Connect with us

สัมภาษณ์

Unichat คุยกับ “ขิม ณินทิรา” ดาวคณะศิลปศาสตร์ มหิดล สาวนักกิจกรรมตัวยง!

หนึ่งในคณะที่หนุ่มๆ กล่าวขานกันว่าสาวๆ สวย คงหนีไม่พ้นคณะยอดนิยมอย่างศิลปศาสตร์ เพราะคณะนี้สาวๆ เยอะเหลือเกิน แถมแต่ละคนก็สวยและมีสไตล์ในแบบของตัวเองกันทั้งนั้น วันนี้เราจะไปพูดคุยกับตัวแทนของสาวคณะศิลปศาสตร์ สาขาวิชาภาษาไทย มหาวิทยาลัยมหิดลกัน ว่าคณะนี้เค้าเรียนอะไรกันบ้าง ขอเชิญคุณผู้อ่านทุกท่านไปพูดคุยกับสาวสวยหน้าหวาน ขิม – ณินทิรา จงสุขไว

จากสาวสายวิทย์ตอนม.ปลาย กลายมาเป็นสาวสายศิลป์ตอนมหาวิทยาลัย

เริ่มแรกคือต้องย้อนไปตั้งแต่สมัยมัธยมปลาย ขิมเรียนสายวิทย์มา ขิมรู้สึกว่า เอ้ย นั่นมันไม่ใช่ตัวตนของเราเท่าไหร่ เราไม่ค่อยแฮปปี้ ก็เลยเปลี่ยนสายเลย อยากมาทางด้านสายศิลป์ดู ก็เลยไปดูงาน open house ของมหาวิทยาลัยต่างๆ แล้วก็ไปคณะศิลปศาสตร์ ของมหาวิทยาลัยมหิดล เราก็รู้สึกว่า เอ้อ.. นี่แหละตอบโจทย์เราละ เพราะด้วยเนื้อหาวิชาของคณะนี้มีความหลากหลาย มันมีทั้งการใช้ภาษาที่รวมกับความเป็นมนุษย์ศาสตร์และสังคมศาสตร์ด้วย ซึ่งมันตรงกะความชอบและบุคลิกของเราพอดี

คณะศิลปศาสตร์ สาขาวิชาภาษาไทย เค้าเรียนอะไรกันบ้าง

คือต้องอธิบายก่อนว่าคณะขิม สิ่งที่ต้องเรียนจะมีวิชาบังคับของมหาวิทยาลัยก็จะแยกเป็นหมวดต่างๆ เช่น หมวดวิทยาศาสตร์ หมวดกีฬา วิชาบังคับของคณะ วิชาบังคับเลือก วิชาโท และวิชาเสรี ถ้าแยกเป็นชั้นปีคือ

ปี 1 ก็จะเรียนวิชาบังคับของมหาวิทยาลัย และเรียนวิชาบังคับของคณะซึ่งก็จะเป็นวิชาที่ปูพื้นฐานเพื่อเตรียมสู่วิชาคณะในปี 2

พอขึ้นปี 2 ก็จะเข้าสู่วิชาคณะมากขึ้น เรียนพื้นฐานตัวที่สูงขึ้นของวิชาคณะ อย่างของขิม ภาคภาษาไทย ก็จะต้องเรียนทั้งสายภาษาศาสตร์ สายสื่อสารมวลชน สายคติชน และสายวรรณกรรม ก็จะเรียนเพื่อปูพื้นในทุกๆ สาย รวมถึงมีวิชาบังคับเกี่ยวกับสังคมศาสตร์และมนุษย์ศาสตร์ด้วย เช่น วิชาประวัติศาสตร์โลก รวมถึงในปีนี้จะต้องเลือกวิชาโทที่สนใจเพื่อต่อยอดไปสู่ปีสูงขึ้นด้วย

ปี 3 ก็แน่นอนว่ายังมีวิชาบังคับอยู่ แต่ที่เพิ่มเข้ามาคือวิชาบังคับเลือก นั่นคือให้เราได้เลือกเรียนวิชาที่เราอยากจะเรียนตามสายที่เราสนใจ

และในปีที่ 4 เป็นวิชาบูรณาการและสัมมนา คือจะต้องเอาความรู้ทั้งหมดที่เรียนมาตลอด 4 ปี มาสร้างประโยชน์แก่ชุมชนและเป็นองค์ความรู้ในวงวิชาการ

วิชาไหนที่ขิมชอบมากที่สุด

วิชาที่ชอบมากที่สุด น่าจะเป็นวิชาสัมมนา แค่ได้ยินชื่อก็ปาดเหงื่อก่อนแล้ว (หัวเราะ) วิชานี้ต้องเรียนตอนปี 4 เทอม 2 พูดง่ายๆ ให้เห็นภาพคือคล้ายการทำทีสิสจบ ก็จะต้องทำตัวเล่มขึ้นมา เป็นอะไรที่ยากมากและเหนื่อยมากค่ะ แต่ขิมชอบตรงรู้สึกว่ามันท้าทายดีว่า เอ้อ เราจะเอาที่เราเรียนแง่มุมไหนดีมาสร้างองค์ความรู้ ตอนเรียนแต่ละวีคก็ต้องนำเสนอความก้าวหน้ากับอาจารย์ เราก็จะลุ้นว่าจะผ่านไหม จะโดนแก้อะไรยังไง จะต้องทำอะไรต่อ คือต้องบอกว่าเหนื่อยมากจนวันสุดท้ายที่ตัวเล่มออกมาสมบูรณ์ โหยภูมิใจมากค่ะ ในที่สุด 4 ปีออกมาเป็นเล่มแล้ว (หัวเราะ)

สังคมในคณะศิลปศาสตร์ มหิดล เป็นไงบ้างนะ

โห.. สังคมของคณะเรา คือเป็นสังคมเล็กๆ ที่อบอุ่นมากก คือด้วยความที่เราคนน้อยถ้าเทียบกับคณะอื่น ปีนึงก็มีร้อยกว่าคน เราก็เลยจะรู้จักกันหมดว่าคนนี้หน้าแบบนี้ชื่อนี้ เราเลยจะอยู่กันแบบพี่น้อง สนุกสนาน เฮฮา เดินมาตอนเช้าที่โต๊ะใต้คณะคือเราก็สามารถทักทายเม้าท์มอยกันได้ตามแบบเด็กศิลปศาสตร์มาก ก็จะพูดมากๆ หน่อย (หัวเราะ)

ขิมเป็นเด็กกิจกรรมตัวยง..

ตอนอยู่มหาวิทยาลัยนี่คือเขาให้ทำอะไรก็ทำหมดที่เราว่าเราทำได้ เช่น เฟรชชี่เกิร์ล นาฏศิลป์ กิจกรรมชั้นปี กิจกรรมคณะ คือทำหมด มันเหมือนเป็นอีกสังคมนึงนอกจากการเรียน ที่เป็นสีสันของเด็กมหาวิทยาลัยที่ครั้งนึงมันต้องมีนะ

แต่ถ้ากิจกรรมที่ชอบที่สุด ขิมคิดว่าน่าจะเป็นการที่ได้เข้ามาอยู่ชมรมนาฏศิลป์ คือชมรมจะต้องทำการแสดงเวลาคณะหรือมหาวิทยาลัยมีงาน คือมันยากตรงเป็นชมรมที่จะรวมคนทั้ง 4 ปีอยู่ เพราะฉะนั้นเวลาซ้อมมันก็จะไม่ค่อยตรงกัน แต่เราก็จะต้องช่วยกันประคับประคองให้งานแต่ละครั้งมันรอด เพราะเราจะต้องแกะท่ากันเอง คิดท่าเอง ซ้อมกันเอง รวมไปถึงแต่งหน้าทำผมแต่งตัว คือทุกอย่างเราต้องช่วยกันเองหมด มันเลยเป็นความเหนื่อยที่สนุกและผูกพันกันมาก

เคยเป็นนักพูดที่เวที TEDxMahidolU ด้วย

พูดถึง TED คือตอนแรกที่รู้ข่าวเพราะมีเพื่อนแท็กมาว่า มีเปิดออดิชันสปีคเกอร์นะ ตอนแรกเราบอกเพื่อน โอ้ย.. บายเลย มันยากเกินไป แล้วใครจะมาฟังเรา ฟังแนวคิดของเรา เราดูเป็นแค่เด็กคนนึง (หัวเราะ) แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจส่งไปด้วยหัวข้อใกล้ตัวที่เราอินกับมัน รู้สึกไปกับมัน จนได้รับเลือกขึ้นพูดค่ะ ก็เป็นเรื่องเกี่ยวกับอคติที่คนเราสร้างมันขึ้นมาเอง มันมีทั้งอคติต่อตัวเองและอคติกับผู้อื่น ก็จะพูดยกตัวอย่างเรื่องของตัวเอง และเรื่องที่สัมพันธ์กับสังคมด้วย ประโยคนึงในทอล์คที่ขิมชอบมากคือ เราคุ้นชินกับการเปรียบเทียบว่าอะไรดีกว่าอะไร เราอยู่กับค่านิยมของการประกอบสร้าง ก็ดีใจที่อย่างน้อยที่สุดทอล์คนี้อาจจะเป็นแรงบันดาลใจหรือเปลี่ยนมุมมองความคิดของคนฟังได้บ้าง

ขิมเป็นคนที่เรียนเก่งมาก มีเทคนิคอะไร แนะนำหน่อยสิ

สำหรับตัวขิมนะ ขิมว่าอย่างแรกเลยคือเราต้องตั้งใจในห้องให้ได้มากที่สุดก่อน และเราก็จดลงสมุดในแบบภาษาเราที่เราเข้าใจ แล้วพอหลังจากเรียนเสร็จ เราอาจจะเอาเลกเชอร์เรามาเรียบเรียงใหม่หรือตรงไหนตกไป ก็ลองเช็คอ่านดู แล้วส่วนเวลาจะสอบขิมจะอ่านทั้งหมดก่อนรอบนึง รอบนี้ขิมจำอะไรไม่ได้หรอก เราจะแค่ขีดๆ ไฮไลท์ แล้วพอรอบที่สองขิมจะเริ่มจับเนื้อหามาโยงกันให้มันเป็นเรื่องราวว่าอะไรมีที่มาจากอะไร มันเชื่อมกันยังไง เหมือนเราพยายามมองภาพรวมละแบ่งย่อยๆ ลงไป อันนี้เป็นวิธีของขิมนะ ก็บางคนอาจจะถนัดไม่เหมือนกันต้องลองหาดูที่เหมาะสมกับตัวเอง ขิมว่าไม่มีเทคนิคตายตัวนะ

แรงบันดาลใจในการเรียน

ขิมไม่รู้ว่ามันเรียกแรงบันดาลใจรึเปล่านะคะ (หัวเราะ)  แต่สำหรับขิมแรงบันดาลใจน่าจะจากความคิดของเราเอง คือขิมจะคิดว่าการเรียนเป็นอย่างเดียวที่เราทำได้ในตอนนี้ เพราะฉะนั้นเราต้องทำให้ดีที่สุด ดีที่สุดคือดีที่สุดของเราเอง คือเราเต็มที่กับทุกๆ อย่างให้สุด และผลสุดท้ายไม่ว่าจะยังไงแต่เราเต็มที่กับมันละ ขิมว่าขิมโอเค แฮปปี้แล้ว

งานอดิเรกของสาวศิลปศาสตร์แบบขิม

ด้วยความที่เราเป็นชาวศิลปศาสตร์เนอะ และขิมจะชอบทางสายสื่อสารมวลชน ขิมก็จะชอบดูรายการต่างๆ หรืออ่านพวกบทความดีๆ คือมันจะได้ไอเดีย ได้แนวอะไรบางอย่าง มันเหมือนจะช่วยเก็บสะสมในเมมโมรี่ในคลังของเรา ละวันนึงสิ่งที่เราเก็บๆ มาแบบไม่ได้ตั้งตัว เราจะสามารถเอามันออกมาใช้งานกับสิ่งที่เราเรียน สร้างผลงานในแบบของเราได้

