aCommerce ลงนามร่วมกับ USTDA (องค์การการค้าและการพัฒนาของสหรัฐอเมริกา) ดึงบริษัท Ai-ssistance และ Microsoft Azure บริษัทยักษ์ใหญ่จากสหรัฐฯ ช่วยปูทางอีคอมเมิร์ซไทยสู่อาเซียนที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม AI โดยอยู่ภายใต้การดูแลที่เข้มงวดและทรัพยากรความช่วยเหลือจากสหรัฐฯ

โครงการความร่วมมือครั้งสำคัญนี้เป็นการผนึกกำลังระหว่าง USTDA และยักษ์ใหญ่ทางเทคโนโลยีอย่าง Microsoft Azure ที่จะเข้ามาสนับสนุนระบบหลังบ้าน ร่วมกับพันธมิตรในท้องถิ่นอย่าง aCommerce และ Ai-ssistance เพื่อวางรากฐาน ‘American AI Stack’ ให้เป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมุ่งเน้นการนำโซลูชัน Generative AI มาปรับใช้บนโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์อัจฉริยะ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับภาคธุรกิจอย่างก้าวกระโดด
“โครงการนำร่องนี้เป็นการนำชุดเทคโนโลยี AI ของอเมริกา (American AI tech stack) มาใช้งานจริง ซึ่งผมกำลังพูดถึงการรวมโซลูชัน Generative AI จากบริษัท Ai-ssistance โดยได้รับการสนับสนุนด้านบริการคลาวด์จาก Microsoft และนำมาปรับใช้บนแพลตฟอร์มของ aCommerce เพื่อสร้างขีดความสามารถและโซลูชันใหม่ ๆ ไม่ใช่แค่สำหรับธุรกิจในประเทศไทยเท่านั้น แต่รวมไปถึงทั่วทั้งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วย”
เควิน ทูเฮอร์ส (Kevin Toohers) ผู้จัดการภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และแปซิฟิก องค์การการค้าและการพัฒนาแห่งสหรัฐอเมริกา (USTDA) กล่าวภายในงาน

นอกจากนี้ พอล ศรีวรกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มของ aCommerce ได้กล่าวภายในงานว่า
“ช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา เราพัฒนา AI Solution หลัก ๆ ออกมา 10 รูปแบบ และมีลูกค้าองค์กรกว่า 30 รายนำไปใช้งานจริงแล้วครับ ไม่ว่าจะเป็นระบบจัดการคอนเทนต์ (Content Hub), ตรวจสอบภาพลักษณ์แบรนด์ (Brand Audit), วัดอันดับความนิยม (AI Rank Monitor) หรือระบบตรวจชั้นวางสินค้า (AI Shelf Vision) ทั้งหมดนี้เป็นบริการที่ทำรายได้จริงและเราพร้อมจะขยายตัวต่อ
ที่น่าสนใจคือ ทุกครั้งที่เราไปเสนอแผนงานให้ลูกค้าใหม่ จะมีคนสนใจร่วมงานด้วยสูงถึง 60-70% สะท้อนให้เห็นเลยว่าความต้องการ AI ในตลาดตอนนี้มีสูงมากจริง ๆ”

aCommerce ในฐานะผู้ให้บริการสนับสนุนอีคอมเมิร์ซ (Ecommerce Enabler) มองว่า AI คือกุญแจสำคัญในการปลดล็อกขีดความสามารถของแบรนด์ ดังนั้น aCommerce จึงทำหน้าที่เป็นแพลตฟอร์มหลักในการติดตั้งและใช้งาน (Deployment Platform) โดยอาศัยความเชี่ยวชาญในฐานะผู้นำด้านบริการอีคอมเมิร์ซในภูมิภาค เป็นตัวกลางในการนำโซลูชัน AI เหล่านั้นมาปรับใช้จริงกับโครงสร้างธุรกิจในไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ซึ่งมีส่วนช่วยสนับสนุนการเติบโตของอีคอมเมิร์ซไทยโดยตรง ผ่านการสร้างระบบนิเวศทางธุรกิจที่แข็งแกร่ง ช่วยให้ธุรกิจท้องถิ่นสามารถขยายตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยกระดับมาตรฐานการบริการบน Marketplace ให้มีความล้ำสมัยและตอบโจทย์ผู้บริโภคได้ดียิ่งขึ้น
Ai-ssistance ในบทบาท ‘ฟันเฟือง’ เสริมที่ช่วยสนับสนุนอีคอมเมิร์ซไทย
นอกจากนี้ทางฝั่งของ เจฟฟรีย์ โลแกน แคร์โรลล์ (Jeffrey Logan Carroll) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Ai-ssistance ก็ได้กล่าวถึงบทบาทของ Ai-ssistance ในการลงนามครั้งนี้ไว้ว่า
“ตอนนี้เป้าหมายหลักของเราครอบคลุมตั้งแต่การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกว่าเกิดอะไรขึ้น ไปจนถึงการวางกลยุทธ์เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ตามเป้า การสร้าง การจัดการเนื้อหาและข้อมูลต่าง ๆ รวมถึงการติดตามผล ทั้งหมดนี้ถูกขับเคลื่อนด้วยความร่วมมือครั้งนี้ ซึ่งช่วยสร้างรากฐานข้อมูลที่แข็งแกร่ง ทำให้ AI ของเราฉลาดขึ้น เพราะมีข้อมูลจริงมาใช้ประกอบการตัดสินใจทางธุรกิจ ซึ่งข้อมูลการค้าเฉพาะในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จำนวนมหาศาลนี้เอง ที่จะช่วยให้เราสร้างผลลัพธ์ที่ดีกว่าเดิมได้”

โดยเป้าหมายของการร่วมมือกับ aCommerce ครั้งนี้ Ai-ssistance เข้ามาเพื่อเป็นฟันเฟืองสำคัญที่ทำให้การดำเนินงานอีคอมเมิร์ซสะดวกและไร้รอยต่อมากขึ้น ทำหน้าที่เป็นผู้พัฒนาและจัดหาโซลูชันด้าน Generative AI โดยการนำเทคโนโลยีขั้นสูง อย่าง AI Tech Stack จากสหรัฐอเมริกามาประยุกต์ใช้ เพื่อสร้างขีดความสามารถใหม่ ๆ ในการวิเคราะห์และบริหารจัดการข้อมูล
ซึ่งเทคโนโลยีเหล่านี้จะเข้ามาช่วยสนับสนุนอีคอมเมิร์ซไทยด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจ ช่วยให้ผู้ประกอบการเข้าถึงเครื่องมืออัจฉริยะที่ทันสมัยเทียบเท่าระดับสากล ส่งผลให้การทำธุรกิจมีความแม่นยำและรวดเร็วขึ้นในยุคดิจิทัล เช่น การใช้ AI ช่วยสร้างข้อความบรรยายสินค้า สร้างภาพสินค้า และวิจัยเทรนด์สินค้าจากคู่แข่งได้อย่างแม่นยำ โดยใช้ฐานข้อมูลเชิงลึกที่แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซส่วนใหญ่ไม่เคยเปิดเผยที่ไหนมาก่อน

นอกจากนี้ยังได้รับเกียรติจาก แบรด สมิธ (Brad Smith) รองประธานและประธานกรรมการ บริษัท ไมโครซอฟท์ คอร์ปอเรชั่น ซึ่งได้กล่าวในนามของ Microsoft ไว้ว่า
“ในสหรัฐอเมริกามีวลีที่ว่า ต้องใช้คนทั้งหมู่บ้าน เพื่อช่วยให้ใครสักคนประสบความสำเร็จ แต่ถ้าเป็นเรื่องของ AI มันต้องใช้ ‘เทคโนโลยีทั้งระบบ’ และคุณได้เห็นสิ่งนั้นในการทำงานวันนี้ ผ่านพันธมิตรที่มารวมตัวกัน และบทบาทที่ Microsoft กำลังทำอยู่ ไม่ใช่แค่เรื่องโครงสร้างพื้นฐาน แต่รวมถึงชิปและทุกส่วนประกอบที่ต้องมารวมกัน ตลอดจนบริการระดับแพลตฟอร์มอย่าง Azure ที่ทำให้การคิดค้นและการนำแอปพลิเคชันที่ยอดเยี่ยมไปใช้งานจริงนั้นเป็นไปได้”

จะเห็นได้ว่า หัวใจสำคัญของความร่วมมือนี้ไม่ได้จำกัดเพียงแค่การถ่ายทอดเทคโนโลยีขั้นสูงเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับ ‘ระบบนิเวศแห่งความเชื่อใจ’ ซึ่งครอบคลุมทั้งด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ การคุ้มครองความเป็นส่วนตัวของข้อมูล และการรักษาอธิปไตยทางดิจิทัล โดยมี USTDA เป็นผู้สนับสนุนงบประมาณในการเปลี่ยนวิสัยทัศน์ทางเทคนิคให้กลายเป็นโครงการที่จับต้องได้จริง ความร่วมมือครั้งนี้จึงเปรียบเสมือนต้นแบบของการสร้างพันธมิตรทางเศรษฐกิจยุคใหม่ ที่มุ่งเน้นการเติบโตอย่างยั่งยืนผ่านนวัตกรรมและการใช้ทรัพยากรเทคโนโลยีร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ














