ในโลกของเรา มีวรรณกรรมเพียงไม่กี่เรื่องที่ส่งอิทธิพลต่อผู้คนมากมาย จนกลายเป็นรากฐานของป๊อปคัลเจอร์ทั่วโลก หนึ่งในนั้นคือ ‘Dune’ นวนิยายที่เขียนโดย แฟรงก์ เฮอร์เบิร์ต (Frank Herbert) ในปี 1963 และด้วยความที่เนื้อหาของ Dune เป็นเรื่องราวที่ล้ำสมัย และไม่ยึดโยงกับกาลเวลา ทำให้มันกลายเป็นวรรณกรรมที่ยังมีฐานแฟนหนาแน่นจนปัจจุบัน

ด้วยความที่ Dune เป็นวรรณกรรมที่ครองใจเด็กหลายคน แฟนนิยายในยุคสมัยนั้น ได้เติบโตจนกลายเป็นผู้กำกับมากหน้าหลายตา ซึ่งมีคนมากมายพยายามที่จะดัดแปลงสิ่งนี้ ให้มาเป็นหนังหลายครั้ง 

บางคนก็ได้สร้าง บางคนก็ต้องแขวนโปรเจกต์ไว้ แต่ทว่าแนวคิด รวมถึงการออกแบบโลกอันกว้างใหญ่ในจักรวาลของ Dune ก็ได้ทำให้ผู้กำกับหลายคน นำองค์ประกอบของมันไปสร้างเรื่องราวอื่น ๆ เพื่อต่อยอดในรูปแบบของตน

แรงบันดาลใจจาก Dune สู่ Star Wars

และว่ากันว่า ‘Star Wars’ ของจอร์จ ลูคัส (George Lucas) ก็เป็นหนึ่งในนั้น

แม้ลูคัสจะไม่เคยออกมาบอกว่า Star Wars ได้รับแรงบันดาลใจจาก Dune แต่ก็เป็นที่รู้กันในหมู่แฟน Star Wars ว่า ลูคัสไม่เคยอายที่จะหยิบองค์ประกอบจากหนังเรื่องอื่นมาต่อยอดแรงบันดาลใจ เพราะลูคัสเป็นคนที่ค่อนข้างเปิดกว้างกับหลายสิ่ง ดังนั้นแล้ว Star Wars จึงเป็นผลงานที่มีส่วนผสมของป๊อปคัลเจอร์หลายเรื่องด้วยกัน

ลูคัสได้รับอิทธิพลของการสร้างจักรวาล มาจากละครโอเปร่าอวกาศคลาสสิก เช่น ‘Flash Gordon’, หนังซามูไรของ อากิระ คุโรซาวะ (Akira Kurosawa) เรื่อง ‘The Hidden Fortress’, ภาพยนตร์ตะวันตกในตำนานเรื่อง ‘The Searchers’ และภาพยนตร์สงครามโลกครั้งที่ 2 เรื่อง ‘The Dam Busters’ โดยแรงบันดาลใจที่แตกต่างกันเหล่านี้ล้วนทำให้ Star Wars กลายเป็นเรื่องราวสงครามอวกาศที่มีความหลากหลายทางมิติ ซึ่งหลายคนก็เชื่อว่า Dune คือหนึ่งในแรงบันดาลใจเหล่านั้น 

หากสังเกตดูดี ๆ เรื่องราวของ Star Wars จะมีความคล้ายคลึงกับ Dune เป็นอย่างมาก ถึงขนาดว่ารากฐานที่ Star Wars สร้างไว้ ทำให้ผู้กำกับของ Dune อย่าง เดอนีส วีลเนิฟว์ (Denis Villeneuve) สร้างจักรวาล Dune ด้วยความยากลำบาก เพราะขณะที่เขาสร้างหนังเรื่องนี้ ก็ต้องพยายามที่จะไม่ให้องค์ประกอบที่มีไปทับไลน์การสร้างสรรค์ของ Star Wars

ซึ่งยากถึงขนาดที่วีลเนิฟว์กล่าวว่า “การค้นหาเอกลักษณ์ของตัวเองที่มีแต่ Star Wars ล้อมรอบ มันเป็นกระบวนการที่หินเอาเรื่อง”

จอร์จ ลูคัสได้รับแรงบันดาลใจจาก Dune เมื่อเขาสร้าง Star Wars และในขณะที่เรากำลังสร้างภาพยนตร์เรื่อง Dune เราพบว่ามันมีอิทธิพลของ Star Wars เต็มไปหมด

เดอนีส วีลเนิฟว์

แล้วอะไรบ้างล่ะ ที่มีส่วนคล้ายกันในหนังทั้ง 2 จักรวาล

1. ดาวเคราะห์ที่มีแต่ทราย

เรามาดูตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดก่อนเลย เพราะเหตุการณ์ใน Dune เกิดขึ้นบนดาวเคราะห์ที่ชื่ออาร์ราคิส  ซึ่งเป็นดาวเคราะห์ที่มีแต่ทะเลทราย และอาร์ราคิสเป็นสถานที่ที่ส่งผลกระทบต่อลูคัสอย่างชัดเจน เนื่องจากจุดเริ่มต้นของ Star Wars ก็อยู่ดาวที่ทาทูอิน ซึ่งเป็นดาวเคราะห์ทะเลทรายเช่นเดียวกัน และทาทูอิน ก็ยังคงปรากฏให้เห็นในจักรวาลจนปัจจุบันนี้ 

2. สัตว์ร้ายแห่งทะเลทราย

มังกรเครทท์

ในขณะที่เราได้เห็นสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ มากมายที่อาศัยอยู่บนทาทูอิน สิ่งหนึ่งที่ปรากฏขึ้นมาจนสามารถเห็นได้ชัดคือโครงกระดูกของสัตว์ร้ายที่โผล่มาในช่วงต้นของภาค A New Hope ซึ่งปรากฏออกมาในขณะที่ C-3PO กับ R2-D2 กำลังท่องไปในทะเลทราย และโครงกระดูกนั้นเป็นของสิ่งมีชีวิตมีลักษณะคล้ายงูยักษ์ ซึ่งถูกเรียกว่า มังกรเครทท์ และมันก็โผล่มาอีกครั้งใน The Mandalorian

เอ็กโซกอร์ธ

นอกจากนั้นในภาค The Empire Strikes Back ยังมีตัวทากอวกาศที่เรียกว่าเอ็กโซกอร์ธ  โดยเป็นทากขนาดยักษ์ ที่ดูเหมือนสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่อย่าง ‘หนอนทราย’ ซึ่งเป็นตัวละครไอคอนิกของ DUNE

หนอนทราย

ไม่ว่าจะเป็นมังกรเครตต์หรือเอ็กโซกอร์ธ เราต่างก็รู้เลยว่า สิ่งนี้คือแรงบันดาลใจ ที่ผู้สร้างจงใจนำมาใส่เพื่อให้เห็นถึงการบูชาครูที่มีอยู่ในหนังของเขา

3. สารสไปซ์ที่มีผลต่อจิตใจ

องค์ประกอบสำคัญที่สุดอย่างหนึ่งในเรื่องราวของ Dune คือสาร ‘สไปซ์’ ที่พบในดาวอาร์ราคิส ซึ่งสไปซ์มีความสำคัญต่อจักรวาลอย่างมาก เนื่องจากสารตัวนี้คือสิ่งที่มีมูลค่าสูงในเรื่อง เพราะมันสามารถช่วยยืดอายุขัยให้ยืนยาวขึ้น และเป็นสารที่มีองค์ประกอบต่อจิตใจ นั่นทำให้สไปซ์ในโลกของ Dune จึงมีมูลค่าถึงขนาดที่มีคำกล่าวว่า ‘สไปซ์เพียงกระเป๋าเดียวก็เพียงพอที่จะซื้อโลกทั้งใบได้’

ส่วนสไปซ์ ใน Star Wars เป็นชื่อของสารผิดกฎหมายประเภทหนึ่ง ซึ่งเป็นที่ต้องการทั่วทั้งกาแล็กซี ฉะนั้นแล้วเมื่อมีการใส่สารผิดกฎหมายเข้ามาใน Star Wars พวกเขาจึงให้มันชื่อสไปซ์เช่นกัน 

สไปซ์โผล่มาประมาณ 2-3 ครั้งใน Star Wars โดยเป็นฉากที่ C-3PO รู้สึกกังวลเรื่องการถูกส่งไปยังเหมืองสไปซ์ และใน A New Hope นั้นฮานก็รู้เรื่องการลักลอบขนสไปซ์ด้วย แถมสิ่งนี้ยังโผล่มา Clone Wars อีกต่างหาก

4. จักรพรรดิผู้ปกครองกาแล็กซี

แนวคิดเรื่องจักรวรรดิที่กุมอำนาจไปทั่วทั้งกาแล็กซี เป็นหนึ่งในแนวคิดที่น่าสนใจที่สุดใน Star Wars เพราะเหล่าจักรพรรดิคือศัตรูตัวฉกาจของกลุ่มตัวเอก ที่อยู่กันมาทุกยุคสมัย ทว่าสิ่งนี้ก็มีอยู่ใน Dune เช่นกัน เพราะ House Atreides ก็เป็นเพียงส่วนหนึ่งของจักรวรรดิที่ใหญ่กว่า

สำหรับ Dune แล้ว เหล่าจักรพรรดิเองก็ถูกกล่าวถึงหลายครั้งเช่นเดียวกับ Star Wars เพราะการปรากฏกายของหน่วยงานที่ควบคุมความสงบเรียบร้อยนี้ ทำให้เรื่องราวมีขอบเขตอันยิ่งใหญ่ และมิติทางเนื้อหาที่มากกว่าเดิม

5. พอล อะเทรดีส และ ลุค สกายวอล์คเกอร์ ผู้ถูกเลือก

ไม่มีชะตากรรมของตัวละครใด ที่มีความคล้ายคลึงกันเท่าการเป็น ‘ผู้ถูกเลือก’ วัยเยาว์ที่ต้องเข้าสู่สมรภูมิของ 2 ตัวเอกอีกแล้ว

พวกเขาทั้งคู่ถูกขับเคลื่อนด้วยโชคชะตาตั้งแต่แรกเริ่ม โดยเส้นทางวีรบุรุษของลุค เริ่มต้นในสถานที่เขาไม่คุ้นเคย ซึ่งความพ่ายแพ้อันเจ็บปวด และการตายของผู้เป็นที่รักนั้น ก็ได้หล่อหลอมให้ลุคได้เรียนรู้บทเรียนที่เขาต้องเผชิญ เพื่อจะได้ต่อสู้กับความชั่วร้ายอันยิ่งใหญ่ในตอนท้ายของเรื่อง 

เส้นทางชีวิตของลุคถูกกำหนดไว้ตั้งแต่ก่อนเขาจะเกิด ด้วยคำทำนายของเจไดที่ว่าสายเลือดของสกายวอล์คเกอร์จะเป็นผู้ที่จะเอาชนะซิธ และนำความสมดุลมาสู่พลังในที่สุด 

ใน Dune เองก็เช่นกัน เพราะเหล่าสตรีของกลุ่มเบเนเจสเซริตนั้น มีความสามารถที่จะควบคุม และแทรกแซงพันธะทางการเมืองอย่างเงียบ ๆ ทั่วทั้งจักรวาลมาเป็นพันปี เพราะเบเนเจสเซริตสามารถกำหนดอดีต ปัจจุบัน และอนาคตได้ โดยพวกเขาได้ปลูกเมล็ดพันธ์ุของ ‘ผู้ถูกเลือก’ ให้พอลก่อนที่เขาจะเกิดมา เฉกเช่นเดียวกับลุค

สิ่งที่น่าสนใจคือเส้นทางวีรบุรุษของทั้งสองคนจบลงด้วยการเดินหน้าไปสู่ปัญหา ซึ่งได้สร้างสงคราม และการนองเลือดที่มากกว่าเดิม 

สิ่งเหล่านี้ เป็นเพียงแรงบันดาลใจเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ Dune ส่งผลกระทบต่อ Star Wars เพราะเอาเข้าจริง ผืนทรายแห่งอาร์ราคิสก็ได้ทิ้งร่องรอยไว้บนโลกป๊อปคัลเจอร์มากมาย ซึ่งทำให้ผู้กำกับหลายคนหยิบองค์ประกอบจาก Dune ไปใช้ในหนังของตน และเราคงต้องขอบคุณพลังแห่งการสร้างสรรค์ของ แฟรงก์ เฮอร์เบิร์ต เพราะมันได้ส่งต่อแรงบันดาลใจให้กับผู้สร้าง ไปจนถึงผู้ชมรุ่นต่อรุ่นตลอดมาจนทุกวันนี้

***