หลังจากที่ เดวิด ซาสลาฟ (David Zaslav) ซีอีโอของ ‘วอร์เนอร์ บราเธอส์ ดิสคัฟเวอรี’ (Warner Bros. Discovery) ได้เข้ามายกเครื่องใหม่ให้กับ Warner Bros. หากได้ตามข่าวก็จะพอทราบว่า ซาสลาฟได้เริ่มเดินเครื่องปรับกลยุทธ์และทิศทางของแต่ละธุรกิจในบริษัทอย่างขมักเขม้น ตั้งแต่การสั่งปิดแพลตฟอร์มสตรีมมิงที่แจ้งเกิดไม่สำเร็จอย่าง CNN+ รวมทั้งการปรับแนวทางของภาพยนตร์และสื่อต่าง ๆ ที่จะลงในแพลตฟอร์ม HBO Max และการปรับแผนภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโรในเครือ ‘ดีซี ฟิล์ม’ (DC Films) ให้มีความเป็นเอกภาพมากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ ณ ตอนนี้

Wizarding World
เดวิด ซาสลาฟ (David Zaslav) ซีอีโอ Warner Bros. Discovery

และไม่ต้องแปลกใจว่า ซาสลาฟ ในฐานะซีอีโอ จึงกำลังเร่งรัดจัดการล้างเครื่องธุรกิจของ Warner Bros. Discovery เป็นการใหญ่ ตั้งแต่การจัดการแบ่งหน่วยธุรกิจให้ชัดเจน ลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น และนั่นก็นำไปสู่การ ‘ทำหมัน’ โปรเจกต์ภาพยนตร์ที่ไม่น่าจะประสบความสำเร็จ และไม่น่าจะช่วยส่งเสริมความยิ่งใหญ่ให้กับบริษัทในฐานะสตูดิโอภาพยนตร์ระดับโลก แม้โปรเจกต์นั้นจะเสร็จสิ้นไปแล้ว และลงทุนไปมากเท่าไรก็ตาม

ล่าสุด เว็บไซต์ New York Post ได้ลงข่าวช็อกเป็นการยืนยันว่า โปรเจกต์ภาพยนตร์อัศวินรัตติกาลหญิง ‘แบทเกิร์ล’ (Batgirl) อีกโปรเจกต์ใหญ่ของ DC ที่แฟน ๆ หลายคนรอคอย และอยากเห็น ไมเคิล คีตัน (Michael Keaton) แบทแมนยุค 90’s กลับมารับบทคลาสสิกเป็นครั้งแรกน่าจะต้องผิดหวัง เพราะล่าสุด ซาสลาฟ ได้สั่งระงับ หรือ ‘ทำหมัน’ โครงการนี้แบบไม่มีกำหนดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

DC Batgirl
ไมเคิล คีตัน (Michael Keaton)

ตามรายงานระบุว่า ตัวหนังจะไม่มีการนำไปเข้าโปรแกรมฉายในโรงภาพยนตร์ และไม่มีการนำไปลงฉายในสตรีมมิง HBO Max หรือในสื่อใด ๆ อย่างถาวร แหล่งข่าวกล่าวว่า ภาพยนตร์เรื่องนี้ใช้งบประมาณในการถ่ายทำประมาณ 70-75 ล้านเหรียญ แต่ด้วยสาเหตุหลายประการ ทำให้ต้องมีการเพิ่มงบเพื่อถ่ายซ่อมด้วย ทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้ใช้งบประมาณเบ็ดเสร็จที่ประมาณ 90-100 ล้านเหรียญ

DC Batgirl
เดวิด ซาสลาฟ (David Zaslav) ซีอีโอ Warner Bros. Discovery

ส่วนตัวหนังนั้นเสร็จสิ้นทุกกระบวนการเรียบร้อยแล้ว และอยู่ในระหว่างการทำ Screen Test หรือฉายรอบทดลองเป็นการภายใน ซึ่งในตอนแรก Warner Bros. ตั้งใจว่าจะนำหนังเรื่องนี้ลงฉายใน HBO Max แต่ในระหว่าง Screen Test ทีมงานที่ได้ชมต่างก็รู้สึกว่า ตัวหนังนั้นเล็กเกินไป และไม่มีความเป็นบล็อกบัสเตอร์มากพอที่จะฉายในโรงภาพยนตร์ เพื่อสะท้อนภาพลักษณ์ของสตูดิโอที่เน้นการสร้างหนังระดับบล็อกบัสเตอร์ฟอร์มใหญ่

