ฝ่ายขาย และการตลาด
085-848-2253[email protected]http://m.me/beartai
สมัครงาน/ฝึกงาน ติดต่อได้ที่
[email protected]
Read
| Health
Read More

วิจัยพบ ‘ยาฉีดมะเร็งเฉพาะจุด’ ฉีดแล้วยุบทั่วร่างกาย

นักวิจัยจากมหาวิทยาลัย Rockefeller ได้พัฒนาวิธีการรักษาโรคมะเร็งแบบใหม่ที่เรียกว่า "การฉีดยาเพื่อลบมะเร็ง" โดยเป็นการฉีดแอนติบอดี (Antibody)​ หรือสารภูมิคุ้มกัน เข้าไปในก้อนเนื้องอกเพียงจุดเดียว แต่กลับสามารถกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันให้กำจัดเซลล์มะเร็งได้ทั่วร่างกาย แอนติบอดี 2141-V11 รักษาโรคมะเร็ง แอนติบอดี 2141-V11 คือแอนติบอดีที่ถูกออกแบบมาเพื่อใช้ในการรักษามะเร็ง ซึ่งแอนติบอดีชนิดนี้สามารถจับกับ CD40 ที่กระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยใช้ฉีดตรงเข้าสู่ก้อนเนื้อที่มีเซลล์มะเร็งเพื่อยับยั้งการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็งไปยังเซลล์ปกติ โดยทีมนักวิจัยได้ทดสอบยาตัวนี้ในผู้ป่วยโรคมะเร็งระยะลุกลามกว่า 12 คน ในการทดลองระยะแรก และได้พบกับผลลัพธ์ที่อาจเป็นความหวังในการผลิตยาหรือสร้างการรักษาใหม่สำหรับผู้ป่วยโรคมะเร็ง หลังจากผู้ป่วยในการทดลองได้ฉีดยาชนิดนี้เข้าไปพบว่า แล้วที่น่าสนใจยิ่งไปกว่านั้น คือการฉีดยาในก้อนเนื้องอกเพียงจุดเดียว กลับกระตุ้นให้เนื้องอกที่อยู่บริเวณอื่นในร่างกายหายไปและลดลงด้วย โดยการศึกษานี้เริ่มต้นมาตั้งแต่ช่วงปี 2018 ซึ่งพัฒนามาจากงานวิจัยชิ้นก่อนที่เคยทดสอบในลักษณะเดียวกัน คือการกระตุ้นการทำงานของ CD40 แต่ผลลัพธ์ที่ไม่ดีสักเท่าไหร่ และยังพบผลข้างเคียงที่รุนแรงเมื่อนำไปทดลองกับมนุษย์ ศาสตราจารย์เจฟฟรีย์ ราเวตช์ (Jeffrey V. Ravetch) จากมหาวิทยาลัย Rockefeller และทีมวิจัยจึงกลับไปทบทวนแนวคิดเดิม และพบว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่หลักการทำงาน แต่เป็นวิธีการออกแบบและส่งยาเข้าสู่ร่างกาย ซึ่งทีมวิจัยได้ลองทดสอบด้วยการเปลี่ยนวิธีให้ยา จากเดิมที่ฉีดเข้ากระแสเลือดเพื่อให้ยาไหลเวียนทั่วร่างกาย มาเป็นการฉีดตรงเข้าสู่ก้อนเนื้องอกหรือบริเวณที่มีเซลล์มะเร็งแทน และออกแบบยาใหม่ให้จับ CD40 ได้ดีขึ้น กลไกการทำงานคือการสร้าง 'ศูนย์บัญชาการ' ของภูมิคุ้มกัน หลังการฉีดยา…
08/07/2024
Read More

อาหารเสริมไฟเบอร์เวิร์กไหม ? เหมือนกินจากผักผลไม้หรือเปล่า ?

ไฟเบอร์ (Fiber) หรือใยอาหารเป็นสารอาหารที่หลายคนได้รับไม่เพียงพอ ข้อมูลจากกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุขแนะนำว่าคนไทยควรได้รับไฟเบอร์ราว 25-35 กรัม/วัน หรือเทียบเท่าการกินผักผลไม้ราว 500 กรัม ซึ่งแน่นอนว่าคนส่วนใหญ่คงไม่อยากกินผัก หรืออาจไม่มีเวลาในการหาผลไม้มากินได้มากมายขนาดนั้น ทุกวันนี้เราเลยเห็นอาหารเสริมไฟเบอร์แบบสำเร็จรูปขายอยู่ทั่วไป ทั้งแบบผงชงกับน้ำ แบบแคปซูลเพื่อชดเชยไฟเบอร์ที่ร่างกายขาดไป หรือบางคนก็กินเพื่อช่วยในการขับถ่าย แต่ไฟเบอร์ในรูปแบบอาหารเสริมมีประโยชน์ต่อร่างกายเหมือนไฟเบอร์จากผักผลไม้ไหม ? จริง ๆ แล้วไฟเบอร์คือคาร์โบไฮเดรตรูปแบบหนึ่งที่ร่างกายไม่สามารถย่อยเองได้ ต่างจากคาร์บอย่างแป้งและน้ำตาล แต่ไฟเบอร์คืออาหารของสิ่งมีชีวิตขนาดจิ๋วที่เรียกว่าจุลินทรีย์ที่อยู่ภายในลำไส้ ซึ่งมีส่วนสำคัญต่อสุขภาพ ทั้งระบบย่อยอาหาร การขับถ่าย สมอง ภูมิคุ้มกัน และสุขภาพโดยรวม อาหารเสริมไฟเบอร์มีประโยชน์ และได้ผลไหม ? หลายคนที่ไม่มีเวลาในการเลือกอาหารที่มีประโยชน์ อย่างผักผลไม้มากิน ไปจนถึงคนที่ไม่ชอบกินอาหารกลุ่มนี้ อาจมีตัวเลือกอย่างอาหารเสริมไฟเบอร์มากินเพื่อทดแทนกัน แต่จะได้ผลเหมือนกับไฟเบอร์จากอาหารไหมนะ ? การศึกษาชิ้นหนึ่งพบว่าอาหารเสริมไฟเบอร์อาจมีประโยชน์ต่อสุขภาพในหลายด้าน โดยเขาทดสอบให้คนที่เข้าร่วมงานวิจัยนี้ใช้อาหารเสริมไฟเบอร์ ร่วมกับการคุมแคลอรี (การจำกัดพลังงานที่ควรได้รับต่อวัน) พบว่าสามารถช่วยลดค่า BMI หรือค่าดัชนีมวลกายที่เป็นเกณฑ์การวัดความอ้วน ผอม หรือสมส่วน ลดมวลไขมันในร่างกาย ช่วยให้ระดับไขมันในเลือด และอัตราการอักเสบในคนที่มีโรคอ้วนลดลง งานวิจัยอีกชิ้นพบว่าการใช้อาหารเสริมไฟเบอร์ช่วยปรับระดับน้ำตาลในเลือด โดยเฉพาะไฟเบอร์กลุ่มไม่ละลายน้ำ (Insoluble Fiber) แถมยังดีต่อภาวะเบาหวานในคุณแม่ที่ตั้งครรภ์ด้วย…
04/07/2024
Read More

งานวิจัยขนาดใหญ่พบว่าอาหารแปรรูปขั้นสูงอาจทำให้คนอายุสั้นลงเกือบ 8 ปี

ผลกระทบด้านสุขภาพของอาหารแปรรูปเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับคนทั่วทั้งโลก และเราสามารถพบเห็นได้ในทุกวัน อย่างโรคอ้วน โรคเบาหวาน โรคหัวใจ โรคไต โรคหลอดเลือดสมอง และโรคอื่น ๆ อีกมากมาย 
04/07/2024
Read More

รู้ไว้…ป้องกันได้: 5 โรคจิตเวชที่คนไทยควรรู้

ในยุคสมัยที่เต็มไปด้วยความเครียดและความกดดัน โรคจิตเวชกลายเป็นปัญหาที่พบบ่อยมากขึ้นในสังคมไทย โดยเฉพาะกลุ่มวัยทำงานที่ต้องเผชิญกับภาระหน้าที่และความท้าทายต่าง ๆ มากมาย บทความนี้จึงขอพาทุกคนไปรู้จักกับ "โรคจิตเวช" ที่พบบ่อยในหมู่คนไทย เพื่อเป็นการสร้างความเข้าใจ ป้องกัน และรักษาโรคเหล่านี้ได้อย่างทันท่วงที 1. โรคซึมเศร้า: โรคยอดฮิตที่ใคร ๆ ก็เป็นได้ โรคซึมเศร้า (Depression หรือ Major Depressive Disorder: MDD) โรคที่คุ้นเคยของคนไทยใน ปัจจุบัน และเป็นโรคจิตเวชที่พบบ่อยที่สุดในประเทศไทย คือพบได้ประมาณ 10-20 เปอร์เซ็นต์ของประชากรทั้งหมด โดยอาการของโรคซึมเศร้านี้มีอยู่หลากหลายอาการ ไม่ว่าจะเป็นรู้สึกเศร้า หดหู่ เบื่อหน่าย ไม่อยากทำอะไร รู้สึกไร้ค่า นอนไม่หลับ เบื่ออาหาร รู้สึกสิ้นหวัง หงุดหงิดง่าย รู้สึกว่าตัวเองเป็นภาระของผู้อื่น และอาจมีอาการทางกายร่วมด้วย เช่น อาการปวดหัว ปวดท้อง อาหารไม่ย่อย  หากมีอาการดังกล่าวมากกว่า 2 สัปดาห์ ควรพบจิตแพทย์เพื่อประเมินอาการ เพราะความอันตรายของโรคนี้คือ อาจนำไปสู่การทำร้ายตัวเอง หรือความพยายามในการทำอัตวินิบาตกรรมของผู้ป่วยได้ 2. โรควิตกกังวล: กังวลเกินเหตุจนส่งผลต่อชีวิต…
11/04/2023
Read More

เล่นมือถือก่อนนอนอย่างไรให้กระทบการนอนน้อยที่สุด?

มือถือหรือสมาร์ตโฟนเป็นปัจจัยที่ 5 ของผู้คนในยุคดิจิทัล สิ่งแรกที่คนส่วนใหญ่หยิบจับในตอนเช้าและสิ่งสุดท้ายก่อนนอนคือสมาร์ตโฟน ซึ่งข้อมูลการศึกษาในปัจจุบันยืนยันแล้วว่าการเล่นหรือใช้สมาร์ตโฟนมากเกินไปส่งผลเสียต่อสุขภาพได้หลายด้าน แต่ถึงอย่างนั้นการเล่นมือถือก่อนนอนก็ยังคงเป็นเหมือนพิธีกรรมทางศาสนาที่ผู้คนซึ่งศรัทธาในการเล่นมือถือยังคงทำอยู่ทุกคืน การใช้มือถือก่อนนอนสามารถนำไปสู่พฤติกรรมและปัญหาสุขภาพหลายอย่าง เช่น นอนน้อย นอนไม่พอ หลับไม่สนิท พัฒนาเป็นโรคนอนไม่หลับ ส่งผลต่อการใช้ชีวิตในตอนกลางวัน ปัญหาเรื่องสายตา ในระยะยาวอาจเพิ่มความเสี่ยงของปัญหาสุขภาพที่รุนแรงขึ้น นอกจากนี้ ข้อมูลบางส่วนพบว่าการใช้สมาร์ตโฟนยังสัมพันธ์กับโรคทางอารมณ์ อย่างโรคเครียดและภาวะซึมเศร้าได้ด้วย แต่ Hack for Health รู้ว่าคุณคงไม่อยากเลิกเล่นมือถือก่อนนอนเป็นแน่ เพราะบางครั้งการใช้สมาร์ตโฟนก็เป็นวิธีที่ง่ายและสะดวกที่จะผ่อนคลายความเหนื่อยล้าให้กับสมองของคุณ เพราะฉะนั้น เราจึงมีเทคนิคดี ๆ ในการเล่นมือถือก่อนนอนที่อาจช่วยเซฟสุขภาพและลดความเสี่ยงของปัญหาที่อาจตามมา วิธีเล่นมือถือก่อนนอนแบบความเสี่ยงต่ำ แม้ว่าการใช้สมาร์ตโฟนก่อนนอนจะไม่ได้ทำให้คุณเจ็บป่วยได้โดยตรง แต่ผลลัพธ์ทางอ้อมก็สามารถเกิดได้ ซึ่งวิธีเหล่านี้อาจช่วยลดความเสี่ยงของพฤติกรรมนี้ได้ 1. ใช้โหมดกลางคืน Night Mode / Night Shift / Anti Blue Light เป็นฟังก์ชันที่มาพร้อมกับสมาร์ตโฟนแทบทุกรุ่นทุกยี่ห้อ ซึ่งโหมดนี้จะช่วยเปลี่ยนคลื่นของแสงหน้าจอที่ส่งออกมาให้เหมาะกับการใช้งานในตอนกลางคืนมากขึ้นโดยจะช่วยลดผลกระทบจากแสงสีฟ้าที่ส่งออกมาตลอดการใช้งานมือถือขณะที่ไม่ได้เปิดโหมดกลางคืน จากข้อมูลพบว่าแสงสีฟ้าจากจอมือถืออาจทำให้สมองตื่นตัวและนอนหลับได้ยากหรือหลับไม่สนิท เพราะแสงสีฟ้าเป็นแสงที่มีอยู่ในแสงแดด ซึ่งช่วยให้สมองเรารับรู้ว่าเป็นตอนกลางวันที่เป็นช่วงเวลาทำงาน โดยเชื่อกันว่าการได้รับแสงสีฟ้าจากหน้าจอในเวลากลางคืนส่งผลให้สมองเข้าใจผิดว่าเป็นตอนกลางวันและทำงานเพิ่มมากขึ้นนั่นเอง การเปลี่ยนมาใช้โหมดกลางคืนในช่วงก่อนนอนจึงอาจช่วยลดปัญหาการนอนไม่หลับ นอนหลับไม่สนิท หรืออาจช่วยให้คุณนอนหลับได้ง่ายขึ้นได้ 2. เล่นมือถือได้ แต่ต้องไม่กระทบตารางการนอน…
11/04/2023
Read More

พฤติกรรมคนวัยทำงานและชาวออฟฟิศที่เสี่ยงโรคไตไม่รู้ตัว

ประเทศไทยติด Top 5 ของประเทศที่มีอัตราการเกิดโรคไตสูงที่สุด ซึ่งปัจจัยและสาเหตุของโรคไตมีหลายอย่างมาก ขอบอกเลยว่าไม่ใช่สิ่งไกลตัวเราอย่างแน่นอน โดยบทความนี้ Hack for Health ได้นำพฤติกรรมเสี่ยงที่อาจเพิ่มความเสี่ยงโรคไตให้กับคุณโดยไม่รู้ตัวมาให้ได้อ่านกัน โดยเฉพาะบรรดาคนวัยทำงานและพนักงานออฟฟิศ ผู้ใหญ่ไม่ควรได้รับโซเดียมมากกว่า 2,000 มิลลิกรัม/วัน บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมีปริมาณโซเดียมราว 1,300 มิลลิกรัม/ซอง รู้จัก ‘โรคไต’ ให้ดีขึ้น แม้เราจะได้ยินคำว่าโรคไตผ่านหูอยู่เป็นประจำ ซึ่งส่วนใหญ่มักเป็นการแซวกันเวลามีคนใกล้ตัวกินของเค็มจัด แต่คนส่วนใหญ่รู้จักความร้ายกาจของโรคนี้น้อยมาก โดยโรคไตแล้วจริง ๆ เป็นกลุ่มโรคที่ส่งผลให้ไตเกิดความเสียหายและไม่สามารถทำงานได้เป็นปกติที่เรียกกันสั้น ๆ ว่า ‘ไตเสื่อม’ อย่างไตวาย ไตอักเสบ กรวยไตอักเสบ และนิ่วในไต หน้าที่ของไตคือการขับของเสีย สารพิษ สารเคมี และสารอาหารส่วนเกินออกจากร่างกายในรูปของปัสสาวะ และมีส่วนช่วยในการดูดซึมสารอาหารอาหารบางชนิดด้วย โดยเมื่อไตเกิดความเสียหาย ประสิทธิภาพในการกรองหรือกำจัดของเสียของไตลดลง ส่งผลให้เกิดสารอาหารและสารต่าง ๆ ตกค้างไปภายในร่างกาย หลอดเลือด และอวัยวะ เมื่อเกิดการคั่งค้างของสารและของเสียเหล่านี้ย่อมส่งผลให้ร่างกายเกิดความผิดปกติตามมา เช่น นิ่วในไต ไตอักเสบ ติดเชื้อตามระบบต่าง ๆ และน้ำท่วมปอด ถ้าคุณเป็นโรคไตแล้ว บอกเลยว่าชีวิตในทุกวันจะไม่สดใสเหมือนเคย…
11/04/2023
Read More

ความเศร้า VS ซึมเศร้า แยกอย่างไร ต่างกันแค่ไหน?

ความเศร้าเป็นอารมณ์พื้นฐานที่มนุษย์เราต้องเผชิญในทุกช่วงชีวิต แต่เมื่อถึงเวลาที่ต้องเผชิญกับความเศร้าที่รุนแรง ผู้คนมักกังวลหรือสับสนกับโรคซึมเศร้าที่เป็นโรคความผิดปกติทางอารมณ์ หรือบางคนอาจเข้าใจว่าความเศร้าตนกำลังเผชิญอยู่คือความเศร้าทั่วไป แต่จริง ๆ แล้วคืออาการของโรคซึมเศร้า การรับรู้ถึงโรคซึมเศร้าที่เกิดขึ้นภายในตัวเราได้ทันเวลาเป็นเรื่องสำคัญต่อประสิทธิภาพในการรักษาและช่วยลดความเสี่ยงของผลกระทบและการสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นจากโรคนี้ได้ ในปัจจุบันผู้คนรู้สึกเศร้ามากขึ้น ทั้งจากสถานการณ์ของโลกที่เปลี่ยนแปลงไปในหลายด้าน ทั้งจากโรคซึมเศร้าที่เป็นการเจ็บป่วยด้วย ซึ่งในบทความนี้ Hack for Health จะบอกความแตกต่างระหว่างความเศร้าและโรคซึมเศร้าให้คุณได้อ่านกัน ความเศร้าและโรคซึมเศร้าต่างกันอย่างไร? ความรู้สึกเศร้ากับโรคซึมเศร้ามีลักษณะต่างกันในหลายด้าน เช่น ความรุนแรงและเวลา ความเศร้าที่เป็นความรู้สึกจากการที่ผู้คนต้องประสบกับความผิดหวังและการสูญเสีย ซึ่งระดับของความรุนแรงจะแตกต่างกันไปความสถานการณ์ หากเป็นเหตุการณ์ที่ไม่รุนแรงอาจทำให้เกิดความเศร้าที่ไม่รุนแรงด้วยเช่นเดียวกัน แต่ก็สามารถส่งผลต่อจิตใจทำให้รู้สึกไม่ดีและเป็นทุกข์ได้ โดยจะเป็นอยู่ไม่นาน ส่วนหากต้องเจอกับเหตุที่ทำให้เกิดความเศร้าอย่างรุนแรง อาจทำให้ร้องไห้ เสียใจแบบที่ไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ แต่จะเศร้าหนัก ๆ อยู่ไม่กี่วันและค่อย ๆ ดีขึ้น ความเศร้าจากโรคซึมเศร้าจะเกาะติดอยู่กับคนที่ป่วยเป็นส่วนใหญ่ของเวลาทั้งวันในแทบทุกวัน ขณะที่ความเศร้าปกติอาจดีขึ้นเมื่อคนที่รู้สึกเศร้าหันไปให้ความสนใจกับสิ่งอื่น แต่ความเศร้าจากโรคซึมเศร้าจะทำให้ผู้ป่วยรู้สึกถึงความเศร้าในขณะทำสิ่งต่าง ๆ ด้วยเช่นกัน และอาจร้องไห้แบบควบคุมไม่ได้ และจะรู้สึกเศร้าอย่างนั้นเป็นอย่างน้อย 2 สัปดาห์ แต่ถ้าเกิดความรู้สึกเศร้าที่ไม่รุนแรง แต่รู้สึกติดต่อกันเกิน 1–2 เดือน นั่นอาจเป็นสัญญาณของโรคซึมเศร้าได้เช่นเดียวกัน ความรู้สึกและอารมณ์อื่น ๆ การเผชิญกับสถานการณ์ที่ส่งผลต่อจิตใจนอกจากจะทำให้พบความเศร้าแล้ว อาจรู้สึกผิดหวัง เสียใจ น้อยใจบ้างตามแต่ละสถานการณ์ ซึ่งเป็นเรื่องปกติ แต่สำหรับโรคซึมเศร้าแล้ว…
10/04/2023
Read More

ปืนนวด ไอเทมของคนชอบปวด ใช้แล้วหายปวดจริงไหม?

อาการปวดหรือเมื่อยล้ากล้ามเนื้อเป็นอาการที่พบได้บ่อย โดยอาจมาจากการออกกำลังกาย การนั่งทำงานในท่าที่ไม่เหมาะสม หรือมาจากการบาดเจ็บ คนที่ต้องประสบพบเจอกับอาการปวดเมื่อยบ่อย ๆ อาจมองหาตัวช่วยแก้ปวดเมื่อยที่สามารถใช้ได้ทุกเวลา ซึ่งปืนนวด (Massage Gun) เป็นหนึ่งในนั้น สำหรับใครที่กำลังมองหาตัวช่วยแก้ปวดเมื่อยอย่างปืนนวด แต่กำลังลังเลอยู่ว่าปืนนวดจะได้ผลไหม Hack for Health จะพาไปหาคำตอบกัน ปืนนวด ตัวช่วยแก้ปวดใกล้ตัวคุณ หากใครเคยเห็นปืนนวดก็น่าจะรู้ว่าเป็นเครื่องนวดที่มีรูปร่างคล้ายปืน แต่บริเวณส่วนปลายจะเป็นหัวตัวนวด ซึ่งสามารถเปลี่ยนหัวได้หลายแบบ เมื่อเปิดเครื่องหัวนวดจะสั่นถี่ ๆ เพื่อให้เรานำหัวตัวนวดไปคลึงตามกล้ามเนื้อที่ปวด โดยหลักการของปืนนวดในการลดอาการปวดเมื่อยเป็นหลักในการบำบัดที่เรียกว่า Percussion Therapy ซึ่งการสั่นด้วยความถี่สูงจะสร้างความร้อนส่งผ่านไปยังชั้นกล้ามเนื้อใต้ผิวหนัง ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือด คลายกล้ามเนื้อที่ตึงจากการใช้งาน เพิ่มความยืดหยุ่นให้กับพังผืดที่หดรั้ง ช่วยยืดกล้ามเนื้อ ลดความล้าของกล้ามเนื้อหลังออกกำลังกาย และยังสามารถใช้เพื่อความสบายได้ด้วย วิธีใช้ปืนนวดให้ปลอดภัยและได้ผล คนส่วนใหญ่สามารถใช้ปืนนวดได้อย่างปลอดภัย แต่อุปกรณ์นวดแสนสะดวกสบายนี้ก็มีข้อจำกัดอยู่ ถ้าใครมีอาการปวดเมื่อยหรือเจ็บกล้ามเนื้อเรื้อรัง แนะนำว่าให้ไปพบแพทย์ดีกว่า เพราะปืนนวดนั้นใช้เพื่อบรรเทาอาการชั่วคราวที่ไม่รุนแรงเท่านั้น อาการปวดเมื่อยและเจ็บกล้ามเนื้อที่เรื้อรังหรือรุนแรงอาจเป็นผลมาจากสาเหตุอื่นที่ต้องควรได้รับการรักษาจากแพทย์เท่านั้น สำหรับใครที่อ่านบทความนี้แล้วอยากลองหาซื้อปืนนวดมาใช้ Hack for Health ขอแนะนำให้เลือกซื้อปืนนวดที่มีคุณสมบัติ ดังนี้ 1) มีความถี่ตั้งแต่ 2,000–3,200 ครั้ง/นาที (RPM) เพื่อการใช้งานที่หลากหลาย 2)…
10/04/2023
Read More

เทปปิดปากแก้กรน ไอเทมแปลก ลดเสียงกรนได้จริง แต่เสี่ยงปัญหาสุขภาพ

นอนกรนเป็นปัญหาที่สร้างความรำคาญให้กับคู่นอนหรือเพื่อนร่วมห้องได้เป็นอย่างมาก ทุกวันนี้เราเห็นอุปกรณ์แก้อาการนอนกรนหลากหลายแบบ ซึ่งผู้เขียนเพิ่งไปเจอกับไอเทมแก้นอนกรนที่แค่เห็นแวบแรกก็ชวนอึดอัดแล้ว นั่นก็คือ เทปปิดปากแก้กรน (Sleep Strip) Sleep Strip เทปปิดปากแก้กรน คืออะไร? เทปปิดปากในระหว่างนอนหลับเป็นอุปกรณ์ที่ถูกคิดค้นเพื่อช่วยแก้ปัญหาการหายใจทางปาก และบังคับให้ร่างกายหายใจผ่านทางจมูกมากขึ้น ซึ่งการหายใจผ่านทางจมูกดีต่อสุขภาพมากกว่าการหายใจผ่านทางปาก เพราะการหายใจผ่านทางปากจะทำให้ช่องปากแห้งเอื้อต่อการเติบโตของเชื้อโรคที่ทำให้มีกลิ่นปาก เสี่ยงต่อการติดเชื้อที่เหงือกและทางเดินหายใจ ในขณะที่การหายใจผ่านจมูกจะช่วยกรองเชื้อโรค สารก่อภูมิแพ้ มลพิษ และช่วยทำให้เกิดไนตริกออกไซด์ (Nitric Oxide) ที่ช่วยให้หลอดเลือดเปิดรับออกซิเจนได้มากขึ้นและดีต่อระดับความดันโลหิต โดยเทปปิดปากแก้กรนมีลักษณะเป็นแผ่นเทปบาง ๆ ที่มีด้านที่มีกาวสำหรับปิดปากไว้ในขณะนอนหลับเพื่อป้องกันเสียงกรนและลดผลกระทบจากการหายใจทางปาก เทปปิดปากแก้กรนมีขายตามแอปพลิเคชันขายของออนไลน์ในราคาที่ถูกมาก เพียงหลักสิบเท่านั้น โดยจะเป็นการใช้แล้วทิ้งแบบคืนต่อคืน จากการสำรวจเบื้องต้นแล้วมีคนซื้อไปใช้ค่อนข้างเยอะและรีวิวว่าดี เพราะช่วยลดเสียงกรนขณะนอนหลับได้ แต่การนำเทปมาปิดปากเพื่อป้องกันเสียงกรนระหว่างนอนหลับ ไม่ใช่วิธีแก้อาการนอนกรนที่ดีนัก แถมยังเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพด้วย ทำไมเทปปิดปากแก้กรนถึงอันตราย? ก่อนอื่นเลย ต้องมาทำความเข้าใจก่อนว่าทำไมคนเราถึงกรน เสียงกรนเป็นผลจากการที่กล้ามเนื้อและอวัยวะภายในช่องปาก อย่างเพดานอ่อน ลิ้น และกล้ามเนื้อขากรรไกรหย่อนตัวจนปิดกั้นทางเดินหายใจ ซึ่งแรงลมของการหายใจออกที่มาจากปอดก็ต้องแทรกตัวผ่านอวัยวะที่ปิดกั้นนี้ออกมาจนทำให้เกิดเสียงกรนขึ้น เชื่อกันว่าการใช้เทปปิดปากขณะนอนหลับจะช่วยให้ลมไม่ออกทางปากและไปออกทางจมูกมากขึ้น ซึ่งข้อมูลวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับผลลัพธ์ของเทปชนิดนี้มีน้อยมาก แถมบางชิ้นก็พบว่าไม่ได้ผลในบางคนด้วย อีกทั้งเป็นการรักษาที่ปลายเหตุแถมยังเสี่ยงด้วย ผู้เชี่ยวชาญด้านการนอนหลับอธิบายว่าการใช้เทปปิดปากแก้กรนอาจเป็นอันตรายต่อคนที่มีปัญหาด้านการหายใจทางจมูก อย่างคนที่เป็นโรคภูมิแพ้และโรคหืด เพราะเยื่อบุทางเดินหายใจอาจบวมทำให้หายใจทางจมูกไม่ได้ รวมถึงโรคหยุดหายใจขณะหลับที่ทางเดินหายใจตีบ โดยอาจจะตีบแค่บางส่วนหรืออาจตีบทั้งหมดจนหายใจทางจมูกไม่ได้ การนำเทปไปปิดปาก ไม่ว่าจะปิดแค่บางส่วน ปิดมาก ปิดน้อยอาจทำให้คนกลุ่มนี้หายใจระหว่างนอนหลับได้ยากกว่าเดิม…
10/04/2023
Read More

สารเคมีตลอดกาล (PFAS) นานแค่ไหนถึงเรียกตลอดกาลและส่งผลอย่างไรต่อสุขภาพ?

คำว่าตลอดกาลเป็นคำขยายที่ดูยิ่งใหญ่และเป็นนามธรรมในโลกแห่งวัตถุที่จะเสื่อมสลายไปไม่วันใดก็วันหนึ่ง คำว่าตลอดกาลจึงมักไม่สามารถนำมาใช้กับอะไรที่จับต้องได้ในชีวิตประวันสักเท่าไหร่ แต่นั่นอาจไม่ใช่กับ PFAS (Per and Polyfluoroalkyl Substances) สารเคมีที่เป็นพิษและถูกขนานนามว่า ‘สารเคมีตลอดกาล’ หรือ ‘Forever Chemical’ สารเคมีตลอดกาลเป็นกลุ่มของสารเคมีที่มีหลายพันชนิด และแต่ละชนิดก็ล้วนอยู่ในสิ่งต่าง ๆ รอบตัวเราในทุกวัน Hack for Health เลยจะพาคุณมารู้จักกับสารเคมีชนิดนี้ ทำไมถึงเรียก PFAS ว่าสารเคมีตลอดกาล? ในการศึกษาด้านเคมี สารเคมีบนโลกนี้จะมีสิ่งที่เรียกว่าค่าครึ่งชีวิต (Half Life) ซึ่งค่าครึ่งชีวิตเป็นระยะเวลาที่สารเคมีชนิดนั้นจะลดลงครึ่งหนึ่งเมื่อเวลาผ่านไป โดยต่อให้ผลิตภัณฑ์ที่มีสาร PFAS เป็นส่วนประกอบถูกทำลายไป แต่สาร PFAS จะยังคงปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อมในน้ำ ในดิน ในอากาศได้อีกหลายพันปี การศึกษาพบว่าสารประกอบหรือโครงสร้างของ PFAS บางตัวมีค่าครึ่งชีวิตในดินมากกว่า 1,000 ปี ซึ่งระยะเวลาที่กว่าสารนี้จะสลายไปจนหมดสิ้นจึงเนิ่นนานมาก แม้จะไม่ได้อยู่ตลอดไป แต่ก็นานพอที่นักวิทยาศาสตร์ให้ชื่อเรียกกับ PFAS ว่าสารเคมีตลอดกาลนั่นเอง สารเคมีตลอดกาลส่งผลต่อสุขภาพอย่างไร? จากข้อมูลการศึกษาในปัจจุบันพบความเป็นไปได้ว่าการสัมผัสสารเคมีตลอดกาลในระดับหนึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงของปัญหาสุขภาพ เช่น ผลกระทบเหล่านี้เป็นการสรุปจากการศึกษาในภาพรวม ดังนั้น คุณอย่าเพิ่งตกใจไป ในปัจจุบันนักวิจัยศึกษายังคงศึกษาผลกระทบ ปริมาณ…
10/04/2023
Read More

9 ไอเทมสำคัญ พกติดตัวช่วงหน้าร้อน

ช่วงฤดูร้อนของประเทศไทย เป็นที่รู้กันว่าอากาศทั้งร้อนอบอ้าว และแดดแรงถึงขั้นแสบผิวเลยทีเดียว แต่ถึงอย่างนั้นหน้าร้อนเมืองไทยก็มีข้อดีเหมาะแก่การท่องเที่ยวทะเล ชมชายหาดสวย ๆ แถมยังเป็นโอกาสในการหยิบเสื้อผ้าสีสันสดใสมาใส่ได้อยากชิค ๆ อีกด้วย  หลายคนอาจจะเพลิดเพลินกับหน้าร้อน แต่สิ่งสำคัญที่คุณไม่ควรลืมนั่นคือการดูแลและปกป้องผิวของตนเอง รวมไปถึงการหาอุปกรณ์คลายร้อนเพื่อท่องเที่ยวช่วงหน้าร้อนได้อย่างสนุกสนานเต็มที่ วันนี้ Hack for Health เลยหยิบยกไอเทมเด็ดที่ควรพกติดตัว โดยเฉพาะช่วงเทศกาลที่ต้องเดินทางไกล มีพกติดตัวไว้อุ่นใจแน่นอน! 1.ครีมกันแดด หนึ่งไอเทมที่ไม่ว่าจะฤดูไหนก็ต้องหมั่นใช้อย่างเป็นประจำนั่นก็คือ ครีมกันแดด แต่ในช่วงหน้าร้อนที่แดดแรงกว่าปกติ ต้องหมั่นทาซ้ำหลาย ๆ รอบ โดยเฉพาะช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่หลายคนอาจจะออกไปเล่นน้ำสนุกสนาน ควรทาครีมกันแดดที่มี SPF เพียงพอต่อการปกป้องผิวหน้าและผิวกาย นอกจากนี้ ควรทาซ้ำในทุก ๆ 2 ชั่วโมง เพื่อให้ครีมกันแดดได้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ เพราะหากคุณไม่ให้ความสำคัญกับครีมกันแดดนอกจากจะเสี่ยงผิวไหม้แล้ว คนที่ตากแดดจัด ๆ เป็นเวลานานหลายวัน อาจเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งผิวหนังเมลาโนมาได้ 2.พัดลมพกพา พัดลมพกพาเรียกได้ว่าช่วยบรรเทาความร้อนอบอ้าวได้เป็นอย่างดี เพราะคุณสามารถพกติดตัวและหยิบนำมาใช้ได้ตลอดเวลา โดยเฉพาะตอนที่คุณรู้สึกร้อนอบอ้าว หายใจไม่ออก และต้องอยู่ในสถานที่ที่อากาศไม่ถ่ายเท รับรองว่าพัดลมพกพาแม้จะจิ๋วแต่ความเย็นที่ได้ไม่ธรรมดาแน่นอน เพราะฉะนั้นช่วงหน้าร้อนแบบนี้พัดลมพกพาจึงเป็นอีกหนึ่งไอเทมที่ไม่ควรพลาดเลยทีเดียว 3.แว่นตากันแดด แว่นตากันแดดไม่เพียงแต่เป็นไอเทมสำหรับเสริมให้การแต่งกายของคุณดูดี หรือเป็นพร็อบในการถ่ายรูปเท่านั้น แต่คุณสมบัติที่แท้จริงของแว่นกันแดดนั่นคือ ปกป้องดวงตาจากแสงแดด แต่ทั้งนี้แว่นกันแดดที่ขายอยู่ตามท้องตลาดในปัจจุบันมีทั้งแว่นแฟชันที่ไม่สามารถกันแดดได้จริง…
10/04/2023
Read More

4 แกดเจ็ตเพื่อสุขภาพฝากผู้สูงอายุช่วงวันหยุดยาว

ช่วงหยุดยาวเป็นช่วงที่สมาชิกครอบครัวมารวมตัวกัน ซึ่งสมาชิกครอบครัวที่เป็นเหมือนตัวละครหลักในช่วงหยุดยาวมักจะเป็นผู้สูงอายุหรือผู้ใหญ่ในบ้าน บ้างก็เป็นช่วงเวลาที่หลายคนไปหาผู้ใหญ่ที่เคารพ แม้ว่าการกลับไปพบและเยี่ยมเยียนจะช่วยให้พวกเขารู้สึกดีใจมากอยู่แล้ว แต่หลายคนก็อดไม่ได้ที่นำของฝากติดไม้ติดมือไปด้วย แต่การซื้อขนม ซื้อผลไม้ หรือกระเช้าอาจดูเชยไปแล้วในยุคดิจิทัลแบบนี้ Hack for Health ได้เตรียม 4 แกดเจ็ตสำหรับฝากผู้ใหญ่ในช่วงกลับบ้านวันหยุดยาวมาให้คุณได้ลองเลือกกัน 1. สมาร์ตโฟน / แท็บเลต / สมาร์ตทีวี ในแต่ละปี โอกาสที่คนในครอบครัวจะได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันอาจมีไม่มากนัก โดยเฉพาะคนต่างจังหวัด ซึ่งผู้อายุเป็นกลุ่มที่มักต้องเผชิญกับความเหงาเป็นเวลานาน ข้อมูลบางส่วนพบว่าผู้สูงอายุบางคนอาจเป็นโรคซึมเศร้าแบบไม่รู้ตัว การซื้ออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ อย่างสมาร์ตโฟน แท็บเล็ต หรือสมาร์ตทีวีอาจช่วยแก้เหงาและบรรเทาความโดดเดี่ยวให้กับผู้สูงอายุได้บ้าง การดูคลิปวิดีโอใหม่ ๆ อาจช่วยกระตุ้นการทำงานของสมองได้เช่นเดียวกัน สมาร์ตโฟนและแท็บเล็ตยังทำให้คนที่อยู่ห่างไกลกันได้พูดคุยแบบเห็นหน้าเห็นตาผ่านวิดีโอคอลด้วย แต่อาจจะต้องเลือกอุปกรณ์ที่ใช้งานง่ายและไม่ซับซ้อนเพื่อความสะดวกในการใช้ให้กับผู้สูงอายุหรือผู้ใหญ่ในบ้าน 2. เครื่องฟอกอากาศ ไม่ว่าที่อยู่อาศัยของคุณจะพบเจอกับปัญหามลพิษทางอากาศอย่าง PM2.5 หรือไม่ แต่ถ้าบ้านคุณมีผู้สูงอายุ การมีเครื่องฟอกอากาศติดบ้านไว้นั้นเป็นประโยชน์ไม่น้อย เพราะเมื่ออายุมากขึ้นระบบภูมิคุ้มกันจะอ่อนแอลงและป่วยง่าย จากที่ไม่เคยเป็นภูมิแพ้ก็อาจจะเริ่มเป็นในช่วงวัยนี้ได้ เครื่องฟอกอากาศจะช่วยกรองอนุภาคในอากาศ อย่างฝุ่น ควัน PM2.5 สารเคมี สารพิษ สารก่อภูมิแพ้ และเชื้อราภายในบ้าน ลดความเสี่ยงของปัญหาสุขภาพเล็ก ๆ น้อย ๆ…
07/04/2023
Read More

Introvert คืออะไร ทำไมหลายคนอยากเป็น?

Introvert (อิน–โทร–เวิร์ต) เป็นคำที่เราคุ้นหูกันมาในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ภาพลักษณ์ส่วนใหญ่ของคำว่า Introvert คือ พฤติกรรมเก็บตัว ไม่ชอบเข้าสังคม ไม่ชอบสถานที่ที่มีคนพลุกพล่าน หรือเป็นคนเพื่อนน้อยอะไรแบบนั้น ซึ่งกระแสของ Introvert ในไทยก็มีอยู่เรื่อย ๆ ในช่วงหลังคนจำนวนไม่น้อย ‘ประกาศ’ ตัวเองผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย โดยเฉพาะ TikTok ว่าตัวเองเป็น Introvert ซึ่งสร้างการถกเถียงระหว่างคนบนโลกอินเทอร์เน็ต บ้างก็ชื่นชม บ้างก็เห็นใจ บ้างก็มองว่าพฤติกรรมการประกาศตัวเองบนไทม์ไลน์โซเชียลมีเดียไม่ใช่ลักษณะของคน Introvert สักเท่าไหร่ บทความนี้จึงจะพามารู้จักกับนิยามของ Introvert และความเห็นของนักจิตวิทยาเกี่ยวกับเรื่องที่ว่าทำไมหลายคนอยากเป็น Introvert บนโลกโซเชียล นิยามของ Introvert คาร์ล ยุง (Carl Jung) นักจิตวิทยาชาวสวิส ผู้เริ่มต้นทฤษฎี Introvert-Extrovert (Introversion / Extraversion Theory) ได้นิยามบุคลิกแบบ Introvert โดยเอาเรื่องของพลังงานในการทำสิ่งต่าง ๆ เข้ามาจับ ซึ่งตามทฤษฎีของ Carl Jung คนที่มีบุคลิกแบบ Introvert…
07/04/2023
Read More

อย่าเพิ่งดีใจ! น้ำหนักลดแบบไม่มีสาเหตุอาจเป็นอาการโรคร้าย

การลดน้ำหนักเป็นเรื่องยากสำหรับใครหลายคน แต่หากวันใดวันหนึ่งจู่ ๆ น้ำหนักของคุณก็ลดลงอย่างไม่มีสาเหตุ ทั้งที่คุณไม่ได้อยู่ในช่วงลดน้ำหนัก อย่าเพิ่งดีใจไป! เพราะการที่น้ำหนักลดลงเรื่อย ๆ อาจส่งผลร้ายมากกว่าผลดี สำหรับการประเมินทางการแพทย์เกี่ยวกับการน้ำหนักลดแบบไม่มีสาเหตุ และเข้าข่ายผิดปกตินั้น จะต้องลดมากกว่า 5% ในเวลา 6-12 เดือน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวัยผู้ใหญ่ เช่น การน้ำหนักลด 5% ในคนที่หนัก 72 กิโลกรัม คือ 3.6 กิโลกรัม หรือในคนที่หนัก 90 กิโลกรัม จะอยู่ที่ 4.5 กิโลกรัม เป็นต้น โดยปกติแล้วน้ำหนักของคนเราจะขึ้นอยู่กับปริมาณแคลอรีที่ได้รับในแต่ละวัน รวมถึงระดับกิจกรรม ภาวะสุขภาพ และการดูดซับสารอาหารของแต่ละคน นอกจากนี้ ปัจจัยทางเศรษฐกิจและสังคมก็อาจมีบทบาทในการเพิ่มหรือน้ำหนักลดได้เช่นกัน แต่หากคุณน้ำหนักลดลงอย่างไม่มีสาเหตุ คุณไม่ได้ควบคุมอาหาร ไม่ได้ไดเอท ไม่ได้ออกกำลังกายใด ๆ อาจบ่งบอกถึงปัญหาสุขภาพหรือโรคร้ายได้ เช่น 1.สูญเสียกล้ามเนื้อ การสูญเสียกล้ามเนื้ออาจทำให้น้ำหนักลดลงอย่างคาดไม่ถึง อาการที่สำคัญคือกล้ามเนื้ออ่อนแรง แขนขาข้างหนึ่งของคุณอาจดูเล็กกว่าอีกข้างหนึ่ง ร่างกายของคนเราประกอบด้วยมวลไขมัน และมวลปราศจากไขมัน ซึ่งรวมถึงกล้ามเนื้อ กระดูก และน้ำ…
06/04/2023
Read More

วันนี้เหนื่อยมาทั้งวัน แต่ทำไมตอนกลางคืนถึงนอนไม่หลับ ?

ตอนเช้าง่วงนอนแทบตาย ต้องหากาแฟมาดื่มเพื่อให้ร่างกายตื่นตัว แต่พอถึงเวลากลับบ้านไปนอนตอนกลางคืนทีไรทำไมถึงนอนไม่หลับทั้งที่เหนื่อยล้ามาทั้งวัน อยากพักเอนกายสบาย ๆ ข่มตานอนเท่าไหร่ก็ไม่หลับสักที สุดท้ายก็กลับไปง่วงนอนตอนเช้าวันถัดมาเหมือนเดิม… สำหรับคนที่มีอาการตามที่กล่าวมา คุณอาจจะคิดว่าวิธีการที่จะทำให้คุณนอนหลับได้นั้นคงต้องพึ่งพายานอนหลับซะแล้ว แต่ก่อนที่คุณจะหันไปพึ่งยานอนหลับ Hack for Health จะพาคุณไปสำรวจตนเองเบื้องต้นว่าปัจจับอะไรที่ทำให้คุณกลายเป็นคนที่นอนหลับยาก และหาวิธีรักษาอาการเหล่านี้ด้วยตนเอง! การนอนไม่หลับคืออะไร ? การนอนไม่หลับ คือการที่ร่างกายไม่สามารถนอนหลับได้อย่างปกติ ทำให้การนอนหลับไม่สดชื่นหรือนอนหลับไม่สนิท และเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยมาก ส่งผลต่อพลังงาน อารมณ์ และความสามารถในการทำงานของคุณในระหว่างวัน ที่สำคัญการนอนไม่หลับเรื้อรังอาจทำให้เกิดปัญหาสุขภาพร้ายแรงได้ เนื่องจากคนแต่ละคนต้องการปริมาณการนอนหลับที่แตกต่างกัน การนอนไม่หลับจึงจะกำหนดจากคุณภาพการนอนหลับ และความรู้สึกของคุณหลังจากตื่นนอน ไม่ใช่จำนวนชั่วโมงที่คุณนอนหลับ หรือหลับเร็วแค่ไหน แม้ว่าคุณจะใช้เวลา 8 ชั่วโมงต่อคืนในการนอน แต่ถ้าคุณรู้สึกง่วงและเหนื่อยล้าในระหว่างวัน คุณอาจกำลังประสบกับปัญหาเรื่องการนอนอยู่ แม้ว่าอาการนอนไม่หลับจะเป็นปัญหาการนอนหลับที่พบได้บ่อยที่สุด แต่ก็ไม่ใช่ความผิดปกติของการนอนเพียงอย่างเดียว อาจจะเกิดจากปัจจัยอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น การดื่มคาเฟอีนมากเกินไปในระหว่างวัน หรือความเครียดก็มีส่วนทำให้นอนไม่หลับเช่นกัน อาการนอนไม่หลับสามารถรักษาให้หายได้ด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องพึ่งหมอหรือหันไปพึ่งยานอนหลับ แต่คุณต้องจัดการกับสาเหตุที่แท้จริง และทำการเปลี่ยนแปลงนิสัยประจำวัน รวมถึงสภาพแวดล้อมในการนอนของคุณ เพื่อให้การนอนของคุณกลับมาเป็นปกติและมีประสิทธิภาพอีกครั้ง อาการของคนหลับยาก คุณอาจจะคิดว่าตนเองมีการนอนหลับที่ดีตลอดทั้งคืน แต่ความจริงแล้วบางทีคุณอาจจะประสบปัญหาการนอนไม่หลับ หรือนอนอย่างไม่มีประสิทธิภาพอยู่ก็เป็นได้ ลองเช็กอาการของตนเองว่าคุณมีอาการดังต่อไปนี้หรือไม่ สาเหตุของอาการนอนไม่หลับ…
05/04/2023
Read More

Top 3 โรคที่เป็นสาเหตุของการเสียชีวิตของคนทั่วโลก

โรคภัยไข้เจ็บเป็นสิ่งที่มนุษย์ต้องพบเจอในทุกช่วงชีวิต และแม้ว่าโลกยุคใหม่จะมีเทคโนโลยีทางการแพทย์และความรู้ด้านสาธารณสุขที่ก้าวล้ำมากขึ้น แต่โรคภัยไข้เจ็บยังคงเป็นสิ่งพรากชีวิตผู้คนบนโลกนี้ไป และบางโรคมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น โรค 3 อันดับแรกที่เป็นสาเหตุการเสียชีวิตของคนทั่วโลก Hack for Health ขอพาคุณมารู้จักกับ 3 อันดับของโรคที่คร่าชีวิตคนทั่วโลกไปมากที่สุดกัน อันดับที่ 1 โรคหัวใจขาดเลือด โรคหัวใจขาดเลือดเป็นผลมาจากการที่กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดตรงตามชื่อโรคเลย ซึ่งสาเหตุส่วนใหญ่ที่ทำให้หัวใจขาดเลือดมาจากคราบไขมันที่เกาะตามหลอดเลือดที่ทำให้เลือดไหลเวียนได้ไม่ดี ยิ่งคราบไขมันในหลอดเลือดหนาตัวก็ยิ่งมีความเสี่ยงที่จะหลอดเลือดจะตีบและอุดตันได้ หัวใจเป็นอวัยวะสำคัญที่สุดอย่างหนึ่งของร่างกาย เพราะรับหน้าที่ในการแจกจ่ายเลือดที่มีออกซิเจนและสารอาหารไปยังอวัยวะอื่นทั่วร่างกาย พอหัวใจได้รับเลือดไม่เพียงพออาจทำให้หัวใจหยุดทำงานและเสียชีวิตได้ โดยกล้ามเนื้อหัวใจที่สูบฉีดเลือดจะขาดเลือดได้ประมาณ 40 นาที หากรักษาทันอาจลดความเสี่ยงที่จะเสียชีวิตและภาวะแทรกซ้อนได้ อาการโรคนี้มักเกิดขึ้นอย่างเฉียบพลัน หากจู่ ๆ คุณรู้สึกเจ็บแน่นหน้าอก หายใจติดขัด คลื่นไส้ อาเจียน เหงื่อแตก ใจสั่น หรือหน้ามืดอาจเป็นสัญญาณของโรคนี้ได้ ควรโทรเรียกรถพยาบาลหรือนำตัวส่งโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด ปัจจัยเสี่ยงโรคหัวใจขาดเลือด อันดับที่ 2 โรคหลอดเลือดสมอง โรคหลอดเลือดสมองเกิดจากหลอดเลือดที่นำเลือดสู่สมองตีบ อุดตัน หรือแตกทำให้เซลล์สมองได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอจึงเกิดความผิดปกติขึ้น ซึ่งอาจเกิดจากการคราบไขมันในหลอดเลือดหนาตัวหรืออุบัติเหตุ โรคหลอดเลือดสมองนั้นร้ายแรงและต้องการการรักษาอย่างเร่งด่วน หากรักษาช้าอาจทำให้เป็นอัมพาตหรือเสียชีวิตได้เลยทีเดียว อาการของโรคหลอดเลือดสมองสังเกตได้จากการที่ผู้ป่วยไม่สามารถรับรู้ความรู้สึกของร่างกายส่วนใดส่วนหนึ่งได้ เช่น ยืนไม่ได้ ยกแขนไม่ได้ ตาตก หน้าเบี้ยว ปากเบี้ยวเป็นต้น นอกจากนี้…
05/04/2023
Read More

Ultrasound Markers หาโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดตั้งแต่ในท้องแม่ เพิ่มโอกาสรอดชีวิตหลังคลอด ผลงานจาก ม.มหิดล

โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด (Total Anomalous Pulmonary Venous Return) เป็นโรคที่หัวใจและหลอดเลือดของทารกในครรภ์มีโครงสร้างและการทำงานที่ผิดปกติ โรคนี้พบได้น้อยและวินิจฉัยได้ยาก ทำให้ทารกเสี่ยงที่จะเสียชีวิตสูงมาก มักเกิดในเด็กที่มีปัญหาด้านโครโมโซม อย่างดาวน์ซินโดรมและกลุ่มอาการเทิร์นเนอร์ (Turner Syndrome) แม่เป็นโรคเบาหวาน คุณแม่ที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือใช้สารเสพติด รวมถึงการใช้ยาบางกลุ่มด้วย โดยปกติเลือดแดงจะผ่านการฟอกแล้วจากปอด ก่อนส่งไปยังสู่หัวใจห้องบนซ้าย และล่างซ้าย จึงจะพร้อมออกไปหล่อเลี้ยงอวัยวะในส่วนต่าง ๆ และจะส่งเลือดดำที่ใช้แล้วผ่านหัวใจห้องบนขวา ก่อนไหลลงสู่หัวใจห้องล่างขวา และส่งกลับไปยังปอดเพื่อฟอกให้เป็นเลือดแดงอีกครั้ง แต่ทารกที่มีโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดมีการไหลเวียนของเลือดที่ผิดปกติ ตั้งแต่กระบวนการฟอกเลือดแดงออกจากปอด แล้วไม่สามารถส่งต่อไปยังห้องบนซ้ายของหัวใจได้ จนทำให้ทารกแรกเกิดเกิดอาการผิดปกติตามมาและอาจรุนแรงถึงขึ้นเสียชีวิต โดยทีมแพทย์เวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์ ภาควิชาสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดลได้คิดค้นการใช้ Ultrasound Markers หรือ ‘นวัตกรรมบ่งชี้อัลตราซาวด์’ ที่เป็นการใช้อัลตราซาวด์หรือคลื่นเสียงความถี่สูงในตำแหน่งที่เหมาะสมเพื่อหาความเสี่ยงของโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดตั้งแต่ก่อนคลอด เพื่อให้ทีมแพทย์ผ่าตัดสามารถวางแผนการผ่าเพื่อดำเนินการต่อได้อย่างทันท่วงทีหลังทารกคลอดเพื่อเพิ่มโอกาสในการรอดชีวิตของทารก ผลงานชิ้นนี้ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิชาการระดับนานาชาติ ‘Ultrasound in Obsterics and Gynecology’ ไปเป็นที่เรียบร้อย ถือว่าเป็นอีกก้าวสำคัญของแพทย์ไทยที่สามารถช่วยพัฒนาเทคโนโลยีการตรวจหาโรคของทารกได้ตั้งแต่ครรภ์ ที่มา: สวทช. พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส
04/04/2023
Read More

สูงแค่ไหนถึงเรียกความดันสูง และไลฟ์สไตล์แบบไหนที่ทำให้คุณเสี่ยงความดันสูงแม้อายุน้อย?

โรคความดันสูงหรือภาวะความดันโลหิตสูง (Hypertension) เป็นปัญหาสุขภาพที่ Hack for Health ขอเรียกว่า ‘ประตูสู่หายนะทางสุขภาพ’ เพราะสามารถเพิ่มความเสี่ยงของโรคเรื้อรังอื่น ๆ ตามมา โดยเฉพาะโรคหัวใจและโรคหลอดเลือดสมอง เดิมทีเรามักจะคิดว่าโรคหรือภาวะความดันสูงจะเกิดเฉพาะในผู้สูงอายุ แต่นั่นไม่เสมอไป ด้วยพฤติกรรมของคนที่เปลี่ยนไปตามยุคสมัยและความสะดวกสบายของโลกยุคใหม่สามารถเพิ่มความเสี่ยงของการเปิดประตูสู่หายนะทางสุขภาพบานนี้ได้ Hack for Health ได้นำข้อมูลเกี่ยวกับพฤติกรรมที่เราทำอยู่ทุกวันโดยที่ไม่รู้ว่าอาจเพิ่มความเสี่ยงของภาวะความดันโลหิตสูงมาเล่าให้คุณได้อ่านกัน สูงแค่ไหนก็ไปถึง สูงแค่ไหนถึงเรียกความดันสูง? ความดันโลหิตเป็นค่าความดันภายในหลอดเลือดแดงที่เกิดจากการสูบฉีดเลือดไปทั่วร่างกาย ซึ่งความดันโลหิตที่เหมาะสมหมายถึงการที่เลือดสามารถไหลเวียนนำเอาออกซิเจนและสารอาหารต่าง ๆ ไปยังเซลล์ของอวัยวะทั่วร่างกาย ช่วยให้ระบบของร่างกายทำงานได้เป็นปกติ แต่เมื่อความดันโลหิตสูงเกินไปจะสร้างภาระให้กล้ามเนื้อหัวใจที่เป็นตัวสูบฉีดเลือดที่ต้องทำงานหนักขึ้น โดยความดันปกติของคนเราจะอยู่ที่ ตัวบน 120–129 / ตัวล่าง 80–84 ที่มีหน่วยเป็นมิลลิเมตรปรอท คนที่มีความดันโลหิตสูงจะมีค่าความดันตัวบนตั้งแต่ 130 และตัวล่าง 85 มิลลิเมตรปรอทขึ้นไป ซึ่งภาวะความดันสูงยังแบ่งได้เป็น ค่อนข้างสูง / สูงเล็กน้อย / สูงปานกลาง / สูงมาก การที่ความดันโลหิตสูงต่อเนื่องกันเป็นเวลานานสามารถเพิ่มความเสี่ยงของปัญหาสุขภาพ เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือด ภาวะหัวใจขาดเลือด โรคหลอดเลือดสมอง ภาวะสมองเสื่อม และโรคไตได้ พฤติกรรมไม่ลับเสี่ยงความดันสูงไม่รู้ตัว…
03/04/2023
Read More

ไม่ต้องทนปวดอีกต่อไปกับ อุปกรณ์แก้ปวดท้องเมนส์ แกดเจ็ตเพื่อผู้หญิง

อาการปวดท้องเมนส์หรือปวดท้องประจำเดือนเป็นอาการที่มักเกิดขึ้นช่วงประจำเดือนเริ่มมา โดยจะมีอาการปวดหน่วงหรือปวดเกร็งที่ท้องน้อย ความรุนแรงก็มีหลายระดับ บางคนปวดถึงขั้นทำงานไม่ได้หรือปวดร้าวไปยังหลังส่วนล่างเลยก็มี อาการปวดท้องเมนส์จึงเป็นปัญหาที่ผู้หญิงหลายคนเหนื่อยหน่าย แต่ทำอะไรไม่ได้และต้องวนกลับมาเจอกับอาการนี้เป็นประจำทุกเดือน วิธีที่สาว ๆ ใช้ในการรับมือกับอาการปวดนี้มีตั้งแต่การประคบร้อนจนถึงการกินยาแก้ปวด แต่ถ้าคุณกำลังมองหาวิธีแก้ปวดท้องเมนส์แบบใหม่อยู่ Hack for Health ขอเสนอ ‘อุปกรณ์แก้ปวดท้องเมนส์’ ‘อุปกรณ์แก้ปวดท้องเมนส์’ คืออะไร? อุปกรณ์แก้ปวดท้องเมนส์ที่เราจะนำมาเล่าให้ฟังในบทความนี้เป็นอุปกรณ์ที่ยังไม่มีขายในไทย แต่คุณสามารถสั่งจากต่างประเทศได้ แต่ก็ยังมีแค่ไม่กี่ยี่ห้อเท่านั้น เจ้าเครื่องแก้ปวดท้องเมนส์ที่ว่านี้มีลักษณะเป็นรีโมตคอนโทรลที่มีขนาดไม่เกิน 1 ฝ่ามือ โดยจะมีสาย 2 สายที่ต่อออกไป ส่วนปลายของสายนี้คือแผ่นอิเล็กโทรด (Electrodes) หรือแผ่นที่แพทย์ใช้ติดตามร่างกายเพื่อดูคลื่นไฟฟ้าหัวใจหรือคลื่นไฟฟ้าสมอง โดยวิธีจะใช้เครื่องนี้ก็เพียงติดแผ่นอิเล็กโทรดไว้บริเวณที่ปวดท้องเมนส์ พร้อมเปิดเครื่องจากรีโมตคอนโทรลเพื่อเริ่มการใช้งานและสามารถปรับระดับได้ ตัวอุปกรณ์ที่ค่อนข้างเล็กจึงสามารถเหน็บเอาไว้ได้ตลอดทั้งวัน อุปกรณ์แก้ปวดท้องเมนส์ ทำงานอย่างไร ได้ผลจริงไหม? อุปกรณ์นี้ใช้หลักการ TENs (Transcutaneous Electrical Nerve Stimulation) ที่เป็นการปล่อยกระแสไฟฟ้าอ่อน ๆ เข้าสู่ผิวหนังและเส้นประสาท ซึ่งจะช่วยลดการส่งสัญญาณ ‘ความเจ็บปวด’ ไปยังสมองและเส้นประสาทไขสันหลัง ช่วยให้รู้สึกปวดท้องน้อยลง และช่วยลดการบีบเกร็งของกล้ามเนื้อ ส่วนคำถามที่ว่าอุปกรณ์แก้ปวดท้องเมนส์นี้ได้ผลจริงไหมต้องบอกว่าปัจจุบันการศึกษาในเรื่องนี้ยังไม่มีการยืนยันแน่ชัด แต่ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ในเบื้องต้นอาจช่วยบรรเทาอาการปวดท้องประจำเดือนในระยะสั้นได้ แต่เป็นการบรรเทาอาการเท่านั้น ไม่ใช่การรักษาอาการปวด อย่างไรก็ตาม การรรักษาอาการปวดด้วยอุปกรณ์แก้ปวดท้องเมนส์ที่ใช้หลักการ…
03/04/2023
Read More

Standard Drink วิธีที่จะช่วยให้คุณดื่มได้อย่างสบายใจและปลอดภัยมากขึ้น

คนไทยอาจไม่คุ้นเคยกับคำว่า Standard Drink หรือ ดื่มมาตรฐาน กันสักเท่าไหร่ แม้คนไทยจะมีสถิติป่วยและเสียชีวิตจากการดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำทุกปี ทั้งทางตรงและทางอ้อม Standard Drink เป็นปริมาณในการดื่มแอลกอฮอล์ที่แพทย์และนักวิทยาศาสตร์คำนวณมาแล้วว่าคนส่วนใหญ่สามารถดื่มได้โดยส่งผลเสียน้อยที่สุด โดยเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แต่ละชนิดมีปริมาณ Standard Drink ต่างกัน Hack for Health จะพามาดูปริมาณ Standard Drink ของแต่ละเครื่องดื่มและคนแต่ละคนกัน Standard Drink ของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แต่ละชนิด การคำนวณ Standard Drink ของเครื่องดื่มเป็นการคำนวณโดยยึดปริมาณแอลกอฮอล์ให้อยู่ที่ 10 กรัม/ 1 ดื่ม สำหรับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อื่น ๆ สามารถดูปริมาณเปอร์เซ็นต์แอลกอฮอล์แล้วเทียบปริมาณกับเครื่องดื่มข้างบนนี้ได้ Standard Drink ที่เหมาะสมกับแต่ละคน Standard Drink ถูกแยกออกตามเพศและน้ำหนักตัว ซึ่งนอกจากเรื่องของปริมาณเครื่องดื่มแล้วระยะเวลาก็มีส่วนด้วย ผู้ชาย: ดื่มไม่เกิน 4 ดื่มมาตรฐาน/วัน โดยดื่มไม่เกิน 2 ดื่มในชั่วโมงแรก และ 1 ดื่มในชั่วโมงถัดไป และดื่มไม่เกิน 5…

PR Partners

See All
26/12/2025
Meechok Dechpokasup | 2 days ago
Read More

Huawei Cloud ครองตำแหน่งผู้นำจากรายงาน Omdia พร้อมขึ้นอันดับ 1 ด้านกลยุทธ์และนวัตกรรม

กรุงเทพฯ 25 ธันวาคม 2568 – Omdia ได้เผยแพร่รายงานฉบับล่าสุด Omdia Universe: Global Cloud Service Provider, 2025 โดยจัดให้ หัวเว่ย คลาวด์ อยู่ในกลุ่ม ผู้นำ (Leader) ทั้งในด้านศักยภาพของโซลูชัน รวมถึงด้านกลยุทธ์และการดำเนินงาน พร้อมทั้งยกให้ หัวเว่ย คลาวด์ เป็นผู้นำในกลุ่มผู้ให้บริการจากจีน และได้รับการจัดอันดับเป็นอันดับหนึ่งของโลกด้านกลยุทธ์และนวัตกรรม ในรายงานได้เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของหัวเว่ย คลาวด์ในการพัฒนาบริการคลาวด์ที่สามารถปรับขยายได้ (scalable)