Read
| Health
18/08/2025
ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 132 days ago
ทางรอดคนเป็นเบาหวาน ! ผู้ป่วยเบาหวานผลิตอินซูลินได้เองอีกครั้งด้วยการตัดต่อพันธุกรรม
งานวิจัยชิ้นหนึ่งที่ได้เผยแพร่ลงบน The New England Journal of Medicine พบว่าผู้ป่วยได้รับการปลูกถ่ายเซลล์ตับอ่อนที่ผ่านการดัดแปลงด้วยเทคโนโลยี CRISPR โดยเซลล์ใหม่นี้ถูกทำให้อยู่รอดในร่างกายได้โดยไม่ถูกระบบภูมิคุ้มกันของผู้ป่วยโจมตี เอาจริง ๆ ที่ผ่านมามีการพยายามรักษาด้วยการปลูกถ่ายใหม่ แต่ก็มีปัญหาใหญ่คือ ผู้ป่วยต้องกิน ยากดภูมิคุ้มกัน เพื่อไม่ให้ร่างกายต่อต้านเซลล์ใหม่ ซึ่งยาชนิดนี้ก็ทำให้ร่างกายอ่อนแอและติดเชื้อง่ายขึ้น ในยุคนี้ คนเป็นโรคเบาหวานกันเยอะ ซึ่งนั่นเรียกว่าโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ที่เกิดจากการที่เรากินหวาน น้ำหนักตัวมาก ร่วมกับพันธุกรรมของแต่ละคน แต่โรคเบาหวานในงานวิจัยนี้ คือ เบาหวานชนิดที่ 1 ที่เป็นตั้งแต่เกิดนะครับ ซึ่งชนิดที่ 2 จะได้ถึง 90-95% ของโรคเบาหวานทั้งหมด กลับมาผลิตอินซูลินได้เองมันน่าตื่นเต้นตรงไหน ? โดยปกติ ร่างกายเราจะมีเซลล์กลุ่มหนึ่งในตับอ่อนทำหน้าที่เหมือนโรงงานผลิตอินซูลิน (Islet cells) แต่ในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 1 ระบบภูมิคุ้มกันกลับเข้าใจผิด คิดว่าเซลล์นี้เป็นศัตรู จึงเข้าไปทำลายทิ้ง เมื่อโรงงานผลิตอินซูลินถูกทำลาย ร่างกายก็ควบคุมน้ำตาลไม่ได้ ผู้ป่วยจึงต้องฉีดอินซูลินเข้าไปทดแทนไปตลอดชีวิตนั่นเองครับ ผู้ป่วยเลยใช้ชีวิตลำบาก ถ้าคุมยาคุมอาหารไม่ดีก็เสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ ได้ แต่ที่ต่างและพิเศษไปกว่านั้น คือ…
27/05/2024
Read Moreการศึกษาพบว่าคน 5-10 เปอร์เซ็นต์ไม่มีเสียงในหัว อาจทำให้ความจำแย่กว่าคนทั่วไป
หลายคนน่าเคยคุยกับเสียงของตัวเองในหัว (Inner Voice) หรือแม้แต่พูดกับตัวเองเวลาที่อยู่คนเดียว หรือเผลอพูดกับตัวเองเวลาอยู่กับคนอื่นก็ตาม ซึ่งเป็นเรื่องปกติมาก ๆ แต่ที่หลายคนไม่รู้เลย คือ บางคนไม่มีเสียงในหัว ไม่สามารถจินตนาการถึงเสียงของคำเหล่านั้นได้ หรือได้ยินเสียงในลักษณะนี้น้อยมาก ซึ่งอาจทำให้ประสิทธิภาพในการสื่อสาร และความจำเกี่ยวกับคำพูดนั้นแย่กว่าคนทั่วไป
ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 580 days ago
27/05/2024
Read MoreAnticipatory Anxiety วิตกกังวลกับเหตุการณ์ที่ยังไม่เกิดขึ้น
ทุกคนเคยเป็นกันไหม ? มีความกังวล คิดมากเกี่ยวกับอนาคต จนทำให้ชีวิตในปัจจุบันไม่มีความสุข เพราะรู้สึกเหมือนตกอยู่ในภาวะหวาดกลัวตลอดเวลา ความกังวลประเภทนี้เราเรียกว่า Anticipatory Anxiety เอาละ ลองมาสำรวจกันดีกว่าว่า คุณมีความกังวลต่ออนาคตมากน้อยขนาดไหน กับการตอบคำถามว่า “คุณมีความกังวลเหล่านี้เป็นประจำหรือไม่?” ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิด Anticipatory Anxiety เช่น วิธีจัดการ Anticipatory Anxiety ด้วยตัวเอง การอดนอนหรือนอนน้อย จะยิ่งทำให้อาการความวิตกกังวลแย่ลง ขอแนะนำให้คุณฝึกหายใจหรือทำสมาธิ ซึ่งอาจทำให้คุณนอนหลับได้ง่ายขึ้น แต่ ! สำหรับผู้ที่มีปัญหาเรื่องการนอนหลับ “เรื้อรัง” ควรไปพบคุณหมอ เพราะการทำสมาธิอาจไม่ได้ผลอีกต่อไป สุดท้าย เราอยากให้คุณค้นหาว่า “สาเหตุ” ของความวิตกกังวลนั้นเกิดขึ้นจากอะไรกันแน่ และให้เริ่มแก้จากจุดนั้น ซึ่งก็จะช่วยคลายความวิตกกังวลไปได้มาก หรือถ้าพยายามแก้ไขด้วยตัวเองแล้วก็ยังไม่ได้ผล การเข้ารับการบำบัดกับคุณหมอจิตแพทย์ก็ยังคงเป็นทางออกที่ดีอยู่เสมอ
ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 580 days ago
27/05/2024
Read MoreResilient Leadership ลักษณะของผู้นำที่ฝ่าได้ทุกอุปสรรค
Resilient Leadership คือคำนิยามตัวตนของผู้นำที่มี “ความยืดหยุ่น” สามารถปรับตัว ปรับแผน ปรับแนวทางให้เข้าได้กับทุกปัญหาและสถานการณ์ที่อยู่ตรงหน้า ผู้นำในยุคปัจจุบัน ต้องเจอกับสถานการณ์ความผันผวนและความไม่แน่นอนที่เกี่ยวข้องกับการบริหารอยู่ในทุก ๆ วัน โดยเฉพาะในยามที่เกิดวิกฤติเศรษฐกิจ หรือเหตุการณ์ฉุกเฉินอื่น ๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา โดยที่ผู้นำแบบ Resilient Leadership ต้องมีสกิลสำคัญเหล่านี้รวมกัน และไม่สำคัญเลยว่าในตอนนี้ คุณได้รับบทบาทเป็นลีดเดอร์แล้วหรือยัง ไม่ว่าคุณจะอยู่ในตำแหน่งใดก็ตาม คุณสามารถฝึกฝนพัฒนาอัปสกิลตัวเอง ให้มีสกิลแบบ Resilient Leadership ได้ เพื่อเป็นการเตรียมตัวเองให้พร้อมรับกับโอกาสที่กำลังจะมาถึงในอนาคต ขอให้คุณตื่นเช้ามาแบบมีพลังในทุก ๆ วัน
ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 580 days ago
20/01/2023
Read Moreอย่าปล่อยผ่าน! ปัสสาวะบ่อยตอนกลางคืน อาจเป็นสัญญาณเตือนโรคร้าย
สำหรับใครที่พบเจอปัญหาปวดปัสสาวะบ่อย ๆ ตอนกลางคืน คงรู้สึกหงุดหงิดใจไม่น้อยเพราะแทนที่คุณจะได้นอนพักผ่อนอย่างเต็มที่ กลับต้องตื่นมาเข้าห้องน้ำ มากกว่า 2 ครั้งต่อ 1 คืน หลายคนอาจจะปล่อยปัญหานี้มายาวนาน เพราะคิดว่าคงไม่ได้กระทบกับสุขภาพร่างกาย โดยอาการเหล่านี้เรียกว่า ‘โรคปัสสาวะบ่อยตอนกลางคืน’ (Nocturia) หากคุณไม่ได้เป็นคนที่ชอบดื่มน้ำเยอะ ๆ ก่อนเข้านอน อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณบ่งบอกโรคหรือปัญหาสุขภาพของคุณได้ ไม่ควรละเลยหรือมองข้ามเด็ดขาด! ข้อสังเกตโรคปัสสาวะบ่อยตอนกลางคืน โดยปกติแล้วในช่วงเวลากลางคืนร่างกายจะผลิตปัสสาวะน้อยลง และคนส่วนใหญ่สามารถนอนหลับยาว ๆ ได้ 6-8 ชม. โดยที่ไม่มีอาการปวดปัสสาวะใด ๆ ซึ่งคนทั่วไปหากมีน้ำอยู่ครึ่งกระเพาะปัสสาวะ จะรู้สึกเพียงแค่หน่วง ๆ แต่ยังไม่ต้องเข้าห้องน้ำได้ แต่หากเมื่อไหร่ที่น้ำเต็มกระเพาะปัสสาวะแล้วก็จะเริ่มรู้สึกปวดปัสสาวะจนต้องเข้าห้องน้ำทันที ขณะเดียวกันหากคุณมีความผิดปกติ อาจจะรู้สึกปวดปัสสาวะ และต้องเข้าห้องน้ำทันทีทุกครั้ง แต่เมื่อเข้าห้องน้ำแล้วปริมาณของปัสสาวะกลับมีไม่เยอะ หรือบางรายอาจจะถึงขั้นกลั้นปัสสาวะไม่ได้ก็มี อาการเหล่านี้ก็อาจบ่งบอกถึงความผิดปกติได้ นอกจากนี้ ให้สังเกตตนเองว่าใน 1 วัน คุณเข้าห้องน้ำกี่รอบ และแต่ละรอบผ่านไปนานแค่ไหน โดยสังเกตควบคู่ไปกับปริมาณการดื่มน้ำหรือคาเฟอีนของตนเองด้วย และช่วงเวลากลางคืนหากคุณต้องลุกมาเข้าห้องน้ำมากกว่า 2 รอบ ก็ไม่ควรละเลยอาการเหล่านี้ ปัสสาวะบ่อยเกิดจากอะไรได้บ้าง อาการปวดปัสสาวะบ่อย โดยเฉพาะปวดในช่วงเวลากลางคืน อาจเกิดจากพฤติกรรมของคุณที่ดื่มน้ำเปล่า…
ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1073 days ago
20/01/2023
Read Moreรู้เท่าทันสุขภาพจิตตนเองด้วยแอปพลิเคชัน Daylio
‘สุขภาพจิต’ กลายเป็นเรื่องสำคัญสำหรับผู้คนในยุคปัจจุบัน เนื่องจากปัจจัยรอบข้างส่งผลให้หลายคนมีความเครียดสะสม และบางคนอาจเป็นโรคเครียดไม่รู้ตัว ซึ่งการรู้เท่าทันอารมณ์ความรู้สึกของตนเองถือเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม เพราะหากคุณรู้ต้นตอของปัญหาที่ทำให้ตนเองรู้สึกหงุดหงิด ไม่สบายใจ สะสมจนเป็นความเครียด ก็จะทำให้คุณหลีกเลี่ยงที่จะพบเจอปัญหาเหล่านั้น รวมไปถึงปัจจัยอื่น ๆ ที่ช่วยให้คุณอารมณ์ดี มีความสุข หากคุณรู้เท่าทันตนเองก็จะสามารถจัดการปัญหาเรื่องภาวะอารมณ์ของตนเองได้มากขึ้น ตัวช่วยที่เราจะพูดถึงวันนี้ คือแอปพลิเคชันที่จะช่วยให้คุณรู้เท่าทันสุขภาพจิตของตนเอง นั่นคือ Daylio แอปพลิเคชันสุดแสนน่ารัก เข้าใจง่าย เหมาะกับทุกช่วงวัย รู้จักแอปพลิเคชัน Daylio Daylio เป็นแอปฯ ที่ใช้สำหรับบันทึกกิจกรรมประจำวัน โดยผู้ใช้สามารถบันทึกอารมณ์ ความรู้สึก ของตนเองผ่านไอคอนสุดน่ารักที่คุณสามารถเลือกรูปแบบ เลือกสีสันได้ตามชอบ โดยแอปพลิเคชันจะให้คุณใส่ข้อมูลแต่ละวันของคุณเอาไว้ พร้อมสรุปเป็นสถิติออกมาเพื่อให้คุณได้ย้อนกลับมาสำรวจภาวะอารมณ์ของตนเอง เมื่อคุณเปิดแอปพลิเคชันขึ้นมา ในแอปฯ จะให้คุณเลือกไอคอนที่ชื่นชอบ เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของแต่ละอารมณ์ เช่น มีความสุข เศร้า โกรธ เป็นต้น และเมื่อเลือกไอคอนเหล่านี้แล้ว แอปฯ ก็จะให้คุณกำหนดเป้าหมายในวันนั้นของตนเอง เช่น เข้านอนไว ออกกำลังกาย หรือดื่มน้ำมาก ๆ โดยใน 1 วันคุณจะสามารถบันทึกได้ว่าตนเองอยู่ในอารมณ์แบบใด ผ่านการใช้สัญลักษณ์เป็นตัวไอคอนที่คุณได้เลือกเอาไว้ จากนั้นก็ยังสามารถจดบันทึกเป็นโน้ตสั้น ๆ…
ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1073 days ago
20/01/2023
Read Moreปีนี้ต้องมีกล้าม! 3 ช่อง YouTube สาย Bodyweight ที่ผู้ชายควรลอง
การมีกล้ามและรูปร่างที่ดีเป็นสิ่งที่ช่วยเสริมบุคลิกของผู้ชายได้ไม่น้อย ทั้งในเรื่องของการแต่งตัว ไลฟ์สไตล์ การดูแลตัวเอง การมีสุขภาพดี และยังเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่ง จึงไม่แปลกที่ผู้ชายจำนวนไม่น้อยหันมาออกกำลังกายมากขึ้น แต่ปัญหาส่วนใหญ่ของคนที่ไม่เคยออกกำลังกาย คือ ไม่รู้ว่าต้องเริ่มอย่างไรหรือออกกำลังกายท่าไหน Hack for Health เลยรวบรวม 3 ช่อง YouTube สาย Bodyweight หรือการออกกำลังกายโดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์มาแนะนำให้คนอยากมีกล้ามได้ดูกัน โดยทั้ง 3 ช่องที่เราเตรียมมีคลิปสอนออกกำลังกายแบบสำเร็จรูปที่คุณแค่เปิดและทำตาม หรืออยากได้กล้ามส่วนไหนเป็นพิเศษก็จิ้มดูได้เลย ซึ่งก็มีตั้งแต่ระดับ Beginner ไปจนถึง Advanced เรียกได้ว่าออกกำลังกายตามได้ตั้งแต่ตอนผอมแห้งหรือพุงป่องยันกล้ามแน่นเลยทีเดียว Bodyweight training / Bodyweight exercise การออกกำลังกายที่ใช้น้ำหนักตัวเพื่อพัฒนากล้ามเนื้อและร่างกาย ตัวอย่างการออกกำลังกายแบบ Bodyweight training เช่น วิดพื้น (Push up) สควอต (Squat) และแพลงก์ (Plank) เป็นต้น 3 ช่อง Youtube สาย Bodyweight มาดูกันว่าทั้ง 3 ช่องนี้…
ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 1073 days ago
20/01/2023
Read Moreเช็กให้ชัวร์! ‘ไฝ’ แบบไหนเสี่ยงมะเร็งผิวหนัง
ไฝและขี้แมลงวัน เกิดขึ้นบนร่างกายของมนุษย์เป็นเรื่องปกติ โดยส่วนใหญ่แล้วจะไม่มีผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน นอกเสียจากว่าไฝหรือขี้แมลงวันเหล่านั้นจะมีขนาดใหญ่ หรืออยู่ในบริเวณที่เจ้าตัวไม่อยากให้ขึ้น เช่น บนใบหน้า เป็นต้น ปัจจุบันจึงมีเทคโนโลยีมากมายที่เป็นทางเลือกสำหรับผู้อยากเอาไฝหรือขี้แมลงวันออก ไม่ว่าจะเป็นการจี้ไฝด้วยเลเซอร์ หรือจี้ไฝด้วยไฟฟ้า บางคนที่ไฝที่ค่อนข้างใหญ่แพทย์ก็จะใช้วิธีตัดไฝแทน ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และแม้ว่าไฝจะขึ้นบนร่างกายจนกลายเป็นความเคยชินหรือเป็นเรื่องปกติ แต่อย่ามองข้ามไป เพราะไฝที่คุณเห็นอาจเป็นไฝที่บ่งบอกโรคมะเร็งผิวหนังได้ ไฝและขี้แมลงวันเกิดจากอะไร ไฝและขี้แมลงวัน เกิดจากการทำงานผิดปกติของเซลล์เมลาโนไซต์ (Melanocytes) ที่อยู่บริเวณผิวหนังชั้นกำพร้า เกิดการสร้างเม็ดสีมากกว่าปกติ ทำให้กลายเป็นจุดสีต่าง ๆ ตั้งแต่สีน้ำตาลอ่อน น้ำตาลเข้ม ไปจนถึงสีดำ โดยไฝจะมีลักษณะเป็นตุ่มนูนขึ้นมา ในขณะที่ขี้แมลงวันจะเรียบไปกับผิวหนัง และพบว่าคนผิวขาวจะมีไฝหรือขี้แมลงวันมากกว่าคนผิวเข้มนั่นเอง ไฝและขี้แมลงวันสามารถขึ้นได้ทั่วบริเวณร่างกาย ซ้ำเมื่ออายุมากขึ้นไฝหรือขี้แมลงวันอาจมีปริมาณเพิ่มขึ้นโดยที่ไม่ทันได้สังเกต มะเร็งผิวหนังเกิดจากอะไร รังสีอัลตราไวโอเลตจากแสงแดด เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดมะเร็งผิวหนัง ยิ่งส่วนใดของร่างกายโดนแดดบ่อย ๆ เป็นเวลานาน ก็จะกลายเป็นจุดที่เสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งผิวหนังได้ เช่น แขน ขา ใบหู และใบหน้า เป็นต้น ขณะเดียวกันปัจจัยจากพันธุกรรมก็มีส่วน หากคนในครอบครัวมีประวัติเป็นมะเร็งผิวหนังก็ควรหมั่นสังเกตไฝและขี้แมลงวันของตนเองอย่างสม่ำเสมอ หรือบางรายอาจสัมผัสกับสารพิษเป็นเวลานานก็มีความเสี่ยงเช่นกัน วิธีสังเกตไฝแบบไหนเสี่ยงมะเร็ง แม้ไฝและขี้แมลงวันจะเกิดขึ้นบนร่างกายตั้งแต่กำเนิด แต่หากลองสังเกตดี ๆ เมื่ออายุมากขึ้นหรือผ่านการตากแดดอย่างหนักหน่วง ไฝหรือขี้แมลงวันก็อาจเพิ่มขึ้นได้โดยที่คุณไม่รู้ตัว ขณะเดียวกันไฝหรือขี้แมลงวันที่มีตั้งแต่แรกนานวันเข้าก็อาจขยายใหญ่ขึ้น…
ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1073 days ago
20/01/2023
Read Moreถูกใจสายหวาน! เทคนิคดื่มชานมไข่มุกอย่างไรไม่ให้อ้วน
เครื่องดื่มต้องห้ามสำหรับคนที่ต้องการลดน้ำหนัก คงหนีไม่พ้น ‘ชานมไข่มุก’ เพราะด้วยรสชาติที่หอมหวานและมีไข่มุกให้เคี้ยวเพลิน ๆ ทำให้หลายคนติดดื่มชานมไข่มุกทุกวันเลยก็ว่าได้ และรู้หรือไม่ว่าชานมไข่มุกหนึ่งแก้วมีจำนวนแคลลอรีมากถึง 300-400 กิโลแคลลอรี เทียบกับอาหารหนึ่งมื้อเลยก็ว่าได้ แต่ปริมาณสารอาหารที่ได้กลับไม่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย สำหรับใครที่อยากเลิกแต่เลิกไม่ได้ เรามีเทคนิค ‘ดื่มชานมไข่มุกอย่างไรไม่ให้อ้วน’ เพื่อเป็นทางเลือกมาฝาก 1. สั่งหวานน้อยหรือไม่หวาน อย่างที่ทราบกันว่าชานมไข่มุกจะมีรสชาติความหวานที่หลายคนติดอกติดใจ แต่จะให้ดีเลือกสั่งแบบหวานน้อยหรือไม่หวานก็จะช่วยให้ได้รับน้ำตาลในระดับที่ไม่มากจนเกินไป และการดื่มของหวานมาก ๆ อาจทำให้ร่างกายรู้สึกกระปรี้กระเปร่าได้เพียงแค่ 30 นาทีเท่านั้น เพราะหลังจากนั้นร่างกายจะหลั่งสารเซโรโทนิน ทำให้เกิดอาการง่วงซึมได้ 2. เลือกไข่มุกชนิดบุก แน่นอนว่าอีกหนึ่งสิ่งที่เพิ่มจำนวนแคลลอรีให้ร่างกายเราอย่างมากก็คือ ‘ไข่มุก’ ที่มีส่วนผสมจากแป้งซึ่งเป็นคาร์โบไฮเดรต และเมื่อคาร์โบไฮเดรตถูกย่อยจะกลายน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยว หรือที่เรียกว่า ‘กลูโคส’ นั่นเอง การเลือกกินบุกที่ทำจากน้ำผึ้ง หรือว่านหางจระเข้ ที่ไม่มีส่วนผสมจากแป้งและมีความหวานเพียงเล็กน้อย ก็สามารถทดแทนอาการอยากเคี้ยวไข่มุกได้บ้าง ที่สำคัญอ้วนน้อยกว่าด้วย 3. เลือกแก้วไซซ์เล็ก การเลือกขนาดของแก้วชานมไข่มุกให้เป็นขนาดเล็กสุด เป็นการตัดปัญหาตั้งแต่ต้นลมเพราะต่อให้เราอยากดื่มเยอะแค่ไหน การเลือกดื่มแก้วเล็ก ๆ ก็เป็นเหมือนการหลอกตนเองว่าตอนนี้เราอิ่มกับปริมาณที่ได้แล้ว ซึ่งวิธีนี้ก็ทำให้อ้วนน้อยลงได้ เรียกว่าดื่มให้หายอยากก็พอ แถมคุมปริมาณการกินของเราให้เผื่อท้องไว้กินอาหารที่มีประโยชน์เพิ่มอีก 4. ตัดแคลลอรีของหวานชนิดอื่น ถ้าวันนี้คุณตื่นมาแล้วรู้สึกว่าถ้าไม่ได้ดื่มชานมไข่มุกคงรู้สึกไร้ชีวิตชีวา ขอแนะนำว่าไม่ต้องไปฝืนใจตนเองอยากกินต้องได้กิน! แต่ควรงดขนม…
ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1073 days ago
20/01/2023
Read MorePrEP และ PEP ยาต้านเอชไอวี ทางเลือกของคนรักสนุก
PrEP (เพร็พ) และ PEP (เป๊ป) เป็นยาต้านเชื้อไวรัสเอชไอวี (HIV) ซึ่งเป็นเชื้อที่มักติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ปัจจุบันยังไม่มีการรักษาให้หายขาด และหากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่รักษาสามารถพัฒนาไปเป็นโรคภูมิคุ้มกันบกพร่องหรือที่รู้จักกันชื่อโรคเอดส์นั่นเอง ยา PrEP และ PEP เข้ามามีบทบาทสำคัญและมีการใช้แพร่หลายมากขึ้นในโลกยุคปัจจุบันที่เปิดกว้างเรื่องเพศ ซึ่งยาทั้ง 2 ชนิดนี้เป็นอีกตัวช่วยหนึ่งที่สามารถใช้ร่วมกับถุงยางอนามัยเพื่อลดความเสี่ยงของการได้รับเชื้อเอชไอวี การรู้จักกับยาต้านเอชไอวีทั้งสองชนิดนี้จะทำให้ชีวิตเซ็กซ์ของคุณสนุกและปลอดภัยมากขึ้น PrEP ตัวช่วยของคนรักสนุก ปัจจุบันเราเห็นความสัมพันธ์ที่เปิดกว้างมากขึ้น ทั้งความสัมพันธ์แบบเปิด (Open Relationship) แบบ One Night Stand (ONS) และ Friend With Benefits (FWB) ซึ่งหากคุณเป็นคนรักสนุก PrEP เป็นทางเลือกที่คุณควรลองศึกษาดู PrEP ย่อมาจาก Pre-Exposure Prophylaxis เป็นยาป้องกันไวรัสเอชไอวีที่ใช้เพื่อเตรียมตัวก่อนสัมผัสเชื้อ โดยจะต้องกินยา 1 เม็ด/วันเป็นประจำทุกวันและไม่ใช่ยาที่กินเพื่อป้องกันก่อนมีเพศสัมพันธ์ทันที ให้นึกภาพเวลาผู้หญิงที่กินยาคุมต่อเนื่องกันเพื่อคุมกำเนิด PrEP ก็มีวิธีใช้ที่คล้ายกัน แต่ต้องกินต่อเนื่องทุกวัน และเมื่อคุณรับ PrEP แล้ว แพทย์จะนัดมาตรวจเลือดทุก 3…
ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 1073 days ago
18/01/2023
Read Moreไขมันดี หาจากไหน ทำไมต้องกิน?
ไขมันดี หรือ ไขมันไม่อิ่มตัว (Unsaturated fat) เป็นขั้วตรงข้ามกับไขมันที่คนส่วนใหญ่เคยรู้จัก เดิมทีเรามีข้อมูลฝังหัวมาตลอดว่าไขมันคือตัวร้ายต่อสุขภาพ ซึ่งหมายถึงไขมันทรานส์และไขมันอิ่มตัวที่ส่งผลต่อสุขภาพ แต่ไขมันดีจะเข้าไปลดผลกระทบจากไขมันที่เป็นอันตรายและเสริมสุขภาพในด้านอื่น ๆ Hack for Health จะพาไปรู้จักกับไขมันดี ทั้งประโยชน์ ชนิด อาหารที่มีไขมันดีเป็นส่วนประกอบ และปริมาณที่คุณควรกิน ทำไมต้องกินไขมันดี? ร่างกายคนเราต้องการไขมันในการดำรงชีวิตอยู่แล้ว ทั้งในเรื่องของการให้พลังงานและการดูดซึมวิตามินบางชนิด แต่นอกจากหน้าที่ทั่วไปไขมันดียังช่วยลดคอเลสเตอรอลชนิดที่เป็นอันตรายและระดับไตรกลีเซอไรด์ ซึ่งเป็นปัจจัยที่นำไปสู่โรคหลายโรค ทั้งภาวะความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดแดงแข็ง ภาวะหัวใจขาดเลือด และโรคหลอดเลือดสมอง การได้รับไขมันดีในปริมาณที่เหมาะสมอยู่เป็นประจำจึงอาจลดความเสี่ยงของโรคพวกนี้ได้ โอเมก้า 3 หลายคนเคยคุ้นหูกับคำนี้กันมาบ้าง โดยโอเมก้า 3 ก็เป็นไขมันมันดีชนิดหนึ่งที่ร่างกายไม่สามารถสร้างเองได้ เลยเลยต้องได้รับจากอาหารเท่านั้น กรดไขมันชนิดนี้ 3 ค่อนข้างมีความพิเศษ เพราะข้อมูลพบว่ากรดไขมันชนิดนี้อาจมีคุณสมบัติที่ช่วยดูแลสุขภาพได้มากกว่าการลดระดับไขมันในเลือด เช่น บำรุงสายตา บำรุงสมอง ดีต่อภาวะซึมเศร้า ทั้งยังจำเป็นต่อพัฒนาการของทารกในครรภ์ ซึ่งนี่ก็คือเหตุผลว่าทำไมคุณควรกินไขมันดีเป็นประจำ อาหารไขมันดีหาได้จากไหน? อาหารไขมันดีหาได้ง่ายและใกล้ตัวกว่าที่คิด ไม่ว่าคุณจะไปเดินตลาด ซูเปอร์มาร์เก็ต หรือร้านสะดวกซื้อก็สามารถหาอาหารเหล่านี้ได้ไม่ยาก 1. น้ำมันพืช น้ำมันพืชเป็นวัตถุดิบประกอบอาหารที่ทุกบ้านมีติดครัวอยู่แล้ว แต่ไม่ใช่ว่าน้ำมันพืชทุกชนิดจะมีไขมันดี…
ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 1075 days ago
18/01/2023
Read Moreปอกเปลือกดูประโยชน์ 5 ผลไม้ตรุษจีน ไหว้ก็เฮง กินก็เฮลตี้
ในช่วงตรุษจีนหลายครอบครัวต้องไปจ่ายตลาดเพื่อซื้อวัตถุดิบเตรียมไว้สำหรับไหว้เทพเจ้าและบรรพบุรุษ และสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยในเทศกาลนี้ คือ ผลไม้ ซึ่งผลไม้ตรุษจีนก็มีหลายชนิดและเชื่อกันว่ากินแล้วจะเฮง ส่วนจะเฮงจริงไหมก็ต้องรอดู แต่ที่แน่ ๆ กินแล้วสุขภาพดีแน่นอน เพราะผลไม้เหล่านี้มีสารอาหารจำเป็นที่ร่างกายขาดไม่ได้หลายชนิด บทความนี้เลยจะชวนคุณมาปอกเปลือก 5 ผลไม้มงคลช่วงตรุษจีนเพื่อดูประโยชน์ต่อสุขภาพที่มาพร้อมกับความเชื่อกัน 5 ผลไม้ตรุษจีนกับประโยชน์ต่อสุขภาพ แค่เลขก็มงคลแล้ว ส่วนใหญ่ในช่วงตรุษจีนมักจะไหว้ผลไม้เป็นเลขคี่ ซึ่งเราก็จัดมาให้ถึง 5 ชนิดเลยทีเดียว 1. ส้มสีทอง ส้มสีทองหมายถึงความสุข ความโชคดี และโชคลาภ ซึ่งเรารู้กันดีว่าส้มมีประโยชน์ต่อสุขภาพ โดยสารอาหารที่น่าสนใจในส้มก็ต้องเป็น วิตามินซีหรือกรดแอสคอร์บิก (Ascorbic Acid) วิตามินซีเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดการอักเสบของเซลล์ภายในร่างกาย หากเราได้รับวิตามินซีในปริมาณที่เหมาะสมเป็นประจำอาจช่วยลดความรุนแรงของโรคหวัด ลดความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือด โรคมะเร็ง และยังมีส่วนสำคัญในการสร้างคอลลาเจนที่ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นของผิวด้วย โดยส้มขนาดกลาง 1 ลูกให้วิตามินซีราว 70 มิลลิกรัม ซึ่งเกือบเท่ากับที่ร่างกายต้องการวันเลยทีเดียว (ผู้ชาย: 90 มก./วัน ผู้หญิง: 75 มก./วัน) การไหว้ส้มสีทองในช่วงเทศกาลจึงช่วยให้คุณผลไม้ที่อัดแน่นด้วยวิตามินซีกินไปสักพักเลย Fun Fact: รู้หรือไม่? ส้มเป็นผลไม้ตระกูลเบอร์รี 2. กล้วยหอม…
ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 1075 days ago
18/01/2023
Read Moreสุขภาพจิตดีขึ้นได้ แค่ระบายออกมาด้วยแอปพลิเคชัน Alljit
ปัญหาสุขภาพจิตเป็นสิ่งที่พบได้บ่อยมากขึ้นในยุคนี้ และยังคงมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นและรุนแรงมากขึ้นด้วย หลายครั้งที่ผู้คนต้องเผชิญกับมรสุมชีวิตและรู้สึกโดดเดียวจนนำไปสู่ปัญหาสุขภาพ ทั้งทางด้านจิตใจและอารมณ์ ซึ่งการมีตัวช่วยอย่างแอปพลิเคชัน Alljit (ออลล์จิต) ที่ออกแบบมาเพื่อการดูแลสุขภาพจิตโดยเฉพาะสามารถช่วยคุณได้ Alljit สุขภาพใจ เป็นแอปพลิเคชันที่พัฒนาโดยคนไทยที่สร้างพื้นที่พูดคุยสำหรับคนที่มีความเครียด ความเศร้า ความเหงา และปัญหาด้านอารมณ์อื่น ๆ เพื่อเพิ่มโอกาสให้ผู้คนได้ระบายความในใจ ซึ่งเป็นวิธีสำคัญในการรักษาสุขภาพจิต แอปพลิเคชัน Alljit กับ 3 ฟีเจอร์เพื่อสุขภาพใจ แอปพลิเคชัน Alljit มีหลากหลายฟีเจอร์เพื่อความต้องการทางใจที่แตกต่างกัน บางคนอาจอยากระบายความในใจ บางคนต้องการเพื่อนคุย บางคนมีปัญหาเรื่องการนอนหลับจากความเครียด หรือต้องการกำลังใจ แอปพลิเคชันนี้ก็ตอบโจทย์ 1. รู้ปัญหาใจด้วยแบบประเมินสุขภาพ ในหน้าแรกของแอปพลิเคชันจะมีฟีเจอร์ที่ถามคุณว่า เครียดไหม? เศร้าไหม? หรือหมดไฟในการทำงาน ซึ่งการกดเข้าไปจะเป็นแบบประเมินเบื้องต้นที่วัดระดับความรุนแรงของความเครียด ความเศร้า และภาวะหมดไฟ ที่ช่วยให้คุณรู้ปัญหาของตัวเองมากขึ้น 2. ระบายความในใจโดยไม่มีใครรู้ว่าเป็นคุณ ในแอปพลิเคชัน Alljit คุณสามารถระบายความในใจได้หลายรูปแบบด้วยกัน รูปแบบที่ 1: การคุยกับแอดมินของแอปพลิเคชันที่เน้นไปที่การปรึกษาสุขภาพจิต เช่น หากคุณตอบแบบทดสอบในข้อแรกแล้ว คุณอยากรู้วิธีรับมือหรือข้อมูลอื่นเพิ่มเติมก็สามารถคุยกับแอดมินได้เลย แต่อาจจะต้องรอสักหน่อย เพราะเป็นฟีเจอร์ที่มีผู้ใช้งานค่อนข้างเยอะ รูปแบบที่ 2:…
ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 1075 days ago
18/01/2023
Read Moreผลวิจัยเผย ยิ่งกินเค็ม ยิ่งเครียด แถมเสี่ยงโรค
ด้วยวัฒนธรรมอาหารไทยที่จัดจ้านและครบรส ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าคนไทยจำนวนไม่น้อยมักติดใจรสชาติใดรสชาติหนึ่งในอาหาร ซึ่งเชื่อว่าการติดกินเค็มต้องเป็นนิสัยของใครหลายคนโดยไม่รู้ตัว สังเกตจากเวลาไปร้านอาหารตามสั่งก็จะมีพริกน้ำปลาหรือน้ำปลาพริกวางไว้บนโต๊ะ จะกินอะไรก็ต้องมีน้ำจิ้มด้วยเสมอ ตามที่เรารู้มาตลอดการกินเค็มสามารถเพิ่มความเสี่ยงของโรคไต ภาวะความดันโลหิตสูง และโรคทางการอีกหลายโรค แต่การศึกษาในปี 2022 พบว่าการกินเค็มอาจส่งผลต่อความเครียดได้ ยิ่งกินเค็ม ยิ่งเครียด? โซเดียมเป็นสารอาหารที่มาพร้อมกับความเค็ม ซึ่งโซเดียมเป็นแร่ธาตุสำคัญที่ร่างกายต้องการ การได้รับในปริมาณที่เหมาะสมจะช่วยรักษาการทำงานของระบบประสาท กล้ามเนื้อ และรักษาสมดุลของน้ำและแร่ธาตุในร่างกาย แต่แน่นอนว่าการกินโซเดียมมากหรือน้อยเกินไปย่อมส่งผลเสียต่อสุขภาพ ถ้าร่างกายขาดโซเดียม กล้ามเนื้อก็อาจเป็นตะคริว อ่อนล้า และไม่มีแรงได้เหมือนเวลาที่ท้องเสีย หรือถ้าได้รับโซเดียมมากไปก็อาจเพิ่มความเสี่ยงโรคไต ภาวะความดันโลหิตสูง และโรคหัวใจ ซึ่งเป็นปัญหาสุขภาพจากความเค็มที่คนรู้จักกันดี แต่เชื่อว่าคนส่วนใหญ่ไม่เคยได้ยินมาก่อนว่าการกินเค็มอาจส่งผลต่อภาวะความเครียดด้วย การศึกษาจาก University of Edinburgh พบว่าสมองของหนูทดลองที่กินเค็มติดต่อกันผลิตสารที่เกี่ยวข้องกับความเครียดออกมามากขึ้น ซึ่งก็อาจเป็นไปได้ว่าการกินเค็มไม่ได้แค่ส่งผลเสียต่อร่างกายเท่านั้น แต่ยังทำให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับอารมณ์อย่างความเครียดได้ด้วย อย่างไรก็ตาม การศึกษานี้ทำให้หนูทดลอง เราเลยต้องรอดูกันต่อไปว่าผลกระทบจากการกินเค็มต่อสมองของมนุษย์จะให้ผลแบบเดียวกันรึเปล่า กินเค็มแค่ไหนถึงจะไม่มากเกิน? การงดการกินเค็มไปเลยคงจะไม่ใช่เรื่องดี ทั้งในเรื่องของสุขภาพและการใช้ชีวิต ซึ่งจริง ๆ ทุกคนสามารถอร่อยกับอาหารได้ทุกประเภททุกรสชาติถ้าไม่ได้มีข้อจำกัดด้านสุขภาพ กรมอนามัยแนะนำว่าคนทั่วไปไม่ควรได้รับโซเดียมเกิน 2,300 มิลลิกรัมต่อวัน แต่มาบอกแบบนี้คงจะไม่เห็นภาพ เราขอยกตัวอย่างปริมาณโซเดียมในอาหารมาให้ทุกคนได้ดูกัน *ปริมาณโซเดียมเป็นเพียงค่าเฉลี่ยของปริมาณโซเดียมในอาหารจากการสำรวจเท่านั้น จะเห็นได้ว่าแค่สุกี้น้ำชามเดียวก็ใช้โควตาโซเดียมต่อวันของเราไปเกินครึ่งแล้ว ซึ่งในการใช้ชีวิตประจำวันจริง ๆ เราเลี่ยงสิ่งเหล่านี้ได้ยากมาก ยังไม่รวมถึงรสชาติความนัวของผงชูรสที่จัดว่าเป็นโซเดียมประเภทหนึ่งด้วย…
ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 1075 days ago
18/01/2023
Read Moreยิ่งเครียด ยิ่งอ้วน จริงหรือ? ทำความรู้จักฮอร์โมนแห่งความเครียด
เชื่อว่าแทบทุกคนเคยพยายามลดความอ้วน มีหลายคนที่ประสบความสำเร็จ แต่ขณะเดียวกันก็มีหลายคนที่ไม่สามารถลดได้ตามที่ตั้งใจไว้ ยิ่งลดไม่ได้ก็ยิ่งกดดัน ยิ่งกดดันก็ยิ่งเครียด แล้วทำไมพยายามเท่าไหร่ก็ไม่ผอมสักที ยิ่งเครียดก็ยิ่งอ้วนเสียอย่างนั้น… ความเครียด มีหลายปัจจัยด้วยกัน บางคนเครียดเรื่องน้ำหนัก บางคนเครียดเรื่องเรียน เครียดเรื่องงาน เครียดเรื่องความรัก รู้หรือไม่ว่า ‘ความเครียด’ จะทำให้ร่างกายผลิตฮอร์โมนชนิดหนึ่งออกมามากกว่าปกติ ส่งผลกับการกินของเรา และท้ายที่สุดก็ทำให้อ้วนขึ้นด้วย ทำความรู้จักฮอร์โมนแห่งความเครียด ‘ฮอร์โมนแห่งความเครียด’ หรือ คอร์ติซอล (Cortisol) คือ ฮอร์โมนที่ร่างกายผลิตเองตามธรรมชาติ สร้างขึ้นโดยต่อมหมวกไตที่อยู่บนไตของคุณ ทำหน้าที่ในการเผาผลาญไขมันและพลังงานที่สะสมอยู่ในร่างกาย ควบคุมความดันโลหิต พร้อมทั้งปรับระดับน้ำตาลในเลือด โดยฮอร์โมนชนิดนี้จะถูกปล่อยออกมามากขึ้นเมื่อคุณอยู่ในภาวะเครียดเรื้อรัง ร่างกายก็จะต้องการพลังงานมากขึ้นด้วยเช่นกัน สมองจึงกระตุ้นให้ร่างกายเกิดความ ‘หิว’ นั่นเอง Cortisol ส่งผลต่อความอ้วนอย่างไร? อย่างที่บอกไปตอนต้นว่า คอร์ติซอล จะตอบสนองได้ดีต่อความเครียด โดยเฉพาะคนที่มีความเครียดเรื้อรัง และเมื่อฮอร์โมนชนิดนี้ถูกหลั่งออกมามาก ก็จะส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดลงอย่างรวดเร็ว สมองจึงสั่งการให้ร่างกายหาน้ำตาลมาทดแทน ฉะนั้นจึงไม่แปลกที่เวลาเครียดหลายคนมักจะหยิบช็อกโกแลต หรือขนมหวานต่าง ๆ มากิน และเมื่อได้ความหวานจากขนมเหล่านั้นก็จะรู้สึกดีขึ้นทันที นอกจากนี้ หากคอร์ติซอลหลั่งออกมามากผิดปกติยังทำให้ระบบเผาผลาญแปรปรวน โดยจะทำให้ร่างกายเผาผลาญกล้ามเนื้อไปพร้อม ๆ กับไขมัน ซึ่งปกติแล้วกล้ามเนื้อจะมีส่วนช่วยเรื่องระบบเผาผลาญของร่างกาย และหากกล้ามเนื้อน้อยลงเท่าไหร่ก็จะทำให้อ้วนง่ายมากขึ้นเท่านั้น…
ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1075 days ago
18/01/2023
Read Moreโยคะ vs พิลาทิส ต่างกันอย่างไร? และคุณควรเลือกเล่นอะไร?
หากพูดถึงการออกกำลังกายง่าย ๆ ได้ที่บ้านตนเอง นอกจากการคาดิโอด้วยการเต้นแอโรบิก หรือบริหารร่างกายด้วยท่าทางง่าย ๆ ตามคลิปวิดีโอที่มีสอนตามอินเทอร์เน็ตแล้ว การออกกำลังกายที่ได้รับความนิยมไม่แพ้กันนั่นก็คือ การเล่นโยคะ และการเล่นพิลาทิส ซึ่งการออกกำลังกายทั้ง 2 ประเภทนี้มีลักษณะที่คล้ายกัน แต่ก็มีความแตกต่างกันอยู่ บางคนอาจจะยังสงสัยว่าโยคะกับพิลาทิสต่างกันอย่างไร วันนี้เราจะมาไขข้อเท็จจริงความแตกต่างของการออกกำลังกายทั้ง 2 ชนิดนี้ เพื่อให้คุณได้เลือกแนวทางที่ใช่สำหรับตนเอง โยคะ (Yoga) การเล่นโยคะ มีต้นกำเนิดมาจากประเทศอินเดียเมื่อหลายพันปีมาแล้ว เป็นการออกกำลังกายที่เน้นการยืดหยุ่นและความอ่อนตัวของกล้ามเนื้อ โฟกัสที่ลมหายใจไปพร้อมกับการขยับร่างกาย ประโยชน์ของโยคะ คือช่วยเรื่องสุขภาพทำให้การไหลเวียนเลือดดี ช่วยคลายเครียด และช่วยลดน้ำหนักได้เป็นอย่างดี การเล่นโยคะ ได้รับความนิยมในกลุ่มของผู้หญิง เพราะเป็นการออกกำลังกายที่ไม่ต้องใช้แรงมาก แถมไม่ต้องมีอุปกรณ์มากมายก็สามารถเล่นได้ที่บ้าน เพียงแค่คุณมีเสื่อโยคะผืนเดียวเท่านั้น แต่ทั้งนี้การฝึกโยคะก็มีหลายระดับ หากเป็นผู้เริ่มต้นต้องศึกษาท่าทางให้ดี หรืออาจจะต้องเล่นควบคู่ไปกับการมีผู้เชี่ยวชาญดูแล นอกจากนี้ การเล่นโยคะยังมีประโยชน์ต่อคุณแม่ตั้งครรภ์ ที่แม้ว่าจะตั้งครรภ์อยู่ก็สามารถออกกำลังกายแบบเบา ๆ ได้ เพราะการเล่นโยคะเป็นการออกกำลังกายที่มีความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ นอกจากจะช่วยผ่อนคลายในระหว่างตั้งครรภ์แล้ว ยังสามารถช่วยเตรียมร่างกายของคุณแม่ตั้งครรภ์ให้เตรียมพร้อมสำหรับการคลอด ที่สำคัญการหายใจช้า ๆ ระหว่างเล่นยังช่วยบรรเทาความเครียดได้อีกด้วย พิลาทิส (Pilates) การเล่นพิลาทิส ถูกคิดค้นในปี ค.ศ.1920 โดยโจเซฟ พิลาทิส (Joseph Pilates)…
ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1075 days ago
18/01/2023
Read Moreแค่กินก็กันแดดได้ ? ‘วิตามินกันแดด’ ได้ผลจริงหรือแค่กระแส
ประเทศไทยขึ้นชื่อเรื่องแดดและอากาศร้อน แม้ในความเป็นจริงแสงแดดจะมีข้อดี ทำให้ร่างกายได้รับวิตามินดี และทำให้ร่างกายรู้สึกกระปรี้กระเปร่า แต่ข้อเสียของแสงแดดก็มีอยู่มากเช่นกัน สาว ๆ หลายคนคงทราบกันดีอยู่แล้วว่าในทุก ๆ วันไม่ว่ามีกิจกรรมมากน้อยแค่ไหน ครีมกันแดดถือเป็นสิ่งสำคัญเสมอ ไม่ใช่แค่ปกป้องผิวจากความหมองคล้ำ ผิวไหม้ เท่านั้น แต่การตากแดดเป็นเวลานานโดยเฉพาะช่วงเวลา 10.00 - 16.00 น. ซึ่งเป็นเวลาแดดจัด ยังทำให้ใบหน้าของคุณเกิดริ้วรอยก่อนวัยอันควร ร้ายแรงกว่านั้นอาจเสี่ยงเป็นโรคมะเร็งผิวหนังได้ ความสำคัญของครีมกันแดด ครีมกันแดด เป็นสิ่งสำคัญที่หลายคนไม่ควรมองข้าม แม้จะไม่ได้ออกกิจกรรมกลางแจ้งก็ควรทาอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันแสงที่มองไม่เห็น ขณะเดียวกันก็สามารถเลือกครีมกันแดดที่มีค่า SPF15 ขึ้นไปจนถึง SPF50 เพื่อการปกป้องที่ได้ประสิทธิภาพตามกิจกรรมที่ตนเองต้องเผชิญ และควรทาซ้ำในทุก ๆ 2 ชั่วโมง แต่ขณะเดียวกัน ผู้หญิงหลายคนหรือบางคนอาจไม่ชอบความรู้สึกเหนียวเหนอะจากครีมกันแดด เพราะครีมกันแดดบางตัวที่ช่วยปกป้องสูงก็ต้องแลกมาด้วยความเหนียวข้นของครีม บางคนถึงกับไม่ยอมทาครีมกันแดดก็มี หรือบางคนไม่อยากทาซ้ำระหว่างวัน ซึ่งนวัตกรรมของครีมกันแดดในปัจจุบันก็ได้พัฒนาเพื่อให้ตอบโจทย์กับผู้ใช้งานมากขึ้น โดยเปลี่ยนสภาพสารกันแดดออกมาในรูปแบบอื่น ชนิดของผลิตภัณฑ์กันแดด ปัจจุบันกันแดดเนื้อครีมยังคงเป็นกันแดดที่ได้รับความนิยม เพราะใช้ง่ายให้ความรู้สึกเหมือนกำลังทาครีมบำรุงผิวอยู่ ที่สำคัญมีหลายแบรนด์ให้เลือกสรรตามแต่ละสภาพผิวของตนเอง แต่อย่างไรก็ตาม ครีมกันแดดเนื้อครีมก็อาจไม่เหมาะกับคนที่หน้ามันมาก ๆ หรือผิวที่มีแนวโน้มเกิดสิว กันแดดเนื้อเจลจะใช้ง่ายคล้ายกับกันแดดเนื้อครีม เหมาะกับผู้ที่มีผิวมันหรือผิวผสม เพราะเนื้อเจลจะซึมเข้าสู่ผิวได้ง่าย ไม่หนักหน้า…
ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1075 days ago
18/01/2023
Read More4 วิธีที่คุณควรทำเมื่อไปหาหมอ ที่อาจช่วยให้คุณหายเร็วขึ้น
การเจ็บป่วยเป็นเรื่องธรรมชาติ แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าพอป่วยแล้วไม่ว่าใครก็อยากหายเร็ว ๆ ซึ่งการไปหาหมอก็เป็นวิธีที่ดี แต่เชื่อว่าเวลาไปหาหมอ นอกจากการบอกอาการที่เป็นแล้ว หลายคนมักนั่งอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ ไม่รู้จะถามอะไร บ้างก็ไม่กล้าคุยกับหมอ ทั้งที่เวลานี้เป็นช่วงเวลาสำคัญที่คุณควรรู้ข้อมูลเกี่ยวกับการเจ็บป่วยให้ได้มากที่สุด ซึ่งอาจจะช่วยให้คุณหายได้เร็วขึ้น อีกทั้งบางคนต้องลางานมาพบหมอหรือใช้เวลารอเป็นเวลานาน บทความนี้ได้รวบรวมวิธีที่จะช่วยให้การไปหาหมอของคุณในแต่ละครั้งมีคุ้มค่าคุ้มเวลามากยิ่งขึ้น 4 วิธีที่คุณควรทำเมื่อไปหาหมอ หากคุณไปพบหมอ วิธีต่อไปนี้จะช่วยให้คุณได้ข้อมูลที่ละเอียด ปลอดภัย และอาจหายจากอาการป่วยได้เร็วขึ้น 1. เตรียมข้อมูลให้พร้อม หลายครั้งที่พอเจอหน้าหมอแล้วเราก็ลืมเรื่องที่จะถามไปเสียอย่างนั้น วิธีที่ง่ายที่สุดคือจด ซึ่งเราขอแนะนำให้คุณจดสิ่งต่อไปนี้ก่อนไปเจอหมอ พร้อมกับเล่าสิ่งที่จดมาให้หมอฟัง 2. คำถามสำคัญที่ต้องถาม แม้ว่าโดยส่วนมากหมอสามารถวินิจฉัยและให้ข้อมูลของโรคได้เป็นอย่างดีอยู่แล้ว แต่ลิสต์คำถามด้านล่างนี้จะช่วยให้คุณได้ข้อมูลที่มากขึ้น 3. พูดความจริง ไลฟ์สไตล์ของคนเราหลากหลายรูปแบบ ซึ่งบางครั้งไลฟ์สไตล์ก็อาจเพิ่มความเสี่ยงของปัญหาสุขภาพบางอย่างได้ด้วย ซึ่งเวลาที่ไปหาหมอ บางคนอาจจะไม่กล้าหรือรู้สึกอายที่จะพูดเรื่องบางเรื่อง หรือตอบคำถามบางคำถามต่อคนแปลกหน้า โดยเฉพาะเรื่องเพศและการใช้สารเสพติด หรือคนที่มีโรคประจำตัว อย่างคนเป็นโรคตับที่แอบดื่มเหล้า คนเป็นโรคปอดที่แอบสูบบุหรี่ทั้งที่หมอห้าม หรือผู้สูงอายุที่ไม่ได้ใช้ยาตามที่หมอบอก แต่ไม่กล้าบอกความจริงเพราะกลัวหมอดุ ส่งผลให้ผลการวินิจฉัยอาจผิดเพี้ยนและไม่ได้คำตอบที่แน่ชัด ทำให้การรักษาไม่ตรงจุด สิ่งที่น่ากังวลคือโรคบางโรคหากปล่อยทิ้งไว้โดยที่ไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้องก็อาจทำให้อาการเรื้อรังและรุนแรงขึ้นกว่าเดิมได้ ด้วยเหตุผลนี้การตอบคำถามของหมออย่างตรงไปตรงมาคงจำเป็นต่อการรักษาอย่างยิ่ง และเชื่อเถอะว่าหมอเคยได้ยินมาหมดแล้ว 4. ถามซ้ำให้มั่นใจ การไปโรงพยาบาลที่มีคนไข้หนาแน่น หมออาจจำเป็นต้องจำกัดเวลาในการให้บริการ ซึ่งอาจทำให้ทุกอย่างดูเร็วไปหมด…
ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 1075 days ago
17/01/2023
Read More‘กฎการนอน 90 นาที’ ตื่นมาไม่งัวเงียอีกต่อไป ทำได้จริงเหรอ?
เคยไหม? นอนหลายชั่วโมงแต่ทำไมตื่นมายังเพลียอยู่…ร่างกายรู้สึกไม่กระปรี้กระเปร่า อ่อนเพลีย และงัวเงียอยู่ตลอดเวลา อาการเหล่านี้มักส่งผลกระทบต่อการเรียนและการทำงาน เพราะสมองทำงานได้ไม่เต็มที่ เชื่อว่าทุกคนถูกสอนมาว่าเราควรนอนให้ครบ 8 ชั่วโมง ถึงจะตื่นมาสดใส ไม่อ่อนเพลีย แต่มีใครเคยได้ยินเรื่อง ‘กฎการนอน 90 นาที’ บ้าง? เราจะพาทุกคนมารู้จักวิธีการนอนอย่างมีประสิทธิภาพ ที่แม้คุณจะนอนไม่ครบ 8 ชั่วโมง แต่คุณจะไม่งัวเงียตอนตื่นอีกต่อไป ทำความรู้จัก ‘กฎการนอน 90 นาที’ สมองของคนเราทำงานอยู่ตลอดเวลาแม้ในยามที่เรานอนหลับก็ตาม และการทำงานของสมองในช่วงเวลานอนหลับจะถูกแบ่งเป็นรอบ โดย 1 รอบจะอยู่ที่ 90 นาที แบ่งเป็น 80 นาที ของการหลับลึก และ 10 นาที ของการหลับตื้น เราเรียกการนอนหลับแบบนี้ว่า ‘การหลับแบบวงจร’ (Cycle) หากตื่นในช่วงเวลาของการหลับลึกก็จะทำให้ง่วง เพลีย แต่กลับกันหากตื่นในช่วงเวลาของการหลับตื้นก็จะทำให้ร่างกายกระปรี้กระเปร่า และรู้สึกนอนเต็มอิ่ม การหลับแบบวงจรแบ่งเป็น 2 ช่วง 1. ช่วงเวลานอนที่ไม่มีการกลอกตาอย่างรวดเร็ว (Non Rapid Eye…
ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1076 days ago
17/01/2023
Read Moreไขข้อข้องใจ คำเตือน ‘Strobing Effect’ ก่อนดูซีรีส์ในเน็ตฟลิกซ์คืออะไร
หากคุณเป็นขาประจำเน็ตฟลิกซ์ คุณอาจเคยเห็น Trigger Warning หรือการแจ้งเตือนบริเวณด้านซ้ายบนของจอก่อนเริ่มวิดีโอ อย่างช่วงก่อนหน้าจะมีคำเตือนนี้ก่อนเริ่มอนิเมชัน ‘Cyberpunk: Edgerunners’ หรือในช่วงครึ่งหลังของ ‘Stranger thing’ ซีซั่นล่าสุดของก็มีคำเตือนนี้อยู่ด้วย โดยคำเตือนนี้มีอยู่ว่า Some scenes have a strobing effect that may affect photosensitive viewers. ‘บางฉากในภาพยนตร์หรือซีรีส์มีเอฟเฟกต์ที่มีแสงจ้าที่อาจส่งผลกระทบต่อผู้ชมที่มีภาวะไวต่อแสงได้’ คุณเคยสงสัยไหมว่าคำเตือนนี้หมายถึงอะไร? หากอ่านเป็นไทยแล้วอาจรู้สึกงงยิ่งกว่าเดิม เอฟเฟกต์ที่มีแสงวูบวาบคืออะไร? ภาวะไวต่อแสงเป็นแบบไหน? แล้วทำไมต้องเตือนก่อนดูหนัง? HfH (Hack for Health) และบทความนี้มีคำตอบ Photosentive คืออะไร? Photo ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงรูปภาพ เพราะความหมายดั้งเดิมของคำนี้คือ ‘แสง’ ส่วน Sensitivity ก็หมายถึงภาวะที่ร่างกายไวต่ออะไรบางอย่างหรือถูกกระตุ้นได้ง่าย Photosentive หรือ Photosensitivity เลยหมายถึงภาวะไวต่อแสง โดยปกติแล้วคำนี้ใช้เรียกเมื่อร่างกายไม่ว่าจะส่วนใดก็ตามมีอาการไวต่อแสง อย่างผิวไวต่อแสงที่อาจมาจากโรคหรือการใช้ยา บางคนอาจจะดวงตาไวต่อแสง ทำให้มองแสงจ้าไม่ได้ ซึ่งร่างกายของคนที่มีภาวะนี้ต่างจากคนทั่วไปที่ร่างกายมีความทนทานต่อแสงมากกว่า ทำไมต้องเตือนก่อนดูหนัง? ย้อนกลับไปเมื่อปี…
ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 1076 days ago
PR Partners
See All26/12/2025
Meechok Dechpokasup | 2 days ago
Huawei Cloud ครองตำแหน่งผู้นำจากรายงาน Omdia พร้อมขึ้นอันดับ 1 ด้านกลยุทธ์และนวัตกรรม
กรุงเทพฯ 25 ธันวาคม 2568 – Omdia ได้เผยแพร่รายงานฉบับล่าสุด Omdia Universe: Global Cloud Service Provider, 2025 โดยจัดให้ หัวเว่ย คลาวด์ อยู่ในกลุ่ม ผู้นำ (Leader) ทั้งในด้านศักยภาพของโซลูชัน รวมถึงด้านกลยุทธ์และการดำเนินงาน พร้อมทั้งยกให้ หัวเว่ย คลาวด์ เป็นผู้นำในกลุ่มผู้ให้บริการจากจีน และได้รับการจัดอันดับเป็นอันดับหนึ่งของโลกด้านกลยุทธ์และนวัตกรรม ในรายงานได้เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของหัวเว่ย คลาวด์ในการพัฒนาบริการคลาวด์ที่สามารถปรับขยายได้ (scalable)

























