ย้อนประวัติ Windows รุ่นไหนรุ่ง-ร่วง!

ตอนนี้ Windows มีอายุถึง 36 ปีแล้วนะครับ ในชีวิตการใช้คอมพิวเตอร์ของเราผ่านวินโดวส์มามากมายหลายรุ่น แล้วเราจำกันได้ไหมว่าแต่ละเวอร์ชันมีจุดเด่น หรือจุดแย่จนเราต้องจดจำอะไรบ้าง วันนี้แบไต๋สรุปมาให้ดูกันครับ

Windows 1.0 – 1985 “ร่วง”

“จุดเริ่มต้น”

เวอร์ชันแรกที่เริ่มการทำงานแบบหน้าต่าง เกิดมาเพื่อสู้กับ Macintosh ของแอปเปิ้ล แต่ยังสู้ไม่ได้

Windows 3.0 – 1990 “รุ่ง”

“เริ่มสู้ Macintosh ได้”

ปรับปรุงรูปแบบการทำงานและหน้าตาจนถือว่าเป็นวินโดวส์ตัวแรกที่ประสบความสำเร็จทั้งเสียงวิจารณ์และยอดขาย เริ่มทำให้ PC แข่งขันกับ Macintosh ได้

Windows 95 – 1995 “รุ่ง”

“จุดเริ่มต้นของปุ่ม Start”

วินโดวส์ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง ถือเป็นจุดเปลี่ยนของ PC ที่เปิดเครื่องมาแล้วพร้อมใช้งานแบบกราฟิกโดยไม่ต้องผ่านหน้าป้อนคำสั่งของ DOS ก่อน ซึ่งหน้าตาเอกลักษณ์ของวินโดวส์อย่างทุกวันนี้คือปุ่ม Start และ Taskbar สำหรับเลือกโปรแกรมที่ทำงานก็เริ่มต้นจาก Windows 95

Windows 98 – 1998 “รุ่ง”

“เข้าสู่ยุคอินเทอร์เน็ต”

วินโดวส์ที่เป็นเหมือน Windows 95 ที่ทำเสร็จแล้ว โดยโครงสร้างพื้นฐานนั้นเหมือนกัน แต่เติมความสามารถในการท่องอินเทอร์เน็ตเข้าไป โดยมาพร้อมกับ Internet Explorer 4 มาในตัว ถือเป็นจุดเริ่มต้นของสงครามเบราว์เซอร์ครั้งแรก

Windows Me – 2000 “ร่วง”

“ความทรงจำที่อยากลืม”

Windows Me ทำหน้าที่เฉลิมฉลองการขึ้นสหัสวรรษใหม่ และก็เหมือนจะมีหน้าที่อยู่แค่นั้น เพราะพัฒนาขึ้นมาอย่างเร่งรีบให้ออกทันปี 2000 ทำให้เป็นระบบปฏิบัติการที่ไม่เสถียร พาเครื่องแฮงง่ายสุด ๆ จนความทรงจำที่มีกับ Me คือการรีเซตเครื่อง

Windows XP – 2001 “รุ่ง”

“วินโดวส์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล”

Windows XP เป็นการพลิกโฉมครั้งสำคัญ และเป็นรากฐานของวินโดวส์มาถึงปัจจุบัน เมื่อไมโครซอฟท์รื้อแกนกลางของระบบจากเดิมที่ Windows 9x ต้องทำงานผ่าน DOS แบบ 16-bit กลายเป็นระบบปฏิบัติการแบบ 32-bit ที่นำแกนจาก Windows NT ระบบปฏิบัติการสำหรับเซิร์ฟเวอร์มาใช้ ทำให้ XP มีความเสถียรกว่าวินโดวส์รุ่นเดิมๆ สำหรับผู้ใช้ทั่วไปมาก ผู้ใช้แทบลืมไปเลยว่าเครื่องเคยแฮง ทำให้เป็นวินโดวส์ที่มีอายุการใช้งานนานที่สุดกว่า 13 ปี

Windows Vista – 2007 “ร่วง”

“คอมพิวเตอร์คุณรัน Vista ไหวไหม”

Vista ถือเป็น Windows ที่พัฒนานานที่สุดรุ่นหนึ่ง เปิดตัวห่างจาก XP เกือบ 6 ปี เพราะมีการวางรากฐานของระบบเพิ่มเติมให้เหมาะสำหรับคอมพิวเตอร์ยุคใหม่ โดยเฉพาะเรื่องกราฟิก เสียง และระบบไดร์เวอร์ที่ยังใช้มาถึงปัจจุบัน แถมรองรับ 64-bit มาตั้งแต่เริ่มต้น นอกจากนี้ยังมีการปรับปรุงระบบรักษาความปลอดภัย เพื่อแก้ไขปัญหา XP โดนมัลแวร์เจาะจนพรุน และที่เด่นที่สุดคือ Windows Aero หน้าตาของระบบแบบใหม่ที่ขอบหน้าต่างโปร่งแสงแปลกตา น่าประทับใจ

แต่ทั้งหมดนี้ก็ทำให้ Vista ต้องการสเปกคอมพิวเตอร์สูงขึ้นมาก จนทำให้คอมพิวเตอร์เก่าหลายเครื่องทำงานช้า และทำให้เกมเมอร์หงุดหงิดเพราะหลายเกมมีประสิทธิภาพลดลงด้วย แถมยังระบบ UAC หรือการเด้งหน้าต่างขอความยินยอมจากผู้ใช้ยังน่ารำคาญ ระบบการขายก็งงงวยด้วยการแบ่ง Vista ออกเป็น 6 เวอร์ชัน ตั้งแต่ Starter ถึง Ultimate ที่ซอยถี่ไปจนไม่น่าซื้อมาใช้งาน

Windows 7 – 2009 “รุ่ง”

“Vista ที่ทำเสร็จแล้ว”

Windows 7 ไม่ได้ปรับปรุงอะไรไปเยอะเมื่อเทียบกับตอนที่ Vista ปรับปรุงจาก XP แต่ก็เป็นการจูนระบบปฏิบัติการทั้งหมดให้เข้าที่ มีประสิทธิภาพดีขึ้น น่ารำคาญน้อยลง จนถึงทุกวันนี้ คอมพิวเตอร์บางเครื่องก็ยังใช้งาน Windows 7 อยู่

Windows 8 – 2012 “ร่วง”

“สู่ความเวิ้งว้างของ Metro”

วินโดวส์รุ่นนี้เปลี่ยนแปลงหน้าตาครั้งใหญ่อีกครั้ง โดยยกเลิกหน้าตาแบบ Aero ที่ใช้มาตั้งแต่ Vista มาใช้หน้าตาแบบ Metro ที่เน้นสีเรียบ ๆ ไม่มีการไล่สี และใช้กราฟิกไอคอนใหญ่ๆ ตัดกับสีแทน ซึ่งสอดคล้องกับดีไซน์ของ Windows Phone และทำให้เป็นวินโดวส์ที่เหมาะสำหรับการใช้งานในระบบสัมผัสมากขึ้น ในยุคที่ iPad จากแอปเปิ้ลกำลังเป็นคู่แข่งสำคัญของคอมพิวเตอร์

แต่ความครึ่ง ๆ กลาง ๆ ของ Metro ที่คิดมาไม่จบ ทั้งหน้า Start Menu ที่ไม่เหมาะกับเมาส์ หรือหน้าของระบบจำนวนมากที่ก็ไม่ได้ปรับให้เป็นดีไซน์อันหนึ่งอันเดียวกัน ทำให้ผู้ใช้สับสน จนพาลไม่ชอบใช้ไปซะเลย

Windows 10 – 2015 “รุ่ง”

“เมื่อ Metro คิดได้”

เมื่อไมโครซอฟท์พัฒนาอะไรใหม่ ๆ ออกมา จะต้องใช้เวลาอีกรุ่นหนึ่งถึงจะเข้าที่เข้าทาง Windows 10 ก็เช่นกัน มันคือ Windows 8 ที่พัฒนาหน้าตาแบบเมโทรจนเหมาะสมสำหรับการใช้คอมพิวเตอร์ทั่วไปสักที ไม่ใช่หน้าตาแบบแท็บเล็ตแต่ต้องใช้เมาส์คลิกแล้วแล้ว นอกจากนี้ยังเปิดตัว Microsoft Edge โปรแกรมท่องเว็บตัวใหม่ที่มาแทน Internet Explorer ที่สู้สงครามเบราว์เซอร์รอบปัจจุบันไม่ไหวแล้ว

Windows 11 – 2021 “ยังรอดู”

“การปรับรากฐานอีกครั้ง”

และ Windows 11 ตัวล่าสุดที่เพิ่งออกมาในปีนี้ ดูเผินๆ เหมือนจะไม่ได้ปรับปรุงอะไรมากมายเมื่อเทียบกับ Windows 10 เพราะนอกจากหน้าตาที่ดูดีขึ้น ทุกอย่างในระบบแทบจะใกล้เคียงกันเลย ก็มีการปรับจูนหน้าตาต่างๆ ให้เข้าที่เข้าทางมากขึ้น

แต่ Windows 11 ก็ถือเป็นการปรับฐาน ล้างไพ่คอมพิวเตอร์เก่าครั้งใหญ่อีกครั้ง เมื่อไมโครซอฟท์พยายามไม่ให้ติดตั้งในคอมพิวเตอร์ที่เก่าเกินไปจนไม่มีเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยหลายอย่าง เช่น TPM, Secure Boot ที่สำคัญคือหน่วยประมวลผลที่เก่า 3-4 ปีหลายรุ่นก็ไม่รองรับ Windows 11 เพิ่มรักษาความปลอดภัยของระบบ

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส