Connect with us

บทความ

เว็บแบไต๋ขอแนะนำให้รู้จัก “จับจ่าย” Startup ไทยแห่งนวัตกรรมการใช้ “ลายนิ้วมือ”

Published

on

สวัสดีครับ วันนี้ทางทีมงานเว็บแบไต๋ได้มีโอกาสสัมภาษณ์ Startup ไทยอีกแล้วครับ คราวนี้เป็น Startup เกี่ยวกับ “นวัตกรรมชำระเงินด้วยลายนิ้วมือ”

ในปลายปี 2016 ย่างเข้าปี 2017 เหล่าคนในวงการสตาร์ทอัพคงไม่มีใครไม่รู้จัก “จับจ่าย for School”

“จับจ่าย for School”  เป็นไอเดียที่คิดไว้เมื่อปี 2013   โดย “คุณนรินทร์  คูรานา” เจ้าของ ”  บริษัท จับจ่าย คอร์ปอเรชั่น จำกัด”

คุณนรินทร์  คูรานา เจ้าของ “บริษัท จับจ่าย คอร์ปอเรชั่น จำกัด” (ขวามือ)

ไอเดียเกิดจากอะไร?

 

 

 

 

ไอเดีย “จับจ่าย for School” มีที่มาจากการที่คุณนรินทร์ และเพื่อนๆ ไม่อยากจะพกการ์ดต่างๆ นาๆ เวลาใช้จ่ายเงินไว้ในกระเป๋าหลายๆ ใบ

หลังจากนั้นคุณนรินทร์ คูรานา ได้ทำการค้นหาข้อมูลวิธีการจ่ายเงินด้วยวิธีลายนิ้วมือ ว่ามีใครเคยทำระบบแบบนี้มาก่อนไหม ก็พบว่าเมื่อปี 2006 – 2007 มีบริษัทหนึ่งในอเมริกาใช้ระบบนี้อยู่ และเป็นที่นิยมมากในขณะนั้น จึงมีความคิดที่จะประยุกต์นำมาใช้ในบ้านเรา เพียงแต่กังวลว่าจะมาถูกเวลาหรือไม่ จึงเป็นแรงบันดาลใจให้คุณนรินทร์ หลังจากเรียนจบได้ก่อตั้งธุรกิจรีไซเคิลขึ้นมาในเกาะสมุย เพื่อหาเงินทุนไว้ใช้ในการหาทีมพัฒนาและเป็นเงินทุนไว้ก่อตั้งบริษัท

 

เริ่มต้นอย่างไร

เมื่อปี 2014 ก็ได้เริ่มต้นหาทีมพัฒนา โดยตอนนั้นยังไม่รู้จักธุรกิจ Startup เลยด้วยซ้ำ หลังจากค้นหาผ่านอินเทอร์เน็ตสักระยะหนึ่งก็มีโปรแกรมเมอร์ท่านหนึ่งสนใจที่จะมาพัฒนาด้วย จึงได้เริ่มต้นการทดสอบระบบกัน ในระหว่างที่พัฒนากันอยู่นั้นก็หาลูกค้าที่สนใจไปด้วย โดยการเขียนจดหมายไปหาโรงเรียนต่างๆ ทั่วประเทศกว่า 100 ฉบับ พบว่ามีโรงเรียนที่สนใจประมาณ 20 โรงเรียน หลังจากใช้เวลาพัฒนากว่า 1 ปีก็ได้ต้นแบบที่ยังไม่สมบูรณ์ออกมา แต่เนื่องจากการพัฒนาที่ล้าช้า ทำให้ลูกค้าที่เคยสนใจกลับเปลี่ยนใจไปบางส่วน จึงได้คิดที่จะเริ่มต้นอย่างจริงจังขึ้น เมื่อเดือนธันวาคมปี 2015 จึงเกิดมีออฟฟิศของบริษัทที่มีทีมงานมาทำงานด้วยกันขึ้นมา

หลังจากนั้นในปี 2016 คุณนรินทร์ได้เอาไอเดียไปนำเสนอให้กับนักธุรกิจชาวจีน ก็ได้ผลตอบรับเป็นอย่างดีกลับมา จึงทำให้มีเงินทุนเพิ่มขึ้น และได้นำอุปกรณ์ไปทดสอบระบบที่โรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดสงขลา จนทำให้รู้ถึงปัญหาและแนวทางแก้ไขมากมาย

หลังจากนั้นจึงเริ่มนำระบบจับจ่าย for School ไปออกบูธ และงานประกวดต่างๆ เช่น Startup Thailand งานประกวดเถ้าแก่น้อยเทคโนโลยี และงานเกี่ยวข้องกับการศึกษา สื่อต่างๆ ให้ความสนใจ จนกระทั่งเริ่มมีการออกสื่อทั้งโทรทัศน์และวิทยุจนเป็นที่รู้จักมากขึ้น

 

ในปี 2016 จับจ่ายคว้ารางวัลต่างๆ มากมาย ดังต่อไปนี้

รางวัลชนะเลิศที่ 1 เถ้าแก่น้อยเทคโนโลยี ของบริษัทสามารถ คอร์ปอเรชั่น จำกัด มหาชน และสำนักงานส่งเสริมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (สวทช.)

อันดับ 2 ประกวด ipfair ของกรมทรัพยสินทางปัญญา และเข้ารอบ

10 ทีมสุดท้ายของการประกวด Fintech Challege ของธนาคารแห่งประเทศไทย

รางวัลชนะเลิศที่ 1 เถ้าแก่น้อยเทคโนโลยี ของบริษัทสามารถ คอร์ปอเรชั่น จำกัด มหาชน และสำนักงานส่งเสริมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (สวทช.)

อันดับ 2 ประกวด ipfair ของกรมทรัพยสินทางปัญญา

 เข้ารอบ  10 ทีมสุดท้ายของการประกวด Fintech Challege ของธนาคารแห่งประเทศไทย

รายการ Start Up To You สัมภาษณ์ จับจ่าย For School

 

รายการ Start Up To You สัมภาษณ์เด็กๆที่ใช้ระบบจับจ่าย

สัมภาษณ์ออนไลน์กับพี่จอน นูโว รายการ TKN Online

จับจ่ายสัมภาษณ์งาน ITU Telecom World 2016

 

หากลุ่มลูกค้าอย่างไร?

รายชื่อหน่วยงานที่เป็นลูกค้าของ “จับจ่าย” บางส่วน

ในส่วนของการหาลูกค้า บางครั้งก็เดินเข้าไปขายในโรงเรียนตรงๆ เลยก็มี จนมีโรงเรียนติดต่อมาเยอะมากและมีบริษัทติดต่อสนใจเป็นตัวแทนจำหน่ายด้วยหลายบริษัท โดยตั้งเป้าไว้ว่าภายในสิ้นปี 2017 จะทำยอดให้ได้ประมาณ 20 โรงเรียน และอนาคตจะขยายไปยังภาครัฐบาล ภาคเอกชน และมหาวิทยาลัย

ตอนนี้ระบบเราทำอะไรได้บ้าง?

ระบบ “จับจ่าย for School” ในปัจจุบัน นอกจากรองรับทั้งการจ่ายเงินด้วยลายนิ้วมือภายในโรงเรียนแล้ว ยังมีระบบอื่นๆ อาที เช่น ระบบการบันทึกเวลาการเข้า-ออกของนักเรียน ทั้งก่อนเข้าห้องเรียนและหลังเลิกเรียน บันทึกสถิติการขาดเรียน การลา การมาสาย ระบบการวัดเกรดประจำภาคเรียน ระบบซื้อขายสินค้า  ระบบส่งข่าวสาร พร้อมทั้งระบบแจ้งการบ้านประจำวัน  ด้วยการใช้เพียงปลายนิ้วเท่านั้น (ด้วยเวลาไม่เกิน 0.15 วินาที) โดย เพื่อให้นักเรียนสามารถยืนยันตัวตนได้  และรายงานผลแบบ “Real Time” ผ่าน “Mobile Application” “จับจ่าย for School”  ช่วยให้ทางโรงเรียนและผู้ปกครองมั่นใจได้อย่างแน่นอน  ระบบนี้การันตีความยอดเยี่ยมด้วยรางวัล  “SAMART Innovation Award ปี 2016”     ถือว่าเป็นระบบที่ช่วยพัฒนาโรงเรียนไทยสู่ยุคดิจิตอล 4.0 กันเลยทีเดียว

ชื่อแบรนด์มีที่มาอย่างไร?

สำหรับชื่อแบรนด์ “จับจ่าย” นั้นต้องการให้เป็นคำที่อ่านแล้วสื่อความหมายได้ง่าย เวลาคนเห็นก็สามารถทราบจุดประสงค์ได้ทันที

หากสนใจ “จับจ่าย for School” ติดต่อได้ที่ไหน?

บริษัท จับจ่าย คอร์ปอเรชั่น จำกัด

เลขที่  812/36   ซอยจรัญสนิทวงศ์ 3   ถนนจรัญสนิทวงศ์   แขวงวัดท่าพระ   เขตบางกอกใหญ่  กรุงเทพมหานคร  10600

Website : www.jabjai.school

E-Mail  :  narin@jabjai.school

Tel : 02-0299373,  091-8233139

สุดท้ายนี้ทีมงานเว็บแบไต๋ขอขอบคุณ “คุณนรินทร์  คูรานา” เจ้าของ “บริษัท จับจ่าย คอร์ปอเรชั่น จำกัด” ที่ให้การสัมภาษณ์ครับ

แสดงความคิดเห็น

บทความเทคโนโลยี

Deep Tech ไทย ทำอย่างไรให้ถึงฝัน

Deep Tech คือความรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเชิงลึก ที่ยากจะลอกเลียนแบบได้

Published

on

ถ้ายกคำว่า Deep Tech ขึ้นมา เชื่อว่าหลายคนก็จะทำหน้าสงสัย แต่ถ้าเปลี่ยนเป็นคำที่เราคุ้นหูกันดีในตอนนี้อย่าง AI VR Blockchain ก็จะทำให้เราเริ่มเข้าถึงมันได้ง่ายขึ้น สาเหตุที่เราเริ่มคุ้นเคยกับเรื่องพวกนี้ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะว่าในต่างประเทศมีความตื่นตัวและให้การสนับสนุนธุรกิจเหล่านี้มาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาหลายปีแล้ว บางเรื่องพร้อมที่จะเข้าสู่ตลาดให้ใช้งานกันได้อย่างเต็มรูปแบบ ส่วนบ้านเราเรื่องนี้ยังดูเป็นหน้าที่ของนักวิจัย ผู้สวมชุดขาวอยู่แต่ในห้องทดลอง ทำให้หลายคนคิดไปว่างานวิจัยเรื่องพวกนี้ทำแล้วไม่มีการนำเอามาต่อยอดทำธุรกิจ นักวิจัยทำแล้วก็แล้วกันไป

Deep Tech คือความรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเชิงลึก ที่ยากจะลอกเลียนแบบได้

จริงอยู่ที่ Deep Tech เป็นเรื่องของความรู้ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านในระดับสูง แต่ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีเพราะหากทำแล้วจะพบว่ามีคู่แข่งน้อยทำให้โอกาสทางธุรกิจก็มีมากขึ้นตามไปด้วย น่าเสียดายที่บ้านเราขาดความเข้าใจในเรื่องนี้หลายด้าน หรือที่เรียกว่าอีโคซิสเต็มของ Deep Tech ในบ้านเรายังไม่ถูกเติมเต็มนั่นเอง

ย้อนดูความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของโลกจากเทคโนโลยี

หากเราย้อนดูการเปลี่ยนครั้งใหญ่ของโลกจากอุตสาหกรรมระบบไอน้ำมาถึงปัจจุบัน ใช้เวลาในการเปลี่ยนแปลงถึงสองร้อยปี ทำให้มนุษย์มีเวลาในการปรับตัว แต่การเปลี่ยนแปลงทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแบบ Deep Tech รอบนี้ จะไม่ได้ใช้เวลานานแบบข้ามศตวรรษอย่างที่เป็นมา!!!

ศตวรรษที่ 18 จุดเริ่มต้นยุคเครื่องจักร

ช่วงปลายของศตวรรษที่ 18 เปลี่ยนผ่านจากเศรษฐกิจแบบพึ่งพาแรงงานคนและสัตว์เป็นหลัก ไปเป็นเศรษฐกิจแบบพึ่งพาเครื่องจักรเป็นหลัก การผลิตชิ้นส่วนเครื่องกลสามารถสับเปลี่ยนกันได้ ทำให้การผลิตสินค้ามีความละเอียดแม่นยำสูงและสามารถผลิตซ้ำได้เป็นจำนวนมาก ส่งผลให้ราคาสินค้าจากการผลิตแบบนี้ลดลงไปอย่างมหาศาล


ศตวรรษที่ 19 พลังงานไอน้ำเปลี่ยนโลก

สองทศวรรษแรกของศตวรรษที่ 19 มีการกำเนิดขึ้นของเครื่องจักรไอน้ำ ทำให้กำลังการผลิตขยายตัวอย่างมาก   เกิดผลกระทบอย่างมโหฬารต่อสังคม มาจนถึงปลายศตวรรษที่ 19 คำว่านวัตกรรม หรือ Innovation ถูกนำมาใช้ในการพัฒนาสิ่งที่เกิดขึ้นใหม่ทางเทคโนโลยี

Thomas P. Hughes

โทมัส ฮิวส์ ได้ให้ความหมายของนวัตกรรมไว้ว่า “เป็นการนำเอาวิธีการใหม่ มาปฏิบัติหลังจากที่ได้ผ่านการทดลองและได้รับการพัฒนามาเป็นลำดับแล้ว และมีความแตกต่างจากการปฏิบัติเดิมที่เคยปฏิบัติมา” และคำว่านวัตกรรมยังถูกใช้มาอย่างต่อเนื่องจนถึงศตวรรษที่ 20 ในปัจจุบัน

ศตวรรษที่ 20 ยุคคอมพิวเตอร์นำไปสู่ Deep Tech

Deep Tech เกิดขึ้นเป็นระลอกแรกในช่วงระยะเวลานี้ จากพัฒนาการด้านเทคโนโลยีที่สั่งสม จนเริ่มเกิดจักรกลช่วยคำนวณหรือคอมพิวเตอร์

ความหมายของ DEEP TECH แตกต่างกับคำว่านวัตกรรม เรียงลำดับคำจำกัดความของ DEEP TECH ได้ดังนี้

  • DEEP TECH เป็นเทคโนโลยีที่ถูกคิดค้นและพัฒนาขึ้นใหม่จากนวัตกรรม
  • นวัตกรรมที่ถูกนำมาพัฒนานั้นต้องเป็นนวัตกรรมเชิงวิศวกรรมและวิทยาศาสตร์
  • กระบวนการคิดค้นต้องผ่านการวิจัยและทดลองอย่างต่อเนื่อง
  • เทคโนโลยีที่ได้ต้องมีความล้ำหน้า ทันสมัย ยากต่อการลอกเลียนแบบ แก้ปัญหาที่เทคโนโลยีปัจจุบันไม่สามารถแก้ได้

แล้วอะไรบ้างที่จะถูกจัดเข้าไปเป็น Deep Tech ได้ ???

รายชื่อเทคโนโลยีที่ผ่านหูผ่านตาอย่างมากในช่วงนี้ เช่น AI, Blockchain, VR & AR, Clean Energy, Space Tech หรือ Quantum Computing มาดูเหตุผลที่รายชื่อเหล่านี้สมควรที่จะจัดอยู่ใน Deep Tech

Artificial Intelligence (AI)

ปัญญาประดิษฐ์ที่ทำให้คอมพิวเตอร์ทำงานได้ซับซ้อนมากขึ้น วิเคราะห์และโต้ตอบกับสถานการณ์ปัจจุบันได้ราวกับมีสติปัญญาเป็นของตนเอง ภาพจากหนังไซไฟโลกอนาคตหลายเรื่อง เสมือนคำทำนายล่วงหน้าที่เราจะได้ทันเห็นของจริงกันในศตวรรษนี้

Blockchain

การเก็บข้อมูลของระบบแบบไร้ศูนย์กลาง ถูกนำมาใช้ในธุรกิจการเงินการธนาคาร ตัวอย่างที่ทำให้โลกได้รู้จักกับ Blockchain คือสกุลเงินดิจิทัลต่าง ๆ ตั้งแต่ Bitcoin, Ethereum, ADA, OmiseGo และอีกหลายพันสกุลเงินดิจิทัลที่แห่กันออกมาทำ ICO (Initial Coin Offering) โดยใช้เทคโนโลยีนี้ พัฒนาไปสู่การทำ Smart Contract ให้การทำสัญญาอยู่ในระบบ เพื่อที่ทุกคนจะได้เห็นข้อมูลตรงกัน ปฏิบัติงานตามที่ระบุในสัญญาได้ และมีหลายคนที่เสนอว่าในอนาคต Blockchain จะเป็นระบบที่เหมาะสมสำหรับระบบจัดการเลือกตั้งของทุกประเทศในโลก เพราะการไร้ศูนย์กลาง การเห็นข้อมูลร่วมกัน จะทำให้เกิดความโปร่งใสและไม่สามารถทุจริตได้

VR & AR

การจำลองโลกจริงลงในโลกดิจิทัล ทำให้เกิดเป็นโลกเสมือนจริงที่กำลังนิยมไปใช้ในอุตสาหกรรมต่าง ๆ ในทางการศึกษา VR ได้ทำให้ผู้สอนตื่นเต้นกับเนื้อหา และสนใจที่จะนำไปใช้ในการสอน และแน่นอนว่าผลที่ตามมาคือความสนใจของผู้เรียน ที่จะได้รับประสบการณ์ทางการเรียนรู้มากกว่าในตำราแบบเดิม ๆ หากจะอ่านให้เห็นภาพ แนะนำให้ดูซีรี่ส์สำหรับอนาคตเรื่อง Altered Carbon จะได้เห็นงานโฆษณาในรูปแบบ VR มากมาย การดูสื่อโฆษณาผ่านทางคอนแทคเลนส์แทนการใช้แว่น VR ทำให้สื่อมีความน่าสนใจ ซีรี่ส์เรื่องนี้ทำให้เห็นถึงการส่งผ่าน Content อย่างน่าสนใจเมื่ออยู่ในเทคโนโลยี VR ฝั่ง AR Augmented Reality เป็นส่วนต่อขยายระหว่างคอมพิวเตอร์กับอุปกรณ์ภายนอกให้เกิดการแลกเปลี่ยนข้อมูล เพื่อทำงานร่วมกัน

Clean Energy

Honda Clarity Fuel Cell

เทคโนโลยีที่เกี่ยวกับพลังงานสะอาดประสิทธิภาพสูง เป็นที่ถูกพูดถึงและรับรู้ได้มากขึ้น เช่น รถยนต์พลังงานไฟฟ้า จากผู้นำอย่าง Tesla ซึ่งอีลอน มัสก์ ได้ทวิตหลังจากผลสำเร็จของ Tesla ว่า “ผมสัญญาว่าพวกเราจะทำรถกระบะ (EV) ออกมาหลังจากที่เปิดตัว Model Y ผมมีดีไซน์หลักๆ โครงสร้าง และองค์ประกอบทางวิศวกรรมอยู่ในหัวผมนานเกือบ 5 ปีแล้ว ผมจะถวายชีวิตเพื่อสร้างมัน” หรืออย่าง Honda Clarity รถระบบพลังงานไฮโดรเจน ที่มีระยะทางการขับเคลื่อนกว่า 480 กิโลเมตร ต่อการเติมไฮเดรเจน 3-5 นาที และ Nissan Leaf รถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% ที่ใช้จุดขาย Zero Emission รถไร้มลพิษ

Space Tech

SpaceX CEO Elon Musk unveils the company’s new manned spacecraft, The Dragon V2

คำนี้ไม่ได้มีความหมายแค่ จรวด ดาวเทียม ยานอวกาศ หรือสถานีอวกาศอีกต่อไป สิ่งที่เกิดขึ้นประจักษ์แก่สายตาชาวโลกไปแล้ว คือการปล่อยจรวด Space X ที่บรรทุกดาวเทียม 10 ดวงขึ้นไปในวงโคจรระดับต่ำ เป็นจรวดรีไซเคิล คือปล่อยออกไปและนำกลับมาใช้ใหม่ได้ เป็นการพาดหัวข่าวที่ทำให้โลกรู้ว่าอวกาศไม่ใช่เรื่องของ NASA เจ้าเดียวอีกต่อไป

Quantum Computing

แนวคิดการประมวลผลรูปแบบใหม่ที่นำคุณสมบัติพิเศษเหนือสามัญสำนึกของอะตอมมาใช้ เช่น อะตอมทำได้หลายอย่างในเวลาเดียวกัน หรือสามารถสื่อสารกับอะตอมอีกตัวที่อยู่ไกลออกไปได้ ทำให้พัฒนาคอมพิวเตอร์ที่เร็วกว่าปัจจุบันเป็นพันล้านเท่าได้ แต่เทคโนโลยีนี้ยังต้องได้รับการพัฒนาอีกมาก ต้องแก้ไขข้อจำกัดหลายอย่าง เช่นตอนนี้ เครื่อง Quantum Computing ต้นแบบต้องทำงานที่อุณหภูมิ 0 องศาสัมบูรณ์ (-273.15 องศาเซลเซียส) ทำให้เครื่องยังมีขนาดใหญ่ และยังมีเรื่องการของควบคุมอะตอมให้เป็นไปอย่างที่ต้องการ ซึ่งตอนนี้ยังทำไม่สำเร็จ

เมื่อรู้จัก Deep Tech กันแล้ว คำถามคือ Deep Tech ไทย ทำอย่างไรให้ถึงฝัน

ต้นกำเนิดของ Deep Tech ส่วนหนึ่งมาจากสถาบันการศึกษาที่ทำงานวิจัยออกมา แต่ที่ผ่านมาเราคงเคยได้ยินคำว่า ทำงานวิจัยออกมาแต่ไม่มีที่ไป เหมือนทำงานวิจัยมาเก็บบนหิ้ง ซึ่งเมื่องานวิจัยไทยใช้หวังผลในเชิงธุรกิจไม่ได้ จึงมีปัญหาต่อการพัฒนาเทคโนโลยีของประเทศ

การแก้ไขปัญหาภาคการศึกษา

ทางแก้ไขเรื่องนี้ฟังแล้วง่ายมากคือสถาบันการศึกษาต้องก้าวให้ทันโลก ต้องเร็วพอที่จะรับความรู้ใหม่ เทคโนโลยีใหม่ๆ แล้ววิจัยเสริมขึ้นไปจากความรู้นั้น แต่แน่นอนการปฏิบัติจริงนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะข้อจำกัดหลายด้าน อย่างการบริหารงาน หรือการจัดการบุคคลที่ทำให้กระบวนการนั้นเชื่องช้าลงไป แต่เราเชื่อว่าทางออกของเรื่องนี้อยู่ที่การร่วมมือกับภาคธุรกิจ ให้องค์กรภายนอกเข้ามาช่วยนำทางว่าตลาดกำลังต้องการอะไร เพื่อค้นหาองค์ความรู้ที่ตรงกับสิ่งที่กำลังเป็นปัญหาทางธุรกิจ ซึ่งเมื่อมีทิศทางที่แน่นอนแล้ว จะทำให้งานวิจัยที่ปกติเป็นแค่ทฤษฎีเก็บอยู่บนหิ้ง กลายเป็นงานปฏิบัติที่ใช้งานได้จริง สร้างความได้เปรียบทางธุรกิจได้

แต่ปัญหาด้านการศึกษาอีกอย่างหนึ่งที่จุกอกจนทำให้ Deep Tech ไทยไม่ไปถึงฝั่งฝันสักที คือปัญหาขาดแคลนแรงงานในสาขาที่จำเป็น โดยเฉพาะแรงงานที่เชี่ยวชาญวิชาในกลุ่ม STEM (วิทยาศาสตร์, เทคโนโลยี, วิศวกรรม และคณิตศาสตร์) ที่เป็นรากฐานสำคัญของ Deep Tech ซึ่งแรงงานในกลุ่มนี้ต้องการการบ่มเพาะมากเป็นพิเศษ

ยกตัวอย่างให้เข้าใจง่ายๆ คือเราสามารถเรียนจบอะไรก็ได้เพื่อไปเป็นพ่อค้า ขอแค่มีทักษะพูดได้ คิดเลขไม่ผิด จะเรียนวิศวกรรม วิทยาศาสตร์แล้วจบไปขายของก็ทำได้ แต่เราไม่สามารถสร้างนักวิจัย นักพัฒนาเทคโนโลยีชั้นสูงได้จากการเรียนทั่วไป มีน้อยคนมากๆ ที่จบอะไรก็ได้แต่สามารถพัฒนา Deep Tech ขึ้นมาได้ เช่น ตอนนี้ในแต่ละปีเราจะมีเด็กจบใหม่จากคณะวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์จำนวนมากแต่ประเทศไทยก็ยังขาดแคลนโปรแกรมเมอร์เก่งๆ อยู่ดี เด็กหลายคนเรียนจบวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์มาโดยที่ยังโค้ดโปรแกรมไม่ได้ หรือโค้ดได้แต่ขาดทักษะในการพัฒนาตัวเอง ในที่สุดความรู้ด้านการเขียนโปรแกรมของตัวเองก็เก่าลงอย่างรวดเร็ว จนไม่สามารถทำงานในตลาดได้

ภาครัฐต้องกำหนดทิศทางให้ชัด

ซึ่งตรงนี้เป็นงานใหญ่ของภาครัฐในการกำหนดนโยบาย ที่ต้องให้ความสำคัญกับทรัพยากรบุคคล ปูความรู้แต่เด็ก ปรับปัจจัยพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ตั้งแต่การพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนในระดับประถม มัธยม ให้มีความเข้มข้นและนำไปใช้ต่อยอดได้จริงเมื่อก้าวเข้าสู่ระดับมหาวิทยาลัย

งานต่อมาของภาครัฐคือให้การสนับสนุนงานค้นคว้าวิจัย งานทดลองในระดับมหาวิทยาลัยอย่างจริงจัง เพื่อสร้างนักพัฒนาอนาคต อย่างการปรับปรุงข้อกฎหมายและให้ความคุ้มครองด้านสิทธิบัตร ให้เหมาะสมกับเทคโนโลยี มีการตรวจสอบที่ซับซ้อนมากขึ้น เพื่อคุ้มครองผู้สร้าง Deep Tech ที่เกิดขึ้นในประเทศไทย

และต้องผลักดันหน่วยงานที่ทำงานเกี่ยวข้องด้านนวัตกรรม (ที่จัดตั้งขึ้นเป็นจำนวนมาก) ให้เห็นความสำคัญของ Deep Tech มากขึ้น สร้างเครือข่ายที่เชื่อมโยง นำเข้าเทคโนโลยีจากต่างประเทศที่เหมาะสม เพื่อเป็นการให้ความรู้แก่นักพัฒนาและลดค่าใช้จ่าย นอกจากนี้ รัฐบาลควรใช้มาตรการสร้างความต้องการสินค้าเทคโนโลยี เช่น การกำหนดมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมและการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐในการจูงใจให้เกิดการพัฒนาเทคโนโลยี ในระดับ Deep Tech มีแผนและนโยบายที่ชัดเจนในทางมุ่งเน้นการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี รวบรวมข้อมูลการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีอย่างเป็นระบบ เผยแพร่ให้ประชาชนและเยาวชนรับรู้ เพื่อให้ทุกคนได้ตระหนักถึงความสำคัญ

การร่วมมือการระหว่างภาครัฐ สถาบันการศึกษาและภาคเอกชน ทางออกของการพัฒนา Deep Tech

สำหรับหน่วยงานภาคเอกชน ต้องมีการส่งต่อเทคโนโลยีจากภาคธุรกิจ เข้าสู่สถาบันการศึกษาให้มากขึ้น เพื่อเปิดโอกาสให้กับนักพัฒนารุ่นใหม่ ในการรับถ่ายทอดเทคโนโลยี ควบคู่ไปกับให้ความรู้ในเชิงธุรกิจสู่นักพัฒนา เพื่อร่วมกันพัฒนา

อย่างการร่วมมือกันพัฒนาของ Pixar, มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย, แซนตาบาร์บารา (UCSB) และ Disney Research หน่วยงานวิจัยพัฒนาของดิสนี่ย์ (ที่เครื่องเล่นใน Disneyland มันว้าวมากๆ ก็เพราะงานวิจัยจาก Disney Research นี่แหละ) นำปัญญาประดิษฐ์มาช่วยเร่งการสร้างภาพ 3 มิติ แทนที่จะใช้วิธีสร้างภาพหรือเรนเดอร์แบบเดิมที่ต้องประมวลผลวัตถุ และแสงเงาตกกระทบอย่างละเอียดซึ่งต้องใช้พลังในการประมวลผลสูง ทำให้เสียเวลาเรนเดอร์นาน มาใช้การประมวลผลแสงแบบคร่าวๆ ที่ให้ผลลัพธ์ภาพมีสัญญาณรบกวนหรือ Noise เยอะ แล้วใช้ AI ที่ฝึกฝนมาเพื่องานนี้ลบ Noise ออกจากภาพวิดีโอ ก็ทำให้ได้วิดีโอที่มีคุณภาพพอๆ กัน แต่ใช้เวลาประมวลผลเร็วกว่าเดิม ช่วยทุ่นแรงในการทำงานไปเยอะ

ส่วนในเมืองไทยก็มีการสนับสนุนการพัฒนาและวิจัย Deep Tech ที่น่าสนใจคือโครงการ U.REKA ที่ ดิจิทัล เวนเจอร์ส ผู้ศึกษาและพัฒนานวัตกรรมทางการเงินในเครือธนาคารไทยพาณิชย์ ร่วมกับไมโครซอฟท์ The Knowledge Exchange (KX) และมหาวิทยาลัยชั้นนำ 7 แห่งของไทยได้แก่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร่วมกันสนับสนุนให้เกิดการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมผ่านเทคโนโลยีชั้นสูง (Deep Technology) ตั้งแต่ต้นน้ำจนปลายน้ำ

โดยโครงการ U.REKA มุ่งเน้นให้กลุ่มอาจารย์ นักศึกษา นักวิจัย และผู้สนใจเทคโนโลยีชั้นสูง รวมกลุ่มกันเป็น Startup นำเสนอไอเดียจากการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีชั้นสูง เพื่อนำมาพัฒนาเป็นนวัตกรรม ที่สามารถตอบโจทย์อุตสาหกรรมหลัก ซึ่งในระยะแรกมุ่งเน้นที่อุตสาหกรรมการค้าปลีก การท่องเที่ยว การเดินทาง และ บริการทางการเงิน เพื่อนำไปต่อยอดและพัฒนาให้เกิดเป็นผลิตภัณฑ์และบริการ และนำออกสู่ตลาดได้จริงในอนาคต ซึ่งสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการสนับสนุนได้ที่ u-reka.co

โครงการ U.REKA จึงเป็นอีกหนึ่งจุดเริ่มต้นที่ดี ที่ภาคการศึกษาและภาคเอกชนได้ร่วมมือกันส่งเสริมเทคโนโลยีเชิงลึกหรือ Deep Tech ให้ได้มีโอกาสปรากฏตัวได้มากขึ้นในไทย ก็หวังว่าภาครัฐจะเข้ามาส่งเสริมการพัฒนาเทคโนโลยีระดับสูงต่อเนื่องจากเอกชน เพื่อเป็นรากฐานสำคัญในการแข่งขันกับนานาประเทศต่อไป

จากปัจจัยสำคัญทุกด้านที่กล่าวมา

จะทำให้ Deep Tech เกิดขึ้นในประเทศไทยอย่างยั่งยืน Key Success ก็คือการสร้างความร่วมมือให้เกิดขึ้น ต้องมีความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนซึ่งหากเกิดความร่วมมืออย่างแท้จริงแล้ว เชื่อว่า Deep Tech ไทยไปได้ถึงฝันอย่างแน่นอน

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

สัมภาษณ์

Unichat คุยกับสาววิศวะไฟฟ้ากับงานอดิเรกสาว “Cosplay”

Published

on

ใครหนอใคร.. พูดกันว่าคณะวิศวะเป็นคณะที่รวมหนุ่มหล่อ ส่วนสาวๆ ก็มักจะห้าวๆ แมนๆ อย่างเดียว วันนี้แบไต๋จะขอเถียงขาดใจ เพราะคณะวิศวกรรมศาสตร์ได้พิสูจน์ให้เราเห็นในวันนี้แล้ว ว่าสาววิศวะน่ารักสุดๆ และเธอไม่ได้มีหน้าตาและบุคลิกที่น่ารักอย่างเดียว แต่ทัศนคติของเธอและความสามารถยังน่าชื่นชมอีกด้วย แต่จะน่าชื่นชมยังไง เดี๋ยวไปพบกับ มุก – ณนันท์ โฉมนาค ดาวคณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยีอุตสาหกรรม ภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้า สาขาวิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์และระบบคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ไปค่ะ!

ทำไมเลือกเรียนวิศวะ สาขาวิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์และระบบคอมพิวเตอร์

ส่วนตัวเป็นคนชอบคณิตค่ะ แล้วก็ชอบพวกคอมฯ กับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ด้วยค่ะ ตอนเด็กๆ เวลาจอยเกมส์เสียก็ต้องซื้อใหม่ พอซื้อใหม่เล่นไปสักพักก็เสียอีก เลยแกะออกมาซ่อมเองเลยค่ะ พอจากนั้นมาอะไรเสียเราก็จะลองแกะลองซ่อมเองดูก่อนเลย บวกกับเวลาเห็นคุณพ่อซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านก็รู้สึกว่าเท่จังน้า อยากทำเป็นบ้างจัง เลยทำให้ตัดสินใจเรียนสาขานี้ค่ะ

สาขาวิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์และระบบคอมพิวเตอร์ เรียนเกี่ยวกับอะไรบ้าง

สาขาวิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์และระบบคอมพิวเตอร์ เป็นสาขาที่รวมความรู้ด้านอิเล็กทรอนิกส์ ไฟฟ้าและระบบคอมพิวเตอร์เข้าด้วยกัน เอาแบบเข้าใจง่ายเลยนะคะ คือมีเรียนทั้งไฟฟ้า คอมพิวเตอร์ (ทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์) และอิเล็กทรอนิกส์ เมื่อจบไปแล้ว สามารถเลือกประกอบอาชีพในอุตสาหกรรมต่างๆ ได้เยอะเลยค่ะ เช่น อุตสาหกรรมผลิตและประกอบอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า อุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์ฮาร์ดแวร์ อุตสาหกรรมชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์หรืออุตสาหกรรมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น โทรคมนาคม อิเล็กทรอนิกส์ยานยนต์ เทคโนโลยีสารสนเทศ เครื่องมือการแพทย์และเครื่องมือวัดต่างๆ และยังสามารถทำงานในหน่วยราชการและรัฐวิสาหกิจหรือเป็นผู้ประกอบการอาชีพอิสระ อะไรที่เกี่ยวกับ คอม ไฟฟ้า อินเทอร์เน็ต ทำได้หมดเลยเรียกได้ว่าไม่ตกงานแน่ค่ะ (หัวเราะ)

เข้ามาปี 1 ก็จะถูกส่งไปเรียนปรับพื้นฐานก่อนค่ะ ทั้งแคลคูลัส เคมี ฟิสิกส์ คือที่เจอมาตอนมัธยมปลาย จะถูกอัดอยู่ในเทอมเดียวเลยค่ะ (หัวเราะ) เรียกได้ว่าเป็นการวัดเลยว่าจะไปต่อได้ไหม คือเราจะไม่สามารถทำตัวแบบมัธยมได้เลยค่ะ  ที่อ่านหนังสือก่อนสอบแค่วันสองวัน อ่านแค่นิดๆ หน่อยๆ ก็ทำข้อสอบได้ มหาวิทยาลัยนี่ไม่ได้เลยค่ะ บางคนมัธยมจากเกรด 3 กว่าเหลือ 1 กว่าๆ ก็มี เทอมนี้คือเพื่อนหายไปเยอะมากค่ะ เพราะบางคนเกรดไม่ถึง บางคนก็มองว่านี่คงไม่ใช่ทางของเขา หินสุดๆ ค่ะปี1 (หัวเราะ) ส่วนเทอม 2 ก็เริ่มเบาหน่อยจะเริ่มมีวิชาภาค เช่น วิชาเขียนโปรแกรม เข้ามา ซึ่งมุกคิดว่าน่าสนใจและง่ายกว่าเทอมแรกค่ะ

พอมาปี 2 – 4 ก็จะเข้าวิชาภาคค่อนข้างเยอะแล้วค่ะ มีทั้งการเรียนทฤษฎีและลงมือปฏิบัติ  เป็นอะไรที่สนุกมากๆ ค่ะตอนได้ทำแลป นอกจากนั้นแต่ละวิชายังมีโปรเจคให้นักศึกษาคิดและได้ลงมือทำด้วยค่ะ เราต้องมานั่งทำลายวงจร นั่งเจาะ นั่งตัด นั่งเขียนโปรแกรม มีปัญหาต้องมานั่งแก้ วุ่นวายมากค่ะ ถึงจะฟังดูลำบากแต่ก็สนุกมากเลยค่า  ตอนนี้มุกก็ปี 3 แล้วพอปิดเทอมก็ต้องไปฝึกงาน ปี 4 ก็ทำโปรเจคจบค่ะ มุกเองก็ยังไม่แน่ใจว่าจะทำโปรเจคจบแนวไหนดี เพราะที่สาขานี้มีหลายแนวมากค่ะ มีทั้งหุ่นยนต์ เกี่ยวกับเทคโนโลยีการแพทย์ คอมพิวเตอร์ และอีกหลายๆ อย่าง

แล้ววิชาโปรดของมุกล่ะ

คือ วิชาวงจรดิจิตอลและการออกแบบวงจรลอจิก  (Digital Circuits and Logic Design) เพราะรู้สึกสนุกกับมันค่ะ ได้ออกแบบ ได้คำนวณ ได้คิด  วิชานี้มีทั้งคาบทฤษฎีแล้วก็จะมีให้ทำแลปด้วยค่ะ ให้เราลองต่ออุปกรณ์กับโฟโต้บอร์ดแรกๆ ก็สนุกค่ะ หลังๆ เราจะเริ่มงงเพราะวงจรจะยากขึ้นอุปกรณ์ก็จะเยอะขึ้นสายไฟนี่อีรุงตุงนังเลยค่ะ (หัวเราะ) พอลองเปิดไฟที่บอร์ดแล้วมันไม่ติดเราก็ต้องไล่หาค่ะว่ามันผิดตรงไหน คำเดียวค่ะมึน แต่ก็ชอบตรงนี้แหละค่ะมันสนุกดี แล้วก็วิชา ไมโครโปรเซสเซอร์และการเชื่อมต่อ (Microprocessors and Interfacing) อันนี้เป็นวิชาที่เราต้องเขียนโปรแกรมด้วยต่อวงจรด้วยค่ะ  คือเราจะเขียนโปรแกรมแล้วรันลงบอร์ด arduino ค่ะ ชอบตรงที่ว่าเราต้องการจะให้มันทำงานยังไง เราก็ไปหาอุปกรณ์มาก่อน จากนั้นเราต้องการฟังก์ชั่นแบบไหนก็เขียนโปรแกรม แล้วป้อนลงไปเอาค่ะ ชอบเพราะสนุกอีกนั่นแหละค่ะ (หัวเราะ)

มหาวิทยาลัยศิลปากรมีกิจกรรมอะไรสนุกๆ บ้าง

ต้องบอกก่อนเลยนะคะว่ากิจกรรมของมหาวิทยาลัยศิปากรนั้นมีเยอะมากจริงๆ ค่ะ  มีทั้งรับน้องรวม อันนี้เราจะได้รู้จักเพื่อนต่างคณะจากทุกวิทยาเขตเลยค่ะ รับน้องของคณะ งานเฟรชชี่เกมส์ จะมีการแข่งกีฬาระหว่างคณะ มีการแสดงสุดอลังการและประกวดดาวเดือนมหาวิทยาลัย  มีชมรมต่างๆ ในมหาวิยาลัย เช่น ชมรมยิงปืน ชมรมพิธีกร กิจกรรมตามเทศกาล จะมีงานสงกรานต์ มีคอนเสิร์ตมาเล่นตอนเราเล่นน้ำ ทั้งเปียกทั้งสนุก (หัวเราะ) งานลอยกระทงอันนี้มีประกวดนางนพมาศและก็ยังมีตลาดนักศึกษาด้วย ละครเวที  งานทับแก้ว วิชาการที่น้องมัธยมจะได้ลองมาดูว่าแต่ละคณะที่น้องสนใจ เขาเรียนอะไรกันบ้าง และอีกหลายๆ อย่างค่ะ เรียกได้ว่าเป็นมหาวิทยาลัยที่มีกิจกรรมให้นักศึกษาได้ผ่อนคลายและสนุกตลอดเวลาเลยค่ะ

มุกทำกิจกรรมอะไรบ้าง

ประกวดดาวคณะในงาน EFG และได้รับตำแหน่งดาวคณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยีอุตสาหกรรมค่ะ  และก็เคยทำสโมคณะค่ะ ก็จะคอยดูแลงานต่างๆ ของคณะ เช่น การจัดงาน พี่ค่าย วางแผนงานต่างๆ แล้วก็แจกจ่ายงานให้กับหน่วยงานอื่นๆ ที่ต้องรับผิดชอบต่อไป แต่ออกมาตอนปี2 เพราะเรียนหนักทางบ้านก็อยากให้กลับบ้านบ่อยเลยให้ออก และก็เป็นพิธีกรประจำภาควิชาค่ะ ช่วงที่อยู่สโมคณะก็จะเป็นของมหาวิทยาลัยบ้างบางงานค่ะ และมุกก็เป็นพี่ค่ายค่ะ คุมแลปสอนและดูแลน้องๆ มัธยมที่มาเข้าค่ายที่คณะค่ะ แล้วก็พี่ค่ายนี่แหละที่เราชอบที่สุด

เล่าเรื่องประสบการณ์การเป็นดาวคณะให้ฟังหน่อย

คณะวิศวะจะมีงานกีฬา EFG ที่แข่งกีฬากันเองในคณะค่ะ  ในงานนี้จะมีการประกวดดาวเดือนของคณะวิศวะ แล้วให้แต่ละเอกส่งตัวแทนไปประกวด  ด้วยความที่สาขามุกผู้หญิงน้อย เราเลยถูกเลือกให้เป็นตัวแทนภาคไปประกวดค่ะ (หัวเราะ) จากนั้นเราก็ติด 1 ใน 5 คนของดาว ก็ไปเตรียมการแสดงค่ะ มุกก็ไม่รู้จะแสดงอะไรก็เลยควงคฑากับเต้นค่ะ  เพราะว่าเมื่อตอนมัธยมมุกเป็นคฑากรประจำโรงเรียนตั้งแต่ ม.2 ถึง ม.6 ค่ะ ส่วนเต้นนี่เป็นความชอบส่วนตัวอยู่แล้วค่ะ

คำถามนี่ยังจำได้ขึ้นใจเลยค่ะ โดนถามว่าถ้าให้เลือกตัดอวัยวะหนึ่งอย่างและเพิ่มอวัยวะหนึ่งอย่างจะตัดและเพิ่มอะไร  มุกก็ตอบไปแบบเอ๋อๆ เลยค่ะ “ตัดหน้าอกค่ะจะได้เท่าเทียมกันทั้งชายและหญิง และเพิ่มสมองค่ะ เพราะรู้มาว่าสมองคนเราทำงานไม่ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ เราจะได้ฉลาดขึ้นค่ะ” (หัวเราะ) พอประกาศว่าเราได้เป็นดาวเราก็งงๆ แต่ก็ตื่นเต้นมากค่ะ ทั้งสองกิจกรรมนี้มุกก็ชอบค่ะ แต่ที่ชอบที่สุดคือตอนที่มุกได้เป็นพี่ค่ายคุมแลปสอนน้องๆ ต่อวงจรอธิบายความรู้ต่างๆ ที่เรามีให้กับน้องๆ ดูแลน้องๆ ตอนค่ายอัจฉริยะภาพ มุกมีความรู้สึกว่าการมอบความรู้ความสนุกให้กับคนอื่น  ทำให้คนอื่นสนุกและยิ้มได้มันเป็นความรู้สึกที่ดีแบบอธิบายไม่ถูกอ่ะค่ะ รู้แต่ชอบ (ยิ้ม)

ยามว่างมุกชอบทำอะไร

ว่างๆ ถ้าไม่มีเรียน ไม่มีงาน ก็เล่นเกมส์  อ่านหนังสือ ส่วนใหญ่จะเป็นการ์ตูนซะมากกว่าค่ะ (หัวเราะ) วาดรูป ก็วาดทั้งภาพเหมือนทั้งภาพการ์ตูนค่ะ  เต้นก็แอบเต้นอยู่คนเดียวในห้องค่ะ แล้วก็แต่ง cosplay ค่ะ

แต่ง cosplay ด้วยหรอ เล่าให้ฟังหน่อย

ที่ชอบแต่ง cosplay เพราะเป็นคนชอบดูการ์ตูนค่ะ เวลาเห็นตัวละครน่ารักๆ เลยอยากจะลองแต่งบ้าง อยากจะเป็นตัวละครนี้จังเลย ตอนแรกก็ไม่รู้จัก cosplay ค่ะ แต่มีรุ่นพี่คนนึงเขาแต่งมาก่อน แล้วรู้จักกันในชมรมวาดรูปที่โรงเรียนค่ะ พี่เขามาชวน มุกก็เลยไปขอแม่ ตอนนั้น ม.2 ค่ะ แม่ยังไม่ให้ไป พอเกรดมุกออกมาเรากลับติด 0 ตัวนึงค่ะ แม่เราก็ตีแล้วก็บอกว่าถ้าเกิดว่าสอบได้ที่ 1 แม่จะให้ไป cosplay พอ ม.3 ได้ที่1 เลยค่ะ แล้วมันทำให้เราได้รู้ว่าจริงๆ แล้วเพียงแค่เราพยายาม ก็ไม่มีอะไรที่ทำไม่ได้ ทำให้เรารู้ว่าการเรียนสนุกแค่ไหน ตอน ม.ต้น เข้าโรงเรียนมาด้วยโควต้าศิลปะค่ะ เลยอยู่ห้องศิลป์ พอขึ้น ม.3 มุกก็เริ่มชอบการเรียนเลยไปสอบ วิทย์ – คณิต ค่ะ ก็ติดค่ะ ทำให้รู้ตัวว่าตัวเองชอบเลขมากตอนนั้น  ก็เลยมุ่งมาเรียนวิศวะทุกวันนี้นี่แหละค่ะ (หัวเราะ) ตอนที่เรียนอยู่มหาวิทยาลัยมีงานทับแก้ววิชาการ อาจารย์ที่ภาควิชายังให้มุกแต่งชุดโลลิต้าน่ารักๆ มาเรียกน้องๆ แล้วก็อธิบายความรู้ต่างๆ ให้กับน้องด้วยค่ะ เป็นจุดสนใจมากค่ะตอนนั้นใครจะคิดล่ะคะว่าเดินเข้าคณะวิศวะมาแล้วจะเจออะไรแบบนี้ (หัวเราะ)

โห.. ขอเคล็ดลับการเรียนหน่อยสิ

ในเมื่อคุณแม่บอกแล้วว่าถ้าเราได้ที่ 1 จะอนุญาตให้เราแต่ง จากที่ไม่เคยอื่นหนังสือก็อ่านค่ะ  แรกๆ เราก็จำไม่ค่อยได้ก็อ่านแล้วก็ท่องจนกว่าจะจำได้ค่ะ วิชาเลขก็เหมือนกันตอนแรกก็ลองทำเองดูก่อน พอทำไม่ได้ก็ดูเฉลยแล้วก็กลับมาทำใหม่  แล้วก็ทำข้อเดิมเรื่อยๆ จนเราจำได้ขึ้นใจว่าเจอโจทย์แบบนี้ต้องทำยังไง แรกๆ มันก็ดูยากนะคะแต่ถ้าเราไม่เริ่ม ไม่ลองพยายามดู เราก็ไม่รู้หรอกค่ะว่าเราทำได้หรือไม่ได้  มุกไปบอกเพื่อนว่าถ้าได้ที่ 1 คุณแม่จะให้ cosplay เพื่อนก็หัวเราะแล้วตอบลับมาว่าอย่างแกไม่ได้หรอก แล้วพอวันแจกเกรดมุกได้ที่ 1 นี่ร้องไห้เลยค่ะคือความพยายามมันไม่เสียเปล่าจริงๆ หลังจากนั้นเราก็ยึดคติว่า “ความพยายามอยู่ที่ไหนความสำเร็จอยู่ที่นั่น” เลยอยากให้ทุกคนมองว่างานอดิเรกทุกอย่างมันไม่ได้ไร้ประโยชน์หรอกค่ะ มันอาจจะมีข้อเสีย แต่มันก็ต้องมีข้อดีแน่นอนค่ะ

ถ้าอยาก cosplay แบบมุกบ้าง ต้องเริ่มยังไงบ้าง

อันดับแรกเลยค่ะเราก็ต้องเตรียมชุดค่ะ ตอนที่มุกคอสครั้งแรกก็ดูแบบชุด แล้วไปหาซื้อผ้าเอง  แล้วก็วาดรูปชุดที่เราต้องการไปให้ร้านตัดให้ค่ะ ส่วนของเล็กๆ น้อยๆ เช่น ที่คาดผม ลายที่รองเท้า มุกก็แต่งเอง ทำเองค่ะ แล้วที่สำคัญเราต้องรู้ด้วยค่ะว่าตัวละครที่เราชอบหรือที่เราจะแต่งเนี่ยเป็นคนแบบไหน ท่าทางยังไง เพราะการคอสก็เหมือนการแสดง เป็นการสวมบทบาทอย่างนึงเลยค่ะ เราต้องทำสายตาและท่าทางให้เหมือนกับตัวละครตัวนั้นจริงๆ ด้วย

สาววิศวะแนะนำแอปหน่อยสิ

ถึงจะเรียนวิศวะก็เจอภาษาเยอะพอควรเลยค่ะ ก็เลยใช้แอปที่เป็น  dictionary หลายตัวเพราะบางทีเราต้องแปลอังกฤษเป็นอังกฤษก่อนแล้วค่อยมาแปลเป็นภาษาไทยค่ะ ที่ชอบใช้อยู่ตอนนี้ก็จะเป็น merriam webster dictionary จะแปลอังกฤษเป็นอังกฤษค่ะ มีทั้งเสียงให้ฟัง แล้วบางคำก็มีรูปให้ดูด้วยนะ

ดาวน์โหลด

เห็นทีหลายๆ คนจะมองสาววิศวะเปลี่ยนไปตลอดกาล และแบไต๋ก็มั่นใจว่าพออ่านบทความนี้จบ หนุ่มๆ ต้องอมยิ้มกันเป็นระนาวแน่

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

Games

[Review] Sea of Thieves: มาสวมบทบาทเป็นโจรสลัด ออกเรือ และท่องโลกกว้างกันเถอะ !!!

Published

on

สวัสดีปีใหม่ไทยท่านผู้อ่านทุกท่านครับ ช่วงนี้อากาศกำลังร้อนได้ที่มากๆ มาพร้อมกับเทศกาลสงกรานต์ ที่จะมาช่วยคลายร้อนให้กับพวกเราชาวเกมเมอร์ทุกๆคน และถ้าหากพูดถึงเกมที่จะเหมาะกับบรรยากาศในช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้ ผมก็ขอนำเสนอ Sea of Thieves ผลงานชิ้นเอกจาก Rare เจ้าของเกมชื่อดังอย่าง Goldereye 007, Donkey Kong Country ที่หลายๆคนน่าจะรู้จักกันเป็นอย่างดี และการกลับมาครั้งนี้ของ Rare จะสร้างความสนุกแบบที่เคยทำได้หรือไหม มาติดตามบทความรีวิว Sea of Thieves กันได้เลยครับ

Xbox Play Anywhere ชื้อ 1 ได้ 2

ก่อนอื่นเลยต้องบอกก่อนว่า Sea of Thieves เป็นเกม Microsoft Exclusive ที่ลงให้กับเครื่อง Xbox One และ Windows 10 โดยมีระบบ Cross-Platform และแน่นอนกับระบบเอาใจเกมเมอร์อย่าง Xbox Play Anywhere ที่ไม่ว่าคุณจะชื้อเกมในเครื่องไหน ก็จะสามารถเล่นได้ทั้งสองเครื่อง โดยใช้ Save และ Server เดียวกันอีกด้วยครับ สำหรับชาว Xbox สามารถหาชื้อได้ใน Store ตามปกติ และสำหรับชาว PC สามารถชื้อได้ใน Windows Store โซนอเมริกาครับ (Steam ไม่มีนะจ๊ะ)

Sea of Thieves เป็นเกม FPS Action ทั่วๆไป ที่ไม่มีระบบซับซ้อนเลยสักนิดเดียว ตัวเกมจะให้ผู้เล่นรับบทเป็นกะลาสีคนนึง ที่ได้ออกเรือตามล่าหาสมบัติ หรือรับจ้างทำเควสจากสำนักต่างๆภายในเกม โดยตัวเกมจะบังคับให้ผู้เล่นออนไลน์ตลอดเวลา โดยที่ผู้เล่นจะสามารถเล่น Online กับเพื่อนสูงสุดได้ 4 คน หรือจะออกเดินเรือเพียงคนเดียว แต่อาจจะไปเจอกับเรือลำอื่นๆก็สามารถทำได้เช่นกันครับ

เตรียมตัวออกเรือ

โดยพื้นฐานแล้วตัวเกมนั้นใช้ระบบ Online Session จับคู่ผู้เล่นทั้งหมดเข้ามาเจอกันภายในเกม โดยที่จะมี Server กลาง นั้นหมายความว่าระหว่างเล่น ผู้เล่นจะสามารถเจอคนอื่นเข้า ออกได้ตลอดเวลา รวมไปถึงตัวผู้เล่นเองที่ออกจากเกมไปแล้ว แต่ก็สามารถกลับเข้ามาในเกมได้ใหม่ โดยให้เพื่อนที่อยู่ใน Party เดิม Invite เข้ามาครับผม ยกตัวอย่างเกม Call of Duty ที่ใช้ระบบนี้เช่นกัน


Preparing Yourself


npc ที่พูดคุยได้ภายในเกม

แน่นอนว่าการที่ตัวเกมเป็นเกม Online Multiplayer อย่างจริงจัง แน่นอนว่าลืมไปได้เลยกับ Story Mode หรือ Lore ที่จะทำให้ผู้เล่นรู้สึกอินไปภายในเกม เนื่องจากว่าตัวเกม Sea of Thieves นั้นต้องการสร้างประสบการณ์การเป็นกะลาสีให้ตัวผู้เล่นเองจริงๆครับ นั้นหมายความว่าตัวเกมจะไม่มีการบอกเล่าอะไรทั้งสิ้น สิ่งที่เรารู้ คือเราเป็นแค่กะลาสีคนนึงที่ตื่นขึ้นมาในเกาะแห่งนึงพร้อมกับเรือหนึ่งลำ โดยผู้เล่นสามารถคุยกับเหล่า NPC ภายในเกาะ หรือที่เรียกว่า Outpost ได้ทุกคน แน่นอนว่าในจำนวน NPC พวกนั้นก็จะมีเควสให้ทำครับ

เริ่มออกเรือแบบไร้จุดหมาย

Gameplay หลักๆของ Sea of Thieves นั้นจะเข้าใจได้ค่อนข้างง่าย แต่ตัวเกมค่อนข้างโหดร้ายที่ไม่มีแม้แต่ Tutorial มาให้เลยสักนิดเดียว แต่เชื่อว่าสิ่งแรกที่ผู้เล่นหลายคนเข้ามาในเกม ก็คือความคิดที่อยากจะเป็นเจ้าแห่งโจรสลัด (เพราะผมก็คิดแบบนั้น) แต่ต้องมานั่งงมเอาเองกับเพื่อนที่เหลืออีก 3 คนโดยที่ตัวเกมไม่ช่วยบอกอะไรเลยแม้แต่สักนิดเดียว !!

ชนิดของเควสหลักๆภายในเกม

ตัวเกมมีจะเควสให้ผู้เล่นทำอยู่ทั้งหมด 3 แบบหลัก ที่สามารถรับได้จาก NPC ครับ นั้นก็คือ การล่าสมบัติ, การล่ามอนสเตอร์, และการค้าขายครับ โดยทั้งสามแบบนี้ผู้เล่นสามารถเลือกทำแบบไหนก่อนก็ได้ หรือจะเลือกทำพร้อมๆกันได้เลยก็ได้เช่นกัน นอนจากนั้นตัวเกมจะมีเควสพิเศษที่สามารถพบได้จากขวดแก้ว ซากเรือพังต่างๆครับ โดยเควสพวกนี้มักจะมีความยากกว่าเควสทั่วไป บางเควสจะมาเป็นคำใบ้ และต้องให้ผู้เล่นไขปริศนากันเองอีกด้วยครับ

เริ่มจากเควสล่าสมบัติ ก็ตามชื่อเลยครับ เมื่อรับเควสมาแล้ว NPC ก็จะให้แผนที่เรามา เป็นรูปเกาะๆหนึ่ง พร้อมกับจุดกากบาทสีแดง โดยที่เราต้องตามหาเกาะเอาเอง ผ่านการดูแผนที่ พร้อมกับ จุดกากบาทสีแดงในเกาะ เมื่อผู้เล่นมั่นใจว่าใช่จุดๆนี้ ผู้เล่นต้องขุดมันขึ้นมา และนำหีบสมบัติกลับไปมอบให้ NPC ที่เรารับเควสมา ก็จะเป็นอันเสร็จ

ในส่วนของเควสล่ามอนเตอร์นั้น ก็จะคล้ายๆกับแบบแรก แต่คราวนี้ NPC จะให้ชื่อเกาะกับเรามาเลย สิ่งที่เราต้องทำ คือมุ่งหน้าไปสู่เกาะนั้นๆ และจัดการมอนสเตอร์ให้หมด และนำหัวกะโหลกไปมอบให้ NPC ก็จะเป็นอันเสร็จครับ

และสุดท้าย สำหรับเควสการค้าขาย จะค่อนข้างยากกว่าสองแบบแรก เนื่องจากว่าผู้เล่นจะต้องไปตามหาสิ่งของต่างๆตามเกาะ อาทิเช่น หมู,ไก่,ดินปิน,เสบียงต่างๆ โดยแต่ละเควสก็จะกำหนดสีของสัตว์ชนิดต่างๆที่ต้องการอีกด้วย และเมื่อจับสัตว์ได้ตามกำหนด หรือได้สิ่งของที่ต้องการแล้ว ก็นำไปมอบให้กับ NPC ตัวเดิม ก็จะเป็นอันเสร็จครับ

โดยของรางวัลที่จะได้จากเควสทั้ง 3 แบบก็คืนเงิน ที่สามารถนำไปชื้อของแต่งตัว อาวุธใหม่ๆ หรือ Upgrade เรือของเราได้ครับ


Set Sail !!


เอาล่ะมาถึงเนื้อหาหลักๆกันบ้าง อย่างที่ผมบอกไปในตอนแรกว่า ตัวเกมนั้นเป็น FPS Action โดย Gameplay หลักๆของตัวเกมจะมีอยู่ 3 อย่าง แบ่งเป็น “การขับเรือ/ปะทะบนน้ำ, การต่อสู้บนบก, การตามล่าหาสมบัติ หรือสิ่งของอื่นๆ” โดยที่รูปแบบการเล่นในแต่ละแบบจะมีความแตกต่างกันไปอย่างสิ้นเชิงครับ

มาเริ่มต้นด้วยระบบการออกเรือ และการต่อสู้บนน้ำกันก่อนดีกว่า เกมนี้จะมีเรือให้เราขับอยู่ 2 ชนิด โดยที่ชนิดเล็กสุดจะเล่นได้สูงสุด 1-2 คน โดยที่ขนาดใหญ่สุด จะเล่นได้สูงสุด 3-4 และไม่ว่าผู้เล่นจะเลือกเล่นเรือรูปแบบไหน ก็ต้องไปเจอกันเองใน Server อยู่ดีครับ

Teamwork นี่แหล่ะสำคัญที่สุด ว่าแต่นี่ทำอะไรกันอยู่

สิ่งแรกที่ผมต้องขอชมทีมงานเลยก็คือ ตัวเกมค่อนข้างมีความสมจริงในการขับเรือเป็นอย่างมาก โดยที่ตัวเกมได้นำเอาองค์ประกอบทุกอย่างของเรือจริงๆ ยกมาใส่ไว้ในเกมแถบจะทั้งหมด เริ่มต้นจากการถอนสมอเรือ ก่อนที่จะดึงใบสำเภาไปตามลม พร้อมกับบังคับพังงาไปในอย่างทิศทางที่ต้องการ โดยที่ทั้งหมดนั้นจะต้องใช้ความเป็นทีมเวิร์คของผู้เล่นทั้ง 4 คนในเรือขนาดใหญ่สูงมากๆ ยิ่งในฉากที่ตัวเกมมีพายุขนาดใหญ่ หรือขณะต่อสู้

และนี่คือผลของการที่ซ่อมเรือไม่ทัน

ในขณะที่เรือของเราถูกโจมตี ไม่ว่าจะเป็นจากผู้เล่นอื่น หรือ จากมอนสเตอร์ก็ตาม เรือของเราจะมีรอยรั่วจากกระสุนปืนใหญ่ ส่งผลให้น้ำทะลักเข้ามาภายในเรือ สิ่งที่ผู้เล่นต้องทำ คือวิดน้ำภายในเรือออก พร้อมกับซ่อมเรือโดยใช้ไม้สำรองที่มีอยู่จำกัด แต่จะสามารถหาเก็บได้ภายในเกมตลอดเวลาครับ แน่นอนว่า Team Work คือสิ่งที่สำคัญที่สุด

เรืออยู่ข้างหน้า ประจำสถานีรบ !!

การต่อสู้บนน้ำในเกมนี้ถือว่าทำออกมาได้ค่อนข้างดี ฉากการยิงปืนใหญ่ถล่มใส่กันระหว่างเรือ 2 ลำค่อนข้างสร้างอารมณ์ร่วมให้กับผู้เล่นเป็นอย่างดีมากๆ แต่เมื่อเล่นไปสักพัก ผมกลับพบปัญหาหลายอย่างมากๆ กับระบบต่อสู้บนน้ำในเกมนี้ และมันชวนทำเอาผู้เล่นโมโห และไม่สนุกเป็นอย่างมากเลยล่ะครับ

บุกขึนเรือศัตรู !!

เริ่มต้นกับการที่จะ Wipeout Crew หรือ ยึดเรือและล้มเรือกันก่อน ในฉากการต่อสู้บนน้ำ การที่เราจะยิงปืนใหญ่ถล่มใส่เรือของศัตรูไปเรื่อยๆ ก็ไม่สร้างความเสียหายอะไรให้กับเรือฝ่ายตรงข้ามเลยสักนิด สิ่งที่ทำได้ คือทำให้เรือฝ่ายตรงข้ามเป็นรูเท่านั้น และนั้นบังคับให้ศัตรูต้องพากันไปซ่อมเรือเรื่อยๆ การที่เราจะล้มเรือศัตรูได้ คือต้องวิ่งเข้าไป Board เรือของศัตรู และจัดการฆ่าลูกเรือให้หมด ก่อนที่จะซ่อมเรือได้ทัน

และปัญหาที่ตามมาก็คือระบบ Respawn ของเกมที่จะมีระยะ Delay 10 – 30 วินาที และจุดเกิดของผู้เล่น ก็คือเรือลำเดิมของผู้เล่นนั้นเอง ทำให้ผู้เล่นคนนั้นก็สามารถกลับมาซ่อมเรือ หรือป้องกันเรือได้เรื่อยๆ ฟังดูอาจจะไม่ใช่ปัญหาเท่าไร แต่จริงๆแล้วมันคือปัญหาใหญ่เลยล่ะครับ เนื่องจากว่าระบบการต่อสู้ด้วยกันระหว่างผู้เล่นในเกมนี้ มันไม่สมดุล และออกแบบมาแย่มากๆครับ

ในตลอดการเล่นของผมนั้น ตัวผมและเพื่อนๆอีก 3 คนที่เรือ ได้ปะทะกับเรือฝ่ายตรงข้ามนานกว่า 1 ชั่วโมง โดยที่ไม่มีใครแพ้ใครชนะ จนสุดท้ายฝ่ายตรงข้ามต้องยอมออกจากเกมไปแทน เพราะเนืองจากว่ามันตัดสินผลกันไม่ได้สักที ตายก็เกิดใหม่ได้เรื่อยๆ เรือยิงยังไงก็ไม่พัง และการฆ่ากันในเกมก็ไม่มีอะไรตอบแทน นอกจากความแค้น และศักดิ์ศรีเท่านั้นเอง ในจุดนี้ อาจจะเป็นความสนุกอย่างนึงของตัวเกม แต่เมื่อเราเล่นไปสักพักแล้วจะพบว่ามันไม่ได้สนุกเลย แถมยังน่าเบื่ออีกด้วยครับ

โดนปล้นมาล่ะก็ …

และถ้าถามว่า แล้วทำไมจึงต้องไปบุกโจมตีเรือลำอื่นๆด้วย คำตอบของคำถามนี้ง่ายมากๆ ครับ ไม่ใช่เพราะว่าความส่ะใจหรืออะไรหรอก แต่เป็นเพราะว่าเรือลำอื่นๆก็อาจจะขนสมบัติที่ได้มาจากเควสเต็มลำเรือเลยก็เป็นได้ ถ้าหากผู้เล่นต้องการที่จะเป็นโจรสลัด สิ่งที่เราต้องทำ ก็คือบุกเข้าโจมตี และปล้นสมบัติเหล่านั้นมาเป็นของเรานั้นล่ะครับ แต่ถ้าหากเรือที่ปล้นนั้นกลับไม่มีสมบัติอะไรเลย ก็…..


Never Bring a “Sword” to a “Gun” Fight


ผมได้เกริ่นไปก่อนหน้านี้แล้วว่าระบบต่อสู้ของเกมนี้มันค่อนข้างห่วย และไร้สมดุลเอามากๆ ไม่ว่าจะเป็นทั้งในแง่ของ PVP และ PVE แต่ถึงแบบนั้นตัวเกมก็ค่อนข้างที่จะมอบความสนุกให้กับผู้เล่นได้อยู่ไม่น้อยครับ

ตัวเกมจะแบ่งอาวุธของผู้เล่นเป็น 3 ชนิด ได้แก่ ดาบ, ปืน, ปืนใหญ่ โดยอาวุธที่จะอยู่ติดตัวกับผู้เล่นตลอดเวลาก็คือเจ้า ดาบและปืนนี่ล่ะครับ แน่นอนว่าผู้เล่นสามารถสลับไปมาได้ตลอดเวลา และสำหรับปืนที่จะแบ่งแยกไปอีก 3 ชนิดด้วยกันได้แก่ ปืนพก ปืนลูกซอง ปืนไรเฟลยาว โดยทั้ง 3 แบบนี้เหมาะตามแต่ละสถานการณ์กันไป ฟังแค่นี้ก็อาจจะดูว่าไม่มีอะไร แต่จริงๆแล้วปัญหามันอยู่ที่เจ้าปืนลูกซอง กับการ PVP นี่แหล่ะครับ

การ PVP ในเกมนี้ผู้เล่นจะต้องฆ่ากันเองด้วยอาวุธภายในเกมที่มีอยู่ โดยจะใช้อาวุธชนิดไหนก็ได้ โดยอาวุธแต่ละชนิดก็จะมี Damage ที่แตกต่างกันออกไป และเมื่อพูดถึงการต่อสู้กันระหว่างกะลาสีภายในเกมโจรสลัดแบบนี้ ผู้เล่นทุกคน คงจะนึกถึง Sword Battle หรือการดวลตัวต่อตัวของกัปตัน แบบในหนังโจรสลัดใช่ไหมล่ะครับ

รูปโปรโมทของตัวเกมที่ … เหมือนจะเป็นความจริง

แต่แท้จริงแล้วภาพที่เห็นนั้นกลับไม่ใช่แบบนั้นเลย สิ่งที่ผู้เล่นทุกคนใช้กันในการต่อสู้ระยะประชิดนั้นก็คือปืนลูกซองสุดโกงนี่ล่ะครับ ในการต่อสู้ระหว่างผู้เล่นกันแบบ 4 ต่อ 4 ผู้เล่นต่างหยิบลูกซองออกมา และกระโดดยิง วิ่งใส่กันราวกับ Team Fortress โดยเก็บดาบที่ฟันผู้เล่นไม่เข้าลงไปจนขึ้นสนิม ถึงแม้ว่ากระสุนจะมีจำกัดเพียงแค่ 5 นัด แต่ด้วยการที่ผูู้เล่นสามารถเติมกระสุนได้ผ่านการกดปุ่มเดียวในเรือ มันก็ไม่สร้างปัญหาอะไรให้เลยแม้แต่น้อย

ตรงนี้ผมถือว่ามันเป็นเรื่องที่น่าหงุดหงิดใช้ที่สุดเป็นอย่างมาก ในการใช้ดาบนั้นผู้เล่นสามารถกดป้องกันผ่านการคลิกขวาได้ แต่ดูเหมือนว่ามันไม่จำเป็นต้องใช้ปุ่มนี้เลยสักนิดเดียวในเกม เพราะมันไม่มีผู้เล่นคนไหนหยิบดาบมาใช้ในการของปืนหรอกครับ เพราะลูกซองมันก็ One shot one kill แล้ว

แต่ถึงแบบนั้นการต่อสู้แบบ PVE ก็ยังคงความสนุกไว้อยู่บางกับการดวลดาบระหว่างผู้เล่น และ มอนสเตอร์ แต่ถึงแบบนั้นเหล่า AI พวกนี้ก็มีความฉลาดน้อยสุดๆ โดยไม่สร้างความตื่นเต้นอะไรให้กับเราเลยสักนิดเดียว !!


A Beautiful Sea


Sea of Thieves ได้สร้างโลกของเหล่าโจรสลัด และ กะลาสีออกมาได้ค่อนข้างสวยงามครับ นอกจาก Graphics ที่ผมให้ความเห็นว่ามีความสวยงามในแง่ของ Environment เป็นอย่างมาก เหมาะกับการที่จะเป็นเกม Next Gen ในปี 2018 นี้ได้อย่างไม่ต้องสงสัย ถึงแม้ว่าการออกแบบตัวละครจะทำมาได้ไม่โดนใจผมเท่าไร แต่อย่างอื่นถือว่าสอบผ่านในด้านของ Graphics ครับ

ทั้งหมดนี้ขับเคลื่อนด้วย Unreal Engine 4 ที่ผมมีปัญหากับมันบ่อยมากๆ โดยที่ใครติดตามอ่านบทความรีวิวของผมตลอด จะรู้เลยว่าผมไม่ชอบเจ้า Engine ตัวนี้ขนาดไหน และต้องบอกว่าเป็นอีกครั้ง ที่ UE4 ทำหน้าที่ของมันได้ดี แต่ไม่ถึงกับดีมากๆครับ เพราะมีบางฉากที่ Frame Rate ของผมตกไปไม่เยอะมาก ทั้งๆที่ใช้ 1070Ti กับเกมที่ไม่น่าจะใช้ทรัพยากรเยอะขนาดนี้ แต่ถึงแบบนั้น ภาพรวมก็ยังทำได้โอเคอยู่ครับ

ปลาหมึกบุก !!

อีกสิ่งหนึ่งที่ไม่ว่าจะเป็นเกมโจรสลัดเกมไหนจะต้องมี ก็คือเจ้าปลาหมึกยักษ์ Kraken ครับ โดยในเกมนี้ก็ได้ใส่เข้ามาด้วย ได้ต้องบอกว่ามันทำได้ค่อนข้างดี สร้างอารมณ์ร่วมให้กับผู้เล่นได้ หากผู้เล่นนึกถึงฉากในหนังเรื่อง Pirate of the Caribbean 2 ได้ ก็คงจะอินกับฉากนี้ไม่น้อยเลยล่ะครับ

มุ่งหน้าสู่เกาะหัวกะโหลกกัน

นอกจากนี้ตัวเกมยังได้ใส่ระบบ Raid ชนิดนึงเข้ามาภายในเกม โดยที่จะให้ผู้เล่นทั้งหมดเลือกที่จะทำได้ โดยของรางวัลแน่นอนว่าคืออภิมหาสมบัติครับ โดยเจ้า Raid นี้จะมาในรูปแบบเกาะๆนึง ที่จะมีก้อนเมฆรูปหัวกะโหลกโผล่ขึ้นมา โดยผู้เล่นที่กำลังล่องเรืออยู่สามารถมุ่งหน้าไปสู้เกาะๆนั้นได้ และเมื่อไปถึงแล้ว ผู้เล่นจะต้องทำการฆ่าเหล่ามอนสเตอร์ให้หมด จนได้กุญแจที่จะเปิดประตูสู่ห้องเก็บสมบัติลับภายในเกาะแห่งนั้นครับ

ภายในเกาะ ก็ยังมีเหล่ามอนสเตอร์รออยู่

ฟังดูเหมือนง่าย แต่อย่าลืมว่าไม่ใช่แค่เราที่อยู่ใน Server นั้น ยังคงมีผู้เล่นคนอื่นๆทีหวังจะได้สมบัติเหล่านี้ และมุ่งหน้ามาที่เกาะแห่งนี้เช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นจงเตรียมตัวให้ดีๆ และพร้อมรับมือกับศัตรูทุกรูปแบบได้เลยครับผม


To the Pirate Legend


มาถึงช่วงนึง ผู้เล่นอาจจะรู้สึกเบื่อๆกับสิ่งที่ทำวนไปมาตลอดการเล่นทั้งเกมก็เป็นได้ พร้อมกับถามหาว่าจุดมุ่งหมายที่แท้จริงแล้วของเกมนี้มันคืออะไรกันแน่ หรือจะเป็นแค่ตามล่าหาสมบัติ หาเงินแต่งตัว Upgrade เรือไปวันๆ เท่านั้นเองหรือ คำตอบคือใช่ และ ไม่ใช่ครับ เนื่ีองจากว่าเกมนี้เมื่อผู้เล่น เล่นมาถึงจุดๆนึง ผู้เล่นจะสามารถกลายเป็น Pirate Legend ได้ และผู้เล่นจะได้พบกับเควสที่ยากกว่าเดิม พร้อมกับเหล่าชุดและอุปกรณ์ใหม่ๆอีกมากมายที่จะสามารถหาได้ เมื่อผู้เล่นกลายเป็น Pirate Legend แล้วเท่านั้น

ออกเรือไปวันๆ

ตรงจุดๆนี้ผมคิดว่ามันก็เหมือนเป็นสิ่งที่เรียกว่า End Game Content นั้นเองครับ สำหรับผู้เล่น MMORPG น่าจะคุ้นเคยกันดีสำหรับคำนี้ ด้วยการที่ตัวเกมจะบังคับให้เราเล่นให้ Level ของตัวละครตันเสียก่อน ถึงจะมีการเล่น Content ที่จริงจังของเกมๆนั้นเสียที และสำหรับเจ้า Sea of Thieves เองก็เช่นกันครับ แต่ปัญหามันอยู่ที่ว่าตัวเกมนั้นไม่มีสิ่งใดมาฉุดให้เราเล่นมันต่อเลยสักนิดเดียว

การ Upgrade เรือที่ไม่ช่วยอะไรเลย

อย่างที่ผมได้บอกไปว่าตัวเกมจะมีชุด อุปกรณ์ หรืออาวุธต่างๆภายในเกม รวมไปถึงของตบแต่งเรือ หรือ Upgrade เรือ ให้เราใช้เงินในเกมชื้อได้ทั้งหมด แต่ความจริงแล้วของเหล่านี้ มันไม่ได้ช่วยเพิ่มค่าสถานะ หรือ ทำให้เราเก่งกว่าผู้เล่นคนอื่นๆได้เลยแม้แต่นิดเดียวครับ หรือพูดง่ายๆก็คือ แฟชั่นภายในเกม เท่านั้นเอง

หรือจะตั้งวงเหล้า ร้องเพลง เล่นดนตรีกันไปวันๆ ?

ตรงจุดนี้มันมีทั้งข้อดี และ ข้อเสียครับ อย่างแรกเลยคือด้วยการที่ Item ภายในเกมทุกอย่างจะไม่มีผลต่อการเล่น ทำให้ผู้เล่นทั้งใหม่ และ เก่า มีระดับ Item ที่เท่ากัน สิ่งที่วัดได้ก็คือฝีมือของผู้เล่นล้วนๆ แต่มันจะมีผลเสียที่ตามมาก็คือ ตัวเกมจะไม่มีแรงบันดาลใจอะไรให้ผู้เล่นรู้สึกอยากจะเล่นต่อเลยสักนิดเดียว

หรือจะตั้งใจเป็น Pirate Legend ให้จงได้ !!

และด้วยการที่ Sea of Thieves ถูกออกแบบมาให้กลายเป็นเกมกึ่ง RPG และมีระบบเควสที่ต้องใช้เวลา และความยากลำบากกว่าจะสำเร็จ แต่สิ่งที่ได้กลับเป็นเพียงแค่เงินที่เอาไปตบแต่งตัวละครได้ ไม่มีแม้แต่ค่าสถานะที่เพิ่มขึ้น และไม่มีการจัดการตัวละครเลย มันจึงไม่เหมาะกับเกมแนวนี้ครับ


โดยรวมแล้ว Sea of Thieves เป็นเกมที่ค่อนข้างดีครับ มีความสนุกมากๆในระดับนึง แต่เมื่อเล่นไปสักพักนึงแล้วก็จะพบกับความเบื่อ และความท้อ เนื่องจากว่าสิ่งตอบแทนที่ได้รับนั้น มันไม่คุ้มเท่าไรสำหรับเกมที่เน้นการเล่น Online แบบนี้ครับ ตัวเกมยังขาด Content อีกเยอะมากๆ ย้ำว่ามากๆ สำหรับเกมโจรสลัดที่ดี แต่ถึงแบบนั้นก็ออกแบบทำระบบเบื้องต้นมาได้ดี และสำหรับตัว Microsoft เอง ที่นานๆทีจะมีเกม Exclusive ดีๆมาให้เล่นกัน เพราะฉะนั้นใครที่มี Xbox One อยู่แล้ว Sea of Thieves ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือก สำหรับคนที่เป็นเกมเมอร์สาย PC และ Xbox One ครับ

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!