ฝ่ายขาย และการตลาด
085-848-2253[email protected]http://m.me/beartai
สมัครงาน/ฝึกงาน ติดต่อได้ที่
[email protected]
Read
| Health
Read More

Apollo Neuro™ แกดเจ็ตเพื่อการนอน ลดอัตราการตื่นกลางดึก

ในยุคที่ใคร ๆ ก็มีสมาร์ตวอตช์หรือแหวนอัจฉริยะที่คอยบอกว่า "เมื่อคืนคุณนอนหลับได้ไม่ดี" แต่กลับทิ้งเราไว้กับคำถามว่า "นอนไม่ดี แล้วจะทำอย่างไรต่อ ?" เทคโนโลยีล่าสุดจาก Apollo Neuro™ กำลังเข้ามาเติมช่องว่างนี้ ด้วยการเปลี่ยนบทบาทของอุปกรณ์สวมใส่ (Wearable) จากแค่เก็บข้อมูลสุขภาพ สู่การเป็น "ผู้ช่วย" ที่มีส่วนในการแก้ปัญหาการนอนหลับกับความเครียดได้แบบเรียลไทม์ ไม่ใช่แค่แกดเจ็ต แต่คือเครื่องมือดูแลสุขภาพ สิ่งที่ทำให้ Apollo Neuro™ น่าสนใจกว่าอุปกรณ์ในตลาด คือหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ล่าสุด ผลการวิจัยแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุมที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารการแพทย์ระดับโลก อย่าง The American Journal of Medicine นักวิจัยได้ติดตามกลุ่มนักศึกษาแพทย์และเภสัชศาสตร์ในสหรัฐฯ จำนวน 66 คน เป็นเวลานานถึง 12 สัปดาห์ ผลลัพธ์ชี้ชัดว่ากลุ่มที่ใช้ Apollo Neuro™ มีคะแนนภาวะหมดไฟ (Burnout) ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งในด้านของความเหนื่อยล้าทางอารมณ์และความรู้สึกหมดใจต่อการเรียน นอกจากนี้ ดัชนีคุณภาพชีวิต (Well-Being Index) ของผู้ใช้ยังดีขึ้นเมื่อใช้ตั้งแต่สัปดาห์ที่ 6 เป็นต้นไป ซึ่งอาจเข้ามาช่วยแก้วิกฤตภาวะหมดไฟที่บุคลากรทางการแพทย์ในสหรัฐฯ เผชิญสูงถึง…
11/07/2024
Read More

ขอบเขตของการรักตัวเองและความเห็นแก่ตัว

วันนี้เราจะมาชวนทุกคนคุยเรื่องการรักตัวเองและความเห็นแก่ตัวกัน รักตัวเองแบบไหนถึงจะเรียกว่า “พอดี” มาดูกันเลยดีกว่า  คนที่รักตัวเอง จะมอบความเมตตาให้กับตัวเองเสมอ (Self-compassion) แม้คนรอบข้างจะพยายามกดดัน หรือพูดจาใจร้ายใส่ขนาดไหน แต่คนที่รักตัวเองก็จะปลอบโยนและให้กำลังใจตัวเองอยู่เสมอ และพร้อมที่จะพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้น  คนที่รักตัวเอง ก็จะพยายามทำความเข้าใจคนอื่นด้วยเช่นกัน หรือก็คือการมี Empathy มีความเห็นอกเห็นใจต่อผู้อื่น เพราะถ้าหากการรักตัวเองขาด Empathy ไปเมื่อไหร่ ก็จะเข้าสู่เส้นทางของความเห็นแก่ตัวเมื่อนั้น  คนที่รักตัวเองจะเลือกสิ่งที่ดีให้กับตัวเองเสมอ พร้อมนำสิ่งที่เป็นพิษในชีวิตออกไปเป็นระยะ ๆ หรือเลือกที่จะไม่ยุ่งด้วยเลย  คนที่รักตัวเองจะเป็นทั้งผู้ให้และผู้รับ ไม่ได้คิดว่าการที่ฉันรักตัวเอง ฉันต้องได้ฝ่ายเดียว และคนที่รักตัวเองจะเป็นคนที่มีแนวคิดพื้นฐานที่ว่าทุกคนมีความเท่าเทียมกัน ดังนั้นถ้าเราอยากให้คนอื่นให้เกียรติเรา เคารพเรา เราก็ต้องมอบสิ่งนี้ให้กับคนอื่นตอบแทนกลับไปด้วย ส่วนที่รักตัวเอง “มากเกินไป” จนกลายเป็นคนเห็นแก่ตัว จะใช้ชีวิตอยู่บนแนวคิดที่ว่าตัวเองต้องได้สิ่งที่ดีอยู่คนเดียว อะไรแย่งได้ก็แย่ง และไม่นึกถึงจิตใจคนอื่น ไม่คิดว่าคนอื่นก็มีความรู้สึกเช่นกัน   ความ “เห็นแก่ตัว” มักจะมาพร้อมกับ “ความกลัว” เช่น กลัวแพ้ กลัวไม่ได้มีเท่าคนอื่น กลัวน้อยหน้า กลัวคนอื่นได้ดีกว่า ฉันต้องมาเป็นอันดับ 1 ไม่ว่าจะใช้วิธีการแบบไหนก็ตาม    และนี่ก็คือหลักการง่าย ๆ ที่ใช้ในการแยกระหว่างคนที่รักตัวเอง กับคนที่เห็นแก่ตัว ขอให้ทุกคนรักตัวเองในแบบที่พอดี…
09/07/2024
Read More

จุลินทรีย์ในลำไส้อาจอยู่เบื้องหลังการลดน้ำหนักที่ล้มเหลว

คุณรู้ไหมว่าในลำไส้ของคุณมีจุลินทรีย์อาศัยอยู่นับล้าน ๆ ตัว และมีหลายชนิดมาก ๆ สิ่งมีชีวิตเหล่านี้ถูกเรียกว่าจุลินทรีย์ในลำไส้ หรือ Gut Microbiome ซึ่งถ้าตัวที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ เราจะคุ้นหูกับคำว่าโพรไบโอติกส์ โดยเจ้าจิ๋วเหล่านี้ไม่ได้แค่ช่วยเรื่องการย่อยอาหารและการขับถ่าย แต่ความหลากหลายและจำนวนของจุลินทรีย์ในลำไส้บางชนิดอาจส่งผลต่อน้ำหนักตัวของคุณทั้งในทางตรง และทางอ้อม บทความนี้จะพาคุณมาดูหน้าที่ และกลไกของจุลินทรีย์ในลำไส้ที่อาจเป็นตัวการที่ทำให้คุณลดน้ำหนักไม่ได้สักที จุลินทรีย์ในลำไส้กับความหิว-อิ่ม มนุษย์เรามีกลไกในการควบคุมความหิว และความอิ่มด้วยการหลั่งฮอร์โมน เกรลิน (Ghrelin) คือ ฮอร์โมนแห่งความหิวที่หลั่งออกมาจากกระเพาะอาหาร และเลปติน (Leptin) คือฮอร์โมนแห่งความอิ่มที่หลั่งออกมาจากเซลล์ไขมัน ซึ่งข้อมูลงานวิจัยพบว่าหากสมดุลของจุลินทรีย์ภายในลำไส้ของเราไม่สมดุล การหลั่งฮอร์โมนหิวและอิ่มจะเพี้ยนไป คุณอาจจะรู้สึกหิวบ่อยขึ้น อยากอาหารบ่อยขึ้น ทั้ง ๆ ที่เพิ่งกินข้าวไปไม่นาน ในขณะเดียวกันมันก็ทำให้คุณอิ่มช้าลงด้วย นอกจากนี้ จุลินทรีย์ในลำไส้ยังสัมพันธ์กับความรู้สึกพึงพอใจของอาหารที่กินเข้าไปด้วย แม้ว่าบางทีที่คุณกินอิ่มแล้ว แต่ในเชิงความรู้สึกยังรู้สึกว่ายังไม่สะใจ หนำใจ หรือพอใจจากการกินอาหารเหล่านั้น สุดท้ายแล้วก็นำไปสู่การกินอาหารปริมาณมาก และถี่เกินความจำเป็น จนทำให้คุณอ้วน หรือลดน้ำหนักไม่สำเร็จ จุลินทรีย์ในลำไส้กับการเผาผลาญ และการสะสมไขมัน การกินอาหารแคลอรีต่ำกว่าที่ร่างกายต้องการเป็นสูตรสำเร็จของการลดน้ำหนักที่ใช้กันทั่วโลก แต่ถ้าคุณคุมแคลอรี กินอาหารแคลต่ำ แบบเดียวกับเพื่อนของคุณ ใช้ชีวิตเหมือนกัน แต่คุณกลับน้ำหนักไม่ลด อาจเป็นไปได้ว่าคุณอาจขาดจุลินทรีย์ในลำไส้บางอย่างไป จากข้อมูลการศึกษาบางชิ้นพบว่าร่างกายแต่ละคนตอบสนองต่ออาหารอย่างเดียวกันแตกต่างกันไป ทั้งในแง่ของพลังงาน…
09/07/2024
Read More

นักวิจัยคิดค้นการผ่าตัดขาเทียมแบบใหม่ที่เคลื่อนไหวด้วยการสั่งงานจากระบบประสาท

การตัดอวัยวะ ไม่ว่าจะด้วยอุบัติเหตุหรือการเจ็บป่วยย่อมส่งผลต่อคุณภาพชีวิต ทั้งในแง่สุขภาพกาย สุขภาพใจ และการใช้ชีวิตในแทบทุกด้าน ซึ่งกายอุปกรณ์ หรืออวัยวะเทียมมีบทบาทสำคัญในการชดเชยอวัยวะที่สูญเสียไป
02/05/2023
Read More

เป็นคนขี้เกียจจะประสบความสำเร็จได้ไหม ?

ขี้เกียจทำงานจัง…วันนี้ขี้เกียจไม่ออกกำลังกายดีกว่า….คนเราสามารถ ‘ขี้เกียจ’ ได้เป็นเรื่องปกติ แม้คุณอาจจะรู้สึกผิดในบางครั้งที่ตนเองไม่อยากทำอะไรเลย รู้สึกเหมือนชีวิตไร้ค่า แต่อย่าเพิ่งคิดแบบนั้นไป เพราะบางทีความขี้เกียจก็มีข้อดี ที่สำคัญคุณสามารถขี้เกียจแต่ประสบความสำเร็จได้! เทคนิคขี้เกียจอย่างไรให้ประสบความสำเร็จ 1.ฝึกให้เป็นนิสัยมากกว่าบังคับตนเอง การทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งเป็นเวลานานและมาจากการบังคับตนเอง แม้ว่าช่วงแรกคุณจะสามารถทำมันออกมาได้อย่างดีเยี่ยม แต่เมื่อเวลาผ่านไปคุณจะเริ่มรู้สึกเหนื่อยล้าและไม่อยากทำมันอีก ดังนั้น ให้คุณเปลี่ยนความคิดของตนเองจากสิ่งที่ต้องฝืนใจทำ หรือบังคับตนเองให้ต้องทำ ให้กลายเป็นนิสัยของคุณพร้อมกับคุ้นชินไปกับมัน  เช่นเดียวกับคนที่ไม่มีระเบียบวินัยในตนเองหรือคนที่ขี้เกียจบ่อย ๆ ยกตัวอย่าง เรื่องการออกกำลังกาย สำหรับคนที่ไม่มีวินัยอาจจะทำ ๆ หยุด ๆ แต่หากคุณลองเปลี่ยนการออกกำลังกายให้เป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิต และกลายเป็นนิสัยที่คุณต้องทำทุกวัน ก็จะทำให้คุณรู้สึกดี มีความสุขในการลุกขึ้นมาออกกำลังกายมากขึ้น หรือแม้แต่การแปรงฟัน เราทุกคนแปรงฟันทุกวันจนกลายเป็นนิสัย หากลองเอาเรื่องการออกกำลังกายมาเปรียบเทียบกับการแปรงฟันดู สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ก็จะกลายเป็นนิสัยและความเคยชินของคุณที่ต้องทำมันไปโดยปริยาย ดังนั้น แทนที่คุณจะใช้วิธีการบังคับตนเอง ให้มุ่งเน้นไปที่การสร้างนิสัยใหม่แทน 2.เลือก 3 สิ่งที่สำคัญที่สุดที่ต้องทำในแต่ละวัน คุณอาจจะเป็นคนที่มีหลากหลายหน้าที่การงานต้องรับผิดชอบ หรือมีภาระในแต่ละวันมากมาย นี่ไม่ใช่เรื่องผิดเพราะในบางครั้งอาจกลายเป็นเรื่องที่ดีที่คุณมีบทบาทหน้าที่หลายอย่าง แต่ใน 1 วัน หากคุณสามารถเลือกสิ่งสำคัญที่สุดที่ต้องทำมา 3 สิ่งได้ จะช่วยให้คุณจัดการตนเองและบรรลุเป้าหมายในแต่ละวันได้ง่ายขึ้น หากคุณไม่ระบุ 3 สิ่ง ที่คุณควรทำในแต่ละวัน…
28/04/2023
Read More

ยิ่งใกล้กันยิ่งทำร้ายกัน! ทำไมเรามักทำร้ายจิตใจคนที่เรารัก

ทุกคนคงเคยได้ยินประโยคที่ว่า ‘ความรักคือความเจ็บปวด’ สำหรับคนที่เคยเจอกับสถานการณ์ความรักไม่เป็นอย่างที่หวัง หรือคนรักปฏิบัติกับเราราวกับเป็น ‘ถังขยะเคลื่อนที่’ ไว้คอยระบายหรือโมโหใส่ก็คงจะเข้าใจประโยคนี้ดี ไม่ว่าจะความสัมพันธ์แบบครอบครัว คนรัก เพื่อนสนิท ล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องละเอียดอ่อน ยิ่งภาวะอารมณ์ต่าง ๆ ด้วยแล้ว หากสังเกตดูจะพบว่าส่วนใหญ่เรามักจะโมโห หรือทำร้ายบุคคลที่เราบอกว่า ‘รักมากที่สุด’ ในเมื่อ ‘รัก’ มากขนาดนี้ แต่ทำไมถึงยังอยากพูดจาทำร้ายจิตใจและทำร้ายความรู้สึกพวกเขากันนะ ? เรามักทำร้ายคนที่เรารักมากที่สุด เรื่องนี้เป็นข้อเท็จจริงและมีงานวิจัยที่ยืนยันแล้วว่า คนเรามีแนวโน้มที่จะก้าวร้าวหรือทำร้ายจิตใจคนที่เรารักมากกว่าบุคคลอื่น! โดยการก้าวร้าวโดยตรง หรือการโมโหอย่างรุนแรงเรามักจะกระทำต่อคนใกล้ชิดอย่างคนในครอบครัว หรือคนรัก ขณะที่เพื่อนสนิทมักตกเป็นเป้าหมายของการถูกทำร้ายจิตใจทางอ้อมเสียมากกว่า เช่น การนินทาว่าร้าย การทำพฤติกรรมเฉยชาใส่ เป็นต้น ทำไมเราถึงกล้าทำร้ายคนที่เรารัก 1.ทำร้ายคนอื่นเพื่อลงโทษตัวเอง ทุกครั้งที่เราพูดจาหรือทำอะไรที่เป็นการทำให้คนที่เรารักเสียใจ สุดท้ายเราจะรู้สึกเสียใจและรู้สึกผิดตามมาเสมอ แต่ที่เรายังคงทำเช่นนี้อยู่ ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะความรู้สึกเบื้องลึกในจิตใจที่เราอาจจะคิดว่าตนเองไม่คู่ควรกับความรักที่ได้รับ ไม่คู่ควรที่จะมีความสุข ดังนั้น เราจึงทำร้ายอีกฝ่ายหนึ่งเพื่อเป็นบ่อนทำลายตนเองและความสุขในชีวิต ในกรณีเช่นนี้มีแนวโน้มที่จะทำลายตนเองในด้านอื่น ๆ ของชีวิต ไม่ใช่แค่เรื่องความสัมพันธ์เท่านั้น 2.ปกป้องความรู้สึกของตนเอง ในความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดอย่างคนรัก เราอาจทำร้ายอีกฝ่ายหนึ่งก่อนที่พวกเขาจะทำร้ายเรา เพื่อให้เรามีอำนาจเหนือกว่าในการควบคุมความสัมพันธ์ นี่คือความพยายามที่จะปกป้องตนเองจากการถูกทำร้ายก่อนที่เราจะเป็นฝ่ายถูกกระทำให้เสียความรู้สึกก่อน  หรืออีกทางหนึ่งเราอาจทำร้ายอีกฝ่ายเพราะเขาทำร้ายเราก่อน เพื่อให้เราสามารถควบคุมความรู้สึกของตนเองได้อีกครั้งโดยการรู้สึกว่าได้ตอบโต้และได้รับความเจ็บปวดอย่างเท่าเทียมกัน ซึ่งการกระทำเช่นนี้ในไม่ช้าจะกลายเป็นความสัมพันธ์ที่เป็นพิษ  3.รู้สึกปลอดภัยในความสัมพันธ์ ยิ่งความสัมพันธ์ใกล้ชิด…
28/04/2023
Read More

OOCA (อูก้า) ปรึกษาปัญหาใจ แพลตฟอร์มที่ช่วยฟื้นฟูจิต ฮีลใจ ไม่ต้องออกจากบ้านก็คุยกับผู้เชี่ยวชาญได้

ความเศร้า ความเครียด ความรู้สึกวิตกกังวล หรือแม้แต่ความเบื่อหน่ายเป็นอารมณ์พื้นฐานที่มนุษย์อย่างเรา ๆ ทุกคนต้องเคยเผชิญ แต่ปัจจัยและปัญหาในชีวิตของแต่ละคนที่แตกต่างกัน อย่างเรื่องงาน ความสัมพันธ์ สถานะทางการเงิน และการใช้ชีวิตอาจนำไปสู่อารมณ์ด้านลบเรื้อรังและปัญหาสภาพจิตใจที่รุนแรงขึ้น อย่างโรคเครียด โรคซึมเศร้า หรือแม้แต่การหมดไฟในการทำงาน ซึ่งทำให้ความสุขและคุณภาพชีวิตของเราลดต่ำลง แต่จะดีกว่าไหม ถ้าหากมีพื้นที่ที่คุณสามารถระบายทุกความคิดที่คุณเก็บเอาไว้กับตัวเอง ที่ไม่กล้าบอกใคร หรือไม่มีคนที่คุณรู้สึกว่าสามารถเล่าให้ฟังได้อย่างสบายใจ หรือแม้แต่ความลับบางอย่างที่น่าอึดอัดใจ OOCA แพลตฟอร์มเพื่ออารมณ์และสุขภาพจิตที่ดีช่วยคุณได้ ด้วยทีมนักจิตวิทยาและจิตแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญในการรับมือกับอารมณ์และความรู้สึก บทความนี้ Hack for Health จะพาคุณมาแฮกวิธีดูแลสุขภาพจิตที่ง่าย สะดวก และมีประสิทธิภาพด้วยแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ OOCA ปรึกษาปัญหาใจ คุยกับนักจิตวิทยา/จิตแพทย์ ≠ ผิดปกติ แม้ว่า ณ ปัจจุบันจะเป็นโลกยุคดิจิทัลที่เปิดกว้าง แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าอคติที่ว่า “การคุยกับนักจิตวิทยา/จิตแพทย์ = ผิดปกติหรือน่าอาย” ยังคงอยู่กับคนไทย แม้แต่ในคนรุ่นใหม่เอง หรือบางคนที่ไม่ได้มีชุดความคิดแบบนั้น แต่ก็กังวลการถูกตัดสินจากคนใกล้ตัวก็มีอยู่ไม่น้อยเช่นเดียวกัน ซึ่ง Hack for Health ขอให้คุณทลายความกลัวและล้างความเชื่อนี้ออกไป เพราะการพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญทางด้านจิตวิทยานั้นไม่ต่างอะไรจากการที่คุณรักษาสุขภาพด้วยการออกกำลังกายหรือกินอาหารที่มีประโยชน์ การพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญเป็นเพียงขั้นตอนหนึ่งในการดูแลสุขภาพจิตหรือเป็นสเต็ปในการแก้ปัญหาทั่วไปสเต็ปหนึ่งแค่นั้นเลย โดยการพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญอาจช่วยให้คุณเข้าใจปัญหา อารมณ์ที่เกิดขึ้น…
28/04/2023
Read More

‘Infused Water’ น้ำหมักผลไม้ มีประโยชน์ต่อร่างกาย ?

เราทราบกันอยู่แล้วว่าการดื่มน้ำมีประโยชน์ต่อร่างกายหลายด้าน ขณะที่บางคนอาจจะไม่ชอบการดื่มน้ำเปล่า แต่จะชอบน้ำดื่มที่มีรสชาติแทน ที่ผ่านมามีกระแสการหันมาดื่ม Infused Water หรือ น้ำหมักผลไม้ เพราะช่วยเพิ่มรสชาติของน้ำให้มีความอร่อยมากขึ้น รวมถึงเชื่อว่ามีประโยชน์ต่อร่างกายในหลาย ๆ ด้าน ทั้งช่วยกำจัดสารพิษออกจากร่างกาย และช่วยลดน้ำหนักได้! Infused Water คือ ? Infused Water คือ น้ำหมักผลไม้ หรือบางคนอาจเรียกว่า ‘น้ำดีท็อกซ์’ โดยเป็นการผสมน้ำเปล่ากับผลไม้ ผัก หรือสมุนไพรสด ซึ่งคุณสามารถทำเองที่บ้านได้ และเลือกใช้ผัก ผลไม้ และสมุนไพรที่คุณชื่นชอบ หรือเลือกตามสรรพคุณของผัก ผลไม้นั้น ๆ ได้เอง น้ำหมักผลไม้จะมีแคลอรีน้อยมาก เนื่องจากทำโดยการผสมรสชาติมากกว่าการคั้นน้ำหรือปั่นที่มักจะผสมสารให้ความหวานเข้าไป และน้ำหมักผลไม้ก็มักถูกแนะนำในแผนการลดน้ำหนักอีกด้วย  วิธีทำน้ำหมักผลไม้ การทำน้ำหมักผลไม้ที่บ้านนั้นง่ายมาก สิ่งที่คุณต้องมีคือน้ำเปล่า ผัก ผลไม้ และสมุนไพร เพียงแค่นำส่วนผสมเติมลงในแก้วน้ำร้อนหรือน้ำเย็นขึ้นอยู่กับความชอบ ยิ่งคุณใช้ส่วนผสมมากเท่าไหร่รสชาติก็จะยิ่งเข้มข้นขึ้นเท่านั้น หรือหากคุณกำลังทำเครื่องดื่มเย็น ๆ คุณสามารถนำน้ำหมักผลไม้ทิ้งไว้ในตู้เย็นเป็นเวลา 1-12 ชั่วโมง เพื่อให้ได้รสชาติมากขึ้น โดยสูตรผสมน้ำหมักผลไม้ที่เป็นที่นิยม ได้เแก่ น้ำหมักผลไม้กับประโยชน์ด้านสุขภาพ…
27/04/2023
Read More

“วันนี้ลองพูดคุยกับใครสักคนนะ” ฟีเจอร์บน YouTube เพื่อช่วยเหลือกลุ่มเสี่ยงการฆ่าตัวตายและการทำร้ายตนเอง

การทำร้ายตัวเองและการฆ่าตัวตายเป็นปัญหาในสังคมที่เพิ่มมากขึ้นทุกวัน ทั้งในไทยและทั่วโลก ซึ่งแพลตฟอร์มของสื่อและแอปพลิเคชันต่าง ๆ เข้ามามีบทบาทต่อสุขภาพจิตของผู้คนเพิ่มมากขึ้นทุกวัน ล่าสุดแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ระดับโลกอย่าง YouTube ก็มีฟีเจอร์ที่ช่วยกรองเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับการทำร้ายตัวเองและการฆ่าตัวตาย ฟีเจอร์นี้เป็นโครงการช่วยเหลือผู้ที่เสี่ยงตายต่อการฆ่าตัวตายและการทำร้ายตนเองที่เป็นการร่วมมือกันระหว่างกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุขและ YouTube ซึ่ง Hack for Health จะพาคุณไปรู้จักฟีเจอร์นี้ให้มากขึ้น รวมถึงวิธีใช้งานฟีเจอร์เบื้องต้น Trigger Warning “เนื้อหาที่อาจมีหัวข้อเกี่ยวกับการฆ่าตัวตายหรือการทำร้ายตนเอง” ตัวผู้เขียนเองไปบังเอิญเจอกับฟีเจอร์นี้เวลาเข้าไปฟัง Podcast หรือชมวิดีโอที่อยู่ในหมวดสืบสวนสอบสวน ซึ่งหากเนื้อหาในสื่อที่คุณกำลังจะดูมีความเกี่ยวข้องกับความรุนแรง อย่างการฆ่าตัวตายและการทำร้ายตนเอง แอปพลิเคชันจะป๊อปอัปข้อความเพื่อเตือนคุณก่อนวิดีโอจะเริ่มเล่น ซึ่งมีให้กดยกเลิกและยอมรับ หากเป็นบนเว็บไซต์จะขึ้นคำเตือนและมีปุ่ม “ฉันเข้าใจและต้องการดำเนินการต่อ” หากคุณกด “ยกเลิก” วิดีโอจะไม่เล่นและย้อนกลับไปหน้าก่อนหน้า หากคุณกดคำว่า “ยอมรับ” วิดีโอจะเริ่มเล่น โดยที่บริเวณใต้คำอธิบายวิดีโอจะปรากฏหน้าต่างดังภาพนี้ ซึ่งหากคุณกดปุ่มโทร แอปพลิเคชันจะขึ้นเบอร์ 1323 ที่เป็นเบอร์สายด่วนกรมสุขภาพจิตที่สามารถโทรได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายและข้อมูลของคุณจะถูกเก็บไว้เป็นความลับ ประโยชน์ของฟีเจอร์ Trigger Warning เกี่ยวกับเนื้อหาที่มีการฆ่าตัวตาย อินเทอร์เน็ตเป็นโลกกว้างที่มีข้อมูลต่าง ๆ ให้คุณสืบค้น ซึ่งก่อให้เกิดประโยชน์ได้อย่างมหาศาล แต่ในขณะเดียวกันอินเทอร์เน็ตยังเป็นแหล่งข้อมูลที่มีทั้งขาว เทา และดำ ในแต่ละปีมีคนค้นหาวิธีในการฆ่าตัวตายหลายล้านครั้ง แน่นอนว่าคลังวิดีโอของโลกอย่าง YouTube ก็เป็นหนึ่งในแหล่งที่มีข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้…
27/04/2023
Read More

ระวัง Clean Beauty สวย สะอาด ปราศจากสาร การตลาดสกินแคร์ที่บ่มเพาะความกลัวและทำให้คุณเข้าใจผิด

การดูแลผิวพรรณเป็นกิจวัตรประจำวันที่ไม่ได้จำอยู่แค่เพศใดเพศหนึ่งหรือช่วงวัยใดช่วงวัยหนึ่ง หากคุณเป็นคนที่ใช้สกินแคร์เป็นประจำ คุณน่าจะคุ้นเคยกับประโยค “สกินแคร์ปราศจากสารอันตราย 5 / 7 / 9 ชนิด หรือปราศจากสารเคมีและสารพิษ” ซึ่งแบบนี้แหละที่เรียกว่าการตลาดแบบ Clean Beauty Clean Beauty เป็นคอนเซ็ปต์การตลาดสกินแคร์ที่นิยมในฝั่งสหรัฐอเมริกาและแถบยุโรปมาเป็นเวลาหลายปี แต่ในไทยเองเพิ่งมีการใช้คำนี้ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ซึ่ง Clean Beauty กลายเป็นสัญลักษณ์ของสกินแคร์ที่ปลอดภัย มาจากธรรมชาติ และไร้สารพิษ โดยสารพิษที่ว่ามักตกไปอยู่กับสารเคมีในกลุ่มของแอลกอฮอล์ พาราเบน น้ำหอม สี หรือแม้แต่มิเนอรัลออยล์ การตลาดแบบ Clean Beauty มักอ้างว่าจะไม่ทำให้ก่อการระคายเคือง ซึ่งอาจช่วยให้ผู้ใช้สามารถเลือกสกินแคร์ที่ปลอดภัยกับผิวได้ แต่คอนเซปต์ Clean Beauty มีเบื้องลึกเบื้องหลังที่คุณควรทำความเข้าใจก่อนเริ่มใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่อยู่ภายใต้คอนเซปต์ที่ดูบริสุทธิ์และสวยงามนี้ เพราะคุณอาจกำลังถูกทำให้เข้าใจส่วนผสมและสกินแคร์แบบผิด ๆ อยู่ Hack for Health จะมาแฮกข้อเท็จจริงของส่วนผสมในสกินแคร์ที่อาจทำให้คุณเข้าใจผิดจากการตลาดแบบ Clean Beauty และเรื่องที่นักการตลาดไม่ได้บอกคุณอย่างตรงไปตรงมา เปิดกระปุกรู้จักสารต้องห้ามในสกินแคร์แบบ Clean Beauty ที่จริง ๆ เราอาจแค่โดนหลอก ก่อนที่จะไปเริ่มรู้จักกับสารต้องห้ามในสกินแคร์แบบ…
26/04/2023
Read More

อันตรายจากการแคะหู เสี่ยงแก้วหูทะลุสูญเสียการได้ยินถาวร!

ความเข้าใจผิดทั่วไปของผู้คนเกี่ยวกับการทำความสะอาดหู นั่นคือการใช้สำลีก้าน หรือ คอตตอนบัด แต่แท้จริงแล้วบรรจุภัณฑ์ของสำลีส่วนใหญ่ระบุว่าผลิตภัณฑ์นี้ไม่ได้มีไว้สำหรับกำจัดขี้หู ที่สำคัญแพทย์แนะนำว่าอย่าใส่อะไรที่มีขนาดเล็กเข้าไปในหู ดังนั้น การใช้คอตตอนบัดอาจไม่ปลอดภัยและอาจเป็นอันตรายต่อหูของคุณได้! ทำไมคนเราถึงมี ‘ขี้หู’ ขี้หู ช่วยให้หูของคุณมีน้ำหล่อลื่นและป้องกันไม่ให้น้ำเข้าไปในช่องหูของคุณ นอกจากนี้ยังช่วยป้องกันไม่ให้สิ่งสกปรกและแบคทีเรียเข้าไปในหูของคุณด้วย โดยขี้หูจะคลายตัวและหลุดออกจากหูของคุณตามธรรมชาติเมื่อเวลาผ่านไป ดังนั้น โดยทั่วไปแล้วจึงไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับการต้องแคะหูหรือปั่นหูเพื่อเอาขี้หูออก ทำไมต้องเอาขี้หูออก? ในบางคนอาจจำเป็นต้องเอาขี้หูออกหากมีขี้หูสะสมมากเกินไป หรือที่เรียกว่า ขี้หูอุดตัน มักเกิดกับผู้ที่ใส่เครื่องช่วยฟังทุกวัน ใส่ที่อุดหูทุกคืน หรือมีขี้หูสะสมเร็วกว่าคนทั่วไป โดยขี้หูที่สะสมอาจส่งผลต่อการได้ยินและทำให้เกิดความเจ็บปวด ดังนั้น การกำจัดขี้หูด้วยวิธีที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพจึงเป็นเรื่องสำคัญ  อันตรายจากการใช้คอตตอนบัดแคะหู หากคุณนำสำลีก้าน หรือคอตตอนบัดมาแคะหูเพื่อหวังจะเอาขี้หูออกมา วิธีนี้อาจส่งผลเสียต่อหูของคุณดังนี้ อย่างที่บอกไปว่า ขี้หูของคนเราจะหลุดออกไปเองโดยธรรมชาติ ดังนั้น หากคุณยังใช้คอตตอนบัดแคะหูบ่อย ๆ หรือปั่นหูแรง ๆ ก็อาจเสี่ยงทำให้แก้วหูทะลุอันตรายถึงขั้นสูญเสียการได้ยินถาวร เคล็ดลับในการกำจัดขี้หูอย่างปลอดภัย  1.อย่าใช้วัตถุขนาดเล็กในการทำความสะอาดหูของคุณ อย่างที่ได้บอกไว้ตอนต้นว่า แพทย์ไม่แนะนำให้ใช้สิ่งที่มีขนาดเล็กในการทำความสะอาดหู เหตุผล คือ วัตถุขนาดเล็กแม้แต่ของกึ่งนุ่ม เช่น คอตตอนบัดก็สามารถทิ่มแทงแก้วหูของคุณได้อย่างง่ายดาย   2.ให้แพทย์เป็นผู้จัดการเอาขี้หูที่สะสมมากเกินไปออก วิธีกำจัดขี้หูที่ปลอดภัยที่สุดคือให้แพทย์เป็นผู้ทำให้ ผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์จะรู้วิธีที่ปลอดภัยที่สุดในการกำจัดสิ่งอุดตันต่าง ๆ และมีเครื่องมือที่ถูกต้องปลอดภัย นอกจากนี้ หากคุณมีคำถามใด ๆ…
24/04/2023
Read More

ยืดระยะเวลาแห่งความสนุกของคุณให้นานขึ้นด้วยแผ่นเช็ดแก้หลั่งเร็ว

หลั่งเร็ว (Premature Ejaculation) หรือการถึงจุดสุดยอดภายในเวลาไม่นาน เป็นปัญหาที่หนุ่ม ๆ กว่า 30 เปอร์เซ็นต์ทั่วโลกพบเจอจนอาจรู้สึกขาดความมั่นใจเมื่อต้องทำกิจกรรมบนเตียง แต่ปัญหานี้แก้ได้หลายวิธี หนึ่งในนั้น คือ แผ่นเช็ดแก้หลั่งเร็ว (Premature Ejaculation Wipe) ค่าเฉลี่ยระยะเวลาในการถึงจุดสุดยอดโดยเฉลี่ยของผู้ชายอยู่ที่ 7 นาที โดยการถึงจุดสุดยอดภายในเวลาต่ำกว่า 3 นาทีเรียกได้มีปัญหาหลั่งเร็ว แผ่นเช็ดแก้หลั่งเร็วคืออะไร ทำงานอย่างไร? แผ่นเช็ดแก้หลั่งเร็วเป็นอุปกรณ์ที่มีลักษณะคล้ายกับกระดาษทิชชูเปียกที่อยู่ในซองขนาดเล็ก ซึ่งคุณสามารถใช้แผ่นเช็ดนี้เช็ดบริเวณน้องชายเพื่อชะลอการหลั่งก่อนเริ่มกิจกรรมไม่เพียง 5–10 นาที โดยในแผ่นเช็ดแก้หลั่งเร็วจะมีสารที่ช่วยลดความรู้สึก อย่างเบนโซเคน (Benzocaine) หรือจริง ๆ ก็คือยาชานั่นแหละ แต่มีความเข้มข้นต่ำ ซึ่งจะช่วยลดความไวต่อความรู้สึกบริเวณอวัยวะเพศในระดับที่คุณยังสนุกกับกิจกรรมที่ทำอยู่ได้ จากการศึกษาในผู้ชาย 6 ใน 15 คนที่มีปัญหาหลั่งเร็วภายในเวลาเฉลี่ยราว 2 นาทีได้ใช้แผ่นเช็ดแก้หลั่งเร็วที่มีเบนโซเคน 4 เปอร์เซ็นต์และติดตามผลภายหลัง 2 เดือนพบว่าคนที่ใช้มีระยะเวลาในการมีเซ็กซ์เพิ่มขึ้นราว 4 นาที ซึ่งช่วยให้รู้สึกมั่นใจและมีความสุขกับเซ็กซ์มากขึ้น แผ่นเช็ดแก้หลั่งเร็วเป็นตัวช่วยที่ค่อนข้างมีประโยชน์ เพราะใช้ง่าย แค่ฉีกและเช็ด เป็นวิธีรักษาแบบใหม่ที่ช่วยลดการรักษาปัญหาหลั่งเร็วโดยไม่ต้องใช้ยาที่อาจเสี่ยงต่อผลข้างเคียงและต้องรอระยะเวลาในการออกฤทธิ์ ข้อจำกัดของแผ่นเช็ดแก้หลั่งเร็ว…
21/04/2023
Read More

ยิ่งกินยิ่งร้อน! อาหารและเครื่องดื่มที่ควรเลี่ยงช่วงฤดูร้อน

อากาศช่วงฤดูร้อนของประเทศไทย ไม่เคยทำให้ผิดหวัง! ความร้อนที่เรียกได้ว่าแทบจะแผดเผาทำให้ต้องเปิดเครื่องปรับอากาศบรรเทาความร้อนกันจนค่าไฟพุ่งไม่หยุด แต่รู้หรือไม่ว่าอาหารหรือเครื่องดื่มที่คุณกินในแต่ละวันอาจมีส่วนทำให้เกิดความร้อนในร่างกายได้ มาดูกันว่าอาหารที่ควรหลีกเลี่ยงช่วงหน้าร้อน เพราะอาจเสี่ยงต่อสุขภาพและยิ่งกินยิ่งร้อน มีอะไรบ้าง 1.เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน เช่น ชา กาแฟ มีฤทธิ์ในการขับปัสสาวะ และเมื่อคุณดื่มเครื่องดื่มพวกนี้มากในช่วงหน้าร้อนก็ยิ่งทำให้ร่างกายขับน้ำออกมาทางปัสสาวะมากขึ้น ซึ่งคุณจะต้องดื่มน้ำเพื่อทดแทนน้ำที่เสียไป อีกทั้ง คาเฟอีนยังทำให้รู้สึกใจสั่น ยิ่งถ้าอยู่ท่ามกลางอากาศร้อนหรือออกไปกลางแจ้งอาจเกิดอาการช็อกได้ 2.เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์มีฤทธิ์ทำให้เส้นเลือดฝอยที่อยู่ใต้ชั้นผิวหนังขยายตัว ทำให้ร่างกายระบายความร้อนออกมา มีส่วนทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำและเกลือแร่มากขึ้น ขณะเดียวกันก็ทำให้อุณหภูมิในร่างกายลดต่ำผิดปกติ อีกทั้งแอลกอฮอล์ยังมีฤทธิ์ในการกระตุ้นหัวใจให้สูบฉีดเลือดเร็วขึ้น ทำให้ความดันโลหิตสูง อาจทำให้ช็อกหรือเสียชีวิตได้ ดังนั้น แอลกอฮอล์จึงเป็นเครื่องดื่มที่ควรเลี่ยงในช่วงที่อากาศร้อนอบอ้าวเช่นนี้ 3.ขนมหวาน แม้ว่าขนมหวานน่าจะช่วยทำให้คุณรู้สึกดี หรือมีชีวิตชีวาขึ้นในช่วงหน้าร้อนแบบนี้ แต่ขนมหวานจำพวกที่มีส่วนผสมของกะทิ เป็นขนมที่คุณต้องระมัดระวัง เพราะในช่วงหน้าร้อนแบบนี้จะทำให้กะทิบูดได้ง่ายขึ้น เสี่ยงต่อการท้องเสีย ท้องร่วง และอาหารเป็นพิษได้ ขณะเดียวกันขนมประเภทอื่นที่มีรสหวานจัด ยังทำให้ร่างกายของคุณรู้สึกร้อนขึ้นมาหลังจากกินเสร็จด้วย นั่นเป็นเพราะเมื่อร่างกายของเรามีการเผลาผลาญน้ำตาลในปริมาณมาก ก็จะสร้างความร้อนขึ้นมา ทำให้ร่างกายรู้สึกร้อนมากขึ้นนั่นเอง 4.น้ำอัดลม แม้ว่าคุณจะรู้สึกกระหายอยากดื่มน้ำอัดลมเพื่อเพิ่มความสดชื่นมากแค่ไหน แต่ก็ต้องเตือนตัวเองว่าควรจะดื่มแต่พอประมาณเท่านั้น เพราะน้ำอัดลมเป็นเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง และไม่มีสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ยิ่งคุณดื่มน้ำอัดลมมากเท่าไหร่ก็ยิ่งทำให้คุณรู้สึกหิวน้ำมากขึ้นเท่านั้น แถมเสี่ยงที่ร่างกายจะได้รับน้ำตาลในปริมาณที่มากเกินไปด้วย  5.อาหารรสเค็ม อาหารที่มีรสชาติเค็มจัด จะทำให้ไตทำงานหนัก ซึ่งปกติแล้วในช่วงหน้าร้อนไตจะทำงานหนักเพื่อสงวนน้ำไว้ในร่างกาย ยิ่งคุณกินอาหารที่มีการใส่เกลือ หรือซอสเพิ่มความเค็มเข้าไป…
21/04/2023
Read More

