เดวิด ฟินเชอร์ (David Fincher) ผู้กำกับที่สร้างชื่อจากภาพยนตร์อาชญากรรมสุดมืดหม่นอย่าง ‘Se7en’ (1995) ได้ให้สัมภาษณ์กับ Variety ในโอกาสที่ ‘Se7en’ ได้กลับมาฉายในโรงภาพยนตร์สหรัฐฯ ในรูปแบบ 4K เพื่อฉลองครบรอบ 30 ปี
ฟินเชอร์ได้เปิดเผยว่า Warner Bros. เคยสับสนและนำ ‘Zodiac’ (2007) ไปเปรียบเทียบกับ ‘Se7en’ โดยคาดหวังว่าฟินเชอร์จะสร้างภาพยนตร์อาชญากรรมที่เต็มไปด้วยความมืดหม่นในแบบเดียวกัน ซึ่งฟินเชอร์ได้อธิบายกับสตูดิโอว่า “ผู้ชมต้องอดทนต่อความยาวของภาพยนตร์ซึ่งเล่าเรื่องการสืบสวนที่กินเวลานาน 35 ปี และจะนำพาทุกตัวละครไปสู่ความคาดหวังต่อระบบยุติธรรมอย่างสมเหตุสมผลได้อย่างไร”

‘Zodiac’ ได้รับการดัดแปลงจากหนังสือ ‘Zodiac and Zodiac Unmasked’ ของ โรเบิร์ต เกรย์สมิธ (Robert Graysmith) เล่าเรื่องของเจ้าหน้าที่สืบสวนและนักข่าวที่ถูกเย้ยหยันโดยฆาตกรต่อเนื่องที่แสดงความรับผิดชอบการการฆาตกรรมเหยื่อ 5 ราย ในย่านอ่าวซานฟรานซิสโกยุค 60s ซึ่งการสืบสวนนั้นกินระยะเวลานานถึง 35 ปี (1968 – 1983) นำแสดงโดย เจก จิลเลินฮอล (Jake Gyllenhaal), มาร์ก รัฟฟาโล (Mark Ruffalo), แอนโทนี เอ็ดเวิร์ดส์ (Anthony Edwards) และ โรเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์ (Robert Downey Jr.)
‘Zodiac’ ได้รับการยกย่องจากนักวิจารณ์ว่าเป็นหนึ่งในภาพยนตร์ระทึกขวัญที่น่ากลัวที่สุดในปีนั้น แต่ทำรายได้ทั่วโลกไปเพียง 83 ล้านเหรียญ จากทุนสร้าง 85 ล้านเหรียญ


นอกจาก ‘Se7en’ และ ‘Zodiac’ แล้วนั้น ฟินเชอร์ยังมีผลงานกำกับภาพยนตร์ระทึกขวัญที่ได้รับชื่นชมสูงอย่าง ‘The Game’ (1997), ‘The Girl with the Dragon Tattoo’ (2011) และ ‘The Killer’ (2023) แต่ในขณะเดียวกัน ฟินเชอร์ก็แสดงให้เห็นความเชี่ยวชาญในการดัดแปลงเรื่องจริงเป็นภาพยนตร์ได้อย่างยอดเยี่ยม เช่น ‘The Social Network’ (2010) และ ‘Mank’ (2020) เป็นต้น






