ฝ่ายขาย และการตลาด
085-848-2253[email protected]http://m.me/beartai
สมัครงาน/ฝึกงาน ติดต่อได้ที่
[email protected]
Read
| Health
Read More

หมดยุคทีวี ! Gen Alpha สน YouTube และ Twitch เพราะมีอิสระในการเลือกมากกว่า

สมัยก่อนการรับชมสื่อบันเทิงทางทีวีอาจจะครองใจใครหลาย ๆ คน ยิ่งในวัยเด็กก็เรียกได้ว่าเราจะรอการ์ตูนเรื่องโปรด ที่จะมาพร้อมวันและเวลาเดิม ๆ เป็นประจำ ทำให้ทีวียังเป็นความสนใจอันดับต้น ๆ ของเด็กในยุคนั้น เด็กอายุต่ำกว่า 2 ปี 40% มีแท็บเล็ตเป็นของตัวเอง แต่ตอนนี้ยุคสมัยเปลี่ยนไป แม้แต่ผู้ใหญ่เองยังชอบความอิสระในการรับชม เด็ก Gen Alpha (เด็กที่เกิดตั้งแต่ปี 2010-2024) ก็เช่นกัน ข้อมูลล่าสุดจาก Precise TV ระบุว่า เด็กอายุ 2–5 ปี ถึง 87% เลือกดู YouTube มากกว่าช่องทางอื่น ๆ ขณะที่ Common Sense Media รายงานว่า เด็กอายุต่ำกว่า 2 ปี กว่า 40% มีแท็บเล็ตเป็นของตัวเองแล้ว ส่วนเด็กโตและวัยรุ่นมักใช้ Twitch แพลตฟอร์มสตรีมมิงที่นิยมในกลุ่มวัยรุ่น กว่า 40% ของผู้ใช้มีอายุ 16–24 ปี…
04/07/2024
Read More

Cyberchondria: อาการ “ยิ่งค้นข้อมูล ยิ่งป่วยร้ายแรง”

คุณเคยรู้สึกแบบนี้ไหม ? ตื่นเช้ามาวันหนึ่ง คุณรู้สึกปวดหัวนิด ๆ แทนที่จะดื่มน้ำเพิ่ม หรือพักผ่อนสักหน่อย คุณกลับคว้าสมาร์ตโฟนขึ้นมา เปิด Google แล้วพิมพ์ว่า "ปวดหัวตอนเช้า สาเหตุ"
26/06/2024
Read More

Nappuccino: เทคนิคการดื่มกาแฟ และนอนกลางวันที่จะทำให้ช่วงบ่ายง่ายกว่าเดิม

เคยไหม? เวลานั่งทำงานนาน ๆ หรืออ่านหนังสือมาก ๆ จนง่วง ใจก็อยากจะนอนหลับสักงีบ แต่กลัวจะหลับยาว วันนี้เรามีวิธีแก้ไขที่เป็นเทรนด์ใหม่ในกลุ่มคนรุ่นใหม่วัยทำงานที่กำลังได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางมาแนะนำ นั่นก็คือ "Nappuccino" หรือ “การดื่มกาแฟแล้วไปนอน”  Nappuccino คืออะไร? “Nappuccino” มาจากคำว่า “Nap” ที่แปลว่า การงีบ และ “Cappuccino” หนึ่งในเมนูกาแฟยอดฮิตของใครหลายคน หมายถึง การดื่มกาแฟซักแก้วหลังอาหารกลางวันก่อนงีบสั้น ๆ ประมาณ 15-20 นาที เพื่อกระตุ้นระบบประสาท ให้ร่างกายรู้สึกสดชื่น และตื่นขึ้นมาอย่างมีพลัง หลายคนบอกว่ามันเหมือนการรีเซตตัวเองให้พร้อมลุยต่อไปอีกครึ่งวันได้อย่างสดใส เบื้องหลังความฮิตของ Nappuccino มาจากข้อเท็จจริงที่ว่า ภาวะง่วงนอนในช่วงบ่ายนั้นเป็นเรื่องธรรมชาติของร่างกาย จากอาการง่วงนอนหลังการกินอาหาร (Food Coma) ซึ่งแทนที่เราจะต่อสู้หรือปฏิเสธมัน เราก็ควรนอนหลับตามสัญชาตญาณบ้าง แต่ก็ต้องระวังไม่งีบหลับนานจนเกินไป การศึกษาวิจัยหลายชิ้นระบุว่า หากงีบหลับในระยะสั้น ๆ ประมาณ 15-20 นาทีหลังจากดื่มกาแฟ จะช่วยกระตุ้นประสิทธิภาพการทำงาน ความจำ และพลังงานของสมองได้ดีกว่าการพยายามถ่างตาทำงานต่อโดยไม่พัก แถมยังไม่ทำให้รู้สึกเพลียหรือปวดหัวในตอนเย็นอีกด้วย ในบางประเทศ เช่น…
26/06/2024
Read More

Blursday “อาการหลงวันลืมคืน” ที่ใคร ๆ ก็เป็นได้

เคยไหม? ตื่นเช้ามาแล้วรู้สึกเหมือนวันนี้คือวันหยุด แต่พอมองปฏิทิน ดันเป็นวันทำงาน หรือบางครั้งหลังวันหยุดยาวก็มักสับสนว่า เอ๊ะ…วันนี้เป็นวันจันทร์ วันอังคาร หรือวันพฤหัสบดี หรือวันศุกร์กันแน่ ? อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณเตือนของ "Blursday" หรือ "อาการหลงวันลืมคืน" นั่นเอง Blursday คืออะไร? Blursday เป็นคำผสมระหว่างคำว่า "Blur" ที่แปลว่า เบลอ ๆ มึน ๆ พร่ามัว ไม่ชัดเจน และ "Day" ที่แปลว่า วัน รวมเป็นภาษาไทยว่า “หลงวันลืมคืน” หมายถึง ภาวะที่เรารู้สึกสับสนในการแยกแยะระหว่างวันธรรมดาและวันหยุด สาเหตุหลัก ๆ มาจากวิถีชีวิตยุคใหม่ที่ทำงานหนัก พักผ่อนน้อย และใช้เวลากับหน้าจอนานเกินไป คำนี้เป็นศัพท์ใหม่ที่ถูกบัญญัติขึ้นโดย Oxford Dictionary ในปี 2020 มีความหมายว่า “วันใด ๆ ที่ไม่สามารถระบุแยกได้จากวันอื่น ๆ ในสัปดาห์” โดย Oxford ได้อธิบายเพิ่มเติมถึงสาเหตุว่า “...อาการนี้เกิดขึ้นเมื่ออยู่บ้านจนเกิดอาการไม่รู้วันไม่รู้คืน…
31/03/2023
Read More

กินเท่าไหร่ก็ไม่อิ่ม! รู้สึกหิวตลอดเวลา หรือนี่คือวิถีคนอ้วน ?

หากคุณรู้สึกหิว ท้องร้อง ร่างกายต้องการอาหารตลอดเวลาคุณอาจจะคิดว่านี่คงเป็น 'วิถีคนอ้วน' หรือเปล่านะ แต่ความจริงแล้วความหิวอาจเป็นสัญญาณบางอย่างเกี่ยวกับร่างกายของคุณ ‘ความหิว’ เป็นสัญญาณตามธรรมชาติของร่างกายว่าต้องการอาหารมากขึ้น เมื่อคุณหิวท้องคุณก็จะร้องเป็นเรื่องปกติ หรือคุณอาจจะรู้สึกหิวจนปวดหัว ตามมาด้วยความรู้สึกหงุดหงิด และไม่มีสมาธิทำอะไรตามมา  สาเหตุที่ทำให้คุณรู้สึกหิวตลอดเวลา 1.กินโปรตีนไม่เพียงพอ การกินอาหารที่มีโปรตีนให้เพียงพอเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการควบคุมความอยากอาหาร เพราะโปรตีนมีคุณสมบัติในการช่วยลดความหิว ซึ่งอาจช่วยให้คุณบริโภคแคลอรีน้อยลงโดยอัตโนมัติ และช่วยลดระดับฮอร์โมนที่กระตุ้นความหิว หากคุณกินโปรตีนไม่เพียงพอก็จะทำให้คุณรู้สึกหิวได้บ่อย ๆ โดยมีรายงานว่าผู้ที่กินโปรตีนในปริมาณที่สูงกว่าจะรู้สึกอิ่มตลอดทั้งวัน และมีความคิดถึงเรื่องเกี่ยวกับอาหารน้อยลง ดังนั้น ในทุกมื้ออาหารจึงควรมีอาหารที่ให้โปรตีนสูง เช่น เนื้อ ไก่ ปลา และไข่ รวมถึงอาหารจากพืชบางชนิด เช่น พืชตระกูลถั่ว เมล็ดพืช และเมล็ดธัญพืช เป็นต้น 2.นอนหลับไม่เพียงพอ การนอนหลับให้เพียงพอเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งสำหรับสุขภาพของคุณ และเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการทำงานของสมองและระบบภูมิคุ้มกัน นอกจากนี้ การนอนให้เพียงพอยังลดความเสี่ยงของการเจ็บป่วยเรื้อรังต่าง ๆ รวมถึงโรคหัวใจและมะเร็งด้วย ที่สำคัญคือ การนอนหลับให้เพียงพอเป็นปัจจัยหนึ่งในการควบคุมความอยากอาหาร เนื่องจากจะช่วยควบคุมฮอร์โมนเกรลิน (ghrelin) ซึ่งเป็นฮอร์โมนกระตุ้นความอยากอาหาร การอดนอนจะทำให้ระดับฮอร์โมนเกรลินสูงขึ้น ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้คุณรู้สึกหิวมากขึ้นเมื่ออดนอนนั่นเอง นอกจากนี้ การนอนหลับให้เพียงพอยังช่วยเพิ่มระดับฮอร์โมนเลปตินซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ทำให้รู้สึกอิ่มอีกด้วย  3.กินคาร์โบไฮเดรตขัดสีหรือแป้งขัดสีมากเกินไป เนื่องจากคาร์โบไฮเดรตขัดสี หรือแป้งขัดสีมีใยอาหารน้อย กระเพาะของคุณจึงย่อยอาหารอย่างรวดเร็ว…
31/03/2023
Read More

ไม่ต้องไปถึงคลินิกก็ตรวจค่าสายตาได้ ด้วย EyeQue VisionCheck อุปกรณ์วัดสายตาด้วยตัวเองที่บ้าน

ปัญหาในการมองเห็นอย่างสายตาสั้น สายตายาว และสายตาเอียงเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้กับทุกคน แต่ถ้าไม่ไปพบหมอตาหรือจักษุแพทย์ เราก็ไม่สามารถรู้ได้เลย ยกเว้นแต่ว่าคุณจะมีอุปกรณ์ตรวจวัดสายตาด้วยตัวเองที่บ้าน อย่าง EyeQue VisionCheck EyeQue VisionCheck เป็นอุปกรณ์ตรวจวัดสายตายี่ห้อ EyeQue ที่คุณสามารถใช้วัดค่าสายตาได้เองที่บ้าน ไม่ว่าจะเป็นสายตาสั้น สายตายาว หรือสายตาเอียงโดยที่ไม่ต้องไปวัดค่าสายตาที่คลินิกหรือร้านแว่น ลักษณะของ EyeQue VisionCheck  EyeQue VisionCheck เป็นอุปกรณ์ขนาดเล็กสามารถถือได้ด้วยมือเดียว ด้านหนึ่งเป็นมีลักษณะเป็น 4 เหลี่ยมที่ตรงกลางเป็นเลนส์โค้งแบนแบบด้านเดียว (Asperic len) อีกด้านหนึ่งมีซิลิโคนรูปวงรีสำหรับมองเพื่อวัดค่าสายตา ซึ่งภายในมีเลนส์เคลือบสีที่ช่วยให้การวัดค่าสายตาแม่นยำยิ่งขึ้น  บนอุปกรณ์จะมี 1 ปุ่ม Power และ 3 ปุ่มเซนเซอร์ (2 ปุ่มสำหรับกดเลื่อนระหว่างการวัดค่าสายตา และ 1 ปุ่มสำหรับกดยืนยัน) วิธีการใช้งาน EyeQue VisionCheck วิธีใช้งานขั้นแรกคือการเชื่อมต่อบลูทูธระหว่าง EyeQue VisionCheck กับสมาร์ตโฟนด้วย แล้วเชื่อมต่อผ่านมือถือ เมื่อเริ่มการทดสอบ หน้าจอจะปรากฏเส้น 2 เส้น สีแดงและสีเขียว…
31/03/2023
Read More

วิธีการดูแลตนเอง พร้อมรับมือกับหน้าร้อน!

แม้ว่าประเทศไทยจะขึ้นชื่อเรื่องอากาศร้อนแทบตลอดทั้งปี แต่เมื่อหน้าร้อนมาถึงอุณหภูมิภายในประเทศที่สูงอยู่แล้วก็สูงขึ้นเรื่อย ๆ จนอาจจะกระทบต่อสุขภาพได้ ยิ่งถ้าคนที่ต้องทำงานท่ามกลางแดดจัดด้วยแล้ว หากไม่ดูแลตนเองหรือตั้งรับกับอุณหภูมิที่ร้อนจัดก็อาจส่งผลเสียทั้งต่อภาวะอารมณ์ และร่างกายได้ Hack for Health มีวิธีดูแลตนเองเบื้องต้นในช่วงหน้าร้อนมาฝาก เพื่อให้คุณได้ป้องกันปัญหาสุขภาพของตนเอง รวมทั้งเฝ้าระวังปัญหาสุขภาพของคนในครอบครัวคุณด้วย 1.กินอาหารปรุงสุก  ในช่วงหน้าร้อน เชื้อแบคทีเรียจะเจริญเติบโตได้อย่างง่ายดาย ดังนั้น จึงไม่แปลกที่ช่วงหน้าร้อนมักจะเป็นช่วงที่คนท้องเสีย ท้องร่วง บ่อย ๆ นั่นเพราะอุณหภูมิที่ร้อนจัดอาจทำให้อาหารที่ปรุงสุกค้างไว้หลายชั่วโมง หมดอายุหรือเสียได้ง่ายมากขึ้น ดังนั้น เพื่อเป็นการป้องกันโรคท้องเสีย จึงควรกินอาหารที่ปรุงสุกทันที และไม่กินอาหารค้างคืน  2.ดื่มน้ำเยอะ ๆ ทุกคนทราบดีว่าน้ำนั้นจำเป็นต่อร่างกายมากเพียงใด ยิ่งช่วงหน้าร้อนอุณหภูมิร่างกายก็จะยิ่งสูงขึ้น และร่างกายก็จะเสียน้ำผ่านเหงื่อมากขึ้นด้วย ก็ยิ่งต้องดื่มน้ำเพื่อทดแทนน้ำที่สูญเสียไป นอกจากนี้ น้ำยังช่วยดับกระหายทำให้รู้สึกสดชื่นในระหว่างวันที่ต้องเผชิญกับอากาศร้อนอีกด้วย 3.งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อากาศร้อนจะทำให้แอลกอฮอล์ดูดซึมเข้ากระแสเลือดได้ไวกว่าปกติ ซึ่งเป็นอันตรายต่อผู้ที่มีโรคประจำตัว โดยเฉพาะโรคความดันโลหิตสูง และโรคหัวใจ ดังนั้นหากใครที่ชื่นชอบดื่มแอลกฮอล์ช่วงฤดูร้อนแบบนี้ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ 4.เลี่ยงแสงแดดจัด ช่วงเวลาที่แสงแดดจัดจะเป็นช่วง 10.00 - 15.00 น. หากเป็นไปได้ควรอาศัยอยู่ในอาคารที่ปลอดโปร่ง ยิ่งบ้านไหนไม่มีเครื่องปรับอากาศ จะต้องเปิดหน้าต่างให้อากาศถ่ายเทไม่ให้เกิดความร้อนอบอ้าว แต่หากจำเป็นต้องออกแดดจริง ๆ สิ่งที่ไม่ควรละเลยนั่นคือการทาครีมกันแดด  5.ใส่ชุดที่ระบายอากาศ  เสื้อผ้าก็เป็นส่วนสำคัญเช่นกัน…
31/03/2023
Read More

ฮีทสโตรก ร้อนถึงตาย: อาการและวิธีปฐมพยาบาล

ฮีทสโตรก (Heat Stroke) หรือโรคลมแดดเป็นภาวะอันตรายเกิดจากร่างกายมีอุณหภูมิสูงตั้งแต่ 40 องศาเซลเซียสขึ้นไป ซึ่งเกิดจากการได้รับความร้อนสะสมจากสภาพอากาศหรือการออกกำลังกายจนกลไกภายในร่างกายสูญเสียฟังก์ชันในการระบายความร้อน ทำให้อุณหภูมิร่างกายไม่ลดลง เมื่ออุณหภูมิแกนกลางร่างกาย (Core Temperature) สูงมากขึ้นจะส่งผลกระทบต่ออวัยวะทำงานผิดปกติ หากไม่ได้รับการรักษาและการปฐมพยาบาลอย่างเร่งด่วนอาจทำให้เสียชีวิตได้ อาการและสัญญาณของฮีทสโตรก อุณหภูมิร่างกายที่สูงขึ้นจะส่งผลให้ระบบการทำงานของร่างกายผิดปกติและหยุดการทำงานได้ หากพบอาการต่อไปนี้ควรปฐมพยาบาลทันที คนที่มีอาการฮีทสโตรกอาจมีอาการต่างกันไปตามความรุนแรงของโรค โดยมีอาการหลักเป็นอาการเป็นไข้สูง ตัวร้อนจัด หากพบคนที่มีสัญญาณฮีทสโตรกควรปฐมพยาบาลทันทีเพื่อป้องกันการเสียชีวิต วิธีปฐมพยาบาลฮีทสโตรก ฮีทสโตรกเป็นภาวะฉุกเฉินที่จำเป็นต้องได้รับการดูแลโดยแพทย์ ควรโทรเรียกรถพยาบาลหรือนำตัวผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลทันที ในระหว่างนั้นควรปฐมพยาบาลด้วยวิธีต่อไปนี้ วิธีป้องกันฮีทสโตรกเบื้องต้นคือเลี่ยงการอยู่กลางแจ้ง ควรอยู่ในห้องที่เย็นและอากาศถ่ายเท และจิบน้ำตลอดทั้งวัน ที่มา: Mayo Clinic, POBPAD พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส
30/03/2023
Read More

ทำความเข้าใจใหม่ เดี๋ยวดี เดี๋ยวร้าย ไม่ใช่ไบโพลาร์

โรคไบโพลาร์ (Bipolar Disorder) หรือโรคอารมณ์สองขั้ว เป็นความผิดปกติทางอารมณ์ชนิดหนึ่งที่คนไทยส่วนใหญ่เข้าใจผิด โดยคนที่มีบุคลิกเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย อารมณ์เสียง่าย สองบุคลิก หรือเปลี่ยนใจบ่อย ๆ มักถูกคนเข้าใจว่าเป็นโรคไบโพลาร์ ทั้งในเชิงเสียดสีและในความหมายโดยตรง แต่การเหวี่ยงวีนหรืออารมณ์เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย ไม่ใช่อาการของโรคไบโพลาร์เสียทีเดียว Hack for Health เลยจะมาอธิบายว่าจริง ๆ แล้วโรคไบโพลาร์เป็นอย่างไร เพราะข้อมูลล่าสุด คนไทยป่วยด้วยโรคไบโพลาร์ถึง 500,000 คนและมีเพียงไม่กี่เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม เมื่อโรคไบโพลาร์ไม่ได้รับการรักษามักรุนแรงขึ้นจนส่งผลกระทบต่อการเรียน การทำงาน การใช้ชีวิตของผู้ป่วย และอาจเป็นอันตรายต่อคนอื่นด้วย ทำความเข้าใจโรคไบโพลาร์ อาการของโรคไบโพลาร์เป็นผลมาจากการหลั่งของสารเคมีในสมองที่ผิดปกติ อย่างหลั่งออกมามากหรือน้อยกว่าปกติจนทำให้เกิดอาการขึ้น ปัจจัยอาจมาจากอารมณ์ด้านลบที่ยาวนานและต่อเนื่อง เหตุการณ์ในชีวิต สุขภาพร่างกายที่ไม่ดี สภาพแวดล้อมในชีวิต รวมไปถึงพันธุกรรม โรคไบโพลาร์เป็นโรคที่ไม่สามารถรักษาได้และต้องติดตามอาการอย่างต่อเนื่อง มักแสดงอาการครั้งแรกตั้งแต่อายุ 15–24 ปี โรคไบโพลาร์มีชื่อเรียกในภาษาไทยว่าโรคอารมณ์สองขั้ว ซึ่งเป็นชื่อที่ทำให้คนเข้าใจคลาดเคลื่อนไปต่าง ๆ นานา ว่าต้องมีด้านหนึ่งดี ด้านหนึ่งร้าย ต่อหน้าเป็นอีกคน อยู่คนเดียวกลับมีนิสัยอีกแบบ ในความเป็นจริงคำว่า อารมณ์สองขั้ว ของโรคไบโพลาร์หมายถึงลักษณะของภาวะอารมณ์ของผู้ป่วยที่มึด้วยกัน 2 ลักษณะ คือ ขั้วซึมเศร้า…
Cheerful positive family cute small funny kids children daughters enjoying tickling playing lifestyle game with young happy mum embracing laughing having fun relaxing sitting on sofa at home together
30/03/2023
Read More

ทำไมถูกจั๊กจี้ต้องหัวเราะ ทั้งที่รู้สึกทรมานแทบขาดใจ!

ใครเคยถูก ‘จั๊กจี้’ บ้าง ? ถ้าคนที่ไม่บ้าจี้อาจจะเฉย ๆ กับเรื่องนี้ แต่สำหรับคนที่บ้าจี้ และมักจะถูกแกล้งบ่อย ๆ อาจเกิดคำถามว่าทำไมเราถึงต้องหัวเราะเวลาที่มีคนมาจั๊กจี้เราด้วย! แล้วทำไมบางคนถึงไม่มีอาการบ้าจี้ทั้งที่ถูกกระทำเหมือนกัน อาการจั๊กจี้ หากคุณหัวเราะหรือร้องไห้ยามที่มีคนมาสัมผัสบริเวณจุดที่บอบบางของร่างกายแบบซ้ำ ๆ แสดงว่าคุณกำลังรู้สึกจั๊กจี้อยู่ แม้ว่าคุณจะไม่ได้รู้สึกสนุกจนต้องหัวเราะออกมา หนำซ้ำยังรู้สึกทรมานและไม่ชอบด้วยแต่กลับไม่สามารถบังคับร่างกายได้ โดยอาการจั๊กจี้มีอยู่ 2 รูปแบบ ดังนี้ สาเหตุที่ทำให้คนจั๊กจี้ ? ปัจจุบันยังไม่มีทฤษฎีที่สรุปอย่างแน่ชัดว่าความรู้สึกจั๊กจี้เกิดจากสาเหตุอะไร บ้างก็บอกว่าอาการจั๊กจี้เป็นกลไกการปกป้องส่วนเปราะบางของร่างกาย และอีกทฤษฎีบอกว่าการจั๊กจี้เป็นการกระตุ้นให้เกิดความผูกพันทางสังคมของผู้จั๊กจี้กับผู้ถูกจั๊กจี้นั่นเอง โดยจุดที่คนมักจะบ้าจี้มีดังนี้ ทำไมถูกจั๊กจี้ต้องหัวเราะ ? การถูกจั๊กจี้จะไปกระตุ้นสมองส่วนไฮโพทาลามัส (Hypothalamus) ซึ่งมีหน้าที่ควบคุมปฏิกิริยาทางอารมณ์ของคุณ การตอบสนองต่อการต่อสู้ หรือหนีจากความเจ็บปวด แม้ว่าตอนที่คุณถูกจั๊กจี้คุณจะหัวเราะออกมา แต่ความจริงแล้วคุณไม่ได้รู้สึกสนุกแต่เป็นเพียงการตอบสนองทางอารมณ์โดยอัตโนมัติเท่านั้น และการที่ร่างกายของคุณบิดไปมาขณะที่ถูกจั๊กจี้นั้น ก็เหมือนกับการเคลื่อนไหวร่างกายของผู้ที่กำลังเจ็บปวดอย่างรุนแรง ทำไมบางคนบ้าจี้ แต่บางคนไม่บ้าจี้ ? ในเรื่องนี้นักวิจัยยังคงไม่มีข้อสรุปว่าทำไมอาการบ้าจี้ถึงเกิดขึ้นกับเฉพาะบางคน แต่คาดเดาว่าอาจจะมาจากพันธุกรรม บางคนอาจจะรู้สึกจั๊กจี้ที่บางส่วนของร่างกาย แต่จุดอ่อนไหวอื่น ๆ ไม่รู้สึกอะไร เช่น คุณอาจจะบ้าจี้ที่เท้ามาก ๆ แต่ตรงใต้รักแร้กลับไม่รู้สึกอะไร ขณะเดียวกันบางคนอาจเป็นคนที่ไวต่อการสัมผัส ดังนั้นความไวของผิวหนังจึงมีบทบาทในการกระตุ้นให้คนเรารู้สึกจั๊กจี้ได้เช่นกัน  ทำอย่างไรให้หายบ้าจี้…
29/03/2023
Read More

Burnout Syndrome ภาวะหมดไฟ อาการแบบไหน ใครเสี่ยงบ้าง เช็กเลย?

Burnout Syndrome หรือภาวะหมดไฟในการทำงานถูกมากถึงมากขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา อาจด้วยการแข่งขันของธุรกิจที่ดุเดือดขึ้นทุกปี พนักงานจำนวนไม่น้อยถูกกดดันให้รับผิดชอบงานมากขึ้น หรือบางครั้งปัญหาด้านความสัมพันธ์ของคนในที่ทำงานมีส่วนไม่น้อย หากดูจากชื่อภาวะหมดไฟ หลายคนอาจรู้สึกว่าเป็นอาการที่คนเรารู้สึกไม่มีแรงบันดาลใจในทำงานหรือรู้สึกห่อเหี่ยวกับงาน แต่ในความเป็นจริง Burnout Syndrome ครอบคลุมถึงอาการและพฤติกรรมอื่นที่มากกว่านั้น และการปล่อยภาวะนี้ไว้โดยไม่ได้วางแผนรับมืออาจนำไปสู่โรคทางอารมณ์และส่งผลต่อสุขภาพทางร่างกายได้เลยทีเดียว ในบทความนี้ Hack for Health จะพาคุณไปรู้จักอาการ สัญญาณ และพฤติกรรมของ Burnout Syndrome รวมถึงคนกลุ่มเสี่ยงที่มีแนวโน้มที่จะเกิดภาวะนี้ได้มากกว่าคนอื่น Burn-out is a syndrome conceptualized as resulting from chronic workplace stress that has not been successfully managed หมดไฟ: กลุ่มอาการที่เป็นผลจากความเครียดเรื้อรังในที่ทำงาน ซึ่งไม่สามารถจัดการหรือควบคุมได้ World Health Organization เช็กอาการ สัญญาณ และพฤติกรรมของ Burnout Syndrome ลักษณะของอาการ สัญญาณ และพฤติกรรมภาวะหมดไฟสามารถแบ่งออกได้ 3…
portrait of happy woman enjoy eating durian fruit
28/03/2023
Read More

‘ทุเรียน’ ผลไม้ยอดฮิตช่วงหน้าร้อน ไม่ควรกินคู่กับอะไร ?

ผลไม้หน้าร้อนที่ได้รับความนิยมมีหลายชนิด แต่ที่หลายคนต้องนึกถึงนั่นก็คือ ‘ทุเรียน’ แม้ว่าจะมีบางคนบอกว่ากลิ่นของทุเรียนชวนให้รู้สึกอยากอาเจียน แต่สำหรับคนที่ชื่นชอบทุเรียนนั้น กลิ่นทุเรียนจะหอมยิ่งกว่าอะไร แถมยังมีรสชาติที่หวานอร่อยเสียจนถึงขั้นต้องยอมอ้วนเลยทีเดียว ที่สำคัญทุเรียนยังขึ้นชื่อว่าเป็นผลไม้ไทยที่ชาวต่างชาติให้ความชื่นชอบอย่างมาก วันนี้ Hack for Health มาเอาใจสายทุเรียน ที่ตอนนี้อาจจะรู้สึกอยากกินทุเรียนขึ้นมา มาดูกันว่าในทุเรียนมีสารอาหารอะไรบ้าง และทุเรียนไม่ควรกินคู่กับอะไร ? สารอาหารในทุเรียน นอกจากรสชาติที่หวานอร่อย ทุกคนเคยสงสัยกันไหมว่าในทุเรียนมีสารอาหารอะไรบ้าง ทำไมเราถึงรู้สึกอิ่มท้องเวลาที่ได้กินทุเรียน ข้อมูลจาก สำนักโภชนาการ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ได้ประมาณค่าสารอาหารในทุเรียนไว้ ดังนี้ ตัวอย่าง :  ทุเรียนหมอนทอง คุณค่าทางโภชนาการต่อปริมาณ 100 กรัม ให้พลังงาน 163 กิโลแคลอรี ทุเรียนไม่ควรกินคู่กับอะไร ? 1.แอลกอฮอล์ โดยปกติแล้วร่างกายของเราจะทำลายแอลกอฮอล์ โดยการเปลี่ยนแอลกอฮอล์ให้เป็นอะเซตาดีไฮด์ และอะซีเตท โดยใช้เอนไซม์แอลกอฮอล์ดีไฮโดรจีเนส และแอลดีไฮน์ดีไฮโดรจีเนส จากนั้นอะซีเตทจะเปลี่ยนเป็นน้ำและก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ พร้อมทั้งขับออกจากร่างกาย แต่ด้วยสารประกอบซัลเฟอร์ที่มีอยู่ในทุเรียนจะเข้าไปยับยั้งการทำงานของเอนไซม์แอลดีไฮน์ดีไฮโดรจีเนส ทำให้กระบวนการการทำลายแอลกอฮอล์ หรือการจำกัดแอลกอฮอล์ออกจากร่างกายช้าลง ผลข้างเคียงที่พบ เช่น วิงเวียนศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน หน้าแดง…
28/03/2023
Read More

นอนดึก แต่นอนครบ 8 ชั่วโมงโอเคไหม ชดเชยการนอนเร็วได้รึเปล่า?

การนอนดึกเป็นพฤติกรรมที่คนเราทำกันอยู่ทุกวัน ยิ่งคนวัยทำงานที่ใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการทำงานและการเดินทาง จึงไม่แปลกที่จะนอนดึกเพื่อผ่อนคลายและทำสิ่งที่ชอบเพื่อชดเชยเวลาที่หายไป แต่ทุกคนรู้ดีว่าการนอนดึกและการนอนไม่พอส่งผลต่อสุขภาพได้ หลาย ๆ คนที่มีพฤติกรรมการนอนดึกก็มักจะชดเชยด้วยการนอนให้ครบ 8 ชั่วโมง ซึ่งเป็นระยะเวลาที่เหมาะสมต่อการพักผ่อนมากที่สุด โดย Hack for Health จะมาเล่าข้อเท็จจริงที่ว่าการนอนดึก แต่นอนครบ 8 ชั่วโมงส่งผลต่อสุขภาพอย่างไร แล้วสามารถชดเชยหรือเทียบเท่าการนอนเร็วได้รึเปล่า นอนดึก แต่นอนครบ 8 ชั่วโมง ≠ นอนเร็ว เราถูกพร่ำบอกกรอกหูอยู่ตลอดว่าต้องนอนให้ครบ 8 ชั่วโมง เพราะดีต่อสุขภาพ ดีต่อภูมิคุ้มกัน ดีต่อสมอง ดีต่อหัวใจ ลดความเสี่ยงของโรคหัวใจและโรคเบาหวาน ทั้งยังช่วยให้คุณใช้ชีวิตในช่วงกลางวันได้อย่างเต็มที่และสดชื่น การนอนดึกและตื่นสายให้ครบ 8 ชั่วโมงจึงเป็นเหมือนรอยโหว่ที่ทำให้มนุษย์นอนดึกใช้โกงเวลาการพักผ่อน โดยที่ไม่รู้เลยว่า การนอนดึกและตื่นสายเพื่อนอนให้ครบเวลาไม่ได้ให้ผลเทียบเท่ากับการนอนเร็วหรือนอนตรงเวลาด้วยเหตุผลด้านกลไกการทำงานของร่างกาย โดยเวลาที่เหมาะกับการนอนหลับมากที่สุดคือ 22.00 น. ซึ่งเวลานี้บางคนอาจเพิ่งถึงบ้านแล้วยังไม่หายเหนื่อยจากการเดินทางด้วยซ้ำ โดยเหตุผลที่ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้เริ่มนอนในช่วงเวลานี้ก็เพราะว่า ตั้งแต่ 4 ทุ่มจนถึงตี 2 ร่างกายเราจะหลั่งสิ่งที่เรียกว่า โกรทฮอร์โมน (Growth Hormone) ออกมา โกรทฮอร์โมนถูกผลิตขึ้นจากกรดอะมิโนหลายชนิดที่เป็นหน่วยย่อยของโปรตีน โกรทฮอร์โมนมีหน้าที่ในการซ่อมแซมและสร้างเซลล์ภายในร่างกาย…
28/03/2023
Read More

โรงพยาบาล Basildon ใช้แว่นตาอัจฉริยะในการผ่าตัด! ลดเวลาที่ผู้ป่วยต้องรอ.

การรอคิวผ่าตัดที่ต้องรอกันนานหลายเดือน เพียงไม่กี่นาทีที่เสียไปอาจส่งผลเลวร้ายต่อผู้ป่วย ด้วยสาเหตุที่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญอยู่ไกลหรือมีความจำเป็นไม่อาจเข้ามาผ่าตัดได้ จึงมีการสร้างนวัตกรรมแว่นอัจฉริยะที่จะแก้ไขการรอคิวนาน โดยให้แพทย์ที่โรงพยาบาลผ่าตัดในความดูแลของผู้เชี่ยวชาญจากทางไกลผ่านแว่นอัจฉริยะ!
28/03/2023
Read More

ทำไมอากาศร้อนถึงทำให้เราหัวร้อนได้ง่าย?

เมืองไทยมีอากาศร้อนและแดดแรงตลอดทั้งปี ซึ่งนอกจากอากาศจะร้อนแล้ว หัวก็มักจะร้อนตามสภาพอากาศไปด้วย ยิ่งหากคุณออกไปกลางแจ้งแล้วเผชิญกับอากาศร้อนและแสงแดด โอกาสที่คุณจะหัวร้อนก็เพิ่มมากขึ้น โดยเรื่องนี้มีคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์อยู่ ข้อเท็จจริงของอากาศร้อนกับอารมณ์และสุขภาพจิต ปัจจุบันมีทฤษฎีเกี่ยวกับความร้อน ความโกรธ และความรู้สึกด้านลบมากมาย มาดูกันว่าอากาศร้อนส่งผลให้คุณหัวร้อนได้อย่างไรและส่งผลในด้านไหนบ้าง? 1. อากาศร้อนทำให้เรารู้สึกว่าทุกสิ่งอยู่เหนือการควบคุม ลองจินตนาการถึงหน้าหนาวที่หนาวมาก ๆ เท่าที่คุณเคยเผชิญมา แม้ว่าคุณจะไม่อยากออกไปเผชิญอากาศหนาว แต่เวลาที่ต้องออก คุณสามารถสวมเสื้อผ้าและอุปกรณ์กันหนาวที่ช่วยเพิ่มความอบอุ่นให้คุณได้มากเท่าที่คุณจะสามารถสวมได้ ในทางตรงกันข้าม คุณไม่สามารถหนีจากความร้อนได้ ยกเว้นเสียแต่ว่าคุณจะเปิดเครื่องปรับอากาศแล้วนอนอยู่บ้าน เมื่อเทียบกับหน้าหนาว หากคุณจำเป็นต้องออกไปเผชิญความร้อน การสวมเสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดีที่สุดหรือการถอดเสื้อผ้าจนเปลือยเปล่า คุณก็ยังรู้สึกร้อนอยู่ดี ในเชิงจิตวิทยา อากาศร้อนจึงทำให้จิตใจเรารู้สึกว่าตัวเองกำลังเสียการควบคุมสิ่งต่าง ๆ ไป ซึ่งทำให้ความโกรธและความรู้สึกหงุดหงิดโดยไม่รู้ตัว 2. ความไม่สบายตัวจากอากาศร้อนสู่อารมณ์ที่พลุ่งพล่าน ประเทศที่ทั้งร้อนและชื้นอย่างประเทศไทย ทำให้เหงื่อออกได้ง่าย ซึ่งความรู้สึกไม่สบายตัว บวกกับความร้อนให้ความอดทนลดลงและโกรธเกรี้ยวได้ง่ายขึ้น นอกจากความไม่สบายตัวแล้ว อุณหภูมิที่สูงขึ้นส่งผลต่อการทำงานของระบบประสาทซิมพาเทติกในสมอง ซึ่งเกี่ยวข้องกับ ภาวะสู้หรือหนี (Fight or Flight) ที่ส่งผลให้ร่างกายหลั่งอะดรีนาลีนออกมามากขึ้น ส่งผลให้เลือดสูบฉีด และอารมณ์พลุ่งพล่านได้มากขึ้น จึงไม่แปลกที่เวลาเราเจอกับแสงแดดและความร้อน เราถึงรู้สึกอยู่ไม่นิ่งและกระวนกระวายใจกว่าปกติ 3. ความร้อนทำให้คนทะเลาะกันง่ายขึ้น เคยมีการศึกษาที่ให้คู่รัก 4 คู่เข้าไปอยู่ภายในห้องที่มีอุณหภูมิที่ต่างกัน ตั้งแต่…
27/03/2023
Read More

ปวดประจำเดือนแบบไหน เสี่ยงปัญหาสุขภาพ ?

สาว ๆ หลายคนเมื่อเข้าสู่ช่วงเป็นประจำเดือน อาการที่พบมากที่สุดนั่นคืออาการปวดท้อง ซึ่งถ้าให้บอกเล่าความทรมานนี้ให้หนุ่ม ๆ รู้ ก็คงไม่สามารถอธิบายออกมาได้ เพราะมีแต่สาว ๆ ด้วยกันเท่านั้นที่จะเข้าใจ ที่สำคัญสาว ๆ บางคนกลับรู้สึกว่าอาการปวดท้องของตนเองนับวันยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้น ถึงขั้นทนไม่ไหวจนจะเป็นลมก็มี บางทีอาการปวดท้องรุนแรงเช่นนี้ อาจกำลังเป็นสัญญาณบ่งบอกปัญหาสุขภาพบางอย่างที่คุณอาจไม่ทราบก็เป็นได้ อาการปวดประจำเดือนแบบปกติ อาการปวดประจำเดือนแบบทั่ว ๆ ไป ไม่เกี่ยวกับภาวะสุขภาพนั้น อาการปวดมักจะเริ่มขึ้นเมื่อช่วงประจำเดือนมา หรืออาจจะเริ่มปวดก่อนเวลาที่ประจำเดือนมาเล็กน้อย นอกจากนี้ คุณจะรู้สึกปวดหรือเมื่อยบริเวณหลังส่วนล่าง หรือปวดช่วงขาส่วนบน พร้อมทั้งมีอาการอื่น ๆ ร่วมด้วย ได้แก่ วิธีรักษาอาการปวดประจำเดือน อาการปวดประจำเดือนจะค่อย ๆ ดีขึ้นหากคุณได้นอนพักผ่อน แต่สำหรับคนที่ต้องออกไปทำงาน หรือมีภาระหน้าที่ต้องรับผิดชอบ หากอาการปวดนี้รบกวนคุณจนเป็นอุปสรรคในการใช้ชีวิต ปัจจุบันมีตัวเลือกมากมายสำหรับรักษาอาการปวดประจำเดือน เช่น อาการปวดประจำเดือนแบบไม่ปกติ สำหรับอาการปวดประจำเดือนแบบไม่ปกติ หมายถึงการปวดประจำเดือนที่รุนแรง และอาจเกี่ยวข้องกับปัญหาสุขภาพ ผู้หญิงบางคนอาจเริ่มมีอาการปวดประจำเดือนที่หนักมากขึ้น หลังจากที่ก่อนหน้านี้มีอาการปวดท้องแบบพอทนได้มาหลายปี หากคุณมีอาการปวดประจำเดือนอย่างรุนแรงจนทำให้คุณไม่สามารถทำสิ่งต่าง ๆ ในแต่ละวันได้ หรือทำให้คุณกังวลไปเลย คุณควรปรึกษาแพทย์ สิ่งสำคัญคือต้องเข้ารับการตรวจหากคุณมีความกังวลใจ คุณไม่จำเป็นต้องอดทนกับอาการปวดที่รุนแรงเช่นนี้ หากคุณกำลังสงสัยว่าตนเองเข้าข่ายปวดประจำเดือนแบบไม่ปกติ มาดูกันว่าคุณมีอาการดังต่อไปนี้หรือไม่…
24/03/2023
Read More

เปิด Podcast ตลอดคืนส่งผลต่อการนอนหลับอย่างไร?

เสียงเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ช่วยกล่อมเกลาจิตใจและสร้างความผ่อนคลายให้กับคนเราได้ ในปัจจุบันคนจำนวนไม่น้อยชื่นชอบการฟัง Podcast ก่อนเข้านอนและบางคนอาจเปิด Podcast ตลอดทั้งคืนยาวไปถึงเช้า แต่พอทำเป็นประจำ อาจรู้สึกกังวลว่าการเปิดเสียงจากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ระหว่างหลับจะส่งผลต่อคุณภาพการนอนหลับได้รึเปล่า Hack for Health เตรียมคำตอบและข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับการเปิด Podcast ระหว่างนอนหลับมาไว้ให้ได้อ่านกันในบทความนี้ การเปิด Podcast ระหว่างนอนหลับไม่ได้ส่งผลเสียและยังส่งผลดีด้วย Podcast เป็นสื่อที่มีความหลากหลาย แต่ละคนก็มีความสนใจใน Podcast ที่แตกต่างกันไป แต่ในช่วงก่อนนอนหลับคนส่วนใหญ่น่าจะเปิด Podcast แบบ ASMR ที่มีเสียงฝน เสียงธรรมชาติ หรือเสียงที่เอื้อต่อการนอน ซึ่งเสียงส่วนใหญ่ที่เราได้ยินจาก Podcast เพื่อการนอนหลับคือ White Noise หรือเสียงสีขาว White Noise เป็นเสียงที่มีคลื่นเสียงในหลายความถี่มารวมกันในจังหวะที่สม่ำเสมอ จากการศึกษาพบว่า White Noise สามารถช่วยให้จิตใจสงบและสมองผ่อนคลาย ลดเสียงรบกวนอื่น ๆ ที่ส่งผลต่อการนอนหลับ ผลการศึกษาชิ้นหนึ่งพบว่าการฟัง White Noise ช่วยให้นอนหลับได้ง่ายขึ้น 38 เปอร์เซ็นต์ การทดสอบในเด็กทารกที่ร้องไห้ไม่หยุดและเด็กสมาธิสั้น พบว่าการเปิด White Noise…
24/03/2023
Read More

กิจกรรมหนีร้อน ตากแอร์ฉ่ำ ๆ ดื่มด่ำงานศิลปะ ฝึกงานฝีมือ และเพิ่มทักษะ

หน้าร้อนเป็นช่วงที่หลายคนมักหากิจกรรมทำเพื่อหนีอากาศร้อนที่บ้าน กิจกรรมนอกสถานที่อย่างการไปทะเลหรือทำกิจกรรมกลางแจ้งก็ยิ่งทำให้ร้อนเข้าไปใหญ่ คนส่วนใหญ่จึงเลือกที่จะไปเดินห้างกัน ซึ่งหลายคนก็น่าจะเบื่อกันแล้ว Hack for Health ได้เตรียมกิจกรรมหน้าร้อน ที่ไม่ร้อน อยู่ในร่ม และช่วยให้คุณได้พัฒนาสมาธิ ทักษะ และเสริมสุขภาพจิตมาให้ได้ลองไปทำกัน กิจกรรมหนีร้อน ดื่มด่ำงานศิลปะ ฝึกงานฝีมือ และเพิ่มทักษะ มาดูกันว่ากิจกรรมหน้าร้อนที่เราได้เตรียมมามีอะไรบ้าง 1. เสริมความคิดสร้างสรรค์และจรรโลงใจด้วยนิทรรศการศิลปะ ปัจจุบันคนไทยให้คุณค่าต่องานศิลปะมากขึ้น สังเกตได้จากความคึกครื้นตามหอศิลป์ต่าง ๆ และนิทรรศการงานศิลปะต่าง ๆ ที่มีให้ชมตลอดทั้งปี ส่วนใหญ่มักจะจัดแบบ In-door จึงไม่มีปัญหาเรื่องอากาศร้อน การชมงานศิลปะสามารถเสริมความคิดสร้างสรรค์ จินตนาการ ต่อยอดแนวคิดใหม่ ๆ สะท้อนสภาพสังคม และช่วยลดระดับความเครียดได้ด้วย สำหรับใครที่คิดว่างานศิลปะมักจะมีเส้นหรือลวดลายที่เข้าใจยาก อาจต้องลองคิดใหม่ เพราะในปัจจุบันรูปแบบงานศิลปะในไทยมีหลากหลายแนว ทั้งการสื่อสารโดยตรงและแบบที่ต้องตีความ ทั้งแบบรูปภาพ งานประติมากรรม และแบบ Interactive ซึ่งมีมากมายให้คุณเลือก ต่อให้คุณไม่ได้ตีความตามศิลปินถ่ายทอด นั่นไม่ได้มีกฎเกณฑ์อะไรที่บอกว่าผิด เป็นพื้นที่ที่คุณจะคิดได้อย่างอิสระโดยไม่มีใครตัดสิน หรืออย่างน้อยการเห็นภาพที่มีสีสันสดใส สิ่งสวยงาม และความแปลกใหม่สามารถช่วยเสริมการทำงานของสมองได้แบบไม่รู้ตัว สำหรับใครที่ทำงานที่ต้องการความคิดสร้างสรรค์และไอเดียใหม่ ๆ นิทรรศศิลปะเป็นสิ่งที่พลาดไม่ได้ หรือใครที่เป็นสายถ่ายรูปก็น่าจะมีรูปสวย ๆ…
23/03/2023
Read More

ทำไมเราควรปิดฝาชักโครกก่อนกดเสมอ?

ชักโครกเป็นสิ่งอำนวยความสะดวกเมื่อยามขับถ่าย แต่วิธีการกดชักโครกที่เราทำกันอยู่ในทุกวันนี้ไม่ใช่วิธีที่ดีนัก เพราะมีความเสี่ยงบางอย่างที่คุณคิดไม่ถึงซ่อนเอาไว้อยู่ ซึ่ง Hack for Health จะมาบอกถึงสาเหตุชวนขนลุกว่าทำไมคุณถึงควรปิดฝาชักโครกก่อนกดเสมอ ทำไมต้องปิดฝาชักโครกก่อนกดเสมอ? หากพูดถึงสิ่งที่สกปรกที่บนโลกนี้ ห้องน้ำและชักโครกน่าจะเป็นสิ่งแรกที่หลายคนนึกถึง จากค่าเฉลี่ยโถชักโครกมีแบคทีเรียราว 3,200,000 ตัว/ตารางนิ้ว ซึ่งหากเทียบกับพื้นที่ทั้งหมดภายในโถชักโครก ในนั้นก็น่าจะมีแบคทีเรียหลายสิบถึงหลายร้อยล้านตัวอาศัยอยู่ ไม่นับรวมถึงเชื้อไวรัสและเชื้อรา โดยการกดน้ำ 1 ครั้งสร้างแรงลมที่มีความเร็วมากกว่า 6.6 ฟุต/วินาที ซึ่งพาละอองน้ำและอนุภาคขนาดเล็กที่ปนเปื้อนเชื้อลอยสูงขึ้น 1.5 เมตรภายใน 8 วินาที การสัมผัสกับอนุภาคที่มีเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่และ COVID-19 อาจเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดการเจ็บป่วยได้ แต่ปัจจุบันยังไม่การรายงานที่แน่ชัดถึงการติดเชื้อจากการกดชักโครก หากคุณไม่ได้เจ็บป่วยหรือมีโรคติดเชื้อ เชื้อโรคที่ขับถ่ายออกมาส่วนใหญ่มักไม่ได้เป็นอันตรายต่อสุขภาพ แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าคุณไม่ต้องปิดฝาชักโครก เพราะเชื้อเหล่านี้อาจลอยไปติดตามส่วนอื่น ๆ ของห้องน้ำ อย่างผ้าเช็ดตัวและแปรงสีฟัน ซึ่งก็เป็นสิ่งที่น่าขนลุกไม่น้อย ดังนั้น แม้จะเป็นห้องน้ำที่บ้านก็ควรปิดฝาชักโครก แต่ในห้องน้ำยังมีจุดสัมผัสอื่น ๆ อย่างฝารองนั่ง ฝาชักโครก ที่กดน้ำ ก๊อกน้ำ และลูกบิดประตู ซึ่งมีเชื้อโรคเกาะติดอยู่บนพื้นผิวและอาจเสี่ยงต่อการติดเชื้อผ่านการสัมผัส แล้วนำไปหยิบอาหารเข้าปากโดยที่ไม่ได้ล้างมือ โดยเชื้อโรคในห้องน้ำที่พบว่าเป็นสาเหตุของการเจ็บป่วย เช่น โนโรไวรัสและเชื้ออีโคไลที่ทำให้เกิดอาการท้องเสีย เป็นไข้ตามมา ยิ่งห้องน้ำสาธารณะที่คนใช้งานเยอะก็มีความเสี่ยงมากกว่า…
23/03/2023
Read More

เหนื่อย เครียด คิดงานไม่ออก! คุณอาจกำลังเป็น ‘ภาวะสมองล้า’

หากคุณกำลังรู้สึกเหนื่อย เครียด คิดงานไม่ออก ไม่มีสมาธิกับงานที่ทำ คุณอาจกำลังเป็น ‘ภาวะสมองล้า’ ซึ่งส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันอย่างมาก ทั้งหมดนี้อาจเกิดด้วยกันหลายสาเหตุ แต่สาเหตุหลักของภาวะสมองล้ามักมาจากความเครียด และความวิตกกังวล แม้อาการจะแสงออกเกี่ยวกับปัญหาด้านจิตใจ แต่อาจนำไปสู่อาการทางร่างกายได้เช่นกัน เช่น อาการปวดท้อง เป็นต้น หากคุณรุ้ตัวว่าตนเองกำลังประสบอาการเหล่านี้อยู่ Hack for Health มีคำแนะนำวิธีการรักษามาให้คุณ 1.หาสาเหตุที่ทำให้รู้สึกเครียดและวิตกกังวล ก่อนอื่นคุณอาจจะลองถามตนเองว่าอะไรที่ทำให้คุณเกิดความรู้สึกเหนื่อย หรือเครียด เพราะจะทำให้คุณแก้ไขอาการเหล่านี้ได้อย่างตรงจุดและมีประสิทธิภาพที่สุด โดยบางคนอาจจะเกิดความเครียดในระยะสั้น เช่น เครียดกับบทบาทหน้าที่ในการทำงานที่เพิ่งได้รับมอบหมาย และสามารถนำไปสู่ความเหนื่อยล้าทางจิตใจได้ ซึ่งคุณอาจจัดการความเครียดโดยการเรียนรู้งานหรือศึกษาข้อมูลมากขึ้น แต่หากคุณไม่สามารถระบุได้อย่างชัดเจนว่าอะไรทำให้เกิดความวิตกกังวลในใจ การไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตอาจช่วยคุณได้ 2.นอนหลับให้มากขึ้น การอดนอนอาจทำให้การคิดงานตลอดทั้งวันของคุณยากขึ้น การนอนน้อยกว่า 1-2 คืน อาจไม่ส่งผลกระทบมากนัก แต่ถ้าคุณนอนหลับไม่เพียงพอเป็นประจำ คุณจะเริ่มสังเกตเห็นผลเสียบางอย่าง เช่น หงุดหงิดง่าย ง่วงนอนตอนกลางวัน และขาดสมาธิ แม้ว่าคาเฟอีนจะสามารถช่วยให้คุณรู้สึกตื่นตัวได้ชั่วคราว แต่ก็ไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาที่ดี การนอนหลับให้เพียงพอเป็นการเริ่มต้นที่ดี และทำให้คุณใช้ชีวิตระหว่างวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ 3.หาเวลาทำในสิ่งที่ชอบ ความเครียดมักเกิดขึ้นเมื่อชีวิตวุ่นวายกว่าปกติ และหากคุณมีหน้าที่รับผิดชอบมากมายจนไม่รู้จะจัดการอย่างไร การหาเวลาในการพักผ่อน หรือสนุกกับงานอดิเรกที่ชื่นชอบเป็นเรื่องที่ดี แม้ว่าจะเป็นไปได้ยากที่คุณจะหาเวลาให้ตนเอง แต่หากคุณไม่มีเวลาดูแลตนเองและพักผ่อน คุณก็จะยิ่งเพิ่มความเครียดเข้าไปอีก…

PR Partners

See All
26/12/2025
Meechok Dechpokasup | 2 days ago
Read More

Huawei Cloud ครองตำแหน่งผู้นำจากรายงาน Omdia พร้อมขึ้นอันดับ 1 ด้านกลยุทธ์และนวัตกรรม

กรุงเทพฯ 25 ธันวาคม 2568 – Omdia ได้เผยแพร่รายงานฉบับล่าสุด Omdia Universe: Global Cloud Service Provider, 2025 โดยจัดให้ หัวเว่ย คลาวด์ อยู่ในกลุ่ม ผู้นำ (Leader) ทั้งในด้านศักยภาพของโซลูชัน รวมถึงด้านกลยุทธ์และการดำเนินงาน พร้อมทั้งยกให้ หัวเว่ย คลาวด์ เป็นผู้นำในกลุ่มผู้ให้บริการจากจีน และได้รับการจัดอันดับเป็นอันดับหนึ่งของโลกด้านกลยุทธ์และนวัตกรรม ในรายงานได้เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของหัวเว่ย คลาวด์ในการพัฒนาบริการคลาวด์ที่สามารถปรับขยายได้ (scalable)