Connect with us

Published

on

สังเกตกันมั้ยคะ ว่าเดี๋ยวนี้มือถือของเราชอบมีเบอร์แปลก ๆ มาหลอกลวงเอาข้อมูล ขายโน่นขายนี่น่ารำคาญไปหมด ซึ่งนั่นเป็นหนึ่งในขั้นตอนการหลอกลวงในยุคนี้ ที่เราเรียกว่า Phishing Scam นั่นเองค่ะ

และคงจะดีใช่ไหมคะ ถ้าเรามี App ที่บอกเราได้ว่า เบอร์ใครหนอที่โทรมา เพื่อไม่ให้พวกเราต้องหัวร้อนแบบเมื่อกี้ และนี่เลยค่าเรามาโหลดแอปนี้ กันดีกว่าค่ะ แอป Who Who  

แอป Who Who แอปเช็คเบอร์โทรศัพท์ อันดับ 1 จาก ประเทศเกาหลีใต้ โดยประโยชน์หลักของแอปนี้ก็หนีไม่พ้นการที่ตัวแอปจะบอกว่า เบอร์โทรศัพท์แปลก ๆ ที่โทรเข้ามา หรือ SMS แปลก ๆ นั้นมีที่มาอย่างไร ซึ่งข้อมูลที่ว่าก็ได้มาจาก คอมมิวนิตี้ ของผู้ใช้แอปที่ช่วยกันรายงานนั่นเองค่ะ แล้วนอกจากนี้ หากเบอร์ไหนเข้าข่ายเป็น สแปม หรือ เบอร์ที่เคยมีประวัติการหลอกลวงมาก่อน ตัวแอปจะช่วยให้ข้อมูลเราได้แบบเรียลไทม์ และสามารถบล็อกเบอร์ไม่พึงประสงค์ได้ด้วยค่ะ 

แต่ขอแนะนำกันนิดนึงนะคะเพื่อให้ แอป Who Who ใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพ ควรอนุญาตให้ Who Who เป็นแอปพื้นฐาน หรือ Default Caller ของสมาร์ทโฟนเราค่ะ ตัวแอปก็จะบอกทันทีว่าเบอร์นี้เป็นเบอร์ที่ถูกรีพอร์ตไว้ว่าเป็นเบอร์ที่อันตราย ก่อความรำคาญ ที่สำคัญยังบอกแบบเรียลไทม์ เท่านี้เราก็เลือกรับสายได้อย่างสบายใจแล้ว

แต่ขอบอกข้อจำกัดของแอปนี้ก่อนนะคะ ว่าตัวแอปทำงานผ่านระบบอินเตอร์เน็ตค่ะ หากสมาร์ตโฟนของเราไม่ได้เชื่อมต่อ Wifi หรือ Data ไว้ ตัวแอปก็จะทำงานไม่ได้ค่ะ

นอกจากนี้ แอป Who Who ยังเพิ่มอรรถประโยชน์ทั้ง

  • โหมดประหยัดแบตเตอรี่ (Battery Saver)
  • โฟน บูสเตอร์ (Phone Booster) และ ที่เพิ่มความเร็วให้สมาร์ทโฟนของเรา
  • รวมถึง Decorate Theme ธีมสวย ๆ ให้เราได้ตกแต่งหน้าจออีกด้วยค่ะ 
  • สำหรับใครที่สนใจ สามารถดาวน์โหลดได้แล้วผ่าน Play Store ค่ะ ที่สำคัญ แอปนี้ ใช้งาน Free นะจ๊ะ

แค่โหลดแอป Who Who เราก็ใช้สมาร์ตโฟนได้อย่างสบายใจขึ้นแล้วนะคะ

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement

feature

Unblock the Enterprise ปลดล็อกลิมิตองค์กรด้วย Blockchain!!

Published

on

Unblock The Enterprise คือ งานสัมมนาอันเป็นการการร่วมมือกันของหน่วยงานให้คำปรึกษาสนับสนุนแก่องค์กร นักลงทุนและ Startup ชื่อดังทั้ง 3 อย่าง Blackbox Labs, Durian Corp และ AECS ในหัวข้อสำคัญที่ทั่วโลกให้ความสนใจถึง Blockchain ที่จริง ๆ มันไม่ได้ใช้แค่ในวงการการเงินด้วยการยกกรณีศึกษามากมายที่ใช้จริงจากนานาประเทศ อาทิ การช่วยเหลือในการแพทย์, โลจิสติกส์, ด้านพลังงาน, การศึกษา ไปจนถึงภาครัฐ เป็นต้น

เพราะในปี 2016 ที่ผ่านมา บริษัทที่เด่นชัดด้านเทคโนโลยีทั้งหลายได้เติบโตขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเจน (Apple, Microsoft, Amazon, Facebook ฯลฯ) ตีตื้นหรือนำเหนือบริษัทที่เคยถูกเรียกว่าเป็น Immortal Business หรือบริษัทที่มิอาจโค่นลงไปได้อย่าง Total, Shell, KSC ฯลฯ

ทำให้ในตอนนี้ ก็ได้เริ่มมีหลากหลายบริษัทได้นำ Blockchain ดัดแปลงเข้าไปยังธุรกิจของพวกเขาเพราะโครงสร้างของเทคโนโลยีดังกล่าวมีศักยภาพหลายอย่าง ได้แก่

  • หน่วยงานสถาบันการเงิน : สามารถช่วยในการบันทึกข้อมูลของประกันในบริษัทต่างๆ ที่มีความปลอดภัยสูง (เพราะต้องใช้อัลกอริทึ่มเฉพาะในการเข้าถึง), การทำธุรกรรมโดยไม่ต้องใช้คนกลาง, บันทึกสถิติและข้อมูลของหุ้น, มีขั้นตอนในการเข้าถึงตรวจสอบข้อมูลที่ปลอดภัย และสามารถทำธุรกรรมได้ในระดับสากล
  • ภาคเอกชน : สื่อสามารถนำเสนอข้อมูลที่น่าเชื่อถือและมีที่มาอย่างชัดเจน, ช่วยให้วัฎจักรในการเสาะหาวัสดุของแต่ละบริษัทมีความขัดข้อง/ติดขัดในกระบวนการลดลง, จัดการด้านข้อมูลให้กับอสังหาริมทรัพย์, เก็บข้อมูลให้บริษัทพลังงาน, ศูนย์สุขภาพ, ร้านค้าปลีก, หน่วยงานด้านกฎหมาย ฯลฯ
  • ภาครัฐ : เก็บคะแนนเสียงให้ไม่สามารถแทรกแซงหรือปรับเปลี่ยนข้อมูลได้, สามาถตรวจสอบประวัติของผู้สมัครได้ ฯลฯ
  • การทำงานร่วมกันของอุตสาหกรรมต่าง ๆ : ความปลอดภัยทางไซเบอร์, ช่วยเหลือด้านการเก็บข้อมูลของบุคคลในองค์กร ฯลฯ

ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลแล้วข้อดีของ Blockchain คือสามารถตรวจสอบได้ , เข้าถึงข้อมูลเพื่อปรับปรุงแก้ไขได้ในทันที , ไม่ต้องเสียเวลากับคนกลาง และลดค่าใช้จ่ายในจำนวนมากได้

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

feature

หมดปัญหาเครื่องใช้ไฟฟ้าพังเพราะไฟตก ไฟเกิน ไฟกระชาก!! ด้วย AVS

Published

on

เอาละสิคะ!! เมื่ออยู่ ๆ ทีวีลูกรักดันมางอแงซะนี่ เป็นอะไร ไม่เอานะลูก ทำใจดี ๆ ยังผ่อนไม่ทันหมดเลย ไม่อยากยกเข้าศูนย์ตอนนี้!! แล้วจะทำไงดีล่ะคะ วันนี้ beartai จึงขอเสนอเครื่องป้องกันเครื่องใช้ไฟฟ้าพังเพราะไฟตก ไฟเกิน ไฟกระชาก ก็ได้เจ้า AVS หรือ Automatic Voltage Stabilizer นั่นเองจ้าาา!!

หรือจะเรียกว่า AVR – Automatic Voltage Regulators ก็ได้ค่ะ ซึ่งหน้าที่ของ AVS ก็ทำงานตามชื่อของมันเลย คือช่วยปรับความดันไฟฟ้าให้นิ่งอัตโนมัติ จะไฟเกิน ไฟตก หรือไฟกระชากก็จะปรับให้นิ่ง AVS นั้นไม่มีแบตเตอรี่ภายใน เพราะฉะนั้นมันไม่ได้ป้องกันไฟดับได้เหมือน UPS น้า ถ้าไฟดับ อุปกรณ์ที่ต่อ AVS อยู่ก็ดับไปด้วย แต่หม้อแปลงลูกใหญ่มาก ซึ่ง Zircon KB-series ตัวนี้เป็นหม้อแปลงเทอรอยด์ด้วย ซึ่งทนทานกว่าหม้อแปลงทั่วไป ซึ่งพอหม้อแปลงภายในเครื่องเป็นลูกใหญ่ AVS จึงสามารถจัดการความดันได้ช่วงกว้างกว่า และมีความละเอียดในการปรับความดันมากกว่า UPS

เจ้า AVS ของเราแสดงระดับความดันขาเข้าที่ลดลง แต่เครื่องก็พยายามตรึงความดันขาออกให้อยู่นิ่ง ซึ่งก็ตรวจสอบได้จากมิเตอร์ไฟที่เสียบออกจาก AVS ว่าความดันไฟฟ้าค่อนข้างนิ่ง ส่วนพัดลมที่เราต่อตรงจาก Variac จะเห็นว่าค่อย ๆ หมุนช้าลงจากความดันไฟฟ้าที่ลดลง

ซึ่งเมื่อเราลดความดันไปเรื่อย ๆ จนถึงประมาณ 160 Volt ระดับความดันขาออกจะเริ่มลดลง แต่ปกติแล้วไฟฟ้าในระดับ 200 – 240 Volt นั้นยังอยู่ในเกณฑ์ไฟปกติของการไฟฟ้าอยู่ ซึ่งอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ส่วนใหญ่จะยังทำงานได้ไม่มีปัญหา

แต่เจ้าพัดลมที่ตรงต่อกับ Variac เริ่มมีปัญหาแล้วเมื่อไฟตกมาก ๆ คือพัดลมจะไม่ได้หมุนช้าลงอย่างเดียว แต่ตัวมอเตอร์นั้นจะร้อนขึ้นมาก เพราะมันพยายามดึงกระแสไฟฟ้ามากขึ้นเมื่อแรงดันไฟฟ้าลดลง ซึ่งนี่ก็เป็นหนึ่งในต้นเหตุของไฟไหม้บ้านค่ะ เมื่ออุปกรณ์ที่เป็นมอเตอร์ต่าง ๆ ต้องทำงานเมื่อไฟตก มันจะร้อนจนอาจลุกไหม้ได้ เพราะฉะนั้นห้ามลืมปิดพัดลม ปิดมอเตอร์ก่อนออกจากบ้านด้วยจ้า

สรุปให้ฟังเลยว่า AVS เครื่องปรับระดับแรงดันไฟอัตโนมัตินั้นเหมาะกับการใช้งานแบบไหน

  1. เมื่อคุณไม่อยากให้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ราคาแพงต้องมาด่วนจากไป เครื่อง Zircon KB-Series นี่แค่ 2-3 พันเอง ถูกกว่าค่าซ่อมอุปกรณ์เยอะ
  2. AVS เหมาะจะใช้กับอุปกรณ์ที่ไฟดับก็ไม่เป็นไร เช่น ทีวี โฮมเธียร์เตอร์ เครื่องซักผ้า ตู้เย็น ตู้แช่ เครื่องชงกาแฟ ตู้สาขาโทรศัพท์ เครื่องดนตรีไฟฟ้า และอื่น ๆ อีกมากมาย
  3. AVS มันไม่ได้ป้องกันไฟดับนะ ถ้าไฟดับ อุปกรณ์ที่ต่อกับ AVS ก็ดับไปด้วย เพราะงั้นถ้าคุณจะเอาไปต่อคอมพิวเตอร์ ต่อฮาร์ดดิสก์ เราก็แนะนำให้ใช้ UPS อยู่
  4. และจุดเด่นของ AVS ที่เหนือว่า UPS  คือตัว AVS มีขีดความสามารถในการป้องกันปัญหาทางด้านไฟฟ้า แบบมืออาชืพ

ปัญหาทางไฟฟ้าเช่น ไฟกระชาก ไฟตก ไฟเกิน สัญญานรบกวนต่าง ๆ ที่มาตามระบบสายไฟฟ้าทั่วไปหรือตามโรงงานอุตสาหกรรม จะทำหน้าที่ได้ดีและมีประสิทธิภาพ เสถียรภาพมากกว่า UPS ชนิด Line Interactive ที่มีขายทั่วไปตามท้องตลาด

นอกจากนี้ยังมีเรื่องของความทนทาน ติดตั้งครั้งเดียวก็แทบจะไม่ต้องดูแลมันอีกเลย เพราะมันไม่มีแบตเตอรี่ต้องคอยเปลี่ยน ใช้ไปเรื่อย ๆ เป็นสิบปี และเรื่องราคาที่ถูกกว่า UPS เป็นเท่าตัว เช่นรุ่นที่รองรับไฟ 2000 VA ที่รับไฟได้ 10-12 A เท่ากัน UPS ราคาจะอยู่ในช่วง 6000-8000 บาท แต่ AVS ของ Zircon ขายราวๆ 3,000 บาทเท่านั้น และจะถูกกว่านี้หากเป็นรุ่น 1000 VA ที่รองรับไฟ 5-7 A

ซึ่ง Zircon ก็มี AVS ให้เลือก 2 รุ่นหลัก ๆ คือ

  • รุ่น HDR ตัวเล็กหน่อย และ
  • Zircon KB-Series

ซึ่งทั้ง 2 รุ่นนี้สามารถบอกแรงดันไฟขาเข้า และขาออก พร้อมมีไฟรายงานสถานะเหมือนกัน และใช้ Microcontroller เพื่อควบคุมระดับแรงดันไฟอย่างละเอียดโดยอัตโนมัติ

และมีความสามารถที่น่าสนใจคือ Delay ค่ะ คือผู้ใช้สามารถกดปุ่มหน้าเครื่องเพื่อตั้งได้ว่า เมื่อไฟดับไปจะให้ AVS ดีเลย์การจ่ายไฟกลับมากี่วินาที เพื่อป้องกันปัญหาไฟกระชากตอนที่ไฟเพิ่งกลับมา ซึ่งอุปกรณ์ทั่วไปก็ใช้ 6 วินาทีก็พอ ส่วนถ้าเป็นอุปกรณ์ที่มี Compressor ก็แนะนำให้ใช้เป็น 180 วินาทีเพื่อให้ระบบน้ำยาภายในทำงานให้ครบลูปก่อนที่ไฟจะกลับมา

ใครสนใจจะหาเครื่องปรับแรงดันไฟอัตโนมัติของ Zircon มาใช้ ก็หาซื้อตามร้านอุปกรณ์ไอทีอย่าง Advice, Power Buy ร้านตัวแทนจำหน่ายของ Zircon ทั่วประเทศ หรือร้านออนไลน์ใน Lazada, Shopee จ้า

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

feature

ลองของ!! ใส่หน้ากากปลดล็อก #iPhone ทำได้ไหม!?

Published

on

เค้าว่า iPhone เพิ่มใบหน้าเพื่อปลดล็อกเวลาใส่หน้ากากได้!! #beartai เราพามาเทสกันให้เห็นไปเลยค่า…ว่าทำได้จริงไหม!?

หลังจากที่เว็บของ #beartai ได้เคยนำเสนอเรื่องฝุ่นพิษในบ้านเราไปแล้ว

วันนี้ #beartai จึงมาเทสกันให้เห็นไปเลย…ว่าทำได้จริงไหม ซึ่งขั้นตอนต่าง ๆ ก็นั้นก็ไม่ยากค่ะ ก็เข้าไปทำการตั้งค่าอย่างที่เรารู้กันดีอยู่แล้ว

แต่เมื่อถึงตอนที่เราสวมหน้ากากแล้วจะสแกนใบหน้าของเราเพื่อให้กล้องบันทึก กล้องกลับไม่จับหน้าของเรา นั่นหมายความว่าเมื่อมีสิ่งใดที่มาปกปิดใบหน้าของเราเอาไว้ การใช้งานโหมด Face ID เพื่อปลดล็อคตัวเครื่องนั้น ไม่ได้ผล จ้าาาา!!

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!