Connect with us

สัมภาษณ์

(Unichat คุยกับเด็ก มหา’ลัย) สัมภาษณ์หนุ่มสถาปัตย์ จุฬา กับการใช้ชีวิตแบบเต็มที่สุดๆ

Published

on

หลังจากเคยสัมภาษณ์สาวสถาปัตย์ จนยอดแชร์ถล่มทลายมารอบนึงแล้ว ก็มีสาวๆ หลายคนทักท้วงมาว่าอยากอ่านบทความสัมภาษณ์ของหนุ่มสถาปัตย์บ้าง.. จนอดคิดไม่ได้ว่าหนุ่มสาวคณะนี้เค้าฮอตเกินหน้าเกินตากันจริงๆ แต่ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว พอมีคนสนใจเยอะ ก็ต้องตอบสนองนี้ดกันสักหน่อย วันนี้ฤกษ์งามยามดี เลยคว้าตัวหนุ่มฮอตตัวเต็ง สถาปัตย์ จุฬา มาสัมภาษณ์ซะเลย จะได้รู้กันไปเลยว่าอะไรนะที่ทำให้หนุ่มสาวคณะนี้มีเสน่ห์จนใครๆ ก็พูดถึง! ไปคุยกับหนุ่มฮอตของสถาปัตย์ จุฬา อย่าง มิว – พิตตินันท์ จริยวิลาศกุล กันเลย!

ทำไมถึงเลือกเรียนสถาปัตย์ จุฬา มีที่มายังไงบ้าง

จริงๆ ผมเป็นคนที่สมองซีกขวาทำงานได้ดีกว่าซีกซ้ายนะครับ จะถนัดเรื่องการใช้ความคิดสร้างสรรค์มากกว่าการคิดวิเคราะห์ หรือคิดอะไรที่ซับซ้อนนะครับ ยิ่งเลขนี่โง่มากๆ (หัวเราะ) เราเลยเริ่มชอบที่จะสังเกตและมองภาพรวมของสิ่งต่างๆ โดยมีความคิดสร้างสรรค์ประกอบไปด้วยทุกที่ มองตึก มองถนน มองผู้คน จนไปถึงสถาปัตยกรรมครับ มันสอนให้เราเก็บแรงบันดาลใจจากสิ่งรอบกายและทุกอย่างก็รายล้อมไปด้วยสถาปัตยกรรมทั้งหมด

สถาปัตย์ จุฬา เรียนอะไรบ้าง

สถาปัตย์ จุฬา ก็จะแยกเป็นหลายสาขา มีสถาปัตยกรรม, ออกแบบภายใน, ผังเมือง, ภูมิสถาปัตยกรรม, ออกแบบอุตสาหกรรม ส่วนภาค Inter ก็จะมี CommDe, INDA อย่างผมก็เป็นภาค INDA หรือ International Program in Design and Architecture ครับ จะเน้นออกแบบเป็นหลัก โดยคำนึงถึง Design Innovation และ Experimentation ทำให้เราคิดริเริ่มสิ่งใหม่ๆ ทดลองสิ่งใหม่ๆ ที่ยังไม่เคยมีมาก่อน ตั้งแต่อยู่บนบรรทัดฐานของความเป็นจริงไปจนถึงเกินจริงเลย Instructor ก็เป็นชาวต่างชาติทั้งหมด ความสนุกของการเรียนที่นี่ก็คือการได้เห็น Instructor จากทั่วทุกมุมโลกที่มีสไตล์ของตัวเองที่ไม่เหมือนกัน บางคนก็ติสต์แตกแบบหลุดโลกไปเลย (หัวเราะ)

ตอนปี 1 จะเน้นวาดมือเป็นหลัก ทำ Physical Model  ฝึกการมอง การสังเกตสิ่งต่างๆ ตั้งแต่ Scale เล็กๆ ไปจน Scale ใหญ่ๆ นั่งจ้องแล้วคิด วิเคราะห์ ตั้งแต่ขี้ยางลบจนถึงตึกมหานครกันเลยทีเดียว

ส่วนปี 2 จนถึงปี 4 ก็จะเริ่มใช้ Digital tools ต่างๆ ในการเรียน เช่น ขึ้น 3D โมเดล, ทำกราฟฟิก, ทำพรีเซนต์, ทำ physical model ไปจนถึงทำวีดีโอและอื่นๆ อีกมากมายเลยครับ วิธีการเรียนก็จะเป็นสตูดิโอ แต่ละสตูดิโอก็จะมี Instructor หนึ่งคน นักเรียนในสตู 7-9 คน ระบบการเรียนก็จะมี Lecture, มี Tutorial หรือ Desk critique และ Review เพื่อให้นักเรียนและ Instructor มาแลกเปลี่ยนความคิดและพัฒนาแบบดีไซน์ต่อๆ ไปครับ

วิชาที่มิวชอบที่สุด

วิชาที่ชอบที่สุดก็คือ Architecture and Design นี่แหละครับ แต่ส่วนใหญ่เค้าจะเรียกกันว่า Stu เป็นวิชาที่หน่วยกิตเยอะกว่าวิชาอื่นๆ เลย (6หน่วยกิต) และเป็นวิชาที่ดูดพลังที่สุดด้วย วิชานี้จะเรียนเกี่ยวกับการออกแบบและดีไซน์ครับ ออกแบบตั้งแต่บ้านรูหนูจนถึงบ้านลอยฟ้าที่จะไปตั้งบนดาวอังคารเลย (หัวเราะ) แต่ละเทอมโปรเจคก็จะไม่เหมือนกัน ส่วนใหญ่เราก็จะใช้เวลา 90 เปอร์เซ็นต์ในชีวิตของเราช่วงนั้นไปกับ Stu นี่แหละ แต่มันก็ทำให้ชีวิตเรามีสีสันดีครับ

และอีกวิชาที่ชอบก็คือ History of Architecture ซึ่งอาจารย์จะสอนเราตั้งแต่สถาปัตยกรรมที่มีมาตั้งแต่ยุคหินจนถึงโมเดิร์นเลยทีเดียว ทำให้เข้าใจความเป็นมาของตึกรามบ้านช่อง จนถึงหลักปรัชญาของคนสถาปนิกด้วยครับ เป็นวิชาที่นั่งตากแอร์แล้วก็นั่งฟัง เห็นงานสถาปัตยกรรมต่างๆ จากทุกช่วงเวลาและทุกที่ทั่วทุกมุมโลกของสถาปนิกต่างๆ มากมาย และที่สำคัญถ้าง่วงก็หาที่หลังเสาหลับได้ยาวๆ เลย (หัวเราะ)

กิจกรรมมันส์ๆ ในรั้วจุฬา มีอะไรบ้าง

กิจกรรมในมหาวิทยาลัยนี่ก็เยอะแยะมากมายเลยครับ เอาง่ายๆ ว่าตอนเป็นน้องใหม่เข้ามา เหนื่อยกิจกรรมมากกว่าเหนื่อยเรียนอีก จะมีรับน้องบ้านให้มาเจอเพื่อนๆ ต่างคณะกัน ส่วนคณะผมเองก็เป็นคณะที่รับน้องนานที่สุด รับทุกวัน รับทั้งวัน เช้าจรดเย็น อดนอนเพราะงานแล้วยังอดนอนเพราะกิจกรรมอีก จนมีคำพูดติดปากภายในคณะว่า “รับน้องในคณะนี้ไม่มีวันจบ” ผมก็สงสัยนะครับ ว่าจะจริงหรอ พอเข้ามาก็รู้เลย ว่าไม่มีวันจบจริงๆ ครับ ใครอยากรู้ว่ามีอะไรบ้าง ก็ลองเข้ามาเป็นเด็กสถาปัตย์กันดูนะครับ

มิวทำกิจกรรมอะไรบ้าง

กิจกรรมในคณะที่เด่นๆ อย่างแรกก็จะมี รักบี้ครับ ซ้อมกันแบบเอาเป็นเอาตาย แขนหักคอหักกันเลยทีเดียว เป็นกีฬาประจำคณะครับ มีจัดแข่งขึ้นทุกปี แล้วเสื้อรักบี้แต่ละปีก็จะออกแบบมาไม่เหมือนกันด้วยนะครับ อย่างที่สองก็เตะบอลกลางคอร์ดกลางแจ้งครับหรือที่คณะเรียกว่าคอร์ดบอล ฝนตกก็เตะ แดดออกก็เตะ มีเรียนก็ยังลงมาเตะ (หัวเราะ) อย่างสุดท้ายก็กิจกรรมรับน้องภายในคณะ มีอีเว้นท์เยอะมากๆ แต่เป็นความลับครับผม อยากบอกมากเลยแต่สปอยไม่ได้จริงๆ ถ้าไม่ใช่เด็กในคณะจะไม่รู้เลยว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้าง เอาเป็นว่ากิจกรรมร้อยแปดอย่างครับ (หัวเราะ)

กิจกรรมโปรดของมิวล่ะ

กิจกรรมที่ชอบที่สุด ถ้าเป็นในคณะก็คือรับน้องคณะกับรักบี้แหละ รักบี้ก็จะเล่นกันอาทิตย์ละ 2-3 ครั้ง บางทีก็ทุกวัน พี่ๆ ก็จะเริ่มสอนตั้งแต่เริ่มต้น พอเล่นเป็น ก็แบ่งทีมแข่งกันเอาเป็นเอาตายเลย สนุกมากๆ ครับ ส่วนรับน้องก็จะมีทุกอาทิตย์ เกือบทุกวัน แต่ละกิจกรรมก็เปลี่ยนไปตลอด ทำให้เราสนิทกันและรักกันมากขึ้นครับ จะมีประโยคฮิตที่ว่า “โอกาสไม่ได้มีมาบ่อยๆ ทำทุกอย่างให้เต็มที่” ซึ่งทำให้เราเห็นพี่ๆ เต็มที่จัดกิจกรรมให้ เห็นเพื่อนๆ เต็มที่กับกิจกรรม  ซึ่งผมไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อนในชีวิตเลยครับ เป็นความเหนื่อยที่มีเพื่อนเหนื่อยไปด้วยและมันเป็นช่วงเวลาที่สนุกที่สุดเลย

ได้ข่าวมาว่าเป็นนักดนตรีของมหาวิทยาลัยด้วยหรอ

ไม่เชิงเป็นนักดนตรีของมหาวิทยาลัยหรอกครับ คือผมมีวงตั้งแต่สวนกุหลาบแล้ว ก็เป็นที่รู้จักในระดับนึงจากการไปเล่นตามโรงเรียนหญิงล้วนต่างๆ (หัวเราะ) พอเข้ามาคณะนี้ก็มีรุ่นพี่จาก โรงเรียนเก่าชวนเข้าวงครับ ในวงมีสมาชิก 5 คนซึ่งก็เล่นในงานต่างๆ ของคณะแหละครับ พอถึงงานบอลประเพณีจุฬา-ธรรมศาสตร์ พวกผมก็มีโอกาสได้ขึ้นเล่นตามงานต่างๆ อีเว้นท์ต่างๆ ทั้งในจุฬา และเป็นตัวแทนของมหาวิทยาลัยไปเล่นดนตรีที่ธรรมศาสตร์อีกด้วยครับ

เป็นคนที่มีงานอดิเรกเยอะมาก ทั้งต่อยมวย เทนนิส เปียโน บีบีกัน ปีนเขา ดูหนัง ฯลฯ อะไรทำให้มิวแอคทีฟขนาดนี้

ผมพยายามหากิจกรรมใหม่ๆ ทำอยู่ตลอดครับ ซึ่งมันก็เกิดจากการที่เราเรียนหนักมากๆ ต้องคอยดูแลสุขภาพอยู่เสมอ คอยหาเวลาให้ตัวเองผ่อนคลายครับ แต่ก็อยากดูแลตัวเองไปด้วย แล้วสนุกกับมันไปด้วยครับ ส่วนตัวแล้วชอบทำอะไรใหม่ๆ ท้าทาย ยิ่งกีฬาต้องใช้ความรุนแรงนี่ชอบมาก ยิ่งเจ็บยิ่งชอบครับ (หัวเราะ) ส่วนปีนเขา เดินป่าก็เป็นกิจกรรมใหม่ที่เพิ่งเคยลองครับ ปีที่แล้วมีโอกาสได้ไปเชียงดาวมา เดินแบกของ 20 กว่าโล ขึ้นเขาชันๆ ใช้เวลากว่า 8 ชั่วโมง ส่วนขากลับก็เดินลงเขาอีก 8 ชั่วโมง เหนื่อยมากที่สุดในชีวิตครับ แต่เวลาไปถึงยอดแล้วคือหายเหนื่อยจริงๆ ครับ วิวสวยสุดๆ เราอยู่เหนือเมฆ ไม่มีอะไรสูงกว่าเราเลย ณ จุดนั้น เป็นประสบการณ์ที่เงินซื้อไม่ได้ มองแต่รูปก็สัมผัสไม่ได้ ต้องร่างกายกับใจล้วนๆ เลยครับ

แล้วที่บอกว่าชอบดูหนังมากๆ นี่เป็นมายังไงคะ

ที่บ้านชอบดูหนังมากๆ ครับ ยิ่งพ่อกับน้องนี่ตัวยงเลย สะสมหนังทุกเรื่องชนิดที่ว่ามีแผ่นหนังเรื่องไหนออกมาซื้อหมด จะดูไม่ดูค่อยว่ากัน ครอบครัวเราจะใช้เวลาทุกวันอาทิตย์ดูหนังด้วยกันครับเป็นอีกโมเม้นนึงที่ชอบมากๆ เวลาดูหนังพร้อมหน้าพร้อมตา และก็เป็นอีกเหตุผลที่ทำให้เราได้ภาษาอังกฤษจนสอบติดเนี่ยแหละครับ ส่วนน้องก็ดูจนไปเป็นเด็กนิเทศจุฬาแล้วครับ ส่วนหนังที่ชอบที่สุดก็มี The Godfather, Pulp Fiction, Fight Club, Saving Private Ryan, Sicario แล้วก็ Blade Runner ครับ ส่วนผู้กำกับที่ชอบก็ Ridley Scott, Denis Villeneuve และ Christopher Nolan ครับ

ขอเคล็ดลับการใช้ชีวิตแบบเต็มที่ในแบบของมิวหน่อย

ผมบอกกับตัวเองเสมอว่าสิ่งที่เงินซื้อไม่ได้คือเวลาและประสบการณ์ครับ ความคิดอาจจะดูแก่ไปบ้าง แต่อยากทำทุกอย่างในขณะที่เรายังสามารถทำได้ ผมอยากมีชีวิตนักเรียนสุดเหวี่ยง เกเรบ้าง เรียนบ้าง ตอนเป็นเด็กมัธยม ผมก็ทำมาแล้ว แต่นั่นคือโมเม้นที่เราสามารถทำได้แค่ครั้งเดียวในชีวิต จนตอนนี้เป็นเด็กมหาวิทยาลัยใกล้จบ ผมก็อยากใช้เวลาทุกอย่างในรั้วมหาวิทยาลัยไปกับการทำกิจกรรม หรืองานอดิเรกต่างๆ ที่ตอนนี้เรายังสามารถทำได้อยู่ แล้วชีวิตมหาวิทยาลัยสอนให้เราเป็นนักวางแผน รู้จักและได้ทำสิ่งใหม่ จัดการกับเวลา หรือเป็นนักเรียนรู้โอกาสและพัฒนาตัวเองอยู่เสมอครับ

สุดท้ายแล้ว ว่ากันว่า หนุ่มสถาปัตย์ ฮอตและติสท์มาก! คิดยังไงบ้างคะ

คิดว่าเค้าต้องเห็นเราตอนที่แดดร้อนแล้วเหงื่อเปียกหลังแน่ๆ เลย (หัวเราะ)  จริงๆ ทุกคณะก็มีหนุ่มๆ ฮอตเยอะนะครับ อาจจะเป็นเพราะคณะเรามีหนุ่มๆ ที่ค่อนข้างมีเอกลักษณ์ ติสท์ๆ เซอร์ๆ อยู่เยอะ คนเลยมองออกง่ายจำได้ง่ายกว่าคณะอื่นมั้งครับ ก็ดีใจนะครับที่คนมองคณะผมมีหนุ่มๆ ฮอตมากกว่าหนุ่มๆ สกปรก จริงๆ แล้วคณะเราเลือกนอนมากกว่าอาบน้ำครับ (หัวเราะ)

หนุ่มสถาปัตย์แนะนำแอปหน่อยสิ

แอป Google Drive มีประโยชน์ในการทำงานมากครับ จริงๆ ที่จะเรียนใกล้จบได้นี่เพราะตัวนี้เลย เป็นบริการของ Google ให้เราฝากไฟล์งานไว้ได้ครับ ขอแค่มีอินเทอร์เน็ตก็ใช้ได้ เรายังสามารถแชร์ไฟล์งานหรือทำงานร่วมกับเพื่อนๆ ได้ด้วยครับ จริงๆ ก็เหมือนมีคลังข้อมูลไว้ฝากงานและป้องกันการสูญหายของงานดีๆ นี่เองครับ ใช้ได้ทั้ง IOS และ Android เลย อีกทั้งยังมีบริการอื่นๆ เช่น Google Docs, Google Sheets และ Google Slides อีกด้วยครับ สรุปง่ายๆ ก็คือเราสามารถฝากข้อมูล เก็บไฟล์งาน แชร์ไฟล์ และทำงานร่วมกับเพื่อนได้อย่างสะดวกสบายมากๆ เลยครับ

autosghana.com

ดาวน์โหลด

ถือเป็นหนุ่มนักกิจกรรม ที่เต็มที่กับชีวิตในทุกๆ ด้าน เรียกได้ว่าแอคทีฟไม่มีที่สิ้นสุดจริงๆ ทั้งดนตรี กีฬา บันเทิง การเรียน ฯลฯ ครบครันไปซะหมด เต็มที่กับชีวิตในทุกๆ ด้าน และนี่คงเป็นหนึ่งในเสน่ห์ของหนุ่มสถาปัตย์ล่ะมั้ง ที่ทำให้สาวๆ คณะไหน ก็ต้องคอนเฟิร์มว่าฮอต!

แสดงความคิดเห็น

สัมภาษณ์

UniChat ต้อนรับเปิดเทอมกับ “แสตมป์” เฟรชชี่คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

Published

on

เพิ่งเปิดเทอมกันไปสักพัก หนุ่มสาววัยมหาวิทยาลัยคงหน้าชื่นตาบาน มีความสุขต้อนรับเทอมแรกกันเรียบร้อย แต่น้องๆ เฟรชชี่หลายคนอาจยังรู้สึกตื่นเต้นและตื่นตาตื่นใจกับชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยกันอยู่ รวมถึงยังปรับตัวไม่ค่อยได้ เพราะแผนการเรียนเอย ชั่วโมงการเรียนเอย เพื่อนใหม่เอย ได้เปลี่ยนไปหมดทุกอย่าง.. วันนี้แบไต๋ก็รีบจับสาวเฟรชชี่มานั่งพูดคุยด้วยว่ายินดียินร้ายกับขีวิตเฟรชชี่ยังไงบ้าง เอาล่ะ! ชักช้าอยู่ใยเดี๋ยววันนี้เราไปคุยกับ แสตมป์ – มนชิดา ลิขิตปถัมภ์ เฟรชชี่คณะวิทยาศาสตร์ หลักสูตรชีวการแพทย์ นานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล กันเลย!

เป็นมายังไง ทำไมกลายเป็นสาววิทยาได้

ที่แตมเลือกเรียนคณะวิทยาศาสตร์ ชีวการแพทย์หลักสูตรนานาชาติ เพราะแตมชอบเรียนวิชาชีวะ ชอบศึกษา Anatomy และสนใจด้านสุขภาพค่ะ ซึ่งสาขาชีวการแพทย์ก็ตอบโจทย์ความสนใจของแตมมาก เพราะเราได้เรียนพื้นฐานทั้งหมด พูดง่ายๆ ก็เรียนวิชาพื้นฐานของแพทย์ แต่ว่าไม่ได้เจาะลึกค่ะ

เล่าวันประกาศผลการสอบเข้าให้ฟังหน่อยสิ

ตอนประกาศผลรอบ 3 มหิดลประกาศเกือบท้ายๆ เลยค่ะ ตอนนั้นแตมลุ้นมาก (หัวเราะ) แตมอยู่ที่กระบี่กับเพื่อนๆ ค่ะ วันนั้นตอนเช้ากำลังจะออกไปดำน้ำกัน มหิดลประกาศตอน 9 โมง แตมรอตั้งแต่ 7 โมง พอเห็นชื่อเราในประกาศของมหาวิทยาลัย มือสั่นไปหมดเลย ทั้งรู้สึกดีใจแล้วก็โล่งใจ เหมือนความพยายามที่เราอดทนรอมาและตั้งใจมันเห็นผลสักที รีบบอกคุณพ่อคุณแม่ก่อนเป็นอย่างแรก เพราะท่านเป็นกำลังใจและให้การสนับสนุนมาตลอด เรารู้สึกว่าพอเราติดแล้วทำให้ท่านภูมิใจ หายเหนื่อย แค่นี้ก็เพียงพอแล้วค่ะ

สมมติว่าแสตมป์ไม่ได้เข้าคณะที่ใช่ มหาวิทยาลัยที่ชอบ แตมจะบอกตัวเองว่ายังไง

จริงๆ แล้วแตมอยากเข้าคณะทันตแพทยศาสตร์ค่ะ แต่ว่าไม่ได้ในมหาวิทยาลัยที่แตมหวังไว้ วิธีที่แตมปรับทัศนคติและให้กำลังใจตัวเองคือก่อนเตรียมตัวสอบตลอดจนถึงการสอบ แตมพยายามตั้งใจทำให้เต็มที่ที่สุดค่ะ พอผลออกมาไม่ว่าจะตามที่เราต้องการหรือผิดหวังไปบ้าง แต่เราก็ได้ตั้งใจทำมันออกมาให้ดีที่สุดแล้ว เราก็ยอมรับผลที่ตามมาแล้วไม่รู้สึกเสียใจค่ะ และอีกทางคือเราก็หาคณะสำรองที่เราชอบและสนใจควบคู่ไปด้วย เป็นอีกแนวทางนึงที่เราควรเตรียมตัวเผื่อไว้ค่ะ

สำหรับเพื่อนๆ ที่ผิดหวังกับการเรียนต่อมหาวิทยาลัยครั้งนี้ จะฝากบอกเค้าว่าอะไร

แตมอยากบอกว่า มหาวิทยาลัยเป็นจุดเริ่มต้น และเป็นก้าวสำคัญของชีวิตก็จริง แต่ไม่ได้หมายความว่าการที่เราสอบไม่ติดคณะที่เราต้องการ จะทำให้เราไม่ประสบความสำเร็จหรือล้มเหลวในชีวิตค่ะ แตมอยากให้ทุกคนเคารพในความสามารถตัวเอง เห็นค่าในความพยายามที่เราทำ และเป็นกำลังใจให้ไปต่อ ถ้าเรายังชอบ ยังอยากเป็นในสิ่งนั้นๆ จริงๆ เรายังมีโอกาสที่จะทำตามฝันให้เป็นจริงเสมอค่ะ แตมเชื่อว่ามีอีกหลายคนมากๆ ทั้งครอบครัว ทั้งคนใกล้ตัวที่พร้อมจะเป็นกำลังให้เราค่ะ

กลับมาที่สาขาชีวการแพทย์กันบ้าง เค้าเรียนอะไรกันบ้าง

คณะวิทย์ ชีวการแพทย์หรือ Biomed เราเรียน 3 ปีครึ่งค่ะ ปี 1 ก็จะเรียนวิชาพื้นฐานทั่วไปค่ะ ฟิสิกส์ เคมี ชีวะ พอปี 2 ก็จะมีการผ่าอาจารย์ใหญ่ค่ะ ซึ่งเป็นจุดสำคัญของคณะนี้ ที่ได้มีการผ่าอาจารย์ใหญ่และลองลงมือทำจริงๆ แล้วก็เรียนพื้นฐานอื่นๆ เช่น พยาธิวิทยา เภสัชวิทยา ฯลฯ เราจะเน้นเรื่องการวิจัยแล้วก็ทำแลปเป็นส่วนมากค่ะ

มีกฎเคร่งๆ หรือเรื่องพีคๆ ในมหาวิทยาลัยที่รู้สึกเซอไพรส์บ้างมั้ย

จริงๆ แล้วด้วยความเป็นภาคอินเตอร์ กฏระเบียบก็จะไม่เคร่งมากค่ะ ค่อนข้างสบายมากด้วย เรื่องพีคๆ ในมหาวิทยาลัยคงเป็นการเจอตัวเงินตัวทองหรือบุ๋ย ที่เด็กมหิดลชอบเรียกกัน เดินเพ่นพ่านเป็นว่าเล่นในมหิดลเลยค่ะ

ที่มหิดล มีกิจกรรมต้อนรับเฟรชชี่อะไรบ้าง

ที่มหิดลจริงๆ มีกิจกรรมเฟรชชี่ให้ร่วมเยอะมากค่ะ หลักๆ ก็กิจกรรมรักน้องที่เหมือนกิจกรรมรับน้องของมหิดลที่ผ่านมาค่ะ แล้วก็มีกิจกรรมตามชมรม แล้วก็ไฮไลท์เลยคือมหิดล มีคอนเสิร์ตเยอะมากค่ะ มาไม่หวาดไม่ไหวกันเลยทีเดียว

แสตมป์ชอบกิจกรรมไหนบ้าง

กิจกรรมที่แตมชอบมากที่สุดน่าจะเป็นค่ายรับน้องของคณะวิทย์ค่ะ ถึงจะเป็นค่ายที่ไม่ใหญ่มากแต่สนุกและอบอุ่นมากค่ะ ได้ทำความรู้จักกับเพื่อนๆ ทุกสาขา กับรุ่นพี่ปีต่างๆ ได้มิตรภาพและความสนุกกลับไปเยอะแยะเลยค่ะ

เรื่องที่ยากที่สุดสำหรับการเป็นเฟรชชี่คืออะไร

แตมว่าเรื่องยากที่สุดน่าจะเป็นเรื่องการจัดเวลาต่างๆ ให้ลงตัวค่ะ ทั้งการเรียน และกิจกรรม เพราะว่าไม่มีใครมานั่งบังคับเหมือนตอนเราอยู่มัธยม เรามีอิสระมากขึ้นในแทบทุกด้าน วิธีของแตมก็คือจัดสรรเวลาให้ดีค่ะ วางแพลนไว้ว่า วันนี้ อาทิตย์นี้เราต้องทำอะไรบ้าง เรียนอะไร มีควิซตัวไหน ต้องเตรียมตัวยังไง และก็ที่สำคัญพยายามเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ที่ทางมหาวิทยาลัยจัดด้วยค่ะ เพราะชีวิตเฟรชชี่มีครั้งเดียวค่ะ

ระหว่างม.ปลายกับเฟรชชี่ ต่างกันยังไงบ้างสำหรับแสตมป์

อย่างที่แตมบอกว่าต่างกันที่อิสระในการทำสิ่งต่างๆ แล้วก็สังคมค่ะ มหาวิทยาลัยสังคมกว้างขึ้นมากๆ ได้รู้จักเพื่อนเยอะ และมีโอกาสได้ลองทำในสิ่งที่เราไม่เคยทำมาก่อนในกิจกรรมต่างๆ ค่ะ

เคล็ดลับในการปรับตัวให้เข้ากับเพื่อนๆ

โชคดีที่แตมค่อนข้างเข้ากับคนง่าย และเพื่อนในมหาวิทยาลัยที่แตมรู้จักก็น่ารักมากๆ ค่ะ ถือว่าเป็นสิ่งที่โชคดี ส่วนวิธีที่แตมปรับตัวก็น่าจะเป็นการเปิดรับสิ่งใหม่ๆ เพื่อนใหม่ๆตลอดเวลาค่ะ แล้วก็ยอมรับความคิดเห็นและความแตกต่างของคนอื่น ทำให้เราอยู่ในสังคมอย่างแฮปปี้

วางแผนการเรียนในรั้วมหาวิทยาลัยไว้ยังไงบ้าง

แตมวางแผนไว้ว่าแตมตั้งใจจะจบตามกำหนด 3 ปีครึ่งค่ะ แล้วก็ระหว่างที่เรียนก็จะเก็บเกี่ยวและค้นหาสิ่งที่ตัวเองชอบจริงๆ ในตัววิชาค่ะ เพื่อเอาไปต่อยอดหลังเรียนจบ

ตั้งแต่เปิดเทอมมา ประทับใจเรื่องไหนในมหาวิทยาลัยบ้าง

เปิดเทอมมา แตมประทับใจความสัมพันธ์ของคณะภาคแตมมาก แตมไม่ได้จะอวยนะ (หัวเราะ) ด้วยความที่เรามีกันไม่เยอะ ทำให้เรารู้จักทั้งรุ่นพี่และรุ่นเดียวกันแบบทั่วถึงจริงๆ มันทำให้เราสนิทกันเร็ว และมีอะไรก็ปรึกษากัน ช่วยเหลือกันจริงๆ เป็นความรู้สึกที่อบอุ่นแล้วก็น่ารักมากค่ะ

เครดิตรูปจาก Alanggraph

แนะนำแอปดีๆ ที่ต้องมีติดเครื่องหน่อยค่ะ

แอปที่แตมชอบใช้คือ แอป Calendars ค่ะ ใช้ตั้งแต่ตอนเตรียมตัวอ่านหนังสือเพื่อสอบเข้า จนถึงตอนนี้ มีประโยชน์ในการจัดการเวลาแล้วก็เตือนความจำได้ดีมากค่ะ

YouTube

ดาวน์โหลด

เป็นไงกันบ้างคะ กับสาวเฟรชชี่ของเราในวันนี้ ทำเอาเปิดเทอมนี้สดใสเลยใช่มั้ยล่ะ.. แบไต๋ก็ขอให้เปิดเทอมนี้น้องๆ ที่กำลังศึกษาอยู่ในระดับมหาวิทยาลัยสนุกและได้ประสบการณ์ดีๆ กันถ้วนหน้านะคะ

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

บันเทิง

คุยกับผู้จัดการวง SiamDream วงไอดอล ไทย & ญี่ปุ่น “สนุกก่อนทำออกมาได้ดีก่อน เรามองเรื่องตัวเงินเป็นเรื่องหลัง”

