ฝ่ายขาย และการตลาด
085-848-2253[email protected]http://m.me/beartai
สมัครงาน/ฝึกงาน ติดต่อได้ที่
[email protected]
Read
France to spend $216 million to destroy 80 million gallons of surplus wine

รัฐบาลฝรั่งเศสทุ่มเงิน 7,500 ล้านบาท เทไวน์ทิ้ง 300 ล้านลิตร แก้ปัญหาสินค้าล้นตลาด

Table of Content

สื่อต่างประเทศรายงานว่า รัฐบาลฝรั่งเศสได้อนุมัติงบประมาณ 216 ล้านเหรียญ หรือประมาณ 7,500 ล้านบาท เพื่อทำลายไวน์กว่า 300 ล้านลิตร รวมถึงเยียวยาเกษตรกรไร่องุ่นและผู้ผลิตไวน์ เนื่องจากปัญหาสินค้าล้นตลาดและอัตราเงินเฟ้อสูง ซึ่งทำให้ผู้ประกอบการมีต้นทุนในการผลิตและจัดเก็บไวน์สูงขึ้นมาก

ปัญหาไวน์ล้นตลาดในฝรั่งเศสมีสาเหตุสำคัญมาจากพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป โดยในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ยอดขายไวน์แดงในฝรั่งเศสลดลง 32% เนื่องจากคนหนุ่มสาวหันมาบริโภคเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์มากขึ้น หรือหากยังดื่มอยู่ พวกเขาก็จะเลือกคราฟต์เบียร์มากกว่า

รายงานข่าวระบุว่า เกษตรกรไร่องุ่นและผู้ผลิตไวน์ของฝรั่งเศสต้องเผชิญกับต้นทุนในการผลิตไวน์ที่สูงมากในช่วง 2 ปีผ่านมา ทั้งอัตราเงินเฟ้อสูง และราคาปุ๋ยที่เพิ่มมากขึ้น เนื่องจากการทำสงครามระหว่างรัสเซียและยูเครน ซึ่งลุกลามไปกระทบการขนส่ง ทำให้การจัดส่งปุ๋ยและขวดบรรจุไวน์ล่าช้า นอกจากนี้ ปัญหาโลกร้อนก็ได้สร้างความยากลำบากให้กับเกษตรกรไร่องุ่นด้วยสภาพอากาศที่รุนแรงและคาดเดาไม่ได้

นายมาร์ก เฟสนูร์ (Marc Fesneau) รัฐมนตรีกระทรวงเกษตรฝรั่งเศส เปิดเผยว่า รัฐบาลไม่มีทางเลือกอื่นที่ดีกว่านี้แล้ว เนื่องจากปัญหาไวน์ล้นตลาดในอดีตที่ผ่านมา รัฐบาลเคยแก้ไขด้วยการนำไวน์ไปแปรรูป แต่ก็ไม่ประสบผลสำเร็จในการแก้ไขปัญหา ดังนั้น การจ่ายค่าจ้างให้เกษตรกรไร่องุ่นและผู้ผลิตไวน์ลดกำลังการผลิตลง น่าจะสอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปมากกว่า

โดยรัฐบาลฝรั่งเศสจะสนับสนุนให้เกษตรกรไร่องุ่นหันไปปลูกพืชชนิดอื่น ๆ แทน ในขณะที่ผู้ผลิตไวน์นั้น รัฐบาลแนะนำว่า ควรกลั่นแอลกอฮอล์จากไวน์ส่วนเกินให้เป็นแอลกอฮอล์บริสุทธิ์ เพื่อนำไปขายให้กับผู้ผลิตเครื่องสำอาง น้ำหอม และอุปกรณ์ทำความสะอาด ซึ่งจะทำให้ผู้ผลิตไวน์มีแหล่งรายได้ใหม่ นอกเหนือจากการผลิตไวน์เพียงอย่างเดียว

ความท้าทายที่อุตสาหกรรมไวน์ฝรั่งเศสกำลังเผชิญนี้ ไม่แตกต่างจากสหรัฐอเมริกามากนัก เนื่องจากสาเหตุเดียวกันคือพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป โดยข้อมูลของ Silicon Valley Bank เมื่อช่วงต้นปี 2023 พบว่า มีเพียงชาวอเมริกันที่อายุเกิน 60 ปีขึ้นไปเท่านั้นที่ดื่มไวน์มากขึ้น ในขณะที่ 35% ของผู้ที่มีอายุระหว่าง 21 – 29 ปี แม้จะดื่มแอลกอฮอล์ แต่พวกเขาก็ตอบว่าไม่ดื่มไวน์

ที่มา : New York Post

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

Highlight

แชต Claude โผล่บน Google ไม่ใช่ข้อมูลรั่ว แต่เป็นลิงก์ Share สาธารณะที่ถูกค้นเจอได้

27/07/2026
Read More

ถ้าคนทั้งโลกหันมากินอาหารเพื่อสุขภาพ อาจช่วยลดโลกร้อนได้มากกว่าที่คิด

27/07/2026
Read More

Medical Bias คืออะไร ? เมื่ออคติอาจกระทบการรักษา

27/07/2026
Read More

ทำไมคนดังถึงขายของแพง แต่คนก็ยังยอมซื้อ ?

27/07/2026
Read More

เมื่อปัญหาสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ในอนาคตมนุษย์จะอยู่อย่างไร ?

27/07/2026
Read More

หมดยุค WordPress ? เมื่อโลกกำลังหันไปหา No-Code

27/07/2026
Read More

Related Content