ฝ่ายขาย และการตลาด
085-848-2253[email protected]http://m.me/beartai
สมัครงาน/ฝึกงาน ติดต่อได้ที่
[email protected]
Read

กรมขนส่งเอาจริงเตรียมใช้ ม.44 ปิดแอปฯ Uber

Table of Content

หลังจากเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาเพิ่งจะมีข่าวกรมการขนส่งทางบกได้ทำการล่อซื้อและจับกุมบริการ Uber ได้ทั้งหมด 18 รายและทำการเปรียบเทียบปรับไป 2,000 บาท ทางด้าน นายณันทพงศ์ เชิดชู รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก ก็ได้ออกมาเปิดเผยว่ากรมการขนส่งนั้นเตรียมพิจารณาที่จะใช้มาตรการอย่างเด็ดขาดด้วยการใช้ข้อกฏหมายมาตรา 44 เพื่อทำการปิดแอป Uber รวมทั้งแอปฯ แชร์การขับขี่อื่นๆ เช่นกัน

นายณันทพงศ์ ระบุว่ากรมการขนส่งพยายามอธิบายให้คนไทยทำความเข้าใจว่า Uber นั้นเป็นบริการที่ผิดกฏหมาย ซึ่งหากมีอุบัติเหตุเกิดขึ้น ประชาชนเองก็จะไม่ได้รับการคุ้มครองจากกฎหมาย และอาจถึงเวลาที่ต้องใช้ยาแรง โดยเตรียมขอใช้ ม.44 เพื่อทำการปิดแอปฯ Uber ทิ้ง เนื่องจากมันเข้ามาทำลายระบบขนส่งมวลชนในแต่ละพื้นที่ ขณะเดียวกัน นายณันทพงศ์ก็เร่งให้มีการปรับปรุงภาพลักษณ์และคุณภาพการบริการของแท็กซี่สาธารณะ จูงใจให้คนหันกลับมาใช้บริการมากขึ้น

ก่อนหน้านี้ บริการรถ Uber และ Grab นั้นได้ไปเปิดตัววิ่งในเชียงใหม่และมีปัญหาความขัดแย้งกับขนส่งสาธารณะเจ้าถิ่นอย่างกลุ่มคนขับรถสองแถวแดง ซึ่งได้รวมตัวกันร้องเรียนให้เจ้าหน้าที่ทำการจับกุมและปรับคนขับที่ให้บริการ Uber เนื่องจากมองว่าจะเข้ามาแย่งรายได้ที่มาจากกลุ่มนักท่องเที่ยวนั่นเอง

อย่างไรก็ตาม ประชาชนชาวเชียงใหม่เองก็เพิ่งจะออกแคมเปญรณรงค์บนเว็บไซต์ Change.org เพื่อเรียกร้องให้มีการปรับปรุงคุณภาพการบริการของรถสองแถวแดง และต่อต้านการจับกุมคนขับที่ให้บริการรถ Uber ซึ่งล่าสุดตอนนี้มีผู้ลงนามกว่า 8,315 รายแล้ว

อ้างอิง / ภาพ

Highlight

ความหวังใหม่ ! ร่างกายมนุษย์อาจงอกอวัยวะใหม่ได้ หลังนักวิจัยพบวิธีเปลี่ยน ‘แผลเป็น’ เป็น ‘เนื้อเยื่อเจริญ’

06/07/2026
Read More

คนไทยไม่ใช้ AI แค่เรื่องงาน แต่ใช้ ‘ดูดวง’ ด้วย

06/07/2026
Read More

SK Hynix เตรียมระดมทุน 28,000 ล้านเหรียญฯ ในสหรัฐฯ รับกระแส AI

06/07/2026
Read More

iPhone จะขึ้นราคาไหม ?​ ควรรีบซื้อ หรือ รอเปิดตัว ?

03/07/2026
Read More

‘สกุชชี่’ ของเล่นสุดคิวต์ ที่อาจใช้เวลาย่อยสลายนานถึง 1,500 ปี

03/07/2026
Read More

สิ่งแวดล้อมเสียหายเพราะผู้บริโภคไฮโซสูงถึง 5.7 ล้านล้านเหรียญฯ ต่อปี

03/07/2026
Read More

Related Content