Deadline ได้รายงานว่า สตูดิโอ Legendary ได้ประกาศพัฒนา ‘Dune: Part Three’ หรือ ‘Dune: Messiah’ อย่างเป็นทางการ โดย เดอนีส วีลเนิฟว์ (Denis Villeneuve) ผู้กำกับ ‘Dune: Part One’ (2021) และ ‘Dune: Part Two’ (2024) จะเป็นผู้ควบคุมโปรเจกต์เช่นเดิม

จริง ๆ แล้ว วีลเนิฟว์ได้พัฒนาบทของ ‘Dune: Messiah’ มาระยะหนึ่งแล้ว ซึ่งการประกาศล่าสุดนี้ทำให้วีลเนิฟว์สามารถดัดแปลงนิยายเล่มที่ 2 ในซีรีส์ ‘Dune’ ของ แฟรงค์ เฮอร์เบิร์ต (Frank Herbert) ได้อย่างเต็มที่ เพื่อปิดเรื่องราวเป็นภาพยนตร์ไตรภาคอย่างที่เขาฝันไว้

นอกจากนี้ Legendary ยังได้ประกาศว่า วีลเนิฟว์จะดัดแปลง ‘Nuclear War: A Scenario’ เป็นโปรเจกต์ถัดไปหลังจากสร้าง ‘Dune: Messiah’ เสร็จสิ้น ซึ่งจะอ้างอิงจากหนังสือในชื่อเดียวกันของ แอนนี่ จาค็อบเซน (Annie Jacobsen) ที่เพิ่งตีพิมพ์เมื่อเดือนมีนาคม 2024 ที่ผ่านมา เล่าเรื่องเจาะลึกในประเด็นการจัดตั้งกองทัพนิวเคลียร์และเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง

Dune

นับตั้งแต่ ‘Dune: Part Two’ ได้เข้าฉายเมื่อต้นเดือนมีนาคม 2024 ที่ผ่านมา วีลเนิฟว์ได้เตรียมความพร้อมในการพัฒนา ‘Dune: Messiah’ ต่อเนื่องไป และภาคที่ 3 นี้ ยกระดับจากภาคที่ 2 ยิ่งขึ้นไปอีก ในขณะที่ ‘Dune: Part Two’ ทำรายได้ทั่วโลกอย่างต่อเนื่องถึง 631.3 ล้านเหรียญ จากทุนสร้าง 190 ล้านเหรียญ ขึ้นแท่นเป็นภาพยนตร์ทำเงินทั่วโลกสูงสุดประจำปี 2024 (ในตอนนี้) และได้คะแนนบน Rotten Tomatoes จากนักวิจารณ์และผู้ชมไปสูงถึง 93% และ 95% ตามลำดับ

‘Dune: Part One’ ทำรายได้ทั่วโลกไป 407.6 ล้านเหรียญ จากทุนสร้าง 165 ล้านเหรียญ และได้คะแนนบน Rotten Tomatoes จากนักวิจารณ์และผู้ชมไป 83% และ 90% ตามลำดับ อีกทั้งยังคว้า 6 รางวัลออสการ์ ได้แก่ บันทึกเสียงยอดเยี่ยม, วิชวลเอฟเฟกต์ยอดเยี่ยม, ออกแบบงานสร้างยอดเยี่ยม, ดนตรีประกอบดั้งเดิมยอดเยี่ยม, ลำดับภาพยอดเยี่ยม และถ่ายภาพยอดเยี่ยม

ด้วยความสำเร็จอย่างมหาศาลของ ‘Dune: Part One’ และ ‘Dune: Part Two’ นั้น ทำให้การพัฒนา ‘Dune: Messiah’ เป็นความท้าทายอยู่สูงของผู้กำกับวีลเนิฟว์