รีไซเคิลหน้ากากอนามัยใช้แล้ว ให้เป็นที่คีบขยะรักษ์โลกแบบ 100%

การระบาดครั้งใหญ่ของโควิด-19 สร้างความปั่นป่วนไปทั่วโลกอย่างไม่น่าเชื่อ ในขณะที่มนุษย์กำลังอยู่ระหว่างการฟื้นสภาพร่างกายและจัดการกับปัญหาโรคระบาด แต่ตามท้องถนน ตามพื้นที่สีเขียวและตามมหาสมุทรของเรากำลังถูกคุกคามอย่างหนักจากมลภาวะพลาสติกระลอกใหม่

จากข้อมูลระบุว่าในทุก ๆ เดือนจะมีการใช้หน้ากากอนามัย (แบบใช้แล้วทิ้ง) ทั่วโลกราว 129,000 ล้านชิ้น ซึ่งจำนวนมากขนาดนี้ ถ้านำหน้ากากอนามัยทั้งหมดมาเรียงต่อกันเป็นเส้นตรง จะสามารถพันรอบโลกได้ 550 รอบเลยทีเดียว นอกจากนี้ เมื่อปีที่แล้วยังมีหน้ากากอนามัยอีกกว่า 1,500 ล้านชิ้นที่ถูกทิ้งลงในมหาสมุทรด้วย

ดังนั้น ด้วยปัญหาที่พบนี้ ทางทีมวิจัยวอเทอร์ฮอล (Waterhaul) จากอังกฤษที่เมื่อราว 2 ปีก่อน พวกเขาเคยรีไซเคิลพลาสติกในมหาสมุทรให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้งานได้ใหม่ ล่าสุดครั้งนี้พวกเขากลับมาอีกครั้งกับโครงการเปลี่ยนหน้ากากอนามัยให้กลายเป็นเครื่องมือชิ้นใหม่ เอาไว้กำจัดเศษขยะจากหน้ากากอนามัยเอง

วิธีการของพวกเขาคือจะรวบรวมเอาเศษขยะจากหน้ากากอนามัยมาหลอมรวมกันและฆ่าเชื้อไปในตัวที่โรงพยาบาลรอยัลคอร์นวอลล์ เมื่อหลอมรวมเสร็จแล้ว จะออกมาเป็นก้อนสี่เหลี่ยมแข็ง ๆ จากนั้นจะนำวัสดุนี้มาทำให้มันแหลกละเอียดเป็นเม็ดและทำให้กลายเป็น ‘ที่คีบขยะรีไซเคิล’ ที่ทำมาจากหน้ากากอนามัยได้

ผู้พัฒนาให้ข้อมูลที่น่าสนใจไว้ว่าสาเหตุหนึ่งที่ทำให้พลาสติกกลายเป็นปัญหาร้ายแรงคือมันไม่สามารถย่อยสลายได้ พวกเขารู้ดีว่าเครื่องมือของเขาจะไม่สามารถย่อยสลายได้เช่นกัน จึงคิดไปถึงการสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนและ ‘เปลี่ยนปัญหาให้กลายเป็นวิธีการแก้ปัญหา’ เมื่อเกิดอะไรขึ้นกับอุปกรณ์ จะสามารถส่งคืนไปยังพวกเขาได้ เพื่อซ่อมแซมหรือรีไซเคิลอุปกรณ์ที่หมดอายุการใช้งาน และนำออกมาใช้งานได้ใหม่

ตอนนี้โครงการอยู่ในระหว่างการระดมทุนบนเว็บไซต์คิกสตาร์ตเตอร์ (kickstarter) ซึ่งทางผู้ผลิตยังคงต้องการเงินช่วยเหลือบางส่วน เพื่อขยายขนาดของโครงการและสร้างผลกระทบเชิงบวกที่ยิ่งใหญ่มากขึ้นให้กับโลกใบนี้ 

พวกเขาตั้งเป้าหมายต่อเงินบริจาคไว้แค่ 7,000 เหรียญสหรัฐฯ หรือราว 2 แสนบาท แต่ในเวลาเพียงแค่ 5 ชั่วโมง พวกเขาก็บรรลุเป้าหมายดังกล่าวได้แล้ว ซึ่งด้วยเงินจำนวนนี้ พวกเขาจะสามารถผลิตที่คีบขยะรีไซเคิลได้มากถึง 150,000 ชิ้นแล้ว โดยยอดล่าสุดเมื่อช่วงเวลา 8:30 วันที่ 13 พฤษภาคมคือ 43,958 เหรียญสหรัฐฯ หรือราว 1,375,000 บาท และยังเหลือเวลาบริจาคอีกมากถึง 13 วัน

อ้างอิง

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส