ไวรัลทั่วประเทศจีนสำหรับแอนิเมชันทุนต่ำเรื่อง ‘หนิวไหล’ (Niu Lai) สาเหตุที่ไวรัลมาจากคุณภาพของแอนิเมชันที่ต่ำกว่ามาตรฐาน แอนิเมชันเรื่องนี้สร้างด้วยทุนแค่ประมาณ 200 เหรียญสหรัฐฯ หรือราว 6,800 บาท ซึ่งช่วงเปิดตัว 10 วันแรก ทำรายได้ไปไม่ถึง 1,000 เหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 34,000 บาท มีคนซื้อตั๋วดูไม่ถึง 300 คน เรียกว่าเงียบกริบจนเกือบเจ๊ง
แต่จู่ ๆ ก็มีกระแสปากต่อปากบอกว่างานภาพมันห่วยแตกขั้นสุด คนเลยแห่ไปดู จนทำให้รายได้พุ่งพรวดไปมากกว่า 4 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 136 ล้านบาท) กลายเป็นว่าแอนิเมชันทุนต่ำเรื่องนี้ดันไปยืนเบียดกับหนังฟอร์มยักษ์อย่าง ‘The Odyssey’ และ ‘Spider-Man: Brand New Day’ เฉยเลย แถมสื่อยังยกให้เป็นภาพยนตร์ที่ทำกำไรสูงสุดตลอดกาลไปแล้ว เพราะรายได้ตอนนี้พุ่งไปถึง 20,000 เท่าของทุนสร้างเลยทีเดียว

ทำไมคนถึงยอมเสียเงินไปดู ?
คำตอบอาจจะเป็นเรื่องของความสมบูรณ์แบบที่มากเกินไป จุดเริ่มต้นความไวรัลมันมาจากคอมเมนต์ปั่น ๆ ของชาวเน็ตคนหนึ่งที่รีวิวเอาไว้ว่า “คุณอาจจะเสียดายเวลา 80 นาทีที่เข้าไปดูหนังเรื่องนี้ แต่ถ้าคุณไม่ได้ดู คุณจะเสียดายไปตลอดชีวิต”
นอกจากความตลกปนประชดแล้ว อีกมุมหนึ่งที่น่าสนใจคือ คนเริ่มโหยหางานทำมือในยุคที่หันไปทางไหนก็เจอแต่งานที่สร้างจาก AI ทำให้เรื่องนี้เลยกลายเป็นเครื่องการันตีว่านี่คือฝีมือมนุษย์ล้วน ๆ เพราะ AI ไม่น่าทำได้พังขนาดนี้ จนชาวเน็ตจีนคนหนึ่งถึงกับชมหรืออาจจะแซะใน Weibo ว่า “นี่คืองานฝีมือที่เอาจริงเอาจังชิ้นหนึ่ง”
จากโรงหนังลามไปถึงวงการหุ้น
ความพีกคือแอนิเมชันเรื่องนี้ยังลามไปถึงวงการนักลงทุนด้วย เพราะคำว่า ‘วัว’ กับ ‘กระทิง’ ในภาษาจีนเขียนเหมือนกัน สายมูนักเล่นหุ้นเลยแห่ไปดูเพื่อเอาฤกษ์เอาชัย หวังให้ตลาดหุ้นพุ่งเป็น ‘ตลาดกระทิง’ (ขาขึ้น) ถึงขั้นมีคนพูดเลยว่า “ถ้าหุ้นแตะ 4,000 จุดในวันพรุ่งนี้ ผมจะไปโรงหนังเพื่อสนับสนุนภาพยนตร์เรื่องนี้”
พอกระแสแรงขนาดนี้ โรงหนังก็ต้องรีบเพิ่มรอบ ขนาดเพิ่มรอบก็ยังมีแต่ความตลกเลยคือหนังไม่มีแม้แต่โปสเตอร์โปรโมต พนักงานโรงหนังเลยต้องวาดมือแล้วเอาไปแปะหน้าโรงกันเอง สู้ชีวิตกันสุด ๆ

แค่ตลกขำขัน หรือกำลังบ่อนทำลายวงการภาพยนตร์ ?
สิ่งที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นชัดเจนเลยว่าในยุคโซเชียลมีเดีย ‘กระแสคอนเทนต์’ มักจะเอาชนะ ‘คุณภาพ’ ก็เป็นได้ เพราะคนที่ตีตั๋วไปดูอาจไม่ได้คาดหวังที่จะไปเสพงานศิลปะดี ๆ แต่ยอมจ่ายเงินเพื่อซื้อ ‘ประสบการณ์ร่วมแทน’ เพื่อที่จะได้เอาไว้ไปคุยกับชาวเน็ตหรือเพื่อนฝูงรู้เรื่อง
แต่ถ้ามองในระยะยาว การที่สื่อทางการอย่าง ปักกิ่งนิวส์ ออกมาเตือนก็มีเหตุผลที่น่าฟังมากครับ นักวิจารณ์ได้เตือนสติว่า “โรงภาพยนตร์ต่าง ๆ เสี่ยงที่จะสูญเสียความน่าเชื่อถือต่อผู้ที่เข้ามาดูภาพยนตร์ หากพวกเขายังคงลดมาตรฐานของตัวเองด้วยการเพิ่มรอบฉายภาพยนตร์เรื่องหนิวไหล”
ลองคิดดูว่า ถ้าอุตสาหกรรมหนังปล่อยให้งานที่สร้างมาแบบหยาบ ๆ ทำเงินได้ง่าย ๆ เพียงเพราะมันกลายเป็นมีมตลก ๆ ต่อไปคนสร้างหนังที่ทุ่มเทตั้งใจทำก็อาจจะหมดกำลังใจ สุดท้ายมาตรฐานของวงการภาพยนตร์โดยรวมก็อาจจะตกต่ำลง เพราะโรงหนังเลือกที่จะโกยเงินจากกระแส มากกว่าจะทำหน้าที่เป็นด่านคัดกรองงานคุณภาพให้ผู้ชม
อย่างไรก็ตาม ปรากฏการณ์ ‘ห่วยจนรวย’ แบบนี้คงเกิดขึ้นได้แค่ครั้งเดียว เพราะเรื่องแบบนี้มันอยู่ที่ความฟลุกล้วน ๆ ถ้าในอนาคตมีใครคิดจะแกล้งทำหนังหยาบ ๆ เพื่อจงใจเกาะกระแสไวรัลแบบนี้อีก ก็เตรียมตัวเจ๊งยับได้เลย เพราะคนดูสมัยนี้เขารู้ทันลูกไม้หมดแล้ว













