สัมภาษณ์ ‘น้าติ่ง’ กับการเดินทางผ่านเสียง กว่าจะเป็นนักพากย์เสียงไทย ‘สุดติ่ง’

หากพูดถึง ‘นักแสดงเก่ง ๆ’ เรามักจะจดจำพวกเขาได้จากหน้าตา หรือฝีมือการแสดงบทบาทต่าง ๆ แต่ในอีกมุมหนึ่งของวงการบันเทิง ยังมีอาชีพ ‘นักพากย์เสียง’ ที่คอยสร้างอรรถรสให้คนดู ยามเมื่อพวกเขาอยากจะละสายตาจากซับไตเติล วันนี้ beartai BUZZ ขอพาไปเปิดชีวิตและการเดินทางผ่าน ‘เสียง’ ของสุดยอดนักพากย์ไทย น้าติ่ง-สุภาพ ไชยวิสุทธิกุล ผู้เคยให้เสียงพากย์ตัวละครชั้นนำมากมาย อาทิ วิน ดีเซล (Vin Diesel), แดเนียล เครก (Daniel Craig) และ เหลียงเฉาเหว่ย (Tony Leung) วันนี้น้าติ่งจะมาเล่าถึงจุดเริ่มต้นการเป็นนักพากย์ เบื้องหลังการใส่มุกพากย์สุดฮาในหนังดังเรื่องต่าง ๆ รวมถึงบทเรียนชีวิตตลอด 40 ปี ในฐานะนักพากย์อาชีพของเขา

จุดเริ่มต้นการเป็นนักพากย์

น้าติ่ง: บ้านผมอยู่หน้าโรงหนัง ทีนี้ด้วยความที่ว่าสมัยเด็ก ๆ ชอบดูหนัง ก็จะขอเกาะผู้ใหญ่เข้าไปดูฟรี จนกระทั่งพอโตขึ้นมาอยากจะดูหนังฟรีบ่อย ๆ ก็เลยไปขอเขากวาดโรงหนังตีสนิทกับเจ้าของโรง จากกวาดโรงหนังก็ขยับไปเป็นคนฉายหนัง แล้วเมื่อก่อนหนังหนึ่งเรื่องจะมีนักพากย์หิ้วหนังมาด้วย ในกระเป๋าหนังมันจะมีบทพากย์อยู่สองเล่มสําหรับผู้ชายเล่มหนึ่ง ผู้หญิงเล่มหนึ่ง โรงชนบทเขาจะใช้นักพากย์แค่คนเดียวจะเป็นนักพากย์ผู้ชายที่พากย์หมดเลย ทั้งพระเอก นางเอก พ่อแม่ เราก็เอาบทพากย์มาเปิดไล่อ่านตาม หลายเรื่องเข้าชักอยากลอง ก็เลยเอาหนังหนึ่งม้วนมาใส่ตั้งเทปอัดเสียงแล้วนั่งพากย์เอง พอพากย์เสร็จก็กรอหนังกลับ มาเริ่มต้นฉายใหม่แล้ววิ่งลงไปนั่งดู พอดูไปก็นึกเข้าข้างตัวเอง “เราก็ทําได้นี่หว่า” เราน่าจะทําได้นะ

จำหนังเรื่องแรกที่พากย์เป็นอาชีพได้ไหม

น้าติ่ง: ตอนนั้นผมไปกับเพื่อน ไปสมัครพากย์หนังที่จังหวัดนครสวรรค์ ถ้าจําไม่ผิดนะ ‘ศึกพญานกอินทรี’ เป็นหนังจีน ผมก็นั่งอ่านบทจากท่ารถนครสวรรค์ไปจนถึงอำเภอไพศาลี นั่งอ่านไป 6-7 รอบ คิดว่า “เฮ่ย ทําได้ เราต้องทําได้” พอหนังจะฉายเพลงมาร์ชขึ้น ใจเต้นตึก “ตายแน่เลยงานนี้ กูตายแน่” ขอให้ฝนตกเถอะ อย่าได้ฉายเลย ไม่อยากพากย์แล้ว กลัว ผมก็ตื่นเต้นเสียงสั่นออกมาเห็นได้ชัดเลย

ฟีดแบ็กของคนดูกลุ่มแรกตอนนั้นเป็นอย่างไร

น้าติ่ง: คนดูก็โห่ “ไอ้รวยแม่งหนังสนุกมากเลย พากย์หมาไม่แดกเลย เอาตังค์กูคืนมา” ตอนนั้นห้องพากย์ก็ไม่มีผมก็นั่งเหงื่อแตก กลัวก็กลัว เจ้าของโรงบอกตอนนี้ม้วนอะไร ผมก็บอกม้วน 3 งั้นมึงใส่ม้วนสุดท้ายเลย ม้วนสุดท้ายหนังสู้กัน ไม่ต้องพากย์ ไปพากย์ตอนจบอย่างเดียว พอหนังจบก็เจอพวกขาใหญ่จิ๊กโก๋ “หนังสนุกมากแต่พากย์หมาไม่แดกเลย เตะนักพากย์ดีไหม?” เราก็เป็นเด็กก็เกาะเจ้าของโรง เขาไปไหน เราไปด้วย กลับไปก็จะมีใบแบ่งเงิน แบ่งมาได้ร้อยกว่าบาท เขาก็เขียนไปในใบแบ่งว่า “อย่าส่งไอ้คนนี้มาอีกนะ พอแค่นี้ ไอ้คนนี้ไม่เอาแล้ว”

กลัวแต่สู้ไม่ถอย

น้าติ่ง: คือใจมันมุ่งมั่นแล้ว ผมมีใจรักที่จะพากย์หนังแล้ว โดนด่านะกลัว เสียใจไหม เสียใจนะ แต่ก็จะพัฒนา เราใฝ่ฝันอยากจะเป็นนักพากย์ประจําโรง ก็เลยเดินสายจนกระทั่งแกร่งกล้าพอที่จะพากย์ประจําโรง วันหนึ่งหนังเสียงในฟิล์มเยอะ หนังพากย์ก็ไม่ค่อยมีก็เลยเข้ากรุงเทพฯ ก็ยังมาพากย์เสียงลงแถว ๆ ชานเมือง ได้อยู่ประมาณ 2 ปี แล้วก็ได้มาพากย์ทีวี ได้มาพากย์หนังใหญ่กับทีมอินทรี ทีมเสียงเอก แล้วก็มาเป็นฟรีแลนซ์จนทุกวันนี้

เคล็ดลับการลงเสียง พากย์อย่างไรให้หนังสนุกขึ้น

น้าติ่ง: หนังพากย์เนี่ย การที่จะทําให้คนดูติดทีมได้ หนังต้องสนุก ต้องหามุกมาใส่ในหนัง มุกที่ใส่ในหนังก็จะต้องเป็นมุกที่เป็นวลีฮิต เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในยุคนั้น แล้วเอามาสอดแทรกใส่เข้าไปในหนัง ให้มันเข้ากับเนื้อหาของหนัง ก็พยายามใส่มุกตลกกัน ทํายังไงถึงพากย์ตลก เมื่อก่อนจะใช้นักพากย์มานั่งพร้อมกันหมดเลย ก็ปล่อยหนังมาแล้วก็นั่งซ้อมกัน คุณมีมุกตลกตรงนี้คุณใส่ ผมเห็นแก๊กตรงนี้ขํา ผมก็ใส่ไป ก็แก้มุกกันไป บางมุกที่มันแรงไป มันไปกระทบคนอื่น เฮ่ยไม่เอามุกนี้ตัดออกเปลี่ยนเป็นมุกอื่น ก็จะช่วยกันคิดมันก็เลยเกิดเป็นมุกตลกที่ทําให้หนังสนุกขึ้น

รู้สึกยังไงกับคอมเมนต์ที่ว่า เราชอบพากย์แหกบท

น้าติ่ง: ตอนนั้นพวกเราก็พากย์หนังเนี่ย ก็เพื่อต้องการให้คนดูสนุก ถามว่ารู้สึกยังไงที่โดนด่าว่าแหกบทก็ รู้สึกเสียใจนะ แต่โดยจุดประสงค์ของเจ้าของงาน อยากให้หนังสนุกเราก็ต้องใส่ตรงนี้เข้าไป จริง ๆ แล้วพากย์ตามบทเนี่ยโคตรสบาย บทมายังไงก็พากย์ไปอย่างนั้น สบายจะตาย ไม่ต้องมานั่งคิดให้ปวดหัว ไม่ต้องมากลั่นกรอง มุกนี้คนจะรับได้ไหม มุกนี้คนจะชอบไหม แรก ๆ ก็เสียใจนะ หลัง ๆ นี่ชิน คือมีทั้งคนชอบและไม่ชอบเป็นธรรมดา ผมพากย์ตั้งแต่ปี 2522 เริ่มเดินสาย เข้ามากรุงเทพฯ ปี 2528 บวกลบก็น่าจะ 40 ปี

ตัวละครที่พากย์ยากที่สุด

น้าติ่ง: หนังตลกจะพากย์ยาก ตัวตลกเนี่ยจะพากย์ยาก ที่ยากเพราะว่าจะต้องพากย์ให้ลงจังหวะ แล้วต้องพูดให้ได้ใจความของคําพูดในหนังให้ครบ เพราะฉะนั้นจึงพากย์หลายเทค 4-5 เทค เพื่อให้ลงจังหวะนั้น แล้วก็ให้มันฮาพอดีตรงนั้นด้วย ตรงนั้นคือสิ่งที่ยาก

คือเมื่อก่อนเราเห็นหน้าตัวแสดงปุ๊บ เราดีไซน์เลย เราอยากจะให้มันเป็นตัวไหน อย่างหน้ามันโหด เสียงมันโหด แต่มันตลก แล้วก็พากย์ให้มัน “เฮ่ยทําไมทําอย่างงี้วะ” ทั้ง ๆ ที่หน้ามันโหด

อันนี้เราดีไซน์เสียงขึ้นมาเอง เพราะคนดูเมื่อก่อนไม่มีโอกาสได้ฟังซาวด์แทร็ก สิ่งที่จะทําให้คนดูขํา ก็คือเราจะหาคํามาใส่ที่มันไม่แตกต่างจากเนื้อเรื่อง

ชอบที่สุด พากย์ตัวโกงสบายไม่ต้องไปเก๊ก ถ่อย ๆ ไปเลย เสียงมายังไง กระแทกไปเลย คือเสียงเลวใครก็ทําได้ พระเอกนี่ต้องมานั่งพูด เพราะ ๆ นิ่ม ๆ ค่อย ๆ ต้องมีอารมณ์ออดอ้อน โกรธยังไงไม่ให้คนร้ายรู้ว่าเราโกรธ ตัวที่พากย์ง่ายไอ้ตัวประกอบเดินไปเดินมาตามตลาดเนี่ย นึกจะเล่นอะไรก็เล่นไป ไอ้พวกขายของเนี่ย อันนั้นง่ายคือไม่ฟิกซ์ นึกอะไรออกก็เล่นไป

ตัวละครที่ชอบพากย์ที่สุด

น้าติ่ง: ตัวละครที่ชอบก็จะมีพระเอก ‘Real Steel’ ฮิว แจ็กแมน (Hugh Jackman), คริส ทัคเกอร์ (Chris Tucker) อันนี้เหนื่อยแต่ก็ชอบ เจมส์ บอนด์ อันนี้ก็พากย์สบาย ๆ อย่างของ แดเนียล เครก เขาเป็นพระเอกไม่หล่อ ไม่ต้องเก๊กเลย ก็พูดธรรมดา หนังฝรั่งเนี่ยเขาจะพูดในลําคอเบา ๆ ไม่มีกระโชกโฮกฮาก เขาจะร้ายแบบผู้ดี เราก็พากย์ไปบทตาม บทเขานิ่ม เราก็นิ่มตามเขา

เป้าหมายของ ‘น้าติ่ง’ วันนี้

น้าติ่ง: พากย์มาทุกบทละ กะเทย โกง ดี ร้าย เลว เกย์ พากย์มาหมดแล้ว เป้าหมายผมก็ว่าผมอยู่แค่นี้แหละ ก็เป็นแค่นักพากย์นี่แหละ ไม่มีอะไรสูงไปกว่านี้แล้ว ผมก็ทําอย่างอื่นไม่เป็นแล้วนอกจากพากย์หนัง

เคยมีคนมาทักเพราะเสียงเราไหม

น้าติ่ง: มี เคยมีคนเอ๊ะ! พอพูดไปแล้วก็หันมามอง เคยมีเหตุการณ์จัง ๆ เลย ผมไปซื้อกาแฟในเซเว่น “เอสเพรสโซเย็นครับ: คนกําลังจ่ายตังค์ “เนี่ย เฮ้ยน้าติ่งเหรอ น้าติ่งจริงใช่ไหมครับเนี่ย” ผมก็ “ครับใช่ครับ” เขาพูดต่อว่า “หวัดดีครับน้า ขอถ่ายรูปหน่อยครับ” ผมเขิน เสียงผมเนี่ยมันหลอกใครไม่ได้แล้วอ่ะ คนมันจําเสียงได้

นักพากย์ที่ดีต้องเป็นอย่างไร

น้าติ่ง: นักพากย์ที่ดีก็คือต้องตรงเวลานัด นัดแล้วก็ต้องไม่ให้เขารอ รอเกินครึ่งชั่วโมงก็ไม่ไหวแล้ว เพราะว่าทีมงานมันต้องมีคนอัดเสียง ผู้กํากับแล้วก็คิวต่อจากเรา ถ้าคุณไปสายคุณก็ใช้เวลาทํางานไปกินเวลาคนอื่น นักพากย์ที่ดีก็ควรจะมีความรู้รอบตัว ต้องรู้สถานการณ์ต่าง ๆ ที่อยู่รอบข้างเป็นอย่างไร ต้องรู้เพื่อเอามาสอดแทรกในหนังได้ นักพากย์ที่ดีต้องอ่านหนังสือ อ่านหนังสือให้คล่อง ๆ คําควบกล้ำต้องชัดเจน

ถ้าเสียงคุณไม่ดี ไม่จำเป็นต้องพากย์เสียงพระเอกก็ได้ ตัวโกงก็มีให้คุณพากย์ ตัวประกอบก็มีให้คุณพากย์ คุณไม่ต้องไปใฝ่ฝันว่าคุณจะต้องพากย์พระเอก ไม่! ถ้าคุณมีใจรักนะ ความรักมันจะพาคุณไปเอง มันจะพาคุณไปถึงจุดสําเร็จเอง ถ้าคุณมีความอดทนพอ

ฝากผลงานหน่อย

น้าติ่ง: ผมพากย์เป็น โอซามุ ชิตาระ เป็นหัวหน้าข้าราชบริพารของปราสาททาเคชิ จะเป็นคนที่จัดนักรบไปสู้กับผู้เข้าแข่งกันที่ถูกเรียกว่าเป็นผู้กล้า แล้วก็จะจิกกัดผู้เข้าแข่งขัน จะจิกกัดแม้กระทั่งเจ้าของประสาททาเคชิ แล้วก็เป็นโอกาสที่เราจะใส่มุกตลกเข้าไป แต่มุกตลกต่าง ๆ เนี่ยจะต้องผ่านการเห็นชอบจากทางญี่ปุ่นแล้ว ขอฝากรายการ ‘โหด มัน ฮา’ เวอร์ชันใหม่ด้วยนะครับ สามารถรับชมได้แล้ววันนี้บน Prime Video ครับ

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส