Connect with us

สัมภาษณ์

(Unichat คุยกับเด็ก มหา’ลัย) สัมภาษณ์หนุ่มสถาปัตย์ จุฬา กับการใช้ชีวิตแบบเต็มที่สุดๆ

Published

on

หลังจากเคยสัมภาษณ์สาวสถาปัตย์ จนยอดแชร์ถล่มทลายมารอบนึงแล้ว ก็มีสาวๆ หลายคนทักท้วงมาว่าอยากอ่านบทความสัมภาษณ์ของหนุ่มสถาปัตย์บ้าง.. จนอดคิดไม่ได้ว่าหนุ่มสาวคณะนี้เค้าฮอตเกินหน้าเกินตากันจริงๆ แต่ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว พอมีคนสนใจเยอะ ก็ต้องตอบสนองนี้ดกันสักหน่อย วันนี้ฤกษ์งามยามดี เลยคว้าตัวหนุ่มฮอตตัวเต็ง สถาปัตย์ จุฬา มาสัมภาษณ์ซะเลย จะได้รู้กันไปเลยว่าอะไรนะที่ทำให้หนุ่มสาวคณะนี้มีเสน่ห์จนใครๆ ก็พูดถึง! ไปคุยกับหนุ่มฮอตของสถาปัตย์ จุฬา อย่าง มิว – พิตตินันท์ จริยวิลาศกุล กันเลย!

ทำไมถึงเลือกเรียนสถาปัตย์ จุฬา มีที่มายังไงบ้าง

จริงๆ ผมเป็นคนที่สมองซีกขวาทำงานได้ดีกว่าซีกซ้ายนะครับ จะถนัดเรื่องการใช้ความคิดสร้างสรรค์มากกว่าการคิดวิเคราะห์ หรือคิดอะไรที่ซับซ้อนนะครับ ยิ่งเลขนี่โง่มากๆ (หัวเราะ) เราเลยเริ่มชอบที่จะสังเกตและมองภาพรวมของสิ่งต่างๆ โดยมีความคิดสร้างสรรค์ประกอบไปด้วยทุกที่ มองตึก มองถนน มองผู้คน จนไปถึงสถาปัตยกรรมครับ มันสอนให้เราเก็บแรงบันดาลใจจากสิ่งรอบกายและทุกอย่างก็รายล้อมไปด้วยสถาปัตยกรรมทั้งหมด

สถาปัตย์ จุฬา เรียนอะไรบ้าง

สถาปัตย์ จุฬา ก็จะแยกเป็นหลายสาขา มีสถาปัตยกรรม, ออกแบบภายใน, ผังเมือง, ภูมิสถาปัตยกรรม, ออกแบบอุตสาหกรรม ส่วนภาค Inter ก็จะมี CommDe, INDA อย่างผมก็เป็นภาค INDA หรือ International Program in Design and Architecture ครับ จะเน้นออกแบบเป็นหลัก โดยคำนึงถึง Design Innovation และ Experimentation ทำให้เราคิดริเริ่มสิ่งใหม่ๆ ทดลองสิ่งใหม่ๆ ที่ยังไม่เคยมีมาก่อน ตั้งแต่อยู่บนบรรทัดฐานของความเป็นจริงไปจนถึงเกินจริงเลย Instructor ก็เป็นชาวต่างชาติทั้งหมด ความสนุกของการเรียนที่นี่ก็คือการได้เห็น Instructor จากทั่วทุกมุมโลกที่มีสไตล์ของตัวเองที่ไม่เหมือนกัน บางคนก็ติสต์แตกแบบหลุดโลกไปเลย (หัวเราะ)

ตอนปี 1 จะเน้นวาดมือเป็นหลัก ทำ Physical Model  ฝึกการมอง การสังเกตสิ่งต่างๆ ตั้งแต่ Scale เล็กๆ ไปจน Scale ใหญ่ๆ นั่งจ้องแล้วคิด วิเคราะห์ ตั้งแต่ขี้ยางลบจนถึงตึกมหานครกันเลยทีเดียว

ส่วนปี 2 จนถึงปี 4 ก็จะเริ่มใช้ Digital tools ต่างๆ ในการเรียน เช่น ขึ้น 3D โมเดล, ทำกราฟฟิก, ทำพรีเซนต์, ทำ physical model ไปจนถึงทำวีดีโอและอื่นๆ อีกมากมายเลยครับ วิธีการเรียนก็จะเป็นสตูดิโอ แต่ละสตูดิโอก็จะมี Instructor หนึ่งคน นักเรียนในสตู 7-9 คน ระบบการเรียนก็จะมี Lecture, มี Tutorial หรือ Desk critique และ Review เพื่อให้นักเรียนและ Instructor มาแลกเปลี่ยนความคิดและพัฒนาแบบดีไซน์ต่อๆ ไปครับ

วิชาที่มิวชอบที่สุด

วิชาที่ชอบที่สุดก็คือ Architecture and Design นี่แหละครับ แต่ส่วนใหญ่เค้าจะเรียกกันว่า Stu เป็นวิชาที่หน่วยกิตเยอะกว่าวิชาอื่นๆ เลย (6หน่วยกิต) และเป็นวิชาที่ดูดพลังที่สุดด้วย วิชานี้จะเรียนเกี่ยวกับการออกแบบและดีไซน์ครับ ออกแบบตั้งแต่บ้านรูหนูจนถึงบ้านลอยฟ้าที่จะไปตั้งบนดาวอังคารเลย (หัวเราะ) แต่ละเทอมโปรเจคก็จะไม่เหมือนกัน ส่วนใหญ่เราก็จะใช้เวลา 90 เปอร์เซ็นต์ในชีวิตของเราช่วงนั้นไปกับ Stu นี่แหละ แต่มันก็ทำให้ชีวิตเรามีสีสันดีครับ

และอีกวิชาที่ชอบก็คือ History of Architecture ซึ่งอาจารย์จะสอนเราตั้งแต่สถาปัตยกรรมที่มีมาตั้งแต่ยุคหินจนถึงโมเดิร์นเลยทีเดียว ทำให้เข้าใจความเป็นมาของตึกรามบ้านช่อง จนถึงหลักปรัชญาของคนสถาปนิกด้วยครับ เป็นวิชาที่นั่งตากแอร์แล้วก็นั่งฟัง เห็นงานสถาปัตยกรรมต่างๆ จากทุกช่วงเวลาและทุกที่ทั่วทุกมุมโลกของสถาปนิกต่างๆ มากมาย และที่สำคัญถ้าง่วงก็หาที่หลังเสาหลับได้ยาวๆ เลย (หัวเราะ)

กิจกรรมมันส์ๆ ในรั้วจุฬา มีอะไรบ้าง

กิจกรรมในมหาวิทยาลัยนี่ก็เยอะแยะมากมายเลยครับ เอาง่ายๆ ว่าตอนเป็นน้องใหม่เข้ามา เหนื่อยกิจกรรมมากกว่าเหนื่อยเรียนอีก จะมีรับน้องบ้านให้มาเจอเพื่อนๆ ต่างคณะกัน ส่วนคณะผมเองก็เป็นคณะที่รับน้องนานที่สุด รับทุกวัน รับทั้งวัน เช้าจรดเย็น อดนอนเพราะงานแล้วยังอดนอนเพราะกิจกรรมอีก จนมีคำพูดติดปากภายในคณะว่า “รับน้องในคณะนี้ไม่มีวันจบ” ผมก็สงสัยนะครับ ว่าจะจริงหรอ พอเข้ามาก็รู้เลย ว่าไม่มีวันจบจริงๆ ครับ ใครอยากรู้ว่ามีอะไรบ้าง ก็ลองเข้ามาเป็นเด็กสถาปัตย์กันดูนะครับ

มิวทำกิจกรรมอะไรบ้าง

กิจกรรมในคณะที่เด่นๆ อย่างแรกก็จะมี รักบี้ครับ ซ้อมกันแบบเอาเป็นเอาตาย แขนหักคอหักกันเลยทีเดียว เป็นกีฬาประจำคณะครับ มีจัดแข่งขึ้นทุกปี แล้วเสื้อรักบี้แต่ละปีก็จะออกแบบมาไม่เหมือนกันด้วยนะครับ อย่างที่สองก็เตะบอลกลางคอร์ดกลางแจ้งครับหรือที่คณะเรียกว่าคอร์ดบอล ฝนตกก็เตะ แดดออกก็เตะ มีเรียนก็ยังลงมาเตะ (หัวเราะ) อย่างสุดท้ายก็กิจกรรมรับน้องภายในคณะ มีอีเว้นท์เยอะมากๆ แต่เป็นความลับครับผม อยากบอกมากเลยแต่สปอยไม่ได้จริงๆ ถ้าไม่ใช่เด็กในคณะจะไม่รู้เลยว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้าง เอาเป็นว่ากิจกรรมร้อยแปดอย่างครับ (หัวเราะ)

กิจกรรมโปรดของมิวล่ะ

กิจกรรมที่ชอบที่สุด ถ้าเป็นในคณะก็คือรับน้องคณะกับรักบี้แหละ รักบี้ก็จะเล่นกันอาทิตย์ละ 2-3 ครั้ง บางทีก็ทุกวัน พี่ๆ ก็จะเริ่มสอนตั้งแต่เริ่มต้น พอเล่นเป็น ก็แบ่งทีมแข่งกันเอาเป็นเอาตายเลย สนุกมากๆ ครับ ส่วนรับน้องก็จะมีทุกอาทิตย์ เกือบทุกวัน แต่ละกิจกรรมก็เปลี่ยนไปตลอด ทำให้เราสนิทกันและรักกันมากขึ้นครับ จะมีประโยคฮิตที่ว่า “โอกาสไม่ได้มีมาบ่อยๆ ทำทุกอย่างให้เต็มที่” ซึ่งทำให้เราเห็นพี่ๆ เต็มที่จัดกิจกรรมให้ เห็นเพื่อนๆ เต็มที่กับกิจกรรม  ซึ่งผมไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อนในชีวิตเลยครับ เป็นความเหนื่อยที่มีเพื่อนเหนื่อยไปด้วยและมันเป็นช่วงเวลาที่สนุกที่สุดเลย

ได้ข่าวมาว่าเป็นนักดนตรีของมหาวิทยาลัยด้วยหรอ

ไม่เชิงเป็นนักดนตรีของมหาวิทยาลัยหรอกครับ คือผมมีวงตั้งแต่สวนกุหลาบแล้ว ก็เป็นที่รู้จักในระดับนึงจากการไปเล่นตามโรงเรียนหญิงล้วนต่างๆ (หัวเราะ) พอเข้ามาคณะนี้ก็มีรุ่นพี่จาก โรงเรียนเก่าชวนเข้าวงครับ ในวงมีสมาชิก 5 คนซึ่งก็เล่นในงานต่างๆ ของคณะแหละครับ พอถึงงานบอลประเพณีจุฬา-ธรรมศาสตร์ พวกผมก็มีโอกาสได้ขึ้นเล่นตามงานต่างๆ อีเว้นท์ต่างๆ ทั้งในจุฬา และเป็นตัวแทนของมหาวิทยาลัยไปเล่นดนตรีที่ธรรมศาสตร์อีกด้วยครับ

เป็นคนที่มีงานอดิเรกเยอะมาก ทั้งต่อยมวย เทนนิส เปียโน บีบีกัน ปีนเขา ดูหนัง ฯลฯ อะไรทำให้มิวแอคทีฟขนาดนี้

ผมพยายามหากิจกรรมใหม่ๆ ทำอยู่ตลอดครับ ซึ่งมันก็เกิดจากการที่เราเรียนหนักมากๆ ต้องคอยดูแลสุขภาพอยู่เสมอ คอยหาเวลาให้ตัวเองผ่อนคลายครับ แต่ก็อยากดูแลตัวเองไปด้วย แล้วสนุกกับมันไปด้วยครับ ส่วนตัวแล้วชอบทำอะไรใหม่ๆ ท้าทาย ยิ่งกีฬาต้องใช้ความรุนแรงนี่ชอบมาก ยิ่งเจ็บยิ่งชอบครับ (หัวเราะ) ส่วนปีนเขา เดินป่าก็เป็นกิจกรรมใหม่ที่เพิ่งเคยลองครับ ปีที่แล้วมีโอกาสได้ไปเชียงดาวมา เดินแบกของ 20 กว่าโล ขึ้นเขาชันๆ ใช้เวลากว่า 8 ชั่วโมง ส่วนขากลับก็เดินลงเขาอีก 8 ชั่วโมง เหนื่อยมากที่สุดในชีวิตครับ แต่เวลาไปถึงยอดแล้วคือหายเหนื่อยจริงๆ ครับ วิวสวยสุดๆ เราอยู่เหนือเมฆ ไม่มีอะไรสูงกว่าเราเลย ณ จุดนั้น เป็นประสบการณ์ที่เงินซื้อไม่ได้ มองแต่รูปก็สัมผัสไม่ได้ ต้องร่างกายกับใจล้วนๆ เลยครับ

แล้วที่บอกว่าชอบดูหนังมากๆ นี่เป็นมายังไงคะ

ที่บ้านชอบดูหนังมากๆ ครับ ยิ่งพ่อกับน้องนี่ตัวยงเลย สะสมหนังทุกเรื่องชนิดที่ว่ามีแผ่นหนังเรื่องไหนออกมาซื้อหมด จะดูไม่ดูค่อยว่ากัน ครอบครัวเราจะใช้เวลาทุกวันอาทิตย์ดูหนังด้วยกันครับเป็นอีกโมเม้นนึงที่ชอบมากๆ เวลาดูหนังพร้อมหน้าพร้อมตา และก็เป็นอีกเหตุผลที่ทำให้เราได้ภาษาอังกฤษจนสอบติดเนี่ยแหละครับ ส่วนน้องก็ดูจนไปเป็นเด็กนิเทศจุฬาแล้วครับ ส่วนหนังที่ชอบที่สุดก็มี The Godfather, Pulp Fiction, Fight Club, Saving Private Ryan, Sicario แล้วก็ Blade Runner ครับ ส่วนผู้กำกับที่ชอบก็ Ridley Scott, Denis Villeneuve และ Christopher Nolan ครับ

ขอเคล็ดลับการใช้ชีวิตแบบเต็มที่ในแบบของมิวหน่อย

ผมบอกกับตัวเองเสมอว่าสิ่งที่เงินซื้อไม่ได้คือเวลาและประสบการณ์ครับ ความคิดอาจจะดูแก่ไปบ้าง แต่อยากทำทุกอย่างในขณะที่เรายังสามารถทำได้ ผมอยากมีชีวิตนักเรียนสุดเหวี่ยง เกเรบ้าง เรียนบ้าง ตอนเป็นเด็กมัธยม ผมก็ทำมาแล้ว แต่นั่นคือโมเม้นที่เราสามารถทำได้แค่ครั้งเดียวในชีวิต จนตอนนี้เป็นเด็กมหาวิทยาลัยใกล้จบ ผมก็อยากใช้เวลาทุกอย่างในรั้วมหาวิทยาลัยไปกับการทำกิจกรรม หรืองานอดิเรกต่างๆ ที่ตอนนี้เรายังสามารถทำได้อยู่ แล้วชีวิตมหาวิทยาลัยสอนให้เราเป็นนักวางแผน รู้จักและได้ทำสิ่งใหม่ จัดการกับเวลา หรือเป็นนักเรียนรู้โอกาสและพัฒนาตัวเองอยู่เสมอครับ

