Connect with us

Beartai Recommended

เจียง VS จา คนดูได้อัลไล!?

ผมปิดต้นฉบับ “หนุ่ยรู้โลกรู้” ในค่ำวันเสาร์แบบยังไม่หยั่งรู้อนาคต แต่ก็หวังไว้ว่า “เช้าวันอังคาร” วันตีพิมพ์เรื่องนี้เผยแพร่ออกมา จะมี “บทสรุปในทางที่ดี” ส่องแสงออกมาแล้ว

Published

on

ผมปิดต้นฉบับ “หนุ่ยรู้โลกรู้” ในค่ำวันเสาร์แบบยังไม่หยั่งรู้อนาคต แต่ก็หวังไว้ว่า “เช้าวันอังคาร” วันตีพิมพ์เรื่องนี้เผยแพร่ออกมา จะมี “บทสรุปในทางที่ดี” ส่องแสงออกมาแล้ว

ประเทศไทยในสัปดาห์เดียวกันมีเรื่องดราม่าวงการบันเทิงที่ต้องพึ่งโรงพึ่งศาล 2 เรื่องซ้อน แต่ละเรื่องมีคติสอนใจที่ดี “วู๊ดดี้โดนจำคุก 1 ปี” จากการเชิญแขกรับเชิญมาหมิ่นประมาทบุคคลอื่นในรายการของตนเอง ศาลพิพากษา “หมิ่นประมาทโดยการโฆษณา” เคสนี้ผู้จัด/ผู้ดำเนินรายการทุกคนในวงการโทรทัศน์ใช้เป็นกรณีศึกษาและข้อเตือนใจในการปฏิบัติการงานในอนาคต ja05

ส่วนอีกเรื่องที่ยังร้อนระอุและมีเส้นตายอยู่ที่ “วันที่ 1 เมษายน” ซึ่งเป็นกำหนดการฉายหนังดังฮอลลีวูดภาคสุดท้ายที่แฟนหนังทั้งโลกหวังใจจะไปดูขวัญใจ “พอล วอล์กเกอร์” เป็นครั้งสุดท้าย “Fast & Furious 7” ได้ฟิวเรียสสมชื่อ โกรธกันไปทั่วหล้าสยามประเทศ ถึงกับฟาดงวงฟาดงาไปสู่หนังไทยแห่งสยามประเทศอีกเรื่อง “อวสานหงสา” หนังภาคสุดท้ายเหมือนกันแต่มีคนขู่จะไม่ดู รวมถึงจะบอยคอตหนังเรื่องต่อ ๆ ไปแห่งค่ายใบโพธิ์นี้ในแนว “อวสานสหมงคล” ..เรื่องนี้ “ท่านมุ้ย” ม.จ.ชาตรีเฉลิม ยุคล ถึงกับต้องออกโรงเคลียร์เองในกระทู้ฮอต Pantip.com ว่า “คนทำหนัง” กับ “คนขายหนัง” มันคนละคนกัน ไม่ควรมาฟาดงวงใส่กัน ก็นับว่าเป็นการเคลียร์ที่ชัดเจนมากและรวดเร็วดี เชื่อมั่นว่ากรณี Fast7 ไม่ส่งผลกระทบกับหนังนเรศวร 6 ของท่านมุ้ยแล้วแน่ ๆ

แต่ที่ดิ้นไม่หลุดจากความเกลียดชังจากคอหนังเทศ หนีไม่พ้น “เสี่ยเจียง” สมศักดิ์ รัตนประเสริฐ บิ๊กบอสแห่งสหมงคลฟิล์ม นักสร้าง-นักขายหนังชื่อดังมายาวนานกว่า 3 ทศวรรษ ผู้เป็นแมว 9 ชีวิตตัวจริงแห่งวงการ (แต่กำลังใช้ชีวิตที่ 9 อยู่ในขณะนี้) ด้วยบุคคลิกที่โผงผาง ด่าไว แต่ก็เป็นที่รักที่สุดของบุคลากรในวงการเช่นกัน เรียกง่ายๆ “ไม่มีเสี่ยเจียง หนังไทยก็ไม่ได้มาถึงทุกวันนี้” ความจริงข้อนี้ทุกคนยอมรับ เพราะตอนเจ๊งแกเจ๊งอยู่คนเดียว คนอื่นๆ เดินตามล่าหาฝันมาเอาเงินแกไปเผาเล่น ช่วงหนังได้ตังค์แกจะพูดเล่นๆ ว่าเหมือนพิมพ์แบงค์ได้เองแล้วแกก็เอาเงินนั้นแจกจ่ายไปสร้างหนังต่อ เจ๊งมากกว่าได้นะรวมๆ แล้วแต่ก็ดีที่ธุรกิจแกมีหนังฝรั่งสาย Independent Studio ด้วยที่หลังๆ มามีฟอร์มยักษ์เพิ่มขึ้นเยอะ

ja04

ล่าสุดเสี่ยเจียงเพิ่งคว้ารางวัLifetime Achievement Award จากชมรมวิจารณ์บันเทิง ซึ่งถือเป็นรางวัลเกียรติภูมิสูงสุดแก่ชีวิตการทำงานของคนๆ หนึ่ง งานในวันนั้นบรรยากาศที่บรรยายมาโดยคนที่ได้ไปร่วมงานบอกว่า “อบอุ่นและมีความสุขมากกว่าค่ายตนเองได้รางวัลหนังยอดเยี่ยม” แต่ข่าวก็ไม่แรงนัก (ก็นะ~มันเป็นข่าวดีนี่เน๊อะ!) และก็ถูกข่าวร้ายกลบจนมิดในวันต่อมานั่นคือ “ศาลสั่งระงับการฉายภาพยนตร์ Fast7” …ข่าวนี้ถูกพาดหัวข่าวไปในสื่อต่างๆ มากมายทั้งไทยและต่างประเทศ ที่ถกเถียงวิพากษ์วิจารณ์กันสนุกปากก็คือสื่อออนไลน์ที่สามารถทำใครก็ได้ตกเป็นจำเลยได้ในพริบตา เสี่ยเจียงมีชื่อนำหน้าว่า “เสี่ย” ก็โดนเกลียดเยอะหน่อย เพราะตัวละคร “เสี่ย” ในหนังมันเป็นแต่ตัวร้าย นี่คือความจริงที่เจ็บปวด …น่าสนใจตรงที่สื่อสำนักต่างประเทศอย่าง Variety พาดหัวว่า A contract dispute involving Tony Jaa may stop fans in Thailand from seeing #Furious7 คือเขาเข้าใจประเด็นที่แท้จริงคือ “สัญญามีปัญหา” แต่สื่อไทยโดยมากก็เน้นปลุกเร้าอารมณ์โกรธให้เราฟังว่า “เสี่ยเจียงฟ้องศาลให้สั่งระงับฉายหนังฟาสต์ 7″ ผมตั้งคำถามนะครับว่าอันไหนมันให้ปัญญากับเรามากกว่ากัน?

ja02

อ่านกระทู้ต่างๆเกี่ยวกับเรื่องนี้ใน Pantip.com เราสามารถแบ่งกลุ่มคนออกเป็น 3 กลุ่ม
1. กลุ่มคนอยากดู Fast7 : กลุ่มนี้เขาคือแฟนหนังฉะนั้นเขาไม่สนอะไรทั้งสิ้น แบบว่ากูจะดู มึงจะมายุ่งอะไร กลุ่มนี้ประกาศตัวชัดว่าจะดูพอล วอร์กเกอร์ ไม่ใช่จาพนม จะตัดออกหรือจะเบลอป้ายยาหม่องมึงทำได้เลย กูจะดูฟาสต์7 ไม่งั้นกูโกรธ
2. กลุ่มคนที่พยายามทำความเข้าใจเนื้อหา : กลุ่มนี้ก็อยากดูหนังนะ แต่ใจก็อยากรู้ว่าเรื่องราวคดีตกลงมันเป็นอย่างไรด้วย ก็มีทั้งเข้าใจถูกและเข้าใจผิด ซึ่งแทบจะ 100% ด่าเสี่ยเจียงเป็นเบื้องต้น ด่าจา พนมเป็นภาคต่อ
3. กลุ่มนักกฏหมาย : กลุ่มนี้เป็นผู้มีความรู้ พยายามจะสร้างความเข้าใจและตีความสัญญาที่คนส่วนใหญ่เรียกว่า “สัญญาทาส” ให้โดยหาเหตุผลว่าทำได้หรือทำไม่ในเรื่องการ “ต่อสัญญาอัตโนมัติ”

สัญญาแบบนี้ “มีอยู่จริงๆในวงการบันเทิง” ไม่ใช่แค่ที่สหมงคลฟิล์ม เหตุเพราะเงินลงทุนมันสูงกับการปั้นให้ดังไปทั่วโลก บริษัทจึงควรได้สิทธิ์ตัดสินใจแต่ฝ่ายเดียวว่าจะต่อหรือไม่ต่อสัญญา (เรียกง่ายๆขอเช็คก่อนว่าคุ้มพอรึยังกับที่เสียไป)

ตัดเรื่องบุญคุณต้องทดแทนออกไปก่อนเลยนะ
เสี่ยเจียงแม้จะขึ้นชื่อว่าเสี่ย แต่การทำธุรกิจของเขาก็รัดกุม สหมงคลฟิล์มเป็นองค์กรที่มีฝ่ายกฎหมายและบัญชีที่แข็งแกร่ง เขาจ่ายอะไรไปเขาบันทึกไว้หมด เกิดเรื่องที่เขาคาดว่าจะมีตุกติกเขาออกหนังสือหนังหาไว้ครบถ้วน พอทนายสุวัตรไปยื่นศาลแพ่ง ศาลถึงออกคำสั่งคุ้มครองให้ไงครับเพราะมันชัดเจนว่าผิดสัญญาทั้งกับตัว จา พนม เองและบริษัท Universal Pictures (ลามมาถึงบริษัท UIP ผู้จัดจำหน่ายซึ่งเป็นลูกครึ่งระหว่าง Universal กับ Paramount และจดทะเบียนที่ฮ่องกง)

เงินที่เรียกไปคือ พันหกร้อยกว่าล้านบาท ถ้าว่ากันตรงๆก็สูงเกินกว่ามูลค่า Tony Jaa ในหนังเขา แต่สุดท้ายคดีแพ่ง ไม่ได้แปลว่าฟ้องแล้วจะได้ตามนั้น ส่วนใหญ่ก็ไกล่เกลี่ยกันทั้งนั้

จา พนม เขาเซ็นต์สัญญาไป 10 ปี (ตั้งแต่ปี 2546-2556) แต่เนื้อหาสำคัญมันคือ “ต่ออัตโนมัติได้ ถ้าบริษัทอยากจะต่อ” อันนี้ตกโทษตัวเองที่ไปเซ็นตกลงมาเอง (ก็วันนั้นยังไม่ดัง อะไรก็ยอมทั้งนั้น) แต่กฎหมายยังพึ่งพิงได้เสมอ ถ้าคิดว่าไม่เป็นธรรมก็สามารถร้องขออำนาจศาลให้พิจารณาความเป็นธรรมในสัญญาและขอเลิกได้ ทีนี้..ประเด็นคือ “เขาไม่ได้ทำ” แต่เลือก “เดินไปให้ห่างจากปัญหา” สุดท้ายมันก็วกกลับมามัดตัวอยู่ดี

ja01

Fact อีกประการที่สหมงคลต้องขอต่อสัญญากับจาแบบอัตโนมัติคือ “จาสร้างหนังค้างอยู่ 1 เรื่อง” คือ “ไอ้หนุ่มกังนัม” เบิกเงินสร้างไป 26 ล้านบาทในปี 56 แต่ทิ้งงานไปแล้วไม่เหลือแม้ปุ๋ย เขาไม่ฟ้องร้องเขาก็ควายทำธุรกิจแล้วล่ะครับ เพียงแต่การฟ้องครั้งนี้มันทำร้ายความรู้สึกพวกเรามากเพราะหนังมันภาคสุดท้ายและพระเอกตาย เขาไม่ได้เกี่ยวอะไรด้วย

Universal Studio เคยตอบเอกสาร Notice จากทางสหมงคลฟิล์มทางอีเมลว่า “เขาก็มีสัญญากับจา พนมเหมือนกัน” อันนี้เข้าใจว่าไปเซ็นซ้อนไว้ ซึ่งผู้จัดการเป็นฝรั่งก็คงสร้างความเชื่อมั่นให้ฝั่งนู้นได้มาก

หนังเรื่องนี้จา พนมเล่นน้อยมาก แต่มันดันเข้าก่อนหนังเล่นเต็มๆเรื่องอย่าง Skin Trade หนังฝรั่งและ SPL2 หนังฮ่องกง ซึ่งสหมงคลก็ต้องตามไปฟ้องอีกเช่นกัน

ประโยคแรกที่ทนายความฝั่งสหมงคลฟิล์มแถลงเมื่อวันศุกร์คือ “ขอโทษประชาชนที่ทำให้ไม่ได้ดูหนัง Fast7″

วิถีทางเดียวตอนนี้หากพวกเขาอยากให้พวกเราได้ดู Fast & Furious7 กันจริงๆ ก็คือ “จา พนมต้องจูงมือ UIP ไปไกล่เกลี่ยกับเสี่ยเจียง” ซึ่งนั่นอาจเป็นเพียงการชดใช้ค่าเสียหาย 26 ล้านบาทจากหนังที่ทิ้งไปก็เป็นได้นะ..

ซึ่ง “สุดท้ายยังไงเราก็จะได้ดู Fast7” ครับ จะทันเวลาวันที่ 1 หรือจะเลื่อนออกไปก่อนก็เท่านั้นแหละ 🙂

และล่าสุดทางเมเจอร์ก็ประกาศออกมาผ่านหน้า Facebook แล้วว่าฉายแน่นอน 🙂

สดๆร้อนๆเลย ข่าวดีของทุกคน Fast and Furious 7 ฉายชัวร์ 1 เมษานี้ ครบทุกระบบ ตะโกนดังๆ เย้ๆๆๆๆ

Posted by Major Cineplex Group (Thailand) on 30 มีนาคม 2015

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

Beartai Recommended

จันทร์ที่ 9 ก.ค. นี้ เรามี Beartai Fanmeet 2018 ตอน Ant-man and the wasp อ่านรายละเอียดได้ที่นี่!

Published

on

แบไต๋ อัปเดตกิจกรรม “แบไต๋แฟนมีต 2018 ตอน Ant-man and the wasp”  ว่า ผู้ที่มางานนี้ คุณจะได้อะไรบ้าง ? อ่านได้ที่นี่เลย

สิ่งที่ทุกคนจะได้รับ

สำหรับทุกคนที่ซื้อบัตรร่วมงาน Beartai Fanmeet จะได้รับมีดังนี้

  1. รหัสลงทะเบียน
  2. เสื้อยืดแบไต๋ Limited Edition แจกให้คนละ 1 ตัว
  3. รับสิทธิ์ลุ้นของรางวัล Lucky draw (โดยมีรางวัลใหญ่คือ Huawei P20 Pro 1 เครื่อง !!)
  4. ร่วมถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกับเหล่าพิธีกรแบไต๋

รางวัล Lucky Draw

  1. Huawei P20 Pro 1 รางวัล
  2. Xiaomi Redmi note 5 1 รางวัล
  3. Smart watch Panthera Smart fit 1 รางวัล
  4. Smart watch Panthera Strong Fit 1 รางวัล
  5. Smart watch Panthera Slim Fit 1 รางวัล
  6. Anitech 8 in 1 Multi Cooking Pot 1 รางวัล
  7. Anitech Smoothies Blender 1 รางวัล
  8. Anitech Mingsu Maker 1 รางวัล
  9. ปลั๊ก Anitech รุ่น H604 1 รางวัล
  10. Google Chromecast จาก AIS 1 รางวัล

แจกยันเครื่องทำบิงซูอ่ะ คิดดู !!

วัน เวลา และสถานที่จัดงาน

เรามีนัดกันในวันจันทร์ ที่ 9 กรกฏาคม นี้ เริ่มลงทะเบียนเวลา 17:00 น. หรือ 5 โมงเย็นเป็นต้นไป ที่โรงภาพยนตร์ Major Cineplex ชั้น 5 โรงที่ 7 โดยมีค่าร่วมงานที่นั่งละ 300 บาท โดยจำกัดแค่ 300 ที่นั่งเท่านั้น

ช่องทางการชำระเงิน

สำหรับงาน Beartai Fanmeet 2018 นี้มีราคาค่าตัวที่ 300 บาท โดยมีช่องทางการชำระเงินทั้งสิ้น 3 ช่องทางด้วยกันดังนี้

  1. สแกน QR Code ด้านล่างนี้โดยใช้แอปฯ ธนาคารบนมือถือ ชำระเงิน 300 บาทแล้ว Capture หน้าจอส่งมาที่ inbox ของเพจ Beartai Hitech ได้เลย !
  2. โอนเงินมาที่เลขบัญชี 063-007-1587 ชื่อบัญชี บ. โชว์ไร้ขีด จำกัด ( SHOW NO LIMIT)
  3. Pay with K-Plus ขั้นตอนง่ายๆคือ กดสั่งซื้อบนหน้า เพจแบไต๋ คุณก็จะได้รับข้อความการชำระเงินทาง inbox จากนั้นกดจ่ายได้เลย !!

หลังจากคุณทำการชำระเงินเสร็จเรียบร้อย ก็ให้ส่งหลักฐานมาทาง Inbox ของเพจแบไต๋ ทางทีมงานจะทำการยืนยันสิทธิ์โดยการแจ้งชื่อ – นามสกุล และส่งหลักฐานการโอนเงินเข้ามาพร้อมแจ้งขนาดเสื้อที่ใส่ โดยจะมีให้เลือก 5 ขนาดคือ S, M, L, XL และ XXL ซึ่งนี่ก็ถือเป็นอีก 1 กิจกรรมที่ทางแบไต๋ตั้งใจทำเพื่อแฟน ๆ ทุกคนจริง ๆ ครับ งานนี้ใครอยากชมภาพยนตร์ Ant-Man and The WASP ซื้อบัตรกับแบไต๋ ได้ทั้งเสื้อแบไต๋สุด Exclusive แถมยังได้ลุ้น Huawei P20 Pro และของรางวัลอื่น ๆ อีกเพียบด้วยนะ ห้ามพลาด !

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

Beartai Recommended

ดูให้รู้! #ตู้กู้หัวใจ จะไม่มีใครต้องตายอีก!! #แบไต๋ตู้ต่อไป #17

Published

on

จากกรณีคุณโจ บอยสเก๊าท์ที่ได้เสียชีวิตจากเหตการณ์เป็นลมบนเวที ก็ทำให้คนตระหนักถึงการทำ CPR ที่ย่อมาจาก Cardio Pulmonary Resuscitation หรือการปฐมพยาบาลแบบปั้มหัวใจว่า เป็นอีก 1 สิ่งสำคัญที่คนทุกคนควรรู้วิธีทำเอาไว้ เผื่อวันหนึ่งเกิดเหตการณ์นี้กับคนใกล้ ๆ ตัวเราก็จะสามารถช่วยเหลือพวกเขาได้อย่างทันท่วงที

และครั้งนี้หนุ่ย พงศ์สุข ก็ขออาสามารีวิวอีก 1 ตู้ที่เราทุกคนควรต้องรู้จักกันอย่าง ตู้กู้หัวใจ หรือ AED ซึ่งเป็นตู้ที่ใช้ในการปฐมพยาบาลกรณีผู้ที่เกิดเหตการณ์หัวใจหยุดเต้นกระทันหัน ซึ่งเราจะมีเวลาเพียง 8 นาทีที่จะสามารถกระตุ้นหัวใจเพื่อช่วยเหลือพวกเขาได้ แล้วอย่าลืมบอกต่อเพื่อน ๆ นะครับ

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

Beartai Recommended

ดีงามพระรามสี่สิบแปด! MV แรกของ BNK48 มาแล้ว แจ่มจันทร์แค่ไหนไปดูกัน!

Published

on

เพิ่งเปิดฤดูกาลแห่งความสดใสใหม่ได้ไม่ทันไร BNK48 ก็ได้บุกจู่โจมใส่แฟน ๆ แบบรัว ๆ จัดหนักจัดเต็มทั้งอีเวนต์ สื่อบันเทิงต่าง ๆ รวมทั้งรายการโทรทัศน์ ชาวประชาทุกภาคส่วนโดนดาเมจกันไปคนละไม่น้อย แต่ที่โดนหนักที่สุดน่าจะหนีไม่พ้นนายห้างหนุ่ยของพวกเรานั่นเอง ถึงขนาดอดใจไม่ไหวต้องขึ้นไปมอบเสื้อและส่งสัญลักษณ์ไอเลิฟยูให้เฌอปรางถึงบนเวที

นายห้างครับ คราวหน้าคราวหลังนายห้างอย่าทำอะไรสุ่มเสี่ยงอย่างนี้อีกเลยนะครับ ถ้านายห้างเป็นอะไรไป พวกเราแบไต๋จะอยู่ยังไง ผมยังมีครอบครัวต้องเลี้ยงดูนะครับ!

ไม่เพียงแค่นั้น พลานุภาพของสาว ๆ ยังแผ่ไปจนถึงการแข่งขันฟุตบอลจตุรมิตรสามัคคีด้วย ปีนี้สแตนด์สวนกุหลาบวิทยาลัยแปรอักษรเป็นรูปเฌอปราง ไข่มุกและมิวสิค น่ารักอ้ะ!

รูปนี้ช่างดีต่อใจ ส่วนรูปถัดไป… เอ่อ ผมว่าเรากลับมาที่เรื่อง BNK48 ดีกว่า

และในวันที่ 18 พฤศจิกายนที่ผ่านมากับ BNK48 Mini Live and Handshake งานนี้ BNK48 ได้ส่งความสุขให้กับแฟน ๆ อย่างเต็มที่ผ่านการแสดงสดและการจับมือ อีกทั้งยังมีการแสดงครั้งแรกของเพลง Skirt, Hirari (พลิ้ว) และ teaser รายการ BNK48 Travel Show “เพื่อนร่วมทาง The Journey” ด้วย

แต่ที่ทุก ๆ คนรอคอยมากที่สุดเห็นจะหนีไม่พ้น MV เพลง Koi Suru Fortune Cookie (คุกกี้เสี่ยงทาย) ซึ่งเป็น MV แรกของ BNK48 รอช้าอยู่ใย ไปชมกันเลย

ว่าด้วย Koi Suru Fortune Cookie (คุกกี้เสี่ยงทาย)

Koi Suru Fortune Cookie (คุกกี้เสี่ยงทาย) คือซิงเกิ้ลที่ 2 ของ BNK48 ซึ่งมีเพลง Koi Suru Fortune Cookie (คุกกี้เสี่ยงทาย) เป็นเพลงหลัก ส่วนเพลงรองอีกสองเพลงก็คือเพลง BNK48 และเพลง Skirt, Hirari (พลิ้ว) นั่นเอง เพลง Koi Suru Fortune Cookie (คุกกี้เสี่ยงทาย) เป็นเพลงที่เอามาจาก AKB48 วงพี่สาว ทุกท่านสามารถอ่านข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับ Koi Suru Fortune Cookie ของ AKB48 ได้ที่นี่ครับ

และต่อไปนี้คือสิ่งที่เราคิดว่าน่าสนใจเกี่ยวกับ MV เพลง Koi Suru Fortune Cookie (คุกกี้เสี่ยงทาย)

1. เป็น MV ที่มีแฟน ๆ มาเข้าร่วมแสดงเยอะสุด ๆ

ถึงแม้จะเป็น MV แรก แต่ BNK48 ก็เลือกที่จะเล่นใหญ่ โดยเชื้อเชิญให้แฟน ๆ เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของ MV นี้ แต่ไม่ใช่ว่าใครก็เดินดุ่ย ๆ มาเข้ากล้องได้นะ ต้องส่งคลิปตัวเองเต้นเพลงนี้เข้ามาร่วมสนุก ซึ่งสุดท้ายก็ได้แฟน ๆ กว่า 2,000 ชีวิตมาเข้าร่วมถ่ายทำ MV ที่สวนสยามเมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายนที่ผ่านมา

และเราก็ได้รวบรวมคลิปที่เราคิดว่าเด็ดโดนใจไว้ที่นี่แล้ว ใครยังไม่ได้เข้าไปชมก็ขอเชิญนะครับ

2. เป็น MV ที่เดินทางมายาวไกลมาก

BNK48 ประกาศเพลง Koi Suru Fortune Cookie (คุกกี้เสี่ยงทาย) ใน Facebook Live เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2560

ทำการแสดงครั้งแรกในคอนเสิร์ต 2017 411 Fandom Party in Bangkok เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2560

ประกาศว่าเพลง Koi Suru Fortune Cookie (คุกกี้เสี่ยงทาย) จะเป็น MV แรกของ BNK48 ในงาน Japan Expo in Thailand 2017 เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2560

ประกาศรับสมัครแฟน ๆ เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของ MV และรายละเอียดในการเข้าร่วมเมื่อวันที่ 10 กันยายน 2560 ทาง Facebook

ประกาศรายชื่อเซ็มบะสึ (เม็มเบอร์ที่จะได้อยู่ในเพลงหลักของซิงเกิ้ล) ในงาน BNK48 We Love You เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2560

เผยโฉมปกซิงเกิ้ลใน Facebook Live เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2560

รวมรวบแฟน ๆ กว่า 2,000 ชีวิตมาถ่ายทำ MV ที่สวนสยามเมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2560

และสุดท้าย เปิด MV ครั้งแรกในงาน BNK48 Mini Live and Handshake เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2560

รวมแล้วใช้เวลาทั้งสิ้น 110 วัน!

จึงไม่ต้องแปลกใจว่าทำไมแฟน ๆ ถึงได้ลุ้นกันตัวโก่งและมีความคาดหวังอย่างมากกับ MV นี้นะจ๊ะ

2:29 ตรวจพบคนเต้นผิดแล้วทำเนียน 1 อัตรา อยู่ทางด้านซ้ายของจอ หน้าตาละม้ายคล้ายเฌอปราง BNK48 ครับ!

3. เป็น MV ที่ถ่ายทอดความเป็นไทยสมัยนิยมและการเข้าถึงกลุ่มคนทุกเพศทุกวัย

แม้ BNK48 จะเป็นวงน้องสาวของ AKB48 จากญี่ปุ่น แต่ MV นี้ก็เลือกที่จะนำเสนอความเป็นไทยอยู่ไม่น้อย แต่ก็ไม่ใช่ความเป็นไทยแบบช่อฟ้าใบระกาตัดแปะ องค์ประกอบเสริมใน MV นี้ไม่ว่าเป็นรถตุ๊ก ๆ ชาวไทยเชื้อสายจีน พ่อค้าผ้าเชื้อสายอินเดีย งานกราฟิตีหรือวินมอเตอร์ไซค์นั้นบอกเล่าความเป็นไทยสมัยนิยมและการเข้าถึงกลุ่มคนทุกเพศทุกวัยได้ดีจริง ๆ

แต่ลายบนชุดของสาว ๆ เป็นลายหลุยส์นะครับ ไม่ใช่ลายกนก!

4. ผู้กำกับ MV มากประสบการณ์

MV เพลง Koi Suru Fortune Cookie (คุกกี้เสี่ยงทาย) นี้ได้ไชยณรงค์ แต้มพงษ์มานั่งแท่นผู้กำกับ ไชยณรงค์ แต้มพงษ์มีผลงานกำกับมานับไม่ถ้วน เช่น MV เพลง いますぐ あいたい เวอร์ชันภาษาญี่ปุ่นของเพลง แอบชอบ ของละอองฟอง ละคร Love Books Love Series เรื่อง Secret & Summer เผลอใจให้รักเธอ หรือแม้กระทั่งภาพยนตร์อย่างเลิฟ จุลินทรีย์ รักมันใหญ่มาก

ไชยณรงค์ แต้มพงษ์ได้ร่วมงานกับละอองฟองมาแล้วหลายครั้ง และมือเบสของละอองฟองก็ไม่ใช่ใครที่ไหน ครูเอ๊ะของสาว ๆ BNK48 นั่นเอง

5. MV มีสปอนเซอร์!

จังหวะแรกที่เราดู MV เราก็สงสัยว่าทำไมจู่ ๆ โมบายล์ถึงได้หยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาถ่ายเซลฟี่แบบไม่มีปี่มีขลุ่ย พอดูต่อไปก็ถึงบางอ้อ MV นี้ได้ Huawei nova 2i เป็นผู้สนับสนุนนั่นเอง ก่อนหน้านี้ Huawei nova 2i ได้เลือกใช้มิว นิษฐา นักแสดงสาวชื่อดังมาเป็นพรีเซ็นเตอร์ และมี Sweat16! ไอดอลกรุ๊ปจาก LOVEiS และ Yoshimoto มาสร้างสีสันในงานเปิดตัวด้วย งานนี้เรียกหัวเว่ยเจาะกลุ่มแฟน ๆ ของสาว ๆ หลายภาคส่วนจริง ๆ สำหรับแฟน ๆ BNK48 ที่จู่ ๆ ก็เกิดอยากเปลี่ยนมาใช้ Huawei nova 2i หลังจากดู MV จบ ก็ขอเชิญเข้าไปอ่านรีวิวประกอบการตัดสินใจได้ที่นี่เลยครับ

แอบเห็นที่มุมจอซ้ายบนตอนโทรศัพท์อยู่ในมือของเฌอปราง เห็นว่าผู้ให้บริการเครือข่ายเจ้านี้ยอมฉีกกฎเดิมของตัวเองและเลือกอั้ม พัชราภาเป็นพรีเซ็นเตอร์แล้ว ยังไงสนใจจะเรียกใช้บริการสาว ๆ BNK48 บ้างไหมครับ ^_^

_:__ นี่ใครอะ น่ารักจุง!

แน่นอนว่าไม่ใช่เรื่องแปลกที่แฟน ๆ ที่ติดตาม BNK48 มาสักพักแล้วจะจำชื่อและหน้าตาของเม็มเบอร์ได้ ถ้าตามมานานก็อาจจะจำได้แม้กระทั่งหน้าผากหรือหางคิ้ว แต่สำหรับท่านที่เพิ่งติดตาม BNK48 อาจจะยังไม่รู้จักหรือจำชื่อเม็มเบอร์ไม่ได้ อย่ากระนั้นเลย เราได้เตรียมวาร์ปของเม็มเบอร์แต่ละคนมาให้ท่านแล้ว ไล่เรียงไปตามช็อตใน MV เผื่อท่านได้ชมแล้วเกิดหลงเสน่ห์เม็มเบอร์คนไหนขึ้นมา (หรือที่ศัพท์เทคนิคเรียกว่า “โดนตก”) ท่านจะได้ไปติดตามต่อได้โดยสะดวกครับ

0:25 แก้ว

1:23 โมบายล์

1:39 อร

1:55 น้ำหนึ่ง

1:59 เฌอปราง

2:28 เนย

2:33 ปูเป้

2:41 ตาหวาน

2:49 ไข่มุก

2:50 ปัญ

3:07 อิซึรินะ

3:14 มิโอริ

3:16 มิวสิค

3:32 เจนนิษฐ์

3:33 ซัทจัง

4:06 แจน

เป็นยังไงบ้างครับ ถูกใจกันมากน้อยแค่ไหนกับ MV แรกของ BNK48 ถ้าคิดว่า BNK48 น่าสนใจ ยังไงก็ขอเชิญมาติดตามกันนะครับ ส่วนสำหรับแฟน ๆ ที่ได้ไปร่วมถ่ายทำ MV ที่สวนสยาม ผมก็อยากจะบอกครับว่า ขอให้พวกเราช่วยกันนั่งดู MV วนไปครับ พวกเราจะต้องเป็นผู้แสดงใน MV ร้อยล้านวิวให้ได้! 55+

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!