ผู้นำสหภาพยุโรปสั่งห้ามการนำเข้าน้ำมันจากรัสเซีย โดยจะยกเลิกการนำเข้าถึง 75% ในทันที และมีแผนว่าขยายการคว่ำบาตรให้ถึง 90% ภายในสิ้นปีนี้

วันที่ 31 พฤษภาคม 2565 ชาร์ลส์ มิเชล (Charles Michel) ประธานคณะมนตรียุโรปได้ทวีตข้อความถึงมาตรการลงโทษครั้งที่ 6 จากสหภาพยุโรป โดยเป็นการสั่งห้ามนำเข้าน้ำมันดิบจากประเทศรัสเซียสู่ประเทศสมาชิก หลังจากที่ข้อตกลงเคยถูกชะลอไว้โดยประเทศฮังการี เนื่องจากเป็นประเทศที่ต้องพึ่งพาน้ำมันจากรัสเซียอย่างมาก

ข้อตกลงนี้จะส่งผลกระทบทันทีต่อการนำเข้าน้ำมัน 75% และมีแผนว่าจะยกเลิกการน้ำเข้าน้ำมันจากรัสเซียให้ได้ถึง 90% ภายในสิ้นปีนี้

ทั้งนี้ รัสเซียเป็นผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก และน้ำมันประมาณ 36% ของสหภาพยุโรปเป็นน้ำมันที่นำเข้ามาจากรัสเซีย

เออร์ซูลา ฟอน เดอร์ เลเยน (Ursula von der Leyen) ประธานคณะกรรมาธิการยุโรปกล่าวว่า “ประเทศสมาชิกบางประเทศของเราต้องพึ่งพาน้ำมันจากรัสเซียอย่างมาก แต่เราจำเป็นต้องทำ”

ข้อตกลงนี้ส่งผลให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกพุ่งสูงขึ้น โดยราคาสัญญาซื้อขายล่วงหน้าของน้ำมันดิบสหรัฐฯ สำหรับเดือนกรกฎาคม ปรับตัวขึ้น 2.81% อยู่ที่ 118.29 ดอลลาร์/บาร์เรล (4,042 บาท) และราคาสัญญาซื้อขายล่วงหน้าของน้ำมันดิบเบรนท์สำหรับเดือนกรกฎาคม ปรับตัวขึ้น 0.93% อยู่ที่ 122.8 ดอลลาร์/บาร์เรล (4,196 บาท)

โดยมาตรการลงโทษรัสเซีย 5 ครั้งที่ผ่านมา ประกอบด้วยการกีดกันจากตลาดทุน, การอายัดทรัพย์สินของธนาคารกลางรัสเซีย, การถอดถอนสถาบันการเงินของรัสเซียออกจากระบบ SWIFT และการห้ามนำเข้าถ่านหินและสินค้าโภคภัณฑ์อื่นๆ

ที่มา: CNBC, CNBC

พิสูจน์อ้กษร : สุชยา เกษจำรัส