สุดท้ายแล้ว ว่ากันว่า หนุ่มสถาปัตย์ ฮอตและติสท์มาก! คิดยังไงบ้างคะ

คิดว่าเค้าต้องเห็นเราตอนที่แดดร้อนแล้วเหงื่อเปียกหลังแน่ๆ เลย (หัวเราะ)  จริงๆ ทุกคณะก็มีหนุ่มๆ ฮอตเยอะนะครับ อาจจะเป็นเพราะคณะเรามีหนุ่มๆ ที่ค่อนข้างมีเอกลักษณ์ ติสท์ๆ เซอร์ๆ อยู่เยอะ คนเลยมองออกง่ายจำได้ง่ายกว่าคณะอื่นมั้งครับ ก็ดีใจนะครับที่คนมองคณะผมมีหนุ่มๆ ฮอตมากกว่าหนุ่มๆ สกปรก จริงๆ แล้วคณะเราเลือกนอนมากกว่าอาบน้ำครับ (หัวเราะ)

หนุ่มสถาปัตย์แนะนำแอปหน่อยสิ

แอป Google Drive มีประโยชน์ในการทำงานมากครับ จริงๆ ที่จะเรียนใกล้จบได้นี่เพราะตัวนี้เลย เป็นบริการของ Google ให้เราฝากไฟล์งานไว้ได้ครับ ขอแค่มีอินเทอร์เน็ตก็ใช้ได้ เรายังสามารถแชร์ไฟล์งานหรือทำงานร่วมกับเพื่อนๆ ได้ด้วยครับ จริงๆ ก็เหมือนมีคลังข้อมูลไว้ฝากงานและป้องกันการสูญหายของงานดีๆ นี่เองครับ ใช้ได้ทั้ง IOS และ Android เลย อีกทั้งยังมีบริการอื่นๆ เช่น Google Docs, Google Sheets และ Google Slides อีกด้วยครับ สรุปง่ายๆ ก็คือเราสามารถฝากข้อมูล เก็บไฟล์งาน แชร์ไฟล์ และทำงานร่วมกับเพื่อนได้อย่างสะดวกสบายมากๆ เลยครับ

autosghana.com

ดาวน์โหลด

ถือเป็นหนุ่มนักกิจกรรม ที่เต็มที่กับชีวิตในทุกๆ ด้าน เรียกได้ว่าแอคทีฟไม่มีที่สิ้นสุดจริงๆ ทั้งดนตรี กีฬา บันเทิง การเรียน ฯลฯ ครบครันไปซะหมด เต็มที่กับชีวิตในทุกๆ ด้าน และนี่คงเป็นหนึ่งในเสน่ห์ของหนุ่มสถาปัตย์ล่ะมั้ง ที่ทำให้สาวๆ คณะไหน ก็ต้องคอนเฟิร์มว่าฮอต!

แสดงความคิดเห็น

สัมภาษณ์

สัมภาษณ์บอสใหญ่ด้านสมาร์ทโฟนของ Huawei : ทำไมต้อง SuperCharge, อนาคตของ Mate จะเป็นยังไง?

Published

on

มร.บรูซ ลี Vice President, Handset Business, Huawei Consumer Business Group

ต้องยอมรับว่า Huawei เป็นแบรนด์สมาร์ทโฟนที่มาแรงในไทยมากนะครับ เป็นไม่กี่แบรนด์ในไทยที่มีผลิตภัณฑ์ครบไลน์ตั้งแต่มือถือราคาประหยัดมากๆ จนสมาร์ทโฟนพรีเมี่ยมอัดแน่นด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย เว็บแบไต๋จึงรู้สึกเป็นเกียรติมากๆ ที่ได้พูดคุยกับ มร.บรูซ ลี Vice President, Handset Business, Huawei Consumer Business Group เกี่ยวกับเทคโนโลยีของหัวเว่ยตอนนี้ และอนาคตของผลิตภัณฑ์จากหัวเว่ยครับ

ถามเชิงเทคนิคก่อนเลยครับ ทำไมสมาร์ทโฟนที่ใช้ USB-C ของหัวเว่ยถึงไม่รองรับมาตรฐานการชาร์จกลางอย่าง USB-PD

เรื่องนี้คุณลีให้รายละเอียดเชิงเทคนิคว่า อันที่จริงสมาร์ทโฟนของเรานั้นรองรับมาตรฐาน USB-PD ตั้งแต่ Huawei Mate 9 แล้ว ถ้าเสียบอแดปเตอร์ USB-PD กับ Mate 9 ขึ้นไปก็จะดึงกระแสไฟที่มากขึ้นได้ เพียงแต่ว่าหัวชาร์จแบบ SuperCharge ที่เราแถมกับมือถือนั้นไม่รองรับการทำงานแบบ USB-PD เท่านั้นเอง (สรุปตัวมือถือรองรับ PD แต่หัวชาร์จไม่รองรับ)

แล้วทำไมไม่รองรับ USB-PD ในหัวชาร์จ เพราะเรายังต้องการให้หัวชาร์จเรายังเป็นพอร์ต USB-A หรือช่องเสียบ USB สี่เหลี่ยมแบนๆ อันใหญ่ที่ยังแพร่หลายในปัจจุบันอยู่ เรามองว่าลูกค้าส่วนใหญ่น่าจะต้องการพอร์ต USB-A ไปหาสมาร์ทโฟนที่เป็น USB-C มากกว่า ทำให้เราใช้มาตรฐาน PD ไม่ได้ เพราะมาตรฐาน PD กำหนดให้ทั้งหัวชาร์จและตัวอุปกรณ์ต้องใช้พอร์ต USB-C ทั้งคู่ เพื่อส่งสัญญาณคุยกันว่าจะเอากระแสระดับไหน แล้วจึงสามารถจ่ายกระแสแบบ PD ได้ แต่สำหรับอุปกรณ์ขนาดใหญ่อย่าง โน้ตบุ๊ก Matebook นั้น เราใช้ USB-PD เป็นมาตรฐานแล้ว

(ซ้าย) หัว USB-A และ (ขวา) USB-C

สงสัยมารวมกันตรงนี้ USB-PD คืออะไร

USB-PD หรือ USB Power Delivery เป็นมาตรฐานชาร์จไฟของสาย USB-C สามารถจ่ายไฟได้แตกต่างกันได้หลายความต่างศักษ์ (Volt) เช่นจ่าย 5V, 9V, 15V, 20V แล้วแต่ว่าอุปกรณ์ออกแบบมาให้ดึงกระแสระดับไหน โดยสามารถจ่ายไฟได้สูงสุด 100 Watt ผ่านสาย USB-C เส้นเดียว ปัจจุบันใช้จ่ายกระแสให้อุปกรณ์หลากหลายอย่าง สมาร์ทโฟน, MacBook หรือ Nintendo Switch

มร.บรูซ ลี Vice President, Handset Business, Huawei Consumer Business Group

เรารีวิวมือถือมาเยอะ และก็มักพบว่าชิป Kirin ให้ประสิทธิภาพในการเล่นเกมที่ต่ำกว่าชิประดับเดียวกันของคู่แข่ง ตอนนี้ Huawei ทำงานร่วมกับนักพัฒนาเกมเพื่อแก้ไขปัญหานี้อย่างไร

คุณลีเล่าให้ฟังว่า ที่ผ่านมาเราพยายามปรับปรุงประสิทธิภาพเรื่อง GPU ในชิป Kirin มาตลอด ซึ่งให้ประสิทธิภาพมากขึ้นในทุกรุ่น และแน่นอน เราก็ทำงานร่วมกับบริษัทพัฒนาเกมหลายค่ายเช่น Epic ที่ทำ Unreal Engine รวมถึงค่าย Unity และ Tencent ที่เป็นบริษัทแม่ของเกม ROV ยอดนิยมในไทยด้วย เพื่อปรับแต่งเอนจินของเกมให้เข้ากับชิป Kirin มากขึ้น ซึ่งก็คาดหวังได้ว่าประสิทธิภาพน่าจะดีขึ้นเรื่อยๆ

ปีนี้กลายเป็นว่า Huawei P20 Pro กลายเป็นสมาร์ทโฟนเรือธงสูงสุดของหัวเว่ยแทน Huawei Mate 10 Pro แล้ว Mate ตัวต่อไปจะเป็นอย่างไร

ก่อนอื่นเราอยากอธิบายความแตกต่างของสมาร์ทโฟนในตระกูล P กับ Mate ก่อน ซึ่งทั้ง 2 ตระกูลนี้เป็นกลุ่มเรือธงของหัวเว่ยทั้งคู่ แต่โฟกัสในจุดที่แตกต่างกัน

  • Huawei P Series จะเน้นเรื่องแฟชั่นมาตลอด เป็นสมาร์ทโฟนเน้นดีไซน์และสีสันของตัวเครื่อง พร้อมชูจุดเด่นเรื่องกล้องที่พัฒนาขึ้นทุกรุ่น
  • Huawei Mate Series เป็นสุดยอดสมาร์ทโฟนที่ใส่เทคโนโลยีล่าสุดของหัวเว่ยเสมอ เพื่อให้ประสิทธิภาพที่ดีที่สุด คือยกเทคโนโลยีตัวท็อปทั้งคลังแสงของหัวเว่ยมาติดตั้งในตระกูลนี้

แน่นอนว่า Mate ตัวใหม่ที่จะออกช่วงปลายปีนี้ จะมาพร้อมกับชิป Kirin ตัวล่าสุด ซึ่งเรามั่นใจว่าจะดีที่สุดในตลาด และให้ประสิทธิภาพในการจัดการพลังงานที่ดีขึ้น ให้อายุแบตเตอรี่ที่ดีขึ้น และจะเน้นที่ระบบอัจฉริยะให้มากขึ้น สามารถจัดการสารพัดเรื่องให้อัตโนมัติ ซึ่งเราคาดหวังให้เป็น Best Performer ในครึ่งปีหลัง

ซึ่งหัวเว่ยมองว่าเทรนด์ของสมาร์ทโฟนรุ่นต่อๆ ไปสำหรับเราคือ กล้องต้องดี แบตเตอรี่ต้องอยู่ได้นาน แล้วก็ต้องมี AI อยู่ในเครื่อง 

แล้ว Huawei Mate 10 Pro จะได้รับอัปเดทให้กล้องเก่งขึ้นแบบ Huawei P20 หรือไม่

ตอนนี้เราบอกได้แค่จะได้อัปเดทเฟิร์มแวร์ให้มีความสามารถแบบ P20 แน่ๆ เพราะทั้ง 2 รุ่นใช้ชิป Kirin 970 ตัวเดียวกัน มี NPU เพื่อช่วยประมวลผลแบบสมองมนุษย์เหมือนกัน แต่ยังไม่มีกำหนดชัดเจนว่าจะได้อัปเดทในไทยเมื่อไหร่

ในขณะที่โลกนี้กำลังมุ่งสู่ AI ทางหัวเว่ยก็มีเทคโนโลยี AI เป็นของตัวเอง ค่ายอื่นๆ อย่าง Qualcomm หรือ Google ก็มี แล้วหัวเว่ยมีแผนอย่างไรให้ AI ของตัวเองสามารถใช้กับค่ายอื่นๆ ได้

คุณลีมองว่า เรื่อง AI หรือปัญญาประดิษฐ์เป็นเรื่องสำคัญกับทุกค่ายตอนนี้ เพราะทุกค่ายอย่าง Facebook, Amazon, Google หรือ Apple ก็พยายามทำให้มีมาตรฐานกลางร่วมกันอยู่ ซึ่งหัวเว่ยก็ทำงานร่วมกับพาร์ทเนอร์เหล่านี้เพื่อให้มั่นใจว่าเทคโนโลยี AI ของเราสามารถทำงานร่วมกันกับเทคโนโลยีกลางอื่นๆ ได้

แต่คุณลีมั่นใจว่า AI ของ Huawei มีประสิทธิภาพมากเพราะในชิป Kirin 970 มีส่วนประมวลผลแบบเครือข่ายประสาทหรือ NPU โดยเฉพาะ  มีการทดสอบการแยกแยะภาพว่าเป็นภาพอะไร ซึ่ง Mate 10 Pro ที่ใช้ชิป Kirin 970 นั้นทำงานได้เร็วกว่าคู่แข่งมาก และใน Kirin รุ่นต่อไปก็จะมีการทำงานที่เร็วกว่านี้อีก

หัวเว่ยมองว่า AI จะใช้ทำอะไรได้ในอนาคต

ประโยชน์ของการใส่ปัญญาประดิษฐ์เข้าไปในสมาร์ทโฟน เราเห็นได้ชัดจากทั้ง Huawei Mate 10 และ Huawei P20 ที่ AI ช่วยให้ผู้ใช้ธรรมดากลายเป็นช่างภาพมือโปรได้ ด้วยการวิเคราะห์และปรับแต่งภาพของ AI แถมยังแนะนำการจัดองค์ประกอบภาพได้อีก

ส่วนเรื่อง Machine Learning น่าจะพัฒนาได้อีกเยอะ จากข้อมูล big data ที่ได้รับ เมื่อผสานกันจะทำให้ทำงานในแบบคาดเดาได้ดีขึ้น และมีประสิทธิภาพในการทำงานกับแบตเตอรี่ที่ดีขึ้น ซึ่งหลายแบรนด์ในตลาดพูดถึง AI มากขึ้น แต่เราก็ยังเชื่อว่าเราจะนำเสนอเรื่อง AI ได้ดีที่สุด

Huawei เตรียมอุปกรณ์รองรับเครือข่าย 5G ไว้ขนาดไหนแล้ว

(ซ้าย) มร.อิงมาร์ หวาง ผู้อำนวยการ หัวเว่ย คอนซูมเมอร์ บิสสิเนส กรุ๊ป ประเทศไทย

เรายังบอกชัดเจนไม่ได้ว่าอุปกรณ์ 5G จะลงตลาดได้เมื่อไหร่ แต่เมื่อมันมาถึง เรามั่นใจว่า หัวเว่ยจะเป็นเจ้าแรกๆ ที่ส่งอุปกรณ์ 5G ลงตลาด อย่าง Mate series เป็นสมาร์ทโฟนที่โชว์ประสิทธิภาพเรื่องเครือข่ายเสมอ ซึ่งเมื่อตอนที่ Huawei Mate 10 Pro ลงตลาดก็เป็นอุปกรณ์รุ่นแรกๆ ที่รองรับเครือข่าย 4.5G ทำความเร็วได้สูงสุด 1.2 Gbps

ซึ่งเรามั่นใจว่าอุปกรณ์ของ huawei รองรับเครือข่ายได้ดีมากอยู่แล้ว อย่าง P10 Plus มีเสาอากาศแบบ 4×4 MIMO วาง 4 ด้านเพื่อให้รับสัญญาณได้ดี

อ่านเพิ่มเติม : Huawei ร่วมมือกับ AIS พัฒนาแอป Next G ให้ใช้เครือข่าย 1 Gbps บนสมาร์ทโฟนหัวเว่ยได้

พูดถึงตลาดสมาร์ทโฟนในไทย สำหรับหัวเว่ยเป็นอย่างไรบ้าง

มร.บรูซ ลี Vice President, Handset Business, Huawei Consumer Business Group

ตั้งแต่ต้นปีเราทำได้ค่อนข้างดี ข้อมูลจาก GPK ระบุหัวเว่ยเป็นแบรนด์อันดับ 2 ในตลาดไทย ส่วนแบ่งการตลาดน่าจะใกล้แตะ 20% ซึ่งในช่วงครึ่งปีหลังเราก็ยังมีสินค้าใหม่อีกหลายตัว ที่พอจะเผยได้ในไตรมาส 3 จะมี Nova รุ่นใหม่ และไตรมาส 4 ก็เป็น Mate ตัวใหม่ และกำลังจะมีการประกวดภาพถ่าย Huawei next image เริ่มต้นวันที่ 13 มิถุนายนนี้

แต่ถ้าถามว่าผู้ซื้อสมาร์ทโฟนดูปัจจัยอะไรบ้าง เรื่องนี้ตอบได้ลำบากเพราะมีความต้องการต่างกันมากๆ หัวเว่ยเลยมีมือถือครบไลน์ตั้งแต่ถูกยันแพงเพื่อตอบสนองความต้องการที่แตกต่างกัน และสมาร์ทโฟนของ Huawei ไม่ได้เน้นแต่การถ่ายภาพอย่างเดียว แต่เรื่องชิปเซ็ต เรื่องแบต เรื่องเสียง เรื่องการออกแบบ ทุกๆ อย่างในเครื่องเราก็เน้นให้ดีที่สุด

แนวทางในอนาคต หัวเว่ยมุ่งไปที่ Cloud Service, ความสุนทรีย์ในการออกแบบ, เครือข่ายในอนาคาร, พลังงานใหม่, Big data, Iot, AI, AR/VR, Algorithms โดยทำงานร่วมกับพาร์ทเนอร์อย่าง Google, Leica, ARM, Microsoft, Omron, Porsche Design, Audi

พาร์ทเนอร์ของ Huawei ในการพัฒนาสมาร์ทโฟน

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

สัมภาษณ์

“พี่เค้าใช้แอปอะไรนะ” คุยกับสาวนักผลิตโฆษณาออนไลน์พร้อมกับอาชีพเสริมอย่างดีเจ Live!

Published

on

วงการโฆษณาเดี๋ยวนี้ไม่ได้พึ่งพิงแต่สื่อหลักอย่างโทรทัศน์แล้ว แต่สื่อใหม่อย่างอินเทอร์เน็ตก็มีบทบาทไม่น้อยกว่าสื่อหลักเลย เห็นได้จากคลิปวิดีโอไวรัลเจ๋งๆ ออกมาบนโลกออนไลน์มากมาย ซึ่งก็ถือเป็นปรากฏการณ์ที่น่าสนใจเลยทีเดียว.. และวันนี้เราจะมาคุยกับสาวนักผลิตโฆษณาออนไลน์กัน! และที่มากกว่านั้นคือเธอเป็นดีเจ ที่จัดออนไลน์ด้วยนะ เดี๋ยวมาดูกันดีกว่าว่า มุก – ชนนิกานต์ รอดศรี เธอมีการทำงานยังไงบ้าง

Video Content Creator ทำหน้าที่อะไรบ้าง

หน้าที่ของมุกส่วนใหญ่เป็นการหาเทรนด์ต่างๆ บริษัทที่มุกทำจะเป็นด้านบิวตี้ แฟชั่น ไลฟ์สไตล์ เพื่อผลิต Content ออกมาในรูปแบบของสื่อวิดีโอค่ะ มุกเริ่มทำตั้งแต่การวางแพลน เขียน Content Video นำเสนออกมาให้ดูน่าสนใจเลย

สำหรับ Ads Online มุกต้องเริ่มตั้งแต่รับบรีพจากฝั่ง AE และเขียน Storyboard ออกมาให้ทีมเข้าใจตรงกันว่าลูกค้าต้องการอะไร และต้องเตรียมอะไรในการถ่ายทำจริงบ้าง ทั้งลำดับภาพ และจัดฉากให้ตรงกับธีมที่ลูกค้าอยากได้

ทำไมถึงเลือกทำงานด้านนี้คะ

จริงๆ มุกไม่ได้จบมาทางด้านนี้โดยตรง มุกจบ Cyber Business Management ซึ่งเกี่ยวข้องกับการทำการตลาดออนไลน์ หรือ Digital Marketing แต่มุกสนใจในเรื่องของการทำสื่อมากกว่า เพราะมุกมีโอกาสได้เป็นนางแบบถ่ายงานโฆษณา TVC หรือ Online ระหว่างเรียนบ่อยๆ เลยได้เห็นขั้นตอนการทำงานในแต่ละส่วน ทั้งผู้กำกับ นักแสดง ช่างไฟ คอสตูม เป็นการทำงานที่ท้าทายดีค่ะ ต้องแข่งกับเวลา ต้องตรงความต้องการลูกค้า รู้จักการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า เลยอยากลองทำงานด้านนี้ดู โดยเลือกทำสื่อออนไลน์ก่อนค่ะ

แล้วเรื่องท้าทายในการทำงานล่ะ

ความท้าทายมีแน่นอนค่ะ พูดเลยว่าแต่ละงานที่ทำไม่ซ้ำกันเลยสักงาน เพราะมันได้เจอคนใหม่ๆ นางแบบใหม่ที่เราต้องอธิบายให้เขาเข้าใจในงานของเรา ทั้งยัง Mood & Tone ใหม่ๆ ที่ต้องปรับ พร้อบที่มีอยู่จำกัด ทำยังไงให้ออกมาเหมือนเรามีเงิน 10 ล้าน มีบ้านสวยๆ ด้วย งบ 0 บาท (หัวเราะ) นี่แหละค่ะความสนุกในการทำงาน

กว่าจะเป็น Ads วิดีโอ 1 ชิ้น มีขั้นตอนยังไงบ้างคะ

จริงๆ มันมีหลายอย่างประกอบกันค่ะ งานทุกอย่างเริ่มคนเดียวไม่ได้ ต้องอาศัยความรู้เฉพาะด้าน เช่น ช่างภาพ มีความรู้ในเรื่องของมุมต่างๆ ครีเอทมุมกล้องออกมาให้ดูแตกต่าง ดีไซเนอร์ช่วยในเรื่องของการจัดธีมต่างๆ ให้คุมอยู่ใน Mood เดียวกัน รวมถึงตัวมุกเองที่เป็นคนคิดสตอรี่ต่างๆ ต้องคิดและปรึกษาทีมว่าสามารถทำได้หรือเปล่า แล้วสิ่งที่ทำตอบโจทย์ลูกค้าจริงๆ ไหม

ขั้นตอนไหนที่มุกชอบที่สุด

ชอบขั้นตอนการคิดมากที่สุด มีช่วงหนึ่ง Ads Vdo เข้าค่อนข้างเยอะมากๆ ติดๆกัน ทำให้มุกรู้สึกตันในเรื่องของความคิดมาก มุกพยายามเดินไปหาทุกคนในออฟฟิศ พูดคุยให้ได้มากที่สุด เพื่อเป็นการผ่อนคลายตัวเอง มุกเดินตั้งแต่ชั้น 1 ถึง ชั้น 5 เดินไปเดินมา พูดอยู่คนเดียว และพยายามหาเหตุผลมาหักล้างหัวข้องาน เหมือนสมองมันตีอยู่ในหัว (หัวเราะ) พูดเองเออเอง เป็นบ่อยมากๆ แต่สุดท้ายก็สามารถคิดไอเดียออกมาได้

เดี๋ยวนี้มี Ads ออนไลน์เยอะมาก ในฐานะที่ทำงานด้านนี้ มุกคิดว่าสิ่งที่ดึงดูดให้คนสนใจโฆษณานั้นๆ จนประสบความสำเร็จคืออะไร

สิ่งที่ดึงดูดจริงๆ คือการนำเสมอมุมมองในแบบคนธรรมดา การที่เสียดสีกับความจริงที่คนเราเคยเห็นชีวิตประจำวันหรือเคยเจอจะทำให้คนรู้สึกว่า “เฮ้ยยย! เหมือนกูเลย” หรือพยายามทำอะไรที่ทำให้คนรู้สึกว่า สิ่งนี้คือข้อด้อยของเราและเราควรแก้ เช่น ทำ Content บริหารหน้าอก ทำให้คนรู้สึกว่า “ฉันไม่มี ก็สร้างได้”

อยากอยู่ในวงการผลิตโฆษณาบนสื่อออนไลน์ ต้องมีสกิลอะไรบ้าง

อย่างแรกคือต้องไม่หยุดที่จะ “คิด” และไม่หยุดที่จะ “หา” การคิดและมองเป็นคุณสมบัติที่สำคัญมากๆ การหัด “คิด” คิดให้แตกต่าง แตกต่างไม่ได้หมายความว่าไม่เหมือนใครเลย แต่แตกต่างและสามารถปรับใช้ให้เข้ากับยุคสมัยและตรงตามที่ลูกค้าต้องการได้ด้วย

การไม่หยุดที่จะ “หา” ในที่นี้ คือ การหา Reference ต่างๆ ให้ได้มากที่สุด พยายามหาดูอะไรใหม่ๆ ทั้งเทรนด์โฆษณาตอนนี้ Mood เป็นแบบไหน ทั้งฝั่งเอเซียและตะวันตก ช่วยให้เรามีไอเดียในการทำงานได้ง่ายมากขึ้น

เห็นมุกมีอาชีพเสริมเป็นดีเจด้วย

คือดีเจ Live เป็นเหมือนกับการพูดคุยกับ User สนทนาผ่านกล้องเพียงตัวเดียว เราเหมือนทำหน้าที่เป็นเพื่อนที่คอยให้คำปรึกษามากกว่า User หรือพ่อยก ที่เขาเรียกกัน เป็นมากกว่าเพื่อนจริงๆ มุก Live มาทั้งหมด 1 ปีเต็ม พวกเขาก็ยังอยู่กับมุกเสมอ ไม่ว่าจะเป็นวันที่มุกมีความสุขที่สุดหรือทุกข์ที่สุด เขาก็ยังเป็นกำลังใจให้เสมอ ซึ่งเป็นสิ่งที่ดี ที่เราได้เจอทั้งๆ ที่เราไม่เคยเจอหน้ากันด้วยซ้ำค่ะ

เป็นดีเจ Live ตามแอปพลิเคชั่นนี่เค้าต้องทำอะไรกันบ้าง

เป็นดีเจ Live เริ่มจากการพูดคุยกับคนที่พิมพ์มาหาก่อน ถึงแม้คนจะคุยน้อยหรือมากแค่ไหน เราต้องใส่ใจทุกๆ ข้อความ เพราะ 1 ข้อความ ก็คือคนหนึ่งคนที่เราต้อง Take care ค่ะ คุณสมบัติที่ต้องมี “ตรงต่อเวลา” เพราะการเป็นดีเจต้องมีเวลาเฉพาะ อย่างมุกมาแค่วัน จันทร์ พุธ ศุกร์ 20.30-22.30 น. เสาร์ อาทิตย์ รอบเช้า 09.00-12.00 น. รอบดึก 20.30-22.30 น. พ่อยกที่เข้ามาดูจะรู้เวลาประจำของเรา ซึ่งถ้าวันไหนเราไม่มาบ่อยๆ หรือไม่ตรงเวลาจะทำให้เราเสียพ่อยกนั้นไปก็ได้ค่ะ

ดีเจ Live เป็นอาชีพที่แปลกใหม่ในยุคนี้เลยทีเดียว มุกว่าอะไรที่ทำให้วัยรุ่นยุคใหม่หลายคนเลือกทำ และมีข้อดีข้อเสียอะไรบ้าง

มุกมองว่าการทำอาชีพนี้ก็ไม่เสียหายอะไร สร้างรายได้ให้เด็กๆ ที่ยังเรียนอยู่อีกด้วย อีกทั้งยังใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์แทนที่จะเอาเวลาไปเที่ยวเล่น ช็อปปิ้ง ก็เอาเวลาตรงนี้มาทำงาน 2 ชั่วโมงต่อวันก็โอเคแล้วนะคะ ส่วนข้อเสียมีแน่นอนค่ะ หลายคนก็ใช้เวลาทำงานตรงนี้มากเกินไป ยิ่งใครอยู่ในช่วงเรียนต้องรู้จักการแบ่งเวลาให้ดี ไม่ใช่สนใจแค่เรื่องเงินอย่างเดียวนะเด็กๆ และการ Live อีกแบบก็คือ การเต้นหรือแต่งตัวโป๊ มุกมองว่ามันเป็นสิ่งที่ไม่สมควรเท่าไหร่ การที่เราลดคุณค่าของตัวเองเพื่อเงินและในเวลาไม่กี่ชั่วโมง อาจส่งผลไม่ดีในอนาคตได้ เพราะมันจะติดตัวคุณไปตลอดชีวิต ดังนั้นควรวางตัวดีๆ เพื่อตัวเราเองค่ะ

ยากให้แนะนำสำหรับคนที่อยากมีอาชีพเสริม ว่าควรเริ่มต้นยังไง

อยากให้ลองมองทุกวันนี้เราใช้เวลาไปกับอะไรบ้าง มีประโยชน์กับตัวเราเองมากน้อยแค่ไหน ถ้าการที่นอนอยู่เฉยๆ แล้วบอกว่า “อยากรวย” มันก็ไม่ทำให้เงินมันงอกออกมาได้นะคะ (หัวเราะ) การเริ่มต้นไม่ยาก ลองคิดว่าเราถนัดเรื่องอะไร ทำขนม ชอบทำอาหาร ชอบกิน ลองสร้างบล็อกหรือเพจขึ้นมาสิ การที่ทำอะไรที่ตัวเองชอบและรัก แม้ไม่มีรายได้มากนัก ก็ถือว่าประสบความสำเร็จในการทำงานแล้วค่ะ

แอปโปรดที่ใช้ในการทำงาน

มุกเป็นคนชอบถ่ายวิดีโอค่ะ ถ่ายเก็บไว้เยอะมากๆ แล้วชอบเอามาตัดต่อเป็นเรื่องราว มุกใช้แอป “VidClips” ค่ะ เป็นแอปตัดต่อง่ายๆ คนไม่เคยตัดต่อภาพสามาถเล่นได้ เลือกเพลงมาใส่ในคลิปให้เข้ากับ Mood & Tone ของวิดีโอได้ง่ายๆ เลย ถ้าใครอยากลองทำวิดีโอเจ๋งๆ แนะนำแอปนี้เลยค่ะ

ดาวน์โหลด

มีหลายเรื่องที่น่าสนใจเกี่ยวกับการทำวิดีโอโฆษณาออนไลน์ แต่ดูเหมือนจะเม้าส์ทั้งวันก็คงไม่จบง่ายๆ เอาเป็นว่าใครอยากสอบถามหรือหาประสบการณ์เพิ่มเติม คุณมุกเค้าก็ฝากมาบอกว่า ไปสอบถามแบบส่วนตัวได้ที่เพจ mookcnkmakeup นี้เลย และแบไต๋ก็หวังว่าบทความนี้คงเป็นประโยชน์กับคนที่อยากเป็น Video Content Creator และ ดีเจ Live นะคะ

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

บันเทิง

JIB เผยกลยุทธ์พิชิตใจเกมเมอร์ ด้วยสาวๆ PinkuNotori GamerGirls

Published

on

JIB เผยที่มา PinkuNotori GamerGirls วัยใส หน้าตาน่าเอ็นดูน่ารักมุ้งมิ้งใต้ชายคา JIB ร้านค้าปลีกที่มีหน้าร้านกระจายอยู่ทุกหนแห่งทั่วประเทศ

ถ้าพูดถึงร้าน JIB คงไม่ต้องถามต่อว่าขายอะไร เพราะเป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางอยู่แล้ว และด้วยกว่า 150 สาขาทั่วประเทศก็พอเป็นเครื่องยืนยันได้ถึงความสำเร็จ และการตอบรับจากลูกค้าได้เป็นอย่างดี ส่วนโครงการ PinkuNotori นั้น จะมีที่มาแหล่งไปอย่างไรนั้น ต้องมาติดตามถึงวิสัยทัศน์ของพี่จิ๊บ ของน้องๆ หรือคุณ สมยศ เชาวลิต แม่ทัพใหญ่แห่ง JIB ครบเครื่องเรื่องไอที

2 พ.ย. 2560 ก่อตั้งเพจ

https://www.facebook.com/PinkuNotori/

3 พ.ย. 2560 ประกาศออดิชั่น

20 ธ.ค. 2560 ขึ้น Cover Facebook Page เป็นสมาชิก PinkuNotori ทั้ง 11 คน

คุณสมยศ เชาวลิต แม่ทัพใหญ่แห่ง JIB ครบเครื่องเรื่องไอที

ผมเห็นโครงการนี้ตั้งแต่ช่วงปลายปีที่แล้ว 2560 ที่มาที่ไปของโครงการ PinkuNotori คืออะไรครับ?

JIB – จริงๆ โปรเจคนี้มันเป็นโปรเจคที่ คือผมเองเห็นก่อนว่าในสตรีม คนอื่นเล่นเกมคนก็ดูเยอะพอสมควร ต่างคนต่างมีช่องของตัวเอง บน Twitch บ้าง Facebook บ้าง Youtube บ้าง เป็นกลุ่มก็มีนะ แต่มันไม่แข็งแกร่ง เพราะขาดสปอนเซอร์ ขาดคนสนับสนุน ซึ่งก่อนหน้านี้เราเคยไปสนับสนุนกลุ่มพวกนี้มาแล้วบ้าง แบบมาขอสปอนเซอร์ 5,000 – 10,000 บาท ขอเสื้อ ขอโน้ตบุ๊ค แต่เรารู้สึกว่ามันไม่ยั่งยืน และไม่ค่อยต่อเนื่อง บางคนทำๆ แล้วก็หายไป มันขาดความต่อเนื่อง

ผมเลยมองว่า ผมอยากมีทีมแนว PR แต่ต้องเล่นเกมเป็นด้วย ต้องยอมรับว่าหน้าตาก็มีส่วน ผมต้องการให้กลุ่มนี้มา แล้วก็มาสื่อสารกับน้องๆ คนที่เป็นกลุ่มเดียวกันที่เล่นเกม หรือให้ผู้ใหญ่ดูนะว่าการเล่นเกมมันไม่ใช่แค่เรื่องไร้สาระนะ มันสามารถทำรายได้ และสามารถแบ่งเวลายังไงในขณะที่เรียน แบบมีรายได้มาอาจจะไม่เยอะมากแต่ก็มีรายได้ แต่บางคนถึงกับเยอะเลยก็มีนะ ดีกว่าเรียนหนังสือแล้วไม่มีรายได้

ให้เด็กเรียนไป ทำงานไปได้ใช่ไหม

JIB – ใช่ ก็มาทำงานหลังเลิกเรียน มาไลฟ์ตอน 4 โมงเย็น กับ 2 ทุ่ม ทีมเรามี 11 คน ก็จะสลับกันไลฟ์ ดูว่าใครว่างวันไหน

มิ้น – เราจะมีการจัดตารางกันล่วงหน้าในแต่ละเดือน ก็ดูว่าใครว่างวันไหน

เท่ากับว่า ทีมนี้เกิดขึ้นในเหตุผลที่ว่า อยากให้เป็นกลุ่มเป็นก้อน และในเชิงภาพลักษณ์ ใช่ไหม

JIB – ใช่ คือมันเป็นทีมที่เราสร้างขึ้นมาเอง เราสามารถให้เขาโปรโมทอะไรก็ได้ และผมอยากสื่อให้สังคมเห็นว่า เล่นเกมถ้าจัดระเบียบดีๆ สอนเซอร์ดีๆ คุณก็สามารถที่จะมีรายได้ ยังดีกว่าเล่นแล้วไม่ได้อะไรเลย แต่เราก็มีงานขั้นต่อให้เด็กๆ ทำว่าต้องไลฟ์เดือนละกี่ครั้ง ส่วนถ้ารีบอีเวนท์ ก็ได้เงินต่างหาก

เห็นตอนเด็กๆ สตรีมเกม คุณจิ๊บมีไปคอมเม้นต์ว่าถ้าชนะจะให้เงิน 3,000 บาท

JIB – ก็ให้จริงถ้าได้ที่ 1 แต่วันไหนคนเก่งๆ เล่นรวมกันผมก็ไม่คอมเม้นต์ นั่งดูอย่างเดียว

ที่บอกว่าใช้น้องในเชิง PR นี่รวมไปถึงใช้ในแง่การตลาดด้วยไหม

JIB – ยังไม่ได้ใช้ในแง่การตลาด เราใช้ในแง่ PR เช่นเวลา JIB ไลฟ์ทุกวัน ก็เชิญน้องมาในฐานะเกมเมอร์

คิดว่าน้องๆ จะมาช่วยทำให้ยอดขายดีขึ้นด้วยไหม

JIB – อนาคตก็จะเป็นแบบนั้น เพราะน้องเป็นเกมเมอร์ คนที่ติดตามก็จะเข้ามาดูว่า น้องใช้อุปกรณ์อะไร ทำงานอย่างไร

ลงทุนไปเยอะไหม

JIB – เยอะแล้วครับ เริ่มโดนบ่นแล้วครับ(ขำ) แต่เราทำแล้วมีคนดูเยอะ เราไม่ได้โปรโมทอะไรเยอะ มันก็จะค่อยๆ ขึ้นไปของมันเอง

มีแผนจะลงทุนเพื่อโปรโมทไหม

JIB – ไม่นะ ผมว่ามันดูไม่จริง

จะทำแคมเปญไหม

JIB – ทำนะ เรากำลังคิดว่าจะทำสินค้า PinkuNotori

ทำแบบแยกคนเลยไหม

JIB – เราจะทำแบบกลางๆ เป็นตัว PinkuNotori ก่อน

คิดไปไกลไหม มีแผนจะทำเพลงเองไหม รอบที่แล้วเห็นเต้นเพลงคุกกี้กัน

JIB – เพลง JIB เรามีอยู่แล้ว รอบนี้เพลงใหม่เลย และเรากำลังทำเพลงของ PinkuNotori ใหม่

เด็กๆ ในทีม ไม่ได้มีความสามารถแค่เล่นเกมอย่างเดียวใช่ไหม

JIB – มีร้องเพลง เต้น เล่นเกม

มีกฎอะไรให้น้องๆ ไหม ห้ามมีแฟน ห้ามเกรดต่ำ อะไรแบบนี้

JIB – ยังไม่ได้ห้ามขนาดนั้น กำลังร่างสัญญาใหม่ให้ชัดเจนอยู่ เพราะเรากำลังทุ่มงบลงไปเพื่อโปรโมททีมอีก ให้คนรู้ว่าเด็กๆ มีความสามารถ เช่นประกอบเครื่องได้ คัฟเวอร์เพลงได้ ซึ่งเราก็จะสนับสนุนในสิ่งที่น้องเก่งด้วย

มองไว้ถึงการใช้น้องๆ มาสร้างรายได้ไหม

JIB – ผมยังไม่มองถึงขนาดนั้น เอาแค่ให้มีรายได้เข้ามาบ้างก็โอเค ตอนนี้มีแต่ค่าใช้จ่าย ผมยังคิดอยู่ว่า ถ้าเด็กคนไหนชอบเล่นเกมอะไร ก็จะจ้างโค้ชมาสอนให้เก่งขึ้นไปอีก ไม่ใช่แค่เล่นๆ แต่มองถึงการแข่งขันอีสปอร์ต ต้องมีโอกาสได้รางวัล เรากำลังมองว่าจะจัด League ผู้หญิงโดยเฉพาะ โดยใช้อีกบริษัทหนึ่ง มองอยู่ว่าจะจัดแข่งเกม PUBG ซึ่งใช้งบเยอะมาก ประมาณ 16 ล้าน โดยมีทีมในไทย 5 ทีม ต่างชาติ 15 ทีม คือเอาที่ 1 ของแต่ละประเทศมา เงินรางวัลประมาณ 1 ล้านบาท จะจัดให้ใหญ่ที่สุดใน South east asia และจะจัดแบบเป็น League ด้วย ซึ่งข้อเสียของบ้านเราคือ คนลงทะเบียนยังไม่ชัด ใครเป็นใครก็ยังไม่รู้จัก แต่ผมจะจัดใหญ่เลย ให้รางวัลเยอะ

มีแผนจะทำทีมแข่งเกมเองเลยไหม

JIB – มีแผนจะทำทีมชาย 1 ทีม จะเน้นเล่นเก่งไปเลย แต่คงจะไม่ให้ชื่อ Pinku

แล้วชื่อ PinkuNotori มาจากไหน

JIB – น้องๆ เขาตั้งมาเอง JIB ก็คือนก Notori ก็แปลว่านก มาจากภาษาญี่ปุ่น แต่เราอยากให้มันดูน่ารัก ก็เลยใส่ Pinku เข้าไป เป็นนกสีชมพูโบยบิน

แล้วคัดเลือกตัวกันมาอย่างไร

JIB – ก็มีคนมาสมัครเกือบ 200 คน ถ้าเปิดรับสมัครอีกรอบ คิดว่าน่าจะมีคนสมัครมาเป็น 1,000 แล้วก็คัดเลือกกันมา ก็ดูหลายอย่าง ดูความสามาถเรื่องเกม บุคลิก อัธยาศัย แล้วก็มีผลโหวต จากคลิปของน้องๆ ให้แต่ละคนพรีเซ้น ได้เป็นคะแนนส่วนหนึ่ง และเราก็นำมาวิเคราะห์ว่าแต่ละคนมีจุดเด่นอะไร แต่ละคนมีความต่อเนื่องแค่ไหน จะมีเวลาให้เรามากน้อยแค่ไหน คะแนนโหวตบวกกับกรรมการตัดสิน คือจริงๆ เรารับ 12 คน พอคัดมาจริงแล้วเหลือ 11 คน เพราะถอนตัวไป 1 คน

จะมีรุ่น 2 มาไหม

JIB – รุ่น 1 ไม่ยอมให้รับ(ขำ)

น้องๆ เล่นเกมอะไรกันบ้าง

JIB – เล่นเกมที่ดังๆ ในกระแส เช่น PUBG, DOTA, Counter Strike, Over Watch, Black Desert ตัวผมเองก็เพิ่งมาเล่นเกมตอนที่รับน้องๆ เข้ามา เริ่มเล่น PUBG ก่อน ติดงอมแงมไปถึงลูก จนโดนย่าบ่น สุดท้ายก็เลิกเล่น

บรรยากาศการพูดคุยเป็นไปอย่างสนุกสนาน แต่ในส่วนของภาคการบริหารเนื้อหามีประมาณนี้ ส่วนของน้องๆ รออีกนิดนะ โดยเรามีสัมภาษณ์ น้อง มิ้น น้องจูน น้องแซนด์

ตัวอย่างการสตรีมเกมของน้องๆ Pinkunotori

มิ้นเดี่ยว

แซนด์เดี่ยว

จูน-มิ้น

จูน

ช่องทางการติดตาม Facebook และ instagram ของสาวๆ Pinkunotori

Mint (น้องมิ้น)

Facebook: https://bit.ly/2JHBMpR
Instagram: https://www.instagram.com/pinkunotori.mint

Sand (น้องแซนด์)

Facebook: https://bit.ly/2MrezKD
Instagram: https://www.instagram.com/pinkunotori.sand

Prim (น้องพริม)

Facebook: https://bit.ly/2HMO924
Instagram: https://www.instagram.com/pinkunotori.prim

June (น้องจูน)

Facebook: https://bit.ly/2LQVtfQ
Instagram: https://www.instagram.com/pinkunotori.june

Namwan (น้องน้ำหวาน)

Facebook: https://bit.ly/2t52n9q
Instagram: https://www.instagram.com/pinkunotori.namwan

Peach (น้องพีช)

Facebook: https://bit.ly/2JAfoTo
Instagram: https://www.instagram.com/pinkunotori.peach

Lookmhoo (น้องลูกหมู)

Facebook: https://bit.ly/2ycwC44
Instagram: https://www.instagram.com/pinkunotori.lookmhoo

Jinny (น้องจินนี่)

Facebook: https://bit.ly/2HMGTn8
Instagram: https://www.instagram.com/pinkunotori.jinny

Muay (น้องหมวย)

Facebook: https://bit.ly/2lamkYW
Instagram: https://www.instagram.com/pinkunotori.muay

Noon (น้องนุ่น)

Facebook: https://bit.ly/2JTlrSi
Instagram: https://www.instagram.com/pinkunotori.noon

Pat (น้องแพท)

Facebook: https://bit.ly/2HNH55h
Instagram: https://www.instagram.com/pinkunotori.pat

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!