Read
| Health
23/09/2025
รัตนาภรณ์ ศรีนวลจันทร์ | 96 days ago
ทรัมป์เตือน กินยาพาราฯ อาจเสี่ยงออทิสติก Tylenol ซัดกลับ คำพูดไร้หลักฐาน ไม่มีวิจัยอ้างอิง ทำคนตระหนกตกใจ
ไม่ใช่แค่ในสหรัฐฯ แต่ทั้งโลกที่มีการใช้ยาพาราเซตามอล เพื่อบรรเทาอาการปวด ต้องตกใจไปตาม ๆ กันเมื่อประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ของสหรัฐฯ แถลงเตือนประชาชนห้ามกินยาไทลินอล (Tylenol) เพราะอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เด็กเป็นออทิสติก โดยวันนี้ 23 กันยายน 2025 ทรัมป์ได้ออกแถลงว่า ออทิสติกในเด็กอาจเชื่อมโยงกับการฉีดวัคซีนและการที่มารดารับประทานไทลินอลระหว่างตั้งครรภ์ ซึ่งเป็นข้ออ้างที่ไม่มีงานวิจัยรองรับ แต่กลับถูกยกขึ้นมาเป็นนโยบายสาธารณสุขของสหรัฐฯ ในการแถลงข่าวพิเศษที่ทำเนียบขาว ทรัมป์ยอมรับว่าเขาไม่ใช่แพทย์ แต่ได้แนะนำให้หญิงตั้งครรภ์หลีกเลี่ยงการใช้ยาแก้ปวดชนิดนี้ พร้อมทั้งแนะนำว่าไม่ควรฉีดวัคซีนหลายชนิดรวมกันหรือฉีดเร็วเกินไปในวัยเด็ก ซึ่งสวนทางกับสมาคมการแพทย์หลายแห่ง ที่ยืนยันจากงานวิจัยมากมายว่า พาราเซตามอลเป็นยาที่ปลอดภัยต่อการใช้ในหญิงตั้งครรภ์ องค์กรการแพทย์และกลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านออทิสติกหลายสิบแห่ง รวมถึง American Academy of Pediatrics หรือสถาบันกุมารเวชศาสตร์ และ ACOG หรือ รัฐสภาอเมริกันของสูตินรีแพทย์และนรีแพทย์ ต่างออกมาประณาม โดยระบุว่า ไม่มีข้อมูลใดสนับสนุนข้อกล่าวหาดังกล่าว และสิ่งที่ทรัมป์พูดเพียงแต่จะสร้างความกลัวและให้ข้อมูลผิด ๆ ในขณะเดียวกันที่บริษัท Kenvue ผู้ผลิต Tylenol ออกแถลงการณ์ยืนยันว่า “กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ชี้ชัดว่า พาราเซตามอลไม่ก่อให้เกิดออทิสติก เราไม่เห็นด้วยกับข้ออ้างใด ๆ ที่บอกเป็นอย่างอื่น…
21/08/2024
Read Moreเปิดไทม์ไลน์ฝีดาษลิง จากลิงในห้องทดลองสู่สภาวะฉุกเฉินด้านสุขภาพระดับโลก น่ากังวลแค่ไหน?
ฝีดาษลิง หรือ Monkeypox (Mpox) เป็นโรคกลุ่มเดียวกับโรคฝีดาษ หรือไข้ทรพิษ โดยเกิดจากเชื้อไวรัส Orthopoxvirus ซึ่งไทยรับรู้การมีอยู่ของโรคฝีดาษลิงในปี 2022 โดยพบเคสชาวต่างชาติที่ติดเชื้อชนิดนี้ในไทย และผู้ติดเชื้อในช่วงนั้นราว 8 คน ก่อนข่าวนี้จะเงียบไป ซึ่งจริง ๆ แล้วในช่วงปี 2023 ที่ไม่ได้มีการพูดถึงฝีดาษลิงมากนัก แต่ในเดือนสิงหาคมของปี 2023 ประเทศไทยมีเคสผู้ติดเชื้อฝีดาษลิงกว่า 120 ราย ซึ่งสูงที่สุดในอาเซียนในช่วงเวลาดังกล่าว เมื่อช่วงต้นเดือนสิงหาคม 2024 ในต่างประเทศเริ่มมีการพูดถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคฝีดาษลิงอีกครั้ง โดยเฉพาะในทวีปแอฟริกา ซึ่งมีตัวเลขผู้ติดเชื้อกว่า 15,000 รายจากหลายประเทศ โดยพบว่าเป็นเชื้อฝีดาษลิงชนิด Clede1b ที่มีความรุนแรง ก่อนที่องค์การอนามัยอนามัยโลก หรือ WHO จะประกาศให้โรคฝีดาษลิงเป็นสภาวะฉุกเฉินด้านสุขภาพระดับโลกเมื่อวันที่ 14 ส.ค. 2024 ซึ่งถือเป็นระดับเตือนภัยสูงสุด เพราะพบเคสผู้ติดเชื้อนอกกลุ่มประเทศแอฟริกาเพิ่มขึ้น และล่าสุดพบเคสผู้ติดเชื้อในกลุ่มประเทศอาเซียน อย่างฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซียแล้ว ซึ่งเป็นไปได้ที่ผู้ติดเชื้อเริ่มกระจายสู่ประเทศต่าง ๆ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว แล้วเราต้องกังวลกับเรื่องนี้แค่ไหน? โรคฝีดาษลิงเป็นโรคติดต่อผ่านการสัมผัสผิวหนังเป็นหลัก รวมถึงการมีเพศสัมพันธ์ และการใช้ของใช้ร่วมกัน…
ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 494 days ago
13/08/2024
Read Moreเมื่อสมองพึ่งพาเทคโนโลยีมากเกินไป จนลืมคิด ลืมจำ (Digital Amnesia)
ในยุคที่เทคโนโลยีก้าวล้ำไปไกล เราสามารถเข้าถึงข้อมูลได้เพียงปลายนิ้วสัมผัส แต่คุณเคยสังเกตไหมว่า ยิ่งเราพึ่งพาอุปกรณ์ดิจิทัลมากเท่าไหร่ ความสามารถในการจดจำของเราก็ยิ่งแย่ลงเท่านั้น ? ปรากฏการณ์นี้เรียกว่า "Digital Amnesia" หรือ "ภาวะสมองเสื่อมดิจิทัล" นั่นเอง Digital Amnesia คืออะไร ? “Digital Amnesia” หรือ “Google Effect” เป็นปรากฏการณ์ที่สมองของเราเริ่มพึ่งพาเทคโนโลยีดิจิทัลในการจดจำข้อมูลมากเกินไป จนทำให้ความสามารถในการจำของตัวเองลดลง เราจำอะไรได้น้อยลง และมักจะนึกถึงการค้นหาข้อมูลทางอินเทอร์เน็ตเป็นอันดับแรก แทนที่จะพยายามนึกถึงข้อมูลนั้นด้วยตัวเอง ปรากฏการณ์นี้ถูกค้นพบครั้งแรกในปี 2011 โดยทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย ประเทศสหรัฐอเมริกา นำโดย Betsy Sparrow ซึ่งได้ตีพิมพ์ผลการวิจัยในวารสาร Science ทำไมเราถึงเป็น Digital Amnesia ? สาเหตุหลักของ Digital Amnesia มาจากการที่เราพึ่งพาเทคโนโลยีมากเกินไปในชีวิตประจำวัน เช่น สมองของเรามีกลไกการทำงานที่น่าทึ่ง มันจะเลือกจดจำสิ่งที่จำเป็นและทิ้งสิ่งที่ไม่จำเป็น เมื่อเรารู้ว่าสามารถหาข้อมูลได้ง่าย ๆ จากอินเทอร์เน็ต สมองจึงเลือกที่จะไม่เก็บข้อมูลนั้นไว้ เพื่อประหยัดพลังงานและพื้นที่สำหรับข้อมูลอื่น ๆ อาการของ Digital Amnesia…
กฤษณา กาญจนเพ็ญ | 502 days ago
08/08/2024
Read Moreลดความเสี่ยงโรคเรื้อรังได้ทุกวัน แค่ทำ 5 สิ่งนี้
ในยุคดิจิทัลที่เทคโนโลยีรุดหน้า พาให้ทุกคนต่างต้องเร่งรีบ และชีวิตก็ถูกรายล้อมไปด้วยอาหารสำเร็จรูป “โรคเรื้อรัง” หรือโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (Noncommunicable diseases หรือ NCDs) จึงกลายเป็นปัญหาสุขภาพที่คุกคามคนทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ หรือมะเร็ง ล้วนแล้วแต่เป็นโรคที่รักษายาก และส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตอย่างมาก แต่รู้หรือไม่ว่า…เราสามารถป้องกันโรคเรื้อรังเหล่านี้ได้โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งยา วันนี้เรามี 5 แนวทางง่าย ๆ ที่คุณสามารถทำได้เองที่บ้าน เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกายแข็งแรง และห่างไกลจากโรคเรื้อรัง 1. กินอย่างฉลาด ปราศจากโรคภัย คุณเคยได้ยินคำกล่าวที่ว่า "You are what you eat" ไหม ? นั่นเพราะอาหารที่เรากินเข้าไปนั้น ล้วนมีผลโดยตรงต่อสุขภาพของเรา ดังนั้น การเลือกกินอาหารที่ดี มีประโยชน์ จึงเป็นด่านแรกในการป้องกันโรคเรื้อรังได้ แนวทางการกินที่ช่วยป้องกันโรคเรื้อรัง: ตัวอย่างเมนูอาหารเพื่อสุขภาพ: จำไว้ว่า การกินอาหารที่ดีต่อสุขภาพไม่ได้หมายความว่าคุณต้องทรมานตัวเอง ลองหาสูตรอาหารเพื่อสุขภาพที่อร่อยและทำง่าย แล้วคุณจะพบว่าการกินดีไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป 2. กีฬาคือยาวิเศษ (ที่ไม่ต้องกิน) บางคนอาจคิดว่าการออกกำลังกายเป็นเรื่องน่าเบื่อ แต่ความจริงแล้ว การออกกำลังกายสม่ำเสมอคือหนึ่งในวิธีที่ดีที่สุดในการป้องกันโรคเรื้อรัง โดยเฉพาะโรคหัวใจ…
กฤษณา กาญจนเพ็ญ | 507 days ago
12/06/2023
Read MoreBMI เรื่องต้องรู้ของคนอยากสุขภาพดี พร้อมวิธีเช็กว่าคุณอยู่ในเกณฑ์อ้วนรึเปล่า
ทุกคนน่าจะเคยได้ยินเกี่ยวกับค่า BMI (Body Mass Index) หรือดัชนีมวลกายกันมาบ้าง โดยค่า BMI เป็นค่าชี้วัดระดับความอ้วน ผอม และสมส่วน ซึ่งจะช่วยให้คุณสามารถรู้ถึงสถานะร่างกายและสุขภาพได้ Hack for Health เลยจะมาเล่าเรื่องที่คุณควรจะรู้เกี่ยวกับ BMI ที่จะช่วยให้การดูแลสุขภาพและรูปร่างของคุณดีขึ้น การรู้ค่า BMI ของตัวเองดีอย่างไร? BMI สามารถบอกถึงสถานะสุขภาพเบื้องต้นของคุณได้ โดยใช้เพียงน้ำหนักและส่วนสูงไปคำนวณด้วยสูตรทางคณิตศาสตร์ที่ไม่ซับซ้อน แล้วนำค่าที่ได้ไปเปรียบเทียบกับเกณฑ์ การรู้ค่า BMI จึงเป็นประโยชน์ต่อคุณในด้านต่อไปนี้ วิธีหาค่า BMI และเกณฑ์การวัด มาดูวิธีคำนวณและเกณฑ์การวัดค่า BMI กัน BMI = น้ำหนัก (กิโลกรัม) หารด้วย [ความสูง (เมตร) ยกกำลัง 2] ตัวอย่าง: คนที่สูง 168 เซนติเมตร = 1.68 เมตร, น้ำหนักตัว 60 กิโลกรัม จากนั้นเอาค่า BMI…
ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 930 days ago
12/06/2023
Read Moreทำไมการนอนหลับจึงจำเป็นต่อสุขภาพจิต เคล็ดลับเพื่อสุขอนามัยการนอนหลับที่ดีขึ้น
เคยสงสัยกันไหมว่าทำไมวันไหนนอนไม่พอแล้วมักหงุดหงิดไม่ก็โมโหง่าย ทำเรื่องนั้นเรื่องนี้ก็ไม่ได้ดั่งใจ แถมยิ่งปล่อยไว้นานวันเข้ายิ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพด้านต่าง ๆ ตามมา บางคนยิ่งนอนไม่พอยิ่งนอนไม่หลับ ในขณะที่บางคนยิ่งนอนยิ่งอยากนอนมากขึ้น หรือบางคนอาจรุนแรงไปกว่านั้นเมื่อร่างกายเริ่มเข้าสู่สภาวะซึมเศร้า เกิดอะไรขึ้นกันแน่ การนอนหลับมีบทบาทสำคัญต่อสุขภาพจิตขนาดนั้นจริงหรือ หากสนใจปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการนอนหลับใหม่เพื่อสุขภาพที่ดีขึ้น สามารถทำได้อย่างไรบ้างไปดูกัน ทำไมการนอนหลับจึงจำเป็นต่อสุขภาพจิต แน่นอนว่าการอดนอนส่งผลกระทบต่อร่างกายหลายด้าน ตั้งแต่ระบบภูมิคุ้มกัน หัวใจ ไปจนถึงการทำงานของระบบประสาท เมื่อร่างกายของเราเริ่มอ่อนแอลงก็จะส่งผลกระทบโดยตรงกับสุขภาพจิตก่อให้เกิดความเครียด แต่ละคนอาจต่างกันไป บางคนเครียดเรื่องสุขภาพ บางคนเครียดเรื่องงาน แต่สุดท้ายแล้วก็ล้วนส่งผลต่อสุขภาพจิตตามมาอยู่ดี นอกจากนั้น สำหรับผู้ที่อดนอนชนิดรุนแรงอาจส่งผลให้เกิดอาการทางจิตตามมา เช่น ประสาทหลอน หูแว่ว มีลักษณะคล้ายคนมีภาวะอารมณ์ 2 ขั้วหรือไบโพล่า เช่น ซึมเศร้าผิดปกติหรือร่าเริงผิดปกติ เป็นต้น เคล็ดลับเพื่อสุขอนามัยการนอนหลับที่ดีขึ้น รู้อย่างนี้แล้วยอมปล่อยให้ตัวเองอดนอนต่อไปคงไม่ดีต่อทั้งสุขภาพร่างกายและสุขภาพจิตเป็นแน่ หากอยากปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตัวเองใหม่แต่ไม่รู้จะทำยังไงลองวิธีเหล่านี้ดู 1. เข้านอนและตื่นให้เป็นเวลา เชื่อว่าหลายคนเป็นกัน ช่วงแรก ๆ ของการปรับพฤติกรรมนอนให้ตรงเวลาบอกเลยว่าค่อนข้างทุลักทุเลกว่าจะนอนหลับได้ก็ต้องคิดเรื่องนั้นคิดเรื่องนี้ รู้ตัวอีกทีหลับไปตอนไหนก็ไม่รู้หรือบางคนอาจไม่ได้หลับเลยเพราะมัวแต่ใช้เวลาไปกับการคิด พอร่างกายเริ่มปรับตัวเมื่อไหร่เราก็จะคุ้นชินกับเวลาการนอนหลับเดิม เช่น เรานอนตอน 02 : 00 น. เราก็จะรู้สึกง่วงตอนตีสอง ดังนั้นจึงอยากให้กำหนดเวลาเข้านอนและตื่นนอนให้เหมาะสม เช่น เข้านอน 22…
ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 930 days ago
12/06/2023
Read Moreมันฝรั่งทอดและมันฝรั่งแผ่นกับเหตุผลที่คุณไม่ควรกินมากเกินไป
มันฝรั่งทอด/มันฝรั่งแผ่นเป็นขนมขบเคี้ยวที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก แม้คนส่วนใหญ่จะรู้ว่าขนมชนิดนี้ไม่ดีต่อสุขภาพ เพราะเป็นของทอดของมัน แต่ก็ยังกินกันอยู่เป็นประจำ เหตุผลหนึ่งก็เพราะความอร่อยที่มาพร้อมกับราคาที่ถูก ส่วนอีกเหตุผลสำคัญ คือ คนเหล่านั้นยังไม่รู้และตระหนักถึงอันตรายที่แท้จริงของการกินมันฝรั่งทอดมากเกินพอดี Hack for Health เลยเตรียมเหตุผลที่อาจช่วยให้คุณฉุกคิดทุกครั้งก่อนหยิบขนมขบเคี้ยวชิ้นลงจากชั้นวางของในซูเปอร์มาร์เก็ต เหตุผลทึ่คุณไม่ควรกินมันฝรั่งทอด/มันฝรั่งแผ่นมากเกินไป เหตุผลต่อไปนี้อาจช่วยให้คุณกินมันฝรั่งทอดน้อยลง เหตุผลที่ 1: พลังงานสูง แต่คุณค่าทางสารอาหารต่ำ มันฝรั่งแผ่นทอดกรอบรสออริจินัล (เกลือ) ในปริมาณ 28 กรัมให้พลังงาน 149 กิโลแคลอรี ซึ่งตามมาด้วยสารอาหารที่ร่างกายได้รับจากอาหารในมื้อหลักอยู่แล้ว เช่น คาร์โบไฮเดรต โซเดียม ไขมัน แม้มันฝรั่งทอดจะมีวิตามินบีบางชนิดอยู่บ้าง แต่มีในปริมาณที่น้อยมาก มันฝรั่งทอดจึงอาจเป็นขนมที่ทำให้รู้สึกอร่อยและได้พลังงาน (ที่ไม่ค่อยมีประโยชน์) แต่ไม่อยู่ท้องและไม่ได้ให้สารอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพนั่นเอง ทำให้โควตาของพลังงานที่คุณควรจะได้รับในแต่ละวันถูกใช้ไปอย่างเปล่าประโยชน์ เหตุผลที่ 2: โซเดียมสูงเสี่ยงโรค มันฝรั่งแผ่นในปริมาณ 28 กรัมอาจให้โซเดียมราว 200 มิลลิกรัมคิดเป็น 10 เปอร์เซ็นต์ของโซเดียมที่ร่างกายไม่ควรได้รับเกินต่อวัน ซึ่งหากคุณเลือกมันฝรั่งที่มีกลิ่นหรือรสชาติอื่น ๆ ปริมาณโซเดียมก็อาจเพิ่มขึ้นไปตามรสชาติที่เข้มข้นขึ้นยิ่งขึ้น จากข้อมูลคนไทยได้รับโซเดียมสูงกว่าที่ควรจะได้รับต่อวัน 2–3 เท่า ซึ่งขนมขบเคี้ยวเป็นหนึ่งในตัวการ และการได้รับโซเดียมในปริมาณสูงติดต่อกันอาจเพิ่มความเสี่ยงของภาวะความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ…
ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 930 days ago
09/06/2023
Read Moreผ้าห่มถ่วงน้ำหนัก ตัวช่วยเพื่อการนอนหลับที่จะช่วยให้คุณรู้สึกเหมือนถูกกอดตลอดคืน
การนอนคนเดียวอาจไม่เหงาเหมือนเคยและยังทำให้คุณนอนหลับดีขึ้น ถ้าหากมี ‘ผ้าห่มถ่วงน้ำหนัก’ (Weighted blankets) ผ้าห่มถ่วงน้ำหนัก คือ ผ้าห่มที่มีน้ำหนัก 2–13 กิโลกรัม ซึ่งหนักกว่าผ้าห่มทั่วไป ผ้าห่มชนิดนี้เป็นการนำคอนเซ็ปต์การบำบัดด้วยการให้สัมผัสแบบลึก (Deep pressure therapy) หรือใช้แรงกดเพื่อการรักษามาใช้กับเครื่องนอนอย่างผ้าห่ม แม้จะดูคล้ายกับว่าเป็นอุปกรณ์สำหรับการบำบัด แต่คนทั่วไปสามารถใช้ผ้าห่มถ่วงน้ำหนักในการนอนหลับได้เหมือนกัน ซึ่งผ้าห่มถ่วงน้ำหนักอาจเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับคนที่อยากเพิ่มคุณภาพการนอนหลับหรือแม้กระทั่งคนที่มีปัญหาเกี่ยวกับการนอนหลับจากสาเหตุต่าง ๆ ในบทความนี้ Hack for Health จะมาเล่าประโยชน์และข้อมูลของผ้าห่มผืนนี้ที่อาจช่วยเปลี่ยนทุกคืนต่อจากนี้ให้เป็นคืนที่ดีขึ้น ผ้าห่มถ่วงน้ำหนักที่ให้ความรู้สึกเหมือนการถูกกอด การบำบัดด้วยการให้สัมผัสแบบลึกเป็นการบำบัดที่มีการใช้มานานแล้ว โดยจะเป็นการใช้แรงกดเข้าไปตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกายเพื่อกระตุ้นเส้นประสาทและจุดสัมผัสที่อยู่ทั่วร่างกาย ซึ่งจะให้ความรู้สึกคล้ายกับการถูกโอบกอดเอาไว้ โดยน้ำหนักที่ใช้ในการบำบัดและน้ำหนักของผ้าห่มจะเป็นน้ำหนักที่กำลังพอดี ไม่แน่นหรือทำให้รู้สึกอึดอัด ให้ความรู้สึกที่ดี สบาย และผ่อนคลายทั้งกับร่างกายและสมอง ผลการศึกษาปี 2015 ชี้ว่าการห่มผ้าห่มถ่วงน้ำหนักลดความเครียดได้ 33 เปอร์เซ็นต์ วิตกกังวลน้อยลง และช่วยให้รู้สึกสงบมากขึ้น นอกจากนี้ อาจช่วยการหลั่งของฮอร์โมนแห่งความรัก ออกซิโทซิน (Oxytocin) ซึ่งโดยปกติจะหลั่งออกมาเมื่อเกิดการสัมผัสที่สร้างความรู้สึกดี อย่างการกอด การใกล้ชิด การมีเซ็กซ์ หรือปฏิสัมพันธ์อื่น ๆ ที่ทำให้เกิดความอบอุ่นและรู้สึกดีต่อใจ ฮอร์โมนออกซิโทซินอาจช่วยให้นอนหลับง่าย…
ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 933 days ago
09/06/2023
Read Moreรับมืออย่างไร เมื่อฉันกลายเป็น “คนอ่อนไหวง่าย”
เคยหรือไม่ ร้องไห้ง่าย ๆ กับเรื่องที่ไม่ได้ร้ายแรง บางคนอาจจะพูดกับคุณบ่อย ๆ ว่า “เรื่องแค่นี้ไม่เห็นต้องคิดมาก” แต่ทำไมยิ่งมีคนพูดแบบนี้คุณถึงยิ่งคิดมากกันนะ ? บางทีคุณอาจเป็นคนที่อ่อนไหวง่ายอยู่ และบางครั้งมันอาจส่งผลกระทบต่อร่างกายและจิตใจของคุณไม่น้อย คนอ่อนไหวง่าย (Highly Sensitive Person) คำว่า “คนอ่อนไหวง่าย” หรือ “บุคคลที่มีความอ่อนไหวสูง” (Highly Sensitive Person) ได้รับการบัญญัติขึ้นเป็นครั้งแรกโดยนักจิตวิทยา Elaine Aron และ Arthur Aron ในช่วงกลางทศวรรษที่ 1990 Elaine Aron ตีพิมพ์หนังสือของเธอที่ชื่อ "The Highly Sensitive Person" ในปี 1996 และความสนใจในแนวคิดนี้ก็เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่นั้นมา หากคุณเป็นคนที่มีความอ่อนไหวง่าย คุณจะรับรู้ถึงสิ่งเร้าที่อยู่รอบตัวคุณมากขึ้นทั้งด้านบวกและด้านลบ โดยคุณมักจะถูกรบกวนด้วยความรุนแรง และสามารถถูกครอบงำได้ง่าย จนบางครั้งทำให้คุณต้องหลีกเลี่ยงสถานการณ์บางอย่างเพื่อไม่ให้เผชิญกับความเศร้าและความคิดมากนั้น ๆ และด้วยความที่คุณเป็นคนที่มีความอ่อนไหวง่าย จึงทำให้คุณมีความเห็นอกเห็นใจผู้อื่นในระดับลึกซึ้งมากด้วย นอกจากนี้ คุณยังสามารถมีความไวต่อพื้นผิวและเสียง อาจไม่ชอบฝูงชนจำนวนมากหรือแสงจ้า โดยลักษณะและอุปนิสัยของคนที่มีความอ่อนไหวง่าย เช่น หากคุณเป็นคนที่มีความอ่อนไหวง่าย…
ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 933 days ago
09/06/2023
Read MoreShift Work การทำงานเป็นกะ ส่งผลเสียต่อสุขภาพกว่าที่คิด
ปัจจุบันมีหลากหลายอาชีพที่มีความจำเป็นต้องทำงานเป็นกะ (Shift Work) ทั้งทำงานเปลี่ยนช่วงเวลาไปเรื่อย ๆ หรือต้องทำงานตอนกลางคืนถาวร เช่น เจ้าหน้าที่ตำรวจ นักดับเพลิง พยาบาล แพทย์ นักบิน พนักงานเสิร์ฟ คนขับรถบรรทุก และผู้เชี่ยวชาญอื่น ๆ อีกมากมาย แต่รู้หรือไม่ว่าการทำงานกะกลางคืนถือเป็นอุปสรรคต่อความตื่นตัวและประสิทธิภาพของร่างกายหลายด้าน ดังนั้น ผู้ที่กำลังทำงานในช่วงเวลาเช่นนี้จึงจำเป็นต้องดูแลสุขภาพร่างกายของตนเองมากเป็นพิเศษ ผลกระทบด้านสุขภาพในระยะสั้นของคนทำงานเป็นกะ การทำงานเป็นกะ หรือการต้องทำงานในตอนกลางคืนทั้งที่เป็นเวลาที่คนทั่วไปนอน และต้องมานอนหลับในตอนเช้าขณะที่คนหมู่มากออกไปทำงาน สามารถส่งผลเสียให้คุณหลายด้าน ยิ่งคนที่ทำงานเป็นกะติดต่อกันหลายปี แน่นอนว่าประสิทธิภาพของร่างกายคุณก็อาจลดลงได้เช่นกัน โดยผลกระทบต่อสุขภาพในระยะสั้น ได้แก่ อาการทางระบบทางเดินอาหาร เช่น ปวดท้อง คลื่นไส้ ท้องเสีย ท้องผูก และแสบร้อนกลางอก เพิ่มความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บและอุบัติเหตุ คุณภาพชีวิตลดลง รู้สึกไม่สบาย เป็นต้น นอกจากนี้ ที่เห็นได้ชัดคือ ผลกระทบด้านการนอนหลับ เนื่องจากการนอนในตอนกลางวัน คุณอาจจะต้องเจอกับแสงสว่าง และเสียงรบกวนที่สามารถรบกวนการนอนหลับ ทำให้นอนหลับได้อย่างยากลำบากมากขึ้น โดยเฉลี่ยแล้วพนักงานกะกลางคืนจะได้นอนน้อยลง 2-4 ชั่วโมง ซึ่งจะถูกขัดจังหวะก่อนเวลาอันควร กลายเป็นพักผ่อนน้อย มีโอกาสที่จะประสบปัญหาการนอนหลับไม่เพียงพอระหว่างการทำงานกะกลางคืนในภายหลัง ทำให้มีความเสี่ยงต่อความผิดพลาดและอุบัติเหตุมากขึ้น ผลกระทบด้านสุขภาพในระยะยาวของคนทำงานเป็นกะ…
ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 933 days ago
08/06/2023
Read More‘อาหารแช่แข็ง’ เก็บได้นาน สะดวก รวดเร็ว แต่ส่งผลเสียต่อสุขภาพกว่าที่คิด!
ในยุคสมัยที่อะไรก็เร่งรีบไปหมด แม้แต่จะหากับข้าวรับประทานแต่ละมื้อยังแทบไม่มีเวลา แน่นอนว่า ‘อาหารแช่แข็ง’ และ 'อาหารแปรรูปแช่แข็ง' คือทางเลือกสำหรับคนที่นาน ๆ ทีจะออกจากบ้านไปซื้อวัตถุดิบมาทำกิน หรือคนที่ไม่ทำกับข้าวก็อาจจะหันไปเลือกซื้ออาหารแช่แข็งแบบปรุงสำเร็จรูปจากร้านสะดวกซื้อ เพราะเป็นวิธีที่ง่าย สะดวก รวดเร็ว แถมเก็บได้นาน แต่รู้หรือไม่ว่าการรับประทานอาหารแช่แข็งจนกลายเป็นกิจวัตรเช่นนี้อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพของคุณ อาหารแช่แข็งไม่ดีต่อสุขภาพอย่างไร ? อาหารแช่แข็ง เป็นอาหารที่หลากหลายอาจรวมถึง ผักดิบ อาหารจานหลักพร้อมรับประทาน ของว่างขนาดพอดีคำ เนื้อสัตว์ และอื่น ๆ ซึ่งมีความแตกต่างกันในวิธีการผลิต การเก็บรักษา รวมไปถึงการบริโภคด้วยเหตุผลต่างกัน เช่น ความพร้อมในการใช้งาน ความสะดวก รสชาติ เป็นต้น สิ่งหนึ่งที่เราทุกคนรู้คืออาหารแช่แข็งไม่สามารถดีไปกว่าอาหารเพื่อสุขภาพที่ปรุงสดใหม่ และนี่คือเหตุผลว่าทำไมคุณถึงไม่ควรรับประทานอาหารแช่แข็งเป็นประจำ 1.อาจทำให้ความดันโลหิตสูง โซเดียมหรือที่เรียกกันทั่วไปว่าเกลือ เป็นที่รู้กันว่าทำให้ความดันโลหิตพุ่งสูงขึ้น การศึกษาอ้างว่าอาหารแช่แข็งมีปริมาณโซเดียมสูงจึงสามารถเพิ่มความดันโลหิตได้ นอกจากนี้ การรับประทานโซเดียมมากเกินไปยังเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเรื้อรัง เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือด 2.ไม่ดีต่อหัวใจ ไขมันทรานส์เป็นตัวเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจ และยังเชื่อมโยงกับหลอดเลือดแดงอุดตัน ซึ่งไขมันทรานส์นั้นสามารถพบได้ในผลิตภัณฑ์อาหารสำเร็จรูป หรืออาหารแช่แข็ง ไขมันนี้จะไปลดคอเลสเตอรอลที่ดี และเพิ่มคอเลสเตอรอลที่ไม่ดีในร่างกาย ทั้งหมดนี้จะทำให้โรคหัวใจแย่ลงได้ 3.ลดคุณค่าทางโภชนาการ คุณค่าทางโภชนาการของอาหารในขณะที่แช่แข็งจะเป็นตัวกำหนดว่าอาหารนั้นดีต่อสุขภาพหรือเป็นอันตราย โดยการแช่แข็งอาหารเป็นเวลานานอาจทำลายวิตามิน และแร่ธาตุที่สำคัญบางชนิดในอาหารได้…
ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 934 days ago
08/06/2023
Read More8 สัญญาณที่บ่งบอกว่าคุณกำลังเสพติดหนังโป๊
หนังโป๊หรือหนังผู้ใหญ่เป็นตัวช่วยที่ดีและเข้าถึงง่ายที่หลายคนใช้เพื่อสร้างความสุขให้กับตัวเอง เพราะการเห็นภาพเคลื่อนไหวสุดอีโรติกนั้นเร้าอารมณ์ทางเพศของมนุษย์เราได้อย่างถึงแก่น ในระหว่างที่เราเสพภาพเหล่านั้นสมองเราจะหลั่งสารเคมีออกมามากมาย ซึ่งทำให้เรารู้สึกดีและตื่นเต้น แม้จะเป็นเรื่องธรรมชาติ แต่การเสพความสุขอันขมุกขมัวจากการดูหนังโป๊มากเกินไป ร่วมกับปัจจัยอื่น ๆ อาจทำให้เสพติดได้ อาการเสพติดหนังโป๊ (Pornography Addiction/Porn Addiction) เป็นอาการที่มีอยู่จริงและส่งผลสุขภาพจิตและการใช้ชีวิตได้ ซึ่งคนจำนวนไม่น้อยมีอาการนี้ Hack for Health เลยจะมาบอกสัญญาณที่อาจหมายความว่าคุณกำลังมีอาการเสพติดหนังโป๊ 8 สัญญาณที่บ่งบอกว่าคุณกำลังเสพติดหนังโป๊ สำหรับหลายคน การเสพติดหนังโป๊อาจดูเป็นเรื่องตลกหรือลามก แต่ในสำหรับคนที่มีพฤติกรรมนี้อาจต้องเผชิญกับปัญหาในการจัดการกับอารมณ์ของตัวเอง อย่างเวลาที่ไม่ได้ดูหนังโป๊หรือความรู้สึกผิดที่ไม่สามารถห้ามตัวเองได้จนเพิ่มความเสี่ยงของภาวะทางอารมณ์ นาน ๆ เข้าคนที่มีแฟนอาจทะเลาะกับแฟนเพราะปัญหาเรื่องบนเตียง หรือส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน อย่างถูกจับได้ในที่ทำงานว่าแอบดูหนังโป๊ หากคุณกำลังเผชิญกับสัญญาณของอาการเสพติดหนังโป๊และคุณพยายามเท่าไหร่ก็ไม่สามารถหยุดดูได้ แนะนำว่าให้ไปปรึกษาแพทย์ สำหรับคนทั่วไปอาจจะดูว่าเป็นเรื่องน่าอาย แต่ถ้าปล่อยทิ้งไว้อาจส่งผลเสียได้มากกว่านั้น ที่มา: Very Well Mind พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส
ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 934 days ago
08/06/2023
Read MoreApple Vision Pro ถูกใจสายแกดเจ็ต แต่อาจไม่ดีต่อดวงตาและไลฟ์สไตล์สักเท่าไหร่
เป็นที่ฮือฮากับ Apple Vision Pro แว่นอัจฉริยะแบบ Mixed Reality ที่สามารถเป็นได้ทั้ง AR (Augmented Reality) หรือการเห็นกราฟิกซ้อนขึ้นมากับภาพสถานที่จริง และ VR (Virtual Reality) หรือภาพเสมือนจริง ที่ดูเหมือนกับว่าเราเข้าใกล้โลกดิจิทัลในหนังไซไฟมากขึ้นเรื่อย ๆ แม้เทคโนโลยี AR และ VR ออกมาหลายปีแล้ว แต่เมื่อยักษ์ใหญ่อย่างแอปเปิลออก Apple Vision Pro กระแสนี้น่าจะดีดตัวได้รับความนิยมมากขึ้น แต่ของเล่นราคาแพงพร้อมเทคโนโลยีล้ำ ๆ ชิ้นนี้มีข้อควรระวังเรื่องสุขภาพแฝงอยู่ ทั้งในแง่สุขภาพดวงตาและการใช้ชีวิต Apple Vision Pro กับสุขภาพดวงตา อย่างที่เราเห็นกันว่า Apple Vision Pro เป็นแว่นที่ต้องสวมครอบไว้กับศีรษะเพื่อให้เราเห็นภาพได้อย่างชัดเจน แถมมีหน้าจอสุดคมชัดที่ทำให้คุณเห็นได้อย่างเต็มตา ไม่ว่าจะเป็นอินเทอร์เฟซของฟีเจอร์ต่าง ๆ หรือจะเป็นการดูหนังแบบ Immersive แม้จะเป็นแกดเจ็ตสุดล้ำและดีต่อใจ แต่การสวมแว่นลักษณะนี้เป็นเวลานานอาจไม่ดีกับสุขภาพดวงตาและการมองเห็นของคุณสักเท่าไหร่ เพราะอย่างที่คนสายเทคหรือแม้แต่คนทั่วไปก็น่าจะรู้ว่าการมองแสงจากหน้าจอนาน ๆ สามารถทำให้เกิด CVS (Computer Vision…
ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 934 days ago
08/06/2023
Read Moreกินปุ๊ปออกปั๊ป! ขับถ่ายหลังรับประทานอาหารทันที ผิดปกติหรือไม่ ?
ใครเคยมีอาการปวดท้องอยากเข้าห้องน้ำแทบจะทันทีหลังจากที่เพิ่งรับประทานอาหารเข้าไปบ้าง ? อาการเหล่านี้อาจมาเป็นครั้งคราว หรือบางคนอาจพบเจออาการนี้บ่อย ๆ จนบางครั้งรู้สึกรำคาญใจ และเกิดความสงสัยว่า กินปุ๊ปออกปั๊ปแบบนี้ร่างกายของเราผิดปกติหรือไม่ ? โดยทั่วไปคนเราจะใช้เวลาประมาณ 2-5 วัน จากที่กินอาหารเข้าไปก่อนที่ร่างกายจะขับถ่ายออกมาเป็นอุจจาระ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากมีปัจจัยหลายอย่างที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการย่อยอาหาร จึงเป็นเรื่องยากที่จะประมาณระยะเวลาการย่อยอาหารได้อย่างแม่นยำ แต่โดยปกติแล้วผู้หญิงมักจะย่อยอาหารได้ช้ากว่าผู้ชาย ขับถ่ายหลังรับประทานอาหารทันที การขับถ่ายหลังรับประทานอาหารทันที หรือที่เรียกว่า Gastrocolic reflex คือกลไกหลังจากที่ร่างกายได้รับอาหารเข้าสู่กระเพาะอาหาร จากนั้นร่างกายจะปล่อยฮอร์โมนที่ทำให้ลำไส้ใหญ่หดตัว และการหดตัวจะเคลื่อนอาหารที่กินก่อนหน้านี้ผ่านระบบย่อยอาหาร ทำให้มีที่ว่างสำหรับอาหารมากขึ้นซึ่งอาจส่งผลให้เกิดการกระตุ้นให้เกิดการขับถ่ายอุจจาระ สำหรับบางคน Gastrocolic reflex นั้นอาจไม่รุนแรง ทำให้ไม่มีอาการใด ๆ ในขณะที่บางคนอาจมีอาการที่รุนแรง สาเหตุของ Gastrocolic reflex การวิจัยพบว่าความผิดปกติของการย่อยอาหารบางอย่าง เช่น โรคลำไส้แปรปรวน จะเร่งการเคลื่อนตัวของอาหารผ่านลำไส้ใหญ่หลังจากรับประทานอาหาร รวมทั้งอาหารบางชนิด และความผิดปกติของการย่อยอาหารอาจกระตุ้นให้เกิด Gastrocolic reflex ที่รุนแรงเป็นพิเศษ นอกจากนี้ อาจมีปัจจัยมาจากอย่างอื่น ได้แก่ ความผิดปกติเหล่านี้ อาจทำให้ Gastrocolic reflex แย่ลง และอาจพบอาการอื่น ๆ…
ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 934 days ago
07/06/2023
Read Moreจะดีแค่ไหน ถ้าคุณเป็นดวงตาให้คนอื่นได้ Be My Eyes แอปเพื่อช่วยเหลือคนตาบอด
การมองเห็นสิ่งต่าง ๆ ดูจะเป็นเรื่องพื้นฐานที่มนุษย์หรือแม้แต่สัตว์ใช้ในการดำรงชีวิต แต่สำหรับคนตาบอด ไม่ว่าจะตาบอดสนิทหรือมองเห็นเพียงบางส่วน การอ่านวันหมดอายุบนกล่องอาหาร การดูตัวหนังสือบนปุ่มรีโมตที่แสนเรียบง่าย ไปจนถึงการแยกแยะสีที่บ่งบอกถึงอันตรายอาจกลายเป็นเรื่องยากที่ไม่สามารถทำได้ด้วยตัวเอง Be My Eyes แอปพลิเคชันที่ช่วยให้ดวงตาของคุณสามารถมองเห็นได้กว้างกว่าที่เคยและเป็นเสมือนดวงตาของคนตาบอด Be My Eyes - Helping the blind แอปพลิเคชันนี้เป็นการสื่อสารกันผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์หรือ VDO Call ระหว่างคนตาบอดและอาสาสมัคร ซึ่ง Be My Eyes เป็นช่องทางที่จะช่วยให้คนที่มีปัญหาด้านการมองเห็นสามารถ VDO Call ไปยังอาสาสมัครที่ลงทะเบียนในแอปพลิเคชันเพื่อขอความช่วยเหลือในสิ่งที่คนตาบอดไม่สามารถทำได้ เช่น นอกจากนี้ คนตาบอดอาจขอความช่วยเหลืออื่น ๆ เพิ่มเติม แต่จะมีการคัดกรองจากทีมผู้พัฒนาก่อนการโอนสายของผู้ต้องการความช่วยเหลือไปยังอาสาสมัคร อยากเป็นอาสาสมัครของแอปพลิเคชัน Be My Eyes การสมัครเป็นอาสาสมัครของแอปพลิเคชันนี้ง่ายมาก สมัครตามวิธีด้านล่างนี้ได้เลย หากคุณยังกังวลเกี่ยวกับการช่วยเหลือที่มีประสิทธิภาพ ในแอปพลิเคชันจะมีเนื้อหาที่ช่วยให้คุณสามารถให้ความช่วยเหลือได้ดียิ่งขึ้น เช่น วิธีใช้แอปพลิเคชัน วิธีรับสาย วิธีอธิบาย คำถามหรือคำขอการช่วยเหลือที่พบบ่อย รวมถึงเรื่องราวและประสบการณ์ที่น่าประทับใจจากการใช้แอปพลิเคชันนี้ แต่เนื้อหาส่วนในแอปพลิเคชัน Be My Eyes…
ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 935 days ago
06/06/2023
Read Moreเทคนิคสำหรับการดูแลสุขภาพจิตเมื่อต้อง WFH
จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อ Work From Home ไม่เวิร์กอย่างที่คิด ช่วงเริ่ม WFH ใหม่ ๆ เชื่อว่าหลายคนคงรู้สึกตื่นเต้นไม่น้อยกับการได้ทำงานอย่างอิสระ ไม่ต้องคอยกังวลว่าจะตื่นทำงานไม่ทัน รถจะติดไหม จะมีเวลาพักผ่อนหรือเปล่า? เรียกได้ว่าเป็นชีวิตที่ใครหลายคนใฝ่ฝัน แต่ทำไมล่ะพอนานวันเข้า WFH ที่ว่าเวิร์คกับไม่เวิร์คอย่างที่คิด บางคนจากที่คิดว่าตนเองมีอิสระก็กลายเป็น “โดดเดี่ยว” จากที่คิดว่ามีแรงบันดาลใจเต็มเปี่ยมก็เริ่มเข้าสู่ “สภาวะหมดไฟในการทำงาน” แน่นอนว่าคุณไม่ใช่คนเดียวที่เป็น แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้วจะมีวิธีการรับมืออย่างไร หรือมีเทคนิคดูแลสุขภาพจิตยังไงไปดูกัน ผลกระทบต่อสุขภาพจิตจากการ WFH แม้การแพร่ระบาดของโควิด – 19 อยู่ภายใต้มาตรการการควบคุม แต่การ Work From Home มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จึงปฏิเสธว่าปัญหาสุขภาพจิตในการทำงานเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ต้องใส่ใจ ส่วนผลกระทบหลัก ๆ มีดังนี้ 1. ภาวะโดดเดี่ยวทางสังคม (Social Isolation) โดยธรรมชาติแล้วมนุษย์เป็นสัตว์สังคม การต้องทำงานอยู่กับบ้านภายใต้บรรยากาศแบบเดียวกันทุกวัน ทำกิจวัตรเดิมซ้ำ ๆ ส่งผลให้รู้สึกโดดเดี่ยวเพราะขัดกับพฤติกรรมทางธรรมชาติ ยิ่งถูกตัดขาดจากสังคมมากเท่าไหร่ผลกระทบยิ่งรุนแรงขึ้น นอกจากนี้ การตัดขาดทางกายไม่สามารถถูกทดแทนด้วยการพบปะผ่านทางออนไลน์ เช่น ปาร์ตี้หรือการประชุม ทำให้ถึงแม้มีการแก้ไขปัญหาด้วยการหมั่นพบปะพูดคุยหรือจัดสรรพื้นที่ให้สามารถพูดคุยปรึกษาหารือกันได้แต่ปัญหาก็ยังคงอยู่…
ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 936 days ago
06/06/2023
Read Moreกินอาหารเร็วเกินไป เสี่ยงอ้วนได้มากกว่า แถมด้วยปัญหาสุขภาพสารพัด
ใครจะไปรู้ว่าพฤติกรรมง่าย ๆ อย่างการกินอาหารที่เร็วเกินไปสามารถเพิ่มความเสี่ยงของน้ำหนักตัวที่มากขึ้นและโรคอ้วนได้ โดยนอกจากโรคอ้วนแล้ว คุณยังเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพอื่น ๆ ตามมาด้วย Hack for Health จะมาบอกเล่าถึงสาเหตุว่าทำไมการกินอาหารเร็วเกินไปจึงส่งผลเสียและวิธีไหนที่จะช่วยให้คุณกินอาหารได้สุขภาพดีมากขึ้น ทำไมการกินข้าวเร็วเกินไปถึงส่งผลเสีย? โดยปกติแล้ว หลังจากที่เราเริ่มกินอาหารและอาหารถูกลำเลียงไปยังกระเพาะอาหารและลำไส้ สมองเราอาจใช้เวลาราว 20–30 นาทีเพื่อกระตุ้นให้ร่างกายของเรารู้สึกอิ่ม ซึ่งการกินเร็วมากเกินไปจึงอาจทำให้คุณอาหารในปริมาณที่มากกว่าเดิม เพราะยังไม่รู้สึกอิ่ม จนทำให้ร่างกายได้รับพลังงานมากเกินความจำเป็น เพิ่มความเสี่ยงที่จะทำให้น้ำหนักขึ้นและพัฒนาไปเป็นโรคอ้วนได้ ข้อมูลที่รวบรวมจากคนญี่ปุ่นกว่า 3,000 คนพบว่ากลุ่มคนที่กินอาหารเร็วและกินจนกว่าจะรู้สึกอิ่มเสี่ยงต่อการมีน้ำหนักตัวเกิน (Overweight) กว่า 3 เท่าเมื่อเทียบกับคนกลุ่มที่กินช้ากว่า จากการศึกษาของมหาวิทยาลัยฮิโรชิมา ประเทศญี่ปุ่นที่ได้ติดตามพฤติกรรมการกินของคนจำนวน 1,083 คนเป็นเวลากว่า 5 ปี โดยผลลัพธ์พบว่าคนที่กินอาหารเร็วมีความเสี่ยงของโรคอ้วน ความดันโลหิตสูง น้ำตาลในเลือดสูง และภาวะไขมันเลือดสูง ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงของกลุ่มอาการอ้วนลงพุง (Metabolic syndrome) ได้ราว 11.6 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับกลุ่มคนที่กินอาหารด้วยความเร็วปกติและช้า นอกจากน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นแล้ว การกินอาหารเร็วเกินไปอาจส่งผลต่อสุขภาพในด้านต่อไปนี้ด้วย ปัญหาเรื่องระบบย่อยอาหาร คนที่กินอาหารเร็วมักจะกินอาหารคำใหญ่กว่าคนทั่วไปและเคี้ยวอาหารน้อยกว่า ซึ่งพฤติกรรมนี้จะเพิ่มภาระให้กับระบบทางเดินอาหาร เพราะต้องหลั่งน้ำย่อยและใช้เวลาในการย่อยอาหารมากกว่าปกติ อาจทำให้ท้องอืด แน่นท้อง และรู้สึกไม่สบายตัวได้ โรคกรดไหลย้อน การกินอาหารปริมาณมาก…
ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 936 days ago
06/06/2023
Read MoreHigh-Rise Syndrome ภาวะน้องแมวและสัตว์เลี้ยงตกจากตึกสูง
วิถีชีวิตและสภาพบ้านเมืองที่เปลี่ยนไปทำให้หันมาอยู่อาศัยหรือแม้แต่ลงหลักปักฐานบนตึกหรือคอนโดมิเนียมที่สูงตระหง่านกันมากขึ้น โดยเฉพาะคนในเมืองใหญ่ นอกจากการเปลี่ยนแปลงของรูปแบบที่อยู่แล้วคนเริ่มหันมาเลี้ยงสัตว์เลี้ยงอย่างจริงจังกันมากขึ้น แมวเป็นหนึ่งในสัตว์เลี้ยงยอดนิยมที่เลี้ยงง่าย ไม่ส่งเสียงดัง เหมาะกับการเลี้ยงในตึก แต่การเลี้ยงสัตว์ในตึกสูงไม่ว่าจะ Low-Rise (ความสูงต่ำกว่า 23 เมตร) หรือ High-Rise (ความสูงมากกว่า 23 เมตร) ล้วนมีความเสี่ยงที่น้องแมวที่คุณรักเหมือนลูกเกิดอุบัติเหตุอย่างการตกตึกได้ ในต่างประเทศเรียกการตกตึกของสัตว์เลี้ยงว่า High-Rise Syndrome ซึ่งพบมากขึ้นในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา โดยจากสถิติมีแมวตกจากตึกถึง 5 ตัว/สัปดาห์หรือราว 260 เคส/ปี และจำนวนครึ่งหนึ่งเสียชีวิต High-Rise Syndrome สามารถใช้กับสัตว์เลี้ยงอย่างอื่นได้ แต่สัตว์เลี้ยงอย่างแมวที่ชอบกระโดดหรือปืนป่ายตามระเบียงมีความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุได้มากกว่า แม้ว่าแมวจะมีสัญชาตญาณในเอาตัวรอดและสรีระที่เอื้ออำนวยต่อการตกจากที่สูง แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าน้องแมวจะไม่บาดเจ็บจากการตกจากที่สูง High-Rise Syndrome อันตรายต่อน้องแมว การตกจากตึกสูงย่อมทำให้เกิดการบาดเจ็บ ซึ่งอาจทำให้น้องแมวหรือสัตว์เลี้ยงอื่น ๆ เสียชีวิตได้ ในเคสที่รอดน้อง ๆ อาจได้รับบาดเจ็บ อย่างสัญชาตญาณของน้องแมวที่เวลาตกก่อนถึงพื้นจะพลิกตัวและแลนดิงลงพื้นได้เหมือนดูไม่มีอะไร แต่หากเป็นการตกจากที่สูงอาจทำให้อุ้งเชิงกรานบาดเจ็บ ขาหัก กระดูกร้าว ขากรรไกรร้าว ฟันหัก เอ็นขาด และปอดฉีกได้ ซึ่งหากไม่ได้ตกจากที่สูงมากเกินไป น้องแมวมักมีโอกาสรอดกว่า 90 เปอร์เซ็นต์เมื่อได้รับการรักษาทันเวลา…
ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 936 days ago
02/06/2023
Read Moreข้อมูลสถิติประเทศเนเธอร์แลนด์พบว่ากฎหมายสมรสเท่าเทียมสัมพันธ์ต่อสุขภาพจิตที่ดีขึ้น
“All animals are equal, but some animals are more equal than others” - “เหล่าสัตว์ทั้งหลายนั้นล้วนเท่าเทียม แต่สัตว์บางเหล่านั้นเท่าเทียมยิ่งกว่า” Animal Farm - George Orwell หากวรรคทองจากนิยายดิสโทเปีย (Dystopia) ชื่อดังของจอร์จ ออร์เวล (George Orwell) ที่ได้พูดถึงนี้ หมายถึงคนกลุ่มน้อยที่ได้อภิสิทธิ์เหนือผู้อื่นที่พูดประหนึ่งว่าทุกคนเท่าเทียมกัน LGBTQ ในไทยและในหลายประเทศอาจตรงกันข้าม เพราะเป็นคนกลุ่มน้อยที่ถูกละเลยสิทธิในความเป็นมนุษย์อันเท่าเทียม ในโลกยุคปัจจุบัน ความหลากหลายทางเพศและความหลากหลายในตัวตนแตกแขนงออกไปมากกว่าขอบเขตของชาย หญิง ตุ๊ด กะเทย เกย์ ทอม ดี้ หรือเลสเบียนที่คนส่วนใหญ่คุ้นเคย จนต้องมีเครื่องหมาย + ต่อท้าย แม้จะหลากหลายและซับซ้อน แต่ทุกคนล้วนเป็นมนุษย์ไม่ต่างกัน ทุกวันนี้ในประเทศไทย LGBTQ ได้รับการยอมรับมากขึ้นจนการเป็น LGBTQ แทบจะกลายเป็นเรื่องปกติในสังคม แต่สิทธิ์ในการแต่งงานในทางกฎหมายกลับถูกสงวนไว้ซึ่งชายจริงหญิงแท้ตามเพศกำเนิดเท่านั้น การสมรสเท่าเทียมอย่างถูกกฎหมายไม่ได้แค่การให้ LGBTQ จดทะเบียนหรือแต่งงานกันได้ แต่ต้องได้รับสิทธิเหมือนการจดทะเบียนสมรสของเพศชายหญิง…
ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 940 days ago
02/06/2023
Read Moreกลิ่นปากไม่ใช่เรื่องตลก! เพราะอาจเป็นความผิดปกติของร่างกาย
กลิ่นปาก เป็นปัญหาและอาจเป็นเรื่องน่าอายสำหรับบางคน และในบางกรณีอาจทำให้เกิดความวิตกกังวล ทำให้ปัจจุบันมีหมากฝรั่ง น้ำยาบ้วนปาก และผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ที่ออกแบบมาเพื่อต่อสู้กับกลิ่นปาก แต่ผลิตภัณฑ์เหล่านี้เป็นเพียงการแก้ปัญหาชั่วคราวเท่านั้น เพราะไม่ได้แก้ปัญหาจากต้นเหตุ โดยกลิ่นปากอาจเกิดจากสุขอนามัยช่องปากที่ไม่ดี แต่ก็ไม่เสมอไปเพราะสามารถเกิดขึ้นได้จากสภาวะสุขภาพหลายอย่าง เช่น ปากแห้ง แสบร้อนกลางอก หรือแม้แต่โรคในส่วนอื่นของร่างกาย การรักษาภาวะมีกลิ่นปากจึงขึ้นอยู่กับสาเหตุที่แท้จริง โดยกลิ่นปากแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับแหล่งที่มาหรือสาเหตุที่แท้จริง บางคนกังวลเรื่องลมหายใจมากเกินไป ทั้ง ๆ ที่มีกลิ่นปากเพียงเล็กน้อยหรือไม่มีเลย ในขณะที่บางคนมีกลิ่นปากโดยไม่รู้ตัว เนื่องจากเป็นการยากที่จะประเมินว่าลมหายใจของคุณมีกลิ่นอย่างไร ภาวะมีกลิ่นปากคืออะไร ? โดยปกติแล้วทุกคนมีกลิ่นปากเป็นครั้งคราว โดยเฉพาะหลังจากรับประทานกระเทียม หัวหอม หรืออาหารที่มีกลิ่นแรงอื่น ๆ แต่กลิ่นปากที่ไม่หายไป หรือที่เรียกว่า ‘กลิ่นปากเรื้อรัง’ ซึ่งอาจหมายความว่าคุณมีปัญหาสุขภาพช่องปาก หรือมีภาวะที่ส่งผลต่อส่วนอื่นของร่างกาย ภาวะมีกลิ่นปากเป็นอาการของสภาวะต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นภายในร่างกาย กล่าวอีกนัยหนึ่งก็เหมือนกับข้อความเตือนจากร่างกาย ดังนั้น การค้นหาสาเหตุของกลิ่นปากจึงเป็นขั้นตอนแรกในการรักษา โดยภาวะมีกลิ่นปากเป็นภาวะที่แพร่กระจายอย่างรวดเร็ว ส่งผลกระทบต่อผู้คนประมาณ 1 ใน 4 คนทั่วโลก งานวิจัยชิ้นหนึ่งซึ่งรวมการค้นพบบทความในวารสารทางการแพทย์ 13 ฉบับพบว่า ภาวะมีกลิ่นปากส่งผลกระทบต่อประชากรประมาณ 31.8% สาเหตุส่วนใหญ่ของกลิ่นปากคืออะไร? สาเหตุส่วนใหญ่ของภาวะมีกลิ่นปาก…
ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 940 days ago
PR Partners
See All26/12/2025
Meechok Dechpokasup | 2 days ago
Huawei Cloud ครองตำแหน่งผู้นำจากรายงาน Omdia พร้อมขึ้นอันดับ 1 ด้านกลยุทธ์และนวัตกรรม
กรุงเทพฯ 25 ธันวาคม 2568 – Omdia ได้เผยแพร่รายงานฉบับล่าสุด Omdia Universe: Global Cloud Service Provider, 2025 โดยจัดให้ หัวเว่ย คลาวด์ อยู่ในกลุ่ม ผู้นำ (Leader) ทั้งในด้านศักยภาพของโซลูชัน รวมถึงด้านกลยุทธ์และการดำเนินงาน พร้อมทั้งยกให้ หัวเว่ย คลาวด์ เป็นผู้นำในกลุ่มผู้ให้บริการจากจีน และได้รับการจัดอันดับเป็นอันดับหนึ่งของโลกด้านกลยุทธ์และนวัตกรรม ในรายงานได้เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของหัวเว่ย คลาวด์ในการพัฒนาบริการคลาวด์ที่สามารถปรับขยายได้ (scalable)

