สาวศิลปศาสตร์แนะนำแอปหน่อย

ขอเล่าก่อนว่าขิมเลือกเรียนโทญี่ปุ่น แต่ขิมไม่มีพื้นญี่ปุ่นเลยแม้แต่นิดเดียวคือเรียกได้ว่ามาเริ่มเรียนตอนปี 2 แล้วญี่ปุ่นมันก็จะมีทั้งตัวอักษรฮิรางานะ คาตาคานะ และคันจิ ตัวขิมรู้สึกคันจิยากสุดเลยเพราะมันต้องใช้ความจำ ถ้าให้เปรียบมันจะคล้ายๆ ตัวอักษรของจีน บางครั้งคนญี่ปุ่นจะใช้เขียนคันจิแทนตัวฮิรางานะ เพราะฉะนั้นขิมเลยต้องพึ่งแอป JEdict lite มันจะเป็นแอปที่เราสามารถเขียนตัวคันจิลงไปได้เองเลยบนหน้าจอ แล้วแอปมันก็จะประมวลผลว่าตรงกะตัวไหน เราก็กดเข้าไปดูได้เลยว่าคือคำว่าอะไร

ขิมชอบเพราะตอบโจทย์มากก มันช่วยย่นระยะเวลาในการหาคันจิของเรา เพราะถ้าเรานั่งเปิดดิกหามันจะช้ามากกว่าจะได้ตัวนึง อันนี้คือเราสามารถใช้มือเขียนลงบนหน้าจอได้เลย คำศัพท์ก็จะขึ้นมาแล้ว คือช่วยเซฟเวลาและสะดวกมากๆ

ดาวน์โหลด

หลายๆ คน คงได้รู้จักคณะศิลปศาสตร์ สาขาวิชาภาษาไทยมากขึ้น ว่าหนุ่มสาวคณะนี้เค้าเรียนอะไรและทำกิจกรรมอะไรกัน ซึ่งสาวขิมคนนี้ก็ทำให้เรารู้ว่าสาวคณะนี้มีความสามารถที่หลากหลายจริงๆ ส่วนใครจะเอาเทคนิคการเรียนของขิมไปใช้ เธอก็ฝากบอกมาว่ายินดีที่จะแบ่งปัน จะได้เรียนเก่งกันถ้วนหน้า ..

ครั้งหน้าจะมาพูดคุยกับหนุ่มสาวคณะอะไร ก็อย่าลืมติดตามใน Unichat นะคะทุกคน

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

บันเทิง

[exclusive] คุยกับ Mr.Nariaki Terada AKS Director ถึง AKB48 GROUP ASIA FESTIVAL 2019

Published

on

บ่ายวันนี้ 11 ธันวาคม 2561 BNK48 ส่งเทียบเชิญสื่อเพื่องานแถลงข่าว AKB48 GROUP ASIA FESTIVAL 2019 IN BANGKOK PRESENTED BY SHANDAGAMES  ที่จะจัดให้มีขึ้น ณ Impact Arena ในวันอาทิตย์ที่ 27 มกราคม 2562 ซึ่งจะเป็นการรวมตัวกันของ ABK48 Group ทั้ง 7 กรุ๊ป ทั้งในญี่ปุ่น และนอกญี่ปุ่น ประกอบไปด้วย วง AKB48, JKT48, BNK48, MNL48, TEAM SH, TEAM TP, SGO48 แฟนๆ ชาวไทยจะได้มีโอกาสสัมผัสใกล้ชิดกันในงาน รายละเอียด AKB Group จัดใหญ่ AKB48 GROUP ASIA FESTIVAL 2019

 

สัมภาษณ์ Mr.Nariaki Terada AKS Director

 

 

ลิ้งค์ งานแถลงข่าว

AKB48 GROUP ASIA FESTIVAL 2019 IN BANGKOK

PRESENTED BY SHANDAGAMES

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

บันเทิง

เผยส่วนเนื้อที่ใช่ของ สาวๆ Sweat16 [มีภาพ, มีคลิป]

Published

on

หลังจากที่ Sweat16 แอบเผยชุดใหม่สุดน่ารัก ของซิงเกิ้ลที่ 4 Yakiniku ปิ้งย่าง ต่อหน้าแฟนคลับในงาน “SWEAT16! JU JU” ไปเมื่อ 18 พ.ย. 2561 ณ CentralPlaza WestGate ชั้น 2 โซนลานน้ำพุ ไปแล้ว หลังจากนั้นก็มีออกงานอย่างต่อเนื่อง ทั้งออกให้สัมภาษณ์สื่อในแขนงต่างๆ งานโชว์ โดยยังไม่มีการร้องเต็มเพลงที่ไหนมาก่อน และก็มาเซอร์ไพรส์แฟนคลับ ด้วยการโชว์เต็มเพลง Yakiniku ปิ้งย่าง ในงาน Cat Expo 5 (24 พ.ย. 2561) เราก็เฝ้ารอคิวที่จะได้พูดคุยกับน้องๆ Sweat16 ถึง ซิงเกิ้ลที่ 4 Yakiniku ปิ้งย่าง ว่าเป็นยังไงมายังไงกันบ้าง …

แล้ววันนั้นก็มาถึง 6 ธ.ค. 2561 ที่ผ่านมาโชคดีเวลาเหมาะ ก็ได้นั่งพูดคุยกับน้องๆ Sweat16 ถึง ซิงเกิ้ลที่ 4 Yakiniku ปิ้งย่าง นำทีมโดย
วรินดา เนินเพิ่มพิสุทธิ์ (Warinda Nernpermpisut) แอ๊นท์ (Ant) , จิดาภา จงสืบพันธ์ (Jidapa Chongsubphant) มิวสิค (Music) , ชดาธาร ด่านกุล (Chadatan Dankul) ม่านมุก (Mahnmook) , ซอนญา ชิษณุชา ดอนเนลลี่ (Sonja Chitsanucha Donnelly) ซอนญา (Sonja) , พิชชาภา กันตพิชญาธร (Phitchapha Kantapitchayathorn) นิ้ง (Nink) , วาสนา พิมพ์จันทร์ (Wassana Pimchan) เอ๋ (Ae) , พิม ขจรเวคิน (Pim Khajonvekin) พิม (Pim) , ปภาดา ตันติประสงค์ชัย (Papada Tantiprasongchai) พาด้า (Pada) , พรรษา บุณยะกลัมพ (Pansa Boonyakalumpha) เพชร (Petch) , สุธาสินี เอมทอง (Suthasinee Aemthong) เฟรม (Fame) , ทสมา เทศน์ธรรม (Tassama Testam) มิ้น (Mint) จะขาดไปก็แค่เพียง น้อง อรรฆพร สร้อยสุข (Akaporn Soisuke) แอนนี่ (Anny) กับน้อง ปัทมาริษา ปัดภัย (Pattamarisa Padphai) พราวด์ (Proud) ที่ติดภารกิจไม่สามารถมาร่วมได้

บรรยากาศสบายๆ ยามบ่าย ไม่รีบเร่ง เริ่มต้นคำถามสบายๆ ด้วยว่า น้องๆ คิดว่าตัวเองเป็นส่วนใดของเนื้อ? ไปดูกันว่าจิตนาการของน้องๆ แต่ล่ะคนจะเป็นยังไงกันบ้าง คำถามต่อไป เนื้อเพลงของเพลงนี้พูดถึงอะไรบ้าง ชุดที่ใส่อยู่มีความหมายอย่างไร ท่อนไหนที่ร้องยาก (เวลาร้องหิวไหม) มีคำร้องที่ไม่เข้าปากไหม นานาคำถามถูกถามและถูกตอบ ไปชมคลิปกันดีกว่าครับ

 

สัมภาษณ์ Sweat16 Yakiniku ปิ้งย่าง

 

Sweat16 ร้องสด เพลง Yakiniku ปิ้งย่าง

 

อัลบั้มภาพ

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

สัมภาษณ์

Unichat คุยกับสาวนิติศาสตร์ ธรรมศาสตร์ กับการเรียน และการเป็นเชียร์ลีดเดอร์!

Published

on

คณะนิติศาสตร์ เป็นคณะที่คนภายนอกมักจะสนใจใคร่รู้ ว่าคณะนี้เค้าเรียนอะไรกัน ทำอะไรกัน มองโลกยังไง.. เพราะหนุ่มสาวคณะนี้เติบโตออกมาเป็นผู้เกี่ยวข้องกับความยุติธรรมของสังคม แถมยังมีลุคส์ที่ดูสมาร์ทเฉียบคมอีก.. แต่สิ่งที่ยังค้างคาใจก็คือหนุ่มสาวคณะนี้ เค้าเรียนหนักแบบหัวหมุนอย่างที่ล่ำลือกันจริงรึเปล่า วันนี้แบไต๋เลยจะพาไปหาคำตอบทุกสิ่งอย่างที่คุณอยากรู้เกี่ยวกับคณะนิติศาสตร์ โดยผู้ที่มาไขคำตอบก็ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นเชียร์ลีดเดอร์คณะ ชั้นปี 4 แห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เอม – สิตานัน สง่ากุล นั่นเอง

ทำไมเอมถึงเลือกเรียนนิติศาสตร์คะ

ที่เลือกเรียนคณะนิติศาสตร์ เพราะคิดว่าเป็นเรื่องที่อยู่ใกล้ตัวเราเองมากๆ ทุกคนในสังคมต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย หรือเวลาเกิดปัญหามีข้อพิพาทกัน ทุกคนก็จะต้องพึ่งกฎหมาย เลยคิดว่าหากเราได้ศึกษาอย่างจริงจัง กำลังเล็กๆ ของเราคงช่วยผู้คนในสังคมได้ไม่มากก็น้อยค่ะ

คณะนิติศาสตร์ ธรรมศาสตร์ เรียนอะไรบ้าง

ในปี1 เราก็จะเรียนวิชาบังคับของคณะแค่ 2 วิชา คือความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับกฎหมายและระบบกฎหมาย และกฎหมายลักษณะนิติกรรมสัญญา เป็นการปรับพื้นฐานค่ะ นอกนั้นก็จะเป็นวิชาบังคับของมหาวิทยาลัยสำหรับเด็กปี1 ที่ต้องเรียน

ปีที่2 และปีที่3 จะเป็นการเรียนวิชากฎหมายที่เฉพาะมากขึ้น โดยวิชาแต่ละวิชาก็อาจจะมีเนื้อหาไปตามเนื้อหาในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์  ประมวลกฎหมายอาญา ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา กฎหมายเกี่ยวกับการปกครอง เช่น กฎหมายลักษณะมรดก กฎหมายประกันด้วยบุคคลและทรัพย์ กฎหมายรัฐธรรมนูญ

ส่วนปีที่4 ก็เป็นวิชาที่เริ่มใช้กระบวนความคิดถึงเบื้องลึกของกฎหมายมากขึ้น เช่น ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย นิติปรัชญา

วิชาโปรดของเอม

ชอบวิชานิติเวชค่ะ แต่วิชานี้เป็นวิชาเลือกที่ไม่ใช่วิชาบังคับของคณะนะคะ ที่ชอบก็เพราะเป็นวิชาที่ไม่ได้เป็นการเรียนเกี่ยวกับกฎหมายโดยตรง แต่จะมีวิชาทางการแพทย์เข้ามาผสมด้วย เพราะจะต้องเกี่ยวข้องกับการพิสูจน์หลักฐานสำหรับการดำเนินคดี ทำให้รู้สึกว่าการเรียนแค่กฎหมายไม่เพียงพอ ควรมีความรู้รอบตัวหลายๆ อย่างเพิ่มขึ้นด้วยค่ะ

มีโปรเจ็คไหนที่ชอบที่สุดมั้ยคะ

เป็นโครงงานของวิชาหลักวิชาชีพนักกฎหมาย เพราะเป็นโครงงานที่ได้ทำประโยชน์ให้สังคมมากที่สุดค่ะ ของกลุ่มเอมจะทำเป็น เรื่องเกี่ยวกับ “เตือนภัยใครโกงแชร์ “ ที่จะคอยให้ความรู้คนทั่วไปเกี่ยวกับเรื่องเเชร์ ที่บางอาจยังมีความเข้าใจผิดในเรื่องแชร์ และเปิดโอกาสให้ผู้เป็นเหยื่อ ได้มีโอกาสบอกถึงประสบการณ์ที่เขาได้พบเจอมาด้วยค่ะ

คณะนิติศาสตร์ ขึ้นชื่อเรื่องการเรียนที่หนักสุดๆ เอมว่าความจริงเป็นยังไง

คิดว่าจริงค่ะ เพราะตัวเอมคิดว่าคณะนิติศาสตร์ก็เป็นอีกคณะนึงที่ต้องใช้ความขยันในการเรียนค่อนข้างสูง ไม่ต่างจากคณะอื่นๆ เพราะที่มธ. คณะนิติศาสตร์จะมีการสอบวัดผลเฉพาะสอบปลายภาค 100 คะแนนเลย ไม่มีการสอบกลางภาค ฉะนั้นทำให้การเตรียมตัวสอบครั้งนึง ต้องตั้งใจอ่านหนังสือมากๆ เพราะมีแค่การสอบครั้งเดียวที่จะเป็นตัวชี้วัดทุกอย่างเลยค่ะ

ในคณะกิจกรรมอะไรน่าสนใจบ้างคะ

กิจกรรมที่น่าสนใจในคณะนิติศาสตร์จริงๆ มีเยอะมาก แต่ถ้าจะให้ยกตัวอย่างก็คงจะเป็น กิจกรรมผู้นำเชียร์ ทูตรพี ละครเวทีค่ะ

แล้วเอมชอบกิจกรรมอะไรที่สุด

ก็คงจะตอบว่า กิจกรรมผู้นำเชียร์ค่ะ เพราะตัวเอมเองก็เป็นผู้นำเชียร์ประจำคณะนิติศาสตร์ ปี 2558 ด้วย

หลายคนสงสัยว่าสังคมคณะนิติศาสตร์ มธ. เป็นยังไง

จะเป็นสังคมที่ค่อนข้างอบอุ่นเลย เพราะเพื่อนทุกคนจะคอยช่วยเหลือกัน คอยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นทางกฎหมายกัน หรือคอยแชร์ความรู้แบ่งปันให้กันค่ะ

ย้อนไปช่วงการเป็นเชียร์ลีดเดอร์ให้ฟังหน่อยค่ะ ช่วงนั้นทำอะไรบ้าง

ช่วงปี1 ที่เป็นลีดใหม่ๆ ก็จะซ้อมค่อนข้างหนักมากค่ะ เลิกเรียนเสร็จ ก็ต้องรีบมารอซ้อมเลย แล้วก็จะวนลูปอย่างนี้ไปทุกวัน จนกว่าจะถึงวันแข่งหรือวันที่ต้องออกงาน พอปี2 จากที่เคยเป็นผู้เต้น ก็จะเปลี่ยนมาเป็นพี่ลีดที่คอยสอนท่า ต่อท่า ดูแลน้องๆ ปี1 ที่เข้ามาเป็นลีดต่อเรียกได้ว่าการเป็นเชียร์ลีดเดอร์นี่ไม่ได้เป็นแค่ปีเดียวจริงๆค่ะ แต่เป็นตลอดไปเลย

การเป็นเชียร์ลีดเดอร์ทำให้เอมได้เรียนรู้อะไรหลายๆ อย่าง ทั้งการมีวินัย การฝึกความอดทน ทั้งยังได้มิตรภาพจากเพื่อนหรือรุ่นพี่ที่รักและผูกพันกันมาก แม้อาจจะต้องเสียสละเวลาส่วนตัวไปบ้าง หรือมีความท้อ ความเหนื่อยในการซ้อม แต่สิ่งที่ได้กลับมันคุ้มค่ามากกว่าสิ่งที่เราสละไปจริงๆ ค่ะ

แบ่งเวลาในเรื่องเรียนและใช้ชีวิตยังไงบ้างคะ

สำหรับตัวเอมเองก็จะให้โอกาสตัวเองได้ทำกิจกรรมพร้อมๆ ไปกับการเรียนด้วย อย่างตอนเป็นเชียร์ลีดเดอร์ ก็จะต้องตื่นเร็วขึ้นเพื่อมาอ่านหนังสือก่อนไปซ้อม เพื่อชดเชยเวลาซ้อมที่จะทำให้เราไม่ได้อ่านหนังสือไปค่ะ

ถ้าอยากเรียนนิติศาสตร์ ควรมีคุณสมบัติอะไรบ้าง

หลักๆ เลยคงจะต้องเป็นคนที่มีความขยัน และตั้งใจในการมาเรียนกฎหมายจริงๆ ค่ะ เพราะเราเรียนเกี่ยวกับกฎหมายอย่างเดียวเลยจริงๆ ถ้าคนที่ไม่ได้มีใจรักหรือชอบในกฎหมายเข้ามาเรียน คงจะไม่มีความสุขกับการเรียนเลยค่ะ

ไหนๆ ก็อยู่ปี 4 แล้ว อยากให้เอมแนะนำการใช้ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยให้คุ้มค่าที่สุดหน่อยค่ะ

จริงๆ เวลาในมหาวิทยาลัย 4 ปีสำหรับเอมผ่านไปเร็วมาก สำหรับใครที่มีกิจกรรมที่อยากทำ หรือสนใจกิจกรรมอะไรเป็นพิเศษ อยากให้กล้าที่จะลงมือทำเลย ไม่ต้องกลัวที่จะลงมือทำ เพราะถ้าเราไม่ลงมือทำตอนนี้ จบออกไปจากมหาวิทยาลัยเราอาจไม่ได้มีโอกาสมาทำกิจกรรมอะไรแบบนี้อีกแล้ว ชีวิตในมหาวิทยาลัยมีอะไรให้เราออกไปเรียนรู้มากกว่าแค่การเรียนอีกเยอะเลยค่ะ

แอปตัวช่วยเจ๋งๆ ของเอมคือ

Notability ค่ะ เป็นแอปไว้สำหรับจดโน้ตสำหรับการเรียนใน IPad แต่แอปนี้พิเศษตรงสามารถฟังไฟล์เสียงได้ไปในตัว พร้อมๆ กับการจดโน้ตเลย เหมาะสำหรับคนที่ชอบถอดเทปไฟล์เสียงในแต่ละวิชาค่ะ

stxdymood

ดาวน์โหลด

วันนี้ก็เต็มอิ่มกันไปพอสมควรสำหรับเรื่องราวต่างๆ ของคณะนิติศาสตร์ ธรรมศาสตร์ ที่หลายคนอาจสงสัยมาตลอดว่าหนุ่มสาวคณะนี้เค้ามีไลฟ์สไตล์การเรียนและการใช้ชีวิตยังไง และถ้าใครอยากรู้เรื่องราวของหนุ่มสาวคณะอะไรอีก ก็อย่าลืมกระซิบมาบอกด้วยล่ะ แบไต๋จะรีบไปเชิญน้องๆ คณะนั้นมาพูดคุยด้วยเลย.. แล้วเจอกันใหม่ใน UniChat ครั้งหน้าค่ะ

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!