Connect with us

What The Fact

Forbush man ฮีโร่ที่ดวงดีที่สุดในจักรวาลมาร์เวล !! (MARVEL COMIC)

ผู้ชม 1,627 ครั้ง!

สวัสดีครับ กลับมาเจอกันอีกแล้วกับเรื่องราวต่างๆ ในคอมิกส์แนวซูเปอร์ฮีโร่ ไม่ว่าจะเป็นทั้งฝั่ง มาร์เวล หรือ ดีซี ส่วนเรื่องที่ผมหยิบยกมาเขียนให้เพื่อนๆ อ่านกันในวันนี้เป็นฮีโร่ส่งตรงมาจากฝั่ง มาร์ฺเวลคอมิกส์ ครับผม แต่จะเป็นเรื่องราวของฮีโร่แปลกๆ ที่แบบคนอ่านบางคนอาจจะอุทานออกมาว่า เห้ย มันมีตัวแบบนี้อยู่ด้วยเหรอวะ !? เอาเป็นว่าอย่ามัวมาเสียเวลากันอยู่เลยดีกว่า ถ้าอยากรู้ว่าเค้าเป็นใครแล้วล่ะก็ขอให้เพื่อนๆ เลื่อนไปอ่านบทความที่มีชื่อว่า Forbush man ฮีโร่ที่ดวงดีที่สุดในจักรวาลมาร์เวล กันเลยดีกว่าครับผม..


 Forbush man ฮีโร่ที่ดวงดีที่สุดในจักรวาลมาร์เวล

ก็ต้องขอเกริ่นบอกเพื่อนๆ ไว้ก่อนเลยนะครับผมว่าตัวละครนี้มีมาตั้งแต่สมัยคอมิกส์ยุคแรกๆ หรือจะให้เรียกแบบเข้าใจง่ายๆ เลยก็คือมีมาตั้งแต่สมัย คอมิกส์ยุคโบราณ เลย เรื่องราวก็จะแบบมั่วๆ ซั่วๆ ไม่ค่อยมีเหตุผลสักเท่าไหร่ อารมณ์แบบคนแต่งแกคงเขียนขึ้นมาเพื่อเป็นสีสันให้กับคอมิกส์ก็เป็นได้ แถมสตอรี่ของไอ้ ฟอร์บุช แมน (Forbush man) ตัวนี้ก็ไม่ได้อยู่ที่จักรวาลหลักของมาร์เวลแต่อย่างใด เป็นเรื่องราวในโลกคู่ขนานนั่นเองครับผม ยังไงก็อ่านกันขำๆ อย่าไปซีเรียสเด้อ

 

โดยเรื่องราวแต่แรกก่อนที่ ฟอร์บุช แมน จะเข้ามาสู่วงการฮีโร่นั้นเค้าก็เป็นเพียงคนธรรมดาที่ทำงานในอุตสาหกรรมเหมือนกับคนปกติทั่วไปที่คลั่งไคล้ฮีโร่เอามากๆ เรียกง่ายๆ ก็คือเป็นติ่งฮีโร่คนนึงนั่นแหละครับ แต่แล้วเหตุการณ์ก็ตัดกลับมาที่บ้านของเค้า คุณป้าของฟอร์บุชก็ได้ถามประมาณว่า เนี่ย ทำงานมาตั้งนานเมื่อไหร่จะก้าวหน้าเหมือนกับคนอื่นเค้าสักที อะไรประมาณนี้ แต่ฟอร์บุช ก็ตอบกลับไปประมาณว่า ก็ไม่รู้เหมือนกัน ก็ทำๆ ไปเรื่อยๆ มันก็ไม่ยอมก้าวหน้าสักที ปัดโธ่เอ้ย !! แล้วพี่แกก็โดนป้าหยิบหม้อฟาดใส่หัวเต็มๆ เลยล่ะครับผม (ฮา)

แต่ใครจะไปรู้ล่ะว่าไอการถูกฟาดหัวครั้งนี้แหละที่จุดประกายทำให้เค้าอยากเข้าสู่วงการฮีโร่ขึ้นมา (ไม่ได้สำนึกเรื่องการงานเอาซะเลยฮ่าๆ) แล้วพี่แกก็เริ่มออกแบบชุดฮีโร่ของตัวแถมยังเอาไอหม้อที่ถูกคุณป้าฟาด มาทำเป็นหมวกอีกต่างหาก แบบอ่านตอนแรกหลายคนอาจจะคิดว่าพอถูกฟาดอาจจะทำให้พลังอะไรสักอย่างของเค้าตื่นขึ้นมาใช่ไหมล่ะ แต่บอกเลยว่าเค้าก็ยังเป็นคนธรรมดาที่ไม่มีพลังอะไรเหมือนเดิมนี่แหละครับ ก็คือคนธรรมดาที่อยากเป็นฮีโร่นั่นแหละ

เอาล่ะพอได้ชุดแล้ว ฟอร์บุช แมน ก็ได้เริ่มทำหน้าที่ฮีโร่โดยการออกไปช่วยเหลือผู้คน และนั่นเองที่ทำให้เกิดปรากฏการณ์ที่เรียกได้ว่า ฮีโร่ที่แข็งแกร่งที่สุดถือกำเนิดขึ้นมา โดยเวลาที่เค้าเจอกับศัตรูหรือตัวร้ายเค้าจะสามารถเอาชนะได้ด้วยดวงของเค้าล้วนๆ ยกตัวอย่างก็ประมาณว่าเวลาเจอตัวร้าย พอจะสู้กันตัวร้ายก็สะดุดล้มตายบ้าง หรือไม่ก็มีกระถางต้นไม้มาหล่นใส่หัวบ้าง หรือมีเหตุการณ์ต่างๆ เกิดขึ้นทำให้เค้าชนะได้โดยไม่ต้องทำอะไรเลยด้วยซ้ำ จนชื่อเสียงของเค้าก็เริ่มเป็นที่เลื่องลือ ทำให้วายร้ายต่างๆ กลัวจนแบบยอมมอบตัวกับตำรวจจนโรงพักเต็มเลยล่ะครับ แม้แต่ ดร.ดูม ตัวร้ายระดับท๊อปของมาร์เวลยังกลัวอ่ะคิดดู

ที่มีคนเคยบอกว่าดวงก็ถือว่าเป็นฝีมืออย่างนึงก็คงจะเป็นแบบนี้นี่เอง เท่านั้นยังไม่พอนะครับ เคยมีอยู่ครั้งนึงที่วายร้ายนับ 100 ตัวรวมหัวกันมาเพื่อจัดการกับ ฟอร์บุช แมน แต่ทว่าการโจมตีของพวกวายกลับไม่เข้าเป้าโดนเค้าเลยแม้แต่ครั้งเดียว แบบโดนพวกเดียวกันเองจนตายหมด (ฮา) อ่านไปก็ตลกไป แบบเกินไปจริงๆ นี่ถ้ามารวมตัวกับอเวนเจอร์สู้กับธานอสนี่คงแบบ ธานอส ลื่นหัวฟาดพื้นตายเลยล่ะมั้งน่ะ ซื้อหวยก็คงแบบถูกรางวัลที่ 1 ทุกครั้งอ่ะ ช่างเป็นพลังที่น่าอิจฉาจริงๆ และนี่ก็คือเรื่องราวของ ฮีโร่ ที่ดวงดีที่สุดในจักรวาลมาร์เวล ฟอร์บุช แมน ครับผม


เป็นยังไงกันบ้างกับเรื่องราวของ  Forbush man ฮีโร่ที่ดวงดีที่สุดในจักรวาลมาร์เวล !! ถ้ามีอะไรผิดพลาดก็ขออภัยด้วยนะครับผม อย่าลืมถ้าชอบก็กดแชร์เพื่อเป็นกำลังใจให้คนเขียนด้วยนะ แล้วบทความต่อไปผมจะหยิบยกเรื่องอะไรมาเขียนอีกก็รออ่านกันได้เลย ส่วนตอนนี้ขอตัวไปก่อน แล้วเจอกันครับผม !!

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

What The Fact

[รีวิว] Wildlife: เข้มแข็งไว้ถึงแม้ ‘พ่อแม่จะรังแกฉัน’

Published

on

ในช่วงเวลาที่ด้านมืดของชีวิตคู่ เริ่มถูกพูดถึง เริ่มกลายมาเป็น topic อันโอชะของบรรดาสื่อมวลชนที่เอามาหากินเรียกยอดวิวบนหน้าฝีดโซเชียล ขณะที่ยังมีผู้คนอีกมากยังติดกับดักภาพจำจากหนัง ละคร ที่มาพร้อมพลอตโลกสวย โตมาฝังใจกับโลกที่มีเพียง พระเอกเพียบพร้อม นางเอกแสนดี ตัวร้าย ตัวอิจฉา ที่ชาตินี้ยังไงก็ไม่มีวันสมหวัง และเส้นชัยที่ตัดสิน ‘ผู้ชนะ’ ที่งานแต่งงาน ซึ่ง Wildlife ถือว่ามาถูกจังหวะมาก กับหนังที่โอบอุ้มเอาเหรียญอีกด้านอันหมองหม่นของชีวิตครอบครัวมาเล่าผ่านมุมมองของตัวละครที่อยู่สถานะ ‘ลูก’ ท่ามกลางความขัดแย้งกันของพ่อแม่

น่าสนใจไม่น้อยเลยตรงที่ Wildlife เป็นหนังที่ พอล ดาโน่ มาทำหน้าที่เขียนบท และกำกับเองเรื่องแรก ซึ่งงานของนายฝรั่งหน้างง ๆ คนนี้ได้รับเสียงวิจารณ์ต่างประเทศในระดับดีเลยทีเดียว โดย Wildlife ถูกแปลงมาจากนิยายของเจ้าของรางวัลพูลิตเซอร์ ริชาร์ด ฟอร์ด พูดถึงครอบครัวบรินสัน ที่ย้ายมาตั้งรกรากใหม่ในมอนทานา สหรัฐอเมริกา มีเจอร์รี (เจค จิลเลนฮาล) เสาหลักครอบครัวทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ในสนามกอล์ฟ, เจนเนต (แครี มัลลิแกน) ภรรยา รับหน้าที่เป็นแม่บ้าน และลูกชาย โจ (เอ็ด อ็อกเซนโบลด์) 

จุดเปลี่ยนสำคัญสำคัญของครอบครัว คือ การที่ เจอร์รี ต้องตกงานกระทันหัน ทำให้ครอบครัวเจอปัญหาการเงิน ซึ่งเจอร์รีผู้เป็นหัวหน้าครอบครัวก็ตัดสินใจทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ดับไฟป่า ซึ่งได้เงินเพียงชั่วโมงละเหรียญฯ และจะต้องห่างครอบครัวไปไกล ทำให้ เจนเนต ต้องออกไปหางานทำเพิ่มเพื่อช่วยจุนเจือครอบครัว มุมมองและการตัดสินใจที่ไม่ลงรอยกันของชายหญิงทั้ง 2 กลายเป็นความคุกรุ่นของความสัมพันธ์ในครอบครัว ความไกลห่าง ความไม่เชื่อใจกันและกันที่ก่อตัวขึ้น สร้างรอยแตกร้าวครั้งใหญ่ที่ทำให้ชีวิตของทั้ง 3 คนไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

Wildlife เดินเรื่องไปแบบเรียบ ๆ แต่ไม่รู้สึกถึงความเนือยอะไรเลย ทุกโมเมนต์ของหนังเรียงลำดับแต่ละซีนได้น่าสนใจ โดยเฉพาะการดึงอารมณ์ของตัวละครพุ่งออกมาแทรกซึมมาถึงคนดูทีละเล็กละน้อยจนเริ่มรู้สึกถึงความหนักหน่วง ความกดดัน ความสับสนที่เกิดขึ้นในใจ ซึ่งแม้ว่าตัวละครในเรื่องจะไม่ได้ตัดสินใจกระทำอะไรที่เซอร์ไพรส์ออกไปมากนัก แต่มันก็สวยงามกลมกล่อมในพื้นฐานของความเป็นจริง As a matter of fact นั่นแหละ ไม่มีฟุ้งเฟ้อ ไม่หลุดกรอบ เน้นไปที่อารมณ์ของเด็กหนุ่มที่แบกรับความกดดันล้วน ๆ เรียกว่ามีพลอตที่รัดกุมดีเยี่ยมเลยสำหรับเรื่องแรกของ พอล ดาโน่

Wildlife เผยให้เห็นถึงความเปราะบางในครอบครัว ที่มันละเอียดอ่อนในเรื่องของความเข้าใจ การให้อภัยและโอกาสกันและกันไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง การพิพากษา การตัดสินคน ๆ หนึ่งในวันนี้ว่าเขาจะเป็นแบบนี้ไปตลอดมีอยู่จริง เป็นเรื่องซับซ้อนเกินกำลังที่เราอยากให้ทุกคนมีความเข้าใจและใจกว้างดั่งอุดมคติ ฉะนั้นแล้วมันเหลือเพียงความไม่แน่นอน การจากลาและการดำรงอยู่หลังความเจ็บปวดของมนุษย์ เราจะอยู่กับมันได้แค่ไหน หนังเรื่องนี้ตั้งคำถามและทิ้งข้อคิดหนัก ๆ ไว้ดีเกินคาดจริง ๆ

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

What The Fact

10 อันดับ Box Office (16-18 พ.ย.) : Fantastic Beasts 2 เปิดตัวทั่วโลกกว่า 200 ล้านเหรียญ

Published

on

ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา Fantastic Beasts: The Crimes of Grindelwald ได้เข้าฉายเป็นสัปดาห์แรก โดยทำรายได้เปิดตัวในสหรัฐอเมริกาไป 62.2 ล้านเหรียญ ซึ่งน้อยกว่า Fantastic Beasts and Where to Find Them ที่เปิดตัวไป 74.4 ล้านเหรียญ ส่วนรายได้ทั่วโลกนั้นอยู่ที่ 253.2 ล้านเหรียญ จากทุนสร้าง 200 ล้านเหรียญ

Instant Family ภาพยนตร์ครอบครัวแนวดรามา-คอเมดี นำแสดงโดย มาร์ก วาห์ลเบิร์ก และโรส เบิร์น ทำรายได้เปิดอยู่ที่ 14.7 ล้านเหรียญ จากทุนสร้าง 48 ล้านเหรียญ

Widows ผลงานดรามา-อาชญากรรมล่าสุดของผู้กำกับมากฝีมือ สตีฟ แม็คควีน นำแสดงโดย วิโอลา เดวิส, มิชล รอดริเกซ เอลิซาเบธ เดบิคกี้ และเลียม นีสัน ทำรายได้เ้ปิดตัวไป 12.3 ล้านเหรียญ รวมทั่วโลกทำไป 16.1 ล้านเหรียญ จากทุนสร้าง 42 ล้านเหรียญ

และสำหรับแชมป์เก่าอย่าง The Grinch ซึ่งดัดแปลงจากหนังสือ How the Grinch Stole Christmas สุดคลาสสิกของ ดร.ซูสส์ นั้น ทำรายได้ในสหรัฐฯ ไปแล้ว 126.5 ล้านเหรียญ ซึ่งแซงหน้า The Rolax ที่ดัดแปลงจากหนังสือของ ดร.ซูสส์ เช่นกัน ที่ทำได้ 121.7 ล้านเหรียญ จากการเช้าฉาย 10 วันเท่ากัน ส่วนทั่วโลกนั้นทำไป 151.7 ล้านเหรียญ จากทุนสร้าง 75 ล้านเหรียญ

10 อันดับภาพยนตร์ทำเงินสูงสุดประจำสัปดาห์ มีดังนี้

อันดับที่ 1 : Fantastic Beasts: The Crimes of Grindelwald

62.2 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 1)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 62.2 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 191 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 253.2 ล้านเหรียญ
  • ทุนสร้าง : 200 ล้านเหรียญ

อันดับที่ 2 : The Grinch

38.2 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 2)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 126.5 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 25.2 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 151.7 ล้านเหรียญ
  • ทุนสร้าง : 75 ล้านเหรียญ

อันดับที่ 3 : Bohemian Rhapsody

15.7 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 3)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 127.9 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 256.4 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 384.3 ล้านเหรียญ
  • ทุนสร้าง : 52 ล้านเหรียญ

อันดับที่ 4 : Instant Family

14.7 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 1)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 14.7 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : –
  • รายได้รวมทั่วโลก : –
  • ทุนสร้าง : 48 ล้านเหรียญ

อันดับที่ 5 : Widows

12.3 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 1)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 12.3 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 7.3 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 19.6 ล้านเหรียญ
  • ทุนสร้าง : 42 ล้านเหรียญ

อันดับที่ 6 : The Nutcracker and the Four Realms

4.6 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 3)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 43.9 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 72.4 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 116.3 ล้านเหรียญ
  • ทุนสร้าง : 120 ล้านเหรียญ

อันดับที่ 7 : A Star is Born

4.3 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 7)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 185.8 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 154.9 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 340.7 ล้านเหรียญ
  • ทุนสร้าง : 36 ล้านเหรียญ

อันดับที่ 8 : Overlord

3.8 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 2)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 17.7 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 15 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 32.7 ล้านเหรียญ
  • ทุนสร้าง : 38 ล้านเหรียญ

อันดับที่ 9 : The Girl in the Spider’s Web: A New Dragon Tattoo Story

2.5 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 2)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 13.3 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 13.3 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 26.6 ล้านเหรียญ
  • ทุนสร้าง : 43 ล้านเหรียญ

อันดับที่ 10 : Nobody’s Fool

6.5 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 3)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 28.9 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 265,000 เหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 29.1 ล้านเหรียญ
  • ทุนสร้าง : 19 ล้านเหรียญ

ข้อมูลอ้างอิง : boxofficemojo

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

บันเทิง

ดูก่อนใครชุดใหม่ #Sweat16 ต้อนรับซิงเกิ้ลที่ 4 เพลง Yakiniku (ปิ้งย่าง)

Published

on

วันนี้ 18 พ.ย. 2561 ณ CentralPlaza WestGate ชั้น 2 โซนลานน้ำพุ ตามนัดหมาย น้องๆ Sweat16 นำทีมโดย
วรินดา เนินเพิ่มพิสุทธิ์ (Warinda Nernpermpisut) แอ๊นท์ (Ant) , จิดาภา จงสืบพันธ์ (Jidapa Chongsubphant) มิวสิค (Music) , ชดาธาร ด่านกุล (Chadatan Dankul) ม่านมุก (Mahnmook) , อรรฆพร สร้อยสุข (Akaporn Soisuke) แอนนี่ (Anny) , ซอนญา ชิษณุชา ดอนเนลลี่ (Sonja Chitsanucha Donnelly) ซอนญา (Sonja) , พิชชาภา กันตพิชญาธร (Phitchapha Kantapitchayathorn) นิ้ง (Nink) , วาสนา พิมพ์จันทร์ (Wassana Pimchan) เอ๋ (Ae) , พิม ขจรเวคิน (Pim Khajonvekin) พิม (Pim) , ปภาดา ตันติประสงค์ชัย (Papada Tantiprasongchai) พาด้า (Pada) , พรรษา บุณยะกลัมพ (Pansa Boonyakalumpha) เพชร (Petch) , สุธาสินี เอมทอง (Suthasinee Aemthong) เฟรม (Fame) , ทสมา เทศน์ธรรม (Tassama Testam) มิ้น (Mint) , ปัทมาริษา ปัดภัย (Pattamarisa Padphai) พราวด์ (Proud) ในงาน “SWEAT16! JU JU” ซึ่งประกอบไปด้วยการจำหน่ายสินค้าที่ระลึก กิจกรรม HI-FIVE เริ่มตั้งแต่เวลา 11:00 – 20:00 น. ทั้งนี้หลังจากจบช่วงกิจกรรม HI-FIVE ในเวลา 18.00 น. และเริ่มมินิคอนเสิร์ตในเวลา 18.30 น. ออกมาร้อง 3 เพลง วิ่ง, มุ้งมิ้ง, TKO ก่อนที่จะปิดท้ายก็เปิดวีทีอาร์ เรื่องราวที่ผ่านมาตลอดเส้นทางของวง Sweat16 เพื่อรอน้องๆ เตรียมตัวขึ้นมาเปิดตัวชุด และเพลงซิงเกิ้ลที่ 4 เพลง
1. Yakiniku (ปิ้งย่าง)
2. HAJIMARI NO HIKARI (วิบวับ)
โดยม่านมุก SWEAT16! เป็นเซ็นเตอร์

 

Teaser “Yakiniku (ปิ้งย่าง)”

SWEAT16! 4th Single

ภาพโดย : Sweat16  IdolMaster

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!