ศึกแดงเดือด ในถ้วยเอฟเอคัพ รอบ 8 ทีมสุดท้าย เป็นการโคจรมาพบกันของ “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ที่จะเปิดสนามโอแทฟฟอร์ด ต้อนรับการเยือนของ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ที่มาด้วยฟอร์มที่ร้อนแรงที่เพิ่งถล่มเอาชนะสปาร์ต้าปรากไป 6-1 พร้อมกับยังรั้งรองจ่าฝูงในพรีเมียร์ลีก ส่วนทางเจ้าบ้านแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดในนัดล่าสุดก็สามารถเอาชนะ เอฟเวอร์ตันไปได้ 2-0 แต่ฟอร์มโดยรวมอาจจะยังไม่สม่ำเสมอ แต่นี่คือศึกที่ไม่มีใครยอมกันอะไรก็เกิดขึ้น อีกทั้งการมาถึงในรอบ 8 ทีมสุดท้าย ทุกทีมต้องการที่ผ่านเข้ารอบก็ต้องการคว้าแชมป์ด้วยกันทั้งนั้น

อ้างอิง: https://www.thisisanfield.com/2024/03/man-united-vs-liverpool-10-key-things-to-know-for-fa-cup-quarter-final/

ฟอร์มการเล่นของทั้ง 2 ทีม และ สถิติที่น่าสนใจ

แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด 5 นัดหลังสุด ชนะ 3 แพ้ 2

  • ชนะ เอฟเวอร์ตัน 2-0 (พรีเมียร์ลีก)
  • แพ้  แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 3-1 (พรีเมียร์ลีก)
  • ชนะ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์  0 – 1 (เอฟเอ คัพ)
  • แพ้  ฟูแล่ม 1 – 2  (พรีเมียร์ลีก)
  • ชนะ เซาแธมป์ตัน 3-2 (เอฟเอ คัพ)

ลิเวอร์พูล 5 นัดหลังสุด ชนะ 4 เสมอ 1

  •  ชนะ สปาร์ต้าปราก 6-1 (ยูโรป้าลีก)
  • เสมอ แมนเชสเตอร์ซิตี้ 1-1 (พรีเมียร์ลีก)
  • ชนะ สปาร์ต้าปราก 1-5 (ยูโรป้าลีก)
  • ชนะ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ 0-1 (พรีเมียร์ลีก)
  • ชนะ เซาแธมป์ตัน 3-2 (เอฟเอ คัพ)

สถิติที่น่าสนใจ 

  • ลิเวอร์พูลไม่แพ้ใครมาแล้ว 9 เกม โดยชนะ 8 เกม เสมอ 1 เกม
  • สถิติการเจอกันในถ้วยเอฟเอ คัพ 18 ครั้ง แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ชนะ 10 เสมอ 4 และลิเวอร์พูลชนะ 4 นัด

ความพร้อมเรื่องตัวผู้เล่นของทั้ง 2 ทีม

ลิเวอร์พูล

ผู้เล่นบาดเจ็บ: โฌแอล มาติป, ดิโอโก โจต้า,เทรนต์, อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, อลิสซอน เบ็คเกอร์, ไรอันกราเวนเบิร์ช, สเตฟาน เบจเซติช, เคอร์ติส โจนส์, ติอาโก้ อัลคันตาร่า,อิบราฮิมา โกนาเต้

แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด

ผู้เล่นบาดเจ็บ: ลุค ชอว์, ลิซานโดร มาร์ติเนซ, อองโตนี่ มาร์กซิยาล, ไทเรลล์ มาลาเซีย โอมาริ ฟอร์สัน

ผู้เล่นรอตรวจสภาพร่างกาย: เมสัน เมาท์

ผู้เล่นที่หายจากอาการบาดเจ็บ: แฮร์รี่ แม็กไกวร์, อารอน วาน บิสซาก้า, ราสมุส ฮอยลุนด์

สถิติ 5 นัดหลังสุดที่พบกัน

อ้างอิง: fotmob.com

แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดชนะ 2 เกม ลิเวอร์พูลชนะ 2 เกมและเสมอกัน 1 เกม

17/12/2023 ลิเวอร์พูล 0-0 แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด (พรีเมียร์ลีก)

05/03/2023 ลิเวอร์พูล 7-0 แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด (พรีเมียร์ลีก)

23/08/2022 แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด 2-1 ลิเวอร์พูล (พรีเมียร์ลีก)

12/07/2022   แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด 4-0 ลิเวอร์พูล (อุ่นเครื่อง)

20/04/2022 ลิเวอร์พูล 4-0  แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด (พรีเมียร์ลีก)

11 ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

ฝั่งลิเวอร์พูล ระบบ 4-3-3

ผู้รักษาประตู: ควีวิน เคลเลเฮอร์

กองหลัง:คอเนอร์ แบรดลี่ย์, เฟอร์จิล ฟานไดค์, จาเรลล์ ควอนซาห์, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน 

กองกลาง:วาตารุ เอ็นโด, โดมินิค โซบอสซ์ไล, อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์

กองหน้า:โมฮาเหม็ด ซาลาห์, ดาร์วิน นูนเญซ, หลุยส์ ดิอาส

ฝั่งแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ระบบ 4-2-3-1

ผู้รักษาประตู: อังเดร โอนาน่า

กองหลัง: ดิโอโก้ ดาโลต์, ราฟาแอล วาราน, แฮร์รี่ แม็กไกวร์, วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ

กองกลาง: คาเซมิโร่, ค็อบบี้ ไมนู, บรูโน่ แฟร์นันเดส, อเลฮานโดร การ์นาโช่, มาร์คัส แรชฟอร์ด

กองหน้า: ราสมุส ฮอยลุนด์ 

ผู้ตัดสินในเกมนี้

อ้างอิง: https://www.theguardian.com/football/2023/feb/13/premier-league-officials-meeting-var-errors-howard-webb-arsenal-brighton

ผู้ตัดสินที่ 1 เป็น จอห์น บรู๊ค และผู้ตัดสิน VAR เป็น แอนโทนี่ เทย์เลอร์

วิเคราะห์และฟันธงสกอร์

ในเกมพรีเมียร์ลีกนัดแรกที่เจอกันเล่นที่แอนฟิลด์ ผลจบไปที่ 0-0 ถึงแม้ลิเวอร์พูลจะรูปเกมดีกว่าแต่แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดก็สามารถยันไว้ได้ 

ถ้าพูดถึงเกมแดงเดือดอะไรก็เกิดขึ้นได้ เป็นนัดที่ถ้าว่าด้วยฟอร์มการเล่นลิเวอร์พูลจะดูดีกว่า 

รูปเกมน่าจะเป็นฝั่งลิเวอร์พูลที่ครองเกมเข้าใส่เหมือนในนัดแรกที่เจอกัน ก็ต้องมาดูแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดที่เล่นในบ้านจะเลือกวิธีการเล่นแบบไหน ถ้าเลือกที่จะบุกแลกก็มีโอกาสที่โดนลิเวอร์พูลยิงประตู แต่ถ้าเน้นเกมรับแบบเกมแรกก็มีโอกาสที่จะยันเสมอ แล้วไปลุ้นดวลจุดโทษได้ ถึงแม้แมนยูจะได้นักเตะตัวหลักกลับมาอย่างแฮร์รี่ แม็กไกวร์, อารอน วาน บิสซาก้า และ ราสมุส ฮอยลุนด์ พร้อมกับได้เปรียบเรื่องเสียงเชียร์ที่ได้เล่นในบ้าน แต่ด้วยฟอร์มที่ร้อนแรงของลิเวอร์พูลที่มีความสม่ำเสมอมากกว่า มีโอกาสที่จะเป็นฝั่งลิเวอร์พูลที่น่าจะเฉือนได้ ขอฟันธงว่าน่าจะเป็นฝั่งลิเวอร์พูลที่เก็บชัยและผ่านเข้ารอบไปได้

สกอร์ที่คาดว่าจบคือ แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด 1-2 ลิเวอร์พูล (วิเคราะห์โดย ณัฐพล กาญจนะคช)

สำหรับการแข่งขันในเกมนี้จะมี ในค่ำคืนวันที 17 มีนาคม 2024 เวลา 22.30น.ตามเวลาประเทศไทย  นี่เป็นศึกแดงเดือดครั้งที่2ในฤดูกาลนี้ ระหว่างลูกทีมของเจอร์เก้น คล็อปป์ และ เอริค เทนฮาก ศึกในครั้งนี้ทีมไหนจะเป็นฝ่ายคว้าชัย สามารถติดตามรับชมได้ที่ Truevisons now

อ้างอิง: Truevisions

Credit ข้อมูล: ณัฐพล กาญจนะคช