รีบเช็กด่วน! รู้หรือไม่ ของใช้ในบ้านมีวันหมดอายุ

ปกติแล้วหากไม่ใช่เสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย คนเรามักจะไม่ค่อยซื้อของใหม่ ๆ มากนัก เพราะเข้าใจว่าของใช้ต่าง ๆ ควรเปลี่ยนก็ต่อเมื่อพังหรือสึกหรอ แต่ในความเป็นจริงแล้วของใช้โดยเฉพาะของใช้ในบ้านต่างมีอายุการใช้งานของมัน หากคุณไม่เปลี่ยนหรือใช้ของเก่าเป็นเวลานานอาจเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรค และเป็นอันตรายต่อสุขภาพของคุณได้ 10 ของใช้ในบ้านที่ควรเปลี่ยนอย่างสม่ำเสมอ ของใช้ในบ้านถือว่าเป็นสิ่งของที่ทุกคนควรให้ความสำคัญ เพราะบ้านถือพื้นที่ที่ปลอดภัยที่สุด และเป็นสถานที่พักผ่อนของทุกคน ข้าวของเครื่องใช้ต่าง ๆ ก็ควรเป็นสิ่งที่สะอาดปลอดภัย ที่สำคัญต้องไม่ทำให้สุขภาพของคุณพัง โดยของใช้ในบ้านที่ควรเปลี่ยนอย่างเป็นประจำ มีดังนี้ 1.ฟองน้ำล้างจาน ฟองน้ำล้างจานเป็นแหล่งสะสมเชื้อแบคทีเรียชั้นดี ยิ่งถ้าคุณเป็นคนที่ต้องล้างจานบ่อย ๆ ยิ่งต้องเปลี่ยนฟองน้ำล้างจาน โดยให้พยายามเปลี่ยนฟองน้ำทุก ๆ 2-8 สัปดาห์ หรือตามความถี่ในการใช้งาน  2.เครื่องสำอาง หลายคนอาจยังไม่ทราบว่าเครื่องสำอางที่เราใช้กันนั้นมีวันหมดอายุ เช่น เครื่องสำอางที่ใช้สำหรับบริเวณรอบ ๆ ดวงตาอย่าง มาสคาร่า อายไลเนอร์ ควรจะเปลี่ยนทุก ๆ 3 เดือน เพื่อหลีกเลี่ยงการเจริญเติบโตของแบคทีเรียที่อาจทำให้เกิดการติดเชื้อรอบดวงตาได้  ในส่วนของอายแชโดว์ รองพื้น บลัชออน และบรอนเซอร์ ควรจะเปลี่ยนใหม่หลังจากที่ใช้อันเดิมผ่านมาแล้ว 2 ปี ส่วนเครื่องสำอางชนิดน้ำหรือครีมจะอยู่ได้ประมาณ 1 ปี …
21/04/2023
Read More

ฝันร้ายอาจสร้างแผลในใจ..มาหยุดฝันร้ายด้วยตนเอง!

เชื่อว่าทุกคนเคย ‘ฝันร้าย’ ซึ่งไม่เพียงแต่ทำให้คุณต้องสะดุ้งตื่นขึ้นกลางดึก ในบางครั้งความฝันนั้น ๆ กลับสร้างความกังวลใจให้คุณจนถึงขั้นนอนไม่หลับ และหากเกิดขึ้นบ่อย ๆ อาจกลายเป็นแผลในใจของคุณได้ โดยปกติแล้วฝันร้ายจะพบได้บ่อยในวัยเด็ก แต่สำหรับผู้ใหญ่ 50-85% พบว่าฝันร้ายเป็นครั้งคราวเท่านั้น ฝันร้าย คือ ความฝันที่สมจริง และน่าวิตกกังวล โดยทั่วไปมักจะเกี่ยวกับเรื่องภัยคุกคามต่อการอยู่รอดหรือความปลอดภัย ซึ่งมักทำให้เกิดอารมณ์วิตกกังวล หรือหวาดกลัว นักจิตวิทยาด้านการนอนหลับและสุขภาพในแมนฮัตตันกล่าวว่า “ความฝันมักจะรวมเอาสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างวันเข้าด้วยกัน และฝันร้ายคือความพยายามของจิตใจในการทำความเข้าใจกับเหตุการณ์เหล่านี้ โดยการเล่นภาพซ้ำระหว่างการนอนหลับ” หากคุณฝันร้ายมากกว่า 2 ครั้งต่อสัปดาห์ อาจทำให้เกิดความลำบากหรือความบกพร่องในที่ทำงาน ที่สำคัญยังเชื่อมโยงกับอาการนอนไม่หลับ ภาวะซึมเศร้า พฤติกรรมคิดสั้น โรคหัวใจ และโรคอ้วน อีกด้วย 9 วิธีหยุดฝันร้าย 1.กำหนดกิจวัตรการนอนหลับให้มีประสิทธิภาพ ฝันร้าย เกิดขึ้นช่วงที่กล้ามเนื้อผ่อนคลาย และหนึ่งในวิธีที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการรักษาปัญหาฝันร้ายในผู้ใหญ่ คือการทำให้ตนเองนอนหลับสนิทมากขึ้น โดยกิจวัตรการนอนหลับที่ดีสามารถทำได้โดยการออกกำลังกาย ตั้งเวลานอนและตื่นให้สม่ำเสมอ ดูแลให้ห้องของคุณมืดและเย็น หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่กระตุ้นให้นอนไม่หลับ และทำกิจกรรมที่ผ่อนคลาย เมื่อคุณนอนหลับได้อย่างสนิทและเป็นช่วงเวลา จะช่วยลดปัญหาฝันร้ายลงได้ 2.ลดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์สามารถกระตุ้นให้เกิดอาการกระสับกระส่าย และตื่นตลอดทั้งคืน ซึ่งอาจทำให้คุณฝันร้ายได้เช่นกัน แม้ว่าผู้คนจำนวนมากจะใช้แอลกอฮอล์เพื่อผ่อนคลาย และรู้สึกง่วงนอนหลังดื่ม แต่ความจริงแล้วนี่ไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาที่ถูกต้อง…
19/04/2023
Read More

เพราะทุกวันคือรันเวย์! การแต่งกายที่ดีช่วยสร้างความน่าเชื่อถือได้

การแต่งกายมีความสำคัญต่อเราในหลาย ๆ ด้าน สังเกตว่าการแต่งกายในแต่ละช่วงวัยก็จะแตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นวัยเรียนไปจนถึงวัยทำงาน นั่นก็เพราะการแต่งกายในแต่ละบทบาท แต่ละช่วงวัยต่างส่งผลต่อภาพลักษณ์ และความสัมพันธ์ต่อผู้คนในสังคมทั้งสิ้น ในบางครั้งการแต่งกายยังส่งผลต่ออารมณ์ของผู้สวมใส่เองด้วย  สำหรับบางคนเสื้อผ้าเป็นของที่ไว้ใช้งานเท่านั้น และไม่ค่อยเกี่ยวข้องกับเทรนด์หรือแฟชั่นอะไร แต่อย่างไรก็ตามสำหรับคนส่วนใหญ่แล้ว เสื้อผ้าเปิดโอกาสให้พวกเขาได้แสดงออกถึงตัวตนของตนเองที่โดดเด่นกว่าคนอื่น ๆ และยังเป็นหนทางในการเสริมสร้างความมั่นใจให้กับตนเองอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าที่คุณเลือกใส่ไปทำงาน หรือแม้แต่ชุดนอนที่สบายที่สุดเวลาที่คุณใส่อยู่บ้าน ต่างส่งผลต่อหลายด้านในชีวิตของคุณ มีอะไรบ้างมาดูกัน! แต่งกายดีมีชัยไปกว่าครึ่ง! ต้องบอกก่อนเลยว่าการแต่งกายดีในที่นี้หมายถึงการแต่งกายอย่างถูกกาลเทศะ ให้เกียรติสถานที่ และเลือกเสื้อผ้าที่เหมาะสมกับรูปร่าง บทบาทหน้าที่ของตนเอง ไม่จำเป็นต้องเป็นเสื้อผ้าราคาแพงแต่ขอให้เหมาะกับคุณเท่านั้นก็เพียงพอแล้ว เพราะการแต่งกายที่ดีเป็นอีกหนึ่งเส้นทางนำสิ่งดี ๆ มาสู่ชีวิตของคุณได้ ดังนี้ 1.สร้างความน่าเชื่อถือให้ตนเอง การที่บุคคลหนึ่งจะเชื่อหรือไว้วางใจใครสักคน การแต่งกายด้วยชุดหรือเครื่องแบบความเชี่ยวชาญนั้น ๆ ถือเป็นเรื่องสำคัญ ยกตัวอย่างง่าย ๆ นักแสดงในโฆษณาที่พูดถึงยาประเภทหนึ่ง หากนักแสดงสวมใส่เสื้อกาวน์สีขาว ผู้ชมก็จะเข้าใจและเชื่อว่านักแสดงคนนั้นเป็นตัวแทนของหมอ และเกิดความเชื่อถือในสินค้าหรือยาประเภทนั้นมากขึ้น หรือแม้แต่เจ้าหน้าที่รัฐที่ต้องสวมชุดในเครื่องแบบ ก็จะดูน่าเชื่อถือไปโดยอัตโนมัติ  2.สร้างความประทับใจแรกเจอ การที่บุคคลอื่นจะประเมินความมั่นใจ หรือความสามารถของคุณ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าบางครั้งก็ขึ้นอยู่กับสิ่งที่เราสวมใส่ ยิ่งกว่านั้นความประทับใจแรกเจอจะเกิดขึ้นภายใน 2-3 วินาทีแรกของการพบกัน นั่นหมายความว่าเพียงแค่มองคร่าว ๆ ผู้คนก็จะประเมินคุณไปหลายทิศทาง และการแต่งกายก็เป็นส่วนหนึ่งในการตัดสินคนในช่วงแรก ดังนั้น จงตระหนักว่าการแต่งกายของคุณอาจกำลังสื่อถึงภาพลักษณ์…
Overemotive young woman holds modern cell phone, clenches fist with triumph, rejoices getting good news on email, rests outdoor at beach, sits at deck chair, lifebuoy and sunscreen lotion near
18/04/2023
Read More

หน้าร้อนก็มีข้อดี! อย่ากลัวที่จะออกไปมีความสุขกับแสงแดด

ช่วงที่ผ่านมาเราจะได้ยินเกี่ยวกับเรื่องโรคภัยช่วงหน้าร้อนที่ต้องระวังเป็นพิเศษ จนหลายคนอาจเกิดความรู้สึกกลัวหน้าร้อน ไม่ชอบ และไม่อยากออกไปไหน แต่ความจริงแล้วทุกฤดูกาลต่างมีข้อดี-ข้อเสียที่แตกต่างกันไป และหน้าร้อนเองก็มีข้อดีทั้งต่อร่างกายและสภาพจิตใจที่คุณอาจไม่เคยคิดมาก่อน ทำไมฤดูร้อนถึงมีประโยชน์ต่อร่างกายและจิตใจ จะเห็นว่าในช่วงหน้าร้อนมีวันหยุดยาวหลาย ๆ วัน ให้คุณได้ออกไปท่องเที่ยวพักสมองจากเรื่องเครียด ๆ และเปิดโอกาสให้คุณได้ทำอะไรที่หลากหลาย บางคนอาจจะหันมาฟิตร่างกายเพื่อเตรียมอวดหุ่นในชุดว่ายน้ำ หรือบางคนอาจจะหันไปว่ายน้ำ เล่นกีฬาเพื่อสุขภาพกันมากขึ้น และเมื่อเราได้มีโอกาสดูแลร่างกาย มอบความสุขให้ตนเอง สุขภาพจิตของเราก็จะดีตามไปด้วยเช่นกัน ประโยชน์ของฤดูร้อน 1.ดื่มน้ำมากขึ้น การดื่มน้ำมีประโยชน์ต่อร่างกายหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็น ช่วยเรื่องระบบขับถ่าย ช่วยเรื่องผิวพรรณให้ชุ่มชื้น ช่วยลดความหิว เป็นต้น ปกติแล้วคนเราควรดื่มน้ำให้ได้ประมาณ 2-3 ลิตรต่อวัน แต่สำหรับบางคนการดื่มน้ำอาจเป็นเรื่องที่ยาก และในช่วงหน้าร้อนนี่เองที่จะทำให้การดื่มน้ำของคุณง่ายมากขึ้น เพราะคุณจะรู้สึกกระหายน้ำโดยธรรมชาติ เนื่องจากอากาศที่ร้อนอบอ้าว รวมไปถึงเมื่อร่างกายเสียเหงื่อมากขึ้น ก็จะต้องการน้ำดื่มเย็น ๆ มาสร้างความสดชื่น ดังนั้น ในช่วงหน้าร้อนนี้จะทำให้ร่างกายของคุณได้ดื่มน้ำมากกว่าปกติ และช่วยส่งเสริมเรื่องสุขภาพของคุณให้ดีขึ้นด้วย 2.ได้รับวิตามินดีจากแสงแดด วิตามินดีมีประโยชน์ในการช่วยดูดซึมแคลเซียมที่จำเป็นต่อกระดูก ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูก และป้องกันโรคกระดูกพรุนได้ นอกจากนี้ ยังช่วยควบคุมความดันโลหิต และลดความเสี่ยงโรคหลอดเลือดหัวใจ เป็นต้น โดยปกติแล้ววิตามินดีสามารถพบได้ตามธรรมชาติจากรังสีอัลตราไวโอเลต-บี (UVB) ของดวงอาทิตย์ แต่หลายคนอาจไม่ได้รับวิตามินดีอย่างเพียงพอ เนื่องจากอาจใช้ชีวิตอยู่ในที่ร่มเป็นส่วนใหญ่ แต่ในฤดูร้อนนี้ทุกคนจะได้รับวิตามินดีมากขึ้น…
11/04/2023
Read More

ปลอดภัยจากความร้อนด้วย 8 วิธีป้องกันฮีทสโตรก

ฮีทสโตรก (Heat Stroke) หรือโรคลมแดดเป็นภาวะอันตรายเกิดจากร่างกายมีอุณหภูมิสูงตั้งแต่ 40 องศาเซลเซียสขึ้นไป ซึ่งทำให้เกิดอาการผิดปกติ เช่น ตัวร้อนจัด เหงื่อไม่ออกแม้อากาศร้อนจัด กล้ามเนื้ออ่อนแรง ตะคริว กระหายน้ำอย่างรุนแรง หากไม่ได้รับการรักษาอาจเป็นอันตรายถึงขั้นเสียชีวิตเลยทีเดียว สาเหตุของฮีทสโตรกก็มาจากการเกิดความร้อนสะสมในร่างกายจากสภาพอากาศ การออกกำลังกาย การดื่มน้ำน้อย และอีกหลายปัจจัย เนื่องจากฮีทสโตรกเป็นโรคที่อันตราย Hack for Health เลยเตรียมวิธีป้องกันโรคฮีทสโตรกมาให้คุณได้อ่านกัน 8 วิธีป้องกันฮีทสโตรก จุดประสงค์หลักในการป้องกันโรคฮีทสโตรก คือ การควบคุมอุณหภูมิในร่างกายให้อยู่ในระดับปกติหรือไม่ร้อนจนเกินไป 1. อยู่ในที่ร่มและเย็น การอยู่ท่ามกลางแสงแดดจัดและอากาศร้อนสามารถเพิ่มอุณหภูมิได้หลายองศาในเวลาไม่นาน ดังนั้น การอยู่ในที่ร่ม อากาศถ่ายเท และมีอากาศเย็นด้วยการเปิดพัดลมหรือเครื่องปรับอากาศ หากต้องออกไปข้างนอกควรพยายามเดินหลบตามเงาตึก เงาต้นไม้ หรือใต้อาคารให้ได้มากที่สุด นอกจากนี้ ควรพกร่มติดตัวไว้เสมอ หากบ้านไหนมีเด็กและผู้สูงอายุ ควรให้อยู่ในบ้านให้ได้มากที่สุด เพราะเป็นกลุ่มเสี่ยงที่ร่างกายจัดการกับอุณหภูมิร่างกายได้ไม่ดีเท่ากับผู้ใหญ่ 2. จิบน้ำตลอดวัน การดื่มน้ำสามารถช่วยปรับอุณหภูมิภายในร่างกายให้อยู่ในระดับปกติ ซึ่งป้องกันการเกิดโรคฮีทสโตรกได้ โดยแนะนำให้จิบน้ำในปริมาณเล็กตลอดวัน นอกจากนี้ การดื่มน้ำเย็นยังรู้สึกสดชื่นเมื่อต้องเจอกับอากาศได้ด้วย หากใครที่ต้องทำงานกลางแจ้งยิ่งควรดื่มน้ำให้บ่อยขึ้น แม้ไม่กระหายน้ำก็ตาม 3. เลือกเสื้อผ้าให้เหมาะกับอากาศร้อน การเลือกเสื้อผ้าส่งผลต่ออุณหภูมิภายในร่างกายได้…
11/04/2023
Read More

