ฝ่ายขาย และการตลาด
085-848-2253[email protected]http://m.me/beartai
สมัครงาน/ฝึกงาน ติดต่อได้ที่
[email protected]
Read
| Trends

สี จิ้นผิง กับ โจ ไบเดน จะนัดพบกันที่ไหน? ไทยกับอินโดนีเซีย ใครมีภาษีดีกว่ากัน?

Tabel of Content

ผู้นำสองอภิมหาอำนาจสหรัฐอเมริกาและจีนจะพบกันที่อินโดนีเซียหรือไทยในเดือนพฤศจิกายนที่กำลังจะถึงนี้ ตอนนี้นักการทูตของไทยและอินโดนีเซียกำลังล็อบบีกันอย่างหนักเพื่อเสนอประเทศตนให้เป็นที่นัดพบประวัติศาสตร์ของประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาโจไบเดนกับประธานาธิบดีจีนสี จิ้นผิง ต่างฝ่ายต่างมีเหตุผลที่นำเสนอในเชิงบวก ปีนี้อินโดนีเซียเป็นประธาน G20 จึงมีภาษีมาก เพราะทั้งผู้นำสหรัฐอเมริกาและจีนต้องเข้าประชุมที่เกาะบาหลี วันที่ 14-15 พฤศจิกายน โอกาสที่ทั้งไบเดนกับสีจะพบกันก่อนย่อมมีมากกว่า

นอกจากนั้น ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย โจโก วีโดโด (หรือ โจโกวี) ยังเสนออินโดนีเซียเป็นสะพานแห่งสันติภาพและความมั่นคงให้กับโลกที่เต็มไปด้วยความวุ่นวาย หยิบประเด็นนี้ไปเยือนทั้งรัสเซียและยูเครน และได้พบผู้นำทั้งสองคู่อริพร้อมเรียกร้องให้ยุติสงครามโดยเร็ว เพื่อให้ยูเครนสามารถส่งออกพืชผลเกษตรกรรมได้ เพื่อลดวิกฤติการขาดอาหารที่เกิดขึ้นทั่วโลกโดยเฉพาะในแอฟริกา

อินโดนีเซียยังเป็นประเทศประชาธิปไตยใหญ่เป็นที่ 3 ของโลก เป็นชาติมุสลิมสายกลางที่กำลังมาแรงเพราะกำลังแข่งขันกับตุรเคีย (Turkiye) ในเวทีการเมืองระหว่างประเทศ ก่อนหน้านี้โจโกวีไม่สนใจการเมืองต่างประเทศเลย
แต่พอมาเป็นประธานาธิบดีสมัยที่ 2 ต้องการสร้างประวัติศาสตร์ให้กับตัวเองที่สามารถยกฐานะของอินโดนีเซียในเวทีการเมืองระหว่างประเทศ และยังสามารถเรียกร้องให้นักลงทุนต่างประเทศเข้ามาร่วมกันสร้างเมืองหลวงใหม่ที่เกาะบอร์เนียว

ส่วนไทยมีจุดขายมากพอสมควร เนื่องจากเป็นประธานเอเปค 2022 จะมีผู้นำเศรษฐกิจ 22 เขตของโลกมาประชุมที่กรุงเทพฯ ในวันที่ 18-19 พฤศจิกายนที่จะถึงนี้ ไทยยังมีความสัมพันธ์ดีมากกับทั้งสองประเทศนี้

4 ปีที่แล้วตอนที่อดีตประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ พบกับผู้นำเกาหลีสูงสุด คิม จ็อง-อึน ที่สิงค์โปร์ และครั้งที่ 2 ที่กรุงฮานอย ในเวียดนามนั้น ไทยก็มีชื่อติดเป็นตัวเลือกทั้งสองครั้งของประธานกรรมการที่จัดการเลือกสถานที่นัดพบ น่าเสียดายไทยพลาดไป ช่วงนั้นสภาพการเมืองไทยยังไม่เสถียรทำให้ภาพลักษณ์และความมั่นใจขาดไป

มาวันนี้ ไทยอยู่ในสถานการณ์ทั้งภายในและภายนอกที่มีเสถียรภาพดีกว่ามาก จึงมีโอกาสมากที่จะชักจูงให้ผู้เกี่ยวข้องในการจัดหาสถานที่ให้ไบเดนกับสี ตัดสินใจนัดพบในไทย

การจะเป็นเจ้าภาพของพบปะสุดยอดผู้นำแบบนี้ ต้องมีความพร้อมทั้งรัฐบาลและประชาชน เนื่องจากมีประเด็นรักษาความมั่นคงและค่าใช้จ่ายพิเศษที่เจ้าภาพต้องที่ต้องรับเป็นภาระ

ทั้งสิงคโปร์และเวียดนามใช้เงินหลายสิบล้านเหรียญสหรัฐฯ ในการจัดการประชุมทรัมป์และคิม ในปี 2017 และ 2018 ในกรณีที่มีการตัดสินใจมาประชุมที่กรุงเทพฯ ทางการไทยสามารถจัดหาสถานที่ได้อย่างง่ายดาย ทั้งในสถานที่ประชุมศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ซึ่งจะเป็นสถานที่เป็นจัดการประชุมใหญ่เอเปค หรือในสถานที่อื่น ๆ เช่น บ้านพิษณุโลกที่เคยใช้เป็นนัดพบผู้นำคนสำคัญที่แวะมาไทย มีความสะดวกต่อหน่วยความมั่นคงในการดูแล


ภาพ: South China Morning Post

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

Highlight

เจนเซน หวง ไม่หวั่นภาษีคนรวยแคลิฟอร์เนีย ลั่น “เก็บก็เก็บไป ผมโอเค”

08/01/2026
Read More

Clicks เปิดตัว Clicks Communicator ดีไซน์ BlackBerry ความจุจุก ๆ 2 TB ราคาแค่ 15,500 บาท

07/01/2026
Read More

3 แกดเจ็ต ‘ธรรมดาแต่เจ๋ง’ จากงาน CES 2026

07/01/2026
Read More

“บางกอกแอร์เวย์ส” ประกาศวิสัยทัศน์ใหม่ ! มุ่งสู่ธุรกิจการบินครบวงจรสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน เพื่อโลกและสังคม

07/01/2026
Read More

Intricuit ชิงเปิดตัว “Magic Screen” อุปกรณ์เสริม ที่ทำให้ MacBook เป็นจอสัมผัส ตัดหน้า Apple

07/01/2026
Read More

Hands-On Review & Exclusive Interview : Code Vein II การเดิมพันครั้งใหม่ด้วยการ “ข้ามเวลาสู่อดีต” เพื่อหลีกหนี “วันสิ้นโลก”

06/01/2026
Read More

Related Content