Published

on

ผมทราบข่าวการกำเนิดเกิดวงนี้ราวๆ เดือน มิ.ย. 2561 ย้อนดูรูปโปรไฟล์โพสต์ครั้งแรกช่วงเดือน พ.ค. 2561 ประกาศ Siam☆Dream 1st Fan Meeting ครั้งแรกวันที่ 11 มิ.ย. 2561 รับจำนวนจำกัดพบปะกันแบบอบอุ่น มีกลุ่มแฟนคลับยังไม่มากนัก แต่มีกิจกรรมพบปะต่อเนื่อง รูปแบบการดำเนินการไปจนถึงที่มาของวง SiamDream มานั่งคุยกันครับ

ธราดล สุคนธากรณ์ (ดลลี่)

แรงบันดาลใจในการมาทำวงไอดอล
ชอบมาเป็นสิบปีล่ะ แล้วก็ก่อนที่จะมาทำวงก็คือทำที่เรียกว่า siamdol เป็นทีมที่คอยจัดงานให้ไอดอลญี่ปุ่นมางานที่ไทย

ความรู้มือระหว่างไทยกับญี่ปุ่นเป็นยังไง
เราก็ไปรู้จักกับฝั่งญี่ปุ่น แล้วมีความคิดเห็นตรงกันว่าเราอยากจะทำวงที่เป็นไอดอลที่เป็นไทยญี่ปุ่น และเนื้องด้วยครบรอบความสัมพันธ์ไทยญี่ปุ่น 130 ปี ด้วย

“ทำด้วยความสนุก เรามองเรื่องตัวเงินเป็นเรื่องหลังจากเรื่องความสนุก สนุกก่อนทำออกมาได้ดีก่อน ถ้าถามว่ามาปีกว่าๆ ถามว่าได้เงินไหม ถ้าให้บอกตามตรงแล้ว มันไม่ได้เงิน มันเสียด้วยซ้ำ”

แล้วทำไปเพื่อ????
ถ้าเรารู้สึกว่าตลาดไอดอลญี่ปุ่น หรือที่เรียกว่าไอดอลไม่นับว่าจะมี BNK48 Sweat16 ถ้านับไอดอลญี่ปุ่นที่จะมาดังในไทยแล้วเห็นว่าแฟนคลับชาวไทยที่ชื่นชอบไอดอลญี่ปุ่นมีความสุขก็ Happy นี่คือเป้าหมายแรกของผม

แล้วค่าใช้จ่าย
นี่คือความสุขเบื้องต้น เราก็คาดหวังในอนาคตว่ามันอาจจะได้เงินบ้าง แต่ตอนนี้ทำแล้วยังไม่ได้ไม่เป็นไร ทำแล้วสนุก มีความสุข เห็นคนอื่นที่มาร่วมงานแล้วมีความสุข

 

ถามจริงๆ ปีกว่าหมดไปเท่าไหร่แล้ว
พูดเป็นตัวเลขก็ลำบากใจครับ คือยังมีแรงสู้อยู่ครับ ก็ยังมีเพื่อนๆ หรือว่าคนที่มางานประจำสนับสนุนอยู่ เพราะว่า เอาตรงๆ ออร์แกไนเซอร์ที่เรียกว่าไอดอลญี่ปุ่น ปัจจุบันถ้าเราจะเห็นนะก็จะมีงานอีเว้นท์ใหญ่ๆ ไม่ว่าจะเป็นจำพวก คอมมิคคอน หรือว่า เจแปนเอ็กโปร ที่นำเข้าไอดอลญี่ปุ่นมาเล่น แต่ว่าของผมก็ต้องยอมรับว่า เป็นหนึ่งเดียวที่เป็นออร์แกไนเซอร์ไอดอลญี่ปุ่นเพียวๆ เพียง 1 เดียว

ฐานแฟนคลับมีประมาณเท่าไหร่
เอาตรงๆ ทำมาปีกว่า เอาจริงๆ ไม่น่าจะเกิน 500 คน แต่งานที่ผมจัดๆ อยู่ แล้วมีคนมาก็ประมาณ 100 – 200 คน

จะสุขได้อีกนานเท่าไหร่ ถ้ายังไม่ตอบโจทย์ในเชิงธุรกิจ
ด้วยความด้วยที่ไม่ได้เริ่มทำมาด้วยมุมมองธุรกิจเลยไม่ได้มองว่ามันจะตอบโจทย์หรือเปล่า ตอบโจทย์ตอนนี้คือเสมอตัว

ฝันสูงสุดจริงๆ คืออะไร
คือทำแล้วมันเลี้ยงดูเราได้ พูดตรงๆ แต่ถ้าถามว่าอีกนานไหม ตอบไม่ได้ เพราะเราไม่รู้ว่าไอดอลในบ้างเราจะได้รับความนิยมได้อีกนานเท่าไหร่ ไอดอลญี่ปุ่นไม่สามารถเทียบได้กับความได้รับความนิยมของ BNK48 หรือว่า Sweat16 ซะด้วยซ้ำไป เพราะมันแทบจะแยกกันเลย มันมีแค่กลุ่มคนบางกลุ่มเท่านั้นเองที่ชอบทั้งคู่ แต่ต้องยอมรับตามตรงว่า คนไทยส่วนใหญ่ชอบแค่ไอดอลไทยเยอะกว่า เค้าอาจจะไม่ได้สนใจไอดอลญี่ปุ่นเลย มีอยู่จำนวนเดียวที่ชอบทั้งคู่

มีเพลงที่เป็นเวอร์ชั่นญี่ปุ่น 4 เพลงแล้ว เมื่อไหร่จะมีเพลงเวอร์ชั่นไทยบ้าง
ก็ตั้งใจอยู่ครับ ความยากของการทำเนื้อไทยคือเมมเบอร์ญี่ปุ่นพูดภาษาไทยไม่ได้ เดี๋ยวรอเมมเบอร์ญี่ปุ่น พูดไทยออกเสียงให้ชัดขึ้นอนาคตเพลงไทยก็จะตามมา เพราะว่าการที่ร้องไม่ได้มันยากตอนอัดเสียง

ฝากอะไรถึงแฟนๆ สยามดรีมหน่อยครับ
ก็อยากจะให้ติดตามต่อไปเรื่อยๆ เพราะว่าเป็นวงที่เพิ่งเริ่ม เราเป็นมือสมัครเล่นมากที่สุด ณ เวลานี้ ก็อยากให้ลองตามไปเรื่อยๆ มันใจว่าน้องๆ จะพัฒนาฝีมือให้เก่งขึ้นได้อีก

 

 

 

Siam☆Dream at Asia Comic Con Malaysia 2018【Comment+LIVE】

 

Siam☆Dream「サイアム☆ドリーム」อ่านว่า สยาม – ดรีม
วงไอดอลสไตล์ญี่ปุ่นที่มีสมาชิกวงจาก “ประเทศไทย” และ “ประเทศญี่ปุ่น” โดยคอนเซปต์ นำความเป็นไทยผสมผสานกับวัฒนธรรมไอดอลญี่ปุ่น มุ่งสู่ความฝันเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศด้วยความเป็น “ไอดอล” ออกไปยังประเทศต่างๆ
Siam(สยาม) = คำแทนจากประเทศไทย,☆ = ประกายส่องแสงความเป็นไอดอล,Dream(ดรีม) = ความฝันและความมุ่งมั่น

「サイアム☆ドリーム」タイ文化と日本のポップカルチャー「アイドル」を合わせるというコンセプトのタイ人と日本人アイドルグループです🇹🇭❤️🇯🇵「アイドル」でタイと日本を繋ぎ、色んな国に広げるのを目指す!

Member 「メンバー」

❤ Mary「メリー」
IG : https://www.instagram.com/m_maryys/
Twitter : https://twitter.com/m_maryys

💛Hikarin「ヒカリン」
IG : https://www.instagram.com/llt_hikarin/
Twitter : https://twitter.com/LLT_Hikarin

💜 Minami Nico「南にこ」
IG : https://www.instagram.com/minaminico_28/
Twitter : https://twitter.com/minami_nico28

💙Yamashita Haruka「山下春花」
IG : https://www.instagram.com/haruka_yamashita0212/
Twitter : https://twitter.com/yamashitaharuka

Siam☆Dream (サイアム☆ドリーム) / Hi-touch (ハイタッチ)【MV Official】

 

 

 

ขอบคุณสถานที่ถ่ายทำ ลานสยามเพลิน ตรงข้ามมาบุญครอง โดย IdeaMaker

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

สัมภาษณ์

UniChat สัมภาษณ์ “เจเจ” ดาวคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี กับชีวิตปี 1 ในรั้วธรรมศาสตร์

Published

on

เป็นคณะยอดฮิต ที่ใครๆ ก็มักจะคิดถึงเป็นอันดับแรกๆ อย่างคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี เพราะนับเป็นคณะเก่าแก่ที่อยู่คู่สังคมไทยมานาน แถมยังเม้าส์กันว่าหนุ่มสาวคณะนี้เค้าเนี๊ยบและมีระเบียบสุดๆ ส่วนจะจริงหรือเท็จยังไง วันนี้แบไต๋จะพาไปไขความกระจ่างกับ เจเจ-เปมิกา เสงี่ยมกุล ดาวคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ไปคุยกับเธอกันเลย!

ทำไมถึงเลือกเรียนคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชีคะ

ที่เจเลือกเรียนคณะนี้ เพราะโดยส่วนตัวแล้วชอบคณิตศาสตร์ค่ะ ชอบอะไรที่มันมีกฎเกณฑ์ มีกรอบให้ว่า ทำแบบนี้ถูกนะหรือทำแบบนี้ผิด เจเป็นคนที่ไม่ค่อย creative เท่าไหร่ค่ะ แล้วพอดีแม่ทำบริษัทรับทำบัญชีด้วย จะได้มาทำต่อแม่ได้ค่ะ แถมยังมีข้อดีคือบัญชีเป็นวิชาชีพค่ะ ถ้าไม่จบบัญชีก็ไม่สามารถทำบัญชีได้ค่ะ จึงทำให้หางานง่ายค่ะ

สาขาบัญชี เค้าเรียนอะไรกันบ้าง

ปี 1 จะเรียนวิชาศึกษาทั่วไปของมหาวิทยาลัยค่ะ แล้วก็วิชาแกนบังคับของคณะตัวแรกๆ ค่ะ

ปี 2 ปี 3 และปี 4 ก็จะเรียนวิชาแกนของคณะ แล้วก็วิชาเอกของตัวเองค่ะ อย่างเจเรียนเอกบัญชี ก็จะแตกไปเป็นอีกหลายวิชา เช่น บัญชีการเงิน บัญชีบริหาร บัญชีภาษีอากร การสอบบัญชี ประมาณนี้ค่ะ

วิชาโปรดของเจเจ

คงจะเป็นวิชาบัญชีค่ะ เจอยู่ปี 1 ก็เลยได้เรียนไปแค่ 2 ตัวค่ะ คือ AC201 การบัญชีชั้นต้นวิชานี้จะเรียนเกี่ยวกับพื้นฐานของบัญชีทั้งหมด และ AC311 การบัญชีชั้นกลาง วิชานี้ก็จะเจาะลึกมากกว่า AC201 ค่ะ ที่เจชอบวิชาบัญชีมากสุดเพราะอย่างที่เคยบอกไปค่ะว่าเจชอบอะไรที่มันเป็นกฎเกณฑ์ค่ะ แต่ก็อยู่ที่อาจารย์ด้วยค่ะ ถ้าอาจารย์น่ารัก ใจดี ก็ชอบค่ะ (หัวเราะ)

โปรเจ็คที่ชอบที่สุด ตั้งแต่เคยทำมาคือโปรเจ็คอะไร

เพราะเจอยู่ปี 1 เลยยังไม่มีโปรเจ็คใหญ่ๆ ค่ะ ก็จะมีทำงานงานเล็กๆ บ้างค่ะ ถ้าที่ชอบที่สุด ก็คงเป็นของวิชา Fn201 การเงินธุรกิจค่ะ ก็จะให้เราเลือกธุรกิจในตลาดหลักทรัพย์มาแล้วก็ใช้งบการเงินในการวิเคราะห์ว่า ธุรกิจนั้นมีแนวโน้มเป็นยังไง โดยใช้ข้อมูลจากอดีตมาเปรียบเทียบแล้วก็ดูว่า เราควรลงทุนในธุรกิจนี้ไหม

จำเป็นมั้ย ที่เรียนบัญชีต้องเก่งเลข

เอาจริงๆ บัญชีไม่ได้ใช้หลักการทางคณิตศาสตร์มากค่ะ จะไม่มีพวกแคลคูลัสเหมือนกับวิศวะค่ะ จะใช้แค่พื้นฐานทางคณิตศาสตร์ค่ะ และส่วนใหญ่ก็จะใช้เครื่องคิดเลขคิดเอาค่ะ ถ้าคนที่คิดว่าไม่เก่งเลขแต่อยากเรียน เจแนะนำว่า ควรมีพื้นฐานที่ดีค่ะ แต่ที่สำคัญกว่าคือความชอบค่ะ เพราะถ้าเราชอบอะไรจริงๆ เราก็จะพยายามแล้วทุ่มเทกับมันค่ะ

และถ้าอยากเก่งเลข ต้องพัฒนาตัวเองยังไงบ้าง

ต้องมีวินัยแล้วก็มีความมุ่งมั่นค่ะ ฝึกทำโจทย์เยอะๆ ไม่มีอะไรยากเกินความพยายามค่ะ

ว่ากันว่าสาวๆ บัญชีมักจะดุ

เจว่าไม่จริงนะ เพราะเจใจดี (หัวเราะ) เจว่าอยู่ที่คนมากกว่าค่ะ  

เห็นเจเจเป็นดาวคณะด้วย เล่าตอนประกวดให้ฟังหน่อยค่ะ

ปกติคณะบัญชีของธรรมศาสตร์จะมีการแข่งร้องเพลงทุกปีค่ะ โดยในคณะเองจะแบ่งกันเป็นโต๊ะ แล้วก็ให้แต่ละโต๊ะมาแข่งกัน โดยแต่ละโต๊ะจะโหวตเลือกดาวเดือนเอาไว้แล้ว ซึ่งเจก็ได้รับโอกาสนั้นค่ะ ในการแข่งร้องเพลง ก็จะมีการแสดงในโต๊ะแล้วก็ร้องเพลงของมหาวิทยาลัยค่ะ ส่วนเจที่ประกวดดาวคณะก็จะมีจับฉลากตอบคำถามเพิ่มค่ะ ตอนนั้นจำได้ว่า ได้คำถามที่ยากอยู่ค่ะ เจก็ตอบไป งงตัวเองไปค่ะ  (หัวเราะ) พอผลออกมา โต๊ะเจได้ที่ 3 ส่วนเจก็ได้เป็นดาวคณะแบบงงๆ ค่ะ (หัวเราะ) พอหลังจากได้รางวัลแล้วก็จะต้องเป็นตัวแทนคณะไปแข่งดาวมหาวิทยาลัยต่อค่ะ

มีกิจกรรมไหนเจ๋งๆ ที่เจเจประทับใจอีกมั้ยคะ

ตอนช่วงเทอมแรก มีงาน TU freshy game เจเลยลงแข่งว่ายน้ำค่ะ ลงแข่ง 4 ท่า ได้ 3 ทอง 1 ทองแดงค่ะ แล้วก็มีกิจกรรมประกวดดาวเดือน ของมหาวิทยาลัยค่ะ ซึ่งก็จะมี workshop ต่างๆให้ดาวเดือนแต่ละคณะ ได้ทำร่วมกันค่ะ กิจกรรมที่ชอบที่สุด น่าจะเป็นตอนที่ให้ดาวเดือน แต่ละคนช่วยกันทำ กล่องรับบริจาค แล้วไปรับบริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือ เด็กกำพร้าค่ะ

ต้องมีหลายคนอยากรู้แน่ๆ ว่าสังคมคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชีเป็นยังไง

ที่ธรรมศาสตร์ค่อนข้างจะให้อิสระกับนักศึกษาค่ะ ทุกคนมีสิทธิ์ในการแสดงความคิดเห็นค่ะ แล้วก็อาจารย์ที่นี่จะพูดอยู่เสมอว่า ให้นักศึกษาทุกคนต้องช่วยกันเรียนค่ะ ไม่ให้แข่งกัน เพราะฉะนั้น เพื่อนก็จะน่ารักทุกคนค่ะ มีอะไรไม่เข้าใจก็แชร์กัน ช่วยกันค่ะ

เคล็ดลับการใช้ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยในแบบของเจเจ

เรื่องการแบ่งเวลาค่อนข้างสำคัญค่ะ เจเป็นเด็กกิจกรรมตั้งแต่เด็ก ก็เลยจะยุ่งมาตลอดค่ะ ก็เลยจะมีการจัดตารางชีวิตของตัวเองมาตั้งแต่เด็ก เราก็จะแบ่งเวลาได้ถูกค่ะ ว่าเวลาไหนเที่ยวเล่นได้นะ หรือเวลาไหนที่ต้องอ่านหนังสือ ต้องทำการบ้าน แต่ถ้าใครไม่ค่อยคุ้นชิน ก็ต้องพยายามปรับตัวเองให้มากหน่อยค่ะ ที่สำคัญคือเรื่องการปรับตัวค่ะ ระดับมหาวิทยาลัยจะไม่มีครูมาคอย จ้ำจี้จ้ำไชเหมือนตอนเรียนมัธยมและบางคนที่เป็นเด็กต่างจังหวัดก็ต้อง อยู่หอ อยู่ห่างจากพ่อแม่ ก็จะไม่มีใครมาคอยคุมเรา เพราะฉะนั้นเราก็ต้อง มีความรับผิดชอบมากขึ้น ทั้งในเรื่องการเรียนและการใช้ชีวิตค่ะ

แรงบันดาลใจในการเรียน

เจคิดแค่ว่า เจอยากมีอนาคตที่ดีค่ะ อยากทำให้ทุกคนภูมิใจในตัวเราค่ะ

แอปพลิเคชั่นที่ชอบใช้ในการเรียน

แอป Notes Writer ค่ะ เพราะเวลามีงานหรือมีการบ้านต่างๆ เจก็จะมา list ไว้ เพื่อจะได้จัดตารางค่ะ ว่างานไหนควรทำก่อนหรือทำหลัง และแต่ละงานมีรายละเอียดยังไงบ้างค่ะ

itunes.apple.com

ดาวน์โหลด

ใครที่คิดว่าสาวๆ คณะนี้จะดุๆ อย่างเดียว คงได้เปลี่ยนความคิดกันคราวนี้แล้วหล่ะ เพราะน้องเจเจสาว UniChat ของเราวันนี้ ได้พิสูจน์แล้วว่าสาวบัญชีน่ารัก สดใส และหวานสุดๆ

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!