หากจะนำ Batgirl กลับไปฉายในโรง ก็ต้องเพิ่มงบประมาณจากเดิมเพื่อทำทำหนังให้เหมาะสมกับการฉายในโรง รวมทั้งอัดงบการตลาดเพิ่มเติมเข้าไปอีกอย่างน้อย 30 – 50 ล้านเหรียญ ทำให้ทีมงานอาจมองว่าไม่คุ้มเสี่ยงที่จะลงทุน และนั่นก็อาจจะสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของซาสลาฟที่ต้องการ ‘ล้าง’ จักรวาล DC ที่เคยกระจัดกระจายก่อนหน้านี้ให้มีความเป็นเอกภาพให้มากขึ้นไปด้วย

DC Batgirl
เลสลี เกรซ (Leslie Grace) รับบทเป็น Batgirl

ครั้นจะนำเอาหนังไปฉายลงสตรีมมิง HBO Max ก็ออกจะผิดกับนโยบายของซาสลาฟที่ตั้งเป้าหมายว่า ต่อไปนี้จะหันมาเน้นหนัก และเพิ่มสัดส่วนปริมาณการผลิตภาพยนตร์ เพื่อรองรับการฉายในโรงภาพยนตร์ให้มากกว่าเดิม ก่อนที่จะนำนำไปฉายบนสตรีมมิง HBO Max ในภายหลัง

หากว่าสตูดิโอจะยืนกราน เอาลงสตรีมมิงตามแผนเดิม แหล่งข่าวที่เผยกับ Variety ได้ชี้ว่า สตูดิโอก็อาจจะยุ่งยากในการจัดการเรื่องภาษี หรือหากจะตัดใจขายขาดลงสตรีมมิงเจ้าอื่น ก็อาจจะทำให้ภาพลักษณ์ของแบรนด์ดูไม่ Exclusive ไปเสียเปล่า ๆ สตูดิโอเลยมองว่า ยอมตัดใจทิ้งหนังเรื่องนี้ไป (เหมือนยอมเสียแขนเพื่อรักษาชีวิต) ไปเลยน่าจะคุ้มทุนในระยะยาวมากกว่า

โฆษกของ Warner Bros. Pictures ได้แถลงการณ์ในกรณีนี้ว่า “การตัดสินใจระงับโปรเจกต์ Batgirl สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงกลยุทธ์ของเราต่อจักรวาล DC และ HBO Max เลสลี เกรซ เป็นนักแสดงที่มีความสามารถอย่างน่าทึ่ง และการตัดสินใจในครั้งนี้ไม่ได้สะท้อนถึงผลงานของเธอ เราอยากขอบคุณทีมสร้างภาพยนตร์และนักแสดงที่เกี่ยวข้อง และเราหวังว่าจะได้ร่วมงานกับทุกคนอีกครั้งในอนาคตอันใกล้”

DC Batgirl
Batgirl

โปรเจกต์ Batgirl เป็นโปรเจกต์ภาพยนตร์ภายใต้จักรวาล DCEU (DC Extended Universe) DC Films ที่มีการพัฒนามาตั้งแต่ปี 2017 โดยมี เจสัน คิลาร์ (Jason Kilar) แอน ซาร์นอฟฟ์ (Ann Sarnoff) ผู้บริหารของ WarnerMedia ในเวลานั้นกุมบังเหียน ตามนโยบายของทั้งคู่ที่ต้องการจะผลิตและฉายภาพยนตร์ในโรง และฉายบนสตรีมมิง HBO Max แบบคู่ขนานเพื่อหวังจะขยายฐานสมาชิก

นั่นจึงเป็นเหตุให้ผู้กำกับหลาย ๆ คนไม่พอใจกับนโยบายนี้ และเป็นต้นเหตุให้ คริสโตเฟอร์ โนแลน (Christopher Nolan) ประกาศตัดขาดกับ Warner Bros. สตูดิโอคู่บุญ และยกให้ ยูนิเวอร์แซล พิกเจอร์ส (Universal Pictures) เป็นผู้จัดจำหน่ายภาพยนตร์เรื่องล่าสุดอย่าง ‘Oppenheimer’ แทน ซึ่งซาสลาฟได้เข้ามายุบเลิกนโยบายนี้ และหันกลับไปโฟกัสภาพยนตร์เพื่อฉายโรงเป็นอันดับแรก (เสมือนเป็นการส่งสัญญาณ ‘ง้อ’ แบบกลาย ๆ )

โปรเจกต์ Batgirl แต่เดิมมี จอสส์ วีดอน (Joss Whedon) มารับหน้าที่กำกับ แต่แล้วก็ถอนตัวออกไป ก่อนที่จะได้ อาดิล เอล อาร์บี (Adil El Arbi) และ บิลาล ฟาลลาห์ (Bilall Fallah) คู่หูผู้กำกับจากภาพยนตร์ ‘Bad Boys for Life’ (2020) มารับหน้าที่แทน และได้นักแสดงสาว เลสลี เกรซ (Leslie Grace) มารับบท บาร์บารา กอร์ดอน (Barbara Gordon) ลูกสาวของสารวัตร จิม กอร์ดอน (Jim Gordon) ที่มีอีกด้านในการเป็นอัศวินรัตติกาล (ซึ่งล่าสุดเจ้าตัวลบภาพ Batgirl ออกจาก Instagram ส่วนตัวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว)

การทำหมันโปรเจกต์ Batgirl นี้ ถือว่าเป็นไปตามการดำเนินงานตามนโยบายของผู้บริหาร หลังจากที่ก่อนหน้านี้ วอร์เนอร์ บราเธอร์ส พิกเจอร์ส (Warner Bros. Pictures) ได้สั่งทำหมันโปรเจกต์ที่ไม่มีศักยภาพในการสร้างรายได้ในระดับบล็อกบัสเตอร์ไปแล้วหลายเรื่อง ด้วยเหตุผลที่คล้ายคลึงกัน ตั้งแต่การระงับโปรเจกต์ ‘Wonder Twins’ ภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโรคู่แฝดลิขสิทธิ์ของ ฮันนา-บาร์บารา (Hanna-Barbera) เวอร์ชันคนแสดงของ HBO Max ที่ใช้ทุนสร้าง 75 ล้านเหรียญเท่ากัน และโปรเจกต์ ‘Scoob!: Holiday Haunt’ หนังแอนิเมชันภาคต่อของ ‘Scoob!’ (2020)

DC Batgirl
Wonder Twins

สอดคล้องกับช่วงก่อนหน้านี้ในงาน San Diego Comic-Con ที่แฟน ๆ DC เองก็เริ่มเอะใจว่า ทำไมปีนี้ DC ไม่ได้เปิดไตเติลหัวใหม่ ๆ ออกมาเลย ไม่เหมือนฝั่ง Marvel ที่เปิดไตเติลใหม่ออกมาแบบบึ้ม ๆ จะมีก็เพียงแค่การเผยกำหนดวันฉายไตเติล และตัวอย่างภาพยนตร์ที่เปิดตัวแล้ว ทั้ง ‘Black Adam’ และ ‘Shazam!: Fury of the Gods’ ที่มีกำหนดฉายปลายปีนี้เท่านั้นเอง

ณ ตอนนี้ก็ยังเดาไม่ได้ว่า ผลจากการล้างเครื่องบริษัท ล้างจักรวาล DC ของซีอีโอคนใหม่ จะทำให้โปรเจกต์หนังเรื่องไหนโดนหางเลขไปอีก เพราะนับต่อจากนี้ไป หนังที่สร้างเสร็จแล้ว ก็อาจไม่ได้เป็นตัวการันตีว่าจะได้ฉายแน่นอนเหมือนเมื่อก่อนเสมอไป ตราบใดที่ตัวหนังนั้นดูท่าจะไม่มีศักยภาพในการทำเงินมากเพียงพอ


ที่มา : New York Post, The Wrap, Colider, Variety, Variety

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส