MicroStrategy ปัดยังไม่โดนเรียกหลักประกันเพิ่มจากการกู้เงินซื้อ Bitcoin

15 มิถุนายน MicroStrategy ออกมาปฏิเสธว่ายังไม่โดนเรียกหลักประกันเพิ่ม (Margin call) จากการกู้เงินโดยใช้บิตคอยน์ที่ถือครองเป็นหลักทรัพย์ประกัน และถ้าจำเป็นบริษัทก็มีหลักทรัพย์เพิ่มเติมมากมายที่จะนำมาวางค้ำประกันได้

บริษัทยังเผยว่าสามารถนำบิตคอยน์ที่ถือครองเข้าเติมเพื่อรักษาอัตราส่วนเงินกู้ต่อมูลค่าหลักประกันได้เสมอ แม้ในราคาปัจจุบัน (จะลดลงหนัก) บริษัทยังคงมีบิตคอยน์ที่ไม่ได้ใช้เป็นหลักประกันเพียงพอที่จะนำมาเติมให้เป็นไปตามข้อกำหนดของสัญญาเงินกู้

เดือนพฤษภาคม MicroStrategy ได้รายงานผลประกอบการประจำไตรมาสที่ 1 ปี 2022 และเผยว่าตอนนี้ได้เป็นบริษัทที่ถือครองบิตคอยน์มากที่สุดในโลกที่ 129,218 BTC 

29 มีนาคม MacroStrategy บริษัทในเครือของ MicroStrategy ได้กู้เงินที่กำหนดเวลาชำระเงินต้นจากธนาคาร Silvergate ด้วยจำนวนเงิน 205 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (6,875 ล้านบาท) เพื่อนำเงินไปซื้อบิตคอยน์โดยการใช้บิตคอยน์ที่บริษัทถือครองอยู่มาเป็นหลักทรัพย์ประกัน

ต่อมาเดือนเมษายน MicroStrategy เผยว่าได้ซื้อบิตคอยน์ประมาณ 4,167 เหรียญด้วยเงินทุนมูลค่าประมาณ 190.5 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (6,366 ล้านบาท) ที่ราคาซื้อเฉลี่ยประมาณ 45,714 USD/BTC (1,527,761 บาท/บิตคอยน์) ซึ่งในตอนนั้นเป็นช่วงที่บิตคอยน์ลดลงมาที่ระดับ 45,000 เหรียญสหรัฐฯ (1,500,000 บาท)

เดือนพฤษภาคมในช่วงที่บิตคอยน์ราคาลดลงมาประมาณ 30,000 เหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 1 ล้านบาท) ไมเคิล เซย์เลอร์ (Michael Saylor) ซีอีโอของ MicroStrategy ได้ทวีตว่าบริษัทมีเงินกู้ระยะยาวอยู่ 205 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และจำเป็นต้องรักษาเงิน 410 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (14,339 ล้านบาท) ไว้เป็นหลักทรัพย์ประกัน (มากกว่าเงินกู้ถึง 2 เท่า) ซึ่งบริษัทมีบิตคอยน์ 115,109 BTC ที่สามารถนำมาวางค้ำประกันได้ และต่อให้บิตคอยน์ลงมาต่ำกว่า 3,562 เหรียญสหรัฐฯ (124,582 บาท) ก็สามารถใช้หลักประกันอื่นๆ มาเพิ่มเติมได้

ในเดือนเดียวกัน เซย์เลอร์เผยว่าหากบิตคอยน์ลดลงต่ำกว่า 21,000 เหรียญสหรัฐฯ (ราว 734,580 บาท) บริษัทอาจจะโดนเรียกหลักประกันเพิ่มเติมเพื่อรักษาเงินกู้

14 มิถุนายนที่ผ่านมา บิตคอยน์ได้ร่วงลงมาต่ำกว่าระดับ 21,000 เหรียญสหรัฐฯ ซึ่งนักลงทุนต่างมีความกังวลว่า MicroStrategy อาจจะโดนเรียกหลักประกันเพิ่มและมีความเสี่ยงที่เงินกู้จะถูกชำระบัญชีหากบิตคอยน์ร่วงลงมาหนักกว่านี้

ที่มา : reuters, cryptopotato และ cnbc

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

อนุญาตทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรังปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

บันทึก