Connect with us

What The Fact

“ใครวะ โมราเลส?” แฟน ๆ The Walking Dead มาคลายสงสัยตรงนี้เลย

Published

on

“ใครวะ โมราเลส?” เชื่อว่าหลายคนต่างก็ต้องเปรยคำถามนี้กับฉากจบของ The Walking Dead Season 8 ตอนที่ 2 “The Damned กับบุรุษที่ไม่คุ้นหน้ากำลังจ่อปืนไปที่ริค ระหว่างที่ริคบุกโจมตีฐานจานดาวเทียมของเซเวียร์ เขาประกาศตนเป็นศัตรูอย่างเห็นได้ชัด  พลันริคก็จำเขาได้ และเอ่ยชื่อ “โมราเลส”  ริคยังถามว่าเขาคือหนึ่งในกลุ่มผู้รอดชีวิตในแอตแลนต้าใช่หรือไม่ ช่วยให้แฟน ๆ ที่ติดตามมาตั้งแต่ซีซัน 1 พอจะคลับคล้ายคลับคลาขึ้นมาบ้าง เรามารื้อฟื้นความทรงจำไปพร้อม ๆ กัน ว่านายโมราเลสนี่เป็นใคร แล้วกลับมาทำไม

  • โมราเลส    : ไม่ทราบชื่อต้น
  • รับบทโดย : ฮวน กาเบรียล ปาเรจา
  • วัย              : 30 ปลาย ๆ ถึงต้น 40
  • ครอบครัว  : มิแรนดา โมราเลส (เมีย) อีไลซา (ลูกสาว) หลยุส์ (ลูกชาย)
  • เชื้อชาติ    : ลาติน-อเมริกัน

“โมราเลส” เคยปรากฏตัวมาแล้วในซีซันที่ 1 หลังจากที่ริคฟื้นในโรงพยาบาล ได้รับความช่วยเหลือจากเกล็น และได้มาเข้ากลุ่มผู้รอดชีวิต จนริคได้รับเลือกให้เป็นผู้นำกลุ่มในขณะนั้น ที่ประกอบด้วย ลอรี (เมียริค) , คาร์ล , แดรีล , เกล็น , แครอล , เชน , เดล , ที-ด็อก และ จาควี ทั้งหมดตั้งใจว่าจะมุ่งหน้าไป ศูนย์ควบคุมโรคในแอตแลนต้า โมราเลส และ ครอบครัวของเขาที่มีเมีย และลูกอีก 2 คน ตัดสินใจขอแยกทางจากลุ่มของริคเพื่อมุ่งหน้าไปเบอร์มิงแฮมเพื่อตามหาครอบครัวที่เหลือของเขา

ก่อนแยกกันริคยังมอบวิทยุติดต่อให้กับโมราเลสไว้ เผื่อว่าต้องการความช่วยเหลือ ซึ่งในนาทีที่แยกทางกันนั้นทั้งคู่ต่างก็มีไมตรีที่ดีต่อกัน ต่างกับสถานะที่หวนกลับมาเจอกันอีกครั้ง ในวันนี้ที่โมราเลสกลับมา เขาก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ที่น่ากลัวนัก วิเคราะห์จาก 4 ตอน ที่โมราเลสปรากฏตัวในซีซัน 1 นั้น เขาไม่ได้ฆ่ามนุษย์ให้ได้เห็น แต่ฆ่าวอล์คเกอร์บางตัวที่พุ่งเข้ามาหาเขา น่าบังเอิญที่อาวุธคู่มือของโมราเลสคือไม้เบสบอล ซึ่งวันนี้โมราเลสกลายมาเป็นสมาชิกของกลุ่มเซเวียร์ภายใต้การนำของนีแกนผู้ถนัดการใช้ไม้เบสบอลเช่นกัน

ฮวน ปาเรจา ผู้รับบทโมราเลส รู้สึกดีใจมากกับการที่ได้กลับมาแสดง The Walking Dead อีกครั้ง เขาโพสต์ภาพตัวเองขณะออกกำลังกายฟิตซ้อมในการกลับมารับบท และภาพของเขาจากซีซัน 1 ที่ใช้ไม้เบสบอลทุบหัวซอมบี้ พร้อมกับติด แฮชแท็ก #moraleslives ก็ไม่ทราบว่าจะมีสักกี่คนที่จะจำบทโมราเลสของเขาได้ เพราะมันไม่ใช่บทที่มีอะไรให้จดจำเลยสักนิด การกลับมาของโมราเลสจึงสร้างความ”สับสน”ให้กับแฟน ๆ ซีรีส์เสียมากกว่าจะ “ตื่นเต้น”

มีการวิเคราะห์การกลับมาของโมราเลส กันหลายแนวทาง อย่างหนึ่งคือ การที่ฮวน ขยันโพสต์ภาพติดแฮชแท็ก #moraleslives นั้นอาจจะเป็นการกระตุ้นผสมเรียกร้องให้ผู้อำนวยการสร้างเห็นความตั้งใจของเขาและดึงบทของเขากลับมาและสุดท้ายเป็นผลสำเร็จ อีกทฤษฎีหนึ่งคือเขาอาจจะเป็นตัวละครจาก The Walking Dead ที่ไปโผล่ใน The Fear Of Walking Dead ซีรีส์ภาคคู่ขนาน เพราะไม่นานนี้ทางผู้สร้างได้ประกาศว่าจะมีตัวละครมาทำหน้าที่เชื่อม 2 ซีรีส์นี้เข้าหากัน และสุดท้ายบทของโมราเลส ที่มาพร้อมกับฉากของทารกในรังของเซเวียร์ ผู้สร้างอาจจะค่อย ๆ เปิดให้เห็นภาพด้านมนุษยธรรมของกลุ่มเซเวียร์ ที่อาจจะส่งผลทางด้านดราม่าในฉากสำคัญที่จะเผชิญหน้ากับนีแกนอีกครั้ง ก็รอดูกันครับ ตอนที่ 3 ว่าโมราเลส จะมีบทบาทกับเรื่องราวในซีซัน 8 นี้เพียงใด จะเป็นภาระหนักให้กับกลุ่มของริค และโผล่มาอีกแค่แพร้บแล้วก็โดนกำจัดไป

เกร็ดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ โมราเลส

  •  ฮวน กาเบรียล ปาเรจา เคยร่วมแสดงในหนัง “The Mist” ที่เขียนบทและกำกับโดย แฟรงค์ ดาราบอนต์ ผู้ร่วมสร้าง The Walking Dead นี้เช่นกัน และบทที่ ฮวน แสดงใน The Mist ก็ชื่อว่า “โมราเลส”
  • การกลับมาของโมราเลส ทำให้เขาเป็นตัวละครที่สร้างสถิติใหม่ให้กับซีรีส์ The Walking Dead ในฐานะตัวละครที่ห่างหายไปนานที่สุด 6 ซีซัน หรือ 95 ตอน
  • โมราเลส กลายมาเป็น 1 ใน 6 ตัวละครที่ยังมีชีวิตรอดมาจากซีซัน 1 จากทั้งหมด 33 คน 6 คนที่ยังรอดชีวิตนั้นคือ ริค ไกรมส์ , คาร์ล ไกรมส์ , แดรีล ดิกซัน , มอร์แกน โจนส์ , แครอล เพเลเทียร์ และ โมราเลส คือรายล่าสุด

แสดงความคิดเห็น

What The Fact

[รีวิว]The First Purge : มาถึงภาค 4 ยังไม่หมดมุก

จบไตรภาคไปแล้ว กับหนังสยองขวัญที่ว่าด้วยเทศกาลคืนอำมหิตที่เกิดขึ้นทุกปีในโลกอนาคตอันใกล้ ให้ชาวอเมริกันออกมาปล้น ฆ่า ข่มขืน กันโดยถูกกฏหมายในระยะเวลา 12 ชั่วโมง The Purge เป็นแฟรนไชส์หนังสยองขวัญน้อยเรื่องที่ประสบความสำเร็จมาได้ถึงเพียงนี้ จากทุนสร้างเพียงน้อยนิด แล้วรายได้ทุกภาคกลับมากขึ้น มากขึ้น แม้กระทั่ง The First Purge ที่เป็นภาคที่ 4 ของแฟรนไชส์นี้ ที่ออกฉายในอเมริกาไปตั้งแต่เดือนที่แล้ว ก็ทำรายได้แซงหน้าทุกภาคไปแล้วถึง 127 ล้านเหรียญ และยังไม่ลาโรงด้วย รวม 4 ภาคหนังทำเงินไปถึง 447 ล้านเหรียญ เดือนหน้านี้หนังก็แตกแขนงไปเป็นทีวีซีรีส์อีกด้วย The First Purge ก็เปรียบได้กับภาคแยกเช่นกัน เพราะกลับมาเล่าเหตุการณ์คืนล้างบาปในปีแรก กับตัวละครชุดใหม่ทั้งหมด ผู้กำกับใหม่ แต่บทยังคงเป็นฝีมือของ เจมส์ เดอโมนาโค ผู้ให้กำเนินแฟรนไชส์นี้เช่นเดิม

Published

on

สนับสนุนเนื้อหาโดย

จบไตรภาคไปแล้ว กับหนังสยองขวัญที่ว่าด้วยเทศกาลคืนอำมหิตที่เกิดขึ้นทุกปีในโลกอนาคตอันใกล้ ให้ชาวอเมริกันออกมาปล้น ฆ่า ข่มขืน กันโดยถูกกฏหมายในระยะเวลา 12 ชั่วโมง The Purge เป็นแฟรนไชส์หนังสยองขวัญน้อยเรื่องที่ประสบความสำเร็จมาได้ถึงเพียงนี้ จากทุนสร้างเพียงน้อยนิด แล้วรายได้ทุกภาคกลับมากขึ้น มากขึ้น แม้กระทั่ง The First Purge ที่เป็นภาคที่ 4 ของแฟรนไชส์นี้ ที่ออกฉายในอเมริกาไปตั้งแต่เดือนที่แล้ว ก็ทำรายได้แซงหน้าทุกภาคไปแล้วถึง 127 ล้านเหรียญ และยังไม่ลาโรงด้วย รวม 4 ภาคหนังทำเงินไปถึง 447 ล้านเหรียญ เดือนหน้านี้หนังก็แตกแขนงไปเป็นทีวีซีรีส์อีกด้วย The First Purge ก็เปรียบได้กับภาคแยกเช่นกัน เพราะกลับมาเล่าเหตุการณ์คืนล้างบาปในปีแรก กับตัวละครชุดใหม่ทั้งหมด ผู้กำกับใหม่ แต่บทยังคงเป็นฝีมือของ เจมส์ เดอโมนาโค ผู้ให้กำเนินแฟรนไชส์นี้เช่นเดิม

The First Purge ทำหน้าที่ในฐานะผู้เริ่มต้นซีรีส์ใหม่ในจักรวาล The Purge หนังย้อนกลับไปเล่าเหตุการณ์ในคืนล้างบาปปีแรก ที่จำกัดพื้นที่แค่บริเวณเกาะเสตทเท็น เพื่อเป็นโปรเจ็กต์นำร่อง ก่อนที่จะขยายครอบคลุมทั้งประเทศในปีถัดมา หนังเริ่มต้นเรื่องในช่วงใกล้ ๆ จะถึงคืนล้างบาป ลากยาวไปจนถึงนาทีสุดท้ายของคืนอำมหิตนี้ เมื่อเริ่มต้นใหม่ก็ต้องมีการแนะนำตัวละครชุดใหม่ทั้งหมดทั้งทางฝั่งประชาชนและทางฝั่งรัฐบาล

ตัวละครหลักของเรื่องคือ ดิมิทรี่ หัวหน้าแก๊งค้ายาที่มาในมาดสุดเท่ และนางเอกคือ ไนย่า อดีตแฟนของดิมิทรี่ ที่ยังคงมีเยื่อใยอันดีต่อกันแต่เธอบอกลาดิมิทรี่เพราะไม่พอใจกับโลกด้านมืดของเขา และอิไซย่าห์ น้องชายวัยรุ่นของไนย่า ที่อยู่ในวัยห้าวและกำลังเดินเข้าสู่วงการค้ายา ส่วนฝั่งของรัฐบาลที่ถูกวางตำแหน่งให้เป็นตัวร้ายของเรื่อง จะมีหนึ่งเดียวคือ อาร์โล ซาเบียน หัวหน้าคณะผู้ควบคุมดูแลโปรเจ็กต์คืนล้างบาปครั้งแรกนี้ และเขาก็ทำงานประกบคู่กับ ดร.อัปเดล ผู้คิดค้นทฤษฏีคืนล้างบาปนี้ขึ้นมา บทนี้รับบทโดย มาริสา โทเม ที่มาในลุคที่แตกต่างจาก “ป้าเมย์” ที่หลาย ๆ คนหลงรักจาก Spiderman มาก และเป็นดารามีชื่อเสียงคนเดียวในเรื่องนี้ เพราะทีมงานมั่นใจว่าชื่อ The Purge สามารถเรียกคนดูได้โดยไม่ต้องจ้างดาราค่าตัวแพงมาดึงคนดู

เจมส์ เดอโมนาโค ผู้ให้กำเนิดแฟรนไชส์ The Purge และเป็นผู้กำกับไตรภาคแรก ลดหน้าที่ตัวเองเหลือแค่เขียนบทในภาคนี้แล้วส่งไม้ต่อให้กับ เจอราร์ด แม็คเมอร์เรย์ ผู้กำกับหน้าใหม่ บทของเจมส์ ถือว่าน่าชื่นชมครับที่เล่าเรื่องราวมาถึงภาคที่ 4 แต่ก็ยังไม่หมดมุก หากลเม็ดต่าง ๆ มาเสริมให้แต่ละภาคมีเรื่องราวที่น่าสนใจ อย่างภาคนี้ได้เปรียบตรงที่ว่า ไม่ต้องมีการปูความถึงความโหด โฉดของคืนอำมหิตนี้อีกแล้ว แต่ได้ความสนใจแฟนหนังที่เคยติดตามแฟรนไชส์นี้มาก่อน ให้มาลงลึกถึงเหตุการณ์ในคืนล้างบาปครั้งแรก ว่าเริ่มต้นขึ้นมาได้อย่างไร และสามารถขยายกลุ่มคนดูให้กว้างขึ้นได้ เพราะใครที่ไม่เคยดู The Purge มาก่อน ก็สามารถเริ่มต้นกับภาคนี้ได้ง่าย เพราะเรื่องราวไม่มีการโยงใยกับไตรภาคก่อนหน้าแต่อย่างใด

ไอเดียใหม่ที่เติมเข้ามาในภาคนี้ได้อย่างน่าสนใจคือการเล่าเรื่องราวแบบหนังสยองขวัญ โดยมีแบคกราวด์ของเรื่องเป็นเกมการเมืองที่สกปรก เราได้เห็นความร้ายกาจของ New Founding Fathers of America ในหนังตั้งชื่อไทยให้ว่า พรรคพัฒนาชาติใหม่ ที่เจาะจงเลือกเกาะเสตทเท็นเป็นเป้าหมายแรก เพราะเป็นแหล่งรวมของคนผิวสีที่มีฐานะยากจน ซึ่งเป็นเป้าหมายแรกของพรรคที่อยากกำจัดกลุ่มคนพวกนี้ออกจากสังคม ทางพรรคจึงใช้เงินในการดึงคนเหล่านี้ให้อยู่บนเกาะในคืนล้างบาป และถ้าออกไปร่วมกิจกรรมล้างบาปด้วยการอาละวาด เข่นฆ่าผู้คน ก็จะได้ค่าตอบแทนมากขึ้น โดยทางพรรคมีมอนิเตอร์ผ่านคอนแทคเลนส์ของแต่ละคนเพื่อติดตามการเคลื่อนไหว และเจ้าคอนแทคเลนส์เรืองแสงนี่ล่ะ ที่เป็นตัวเสริมความสยองให้กับหนัง เพราะมันเรืองแสงในที่มืด ยิ่งทำให้เหล่าคนกระหายเลือดที่ออกมาเพ่นพ่านในคืนล้างบาปนั้นดูเหมือนอสุรกาย

ตัวที่เป็นสีสันให้กับหนังอย่างมากคือ สเกเลเทอร์ หนุ่มผิวสีโรคจิต ใบหน้ามีแต่รอยแผลเป็น เวลาพูดแสยะยิ้ม น้ำลายฟูฟ่อง ดูเต็มไปด้วยความโรคจิตและบ้าเลือดมาก เมื่อใส่คอนแทคเลนส์เรืองแสงเข้าไปยิ่งทำให้ดูน่ากลัวสุด ๆ พอเริ่มต้นคืนล้างบาปยิ่งทำให้สเกเลเทอร์ เหมือนเด็กที่ได้ลงสนามเด็กเล่น กลายเป็นอสุรกายบ้าเลือดที่น่ากลัวสุดสำหรับภาคนี้ และยิ่งหนังปูเรื่องไว้ว่าสเกเลเทอร์มีความบาดหมางกับอิไซยาห์มาก่อนหน้าแล้ว ก็ทำให้การไล่ล่าระหว่างสเกเลเทอร์ กับอิไซย่าห์ เป็นอีกประเด็นที่น่าติดตามในหนังภาคนี้ แต่ด้วยเหตุที่ว่าหนังมีตัวละครมากหน้า และประเด็นให้พูดถึงมาก ทำให้บทของสเกเลเทอร์ถูกลืมหายไปในช่วงท้ายของหนัง

ทุกสถานการณ์ที่เจมส์ได้วางไว้ ก็ถูกบิดเกลียวให้ตึงเครียดได้มากขึ้นในทุก ๆ นาทีที่หนังเดินหน้าไป ก็เป็นจุดที่น่าชื่นชมในฝีมือการเขียนของเจมส์ เมื่อตัวละครหลักทั้งดิมิทรี่ อิไซย่าห์ และ ไนยา จากที่ต่างก็ดำเนินวิถีทางของตนเองในคืนอำมหิตแล้วก็มารวมกลุ่มกันในตอนท้าย ความตึงเครียดของหนังก็มาถึงจุดสูงสุดในไคลแมกซ์พอดี ถือว่าเป็นไคลแมกซ์ของหนังที่ทั้งมันส์ ทั้งลุ้น ทำออกมาได้สนุกมากเรื่องหนึ่ง

หนังมีองค์ประกอบที่เอาใจคนดูครบ ทั้งในด้านหนังสยองขวัญที่ก็ตอบสนองด้วยฉากโหด แทง กระซวก ปาดคอ หักคอกัน จ่อกบาลยิงกันเลือดกระฉูด นับว่าภาพรุนแรงตามแบบฉบับหนังโหด มีเซอร์ไพรส์เล็ก ๆ ท้ายเรื่องกับการเปิดเผยตัวตนของกลุ่มบุคคลลึกลับติดอาวุธหนักที่เข้ามาร่วมวงคืนล้างบาปนี้ด้วย แล้วกลุ่มนี้ก็ยกระดับเป็นตัวร้ายมากพิษสงของเรื่อง กลุ่มคนดูผู้ชายที่ชอบหนังแอ็คชั่นน่าจะมันส์สะใจกับฉากรบท้ายเรื่อง ที่จัดหนักทั้งปืนกลสาดกระสุนกันว่อน และระเบิดมือที่ประสิทธิภาพโคตรน่ากลัว ฉากที่ชอบมากคือฉากต่อสู้มือเปล่าของดิมิทรี่กับกลุ่มทหารลึกลับ 3 คน บนขั้นบันไดหนีไฟ ออกแบบท่าทางการต่อสู้ออกมาดูรุนแรงหนักหน่วงสมจริงมาก

หนังจบแบบค่อนไปทางแฮปปี้นะครับ สานต่อภาคต่อไปได้สบาย ๆ รายได้ 127 ล้าน จากทุนสร้างจุ๋มจิ๋มเพียง 13 ล้าน ก็เป็นหลักประกันแล้วว่าหนังประสบความสำเร็จเพียงใด มันคือหนังตลาดที่สร้างมาเอาใจตลาดนะครับแล้วก็ตอบสนองกลุ่มเป้าหมายได้ครบถ้วน อยากเห็นฉากโหดได้เห็น อยากมันส์ก็ได้มันส์ ฉากลุ้น สะดุ้งตุ้งแช่มีครบ ในเวลาพอเหมาะพอเจาะ 98 นาทีครับ

 

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

What The Fact

แฟน ๆ BNK48 บรรเลงเพลงฤดูใหม่ คลิปไหนโดนใจบ้างมาชมกัน!

Published

on

ยังคงไปได้สวยสำหรับ BNK48 รุ่นที่ 2 ที่ถึงแม้จะยังใหม่แต่ก็ยังคงรุกคืบเข้ากระชับพื้นที่หัวใจแฟน ๆ อย่างต่อเนื่องด้วยการแสดงฝีมือทั้งในการแสดงในเธียเตอร์ ไลฟ์ตู้ปลา รายการโทรทัศน์ และที่สำคัญคือ MV เพลง Tsugi no Season ฤดูใหม่ ที่สาว ๆ ปล่อยพลังความน่ารักออกมาถึงขีดสุด (อ่านบทความเกี่ยวกับ MV เพลงนี้ได้ที่นี่ครับ)

สำหรับใครที่ตกหลุมรัก BNK48 รุ่นที่ 2 แล้วก็อย่าลืมแวะเวียนไปหาสาว ๆ ได้ที่งานจับมือวันเสาร์-อาทิตย์นี้นะครับ

และกิจกรรมที่แฟน ๆ ห้ามลืมเด็ดขาดก็คือ ฤดูใหม่ BNK48 Fan Solo Campaign แคมเปญที่ประกาศในงาน BNK48 2nd Generation The Debut เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคมที่ผ่านมา ที่ให้แฟน ๆ ส่งคลิปบรรเลงเพลง Tsugi no Season ฤดูใหม่ เพื่อชิงปิ๊กกีตาร์พร้อมลายเซ็นของเม็มเบอร์ 16 คนในเพลงนี้ แต่ไม่ต้องกังวลไป ถึงจะไม่ได้ปิ๊กพร้อมลายเซ็น แต่ถ้าทำถูกต้องตามกติกาก็ได้ปิ๊กกีตาร์แน่ ๆ จ้า

จากบรรดาคลิปที่แฟน ๆ BNK48 ส่งเข้าร่วมสนุกมากมายนับไม่ถ้วน วันนี้แบไต๋ขอเลือกบางส่วนที่เราคิดว่าน่าสนใจมาให้ทุกท่านได้ชมกัน โดยเราพยายามนำเสนอเครื่องดนตรีให้ได้หลากหลายชนิดมากที่สุดครับ

เวอร์ชันกีตาร์อคูสติก

เวอร์ชันกีตาร์ไฟฟ้า

เวอร์ชันกีตาร์เบส

เวอร์ชันกลองชุด

เวอร์ชันวงสตริง

เวอร์ชันเปียโน

เวอร์ชันอูคูเลเล

เวอร์ชันแซ็กโซโฟน

เวอร์ชันแอคคอร์เดียน

เวอร์ชันขลุ่ย

เวอร์ชันขิม+จะเข้

เวอร์ชันซอด้วง+ซออู้

เวอร์ชันพิณอีสาน

เวอร์ชันไก่ยาง

เวอร์ชันขวดแก้ว

เวอร์ชันแมว

เป็นอย่างไรกันบ้างครับ มีคลิปไหนถูกใจบ้าง ยังมีคลิปอีกมากมายที่เราไม่ได้เลือกมานำเสนอ ณ ที่นี้ ยังไงก็ตามเข้าไปชมกันได้ที่เพจเฟซบุ๊ก BNK48 หรือแฮชแท็ก #BNK48 #ฤดูใหม่ #fanSoloCampaign ได้เลย เยอะจนเชื่อว่าแฟน ๆ และทีมงาน BNK48 จะดูกันตาแฉะแน่นอน และสำหรับใครที่อยากจะร่วมสนุกแต่ยังไม่ได้ส่งคลิป ก็ขอให้เร่งมือเข้า มีเวลาถึงแค่วันที่ 31 สิงหาคมนี้เท่านั้นนะครับ

สุดท้ายขอเชิญชมคลิปจากครูเอ๊ะและครูแมน ไพเราะจับใจ แต่ผิดกติกาครับ 55+

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

What The Fact

Dragon Ball Super: Broly Movie ซูเปอร์ไซย่าในตำนาน ปี 2018 !!

Published

on

สวัสดีครับและวันนี้ก็กลับมาเจอกันอีกเช่นเคย กับการแนะนำ รีวิว การ์ตูนต่างๆ ให้เพื่อนๆ ได้อ่านได้เสพกัน ขอเกริ่นก่อนเลยว่าตัวผมนั้นเป็นคนที่ชื่นชอบ ดราก้อนบอล เอามากๆ เรียกได้ว่าติดตามมาตั้งแต่สมัยเด็กๆ เลยก็ว่าได้ วันนี้เรื่องที่ผมจะมาเขียนก็ตามหัวข้อเลย นั่นก็คือ ดราก้อนบอลเดอะมูฟวี่ ภาคล่าสุดที่กำลังจะเข้าฉายเร็วๆนี้ อย่างภาค Dragon Ball Super: Broly Movie วันนี้ผมก็เลยไปรวบรวมข้อมูลต่างๆ คร่าวๆ มาให้เพื่อนๆ ได้อ่านกัน เอาละถ้าพร้อมแล้วก็เลื่อลงไปอ่านกันได้เลย

อ๊ะๆ แต่ก่อนอื่นเลย ขอเปิดด้วยทีเซอร์ตัวใหม่ล่าสุดของ The Movie ภาคนี้ก่อนละกัน ถ้าใครยังไม่ได้ดูก็ดูก่อนนะครับผม เพื่ออรรถรสมนการอ่าน อิอิ

 


เนื้อเรื่องย่อ

หลังจากจบศึกประชันพลังไปใน ดราก้อนบอลซูเปอร์ โลกก็กลับมาสงบสุขอีกครั้ง โกคู ได้รับรู้ว่าในจักรวาลแห่งนี้ยังมีคนที่แข็งแกร่งกว่าเค้าอยู่อีกมาก แต่ทว่าวันนึงก็ได้มีชาวไซย่าที่ทุกคนคิดว่าตายหมดแล้วหลังจากถูก ฟรีเซอร์ ถล่มไปเมื่อหลายสิบปีก่อน จนเหลือแค่โกคูกับเบจิต้า ชายปริศนานามว่า โบลี่ ได้เดินทางมาโลกด้วยเหตุผลบางอย่าง ทำให้เกิดเหตุการต่อสู้ที่ดุเดือดขึ้นบนโลก ซึ่งแม้แต่ ฟรีเซอร์ ผู้ฟื้นคืนชีพมาจากนรกหลังศึกประชันพลังก็มาแจมด้วย !!


ตัวละครหลักในเรื่อง

 

โบลี่

เปิดมาด้วยตัวละครแรกกันเลย ชื่อเรื่องก็บอกอยู่แล้วว่าเป็นภาค โบลี่ ฉะนั้นตัวร้ายหลักของภาคนี้ก็คงไม่พ้น โบลี่ แน่นอนอยู่แล้ว ตัวละครนี้จัดได้ว่าเป็นตัวละครที่ใครหลายๆ คนชอบมากแน่นอน เพราะว่าเค้าเคยมีบทบาทมาก่อนเมื่อหลายปีที่แล้ว และถูกนำกลับมาสร้างใหม่ในภาคที่กำลังจะมาในปี 2018 นี้ ก็ต้องมาดูกันว่าคาแร็คเตอร์ของเค้าจะถูกปรับเปลี่ยนไปมาน้อยแค่ไหน แต่มีอีกอย่างนึงที่การันตีได้แน่นอนนั้่นก็คือ โบลี่ คนนี้กับคนก่อนคือคนละกันแน่นอน เพราะของภาคเก่าๆ นั้น โบลี่ นั้นได้ตายไปแล้วในตอนที่สู้กับ โกฮัง นั่นเอง

โกคู

มีตัวร้ายก็ต้องมีพระเอก โกคู ของเรานั่นเอง โดยภาคนี้เนื้อเรื่องก็ต่อจากตอนจบของภาค ซูเปอร์ ซึ่งเป็นหลังจากตอนที่เค้าเอาชนะจิเร็นมาแล้ว แถมได้ร่างใหม่เป็นร่าง อัตตนิยม ซะด้วย !! แต่หลังจากจบภาคซูเปอร์ไป โกคู ได้บอกว่าเค้าไม่สามารถใช้ร่างนั้นได้อีก แต่ก็ไม่แน่นะในภาค โบลี่ นี้เราอาจจะได้เห็นเค้าแปรงร่างเป็น อัตตนิยม อีกก็เป็นได้

เบจิต้า

เบจิต้า อีก 1 กำลังรบสำคัญในศึกนี้ ในภาคเก่าเค้าเคยกลัวการที่จะปะทะกับโบลี่เป็นอย่างมาก ถึงขนาดเห็นโบลี่แปลงร่างเป็นซูเปอร์ไซย่าในตำนานทีเดียว เค้าถึงกับเข่าอ่อนลงไปทรุดกองอยู่กับพื้นเลย แต่ในตัวอย่างแรกที่เราเห็น เค้ายืนยิ้มประชันหน้ากับโบลี่ได้อย่างชิวๆ ก็ต้องมาลุ้นกันอีกทีว่าคราวนี้เค้าจะกลายมาเป็นกระสอบทรายให้โบลี่กระทืบเล่นอีกรึเปล่า (ฮา)

พารากัส

มาถึงอีกตัวละครที่เป็นตัวดำเนินเรื่องของภาคนี้นั่นก็คือ พารากัส พ่อแท้ๆ ของโบลี่ นั่นเอง โดยภาคก่อนนั้นเค้ามาที่โลกเพื่อล้างแค้นเบจิต้า เพราะว่าพ่อของเค้าเคยพยายามที่จะฆ่าโบลี่กับตัวเองเมื่อก่อน แต่ก็รอดชีวิตออกมาได้หลังจากดาวระเบิด แต่ทว่าสุดท้ายเค้าก็โดนโบลี่ฆ่าตายอยู่ดี แต่ภาคนี้ก็ต้องมาดูกันว่า พารากัส จะมาด้วยเหตุผลเดิมและตายแบบเดิมอีกรึเปล่ากัน !!

ฟรีเซอร์

ฟรีเซอร์ เองก็เป็นอีก 1 ตัวละครที่จะมีบทบาทสำคัญในภาคนี้แน่นอน ซึ่งเค้าได้ถูกฟื้นคืนชีพแล้วตามคำสัญญาของโกคูที่ให้ไว้ในศึกประชันพลัง ก็ต้องมาดูกันว่าฟรีเซอร์จะกลายมาเป็นตัวพลิกเกมเหมือนในศึกประชันพลังรึเปล่า หรือจะมาให้โบลี่ต่อยเล่นกันแน่ (ฮา)


เอาล่ะก็จบไปแล้วกับบทความที่มีชื่อว่า Dragon Ball Super: Broly Movie ซูเปอร์ไซย่าในตำนาน ปี 2018 ก็ถ้ามีอะไรผิดพลาดประการใดก็ขออภัยมาใน ณ ที่นี้ด้วย ส่วนถ้ามีรายละเอียดอะไรเกี่ยวกับตัวโบลี่ หรือเนื้อเรื่องต่างๆ ไว้จะมาเขียนให้อ่านกันสนุกๆ ใหม่นะครับผม ส่วนตอนนี้ขอลาไปก่อน แล้วเจอกันในบทความต่อไปครับผม !!

 

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!