำไว้ได้ด้วย

เห็นได้ชัดว่าเจ้าแอป Chatuchak Guide นี้ เป็นตัวอย่างที่ดีที่จะเปิดประสบการณ์ช็อปใหม่ๆ ให้กับผู้บริโภคและทำให้เกิดความสะดวกในการซื้อสินค้ามากขึ้น และจากการใช้งาน บอกได้เลยว่าแอปตัวนี้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เสถียร และมีข้อมูลอย่างครบครัน ชนิดที่ว่าก่อนไปเที่ยวตลาดนัดจตุจักรแห่งนี้ แค่มีสมาร์ทโฟนก็ดูสินค้าได้หมดตลาดแล้ว และแอปนี้น่าจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการพัฒนาให้ตลาดนัดของไทยดึงดูดขาช็อปและนักท่องเที่ยวมากขึ้น และอีกไม่นานเราคงได้เห็นแอปในลักษณะเดียวกันนี้กับตลาดนัดอื่นๆ อีกแน่นอน

ดาวน์โหลด

และเมื่อวันนั้นมาถึง ขาช็อปแบบเราๆ

ชีวิตจะดีขึ้นอีกหลายเท่าตัวเลย

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

งมแอปในมหาสมุทร

อยากสอบติดมหาวิทยาลัย ต้องใช้ TCASter แอปดีๆ ที่เด็กม.ปลายต้องมี!

Published

on

ไม่รู้จะระงับความอิจฉาริษยาเด็กสมัยนี้ได้ยังไง เพราะเห็นความชีวิตง่ายและชีวิตดีของเด็กๆ ยุคนี้แล้ว ไฟในตาก็ลุกทุกที… ไม่ว่าจะทำอะไรชีวิตก็ง่ายไปหมด แม้ แต่จะเข้ามหาวิทยาลัยยังมีแอปดีๆ (และฟรี) ไว้คอยบริการอีกด้วย อย่างแอป “TCASter” แอปตัวช่วยสำหรับน้องๆ ที่กำลังเตรียมตัวเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัย ที่มีข้อมูลการสอบเข้าคณะ ในมหาวิทยาลัยต่างๆ ทั่วไทย อย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นจำนวนนักศึกษาที่เปิดรับในรอบต่างๆ คะแนนที่ต้องใช้ยื่น หรือวันเวลาที่ต้องเข้าสอบ ฯลฯ เดี๋ยวมาดูกันดีกว่าว่าแอป TCASter ใช้งานยังไงบ้าง

เมื่อลงทะเบียนและเข้าสู่ระบบแล้ว แอปก็จะให้เราใส่ข้อมูลพื้นฐานต่างๆ เช่น เราอยู่โรงเรียนไหน แผนการเรียนอะไรๆ จากนั้นก็ทำการเพิ่มคณะที่เราต้องการเข้าเรียน ใน”คณะในดวงใจ” ซึ่งเราสามารถกดค้นหาคณะต่างๆ ได้อย่างสะดวก ผ่านการค้นหาด้วยมหาวิทยาลัยและกลุ่มคณะ

ตัวแอปจะแสดงข้อมูลอย่างละเอียดว่า สาขาที่เราต้องการเข้า ใช้คะแนนอะไรในการยื่นบ้าง ใช้สัดส่วนเท่าไหร่ คะแนนต่ำสุดของการยื่นแอดมิชชันปีที่แล้วคือเท่าไหร่ เปิดรับกี่รอบ รอบละกี่ที่นั่ง และที่ดีที่สุดเห็นจะเป็นการระบุวันเวลาเข้าสอบต่างๆ อย่างชัดเจนด้วย

ซึ่งแน่นอนว่ากำหนดการสอบต่างๆ เราสามารถกดเพิ่มเข้าในปฏิทินได้ด้วย ซึ่งตัวแอปก็จะจัดเรียงให้สะดวกต่อการดู ในฟีเจอร์ TCAS และแอปจะแจ้งเตือนเมื่อวันเวลาการสอบต่างๆ ทยอยมาถึง

ในหน้าตารางเวลาก็จะมีการจัดเรียงวันเวลาการสอบต่างๆ ที่เรากดเพิ่มไว้ในคณะในดวงใจ แม้เราจะใส่คณะในดวงใจไว้หลายคณะ แต่ตัวแอปก็ไม่ขาดตกบกพร่องที่จะจัดเรียงให้อย่างสมบูรณ์

ตัวแอปยังครบครัน ด้วยการมีฟีเจอร์คำนวณคะแนนให้ด้วย ซึ่งหากเราตั้งค่าคณะในดวงใจไว้แล้ว ก็สามารถไปกดเพิ่มคะแนนต่างๆ ในหน้า “บอร์ดของฉัน” ได้เลย แล้วคะแนนเหล่านั้นก็จะถูกนำไปใช้กับการคำนวณคะแนนทุกๆ ครั้งที่เราใช้ในแอป

และหากใครอยากบันทึกการเตรียมความพร้อมสำหรับการสอบก็สามารถทำได้ เพราะแอปมีฟีเจอร์ “เตรียมสอบ” ให้เราเช็คว่าในแต่ละวิชา หัวเรื่องต่างๆ ที่ใช้สอบ เราพร้อมระดับไหน และมีฟีเจอร์เค้าท์ดาวน์ ว่าเหลืออีกกี่เดือน กี่วันที่เราต้องไปสอบวิชาต่างๆ ด้วย โดยทั้งหมดนี้ก็จะเชื่อมโยงกับคณะในดวงใจที่เราบันทึกไว้นั่นเอง

นอกจากนี้แอปยังมีข่าวสารของการเปิดรับสมัครต่างๆ คอยอัพเดทด้วย ซึ่งข่าวต่างๆ ก็จะเชื่อมไปยังเว็บต้นทางอื่นๆ

ดาวน์โหลด

เรียกได้ว่าแอป TCASter ทำงานได้เพอร์เฟคและเหมาะสำหรับน้องๆ มัธยมที่เตรียมจัดการตนเองและวางแผนเรื่องคะแนนการสอบเข้าจริงๆ ซึ่งการใช้งานภาพรวมก็ลื่นไหล ไร้บัค และคำนวณคะแนนได้แม่นเป๊ะ จัดเป็นแอปที่ไว้ใจให้ดูแลเรื่องการสอบได้ดีเลย

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

งมแอปในมหาสมุทร

“Flo Period & Ovulation Tracker” แอปบันทึกประจำเดือน ที่สาวๆ ต้องโหลด!

Published

on

อารมณ์ผู้หญิงมักจะขึ้นๆ ลงๆ เพราะฮอร์โมน จะเป็นประจำเดือนทีไร ไม่วายต้องกินเยอะ หงุดหงิด เสียใจและร้องไห้ทุกที เรียกว่าเป็นทุกเดือนจนหนุ่มๆ เริ่มจะชินกันแล้ว แต่ถึงอย่างนั้นสาวๆ ก็ไม่ควรอย่างยิ่งที่จะปล่อยปละละเลยเจ้าอารมณ์ที่ไม่คงที่คงวานี้ แล้วปัดภาระด้านอารมณ์ให้คนรอบข้างแบกรับไปแทน แต่คุณผู้หญิงทั้งหลายควรจะตั้งหลัก แล้วเริ่มบันทึกแบบเป็นจริงเป็นจังได้แล้ว เพราะวันนี้เราจะมาแนะนำแอป “Flo Period & Ovulation Tracker” แอปบันทึกประจำเดือน เพื่อช่วยในการวางแผนการใช้ชีวิตประจำวัน!

เมื่อเริ่มเปิดแอปขึ้นมา ตัวแอปจะให้เราตั้งค่าและตอบคำถามสั้นๆ เกี่ยวกับประจำเดือนของเรา ซึ่งขึ้นอยู่กับตัวเลือกที่เราเลือกว่า เราต้องการติดตามการมีประจำเดือนของเราเฉยๆ เราวางแผนตั้งครรภ์ หรือเราตั้งครรภ์อยู่

และหากเราเลือกว่าเราตั้งครรภ์อยู่ การใช้งานก็จะเป็นโหมดการตั้งครรภ์ที่มีหน้าตาแบบนี้ ซึ่งรูปทารกก็จะค่อยๆ เปลี่ยนไปในแต่ละวันเพื่อแสดงพัฒนาการของทารก

ซึ่งโหมดตั้งครรภ์นี้ก็จะช่วยให้เรานับถอยหลังวันคลอดใน 40 สัปดาห์ได้ และยังช่วยติดตามโภชนาการต่างๆ ระหว่างตั้งครรภ์ รวมถึงบันทึกรอบเดือนหลังคลอดให้เราอีกด้วย กลับมาดูที่โหมดประจำเดือนกันบ้าง.. สำหรับโหมดปกตินั้นจะแสดงระยะเวลาถอยหลังไปวันที่เป็นระยะไข่ตก และบอกว่ามีโอกาสตั้งครรภ์มากน้อยเพียงใด

หากเรากด “บันทึกรอบประจำเดือน” เราก็สามารถกดเลือกวันที่เป็นประจำเดือนได้เลย โดยจะมาในลักษณะของปฏิทิน 

จุดเด่นของแอปนี้คือเราสามารถบันทึกข้อมูลต่างๆ ในแต่ละวันได้อย่างละเอียด ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลเบื้องต้นเช่น เราน้ำหนักเท่าไหร่ ดื่มน้ำวันละกี่ลิตร เรานอนกี่โมง ตื่นกี่โมง เป็นต้น ซึ่งตัวแอปก็มีฟีเจอร์สำหรับบันทึกระยะเวลานอนหลับของเราด้วย

นอกจากนี้เรายังสามารถบันทึกข้อมูลแบบเจาะลึกลงไปได้ด้วย เช่น เรื่องของเพศสัมพันธ์ เรื่องอารมณ์ อาการต่างๆ ที่ปรากฏขึ้นในแต่ละวัน และเรื่องของช่องคลอด

เมื่อเราบันทึกทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ตัวแอปก็จะแสดงผลภาพรวมออกมาในรูปแบบของกราฟด้วย และเราก็สามารถไล่ดูประจำเดือนรอบถัดไป โดยกดดูที่เครื่องหมายปฏิทิน ตัวเลขที่ปรากฏสีแดงบนปฏิทินก็คือวันที่เราจะมีประจำเดือนนั่นเอง และตัวแอปยังจะแจ้งเตือนเรา เมื่อถึงเวลาของประจำเดือนรอบถัดไปด้วย

ข้อสังเกตคือ หากเรามีเพศสัมพันธ์ในวันใด วันนั้นจะปรากฏสัญลักษณ์หัวใจให้เราด้วย ซึ่งก็ทำให้สะดวกต่อการติดตามในเรื่องของการตั้งครรภ์ได้ดี

ดาวน์โหลด

เห็นทีเจ้าแอปนี้จะกลายเป็นแอปประจำติดเครื่องของบรรดาสาวๆ แล้วล่ะ เพราะถือเป็นแอปบันทึกการมีประจำเดือนที่สมบูรณ์และทำงานได้ครอบคลุมที่สุดแล้ว.. ใครที่รู้ตัวว่ายังมีประจำเดือนอยู่

ต้องโหลดนะจ๊ะ!

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!