Connect with us

บทความเทคโนโลยี

NVIDIA กับทิศทางในอนาคต และตลาดการ์ดจอในปี 2019 นี้

สวัสดีท่านผู้อ่านทุกคนครับ ในปี 2019 นี้ อาจจะเป็นปีที่เราจะได้เห็นการพัฒนาไปอีกขั้นของ Computer Graphics ที่จะมาพร้อมกับ Hardware ใหม่ๆ โดยมันจะทำให้เกมเมอร์ให้รับประสบการณ์การเล่นเกมที่ดีขึ้น สมจริงยิ่งขึ้น ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า Graphics นั้นมันสำคัญต่อ Video Game มากแค่ไหน

Nvidia เองก็ได้พยายามนำเสนอเทคโนโลยีใหม่ๆ มาตลอดหลายปีไม่ว่าจะเป็น PhysX, NVIDIA GameWorks ทั้งหลาย, TXAA และ FXAA, และแน่นอนล่าสุดกับเทคโนโลยี Ray Tracing ที่นำเอาความสามารถของ DXR (DirectX Raytracing) ที่มีอยู่แล้วใน DirectX 12 โดยเจ้า Ray Tracing นี้ต้องยอมรับเลยว่ามันคือเทคโนโลยีใหม่ที่ทำให้เราเห็นได้อย่างชัดเจนเลยว่า Computer Graphics นั้นมันสามารถไปได้ไกลกว่านี้อีกเยอะมากๆ

ในช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา ทาง Beartai เองได้รับเชิญจาก Nvidia ไปเข้าร่วมงานสัมมนา โดยมีการพูดถึงเทคโนโลยีใหม่ของ Nvidia เองนั้นก็การ์ดจอสถาปัตยกรรม TURING ที่ถูกใช้กับ Geforce RTX Series รวมไปถึง Notebook รุ่นใหม่ๆ ที่จะมาพร้อมกับการ์ดจอของ Nvidia ที่ใช้ Geforce GTX 1660 และ GTX 1650 ก็ทำให้ผมพอจะรู้ได้ถึงอนาคตและทิศทางของ Nvidia ในปี 2019 นี้ครับ


มุ่งมั่นที่จะนำเสนอ Ray Tracing อย่างต่อเนื่อง


Nvidia มองเห็นถึงเทคโนโลยีนี้ ตั้งแต่มีการเปิดตัว DirectX 12 ขึ้นมาแล้ว แต่กลับไม่มีใครนำเอามาใช้ พวกเขาจึงได้เปิดตัวการ์ดจอซีรี่ส์ใหม่ Turing ที่มาพร้อมกับ RT Core โดยมันจะทำหน้าที่ประมวลผล Ray Tracing โดยเฉพาะ ทำให้การ์ดจอซีรี่ส์ RTX นั้น สามารถทำหน้าที่ประมวลผล Ray Tracing ออกมาได้เป็นอย่างดีมากกว่าการ์ดจอตัวอื่นๆในโลก

คำถามที่ตามมาก็คือ “แล้ว Ray Tracing นั้นมันสำคัญต่อวงการเกมมากแค่ไหน ??” คำตอบก็คือ ไม่ ครับ แน่นอนว่าหัวใจหลักของเกม มันมีหลายองค์ประกอบ ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง Gameplay, Graphics, Sound หรือการ Optimize ที่จะทำให้เกมนั้นๆเป็นเกมที่ดี แต่อย่างไรก็ตาม Nvidia ต้องการที่จะผลักดันเจ้า Ray Tracing นี้มากๆ จนอาจจะไม่ได้คิดถึงความจำเป็นของมันมากสักเท่าไร และผลที่ตามมาก็คือกระแสตอบรับที่ไม่ดีนัก

ก่อนหน้าที่ Geforce RTX จะวางขาย มีกระแสตอบรับทั้งดีและไม่ดีอยู่มาก โดยประเด็นที่คนพูดถึงกันมากที่สุดก็คือเรื่องราคาที่สูงขึ้นมาก ทั้งๆที่ประสิทธิภาพของตัวการ์ดเองก็ไม่ได้สูงไปกว่าการ์ดรุ่นเก่าอย่าง ซีรี่ส์ 1000 สักเท่าไรนัก แต่แลกมาด้วยการที่ RTX จะรองรับ Ray Tracing ด้วยการใส่ RT Core เข้าไป อีกทั้งยังใส่ Tensor Core ที่เป็นตัวเร่งการประมวลผล Machine Learning (ML) สำหรับใช้ในงานประมวลผล AI เข้าไปอีก แน่นอนว่ามีคำถามเข้ามามากมายว่า “แล้วไอ่เจ้า AI มันมาเกี่ยวอะไรกับกราฟิกในเกมกัน”

