Connect with us

Mobile-Tips

รวมพฤติกรรมการชาร์จสมาร์ตโฟนแบบผิดๆ ที่ทำให้แบตเตอรี่เสื่อมเร็วขึ้น!

เรื่องวิธีหรือเทคนิคการชาร์จมือถือหรือสมาร์ตโฟนอาจเป็นสิ่งที่นำมาถกเถียงกันได้เรื่อยๆ ว่าการชาร์จแบบไหนเป็นการชาร์จที่ถูก หรือการชาร์จแบบไหนเป็นการชาร์จที่ผิด ซึ่งเว็บไซต์ BusinessInsider ได้นำข้อมูลเรื่องการชาร์จสมาร์ตโฟนข้ามคืนมาแจ้งให้ได้ทราบกันครับ

ไม่ควรชาร์จข้ามคืน

หนึ่งในพฤติกรรมที่เชื่อว่าใครหลายๆ คนทำเลยคือการชาร์จสมาร์ตโฟนทิ้งไว้ข้ามคืน แต่จริงๆ แล้วไม่สมควรทำเป็นอย่างยิ่ง การชาร์จสมาร์ตโฟนข้ามคืนมีผลต่ออายุแบตเตอรี่โดยตรง

Dominik Schulte กรรมการผู้จัดการของบริษัทที่ปรึกษาด้านเทคโนโลยีแบตเตอรี่ของเยอรมัน BatterieIngenieure เผยว่า การชาร์จแบตเตอรี่ข้ามคืนทำให้สารเคมีภายในแบตเตอรี่เก็บความจุได้น้อยลง รวมถึงประสิทธิภาพการนำพาพลังงานจะลดลงอีกด้วย

หากไม่ใช้สมาร์ตโฟนควรมีแบตเตอรี่ที่ต่ำกว่า 100%

Schulte ระบุว่า แบตเตอรี่ประเภท Lithium-ion จะมีอายุการใช้งานที่มากขึ้นหากมีความจุแบตเตอรี่ที่อยู่ระหว่าง 30-50% หากคุณมีแผนที่จะไม่ใช่สมาร์ตโฟนในช่วงระยะเวลาหนึ่งก็อย่าชาร์จสมาร์ตโฟนจนเต็ม แต่ให้ตัวเครื่องมีความจุแบตเตอรี่เอาไว้ที่ 30-50% ครับ

อย่าให้เครื่องร้อนเกินไป

นอกจากประเทศไทยจะร้อนเหลือหลายอยู่แล้ว พฤติกรรมการใช้สมาร์ตโฟนของเราก็อาจส่งผลให้แบตเตอรี่เสื่อมเร็วยิ่งขึ้นกว่าเดิม เช่น ชาร์จแบตเตอรี่ไปเล่นไป โดยเฉพาะการเล่นเกมที่ทำให้เครื่องร้อนเร็วขึ้น จะยิ่งทำให้เซลล์แบตเตอรี่เสื่อมลงไวยิ่งกว่าเดิม

อย่างไรก็ตาม หลายๆ บริษัทอาจมีการชี้แจ้งว่า เมื่อสมาร์ตโฟนมีแบตเตอรี่เต็ม 100% แล้วระบบจะตัดไฟเข้าเองโดยอัตโนมัติ แต่ถึงจะมีฟีเจอร์ดังกล่าวการที่เครื่องรับกระแสไฟตลอดเวลาก็ทำให้เซลล์แบตเตอรี่เสื่อมได้เช่นกัน

Schulte แนะนำว่า ช่วงเวลาที่เหมาะสมต่อการชาร์จสมาร์ตโฟนมากที่สุดคือช่วงเวลากลางวัน (เรามักจะไม่ปล่อยชาร์จทิ้งเอาไว้) และเมื่อข้ามคืนก็อย่าปล่อยให้สมาร์ตโฟนมีแบตเตอรี่เต็ม 100% และที่สำคัญคือเรื่องอุณหภูมิเพราะจะทำให้เครื่องนั้นร้อนมากเกินไป

แต่ทั้งหมดนี้แทบจะไม่มีผลกับใครที่เปลี่ยนสมาร์ตโฟนทุกๆ 1 ปีอยู่แล้ว เพราะกว่าเซลล์แบตเตอรี่จะเสื่อมจนเห็นได้ชัดก็ประมาณ 1 ปีขึ้นไปทั้งนั้น

อ้างอิง

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!