Connect with us

สัมภาษณ์

Unichat คุยกับสาววิศวะไฟฟ้ากับงานอดิเรกสาว “Cosplay”

ใครหนอใคร.. พูดกันว่าคณะวิศวะเป็นคณะที่รวมหนุ่มหล่อ ส่วนสาวๆ ก็มักจะห้าวๆ แมนๆ อย่างเดียว วันนี้แบไต๋จะขอเถียงขาดใจ เพราะคณะวิศวกรรมศาสตร์ได้พิสูจน์ให้เราเห็นในวันนี้แล้ว ว่าสาววิศวะน่ารักสุดๆ และเธอไม่ได้มีหน้าตาและบุคลิกที่น่ารักอย่างเดียว แต่ทัศนคติของเธอและความสามารถยังน่าชื่นชมอีกด้วย แต่จะน่าชื่นชมยังไง เดี๋ยวไปพบกับ มุก – ณนันท์ โฉมนาค ดาวคณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยีอุตสาหกรรม ภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้า สาขาวิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์และระบบคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ไปค่ะ!

ทำไมเลือกเรียนวิศวะ สาขาวิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์และระบบคอมพิวเตอร์

ส่วนตัวเป็นคนชอบคณิตค่ะ แล้วก็ชอบพวกคอมฯ กับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ด้วยค่ะ ตอนเด็กๆ เวลาจอยเกมส์เสียก็ต้องซื้อใหม่ พอซื้อใหม่เล่นไปสักพักก็เสียอีก เลยแกะออกมาซ่อมเองเลยค่ะ พอจากนั้นมาอะไรเสียเราก็จะลองแกะลองซ่อมเองดูก่อนเลย บวกกับเวลาเห็นคุณพ่อซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านก็รู้สึกว่าเท่จังน้า อยากทำเป็นบ้างจัง เลยทำให้ตัดสินใจเรียนสาขานี้ค่ะ

สาขาวิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์และระบบคอมพิวเตอร์ เรียนเกี่ยวกับอะไรบ้าง

สาขาวิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์และระบบคอมพิวเตอร์ เป็นสาขาที่รวมความรู้ด้านอิเล็กทรอนิกส์ ไฟฟ้าและระบบคอมพิวเตอร์เข้าด้วยกัน เอาแบบเข้าใจง่ายเลยนะคะ คือมีเรียนทั้งไฟฟ้า คอมพิวเตอร์ (ทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์) และอิเล็กทรอนิกส์ เมื่อจบไปแล้ว สามารถเลือกประกอบอาชีพในอุตสาหกรรมต่างๆ ได้เยอะเลยค่ะ เช่น อุตสาหกรรมผลิตและประกอบอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า อุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์ฮาร์ดแวร์ อุตสาหกรรมชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์หรืออุตสาหกรรมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น โทรคมนาคม อิเล็กทรอนิกส์ยานยนต์ เทคโนโลยีสารสนเทศ เครื่องมือการแพทย์และเครื่องมือวัดต่างๆ และยังสามารถทำงานในหน่วยราชการและรัฐวิสาหกิจหรือเป็นผู้ประกอบการอาชีพอิสระ อะไรที่เกี่ยวกับ คอม ไฟฟ้า อินเทอร์เน็ต ทำได้หมดเลยเรียกได้ว่าไม่ตกงานแน่ค่ะ (หัวเราะ)

เข้ามาปี 1 ก็จะถูกส่งไปเรียนปรับพื้นฐานก่อนค่ะ ทั้งแคลคูลัส เคมี ฟิสิกส์ คือที่เจอมาตอนมัธยมปลาย จะถูกอัดอยู่ในเทอมเดียวเลยค่ะ (หัวเราะ) เรียกได้ว่าเป็นการวัดเลยว่าจะไปต่อได้ไหม คือเราจะไม่สามารถทำตัวแบบมัธยมได้เลยค่ะ  ที่อ่านหนังสือก่อนสอบแค่วันสองวัน อ่านแค่นิดๆ หน่อยๆ ก็ทำข้อสอบได้ มหาวิทยาลัยนี่ไม่ได้เลยค่ะ บางคนมัธยมจากเกรด 3 กว่าเหลือ 1 กว่าๆ ก็มี เทอมนี้คือเพื่อนหายไปเยอะมากค่ะ เพราะบางคนเกรดไม่ถึง บางคนก็มองว่านี่คงไม่ใช่ทางของเขา หินสุดๆ ค่ะปี1 (หัวเราะ) ส่วนเทอม 2 ก็เริ่มเบาหน่อยจะเริ่มมีวิชาภาค เช่น วิชาเขียนโปรแกรม เข้ามา ซึ่งมุกคิดว่าน่าสนใจและง่ายกว่าเทอมแรกค่ะ

พอมาปี 2 – 4 ก็จะเข้าวิชาภาคค่อนข้างเยอะแล้วค่ะ มีทั้งการเรียนทฤษฎีและลงมือปฏิบัติ  เป็นอะไรที่สนุกมากๆ ค่ะตอนได้ทำแลป นอกจากนั้นแต่ละวิชายังมีโปรเจคให้นักศึกษาคิดและได้ลงมือทำด้วยค่ะ เราต้องมานั่งทำลายวงจร นั่งเจาะ นั่งตัด นั่งเขียนโปรแกรม มีปัญหาต้องมานั่งแก้ วุ่นวายมากค่ะ ถึงจะฟังดูลำบากแต่ก็สนุกมากเลยค่า  ตอนนี้มุกก็ปี 3 แล้วพอปิดเทอมก็ต้องไปฝึกงาน ปี 4 ก็ทำโปรเจคจบค่ะ มุกเองก็ยังไม่แน่ใจว่าจะทำโปรเจคจบแนวไหนดี เพราะที่สาขานี้มีหลายแนวมากค่ะ มีทั้งหุ่นยนต์ เกี่ยวกับเทคโนโลยีการแพทย์ คอมพิวเตอร์ และอีกหลายๆ อย่าง

แล้ววิชาโปรดของมุกล่ะ

คือ วิชาวงจรดิจิตอลและการออกแบบวงจรลอจิก  (Digital Circuits and Logic Design) เพราะรู้สึกสนุกกับมันค่ะ ได้ออกแบบ ได้คำนวณ ได้คิด  วิชานี้มีทั้งคาบทฤษฎีแล้วก็จะมีให้ทำแลปด้วยค่ะ ให้เราลองต่ออุปกรณ์กับโฟโต้บอร์ดแรกๆ ก็สนุกค่ะ หลังๆ เราจะเริ่มงงเพราะวงจรจะยากขึ้นอุปกรณ์ก็จะเยอะขึ้นสายไฟนี่อีรุงตุงนังเลยค่ะ (หัวเราะ) พอลองเปิดไฟที่บอร์ดแล้วมันไม่ติดเราก็ต้องไล่หาค่ะว่ามันผิดตรงไหน คำเดียวค่ะมึน แต่ก็ชอบตรงนี้แหละค่ะมันสนุกดี แล้วก็วิชา ไมโครโปรเซสเซอร์และการเชื่อมต่อ (Microprocessors and Interfacing) อันนี้เป็นวิชาที่เราต้องเขียนโปรแกรมด้วยต่อวงจรด้วยค่ะ  คือเราจะเขียนโปรแกรมแล้วรันลงบอร์ด arduino ค่ะ ชอบตรงที่ว่าเราต้องการจะให้มันทำงานยังไง เราก็ไปหาอุปกรณ์มาก่อน จากนั้นเราต้องการฟังก์ชั่นแบบไหนก็เขียนโปรแกรม แล้วป้อนลงไปเอาค่ะ ชอบเพราะสนุกอีกนั่นแหละค่ะ (หัวเราะ)

มหาวิทยาลัยศิลปากรมีกิจกรรมอะไรสนุกๆ บ้าง

ต้องบอกก่อนเลยนะคะว่ากิจกรรมของมหาวิทยาลัยศิปากรนั้นมีเยอะมากจริงๆ ค่ะ  มีทั้งรับน้องรวม อันนี้เราจะได้รู้จักเพื่อนต่างคณะจากทุกวิทยาเขตเลยค่ะ รับน้องของคณะ งานเฟรชชี่เกมส์ จะมีการแข่งกีฬาระหว่างคณะ มีการแสดงสุดอลังการและประกวดดาวเดือนมหาวิทยาลัย  มีชมรมต่างๆ ในมหาวิยาลัย เช่น ชมรมยิงปืน ชมรมพิธีกร กิจกรรมตามเทศกาล จะมีงานสงกรานต์ มีคอนเสิร์ตมาเล่นตอนเราเล่นน้ำ ทั้งเปียกทั้งสนุก (หัวเราะ) งานลอยกระทงอันนี้มีประกวดนางนพมาศและก็ยังมีตลาดนักศึกษาด้วย ละครเวที  งานทับแก้ว วิชาการที่น้องมัธยมจะได้ลองมาดูว่าแต่ละคณะที่น้องสนใจ เขาเรียนอะไรกันบ้าง และอีกหลายๆ อย่างค่ะ เรียกได้ว่าเป็นมหาวิทยาลัยที่มีกิจกรรมให้นักศึกษาได้ผ่อนคลายและสนุกตลอดเวลาเลยค่ะ

มุกทำกิจกรรมอะไรบ้าง

ประกวดดาวคณะในงาน EFG และได้รับตำแหน่งดาวคณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยีอุตสาหกรรมค่ะ  และก็เคยทำสโมคณะค่ะ ก็จะคอยดูแลงานต่างๆ ของคณะ เช่น การจัดงาน พี่ค่าย วางแผนงานต่างๆ แล้วก็แจกจ่ายงานให้กับหน่วยงานอื่นๆ ที่ต้องรับผิดชอบต่อไป แต่ออกมาตอนปี2 เพราะเรียนหนักทางบ้านก็อยากให้กลับบ้านบ่อยเลยให้ออก และก็เป็นพิธีกรประจำภาควิชาค่ะ ช่วงที่อยู่สโมคณะก็จะเป็นของมหาวิทยาลัยบ้างบางงานค่ะ และมุกก็เป็นพี่ค่ายค่ะ คุมแลปสอนและดูแลน้องๆ มัธยมที่มาเข้าค่ายที่คณะค่ะ แล้วก็พี่ค่ายนี่แหละที่เราชอบที่สุด

เล่าเรื่องประสบการณ์การเป็นดาวคณะให้ฟังหน่อย

คณะวิศวะจะมีงานกีฬา EFG ที่แข่งกีฬากันเองในคณะค่ะ  ในงานนี้จะมีการประกวดดาวเดือนของคณะวิศวะ แล้วให้แต่ละเอกส่งตัวแทนไปประกวด  ด้วยความที่สาขามุกผู้หญิงน้อย เราเลยถูกเลือกให้เป็นตัวแทนภาคไปประกวดค่ะ (หัวเราะ) จากนั้นเราก็ติด 1 ใน 5 คนของดาว ก็ไปเตรียมการแสดงค่ะ มุกก็ไม่รู้จะแสดงอะไรก็เลยควงคฑากับเต้นค่ะ  เพราะว่าเมื่อตอนมัธยมมุกเป็นคฑากรประจำโรงเรียนตั้งแต่ ม.2 ถึง ม.6 ค่ะ ส่วนเต้นนี่เป็นความชอบส่วนตัวอยู่แล้วค่ะ

คำถามนี่ยังจำได้ขึ้นใจเลยค่ะ โดนถามว่าถ้าให้เลือกตัดอวัยวะหนึ่งอย่างและเพิ่มอวัยวะหนึ่งอย่างจะตัดและเพิ่มอะไร  มุกก็ตอบไปแบบเอ๋อๆ เลยค่ะ “ตัดหน้าอกค่ะจะได้เท่าเทียมกันทั้งชายและหญิง และเพิ่มสมองค่ะ เพราะรู้มาว่าสมองคนเราทำงานไม่ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ เราจะได้ฉลาดขึ้นค่ะ” (หัวเราะ) พอประกาศว่าเราได้เป็นดาวเราก็งงๆ แต่ก็ตื่นเต้นมากค่ะ ทั้งสองกิจกรรมนี้มุกก็ชอบค่ะ แต่ที่ชอบที่สุดคือตอนที่มุกได้เป็นพี่ค่ายคุมแลปสอนน้องๆ ต่อวงจรอธิบายความรู้ต่างๆ ที่เรามีให้กับน้องๆ ดูแลน้องๆ ตอนค่ายอัจฉริยะภาพ มุกมีความรู้สึกว่าการมอบความรู้ความสนุกให้กับคนอื่น  ทำให้คนอื่นสนุกและยิ้มได้มันเป็นความรู้สึกที่ดีแบบอธิบายไม่ถูกอ่ะค่ะ รู้แต่ชอบ (ยิ้ม)

ยามว่างมุกชอบทำอะไร

ว่างๆ ถ้าไม่มีเรียน ไม่มีงาน ก็เล่นเกมส์  อ่านหนังสือ ส่วนใหญ่จะเป็นการ์ตูนซะมากกว่าค่ะ (หัวเราะ) วาดรูป ก็วาดทั้งภาพเหมือนทั้งภาพการ์ตูนค่ะ  เต้นก็แอบเต้นอยู่คนเดียวในห้องค่ะ แล้วก็แต่ง cosplay ค่ะ

แต่ง cosplay ด้วยหรอ เล่าให้ฟังหน่อย

ที่ชอบแต่ง cosplay เพราะเป็นคนชอบดูการ์ตูนค่ะ เวลาเห็นตัวละครน่ารักๆ เลยอยากจะลองแต่งบ้าง อยากจะเป็นตัวละครนี้จังเลย ตอนแรกก็ไม่รู้จัก cosplay ค่ะ แต่มีรุ่นพี่คนนึงเขาแต่งมาก่อน แล้วรู้จักกันในชมรมวาดรูปที่โรงเรียนค่ะ พี่เขามาชวน มุกก็เลยไปขอแม่ ตอนนั้น ม.2 ค่ะ แม่ยังไม่ให้ไป พอเกรดมุกออกมาเรากลับติด 0 ตัวนึงค่ะ แม่เราก็ตีแล้วก็บอกว่าถ้าเกิดว่าสอบได้ที่ 1 แม่จะให้ไป cosplay พอ ม.3 ได้ที่1 เลยค่ะ แล้วมันทำให้เราได้รู้ว่าจริงๆ แล้วเพียงแค่เราพยายาม ก็ไม่มีอะไรที่ทำไม่ได้ ทำให้เรารู้ว่าการเรียนสนุกแค่ไหน ตอน ม.ต้น เข้าโรงเรียนมาด้วยโควต้าศิลปะค่ะ เลยอยู่ห้องศิลป์ พอขึ้น ม.3 มุกก็เริ่มชอบการเรียนเลยไปสอบ วิทย์ – คณิต ค่ะ ก็ติดค่ะ ทำให้รู้ตัวว่าตัวเองชอบเลขมากตอนนั้น  ก็เลยมุ่งมาเรียนวิศวะทุกวันนี้นี่แหละค่ะ (หัวเราะ) ตอนที่เรียนอยู่มหาวิทยาลัยมีงานทับแก้ววิชาการ อาจารย์ที่ภาควิชายังให้มุกแต่งชุดโลลิต้าน่ารักๆ มาเรียกน้องๆ แล้วก็อธิบายความรู้ต่างๆ ให้กับน้องด้วยค่ะ เป็นจุดสนใจมากค่ะตอนนั้นใครจะคิดล่ะคะว่าเดินเข้าคณะวิศวะมาแล้วจะเจออะไรแบบนี้ (หัวเราะ)

โห.. ขอเคล็ดลับการเรียนหน่อยสิ

ในเมื่อคุณแม่บอกแล้วว่าถ้าเราได้ที่ 1 จะอนุญาตให้เราแต่ง จากที่ไม่เคยอื่นหนังสือก็อ่านค่ะ  แรกๆ เราก็จำไม่ค่อยได้ก็อ่านแล้วก็ท่องจนกว่าจะจำได้ค่ะ วิชาเลขก็เหมือนกันตอนแรกก็ลองทำเองดูก่อน พอทำไม่ได้ก็ดูเฉลยแล้วก็กลับมาทำใหม่  แล้วก็ทำข้อเดิมเรื่อยๆ จนเราจำได้ขึ้นใจว่าเจอโจทย์แบบนี้ต้องทำยังไง แรกๆ มันก็ดูยากนะคะแต่ถ้าเราไม่เริ่ม ไม่ลองพยายามดู เราก็ไม่รู้หรอกค่ะว่าเราทำได้หรือไม่ได้  มุกไปบอกเพื่อนว่าถ้าได้ที่ 1 คุณแม่จะให้ cosplay เพื่อนก็หัวเราะแล้วตอบลับมาว่าอย่างแกไม่ได้หรอก แล้วพอวันแจกเกรดมุกได้ที่ 1 นี่ร้องไห้เลยค่ะคือความพยายามมันไม่เสียเปล่าจริงๆ หลังจากนั้นเราก็ยึดคติว่า “ความพยายามอยู่ที่ไหนความสำเร็จอยู่ที่นั่น” เลยอยากให้ทุกคนมองว่างานอดิเรกทุกอย่างมันไม่ได้ไร้ประโยชน์หรอกค่ะ มันอาจจะมีข้อเสีย แต่มันก็ต้องมีข้อดีแน่นอนค่ะ

ถ้าอยาก cosplay แบบมุกบ้าง ต้องเริ่มยังไงบ้าง

อันดับแรกเลยค่ะเราก็ต้องเตรียมชุดค่ะ ตอนที่มุกคอสครั้งแรกก็ดูแบบชุด แล้วไปหาซื้อผ้าเอง  แล้วก็วาดรูปชุดที่เราต้องการไปให้ร้านตัดให้ค่ะ ส่วนของเล็กๆ น้อยๆ เช่น ที่คาดผม ลายที่รองเท้า มุกก็แต่งเอง ทำเองค่ะ แล้วที่สำคัญเราต้องรู้ด้วยค่ะว่าตัวละครที่เราชอบหรือที่เราจะแต่งเนี่ยเป็นคนแบบไหน ท่าทางยังไง เพราะการคอสก็เหมือนการแสดง เป็นการสวมบทบาทอย่างนึงเลยค่ะ เราต้องทำสายตาและท่าทางให้เหมือนกับตัวละครตัวนั้นจริงๆ ด้วย

สาววิศวะแนะนำแอปหน่อยสิ

ถึงจะเรียนวิศวะก็เจอภาษาเยอะพอควรเลยค่ะ ก็เลยใช้แอปที่เป็น  dictionary หลายตัวเพราะบางทีเราต้องแปลอังกฤษเป็นอังกฤษก่อนแล้วค่อยมาแปลเป็นภาษาไทยค่ะ ที่ชอบใช้อยู่ตอนนี้ก็จะเป็น merriam webster dictionary จะแปลอังกฤษเป็นอังกฤษค่ะ มีทั้งเสียงให้ฟัง แล้วบางคำก็มีรูปให้ดูด้วยนะ

ดาวน์โหลด

เห็นทีหลายๆ คนจะมองสาววิศวะเปลี่ยนไปตลอดกาล และแบไต๋ก็มั่นใจว่าพออ่านบทความนี้จบ หนุ่มๆ ต้องอมยิ้มกันเป็นระนาวแน่

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!