(Advertorial)

แต่ละปี Huawei จะเปิดตัวสมาร์ตโฟนออกมา 2 รุ่นนะครับ คือ Huawei P Series ที่เน้นการพัฒนากล้องในช่วงต้นปี และ Huawei Mate Series ที่เน้นพัฒนาประสิทธิภาพเครื่องในช่วงปลายปี และช่วงกลางเดือนกันยายนที่ผ่านมานี้ Huawei Mate 30 Series ก็เปิดตัวออกมาเรียบร้อย ซึ่งสมาร์ตโฟนรุ่นนี้มีการพัฒนาหลายอย่างที่น่าสนใจ และนี่คือจุดเด่นของ Huawei Mate 30 Pro ที่เราคิดว่าน่าสนใจครับ

Play video

ชิป Kirin 990 ประสิทธิภาพสูงสุดของหัวเว่ยตอนนี้

ทุกๆ ปี สมาร์ตโฟนตระกูล Mate จะทำหน้าที่เป็นหลักไมล์สำคัญของบริษัทในการใช้ชิปเซ็ตตัวท็อปรุ่นล่าสุด ซึ่งใน Huawei Mate 30 Pro เองก็เช่นกัน ในปีนี้ก็ใช้ชิป Kirin 990 ตัวสูงสุดตัวล่าสุดของบริษัท

จุดเด่นของ Kirin 990 คือเป็นชิปตัวแรกของโลกที่สามารถรวมโมเด็ม 5G (Balong 5000) เข้าไปในชิปตัวเดียวกันได้ (ใน Kirin 990 5G ส่วนรุ่นรองคือ Kirin 990 4G ยังเป็นโมเด็ม 4G อยู่) ทำให้ไม่ต้องมีชิปโมเด็มติดตั้งไว้ภายนอกอีก

Kirin 990 5G

Kirin 990 5G ปรับปรุงประสิทธิภาพด้วยการเร่งความเร็วแกนทั้งหมดให้เร็วขึ้นกว่า Kirin 980 เดิม โดยภายในมี 8 แกนประกอบไปด้วย

  • แกนประสิทธิภาพสูง Cortex-A76 ทำงานที่ความเร็ว 2.86 GHz จำนวน 2 แกน
  • แกนประสิทธิภาพปานกลาง Cortex-A76 ทำงานที่ความเร็ว 2.36 GHz อีก 2 แกน
  • แกนประหยัดพลังงาน Cortex-A55 อีก 4 แกนที่ทำงานที่ 1.95 GHz
  • ใช้เทคโนโลยี ARM DynamIQ ที่ปรับปรุงจาก big.LITTLE เพื่อสวิทซ์การทำงานระหว่างแกนให้ประหยัดพลังงานยิ่งขึ้น

Kirin 990 มีทรานซิสเตอร์ทั้งหมด 10,300 ล้านตัว ซึ่งเพิ่มจาก Kirin 980 ที่มีแค่ 6,900 ล้านตัว จากการใช้กระบวนการผลิตระดับ 7 nm+ FinFET เป็นรุ่นแรก ทำให้ Kirin 990 มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น 18% และใช้พลังงานได้มีประสิทธิผลเพิ่มขึ้น 21% เมื่อเทียบกับ Kirin 980

ในส่วนของ GPU ก็ใช้เป็น Mali-G76 MP16 ซึ่งปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพเพิ่มจาก Kirin 980 เดิมอีก 39% ในขณะที่ใช้พลังงานได้มีประสิทธิผลมากขึ้นอีก 23% นอกจากนี้ Kirin 990 ยังมีหน่วยประมวลผลปัญญาประดิษฐ์ (NPU) ที่ชื่อว่า Da Vinci เพื่อเร่งการทำงานด้านปัญญาประดิษฐ์ให้เร็วขึ้นกว่าเดิมอีก

ภายใน Kirin 990

สรุปแล้ว Kirin 990 คือชิปที่ทั้งประหยัดพลังงานมากกว่าเดิม และทำงานได้เร็วขึ้นกว่าเดิม ซึ่งจะทำให้ Huawei Mate 30 Pro มีแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ยาวนาน และให้ประสิทธิภาพที่ดีที่สุดจาก Huawei ครับ (แถมมีระบบระบายความร้อนแบบพิเศษที่ใช้ฟิล์มกราฟีนด้วย ทำให้เครื่องความเร็วไม่ตก)

Huawei Mate 30 Pro มาพร้อมดีไซน์เครื่องแบบใหม่

HUAWEI Mate 30 Pro_Halo

หัวเว่ยเป็นบริษัทที่พยายามพัฒนาดีไซน์เครื่องให้แตกต่างในทุกรุ่นที่ออกมานะครับ ซึ่งใน Huawei Mate 30 Pro ก็มีทั้งฝาหลังแบบใหม่ และหน้าจอที่ออกแบบใหม่ด้วย

ดีไซน์ฝาหลังของ Mate 30 Pro นั้นเรียกว่า Halo ring design ครับ ที่มีกล้อง 4 ตัววางเรียงอยู่ในวงกลมสะท้อนแสงแปลกตา พร้อมกับไฟแฟลชแบบยาว ให้ภาพลักษณ์เป็นกล้องดิจิทัลมากขึ้น แถมฝาด้านหลังยังเคลียร์มากขึ้น มีตัวอักษรน้อยลงกว่ารุ่นก่อน ก็ถือเป็นดีไซน์สมาร์ตโฟนที่สะดุดตาที่สุดรุ่นหนึ่งในตอนนี้ โดยมีให้เลือกหลายสีคือ สีดำ, สีม่วง Cosmic Purple, และเขียว Emerald Green นอกจากนี้ยังมีอีก 2 สีพิเศษคือสีส้ม และสีเขียว Forest Green ที่ฝาหลังเป็นหนังด้วย ซึ่งก็ต้องลุ้นอีกทีเมื่อ Mate 30 Pro วางขายในไทย จะมีสีไหนให้เลือกบ้าง

สีสันของ Huawei Mate 30 Pro

ส่วนด้านหน้าจอ AMOLED ขนาด 6.53 นิ้ว ความละเอียด Full HD+ นั้นมีดีไซน์แบบ Horizon Display คือขอบข้างทั้งซ้ายและขวาจะมีขอบโค้งลงไป 88 องศา ซึ่งหัวเว่ยออกแบบการทำงานของ Mate 30 Pro ให้สอดคล้องกับหน้าจอที่โค้งไปขนาดนี้ด้วย คือผู้ใช้สามารถแตะ 2 ครั้งแล้วรูดข้างจอจะด้านซ้ายหรือด้านขวาก็ได้เพื่อปรับระดับเสียงได้ หรือการเล่นเกมก็สามารถใช้นิ้วชี้แตะด้านบนของจอเพื่อแทนปุ่มควบคุม L,R เหมือนเครื่องคอนโซลในเกมที่รองรับด้วย

นอกจากนี้หน้าจอของ Mate 30 Pro ก็ยังมีระบบสแกนนิ้วซ่อนอยู่ ซึ่งพัฒนาให้สแกนได้รวดเร็ว ส่วนรอยบากด้านบนก็เป็นที่อยู่ของกล้องหน้าและเซนเซอร์สแกนแบบ 3 มิติ ซึ่งตรวจสอบความลึกของใบหน้าและวัตถุที่อยู่ตรงหน้ากล้องได้ ทำให้การปลดล็อกเครื่องด้วยใบหน้าแบบ 3 มิติทำได้ปลอดภัยขึ้นด้วย

Huawei Mate 30 Pro ควบคุมเกมที่ขอบ

Huawei Mate 30 Pro ควบคุมเกมที่ขอบ

โดยรวมแล้วการดีไซน์เครื่องทั้งในด้านหน้าจอที่ปูเต็มจนไปสุดขอบมากขึ้น และฝาหลังดีไซน์ใหม่ ก็ทำให้ภาพลักษณ์ของสมาร์ตโฟนตัวนี้ดูพรีเมียม และแตกต่างจากสมาร์ตโฟนรุ่นอื่นๆ ในท้องตลาด

ระบบกล้องใหม่ของ Huawei Mate 30 Pro

HUAWEI Mate 30 Pro_SuperSensing Cine Camera Exploded-Views

Huawei Mate 30 Pro นั้นมาพร้อมกล้องหลัง 4 ตัว ซึ่งเรียกกล้องชุดนี้ว่า SuperSensing Cine Camera ซึ่งจากชื่อก็บอกได้ว่าหัวเว่ยเน้นการถ่ายวิดีโอในกล้องชุดนี้มากขึ้น โดยเลนส์ทั้ง 4 ประกอบไปด้วย

  • กล้องหลัก SuperSensing Camera เซนเซอร์ RYYB ความละเอียด 40 ล้านพิกเซล ความยาวโฟกัสเทียบเท่า 27 mm รูรับแสงขนาด f/1.6 พร้อม OIS
  • กล้องมุมกว้างพิเศษ Cine Camera ความละเอียด 40 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.8 ความยาวโฟกัสเทียบเท่า 18 mm
  • กล้องซูม 3X ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล f/2.4 ความยาวโฟกัสเทียบกับ 80 mm พร้อม OIS
  • เซนเซอร์ 3D (3D Depth Sensing) เพื่อวัดระยะฉากหลัง

ตัวกล้องหลัก SuperSensing Camera ที่ใช้เซนเซอร์แบบใหม่คือ RYYB นั้นเราได้เห็นความสามารถของมันจาก Huawei P30 Pro กันมาแล้วนะครับที่โหมด Auto ก็ยังถ่ายภาพกลางคืนได้สว่างไสวด้วย ISO สูงถึง 409,600 สูงกว่ากล้องแบบ Mirrorless ทั่วไปอีก ซึ่งกล้องตัวนี้ก็ได้รับการติดตั้งใน Mate 30 Pro ด้วย แต่กล้องตัวใหม่จริงๆ สำหรับสมาร์ตโฟนรุ่นนี้คือกล้องมุมกว้างพิเศษที่หัวเว่ยตั้งชื่อว่า Cine Camera ซึ่งก็เป็นครั้งแรกที่กล้องทางยาวโฟกัสเทียบเท่า 18 mm ในมือถือจะมีความละเอียดถึง 40 ล้านพิกเซล

เมื่อกล้องมุมกว้างมากตัวนี้ตัวชื่อว่า Cine Camera ก็ต้องมีความสามารถด้านการถ่ายวิดีโอมากหน่อย เริ่มตั้งแต่สามารถใช้ความไวแสงสูงสุดสำหรับวิดีโอได้ถึง ISO 51200 พร้อมรูรับแสง f/1.8 ก็ทำให้การถ่ายวิดีโอในที่แสงน้อยนั้นก็ยังเก็บรายละเอียด นอกจากนี้ยังสามารถถ่าย Slow Motion ได้สูงสุดถึง 7680 fps หรือภาพช้าลง 256 เท่าจากที่เราเห็นด้วยสายตาปกติ ส่วนความสามารถในการใช้กล้องวัดระยะเพื่อเบลอฉากหลังในวิดีโอด้วย AI ก็ปรับปรุงให้ดูเนียนตามากขึ้นด้วย

แต่จุดที่จะด้อยกว่า P30 Pro หน่อยคือเลนส์ซูมครับ ที่ Mate 30 Pro ให้เป็นเลนส์มาตรฐานซูม 3 เท่ามา ไม่ได้อัดเลนส์ Periscope 5 เท่ามาให้เหมือนรุ่นก่อน แต่ก็ยังสามารถซูมแบบ Hybrid ได้เป็น 5 เท่า และซูมดิจิตอลได้สูงสุด 30 เท่า ซึ่งก็น่าจะเพียงพอสำหรับการใช้งานทั่วไปนะครับ

กล้องหน้าของ Huawei Mate 30 Pro

ส่วนกล้องหน้านั้นมีความละเอียด 32 ล้านพิกเซล f/2.0 ซึ่งเป็นสเปกเดียวกับ P30 Pro แต่ด้วยความที่เป็นสมาร์ตโฟนตระกูล Mate รุ่น Pro จึงทำให้มีเซนเซอร์วัดความลึกที่กล้องหน้าด้วย ซึ่งทำให้การถ่าย Selfie ภาพบุคคลแล้วเบลอหลังทำได้เนียนตามากขึ้นด้วย นอกจากนี้ยังมาพร้อม Gesture Sensor ทำให้สามารถตรวจจับการสั่งงานด้านหน้าโดยที่ไม่ต้องสัมผัสเครื่องได้อีกด้วย

ระบบกล้อง SuperSensing Cine Camera 4 เลนส์ด้านหลัง และกล้องหน้าพร้อมเซนเซอร์วัดระยะ พร้อมซอฟต์แวร์ประมวลผลภาพที่ Huawei พัฒนาร่วมกับ Leica รวมกันแล้วก็กลายเป็นสมาร์ตโฟนที่ DxOmark ยกตำแหน่งถ่ายภาพดีที่สุดในโลกตอนนี้ด้วย 121 คะแนนครับ

ระบบพลังงานที่แข็งแกร่งของ Huawei Mate 30 Pro

HUAWEI Mate 30 Pro_Wireless HUAWEI SuperCharge

หัวเว่ยนั้นสร้างชื่อมานานหลายปีในแง่ของการเป็นมือถือที่แบตเตอรี่ใช้งานได้ทนทานเกินวัน ซึ่งสมาร์ตโฟนรุ่นท็อปของหัวเว่ยนั้นเริ่มใส่แบตเตอรี่ระดับ 4000 mAh มาในช่วงปีก่อนๆ แต่ใน Mate 30 Pro ก็ได้รับการปรับปรุงขึ้นไปอีกระดับด้วยการใช้แบตเตอรี่ความจุ 4500 mAh ซึ่งถือว่าเป็นแบตเตอรี่ที่จุมาก และเมื่อรวมกับชิป Kirin 990 ที่ประหยัดไฟมากขึ้นกว่าเดิม และ EMUI 10 ที่ปรับจูนมาเพื่อฮาร์ดแวร์ของหัวเว่ยโดยเฉพาะ ก็ยิ่งทำให้ใช้งานได้นานกว่าเดิม

เมื่อแบตเตอรี่มีความจุมากแล้ว ระบบชาร์จไฟก็ต้องทำได้ดีกว่าเดิม คือสามารถชาร์จผ่านสายด้วย Huawei SuperCharge ด้วยกำลัง 40 W และที่พัฒนาขึ้นคือสามารถชาร์จไร้สายด้วย Wireless HUAWEI SuperCharge ที่ให้กำลังไฟถึง 27 W ซึ่งมากกว่าเดิมที่ชาร์จได้เร็วแค่ 15 W แถมระบบ Wireless Reverse Charge ก็ปรับปรุงให้ชาร์จอุปกรณ์อื่นได้เร็วขึ้น 3 เท่าจากเดิมด้วย

EMUI 10 ระบบปฏิบัติการคู่บุญของหัวเว่ย

Play video

EMUI 10 นั้นเป็นการระบบปฏิบัติการที่หัวเว่ยพัฒนาต่อยอดมาจาก Android 10 นะครับ เมื่อหัวเว่ยทำฮาร์ดแวร์ ทำชิปต่างๆ เอง เจ้า EMUI นี้แหละที่เป็นตัวจูนให้เรียกใช้ความสามารถสูงสุดของฮาร์ดแวร์ออกมาได้ ซึ่งจุดเด่นของ EMUI คือเป็นระบบที่มีลูกเล่นเยอะมาก และใช้งานได้จริงมาเสมอ ความสามารถเด็ดๆ เช่นการต่อ WiFi แล้วกระจายสัญญาณออกเป็น WiFi หรือการต่อจอภายนอกแบบไร้สาย แล้วใช้ในโหมดที่เหมือนคอมพิวเตอร์ เจ้า EMUI ก็ทำได้ครับ

และใน EMUI 10 ก็ได้รับการปรับปรุงความสามารถขึ้นไปอีก ตั้งแต่โหมดใหม่ที่สามารถส่งภาพจากมือถือมาขึ้นเป็นหน้าต่างหนึ่งในคอมพิวเตอร์ แล้วสามารถควบคุมมือถือจากคอมพิวเตอร์ได้เลย ซึ่งทำให้การทำงานง่ายขึ้นไปอีก รวมถึงรูปแบบการเคลื่อนไหวของระบบที่เป็นธรรมชาติมากขึ้นพร้อมการจัดหน้าแอปแบบใหม่เหมือนแมกกาซีน ทำให้แอปของระบบนั้นดูดีขึ้น และแน่นอนที่กำลังเป็นเทรนด์ตอนนี้คือมี Dark Mode ที่ใช้งานเต็มประสิทธิภาพมากขึ้น

ทั้งหมดนี้ทำให้ Huawei Mate 30 Pro เป็นสมาร์ตโฟนที่น่าสนใจ

แม้ว่าตอนนี้ Mate 30 Pro จะยังไม่ได้วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในไทย แต่ก็เริ่มมีการลงทะเบียนเพื่อแสดงความสนใจแล้ว เมื่อทุกอย่างพร้อม สมาร์ตโฟนรุ่นนี้ก็น่าจะวางจำหน่ายในไทยอย่างแน่นอนครับ

 

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส