ฝ่ายขาย และการตลาด
085-848-2253[email protected]http://m.me/beartai
สมัครงาน/ฝึกงาน ติดต่อได้ที่
[email protected]
Read

Pfizer ขออนุญาต อ.ย. สหรัฐฯ ขยายการใช้วัคซีน COVID-19 กรณีฉุกเฉินในเด็กอายุ 12 – 15 ปี

Table of Content

วันศุกร์ที่ 9 เมษายน Pfizer ผู้ผลิตยาที่ได้รับอนุญาตจำหน่ายวัคซีนป้องกันโควิด – 19 รายแรกในสหรัฐฯ เมื่อเดือนธันวาคมเผยว่าได้ยื่นขออนุญาต อ.ย. สหรัฐฯ (FDA) ขยายการใช้วัคซีนป้องกันโควิด -19 กรณีฉุกเฉินในวัยรุ่นอายุระหว่าง 12 – 15 ปี หลังจากที่บริษัทได้เผยแพร่ข้อมูลการทดลองทางคลินิกว่าวัคซีนมีประสิทธิภาพป้องกันการติดเชื้อในกลุ่มวัยรุ่นอายุ 12 – 15 ปีได้ 100%

การทดลองระยะที่ 3 ในวัยรุ่นอายุ 12 ถึง 15 ปีที่มีผู้เข้าร่วม 2,260 คน ซึ่งได้รับวัคซีนแทนยาหลอก 1,131 คน ผลที่ออกมาสามารถสร้างภูมิคุ้มกันหนึ่งเดือนหลังจากฉีดวัคซีนเข็มที่ 2 ได้ผลดีกว่าการวัคซีนในคนกลุ่มอายุ 16 ถึง 25 ปี

ขณะนี้สหรัฐอเมริกามีผู้ติดเชื้อโควิด – 19 เป็นอันดับหนึ่งของโลกที่ 31,802,772 คน มีผู้เสียชีวิต 574,84 คน จึงต้องพยายามหยุดการสูญเสียชีวิตของประชาชนโดยการเร่งฉีดวัคซีนเฉลี่ยประมาณ 3 ล้านเข็มต่อวัน และล่าสุด โจ ไบเดน ประธานาธิบดีของสหรัฐฯ ประกาศว่าประชาชนกลุ่มผู้ใหญ่ (18 ปีขึ้นไป) ทุกคนจะได้ฉีดวัคซีนป้องกันโควิด – 19 ในวันที่ 19 เมษายนนี้

Pfizer เป็นผู้ผลิตวัคซีนรายเดียวที่ได้รับอนุญาตให้ฉีดในเด็กอายุ 16 – 17 ปี ดังนั้นหากได้รับอนุมัติให้ฉีดกับวัยรุ่นอายุ 12 ถึง 15 ปีได้ด้วยก็จะช่วยให้สหรัฐฯ สามารถหยุดการติดเชื้อและการสูญเสียชีวิตของชาวอเมริกันได้มากยิ่งขึ้น

ที่มา : cnet

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

Highlight

เปิดสาเหตุน้ำมันเกลี้ยงปั๊ม ส่อวุ่นคนกักตุน ด้านรัฐเร่งออกมาตรการ คาดมีใช้สำรองถึง 101 วัน

18/03/2026
Read More

COMMART GAMEFORCE 2026 กระแสแรง กวาดยอดขายตามเป้า

18/03/2026
Read More

เปิดโผรายชื่อวิทยากรและเซสชันที่น่าสนใจในงานสัมมนา “กรุงเทพธุรกิจ AI Revolution SHIFT 2026”

18/03/2026
Read More

เปิดตัว OPPO Find N6 จอพับไร้รอย ค่าตัว 79,999 บาท ฟีเจอร์ AI จัดเต็ม แถมปากกา OPPO AI Pen ให้มาด้วย

18/03/2026
Read More

ก้าวใหม่สาธารณสุขไทย ! สธ. ผนึก ทรู คอร์ปอเรชั่น ดัน “หมอพร้อม” สู่ Super App

18/03/2026
Read More

NVIDIA เปิดตัว DLSS 5 เพิ่มประสิทธิภาพกราฟิกด้วย AI แต่กระแสตีกลับหนักหน่วง !

18/03/2026
Read More

Related Content