Connect with us

What The Fact

[รีวิว] Isle of Dogs : ความบันเทิงบนที่สุดของความอุตสาหะ

ผลงานสต็อปโมชั่นเรื่องที่ 2 ของ เวส แอนเดอร์สัน ต่อจาก Fantastic Mr.fox (2009) จึงทำให้ทั้งเจ้าตัวและทีมงาน มีความถนัดกับงานสต็อปโมชั่นมากขึ้น เห็นถึงความสนุกกับงานและใส่ลูกเล่นได้มากขึ้น แต่ก็ยังคงสไตล์กวน ๆ และบรรดามุกตลกร้ายอันเป็นลายเซ็นของเวส แอนเดอร์สัน ไว้ได้ครบถ้วน

Published

on

isle of dogs : เกาะเซ็ตซีโร่หมา

8

คุณภาพงานสร้าง

9.0/10

เนื้อหา ตรรกะ ความสมบูรณ์ของบท

8.0/10

ความแปลกใหม่

9.0/10

ความสนุก

7.0/10

ความคุ้มค่าตั๋ว

7.0/10

จุดเด่น

  • เห็นชัดถึงความตั้งใจของทีมงาน
  • ถ่ายทอดภาพลักษณ์ของความเป็นญี่ปุ่นออกมาได้เด่นชัด สวยงาม
  • มุกตลกกวน ๆ ประชดประชัน
  • พัฒนาการของตัวละครดีเยี่ยม
  • ออกแบบสีหน้า เอกลักษณ์ของบรรดาหมาได้ดี

จุดสังเกต

  • ช่วงท้ายที่อัดแน่นสาระมาเต็ม อาจจะหนืดไปหน่อย
  • อาจจะไม่เหมาะกับคนที่ไม่คุ้นเคยงานสต็อปโมชั่น

ผลงานสต็อปโมชั่นเรื่องที่ 2 ของ เวส แอนเดอร์สัน ต่อจาก Fantastic Mr.fox (2009) จึงทำให้ทั้งเจ้าตัวและทีมงาน มีความถนัดกับงานสต็อปโมชั่นมากขึ้น เห็นถึงความสนุกกับงานและใส่ลูกเล่นได้มากขึ้น แต่ก็ยังคงสไตล์กวน ๆ และบรรดามุกตลกร้ายอันเป็นลายเซ็นของเวส แอนเดอร์สัน ไว้ได้ครบถ้วน

ด้วยความชื่นชอบในผลงานของปรมาจารย์อากิระ คูโรซาวา และแรงบันดาลใจจากงานสต็อปโมชั่นในยุค 60s ของอาร์เธอร์ แรงค์กิน และ จูลส์ แบส ทำให้เวส แอนเดอร์สัน สรรค์สร้างผลงาน Isle Of Dogs ออกมาเป็นเรื่องราวที่เกิดในญี่ปุ่น ตัวละครและเหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นในญี่ปุ่น แถมยังเขียนตำนานสมมติจากอดีตกาลที่ตระกูลซามูไรโคบายาชิกับเผ่าพันธุ์หมามีความแค้นกันมาช้านาน และฝังรากสืบต่อมาถึงวันนี้ เชื้อสายโคบายาชิกกลายเป็นนายกเทศมนตรีจึงออกกฏหมายให้ขับไล่หมาทุกตัวออกรวมถึงหมาเลี้ยงในครอบครัวส่งไปอยู่รวมกันบนเกาะขยะ โดยอ้างเหตุว่าหมาเป็นพาหะนำหลายโรคร้ายมาติดต่อมนุษย์ ด้วยการเป็นผู้นำโคบายาชิจึงส่ง สปอตต์ หมาของครอบครัวเขาเองส่งเป็นตัวอย่างไปตัวแรก แต่เจ้าของจริง ๆ ของสปอตต์ก็คืออากิระ หลานชายวัย 12 ขวบ ของโคบายาชิ หลังสปอตต์ถูกส่งมาทิ้งได้ 3 ปี อากิระตัดสินใจขับเครื่องบินเล็กไปตามหาสปอตต์ที่เกาะขยะ อากิระได้รับความช่วยเหลือจากแก๊งหมา 5 เกลอ ที่อยู่บนเกาะกลายเป็นการผจญภัยของอากิระกับแก๊ง 5 หมา ที่ต้องเจอกับอุปสรรคมากมาย

สำหรับคนไม่คุ้นเคยกับงานสต็อปโมชั่น อาจจะรู้สึกสะดุดสักหน่อยกับงานภาพแบบสต็อปโมชั่น ที่ใช้หุ่นปั้นขยับทีละนิด ๆ ภาพจึงไม่ลืนไหลนุ่มนวลเหมือนงานแอนิเมชั่น แล้วงานของเวส แอนเดอร์สัน ก็มีสไตล์ส่วนตัวไม่ได้เน้นสวยงามเหมือนทิม เบอร์ตัน ดูเผิน ๆ เหมือนกับว่างานจะหยาบ ที่จริงแล้วนั่นคือสไตล์การนำเสนอและความจงใจของเวส แอนเดอร์สัน ที่หลาย ๆ ฉากตั้งใจให้ออกมาดูมีความเป็นการ์ตูน อย่างเช่นภาพแทนพวกหมอกควัน และระเบิด ก็ทำออกมาดูตลก ๆ ดี หรือฉากตะลุมบอนก็จงใจให้ออกมาดูเป็นการ์ตูนเลยล่ะ แต่งานที่ดูเผิน ๆ เหมือนจะง่ายนี้ก็ผ่านขั้นตอนการผลิตที่ทีมงานตั้งใจและทุ่มเทอย่างมากเกินคาด อ่านเบื้องหลังแล้วน่าทึ่งมาก ไว้จะลงให้อ่านในช่วงท้ายครับ

หนัง Isle of Dogs ได้เรต Pg-13 ด้วยเนื้อหาที่ปราศจากพิษภัยและไร้คำหยาบ ออกมาเป็นหนังที่ดูสนุกทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ด้วยฝีมือการเขียนบทภาพยนตร์ของเวส แอนเดอร์สันเอง และเจสัน ชวาร์ตแมน ดาราขาประจำของเวส และเคยเขียนบทร่วมกับเวส ใน Darjeeling Limited (2007) บทของ Isle Of Dogs ออกมาในสไตล์นิยาย มีบทนำ และต่อด้วยบทที่ 1 บทที่ 2 แต่ก็ยังเป็นหนังที่มีเสียงหัวเราะคลอไปตลอดทั้งเรื่อง

ส่วนใหญ่มักจะเป็นมุกกวน ๆ และประชดประชันถ้าใครเคยติดตามผลงานของเวส น่าจะนึกออกกันล่ะ และในความที่เป็นหนังคอมมีดี้-ผจญภัย เวส ก็ยังสอดแทรกดราม่าเล็ก ๆ พัฒนาการของตัวละครหลักอย่างอากิระ และ ชีฟ ที่ปรับเปลี่ยนเข้าหากันอย่างน่ารัก จากหมาจรจัดใจแคบที่เกลียดเด็กและไม่อยากมีเจ้าของกลับต้องใจอ่อนกับความบริสุทธิ์จริงใจของอากิระ หนังยังสอดแทรกความกวนของเวส ไว้แทบทุกนาทีของหนัง ทั้งในบทสนทนา การเลือกที่จะให้หมาพูดภาษาอังกฤษและมีซับไตเติ้ลโดยให้เหตุผลว่าทั้งหมดนี้แปลจากเสียงเห่า ส่วนตัวละครที่เป็นมนุษย์และพูดภาษาญี่ปุ่นก็ปล่อยไปงั้นให้คนดูงงเล่น ๆ กันไป

อีกส่วนที่เรียกเสียงฮาได้มากพอดู ก็คือการสร้างคาแรกเตอร์ของบรรดาหมา ๆ ได้ออกมาเด่นชัด โดยเฉพาะแก๊ง 5 หมา ที่ดีไซน์เอกลัษณ์แต่ละตัวได้เด่นชัดและการแสดงออกทางสีหน้าได้ฮาดี แม้ไม่ต้องพูดอะไร ที่น่าชื่นชมคือตัวอากิระ เด็กน้อยตัวหลักของเรื่อง ที่มีส่วนผสมทั้งความไร้เดียงสาของเด็กน้อยที่ยังตื่นเต้นกับบรรดาเครื่องเล่นสำหรับเด็กบนเกาะ และขณะเดียวกันก็มีความมุ่งมั่นแบบผู้ใหญ่ที่จะเป็นปากเส่ียงแทนเหล่าหมาล้มล้างกฏหมายกำจัดหมาของคุณลุง

อีกจุดที่น่าชื่นชมมากคือความตั้งใจในการสร้างภาพของหนังให้ออกมาดูมีความเป็นญี่ปุ่น คือถ้ามาดูโดยไม่รู้เบื้องหลังมาก่อนก็เชื่อล่ะว่านี่คือหนังญี่ปุ่น และเป็นการสื่อความเป็นญี่ปุ่นออกมาด้วยความเคารพ เห็นได้ว่าผ่านการทำการบ้าน ศึกษาค้นคว้า ถ่ายทอดออกมาอย่างละเมียดตั้งใจและได้ภาพที่สวยงามมาก โดยเฉพาะการสอดแทรกศิลปะสไตล์ญี่ปุ่นโบราณออกมาทั้งในภาพนิ่งและงานแอนิเมชั่นที่แทรกอยู่หลาย ๆ ตอนในเรื่อง

งานเบื้องหลังที่ต้องพูดถึงเพราะเป็นเรื่องที่น่าเซอร์ไพรส์มากคือทัพนักแสดงที่มาพากย์เสียง Isle of Dogs น่าจะเป็นหนังกลุ่มแอนิเมชั่นที่ได้นักแสดงมีชื่อเสียงมาพากย์เสียงมากที่สุดเท่าที่เคยเห็นมาแล้ว ไบรอัน แครนสตัน , เอ็ดเวิร์ด นอร์ตัน , บิลล์ เมอร์เรย์ , สคาร์เล็ต โจแฮนสัน , ลีฟ ชโรเบอร์ , เจฟฟ์ โกลด์บลูม , ฮาร์วีย์ ไคเทล , ฟรานเซส แม็คดอร์แมนด์ , เกรตา เกอร์วิก และแม้กระทั่งโยโกะ โอโนะ ภรรยาของจอห์น เลนนอน ก็มาพากย์กับเขาด้วย อ่านเบื้องหลังถึงได้ทราบว่าค่าตัวส่วนหนึ่งจากการพากย์ เวส จะหักเข้าองค์กรไม่หวังผลกำไรเพื่อการเก็บรักษาฟิล์มภาพยนตร์ทั่วโลก ที่ก่อตั้งโดยมาร์ติน สกอร์เซซี และนีคือจุดที่แสดงให้เห็นถึงเจตนาอันดีของนักแสดงทุกคนที่มีส่วนร่วมในหนังเรื่องนี้ครับ

Isle of Dogs ความยาวที่ 100 นาที ก็พอดีสำหรับหนังสไตล์แอนิเมชั่น ที่ดูได้เพลิน ๆ และจบด้วยรอยยิ้ม หนังเข้าฉายที่อเมริกาตั้งแต่เดือนมีนาคมแล้ว ทำเงินทั่วโลกไป 63 ล้านเหรียญ ดูแล้วอาจจะพอแค่ได้ทุนคืน แต่ไม่น่าจะเหลือกำไรให้สตูดิโอเจ้าของหนังได้พอยิ้มออก ในทางตรงกันข้าม หนังได้เสียงตอบรับอย่างดีมากจากทุก ๆ เว็บไซต์ สมควรกับคุณค่าของหนังที่ทีมงานทุ่มเทตั้งใจและให้รอยยิ้มกับคนดู

เกร็ดเบื้องหลังงานสร้างที่น่าสนใจ
1 เริ่มต้นการออกแบบหุ่นในเดือนมิถุนายน 2015

2 เริ่มขั้นตอนก่อนการถ่ายทำที่ 3 Mills ในเดือนสิงหาคม 2015

3 เริ่มการถ่ายทำหลักในเดือนมีนาคม 2016

4 การถ่ายทำใช้เวลารวมทั้งสิ้น 445 วัน

5 ใช้ทีมงานรวม 670 คนตลอดโครงการ โดยแบ่งเป็นแผนกต่างๆ เช่น

  • ทีมงานสร้างหุ่น 70 คน อันประกอบด้วยฝ่ายปั้น ฝ่ายหล่อ ฝ่ายขึ้นโครง ฝ่ายวิกและผม ฝ่ายขน ฝ่ายลงสี ฝ่ายบำรุงรักษา.

  • ทีมนักสร้างแอนิเมชัน 38 คน (รวมผู้ช่วย)

  • ทีมศิลปินวิชวลเอฟเฟ็กต์ 30 คน

6 การสร้างภาพยนตร์ใช้ทีมถ่ายทำ 44 ทีม ในโรงถ่ายห้าโรงคิดเป็นจำนวนพื้นที่รวมกว่า 5,000 ตารางเมตรหรือ 54,000 ตารางฟุตโดยรวมพื้นที่สำนักงานด้วย

7 หนังเรื่องนี้มีช็อตรวม 850 ช็อต โดยนอกจากงานสต็อปโมชันแล้วยังมีช็อตแอนิเมชันสองมิติอยู่ 76 ช็อต

8 ใช้ช็อตภาพนิ่ง 144,400 ช็อตเพื่อสร้างเป็นภาพยนตร์ความยาว 100 นาที

9 เซิร์ฟเวอร์ของเราเก็บข้อมูลไฟล์ดิบไว้รวม 34 เทราไบต์ และไฟล์ที่เรนเดอร์แล้วรวม 41 เทราไบต์

10 เวสเพิ่มโน้ตลงในฐานข้อมูลของเรารวม 12,920 ข้อความ

11 ช็อตที่ยาวที่สุดในหนังคือฉากพูดเดี่ยวของชีฟในสนามกอล์ฟซึ่งมีความยาว 80 วินาที (1929 เฟรม)

12 ช็อตที่ใช้เวลาสร้างแอนิเมชันยาวนานที่สุด ใช้เวลาไป 15 สัปดาห์ (107 วัน) โดยเป็นผลงานนักสร้างแอนิเมชันสามคนและผู้ควบคุมแอนิเมชันรับเชิญ แบรด ชิฟฟ์

13 ฉากที่ยาวที่สุดมีความยาว 9 เมตรและฉากที่เล็กที่สุดนั้นเล็กกว่าขนาดของไอโฟน

14 จำนวนหุ่นที่สร้างขึ้นมาทั้งสิ้น 1097 ตัว เป็นหุ่นมนุษย์และหุ่นสุนัขอย่างละมากกว่า 500 ตัว

15 ชิ้นส่วนหุ่นที่ใหญ่ที่สุดคือส่วนปากขนาดใหญ่สุดของสป็อตส์ซึ่งมีความยาว 3.5 ฟุต หุ่นขนาดเล็กที่สุดมีขนาด 15 มม. ตัวละครขนาดใหญ่ที่สุดคือผู้พันโดโมะซึ่งมีความสูง 22.7 นิ้ว

16 ผมของอาตาริร้อยด้วยมือและการร้อยผมให้เต็มศีรษะต้องใช้เวลาสองวัน ขนคิ้วของเขาติดโดยใช้แหนบคีบด้วยมือทีละเส้น

17 หุ่นฮีโร่ (หุ่นตัวหลัก) แต่ละตัวใช้เวลาสร้างราว 16 สัปดาห์ เฉพาะหุ่นนัตเม็กตัวเดียวใช้เวลานานหกเดือน

18 ตัวละครมนุษย์มีใบหน้าที่ปั้นขึ้นมา 53 แบบเพื่อแสดงสีหน้าแบบต่างๆ แต่ละตัวมีปากให้เปลี่ยนได้ 48 แบบสำหรับการออกเสียงต่างๆ กัน โดยแต่ละแบบได้รับการปั้นและลงสีด้วยมือทีละชิ้น มีการสร้างชิ้นส่วนใบหน้าและปากกว่า 3000 ชิ้นเพื่อ
ใช้ในหนังเรื่องนี้

19 ใบหน้าของเทรซีมีรอยตกกระ 321 รอย รอยเหล่านี้เกิดจากการลงสีด้วยมือโดยมองเทียบกับใบหน้าตัวต้นแบบ เมื่อรวมรอยตกกระของตัวละครเทรซีซึ่งอยู่ในหุ่นขนาดต่างๆ และใบหน้าแบบต่างๆ ทั้งหมด เท่ากับว่าทีมลงสีต้องลงสีรอยตกกระ
ไปถึง 40,000 รอย

20 มีการออกแบบและสร้างฉากรวม 240 ฉาก

 

แสดงความคิดเห็น

What The Fact

[รีวิว] Ghost Stories: เริ่มจากหลอนรุนแรงจนทุเลา กลายเป็นหนังเกินคาดเดาสุดครีเอท

Published

on

By

isle of dogs : เกาะเซ็ตซีโร่หมา

8

คุณภาพงานสร้าง

9.0/10

เนื้อหา ตรรกะ ความสมบูรณ์ของบท

8.0/10

ความแปลกใหม่

9.0/10

ความสนุก

7.0/10

ความคุ้มค่าตั๋ว

7.0/10

จุดเด่น

  • เห็นชัดถึงความตั้งใจของทีมงาน
  • ถ่ายทอดภาพลักษณ์ของความเป็นญี่ปุ่นออกมาได้เด่นชัด สวยงาม
  • มุกตลกกวน ๆ ประชดประชัน
  • พัฒนาการของตัวละครดีเยี่ยม
  • ออกแบบสีหน้า เอกลักษณ์ของบรรดาหมาได้ดี

จุดสังเกต

  • ช่วงท้ายที่อัดแน่นสาระมาเต็ม อาจจะหนืดไปหน่อย
  • อาจจะไม่เหมาะกับคนที่ไม่คุ้นเคยงานสต็อปโมชั่น

สนับสนุนเนื้อหาโดย Major Cineplex

เรื่องย่อ

ศาสตราจารย์ ฟิลลิป กู๊ดแมน (รับบทโดย แอนดี้ เนย์แมน) ผู้ไม่เคยเชื่อในเรื่องเหนือธรรมชาติ แต่กลับต้องเผชิญกับเรื่องเล้นลับด้วยตัวเอง เมื่อเขาได้รับเทปเสียงปริศนาที่หักล้างความเชื่อของเขา พร้อมข้อพิสูจน์ที่มาในรูปแบบของ 3 คดีขนหัวลุก ที่ไม่เคยมีใครหาคำตอบและที่มาของมันได้ ภาพยนตร์ระทึกขวัญน่าจับตาที่การันตีด้วยคะแนนมะเขือเทศสดกว่า 81% เสริมระดับความระทึกด้วย มาร์ติน ฟรีแมน จาก The Hobbit (2012 – 2014) , Cargo (2017) , Black Panther (2018) และนักแสดงดาวรุ่งสายแปลก อเล็กซ์ ลอว์เธอร์ จาก The End of the F***ing World (2017) , Departure (2015)

นี่คือหนังที่ได้รับการกล่าวขวัญว่าน่ากลัวสลัดผักที่สุดแห่งเกาะอังกฤษในโมงยามนี้ นอกจากว่าความน่ากลัวของเรื่องเล่าทั้ง 3 คดีปริศนาที่ตัว ศจ.กู๊ดแมน ต้องเข้าไปแก้ไขคดีสไตล์หนัง ออมนิบัสฟิล์ม หรือหนังที่ประกอบด้วยหนังสั้นในตัวที่มักจะ 3 เรื่องบ้าง 4 เรื่องบ้างแล้วแต่การออกแบบแล้ว (ตัวอย่างบ้านเราก็ ผีสามบาท หรือ 4 แพร่ง นั่นล่ะ) หนังยังโยงใยแต่ละเรื่องสั้นด้วยความครีเอทเหลือคณากับการติดตามว่าทั้งหมดนี้มันเกิดอะไรขึ้นกับตัว ศจ.กู๊ดแมนกันแน่ เมื่อเขาถูกไอดอลด้านการท้าพิสูจน์ผีสมัยเด็ก กลับมาบอกว่าพวกเขาเข้าใจผิดว่าผีไม่มีจริงมาตลอด และถ้ากู๊ดแมนไม่เชื่อก็จงหาคำอธิบาย 3 คดีที่ยากจะเข้าใจนี้มาให้ได้

คดีที่ 1: ในความมืด เรื่องราวของยามกะดึก (พอล ไวท์เฮ้าส์) ที่ต้องอยู่เฝ้าอาคารร้างที่เคยเป็นที่บำบัดคนไข้หญิงโรคประสาทเมื่อหลายสิบปีก่อน และเมื่อนาฬิกาเตือนเวลา 03.45 น. ที่เขาต้องเตรียมเดินตรวจเวรปกติก็เกิดเหตุบางอย่างที่ทำให้เขารู้ว่าเขาอาจไม่ได้อยู่คนเดียว หนังชวนให้นึกถึงหนังอย่าง Tales of Terror from Tokyo and All Over Japan: The Movie (2004) ตอนที่ 1 ที่ว่าด้วยยามกะดึกเหมือนกัน แต่กับคดีใน Ghost Stories นี้ ความมืดถูกออกแบบให้โคตรน่ากลัว เรื่องราวและร่องรอยของคารร้างก็ชวนให้นึกถึงสุสานโสเภณีที่กาญจนบุรีของไทยเสียเหลือเกิน ด้วยความใกล้เคียงความเป็นวิญญาณแบบที่เราคุ้นเคยมากสุด ขอยืนยังเลยว่าแค่ตอนแรกก็ขนหัวลุกชูชันสั่นประสาทแล้ว

คดีที่ 2: กลางป่า ดาราวัยรุ่นที่เล่นแนวจิต ๆ ได้ขนลุกอย่าง อเล็กซ์ ลอว์เธอร์ มารับบทเด็กที่ครอบครัวมีปัญหาพ่อแม่อารมณ์ร้าย (จริง ๆ คือราวกับอยู่ในบ้านผีสิงเลยมากกว่า) และคืนหนึ่งเขาก็พานพบกับเหตุการณ์ประหลาดเมื่อขับรถผ่านป่าเวลา 03.45 น. แล้วเผลอชนกับบางสิ่งที่ตามหลอกหลอนเขาหลังจากนั้น พูดตรง ๆ คือตอนที่ ศจ.กู๊ดแมนมาสัมภาษณ์เจ้าหนูนี่ที่บ้านมันน่ากลัวกว่าตอนที่เล่าเรื่องคืนขับรถซะอีก แต่ไม่ใช่ว่าตอนเรื่องในป่าไม่น่ากลัวนะ คือสมองเราหลอนไปแล้วอ่ะ เจออะไรโผล่มาในหนังมันก็เห็นเป็นผีไปหมดเลย แอบสะดุ้งเฮือกกับเบาะรถไปซะหลายรอบ 555 คือมันเป็นตอนที่สนองตอบสารที่หนังสื่อมาเป็นระยะได้ดีเลยนะว่า “สมองเราเห็นในสิ่งที่เราอยากเห็น” แต่ด้วยความที่ตอนนี้มันออกแนวภูตมากกว่าผี เราเลยไม่ค่อยอินเท่าตอนแรก แต่นั่นล่ะยังสยองอยู่ดีแม้จะไม่สุด

คดีที่ 3: บาร์ตี้ นักธุรกิจผู้ประสบความสำเร็จทุกอย่าง (มาร์ติน ฟรีแมน) ต้องพบกับความอ้างว้างในบ้านใหญ่เป็นครั้งแรกเมื่อภรรยาท้องแก่เกิดมีปัญหาภาวะการตั้งครรภ์และต้องค้างอยู่ที่คลีนิก และเมื่อเวลา 03.45 น. มาถึง (อีกแล้ว) เขาก็พบกับเหตุการณ์ประหลาดที่เอานอนไม่หลับทีเดียว อารมณ์เรื่องเล่าในตอนนี้ยังกับหนังไทยเลย ผีหลอกในบ้านตัวเองงี้ อาจดูห้วนสั้นไปนิด แต่เอาจริงแล้วมันเหมือนรีบปิดอินโทรเพื่อเข้าเรื่อง ศจ.กู๊ดแมน กับสิ่งที่เกิดขึ้นกับเขาทั้งหมดมากกว่า

และบทสรุปเรื่องราวทั้งหมดก็ทำให้เราได้พบว่าจริง ๆ แล้ว นี่เป็นหนังที่เล่นกับความคิดการรับรู้ของคนเรา ตลอดจนคนดูมาก ๆ มันครีเอทแบบหนังอย่างพวกจิตวิทยาฝั่งฮอลลีวู้ดเลย ดูรวม ๆ ก็เหมือนไม่ได้มีอะไรใหม่มากนักจับพลอตที่เคย ๆ มีมาผูกใหม่ แต่กลายเป็นว่ามันได้หนังผีที่หลอกหลอนและสดใหม่ขึ้นมา เอาเป็นว่าจบคดีที่ 3 คุณก็เดาตอนจบไม่ค่อยถูกหรอก จนมันค่อยเฉลย ๆ ท้ายหนังนั่นล่ะ ความน่ากลัวอาจลดลงแต่ความสร้างสรรค์นี่ยกนิ้วให้เลย

ส่วนที่หนังยังทำไม่ถึงก็มีโปรดักชั่นที่ดูอังกฤษจ๋า (แน่ล่ะก็มันหนังอังกฤษ) แต่ความชัดและใสแบบพวกซีรีส์อังกฤษคิดว่ามันยังไม่ค่อยเหมาะกับหนังแนวนี้เท่าไหร่โดยเฉพาะช่วงเฉลยนั่นดูสว่างเคลียร์ไปหมด แล้วก็การเฉลยนี่เชื่อว่าด้วยความสร้างสรรค์ของมันคงมีทั้งคนชอบและไม่ชอบล่ะนะ และเรื่องสุดท้ายที่ไม่ชอบ คือการที่หนังยังใช้เสียงดังให้เราตกใจ คือก็ไม่ได้มากขนาดจงใจหรอก แค่คิดว่าหนังมันน่ากลัวโดยไม่ต้องมีเสียงจัมป์สแกร์ก็ได้ จะเป็นโรคหัวใจวายกันพอดี 555

เรื่องผีอาจลึกลับ แต่เรื่องจองรอบซื้อบัตร จองสะดวกซื้อสบายได้ที่รูปนี้เลยฮ๊าฟฟฟ

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

บันเทิง

เมื่อเพจแคปเฌอ BNK48 ถูกผู้คุมสิง

Published

on

isle of dogs : เกาะเซ็ตซีโร่หมา

8

คุณภาพงานสร้าง

9.0/10

เนื้อหา ตรรกะ ความสมบูรณ์ของบท

8.0/10

ความแปลกใหม่

9.0/10

ความสนุก

7.0/10

ความคุ้มค่าตั๋ว

7.0/10

จุดเด่น

  • เห็นชัดถึงความตั้งใจของทีมงาน
  • ถ่ายทอดภาพลักษณ์ของความเป็นญี่ปุ่นออกมาได้เด่นชัด สวยงาม
  • มุกตลกกวน ๆ ประชดประชัน
  • พัฒนาการของตัวละครดีเยี่ยม
  • ออกแบบสีหน้า เอกลักษณ์ของบรรดาหมาได้ดี

จุดสังเกต

  • ช่วงท้ายที่อัดแน่นสาระมาเต็ม อาจจะหนืดไปหน่อย
  • อาจจะไม่เหมาะกับคนที่ไม่คุ้นเคยงานสต็อปโมชั่น

หลังจากที่เผยภาพแรก เฌอปรางค์ BNK48 ในหนังเรื่องต่อไปของ GDH ไปแล้วตั้งแต่เดือน พฤษภาคม 2561 ที่ผ่านมา 19 กันยายน 2561 เพจอย่างเป็นทางการของค่ายภาพยนตร์ GDH เผยชื่อภาพยนตร์เป็นครั้งแรก “HOMESTAY” และภาพที่มีใบหน้าของผู้ชาย 2 คน ผู้คุม มิน ผู้หญิง 1 คน พาย พร้อมข้อความ เมื่อความตายไม่ใช่จุดสิ้นสุด แต่เป็นจุดเริ่มต้นของคำว่า “HOMESTAY” ภาพยนตร์แนวทริลเลอร์ แฟนตาซี เรื่องล่าสุดจาก GDH ที่จะทำให้คุณค้นพบความหมายใหม่ ของคำว่า “ร่างชั่วคราว” เร็วๆ นี้ #HOMESTAY วันถัดมา 20 กันยายน 2561 เวลา 10.03 น. โปสเตอร์ก็มาพร้อมข้อความจากผู้คุม ที่ว่า การมาสิงของกูครั้งนี้หวังว่าจะทำให้พวกมึงเข้าใจความหมายขอคำว่า “HOMESTAY” มากขึ้น ……. โดยมีการตอบกลับข้อความโดยผู้คุม ที่เข้ามาสิงเพจ GDH วันเดียวกัน เวลา 19.05 น. ก็มีโพสต์ภาพ ด่วนที่สุด แถลงการณ์ขออภัย ล้อไปกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

เช้านี้ (23 ก.ย.2561) เพจอย่างเป็นทางการของ เฌอปรางค์ CherPrangBNK48 ได้อัพรูปโปรไฟล์ใหม่เป็นรูปเดิมแต่กลับหัว เปลี่ยน Cover เป็นภาพโปรโมทภาพยนตร์ HOMESTAY (โฮมสเตย์) ในเวลาที่ไล่เลี่ยกันก็โพสต์ภาพโปสเตอร์ภาพยนตร์เรื่อง HOMESTAY แต่ที่สร้างความตื่นเต้นให้กับบรรดาแฟนคลับก็คือมีการตอบกลับข้อความจาก เฌอ (เวอร์ชั่นถูกผู้คุมสิง) ต่างโพสต์ข้อความกันอย่างสนุกสนาน มีขับไล่บ้าง มีหยอกล้อ ผู้คุมก็ตอบกลับได้อย่างเป็นกันเอง บอกขอสิงชั่วคราว หรือข้อความ ยินดีที่ได้มาสิง #กูคือผู้คุม ; )

ก็ถือเป็นแผนการตลาดที่วางแผนลงมือทำกันยาวๆ ต่อเนื่อง ตั้งแต่สร้างความสงสัยด้วยวีดีโอสั้นๆ พร้อมเผยภาพนิ่งไปเมื่อเดือนพฤษภาคม 2561 มาถึงตอนนี้ ก่อนภาพยนตร์จะเข้าฉายในเดือนหน้า วันที่ 25 ตุลาคม 2561 รอดูว่าจะมีอะไรสนุกๆ มาให้ได้ติดตามกันอีกครับ

 

 

 

ตัวอย่างข้อความ

 

โพสต์ที่เฌอปรางค์โดนผู้คุมสิง

 

 

 

 

เผยภาพแรก เฌอปรางค์ BNK48 ในหนังเรื่องต่อไปของ GDH

 

ที่มา : CherPrangBNK48 : GDH

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

บันเทิง

ทำความรู้จักน้องๆ Fever กับคลิปสัมภาษณ์แบบครบคน

Published

on

isle of dogs : เกาะเซ็ตซีโร่หมา

8

คุณภาพงานสร้าง

9.0/10

เนื้อหา ตรรกะ ความสมบูรณ์ของบท

8.0/10

ความแปลกใหม่

9.0/10

ความสนุก

7.0/10

ความคุ้มค่าตั๋ว

7.0/10

จุดเด่น

  • เห็นชัดถึงความตั้งใจของทีมงาน
  • ถ่ายทอดภาพลักษณ์ของความเป็นญี่ปุ่นออกมาได้เด่นชัด สวยงาม
  • มุกตลกกวน ๆ ประชดประชัน
  • พัฒนาการของตัวละครดีเยี่ยม
  • ออกแบบสีหน้า เอกลักษณ์ของบรรดาหมาได้ดี

จุดสังเกต

  • ช่วงท้ายที่อัดแน่นสาระมาเต็ม อาจจะหนืดไปหน่อย
  • อาจจะไม่เหมาะกับคนที่ไม่คุ้นเคยงานสต็อปโมชั่น

หลังจากที่แนะนำตัวด้วย แคชเฟส กันไปแล้วเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา วันนี้พาน้องๆ Fever มาแนะนำตัวด้วยชื่อนามสกุลจริง อายุ ปิดท้ายด้วยบทสัมภาษณ์เวอร์ชั่นกระชับ กับตัวอย่างคำถามเช่น แรงบันดาลใจ ที่อยากเป็นไอดอล, ไอดอลในดวงใจ, เหตุการณ์ในวันออดิชั่น, นิสัยส่วนตัวเป็นยังไง ฯลฯ ตัดแยกมาเป็นคนๆ เชิญรับชมกันได้นะครับ

BeamBeam FEVER
https://www.facebook.com/beambeam.fever/
https://www.instagram.com/beambeam.feverth/

 

Pop FEVER
https://www.facebook.com/poppy.fever/
https://www.instagram.com/pop.feverth/

 

Beam FEVER
https://www.facebook.com/beam.fever/
https://www.instagram.com/beam.feverth/

 

Baimon FEVER
https://www.facebook.com/baimon.fever/
https://www.instagram.com/baimon.feverth/

 

Ply FEVER
https://www.facebook.com/ply.fever/
https://www.instagram.com/ply.feverth/

 

Baifern FEVER
https://www.facebook.com/baifern.fever/
https://www.instagram.com/baifern.feverth/

 

Spam FEVER
https://www.facebook.com/spam.fever/
https://www.instagram.com/spam.feverth/

 

Su FEVER
https://www.facebook.com/ssu.fever/
https://www.instagram.com/su.feverth/

 

Baibua FEVER
https://www.facebook.com/baibua.fever/
https://www.instagram.com/baibua.feverth/

 

Froy FEVER
https://www.facebook.com/froy.fever/
https://www.instagram.com/froy.feverth/

 

Cee FEVER
https://www.facebook.com/cee.fever/
https://www.instagram.com/cee.feverth/

 

Boss FEVER
https://www.facebook.com/bossboss.fever/
https://www.instagram.com/boss.feverth/

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!