ฝ่ายขาย และการตลาด
085-848-2253[email protected]http://m.me/beartai
สมัครงาน/ฝึกงาน ติดต่อได้ที่
[email protected]
Read

ทำความรู้จัก No Buy 2025 เทรนด์ใหม่สุดฮิตบน TikTok “หยุดชอปปิง เริ่มออม”

Table of Content

หลังจากผ่านช่วงเทศกาลที่เต็มไปด้วยการจับจ่ายใช้สอย ไม่ว่าจะเป็นช่วงแบล็กฟรายเดย์ หรือจะเป็นวันหยุดยาวคริสต์มาสถึงปีใหม่ หลายคนคงจะหมดกำลังทรัพย์ไปไม่มากก็น้อย

ส่งผลให้เปิดต้นปีใหม่มามีเทรนด์ใหม่ No Buy 2025 กำลังเป็นที่นิยมบนแพลตฟอร์มโซเชียลต่าง ๆ โดยเฉพาะบน TikTok ที่เหล่าครีเอเตอร์แชร์ประสบการณ์การงดซื้อของที่ไม่จำเป็น เพื่อประหยัดเงินและปรับพฤติกรรมการใช้จ่าย

สรุปง่าย ๆ แนวคิด No Buy 2025 นี้เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมกำหนดกฎการใช้จ่ายของตัวเอง เช่น งดซื้อเสื้อผ้า เครื่องสำอาง และของตกแต่งบ้าน ขณะเดียวกันก็ยังคงให้ความสำคัญกับการจ่ายเงินสำหรับสิ่งที่จำเป็น เช่น ค่าอาหาร ค่าเช่า และค่ารักษาพยาบาล

หนึ่งในผู้ร่วมเทรนด์นี้คือ เอลิเซีย เบอร์แมน (Elysia Berman) บอกกับผู้ติดตามใน TikTok ของเธอว่า ก่อนหน้าที่จะเข้าร่วมเทรนด์นี้เธอเคยประสบปัญหาทางการเงินมาก่อน เธอจึงเริ่มงดซื้อของในปี 2024 เพื่อลดหนี้และปรับพฤติกรรมการชอปปิง

ดังนั้น ในปี 2025 เธอเลือกต่อยอดความสำเร็จเดิมด้วยการตั้งกฎเข้มงวดขึ้น แบ่งงบประมาณค่าใช้จ่ายชัดเจน เช่น การอนุญาตให้ซื้ออาหารนอกบ้านเพียงเดือนละครั้ง เป็นต้น

https://www.tiktok.com/@elysiaberman/video/7445835685476699438?is_from_webapp=1&sender_device=pc&web_id=7325773885680911874

สำหรับเรเบกก้า โซว์เดน เธอออกมาแชร์ประสบการณ์ No Buy 2025 บนโซเชียล ช่วยสร้างความรับผิดชอบและทำให้เธอสามารถรักษากฎการงดซื้อได้ โดยเธอแนะนำให้เริ่มจากการตั้งเป้าหมายที่ชัดเจนและสมเหตุสมผล

ตัวอย่างกฎเหล็ก No Buy 2025 ของเรเบกก้า โซว์เดน

  1. ไม่ซื้อเสื้อผ้าใหม่ ไม่ว่ากรณีใด ๆ
  2. ไม่ซื้อรองเท้าใหม่ ยกเว้นเมื่อคู่ที่มีอยู่สึกจนจำเป็นต้องเปลี่ยน
  3. ไม่ซื้อเครื่องสำอางหรือผลิตภัณฑ์ดูแลผิวใหม่ ยกเว้นได้รับคำแนะนำจากแพทย์ผิวหนังส่วนตัว
  4. ไม่ใช้บัตรเครดิตสำหรับการใช้จ่ายประจำวัน โดยจะใช้เงินสดจากแอปฯ โมบายแบงก์กิงแทน
  5. ค่าอาหาร สัปดาห์ละ 85 เหรียญ (ประมาณ 3,000 บาท) สำหรับอาหารทุกชนิด
  6. กำหนดงบประมาณการเดินทางสัปดาห์ละ 65 เหรียญ (ประมาณ 2,300 บาท) ครอบคลุมค่าน้ำมันรถยนต์ส่วนตัวหรือค่าเดินทางสาธารณะ
  7. ตั้งงบสำหรับการใช้จ่ายส่วนตัว 50 เหรียญต่อสัปดาห์ (ประมาณ 1,700 บาท) เรียกว่า กองทุนชอปปิง
  8. หากใช้จ่ายเกินงบในส่วนอาหารหรือการเดินทาง “กองทุนชอปปิง” จะถูกนำมาใช้เป็นเงินสำรอง
  9. หากไม่มีเงินเหลือในกองทุนชอปปิง จะต้องงดซื้อหรือขอยืมเงินจากผู้อื่น

อย่างไรก็ตาม เทรนด์นี้ไม่ได้เข้มงวดสำหรับทุกคน หลายคนเลือกใช้แนวทาง “Low Buy” ที่ลดค่าใช้จ่ายบางอย่างแทนการงดซื้อทั้งหมด เช่น จำกัดการซื้อเสื้อผ้าแต่ยังคงเปิดพื้นที่ให้กับความสุขเล็ก ๆ เช่น การดูหนังและดอกไม้สด ก็ถือเป็นก้าวสำคัญสู่ความสำเร็จในการบริหารการเงินส่วนตัว

พิสูจน์อักษร : รัชนี สังข์แก้ว

Highlight

วิธีลงประชาพิจารณ์ประกันสังคม ก่อนเดดไลน์ 14 กุมภาพันธ์นี้

27/01/2026
Read More

กลับมาอีกครั้ง The 2nd BT Awards: The Impact Makers จากความล้ำหน้าสู่ความยั่งยืน

27/01/2026
Read More

ย้อนรอยมาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก และการแฮกข้อมูลจากฮาร์วาร์ด สู่คำถาม : ความเป็นส่วนตัวคือราคาที่เราต้องจ่าย ?

27/01/2026
Read More

สำรวจโพลก่อนเลือกตั้ง 2569 “ประชาชน-เพื่อไทย-ภูมิใจไทย” ใครจะนั่งเก้าอี้นายก ?

27/01/2026
Read More

Cambridge สร้างสายรัด AI ช่วยผู้ป่วยภาวะพูดไม่ชัดให้กลับมาสื่อสารได้

27/01/2026
Read More

TrueVisions NOW รู้ใจคนไทย เปิดปี 2026 อย่างยิ่งใหญ่ งัดคอนเทนต์ออริจินัลมากกว่า 30 เรื่อง พร้อมดูให้ตาแฉะกว่า 2,500 คอนเทนต์ไทย-เทศ

27/01/2026
Read More

Related Content