Connect with us

สัมภาษณ์

สัมภาษณ์และตามติดชีวิตนักรีวิวอาหารเพจดัง “ไปกินกัน” 1 วันทำอะไรบ้าง

Published

on

เรื่องของอาหาร นี่เป็นเรื่องเป็นราวที่ไม่น่าพลาดจริงๆ ที่ไหนที่ว่าอร่อย หลายคนก็ตระเวนกินหมด จะถูกจะแพงก็สู้ไหว แถมเดี๋ยวนี้ยังมีเพจรีวิวอาหารและทำอาหารเองออกมาเยอะมาก แต่ละเพจก็ฮอตฮิตกันไป เพราะอาหารกลายเป็นกิจวัตรในดวงใจของหลายคน ที่จะอดดูรีวิวและวิธีการทำไม่ได้

วันนี้ฤกษ์ดี แบไต๋มีโอกาสได้รู้จักกับ 1 ในแอดมินและทีมงานเพจรีวิวอาหารชื่อดังอย่างเพจ “ไปกินกัน” และ กำลังสร้างเพจทำอาหารดีๆ อย่าง “ขออีกจาน” รวมถึงมีโอกาสได้ติดตามไปดูงานรีวิวอาหารแบบใกล้ชิด กับคุณ ขนุน – อิงณิสกุล ศรีไตรรัตน์ เดี๋ยวเราไปพูดคุยกับเธอกันเลยดีกว่าว่าความเป็นมาและแนวคิดการทำเพจอาหารมีอะไรบ้าง

เป็นไงมาไง ถึงมีเพจ “ไปกินกัน” และเพจ “ขออีกจาน” ขึ้นมา

จริงๆ ตัวเราเริ่มมาจากเราชอบทำอาหารเล่น ลองผิดลองถูกเอง อร่อยบ้างไม่อร่อยบ้าง เห็นเชฟดังๆ ทำก็จะมาลองทำเล่นเองที่บ้าน แล้วมีช่วงหนึ่ง เพื่อนเราต้องไปเรียนที่อังกฤษ แล้วคือไปอยู่ที่นู่นต้องทำอาหารเองเลยให้เราช่วยสอน ก็กลายเป็นว่าเราลองทำเมนูง่ายๆ ทานกันเองที่บ้าน แต่เราจะเป็นคนชอบของสวยๆ งามๆ เราก็จะจัดจานเล่นด้วยสนุกๆ ดูว่าทำยังไงอาหารถึงจะน่าทานขึ้นมา และก็ถ่ายรูปอัพลงเฟซบุ๊ค อวดชาวโลก ยั่วให้คนอื่นหิว (หัวเราะ) ทีนี้ก็มีพี่เราคนนึง เป็นคนชอบกิน ก็กินไปรีวิวไปและก็เริ่มทำเพจ “ไปกินกัน” เป็นเพจรีวิวอาหาร จนได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ และพี่เขาก็มีไอเดียอยากเปิดเพจเพิ่ม เป็นเพจทำอาหาร เป็นไอเดียให้กับคนที่ชอบทำอาหาร และเขาก็เห็นว่าเราทำอาหารได้

เลยชวนกันมาเปิดอีกเพจเพิ่ม คือเพจ “ขออีกจาน” ที่จะโชว์ไอเดียการทำอาหารง่ายๆ ที่บ้าน ที่ทุกคนทำตามได้

ทำไมถึงเลือกทำเพจเกี่ยวกับอาหาร

เหตุผลส่วนตัวคือเป็นคนที่ชอบกินมาก ชอบลองของกิน อะไรที่เขาว่าอร่อยก็จะต้องตามไปกินให้ได้ หนุนเชื่อว่าเวลาเราอินกับสิ่งไหน เราจะจริงใจกับการพูดถึงสิ่งนั้น หมายถึงว่าเราจะพรีเซ้นมันออกมาได้ดี แล้วคนก็จะเชื่อตามเรา อีกอย่างหนุนมองว่า สมัยนี้อาหารเป็นเทรนด์อย่างหนึ่งไปแล้ว เราจะเห็นว่ามีของกินออกมาให้เราฮิตกันอยู่เรื่อยๆ มาแล้วก็ไป เดี๋ยวเดือนหน้าก็ฮิตเมนูใหม่ ทำให้เรามีเรื่องอัพเดตลงเพจอยู่ตลอด อีกอย่างหนุนว่า อาหารมันเป็นมากกว่าปัจจัย 4 ไปแล้ว แต่มันบ่งบอกไลฟ์สไตล์ของคนที่แชร์ และคนในยุคนั้นไปด้วย ว่ามีไลฟ์สไตล์ยังไง เสพจริตอาหารแนวไหน อยู่ในสังคมยังไง เลยคิดการทำเพจอาหารมันเลยตอบโจทย์จริตเราด้วย และก็ตอบโจทย์จริตคนที่มาเสพเพจเราด้วย

ทำเพจแต่ละครั้ง มีขั้นตอนอะไรบ้างคะ

ขอแบ่งการทำงานทั้ง 2 เพจ แล้วกันนะ ถ้าเป็น “ไปกินกัน” ก็จะเน้นไปที่รีวิวอาหาร ร้านไหนอร่อย ก็ไปทาน แล้วก็ถ่ายรูป ถ่ายวิดีโอ และกลับมาเขียนรีวิวเล่าให้ฟังว่ามันเป็นยังไง อาจจะฟังดูง่าย แต่มันก็มีรายละเอียดอยู่เหมือนกัน เพราะเราอยากนำเสนอแก่นของเมนูนั้นๆ ว่า คนที่เขาคิดเมนูนั้นมา เขาต้องการจะนำเสนออะไร เราก็ต้องเน้นฟังและคิดตามให้เข้าใจ

ส่วนเพจ “ขออีกจาน” กระบวนการ การทำงานก็จะเยอะหน่อย และต้องทำเป็นทีม ตั้งแต่ คิดเมนู เลือกเมนู ซื้อของ เตรียมของ จัดฉาก ถ่ายทำ เก็บของ อันนี้ก็ต้องทำกันเองนะคะ (หัวเราะ) ตัดต่อ โพสต์ลงเพจ และทุกขั้นตอนหนุนเชื่อว่าเราละเอียดหมด อย่างการคิดเมนู จริงๆ เราคิดเมนูอะไรก็ได้นะ แต่ตอนเลือก เราก็ต้องคิดว่าคนจะทำตามได้ไหม คนดูจะอินไหม ยากไปหรือเปล่า หรือถ้ามันยากไปหรือวัตถุดิบหายาก เราจะโชว์ไอเดียยังไงให้มันกลายเป็นเรื่องง่ายๆ ที่ใครก็ทำตามได้ มุมกล้องก็สำคัญ จะถ่ายยังไงให้คนเห็นแล้วหิว

ยากที่สุดหนุนคงยกให้ฝ่ายตัดต่อ ซึ่งเป็นตำแหน่งเดียวในทีมที่หนุนไม่แตะต้อง (หัวเราะ) เขาต้องรับหน้าที่ตัดให้เหลือไม่กี่นาที และจะตัดต่อยังไงให้คนดู ดูรู้เรื่องแล้วเพลิน อีกอย่างการโพสต์ลงเพจ ก็สำคัญนะ ว่าจะใช้คำพูดยังไงให้คนหยุดดู ทุกกระบวนการสำคัญหมดเลยและก็มีเหตุผลในการกระทำ ขั้นตอนคร่าวๆ ก็จะประมาณนี้ ค่อนข้างซับซ้อนนะ (หัวเราะ) อดชื่นชมทีมไม่ได้เลย

คิดว่าเราได้อะไรจากการทำเพจรีวิวอาหารและทำอาหารบ้าง

หนุนว่าหนุนเป็นคนโลกกว้างมากขึ้นนะ เพราะเรารับสิ่งใหม่ๆ ตลอดเวลา ทุกครั้งที่ไปรีวิวอาหาร เราจะต้องรับฟังและคิดตามว่าคนที่คิดเมนูออกมา เขาต้องการจะสื่อสารอะไรกับคนที่ทานอาหารเข้าไป ถ้าเราไม่ทำความเข้าใจ เราเองก็สื่อสารกับคนที่มาอ่านรีวิวของเราไม่ได้เหมือนกัน

อย่างที่หนุนได้บอกไป หนุนคิดว่า อาหารกลายเป็นเทรนด์อย่างหนึ่งไปแล้ว เราเองก็ต้องตามให้ทันอย่างเข้าใจ เพราะการตามให้ทันนั้นไม่ใช่แค่เห็นเขาฮิต ก็ไปถ่ายๆ มาลงให้คนกดไลค์กดแชร์ แต่เราคิดตามเสมอว่า คนที่ทำอาหารออกมาขายและได้รับความนิยมถึงขนาดว่าคนต้องไปต่อคิวซื้อให้ได้ เขาใช้วิธีไหนเล่าเรื่องราวอาหารของเขา และหนุนก็คิดตามเสมอว่า ทำไมช่วงเวลานั้นถึงต้องฮิตเมนูนี้ ที่มาคืออะไร และคนในยุคนั้นกำลังเสพเทรนด์ไหนกันอยู่ หนุนว่ามันก็สนุกดีนะ มากกว่าการกินๆ เข้าไป และก็บอกแค่ว่ามันอร่อยหรือไม่อร่อย เรายังรู้จักที่จะรับฟัง คิดตาม ให้เราเข้าใจความเป็นไปของคนในสังคมมากขึ้น

เล่าไลฟ์สไตล์การเป็นนักชิม นักรีวิวให้ฟังหน่อยสิ

ไลฟ์สไตล์เหรอ หลายคนชอบบอกว่าหนุนติสต์ แต่หนุนขอนิยามตัวเองว่า หนุนเป็นคนที่แมสมาก เราก็ชอบอะไรแบบที่คนทั่วไปชอบทำ ชอบออกไปหาของกิน ไปเที่ยว ออกไปเดินเล่น ติดตามเพจดังๆ ที่พาไปกินนู่นนี่

ถ้าวันไหนต้องออกไปรีวิว ก็จะมีสืบข้อมูลไปก่อนว่า ภาพลักษณ์ร้านอาหารของเขาเป็นสไตล์ไหน ดังในด้านใด เพราะเราต้องออกไปคุยงาน ไปรับฟังข้อมูล แต่ส่วนใหญ่บรรยากาศการไปรีวิว ก็เน้นพูดคุยสนุกสนาน กินไปคุยไป ถามไป ถ่ายรูปอาหารมาลง  ด้วยการที่ต้องออกไปทำงานกับคนอื่นบ่อยๆ เจอไอเดียใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา มันเลยเป็นเหตุผลให้หนุนเลือกใช้ชีวิตแบบแมสๆ แบบคนทั่วไปนะ เพราะเราอยากซึมซับว่า คนเดี๋ยวนี้เขาทำอะไรกัน เขาฮิตอะไร เขาคิดแบบไหน และเวลาที่เราไปคุยงาน เราก็จะมีเรื่องคุยกับทุกคนได้ ไม่ว่าจะเจอคนแบบไหน หรือรับข้อมูลอะไรก็ตาม

ส่วนวันไหนที่ต้องทำอาหารลงเพจ “ขออีกจาน” ก็ต้องเตรียมของ เซ็ทฉากถ่ายทำ บรรยากาศวันถ่ายงานก็เน้นสนุกสนานเหมือนเดิม เพราะเจอพี่ๆ เพื่อนๆ ในทีม แต่เราจะเป็นคนที่ละเอียดกับการถ่ายงานมาก บางทีก็สงสารคนอื่น (หัวเราะ) หนุนรู้สึกว่า ทุกขั้นตอนมันสำคัญ และเราต้องจริงใจกับคนที่ดู คือมันต้องออกมาน่ากิน และก็ต้องทานได้จริง หนุนไม่สามารถคิดได้ว่า คนดูเขาไม่รู้หรอก หนุนเชื่อว่า คนที่ดูเพจทำอาหาร เขาเองก็เป็นคนที่เสพจริตการทำอาหารมาระดับหนึ่ง แต่เขาดูเพื่อเป็นไอเดีย ฉะนั้นคนดูรู้อยู่แล้วว่ามันกินได้จริงหรือไม่ได้เลย หรือมันไม่น่ากินเลย หนุนเลยอยากจริงใจกับการทำงานมากๆ เพื่อให้คนดูเขาอินไปกับเรา

เสน่ห์ของการทำงานด้านนี้

อย่างที่บอก อาชีพนี้ต้องอยู่กับสิ่งใหม่ตลอดเวลา ต้องตามเทรนด์ มันเลยทำให้เราก็ต้องพัฒนาตัวเองอยู่เรื่อยๆ แอคทีฟเสมอในการรับข่าวสาร และเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ หนุนว่าข้อนี้ก็จะทำให้เราเป็นคนที่ดูเข้ากับคนง่าย ดูเป็นมิตรกับทุกคน มันเป็นทั้งเสน่ห์ของอาชีพ และเก๋เสน่ห์ของตัวเราเองด้วย

การทำอาหารมันก็เหมือนการเดินทางแบบหนึ่งนะ เพราะเราได้เรียนรู้ไปเรื่อยๆ เหมือนท่องโลกที่ไม่มีวันจบสิ้นเลย

ถ้าต้องเลือกระหว่างเป็นคนทำอาหารกับคนกินอาหาร เลือกอะไร

หนุนเลือกทำอาหาร หนุนว่ามันมีเสน่ห์มากๆ นะ ความจริงการทำอาหารมันมีเหตุผลของทุกๆ การกระทำเลยนะ อย่างว่า ทำไมเราต้องทอดไก่สองครั้งเพื่อให้ไก่กรอบ มันเป็นการไล่ความชื้นให้เหลือน้อยที่สุด หนุนชอบนั่งดูเชฟทำอาหาร และมาลองทำเองที่บ้าน อร่อยหรือไม่อร่อยก็ลองทำไปเรื่อยๆ ทำให้คนอื่นชิม ไม่อร่อยก็แก้ใหม่ จนกว่าจะอร่อย แต่หนุนไม่มีความคิดว่าจะเป็นเชฟเลยนะ หนุนเน้นทำอาหารให้สนุกๆ

แรงบันดาลใจในการทำงาน

แรงบันดาลใจ ก็ไม่มีอะไรเลยนะ หนุนว่าหนุนโชคดีที่ได้ทำงานกับสิ่งที่รัก และหนุนก็ยึดความรู้สึกวันแรกที่ได้รับโอกาสมาเอาไว้ วันแรกที่พี่หนุนถามว่า “หนุนเปิดเพจทำอาหารกันไหม ทำอาหารได้ใช่ไหม?” หนุนตอบว่า “ทำค่ะ” ทันที แบบไม่ต้องคิดเลย เพราะหนุนคิดว่า นั่นคือโอกาส มันเข้ามาแล้ว และหนุนต้องทำมันให้ดีที่สุด พออยู่กับสิ่งที่ชอบเราเลยอยู่กับมันได้ตลอดเวลา และเราก็ชอบมากเวลาที่มีคนมาคอมเม้นว่าอาหารที่เราทำน่าทานมากๆ เป็นกำลังใจดีๆ อย่างหนึ่งให้เราทำต่อไปเรื่อยๆ หรือถ้าช่วงไหนเริ่มไม่แอคทีฟคิดเมนูไม่ออก ก็จะจำความรู้สึกวันแรกที่ได้โอกาสมาเอาไว้ และก็พัฒนาตัวเองไปเรื่อยๆ

ถ้ามีใครอยากเริ่มต้นทำเพจเกี่ยวกับอาหาร ขนุนอยากแนะนำอะไรบ้าง

หนุนว่าไม่เฉพาะเพจอาหารหรอก ไม่ว่าเราจะอยากนำเสนอข้อมูลอะไร หนุนอยากให้เริ่มจากสิ่งที่เรารัก เราชอบ เราสนใจ เพราะเราต้องอยู่กับมันตลอดเวลา แล้วก็จะต้องมีความอดทนมากๆ หนุนเชื่อว่า เวลาเราพรีเซนต์อะไร เราก็คาดหวังอยู่แล้วว่าอยากให้คนดูชอบ อยากให้มีคนสนใจเยอะๆ กับสิ่งที่เราทำ แต่ตอนเริ่มต้นมันไม่ได้เป็นแบบที่เราหวังตลอดเวลาหรอก หนุนแนะนำว่าอยากทำอะไรก็ให้เริ่มเลย อย่าคิดเยอะ เพราะมันไม่ได้เพอเฟ็คตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำหรอก มันต้องแก้ไปเรื่อยๆ กว่าทุกอย่างจะลงตัวก็ต้องใช้เวลา

แอปนี้สิ ถูกใจนักรีวิว

ปกติหนุนชอบใช้ Snapseed ค่ะ เอาไว้แต่งภาพ เพิ่มแสงเวลาที่ไปถ่ายงานแล้วไฟที่ร้านแล้วเจอกรณีแสงน้อย

Picwant Blog

หนุนว่ามันใช้ง่าย สะดวก คือถ้าใช้แอปอื่นๆ บางทีมันก็จะดูแต่งจนเกินไป เราแค่ต้องการแสงที่สว่างขึ้นมานิดหน่อย เพราะตัวอาหารมันต้องดูเหมือนของจริงที่สุด หรือว่าถ้าใช้แอปสำหรับมือโปรมากๆ เราก็ไม่ได้มีสกิลทางด้านนี้ แอปนี้เลยถูกใจเราที่สุด เพราะใช้สะดวก ฟังก์ชั่นไม่ซับซ้อน

ดาวน์โหลด

พอได้รู้จักและพูดคุย แถมติดตามนักรีวิวคนนี้ไป 1 วันเต็มๆ ทำให้เราได้รู้ว่า ไม่ว่าเราจะทำงานอะไร หรือสนใจด้านไหน หากเราทำมันอย่างเต็มความสามารถ เปี่ยมไปด้วยความหลงใหล และแรงบันดาลใจดีๆ ก็ทำให้งานนั้นๆ ออกมาอย่างมีคุณภาพได้ไม่ยาก ใครอยากเข้าไปติดตามเพจอาหารดีๆ แบบนี้ก็สามารถเข้าไปที่  “ไปกินกัน” และ “ขออีกจาน” ได้เลย

แสดงความคิดเห็น

บันเทิง

ทำความรู้จักน้องๆ Fever กับคลิปสัมภาษณ์แบบครบคน

Published

on

หลังจากที่แนะนำตัวด้วย แคชเฟส กันไปแล้วเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา วันนี้พาน้องๆ Fever มาแนะนำตัวด้วยชื่อนามสกุลจริง อายุ ปิดท้ายด้วยบทสัมภาษณ์เวอร์ชั่นกระชับ กับตัวอย่างคำถามเช่น แรงบันดาลใจ ที่อยากเป็นไอดอล, ไอดอลในดวงใจ, เหตุการณ์ในวันออดิชั่น, นิสัยส่วนตัวเป็นยังไง ฯลฯ ตัดแยกมาเป็นคนๆ เชิญรับชมกันได้นะครับ

BeamBeam FEVER
https://www.facebook.com/beambeam.fever/
https://www.instagram.com/beambeam.feverth/

 

Pop FEVER
https://www.facebook.com/poppy.fever/
https://www.instagram.com/pop.feverth/

 

Beam FEVER
https://www.facebook.com/beam.fever/
https://www.instagram.com/beam.feverth/

 

Baimon FEVER
https://www.facebook.com/baimon.fever/
https://www.instagram.com/baimon.feverth/

 

Ply FEVER
https://www.facebook.com/ply.fever/
https://www.instagram.com/ply.feverth/

 

Baifern FEVER
https://www.facebook.com/baifern.fever/
https://www.instagram.com/baifern.feverth/

 

Spam FEVER
https://www.facebook.com/spam.fever/
https://www.instagram.com/spam.feverth/

 

Su FEVER
https://www.facebook.com/ssu.fever/
https://www.instagram.com/su.feverth/

 

Baibua FEVER
https://www.facebook.com/baibua.fever/
https://www.instagram.com/baibua.feverth/

 

Froy FEVER
https://www.facebook.com/froy.fever/
https://www.instagram.com/froy.feverth/

 

Cee FEVER
https://www.facebook.com/cee.fever/
https://www.instagram.com/cee.feverth/

 

Boss FEVER
https://www.facebook.com/bossboss.fever/
https://www.instagram.com/boss.feverth/

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

สัมภาษณ์

UniChat ต้อนรับเปิดเทอมกับ “แสตมป์” เฟรชชี่คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

Published

on

เพิ่งเปิดเทอมกันไปสักพัก หนุ่มสาววัยมหาวิทยาลัยคงหน้าชื่นตาบาน มีความสุขต้อนรับเทอมแรกกันเรียบร้อย แต่น้องๆ เฟรชชี่หลายคนอาจยังรู้สึกตื่นเต้นและตื่นตาตื่นใจกับชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยกันอยู่ รวมถึงยังปรับตัวไม่ค่อยได้ เพราะแผนการเรียนเอย ชั่วโมงการเรียนเอย เพื่อนใหม่เอย ได้เปลี่ยนไปหมดทุกอย่าง.. วันนี้แบไต๋ก็รีบจับสาวเฟรชชี่มานั่งพูดคุยด้วยว่ายินดียินร้ายกับขีวิตเฟรชชี่ยังไงบ้าง เอาล่ะ! ชักช้าอยู่ใยเดี๋ยววันนี้เราไปคุยกับ แสตมป์ – มนชิดา ลิขิตปถัมภ์ เฟรชชี่คณะวิทยาศาสตร์ หลักสูตรชีวการแพทย์ นานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล กันเลย!

เป็นมายังไง ทำไมกลายเป็นสาววิทยาได้

ที่แตมเลือกเรียนคณะวิทยาศาสตร์ ชีวการแพทย์หลักสูตรนานาชาติ เพราะแตมชอบเรียนวิชาชีวะ ชอบศึกษา Anatomy และสนใจด้านสุขภาพค่ะ ซึ่งสาขาชีวการแพทย์ก็ตอบโจทย์ความสนใจของแตมมาก เพราะเราได้เรียนพื้นฐานทั้งหมด พูดง่ายๆ ก็เรียนวิชาพื้นฐานของแพทย์ แต่ว่าไม่ได้เจาะลึกค่ะ

เล่าวันประกาศผลการสอบเข้าให้ฟังหน่อยสิ

ตอนประกาศผลรอบ 3 มหิดลประกาศเกือบท้ายๆ เลยค่ะ ตอนนั้นแตมลุ้นมาก (หัวเราะ) แตมอยู่ที่กระบี่กับเพื่อนๆ ค่ะ วันนั้นตอนเช้ากำลังจะออกไปดำน้ำกัน มหิดลประกาศตอน 9 โมง แตมรอตั้งแต่ 7 โมง พอเห็นชื่อเราในประกาศของมหาวิทยาลัย มือสั่นไปหมดเลย ทั้งรู้สึกดีใจแล้วก็โล่งใจ เหมือนความพยายามที่เราอดทนรอมาและตั้งใจมันเห็นผลสักที รีบบอกคุณพ่อคุณแม่ก่อนเป็นอย่างแรก เพราะท่านเป็นกำลังใจและให้การสนับสนุนมาตลอด เรารู้สึกว่าพอเราติดแล้วทำให้ท่านภูมิใจ หายเหนื่อย แค่นี้ก็เพียงพอแล้วค่ะ

สมมติว่าแสตมป์ไม่ได้เข้าคณะที่ใช่ มหาวิทยาลัยที่ชอบ แตมจะบอกตัวเองว่ายังไง

จริงๆ แล้วแตมอยากเข้าคณะทันตแพทยศาสตร์ค่ะ แต่ว่าไม่ได้ในมหาวิทยาลัยที่แตมหวังไว้ วิธีที่แตมปรับทัศนคติและให้กำลังใจตัวเองคือก่อนเตรียมตัวสอบตลอดจนถึงการสอบ แตมพยายามตั้งใจทำให้เต็มที่ที่สุดค่ะ พอผลออกมาไม่ว่าจะตามที่เราต้องการหรือผิดหวังไปบ้าง แต่เราก็ได้ตั้งใจทำมันออกมาให้ดีที่สุดแล้ว เราก็ยอมรับผลที่ตามมาแล้วไม่รู้สึกเสียใจค่ะ และอีกทางคือเราก็หาคณะสำรองที่เราชอบและสนใจควบคู่ไปด้วย เป็นอีกแนวทางนึงที่เราควรเตรียมตัวเผื่อไว้ค่ะ

สำหรับเพื่อนๆ ที่ผิดหวังกับการเรียนต่อมหาวิทยาลัยครั้งนี้ จะฝากบอกเค้าว่าอะไร

แตมอยากบอกว่า มหาวิทยาลัยเป็นจุดเริ่มต้น และเป็นก้าวสำคัญของชีวิตก็จริง แต่ไม่ได้หมายความว่าการที่เราสอบไม่ติดคณะที่เราต้องการ จะทำให้เราไม่ประสบความสำเร็จหรือล้มเหลวในชีวิตค่ะ แตมอยากให้ทุกคนเคารพในความสามารถตัวเอง เห็นค่าในความพยายามที่เราทำ และเป็นกำลังใจให้ไปต่อ ถ้าเรายังชอบ ยังอยากเป็นในสิ่งนั้นๆ จริงๆ เรายังมีโอกาสที่จะทำตามฝันให้เป็นจริงเสมอค่ะ แตมเชื่อว่ามีอีกหลายคนมากๆ ทั้งครอบครัว ทั้งคนใกล้ตัวที่พร้อมจะเป็นกำลังให้เราค่ะ

กลับมาที่สาขาชีวการแพทย์กันบ้าง เค้าเรียนอะไรกันบ้าง

คณะวิทย์ ชีวการแพทย์หรือ Biomed เราเรียน 3 ปีครึ่งค่ะ ปี 1 ก็จะเรียนวิชาพื้นฐานทั่วไปค่ะ ฟิสิกส์ เคมี ชีวะ พอปี 2 ก็จะมีการผ่าอาจารย์ใหญ่ค่ะ ซึ่งเป็นจุดสำคัญของคณะนี้ ที่ได้มีการผ่าอาจารย์ใหญ่และลองลงมือทำจริงๆ แล้วก็เรียนพื้นฐานอื่นๆ เช่น พยาธิวิทยา เภสัชวิทยา ฯลฯ เราจะเน้นเรื่องการวิจัยแล้วก็ทำแลปเป็นส่วนมากค่ะ

มีกฎเคร่งๆ หรือเรื่องพีคๆ ในมหาวิทยาลัยที่รู้สึกเซอไพรส์บ้างมั้ย

จริงๆ แล้วด้วยความเป็นภาคอินเตอร์ กฏระเบียบก็จะไม่เคร่งมากค่ะ ค่อนข้างสบายมากด้วย เรื่องพีคๆ ในมหาวิทยาลัยคงเป็นการเจอตัวเงินตัวทองหรือบุ๋ย ที่เด็กมหิดลชอบเรียกกัน เดินเพ่นพ่านเป็นว่าเล่นในมหิดลเลยค่ะ

ที่มหิดล มีกิจกรรมต้อนรับเฟรชชี่อะไรบ้าง

ที่มหิดลจริงๆ มีกิจกรรมเฟรชชี่ให้ร่วมเยอะมากค่ะ หลักๆ ก็กิจกรรมรักน้องที่เหมือนกิจกรรมรับน้องของมหิดลที่ผ่านมาค่ะ แล้วก็มีกิจกรรมตามชมรม แล้วก็ไฮไลท์เลยคือมหิดล มีคอนเสิร์ตเยอะมากค่ะ มาไม่หวาดไม่ไหวกันเลยทีเดียว

แสตมป์ชอบกิจกรรมไหนบ้าง

กิจกรรมที่แตมชอบมากที่สุดน่าจะเป็นค่ายรับน้องของคณะวิทย์ค่ะ ถึงจะเป็นค่ายที่ไม่ใหญ่มากแต่สนุกและอบอุ่นมากค่ะ ได้ทำความรู้จักกับเพื่อนๆ ทุกสาขา กับรุ่นพี่ปีต่างๆ ได้มิตรภาพและความสนุกกลับไปเยอะแยะเลยค่ะ

เรื่องที่ยากที่สุดสำหรับการเป็นเฟรชชี่คืออะไร

แตมว่าเรื่องยากที่สุดน่าจะเป็นเรื่องการจัดเวลาต่างๆ ให้ลงตัวค่ะ ทั้งการเรียน และกิจกรรม เพราะว่าไม่มีใครมานั่งบังคับเหมือนตอนเราอยู่มัธยม เรามีอิสระมากขึ้นในแทบทุกด้าน วิธีของแตมก็คือจัดสรรเวลาให้ดีค่ะ วางแพลนไว้ว่า วันนี้ อาทิตย์นี้เราต้องทำอะไรบ้าง เรียนอะไร มีควิซตัวไหน ต้องเตรียมตัวยังไง และก็ที่สำคัญพยายามเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ที่ทางมหาวิทยาลัยจัดด้วยค่ะ เพราะชีวิตเฟรชชี่มีครั้งเดียวค่ะ

ระหว่างม.ปลายกับเฟรชชี่ ต่างกันยังไงบ้างสำหรับแสตมป์

อย่างที่แตมบอกว่าต่างกันที่อิสระในการทำสิ่งต่างๆ แล้วก็สังคมค่ะ มหาวิทยาลัยสังคมกว้างขึ้นมากๆ ได้รู้จักเพื่อนเยอะ และมีโอกาสได้ลองทำในสิ่งที่เราไม่เคยทำมาก่อนในกิจกรรมต่างๆ ค่ะ

เคล็ดลับในการปรับตัวให้เข้ากับเพื่อนๆ

โชคดีที่แตมค่อนข้างเข้ากับคนง่าย และเพื่อนในมหาวิทยาลัยที่แตมรู้จักก็น่ารักมากๆ ค่ะ ถือว่าเป็นสิ่งที่โชคดี ส่วนวิธีที่แตมปรับตัวก็น่าจะเป็นการเปิดรับสิ่งใหม่ๆ เพื่อนใหม่ๆตลอดเวลาค่ะ แล้วก็ยอมรับความคิดเห็นและความแตกต่างของคนอื่น ทำให้เราอยู่ในสังคมอย่างแฮปปี้

วางแผนการเรียนในรั้วมหาวิทยาลัยไว้ยังไงบ้าง

แตมวางแผนไว้ว่าแตมตั้งใจจะจบตามกำหนด 3 ปีครึ่งค่ะ แล้วก็ระหว่างที่เรียนก็จะเก็บเกี่ยวและค้นหาสิ่งที่ตัวเองชอบจริงๆ ในตัววิชาค่ะ เพื่อเอาไปต่อยอดหลังเรียนจบ

ตั้งแต่เปิดเทอมมา ประทับใจเรื่องไหนในมหาวิทยาลัยบ้าง

เปิดเทอมมา แตมประทับใจความสัมพันธ์ของคณะภาคแตมมาก แตมไม่ได้จะอวยนะ (หัวเราะ) ด้วยความที่เรามีกันไม่เยอะ ทำให้เรารู้จักทั้งรุ่นพี่และรุ่นเดียวกันแบบทั่วถึงจริงๆ มันทำให้เราสนิทกันเร็ว และมีอะไรก็ปรึกษากัน ช่วยเหลือกันจริงๆ เป็นความรู้สึกที่อบอุ่นแล้วก็น่ารักมากค่ะ

เครดิตรูปจาก Alanggraph

แนะนำแอปดีๆ ที่ต้องมีติดเครื่องหน่อยค่ะ

แอปที่แตมชอบใช้คือ แอป Calendars ค่ะ ใช้ตั้งแต่ตอนเตรียมตัวอ่านหนังสือเพื่อสอบเข้า จนถึงตอนนี้ มีประโยชน์ในการจัดการเวลาแล้วก็เตือนความจำได้ดีมากค่ะ

YouTube

ดาวน์โหลด

เป็นไงกันบ้างคะ กับสาวเฟรชชี่ของเราในวันนี้ ทำเอาเปิดเทอมนี้สดใสเลยใช่มั้ยล่ะ.. แบไต๋ก็ขอให้เปิดเทอมนี้น้องๆ ที่กำลังศึกษาอยู่ในระดับมหาวิทยาลัยสนุกและได้ประสบการณ์ดีๆ กันถ้วนหน้านะคะ

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

บันเทิง

คุยกับผู้จัดการวง SiamDream วงไอดอล ไทย & ญี่ปุ่น “สนุกก่อนทำออกมาได้ดีก่อน เรามองเรื่องตัวเงินเป็นเรื่องหลัง”

Published

on

ผมทราบข่าวการกำเนิดเกิดวงนี้ราวๆ เดือน มิ.ย. 2561 ย้อนดูรูปโปรไฟล์โพสต์ครั้งแรกช่วงเดือน พ.ค. 2561 ประกาศ Siam☆Dream 1st Fan Meeting ครั้งแรกวันที่ 11 มิ.ย. 2561 รับจำนวนจำกัดพบปะกันแบบอบอุ่น มีกลุ่มแฟนคลับยังไม่มากนัก แต่มีกิจกรรมพบปะต่อเนื่อง รูปแบบการดำเนินการไปจนถึงที่มาของวง SiamDream มานั่งคุยกันครับ

ธราดล สุคนธากรณ์ (ดลลี่)

แรงบันดาลใจในการมาทำวงไอดอล
ชอบมาเป็นสิบปีล่ะ แล้วก็ก่อนที่จะมาทำวงก็คือทำที่เรียกว่า siamdol เป็นทีมที่คอยจัดงานให้ไอดอลญี่ปุ่นมางานที่ไทย

ความรู้มือระหว่างไทยกับญี่ปุ่นเป็นยังไง
เราก็ไปรู้จักกับฝั่งญี่ปุ่น แล้วมีความคิดเห็นตรงกันว่าเราอยากจะทำวงที่เป็นไอดอลที่เป็นไทยญี่ปุ่น และเนื้องด้วยครบรอบความสัมพันธ์ไทยญี่ปุ่น 130 ปี ด้วย

“ทำด้วยความสนุก เรามองเรื่องตัวเงินเป็นเรื่องหลังจากเรื่องความสนุก สนุกก่อนทำออกมาได้ดีก่อน ถ้าถามว่ามาปีกว่าๆ ถามว่าได้เงินไหม ถ้าให้บอกตามตรงแล้ว มันไม่ได้เงิน มันเสียด้วยซ้ำ”

แล้วทำไปเพื่อ????
ถ้าเรารู้สึกว่าตลาดไอดอลญี่ปุ่น หรือที่เรียกว่าไอดอลไม่นับว่าจะมี BNK48 Sweat16 ถ้านับไอดอลญี่ปุ่นที่จะมาดังในไทยแล้วเห็นว่าแฟนคลับชาวไทยที่ชื่นชอบไอดอลญี่ปุ่นมีความสุขก็ Happy นี่คือเป้าหมายแรกของผม

แล้วค่าใช้จ่าย
นี่คือความสุขเบื้องต้น เราก็คาดหวังในอนาคตว่ามันอาจจะได้เงินบ้าง แต่ตอนนี้ทำแล้วยังไม่ได้ไม่เป็นไร ทำแล้วสนุก มีความสุข เห็นคนอื่นที่มาร่วมงานแล้วมีความสุข

 

ถามจริงๆ ปีกว่าหมดไปเท่าไหร่แล้ว
พูดเป็นตัวเลขก็ลำบากใจครับ คือยังมีแรงสู้อยู่ครับ ก็ยังมีเพื่อนๆ หรือว่าคนที่มางานประจำสนับสนุนอยู่ เพราะว่า เอาตรงๆ ออร์แกไนเซอร์ที่เรียกว่าไอดอลญี่ปุ่น ปัจจุบันถ้าเราจะเห็นนะก็จะมีงานอีเว้นท์ใหญ่ๆ ไม่ว่าจะเป็นจำพวก คอมมิคคอน หรือว่า เจแปนเอ็กโปร ที่นำเข้าไอดอลญี่ปุ่นมาเล่น แต่ว่าของผมก็ต้องยอมรับว่า เป็นหนึ่งเดียวที่เป็นออร์แกไนเซอร์ไอดอลญี่ปุ่นเพียวๆ เพียง 1 เดียว

ฐานแฟนคลับมีประมาณเท่าไหร่
เอาตรงๆ ทำมาปีกว่า เอาจริงๆ ไม่น่าจะเกิน 500 คน แต่งานที่ผมจัดๆ อยู่ แล้วมีคนมาก็ประมาณ 100 – 200 คน

จะสุขได้อีกนานเท่าไหร่ ถ้ายังไม่ตอบโจทย์ในเชิงธุรกิจ
ด้วยความด้วยที่ไม่ได้เริ่มทำมาด้วยมุมมองธุรกิจเลยไม่ได้มองว่ามันจะตอบโจทย์หรือเปล่า ตอบโจทย์ตอนนี้คือเสมอตัว

ฝันสูงสุดจริงๆ คืออะไร
คือทำแล้วมันเลี้ยงดูเราได้ พูดตรงๆ แต่ถ้าถามว่าอีกนานไหม ตอบไม่ได้ เพราะเราไม่รู้ว่าไอดอลในบ้างเราจะได้รับความนิยมได้อีกนานเท่าไหร่ ไอดอลญี่ปุ่นไม่สามารถเทียบได้กับความได้รับความนิยมของ BNK48 หรือว่า Sweat16 ซะด้วยซ้ำไป เพราะมันแทบจะแยกกันเลย มันมีแค่กลุ่มคนบางกลุ่มเท่านั้นเองที่ชอบทั้งคู่ แต่ต้องยอมรับตามตรงว่า คนไทยส่วนใหญ่ชอบแค่ไอดอลไทยเยอะกว่า เค้าอาจจะไม่ได้สนใจไอดอลญี่ปุ่นเลย มีอยู่จำนวนเดียวที่ชอบทั้งคู่

มีเพลงที่เป็นเวอร์ชั่นญี่ปุ่น 4 เพลงแล้ว เมื่อไหร่จะมีเพลงเวอร์ชั่นไทยบ้าง
ก็ตั้งใจอยู่ครับ ความยากของการทำเนื้อไทยคือเมมเบอร์ญี่ปุ่นพูดภาษาไทยไม่ได้ เดี๋ยวรอเมมเบอร์ญี่ปุ่น พูดไทยออกเสียงให้ชัดขึ้นอนาคตเพลงไทยก็จะตามมา เพราะว่าการที่ร้องไม่ได้มันยากตอนอัดเสียง

ฝากอะไรถึงแฟนๆ สยามดรีมหน่อยครับ
ก็อยากจะให้ติดตามต่อไปเรื่อยๆ เพราะว่าเป็นวงที่เพิ่งเริ่ม เราเป็นมือสมัครเล่นมากที่สุด ณ เวลานี้ ก็อยากให้ลองตามไปเรื่อยๆ มันใจว่าน้องๆ จะพัฒนาฝีมือให้เก่งขึ้นได้อีก

 

 

 

Siam☆Dream at Asia Comic Con Malaysia 2018【Comment+LIVE】

 

Siam☆Dream「サイアム☆ドリーム」อ่านว่า สยาม – ดรีม
วงไอดอลสไตล์ญี่ปุ่นที่มีสมาชิกวงจาก “ประเทศไทย” และ “ประเทศญี่ปุ่น” โดยคอนเซปต์ นำความเป็นไทยผสมผสานกับวัฒนธรรมไอดอลญี่ปุ่น มุ่งสู่ความฝันเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศด้วยความเป็น “ไอดอล” ออกไปยังประเทศต่างๆ
Siam(สยาม) = คำแทนจากประเทศไทย,☆ = ประกายส่องแสงความเป็นไอดอล,Dream(ดรีม) = ความฝันและความมุ่งมั่น

「サイアム☆ドリーム」タイ文化と日本のポップカルチャー「アイドル」を合わせるというコンセプトのタイ人と日本人アイドルグループです🇹🇭❤️🇯🇵「アイドル」でタイと日本を繋ぎ、色んな国に広げるのを目指す!

Member 「メンバー」

❤ Mary「メリー」
IG : https://www.instagram.com/m_maryys/
Twitter : https://twitter.com/m_maryys

💛Hikarin「ヒカリン」
IG : https://www.instagram.com/llt_hikarin/
Twitter : https://twitter.com/LLT_Hikarin

💜 Minami Nico「南にこ」
IG : https://www.instagram.com/minaminico_28/
Twitter : https://twitter.com/minami_nico28

💙Yamashita Haruka「山下春花」
IG : https://www.instagram.com/haruka_yamashita0212/
Twitter : https://twitter.com/yamashitaharuka

Siam☆Dream (サイアム☆ドリーム) / Hi-touch (ハイタッチ)【MV Official】

 

 

 

ขอบคุณสถานที่ถ่ายทำ ลานสยามเพลิน ตรงข้ามมาบุญครอง โดย IdeaMaker

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!