Nvidia ได้ตอบคำถามนี้ โดยการเปิดตัว DLSS (Deep Learning Super-Sampling) โดยเทคโนโลยีนี้มันคือการใช้ Tensor Core เข้ามาช่วยปรับแต่งภาพให้มีความสวยงามมากยิ่งขึ้นโดยการใช้เจ้า AI มาประมวลผลนั้นเองครับ หรือจะเข้าใจกันง่ายๆ มันก็คือเทคโนโลยีการลบรอยหยักของภาพแบบใหม่ ที่อาจจะมาแทน TAA ของ Nvidia ในอนาคตนั้นเอง ผลจากการทดสอบแสดงให้เห็นว่าเจ้า DLSS นั้นสามารถช่วยให้ Frame Rate ในเกมนั้นสูงขึ้นมากถึง 50% เลยทีเดียว โดยภาพในเกมนั้นก็ยังคงสวยงามเหมือนเดิม

แต่นั้นจะใช่สิ่งที่เกมเมอร์หรือแฟนๆของ Nvidia ต้องการจริงๆหรือ ??

เมื่อไม่นานมานี้ Nvidia ได้ออก Driver การ์ดจอตัวใหม่มาสำหรับผู้ที่ใช้การ์ดซีรี่ส์ 1000 ให้สามารถเปิดใช้งาน DXR หรือเปิด Ray Tracing ในเกมที่รองรับได้ โดยไมจำเป็นต้องใช้การ์ดซีรี่ส์ RTX แน่นอนว่างานนี้ผมไม่จำเป็นต้องไปหาผลเทสจากที่ไหน แต่ทำการทดสอบด้วยตัวเองกับเกม Battlefield V โดยใช้เจ้า GTX 1070Ti ของผมปรับกราฟิกในเกมไปที่ Ultra ให้หมด พร้อมกับปรับ DXR Ray Tracing ไว้ที่ Ultra เช่นกัน และผลที่ออกมา ทำเอาผมตกใจเลยล่ะครับ

Battlefield V Ultra Settings + DXR Ultra (GTX 1070Ti)

ผมสามารถเล่น Battlefield V โดยปรับกราฟิกสูงสุด พร้อมกับเปิด Ray Tracing On ไว้ในระดับ Ultra โดยได้ Frame Rate 40-50 ต่อวินาที หลังจากนั้นผมจึงลองไปปรับ DXR ลงมาเป็นระดับ High, Medium, Low และลองเล่นดูก็พบว่า Frame Rate มันไม่ได้ต่างไปจากเดิมสักเท่าไรเลยครับ รวมไปถึงภาพที่ออกมาก็แทบจะไม่แตกต่างอะไรเลย หลังจากนั้นผมจึงลองย้ายไปเล่นแผนที่อื่นๆ ก็สามารถเล่นได้ปกติที่ 40-50 FPS แต่ถ้าเจอฉากที่มีการสะท้อนเยอะๆ หรือฉากระเบิดตูมตาม Frame Rate จะตกมาเหลือ 30-40 ทันที แต่เพียงเท่านี้ผมก็พอใจแล้วที่เจ้า GTX 1070Ti ของผมสามารถทำได้ถึงขนาดนี้

GTX 1080ti VS GTX 2080ti (DXR Ultra)

หลังจากนั้นผมกลับนึกถึงบทความที่ผมเคยเขียนไปเกี่ยวกับเรื่องที่ว่า Geforce RTX มันเหมาะสมกับราคาค่าตัวมันไหม ในบทความนั้นผมก็ได้หยิบเจ้า Battlefield V พร้อมกับ RTX 2080Ti มาเปรียบเทียบให้ดูแบบ RTX on/Off ก็พบว่ามันได้ Frame Rate อยู่ที่ 40-60 ขณะเปิด DXR Ultra แต่ถ้าเป็นฉากที่ไม่มีเอฟเฟคอะไรมาก FPS ก็จะพุ่งไปถึง 60-70 เลยทีเดียว

นอกจากนั้นยังไม่พอ DSLL เองก็จะมาช่วยทำให้ FPS ในเกมสูงขึ้นไปอีก 40-50% โดยขณะที่ภาพยังสวยเหมือนเดิมโดยใช้ Tensor Core และการทำงานของ AI ที่จะมาช่วยเต็มเม็ดพิกเซลเข้าไปให้ คล้ายๆกับการทำงานของ TAA และ FXAA ครับ ซึ่งเจ้า DSLL นี้ไม่สามารถเปิดใช้งานกับการ์ดซีรี่ส์ 1000 ได้ ถึงแม้ว่าจะเปิดใช้งาน DXR ได้ก็ตาม เพราะมันเป็นเทคโนโลยี Exclusive สำหรับการ์ด RTX ที่มี Tensor Core ประมวลผลนั้นเองครับ

“It’s Just Work” – Jensen Huang CEO of Nvidia

หากเรามองในแง่ของการพัฒนา Geforce RTX และ Ray Tracing รวมไปถึง DSLL คืออีกหนึ่งก้าวของวงการ Graphics Card และ Computer Graphics อย่างแน่นอน แต่ในขณะเดียวกันตัวการ์ดเองก็มีราคาสูงมาก เหล่าเกมเมอร์ต้องยอมจ่ายเพื่อภาพสะท้อน ถึงแม้ว่าจะมี DSLL เข้ามา แต่เราก็ต้องกลับมาตั้งคำถามกับตัวเองว่า “Ray Tracing มันจำเป็นขนาดนั้นเลยหรือ”

มีใครยังจำ PhysX กันได้บ้าง

สำหรับตัวผมแล้ว Ray Tracing เป็นเหมือน Luxury Item ที่ยังคงใหม่อยู่มาก เรายังไม่มีทางรู้ได้เลยว่าเทคโนโลยีนี้จะถูกทิ้งไว้กลางทางหรือไม่ หากเรายังจำกันได้ Nvidia PhysX เองก็เคยทำให้เราทึ่งกันมาแล้ว สมัยนั้นการ์ดจอที่จะเปิดใช้งานมันได้ก็ต้องเป็นการ์ด Nvidia ระดับสูง ไม่ต่างอะไรกับ RTX ในตอนนี้เลย ก่อนที่มันจะค่อยๆ หายไป แถมการ์ดจอยุคหลังๆ ก็สามารถใช้ PhysX ได้สบายๆ

แต่เราก็ต้องเข้าใจว่าหลักการทำงานของ PhysX และ Ray Tracing นั้น หลักการทำงานมันไม่เหมือนกันเลย แถมยังมีจุดมุ่งหมายในการใช้งานที่ต่างกัน แสดงผลออกมาต่างกัน ส่วนตัวผมแล้ว ผมชอบเทคโนโลยี Ray Tracing นี้มากๆ แต่มันยังคงเร็วเกินไปสำหรับตอนนี้ครับ


ตลาด Gaming Notebook ยังคงเติบโต


ตลาด Gaming Notebook นั้นเป็นสิ่งที่มองข้ามไม่ได้เลยครับ หลายปีที่ผ่านมาเราได้เห็นการเติบโตขึ้นเยอะมากๆ จากการมาของ GTX 1000 Series ที่ทำให้ Notebook ยุคใหม่สามารถรองรับการ์ดจอที่มีประสิทธิภาพพอๆ กับการ์ดจอของ PC ได้สบายๆ ยกตัวอย่างเช่น GTX 1060 ของ PC แรงเท่าไหน GTX 1060 ของ Notebook ก็แรงพอๆ กัน ไม่มีการตัดรุ่น M หรือ MX อะไรอีกต่อไป เรียกได้ว่า Nvidia นั้นแทบจะครองตลาด Gaming Notebook ไปแล้วครับ

สำหรับการ์ดสถาปัตยกรรม Turing ที่มาอยู่ใน Gaming Notebook นั้นก็มีอยู่หลายรุ่นเลยเช่นกัน ไล่จากรุ่น Top สุดอย่าง RTX 2080 ที่ประสิทธิภาพไม่ต่างอะไรกับของ PC มากสักเท่าไร แถม Nvidia ยังได้เปิดตัวการ์ด GTX 1660 และ 1650 การ์ดจอรุ่นใหม่ที่ใช้ Turing แต่ตัด RT Core, Tensor Core ออกไป ผลที่ออกมาคือการ์ดจอสถาปัตยกรรมใหม่ ที่แรงกว่าเดิมและมีราคาที่ถูกลงมากนั้นเองครับ

GTX 1660 และ GTX 1650 เองนั้นก็ยังมีรุ่นสำหรับ PC Desktop เช่นกัน โดยต้องบอกเลยว่าเจ้า GTX 1660 นั้นมีราคาค่าตัวที่น่าคบหา และมีความแรงสูงมากในระดับที่ฟัดกับ GTX 1070 ได้สบายๆ แต่ถ้าหากเป็นเจ้าตัว 1660Ti แล้วล่ะก็ สามารถแรงเทียบเท่า GTX 1080 เลยทีเดียวครับ และอย่าลืมว่าการ์ดซีรี่ส์นี้มีราคาค่าตัวไม่ถึง 10,000 บาทเลยด้วย งานนี้ถือว่าเป็นสิ่งที่ชาวเกมเมอร์กระเป๋าเบาอย่างผมถูกใจเป็นอย่างมาก

แน่นอนว่าสำหรับตัว Gaming Notebook เองที่มาพร้อมกับการ์ดจอใหม่ๆ นี้ก็จะมีราคาที่ถูกลงไปด้วยเช่นกัน ยกตัวอย่างเช่น Asus TUF Gaming Series ตัวใหม่ล่าสุดอย่าง FX505DT ที่มาพร้อมกับ CPU Ryzen 7 3750H และ GTX 1650 พ่วงด้วยหน้าจอแบบ 120hz โดยมีราคาค่าตัวอยู่ที่ 26,600 บาท และในอนาคตเราก็จะได้เห็น Gaming Notebook รุ่นใหม่ๆจากหลายๆค่ายที่พยายามทำออกมาเพื่อแข่งขันกันในด้านราคาอย่างแน่นอน


เปิดกว้างให้กับผู้ใช้งานทุกคน


เราอาจจะเคยได้ยินมาแล้วเกี่ยวกับเรื่องที่ Nvidia จะเปิดให้ผู้ใช้งานหน้าจอ Monitor Free-Sync สามารถใช้งาน Nvidia G-Sync ได้สำหรับหน้าจอที่รองรับ นับว่าเป็นข่าวดีสำหรับคนที่ใช้หน้าจอ FreeSync และใช้การ์ด Nvidia อยู่ จะได้มาใช้ G Sync กับเขาบ้างสักที แต่จริงๆแล้วก็ยังมีหลายคนเข้าใจอยู่ว่าหน้าจอ Free Sync ใช้กับ Nvidia ไม่ได้ ซึ่งมันไม่ได้เป็นความจริงเลย การ์ด Nvidia สามารถใช้หน้าจอ FreeSync ได้ปกติ และจะมี Hz หน้าจออยู่ที่ 75 นั้นเองครับ

นอกจากนั้นยังไม่พอล่าสุด Nvidia ได้ออก Driver ตัวใหม่ที่ชื่อว่า Nvidia Creative Driver มาสำหรับการทำงานโดยเฉพาะ โดยจะรองรับการ์ดทุกรุ่นตั้งแต่ซีรี่ส์ 1000 เป็นต้นมา ทำให้ผู้ใช้สามารถใช้งานโปรแกรมสำหรับการออกแบบหรือสร้างคอนเทนต์ต่างๆ ได้มีประสิทธิภาพที่ดีมากยิ่งขึ้น รวมไปถึงพวก Engine Game ต่างๆเช่น Unreal Engine, Unity ที่ทาง Nvidia นั้นได้ทำงานกับพวกเขาอย่างใกล้ชิด เพื่อที่จะมอบประสบการณ์การใช้งานที่ดีที่สุดสำหรับทุกๆคนครับ

ในอนาคตนั้น เราไม่สามารถรู้ได้เลยว่า Nvidia จะมีอะไรโผล่มาให้เราตกใจกันอีกหรือไม่ อย่างไรก็ตามถ้าหากมีความคืบหน้าเพิ่มเติม ทางเรา Beartai จะรีบมา Update กันอย่างแน่นอนครับ

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!