สงกรานต์นั่งรถนานระวังเมื่อย! แนะนำ 6 ท่ายืดกล้ามเนื้อบนรถ

สำหรับใครที่มีแพลนเดินทางไกลในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่กำลังมาถึงนี้ คงเตรียมตัวเตรียมใจที่จะเจอกับการจราจรที่ติดขัดกันอยู่แล้ว และยิ่งขับรถหรือนั่งรถนาน ๆ ยิ่งทำให้เกิดอาการเมื่อยล้าได้ง่าย วันนี้ Hack for Health เลยอยากแนะนำท่ายืดกล้ามเนื้อง่าย ๆ ระหว่างอยู่บนรถ ช่วงรถติดสามารถทำตามได้สบาย! 1.ท่าบริหารคอ เอียงซ้าย-ขวา เริ่มต้นกันที่ท่าแรกเป็นท่าบริหารช่วงคอ คนที่นั่งขับรถต้องเพ่งสายตาดูท้องถนนเป็นระยะเวลานานนอกจากจะรู้สึกดวงตาล้าแล้ว ยังทำให้รู้สึกปวดที่บริเวณคอ บ่า ไหล่ ได้ โดยท่าบริหารคอท่าแรกที่เราแนะนำ นั่นคือ ท่าเอียงคอซ้าย-ขวา มีวิธีทำดังนี้ 2.ท่าบริหารคอ เงยและก้มหน้า อีกหนึ่งท่าที่ช่วยบริหารความปวดเมื่อยบริเวณต้นคอที่สามารถทำตามง่าย ๆ ก็คือ ท่าเงยและก้มหน้า โดยท่านี้จะต้องทำอย่างช้า ๆ ไม่อย่างนั้นจากที่จะรู้สึกผ่อนคลายอาจทำให้รู้สึกเวียนหัวขึ้นมาได้ โดยวิธีทำมีดังนี้ 3.ท่ายืดกล้ามเนื้อด้านข้างลำตัว การนั่งท่าเดิมเป็นเวลานาน จะทำให้คุณรู้สึกเมื่อยล้าช่วงลำตัว หากปล่อยไว้นานเมื่อถึงเวลาต้องลุกขึ้นเดินอาจเกิดอาการปวดล้าที่รุนแรงได้ โดยท่ายืดกล้ามเนื้อด้านข้างลำตัว มีวิธีดังนี้ 4.ท่าบริหารหลังแบบก้มตัว ปัญหาปวดหลังเป็นปัญหาที่หลายคนเจอ ต่อให้ไม่ได้นั่งรถนาน ๆ ก็เป็นบ่อยอยู่แล้ว ยิ่งต้องมานั่งรถเดินทางไกลแบบนี้อาการปวดหลังก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้น โดยวิธีการยืดบรรเทาความเมื่อยล้าบริเวณหลัง มีวิธีดังนี้ 5.ท่าบริหารหลังแบบบิดตัว อีกท่าที่ช่วยในการยืดเหยียดกล้ามเนื้อ และบรรเทาความรู้สึกเมื่อยล้าบริเวณหลังได้ นั่นคือการนั่งบิดตัวไปทางด้านข้าง โดยมีวิธีการดังนี้ 6.ท่าบริหารบ่า…
11/04/2023
Read More

คนดื่มน้ำน้อยต้องจัด! ขวดน้ำอัจฉริยะเรืองแสง HidrateSpark PRO เพื่อให้คุณไม่พลาดการเติมความชุ่มชื้นให้ร่างกาย

การดื่มน้ำให้เพียงพอเป็นวิธีดูแลสุขภาพที่ทุกคนสามารถทำได้ทุกวัน โดยการดื่มน้ำจะช่วยรักษาสมดุลการทำงานของร่างกาย ดีต่อระบบย่อยอาหารและระบบขับถ่าย ช่วยการหล่อลื่นข้อต่อ และดีต่อหลาย ๆ ระบบ เพราะร่างกายมีน้ำเป็นส่วนประกอบในปริมาณมาก แต่ไม่ใช่ว่าการดื่มน้ำในปริมาณมากเพียงครั้งเดียวจะเป็นเรื่องที่ดี เพราะอาจทำให้ร่างกายเสียสมดุลและเจ็บป่วยได้อีก การจิบน้ำปริมาณเล็กน้อยตลอดทั้งวันจึงเป็นวิธีที่ดีและปลอดภัย ซึ่งอุปกรณ์ที่ Hack for Health จะมาแนะนำคุณ คือ HidrateSpark PRO ขวดน้ำอัจฉริยะที่จะเรืองแสงเพื่อเตือนให้คุณดื่มน้ำ ฟังก์ชันของขวดน้ำอัจฉริยะ HidrateSpark PRO ขวดน้ำอัจฉริยะ HidrateSpark PRO จะช่วยให้คุณไม่ลืมที่จะดื่มน้ำในระหว่างวันด้วยไฟแจ้งเตือนที่ขวดน้ำ โดยขวดน้ำอัจฉริยะรุ่นนี้สามารถเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชันบนสมาร์ตโฟนผ่านบลูทูธ ซึ่งคุณสามารถตั้งค่าเวลาแจ้งเตือนให้ดื่มน้ำภายในแอปพลิเคชัน สามารถใช้ร่วมกับสมาร์ตวอทช์ได้หลายรุ่นด้วยเช่นกัน พอถึงเวลาที่ตั้งไว้ ไฟ LED ที่อยู่บริเวณด้านล่างของขวดน้ำจะกะพริบหรือเปลี่ยนสีเพื่อส่งสัญญาณให้คุณรู้ว่าต้องดื่มน้ำ เพื่อป้องกันการดื่มน้ำไม่เพียงพอ ซึ่งเหมาะกับคนที่ออกกำลังกาย ทำงานกลางแดด หรือคนที่อาศัยในเมืองร้อน อย่างประเทศไทย นอกจากความอัจฉริยะแล้ว ขวดน้ำอัจฉริยะ HidrateSpark PRO ก็สามารถทำหน้าที่หลักอย่างการเป็นขวดน้ำได้ดีด้วยเช่นเดียวกัน อย่างการเก็บความเย็นได้ 24 ชั่วโมง ฝามีซีลล็อกปิดสนิทกันน้ำรั่วแบบ 2 ชั้น กันไอน้ำจากความเย็นเกาะรอบขวด ความจุ 600 มิลลิลิตรพกพาง่าย แข็งแรงด้วยวัสดุสแตนเลส…

PR Partners

See All
26/12/2025
Meechok Dechpokasup | 2 days ago
Read More

Huawei Cloud ครองตำแหน่งผู้นำจากรายงาน Omdia พร้อมขึ้นอันดับ 1 ด้านกลยุทธ์และนวัตกรรม

กรุงเทพฯ 25 ธันวาคม 2568 – Omdia ได้เผยแพร่รายงานฉบับล่าสุด Omdia Universe: Global Cloud Service Provider, 2025 โดยจัดให้ หัวเว่ย คลาวด์ อยู่ในกลุ่ม ผู้นำ (Leader) ทั้งในด้านศักยภาพของโซลูชัน รวมถึงด้านกลยุทธ์และการดำเนินงาน พร้อมทั้งยกให้ หัวเว่ย คลาวด์ เป็นผู้นำในกลุ่มผู้ให้บริการจากจีน และได้รับการจัดอันดับเป็นอันดับหนึ่งของโลกด้านกลยุทธ์และนวัตกรรม ในรายงานได้เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของหัวเว่ย คลาวด์ในการพัฒนาบริการคลาวด์ที่สามารถปรับขยายได้ (scalable)