Connect with us

What The Fact

อัพเดท 9  MV เพลงไทยที่น่าสนใจในเดือนตุลาคม

เดือนตุลากำลังจะผ่านพ้นไป ย่างเข้าเดือนใหม่พฤศจิกา อีกไม่นานหรอกหนาปีหน้าก็จะมาเยือน ในเดือนนี้มีผลงานดีๆมากมายมาให้ได้ฟังกันไม่หวาดไม่ไหว ซึ่งผมก็คัดมาให้ทั้งหมด 9 เพลงมาฝากเพื่อนๆกัน จะมีเพลงอะไรบ้างนั้นไปดูกันเลยครับ

ครึ่งๆ กลางๆ – bodyslam

ซิงเกิ้ลที่ 4 จากอัลบั้ม “วิชาตัวเบา” ของวงร็อคขวัญใจมหาชน Bodyslam เป็นเพลงช้า เศร้าๆ ซึมๆ เพลงแรกจากอัลบั้มนี้ เปิดตัวมาก่อนด้วยหนังสั้นกำกับโดยผู้กำกับรุ่นใหญ่ นนทรีย์ นิมิบุตร ที่ไม่ได้กำกับงานเอ็มวีมา 10 ปีแล้ว ปัดฝุ่นคราวนี้จัดเต็มที่เลย นอกจากนี้ยังได้การแสดงอันลุ่มลึกของ อนันดา เอเวอริ่งแฮม ที่มาประกบกับ นิว ปทิตตา และ ขวัญตา สิริจรรยา ถ่ายทอดเรื่องราวของชายหนุ่มที่ตกอยู่ในห้วงรักอันสับสน เหลือทน ครึ่งๆกลางๆ จะเดินต่อไปก็ไม่ไหว พอมองย้อนกลับไปก็คิดถึง หากใครกำลังคิดถึงแฟนเก่า รับรองฟังแล้วจะเศร้าไปเลย

นี่เป็นหนังสั้นประกอบเพลงนี้ครับ ไปรับชมกันเลย


Whal & Dolph – ฉันยังเก็บไว้ feat. เอิ๊ต ภัทรวี (Girl & Boy)

บทเพลงที่เล่าถึงช่วงเวลาที่แสนสวยงาม ที่เราเก็บเอาไว้ในใจไม่ว่ามันจะผ่านไปนานเท่าไหร่ มันก็ยังคงงดงามอยู่อย่างนั้น สองคู่หู Wahal & Dolph กับบทเพลงฟังสบาย ที่ได้ เอิ๊ต ภัทรวี มาเติมเสียงนุ่มๆหวานหูลงไป ชอบ MV มากตรงที่ผูกเรื่องให้วันหนึ่งอดีตคนรัก ได้กลายไปเป็นไอดอลและโอกาสเดียวที่จะได้พบกันอีกก็คืองานจับมือ พอดูแล้วทำให้เราเกิดคำถามขึ้นมาเลยว่า เออว่ะ ในชีวิตของเหล่าไอดอลสาวมันจะต้องมีโมเมนท์แบบนี้แน่ๆเลย ทำให้เราได้รู้ว่าเวลาเพียงแค่ไม่กี่วินาทีในงานจับมือสำหรับใครบางคนมันอาจเป็นช่วงเวลาที่แสนยาวนาน และบรรจุไว้ด้วยความทรงจำอันงดงามที่มากมายหลั่งล้นเพียงใด


ซ่อนกลิ่น – PALMY

เป็นเพลงที่มีกลิ่นอายแตกต่างออกไปจากผลงานก่อนๆของปาล์มมี่ มีความเป็นร็อคที่นุ่มนวล ซุกซ่อนความรู้สึกเอาไว้ข้างใน พอฟังแล้วเหมือนความรู้สึกบางอย่างมันจะจุกขึ้นมา ส่วนเนื้อเพลงก็สวยงาม มีการเปรียบเปรยการเก็บซ่อนความรักเอาไว้ในใจดั่งดอกซ่อนกลิ่นที่มีกลิ่นฟุ้งขจรขจายแต่ชื่อของมันกลับสื่อความนัยถึงการซ่อนกลิ่นของมันไว้ เปรียบเหมือนกับความรักที่ไม่อาจเปิดเผยออกไป แต่ดูเหมือนว่าเราไม่อาจจะซ่อนกลิ่นของความรักไว้ได้เลย

เพลงนี้นับว่าเป็นเพลงช้าเพลงแรกในรอบ 5 ปีของปาล์มมี่หลังจากเพลง Butterfly จากอัลบั้ม Palmy5 ในปี 2013 เพลงนี้ได้ แจ๊ป The Richman Toy และ เงาะ มือกีตาร์ The Richman Toy มาร่วมเขียนเนื้อ ส่วนภาคดนตรีนั้นได้  แก๊ก มือเบสวง Slot Machine, วิทย์  มือกีตาร์วง Slot Machineชนม์ มือคีย์บอร์ดวง Shopping Bag, และ ต่อ Lazermonsters (กฤติธี แสงดี) มาร่วมรังสรรค์บทเพลงนี้ให้งดงาม ไม่น่าแปลกใจเลยที่เพลงจะออกมากกลมกล่อมแบบนี้

พีคเข้าไปอีกขั้นกับ MV ที่ได้ เบลล่า-ราณี แคมเปน และ กรรณ สวัสดิวัตน์ ณ อยุธยา มาเล่นเป็นอดีตคนรักที่ได้กลับมาพบเจอกันอีกครั้งในงานเลี้ยงรุ่น กลิ่นของวันคืนเก่าๆมันก็กลับมา แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่อาจปล่อยใจไปตามกลิ่นของความรักในอดีตนั้นได้ด้วยเหตุผลบางอย่าง ชอบโมเมนต์ที่ตัวละครไม่ยอมคุยกัน เบลล่าคือตัวละครหลักของเรื่อง ส่วนกรรณนั้นแอบซ่อนตัวอยู่ในกลุ่มเพื่อนๆ คนดูอย่างเราๆก็ติดตามดูว่าเมื่อไหร่สองคนนี้จะได้คุยกันสักที


Gene Kasidit – คนรู้จัก

“คงจะคิดว่าฉันร้องไห้ทุกคืน

และคงจะคิดว่าฉันจะอยู่ไม่ได้

เธอสำคัญตัวผิดไป”

บทเพลงช้าในซาวด์แบบโมเดิร์นสไตล์ จีน กษิดิศ ที่ถ่ายทอดความรู้สึกของคนที่ผ่านช่วงเวลาเจ็บช้ำจากการเลิกรามาแล้ว และเพียงแค่อยากจะบอกกับคนรักเก่าที่ทิ้งเราไป ที่วันนี้กลายเป็นแค่ “คนรู้จัก” ว่าอย่ามาสำคัญตัวเองผิดไป ไม่มีใครจะมาร้องไห้ให้เธออีกแล้ว

ใน MV จีน กษิดิศมาเล่นเป็นภาพหลอนของคนรักเก่าที่ตามมาวอแวชายหนุ่มทุกฝีเก้า เพียงเพื่อที่เขาจะได้เรียนรู้วิธีปลดปล่อยด้วยการพูดบางประโยคง่ายๆที่ค้างคาเอาไว้ นั่นคือ … (ไปรับชมเอาเองใน MV ละกันนะครับสปอยล์แล้วเดี๋ยวเสียอรรถรส) งาน MV ภาพดีสีสวยมากครับน่าชม


MATTNIMARE – ตัวประหลาด | Monster

“ต้องเห็นเธอบอบช้ำ จากรักที่มืดหม่น เมื่อใครบางคน ไม่เห็นคุณค่าเธอ

แต่ยังเก็บเอาไว้ เพราะฉันเป็นได้เพียง แค่ใครหนึ่งคน ที่ไม่มีความหมาย”

ซิงเกิ้ลใหม่จาก MATTNIMARE อีกหนึ่งวงอินดี้ที่น่าจับตามองที่ย้ายบ้านมาอยู่กับ Holyfox ภายใต้การดูแลของเลิฟอิสเอ็นเตอร์เทนเม้นท์ พวกเขามาพร้อมบทเพลงที่ถ่ายทอดความรู้สึกของการถูกคนที่เรารักมองข้าม เพียงเพราะเธอปักใจกับใครคนนั้น คนที่ไม่ได้รักเธอเท่าไหร่ อีกทั้งยังคอยแต่จะทำให้เจ็บช้ำ เราเองก็ได้แต่คอยอยู่ใกล้แบบที่ไม่สามารถทำอะไรไปได้มากกว่านี้จนดูเหมือนเป็นตัวประหลาดในสายตาของเธอ

ในภาคดนตรีนั้นบอกได้เลยว่าเพราะมาก ลงตัวมาก ส่วนผสมของแต่ละเครื่องผสานกันอย่างลงตัว ท่อนฮุคเบาๆแต่หนักแน่นในความรู้สึก เมโลดี้สวยมาก การเรียบเรียงยังคงมีความ Cinematic ในแบบของ MATTNIMARE อยู่ รับรองว่าฟังแล้วอิ่มเอมแน่นอน  ส่วนตัว MV ก็มาด้วยกลิ่นอายพีเรียดแบบหลอนๆ ชวนติดตาม ลุ้นระทึกไปจนถึงบทสรุปสุดท้ายอันแสนเจ็บปวด


Solitude is Bliss – Luke

เมื่อชีวิตที่ดียังเป็นเพียงแค่นิยาม ความช่วยเหลือยังเป็นได้แค่ความหวัง  ทำอย่างไรจึงจะมีชีวิต ได้อย่างมีชีวา

หนึ่งในงานเพลงจากอัลบั้ม “นกกระจอก” ของ โดยค่ายเพลงคุณภาพจากเชียงใหม่ Minimal Records โดยในอัลบั้มนี้มีเพลงของ Solitude is Bliss อยู่สองเพลงคือ Luke และ Lost in Jane ที่ปล่อยออกมาก่อนหน้านี้

Luke เป็นเพลงจังหวะ upbeat มีเมโลดี้แนวสว่าง ที่มีลูกกรูฟนุ่มๆชวนโยกเบาๆ  ตรงกันข้ามกับเนื้อหาที่พูดถึงความอัดอั้นของการใช้ชีวิตในโลกวัตถุนิยม จนใครบางคนต้องเผชิญกับความอ่อนล้า ซึมเซา สับสนยากจนหาคนมาเข้าใจ ไม่แปลกเลยที่ใครสักคนจะต้องหม่นเศร้าและสับสน เราไม่มีเหตุผลใดที่จะตำหนิเขาเหล่านี้ได้เลย นอกจากควรทำความเข้าใจเท่านั้น


Gym and Swim – Surfin’ Baby

กลับมาคราวนี้ก็ยังฮา ยังบ้าบ๊องเหมือนเดิมกับ Gym and Swim ที่มาพร้อมซาวสนุกๆ น่ารักๆ จึ๊กจั๊กเฮฮา ส่วนตัว MV นั้นก็ฮาสุด ด้วยกลิ่นอายลึกลีบ หลอนๆย้อนยุค เผชิญหน้ากับผีพรายน้ที่ดูฮามากกว่าจะน่ากลัว งานนี้ได้ จีน คำขวัญ ดวงมณี มากำกับ หลังจากลิ้มลองเล่าเรื่องสายฮาไปบ้างแล้วใน “คิดถึงขนาด” ของสมเกียรติ คราวนี้เลยติดใจมาเอาฮาอีก เรียกว่ายังสวย งานดี มีสไตล์ในแบบจีน คำขวัญ แต่บวกฮาเข้าไปด้วย


Zweed n’ Roll – Linger

“Linger” บทเพลงภาษาอังกฤษซิงเกิ้ลใหม่จาก Zweed n’ Roll ถ่ายทอดห้วงยามแห่งความเศร้าจนเรารู้สึกว่า “I can’t go on” เวลาที่เราเศร้ามันเหมือนมีม่านหมอก หรือ เมฆฝนแห่งความทุกข์ปกคลุม ซึ่งใน MV นี้ทำได้เก๋ด้วยการใช้ร่มซึ่งเป็นอุปกรณ์กันฝนเนี่ยล่ะเป็นสัญลักษณ์ของความทุกข์ซะเองเลย ด้วยการให้สายฝนมันหลั่งเทลงมาจากในร่ม กลายเป็นร่มแห่งความทุกข์ที่ไม่ว่าไปที่ใด จะอยู่คนเดียวหรือท่ามกลางคนรอบตัวที่อาจเฮฮาและมีความสุข ไม่ว่าเราจะทำอะไรก็จะคงมีเพียงแต่เราที่เปียกปอนอยู่ภายใต้ร่มแห่งความทุกข์นี่ล่ะ


Bedroom Audio – รักมือสอง

บ้านเรามองผู้หญิงที่ผ่านการมีครอบครัวมาแล้วเป็นของมีตำหนิซึ่งเราไม่เห็นด้วยชีวิตคนเรามันพลาดกันได้ และแค่เพราะเราเคยผิดพลาดมาไม่ได้หมายความว่าเราจะไร้คุณค่าสำหรับหัวใจใครตลอดไป

ที่คือความในใจและแรงบันดาลใจของ แม่น นักร้องนำของ Bedroom Audio ที่กลั่นออกมาเป็นรักมือสอง” บทเพลงที่ถ่ายทอดความรักอันจริงใจที่เรามีให้กับใครสักคนที่เคยผ่านความรักและการมีครอบครัวมาแล้ว การเลิกราไม่ใช่ความผิด ไม่ใช่จุดสิ้นสุดของความรักหากแต่เป็นจุดเริ่มต้นของรักครั้งใหม่ที่สว่างไสวกว่า

MV ถ่ายทอดเรื่องราวของซิงเกิ้ลมัมที่ต้องขายบะหมี่หมูแดง เลี้ยงตนและลูกชาย โดยมีชายหนุ่มคนหนึ่งคอยอยู่ใกล้ๆและพร้อมที่จะดูแลเธอด้วยหัวใจ งานนี้ได้ เสือ พิชย   มากำกับ ซึ่งทำออกมาได้ดราม่าแต่ว่าอบอุ่นมากๆเลย งดงามครับ

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

ทีวี-ซีรีส์

[รีวิวซีรีส์] Sex Education เพศศึกษา (หลักสูตรเร่งรัก) – ก้าวข้ามวัยแบบจั๊กกะจี้หัวใจที่ใครๆก็อยากบวก

Published

on

  • สร้างสรรค์โดย : ลอรี นันน์
  • เหมาะสำหรับ : ผู้ที่ชื่นชอบซีรีส์หรือหนังวัยรุ่นทะลึ่งทะเล้นแต่แอบซ่อนประเด็นการก้าวข้ามวัย (coming of age)
  • สตรีมมิงทั้ง 8 ตอนแล้วทาง Netflix (คลิกเพื่อชมซีรีส์ได้ทันที)
  • คำเตือน มีฉากเซ็กส์แบบเห็นหน้าอกผู้หญิง และ เห็นอวัยวะเพศชาย

หนุ่มสาวคนไหนเซ็กส์มีปัญหาต้องมาหาพวกเขา! เมื่อ โอทิส (อาซา บัตเตอร์ฟิลด์) เมฟ (เอ็มมา แม็คคีย์) และ อีริค (นคูติ กัตวา) เปิดคลินิกลับบำบัดเรื่องเซ็กส์ ทั้งหนุ่มล่ำที่ไม่ถึงจุดสุดยอด, เลสเบี้ยนที่ไม่เคยเสพย์สุขทางเพศ หรือกระทั่งสาวติดเซ็กส์ที่ไม่เคยรู้ความต้องการในเรื่องเซ็กส์ของตัวเอง แต่ยิ่งนานวันโอทิสกลับกำลังตกหลุมรักเมฟ ทั้งที่เธอไม่เคยคิดกับเขาเกินเพื่อน งานนี้ปัญหาวุ่นๆทั้งหัวใจและใต้สะดือจะมีคำตอบตำราหรือไม่ ติดตามได้ใน Sex Education 

Sex Education คือซีรีส์อังกฤษจาก Netflix ที่นำเรื่องเพศกับวัยรุ่นมาเป็นแกนกลางของเรื่อง แต่บอกแบบนี้อย่านึกว่าหนังจะมาทางมุกสัปดนแบบ American Pie หรือ Porky หนังวัยรุ่นวุ่นใต้สะดือจากฝั่งอเมริกันนะครับ เพราะจุดเด่นจริงๆคือซีรีส์สามารถนำเรื่องเซ็กส์มาโยงใยถึงการก้าวข้ามวัยได้อย่างลึกซึ้งทีเดียว โดยบทซีรีส์โดดเด่นมากในการสร้างคาแรกเตอร์ทุกตัวเลย คือดูๆไปเราจะไม่รู้สึกว่าตัวละครไหนกำลังทำให้เรารำคาญกับความสัปดนของมันตรงกันข้าม เซ็กส์กลับค่อยๆเปิดเผยให้เห็นธรรมชาติของวัยรุ่นที่บางคนภายนอกดูแข็งแกร่งแต่ความรักและเซ็กส์ก็พาเธอไปสู่คลินิกทำแท้ง หรือกระทั่งตัวพระเอกอย่าง โอทิส เองก็เป็นคนขาดความมั่นใจในเรื่องเซ็กส์มีปัญหากระทั่งไม่สามารถช่วยตัวเองได้ และเหตุการณ์ก็ยิ่งเลวร้ายเมื่อเขาดันมีแม่เป็นนักบำบัดด้านเพศสัมพันธ์ที่พยายามก้าวก่ายเรื่องใต้สะดือของเขาเหลือเกิน ทำให้เห็นว่าบทซีีรีส์มองเรื่องเซ็กส์ในมุมมองรอบด้านและสามารถอธิบายความสัมพันธ์และความรู้สึกนึกคิดของวัยรุ่นได้อย่างลึกซึ้ง

นอกจากบทแล้ว นักแสดงทุกคนคือจุดเด่นและสามารถนำพาคนดูไปร่วมรู้สึกกับเรื่องราวได้อย่างแท้จริง โดยเฉพาะ อาซา บัตเตอร์ฟิลด์ ที่หลังจาก Ender’s Game (2013) แล้วก็มักได้แต่บทโชว์หล่อสไตล์วัยรุ่นชายหน้าตาดี แม้ใน Sex Education เขาก็ยังได้โชว์หล่ออยู่ดี (ฮ่าาาา) แต่สิ่งที่ อาซา ได้เพิ่มให้ตัวละครโอทิส มีชีวิตมีเลือดเนื้อจริงๆ เขาทำให้เห็นถึงความเปราะบางของวัยรุ่นคนหนึ่งที่ไม่รู้จะจัดการความรู้สึกตัวเองยังไง ยิ่งต้องใกล้กับสาวกร้านโลกที่เขาหลงรักก็ยิ่งรู้สึกยิ่งใกล้ยิ่งเจ็บ จนหลายคนเอาไปแทนความรู้สึกตัวเองเวลาแอบรักใครสักคนและประเด็นนี้เองที่ดูจะโดนใจชาวโซเชี่ยลไทยเป็นพิเศษด้วย

สำหรับสาว เอ็มมา แม็คคีย์ เชื่อว่าเรื่องนี้น่าจะแจ้งเกิดให้เธอได้ไม่ยาก บทสาวเมฟถูกเขียนมาท้าทายนักแสดงอย่างแท้จริงเพราะภายใต้บุคลิกสาวกร้านโลก ยังเต็มไปด้วยความว้าเหว่จากการเป็นเด็กถูกทิ้งทั้งจากครอบครัวและพี่ชาย แถมยังกดเก็บความฉลาดแล้วแสดงออกแต่พฤติกรรมแย่ๆทำลายตัวเองไปเป็นวันๆ ยิ่งเรื่องหัวใจที่เธอหลงรักนักกีฬาว่ายน้ำดาวเด่นของโรงเรียนแต่กลับคิดว่าตัวเองไม่ดีพอ ยิ่งได้พลังการแสดงทั้งสายตาและแอ็คติ้งที่เข้าใจตัวละครของ เอ็มมา ก็ยิ่งทำให้คนดูรู้สึกใจสลายไปกับเธอได้ไม่น้อยเลยทีเดียว

และสำหรับ นคูติ กัตวา ดาราหนุ่มผิวสีในบทเพื่อนรักของโอทิส ก็เรียกได้ว่าสร้างสีสันให้เรื่องราวสนุกได้ทุกตอน ทุกมุกตลกและมิตรภาพระหว่างโอทิส กับอีริคคือส่วนที่น่ารักมากของเรื่องราว ยิ่งได้นคูติที่สามารถมารับบทเกย์ที่พยายามให้คำปรึกษาเพื่อนรักและในขณะเดียวกันก็ยังสามารถถ่ายทอดเรื่องราวความสัมพันธ์ในครอบครัวที่เขาต้องปกปิดตัวตนทางเพศไว้ได้อย่างน่าเห็นใจและถ่ายทอดให้คนดูรักและเอาใจช่วยให้ อีริค ได้เติบโตและกล้าเปิดตัวตนของตัวเองเสียทีได้อย่างหมดใจที่สำคัญเขายังเป็นเจ้าของฉากที่ชวนตัวบิดที่สุดของเรื่องอีกด้วย (จะเป็นฉากไหน กับใครไปดูกันเองจ้า)

นอกจากนี้ Sex Education ยังเป็นการกลับมาของนักแสดงรุ่นใหญ่แต่กลับได้รับบทที่ทรงเสน่ห์ที่สุดนั่นคือ จิลเลียน แอนเดอร์สัน ที่เด็ก 90 รู้จักเธอดีจากบทเอเจนต์ สกัลลี่ แห่ง The X-Files แต่คราวนี้ จิลเลียน เธอมาในบทแม่ของโอทิสที่เป็นนักบำบัดด้านเซ็กส์ แต่เชื่อไหมครับว่าลุคผมสั้นสีดอกเลากลับยิ่งทำให้เธอดู ฮอต ยิ่งกว่าตอนสาวๆเสียอีก เรียกง่ายๆว่ายามใดเธอปรากฎตัวก็ทำให้หนุ่มๆกระชุ่มกระชวยไม่แพ้สาวๆคนอื่นๆในเรื่องเลย

ด้วยบทที่เขียนมาอย่างดี มีตัวละครที่คนดูจะหลงรัก บวกกับประเด็นเรื่องเพศในวัยรุ่นที่แม้ซีรีส์จะมีฉากเซ็กส์และพูดถึงเรื่องเซ็กส์แทบทุกตอน แต่มันกลับสะท้อนด้านที่อ่อนไหวของวัยรุ่นและอุปสรรคที่ต้องเจอในรายทางระหว่างการเติบโตได้อย่างเข้าอกเข้าใจและยังสร้างความประทับใจให้คนดูได้อีกด้วย

 

 

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

What The Fact

IO ผู้ยืนหยัดคนสุดท้าย: เมื่อโลกเป็นพิษ เธอเลยใช้ชีวิตแบบนักปรัชญา

Published

on

By

เรื่องย่อ

แซม คือนักวิทยาศาสตร์คนสุดท้ายบนโลก เนื่องจากโลกประสบปัญหามลพิษจนไม่เหลือสิ่งมีชีวิตใด ๆ ดำรงอยู่ได้อีก ประชากรโลกส่วนใหญ่เลือกเดินทางสู่อาณานิคมในอวกาศซึ่งตั้งอยู่แถวดวงจันทร์ไอโอของดาวพฤหัสบดี แต่แซมยังคงเชื่อว่าโลกยังมีความหวังที่จะฟื้นฟูได้ เช่นเดียวกับพ่อของเธอ แต่แล้วเมื่อโลกดูเหมือนจะขับไล่เธอมากขึ้น เธอก็มีทางเลือกแค่จะไปขึ้นยานลำสุดท้ายที่จะออกจากโลกกับผู้มาเยือนแปลกหน้าอย่าง ไมกาห์ หรือ จะดันทุรังอยู่บนโลกที่เธอรักต่อไป

ดูจากเรื่องย่อก็พอจับความได้ว่าหนังจาก เน็ตฟลิกซ์ออริจินัล เรื่องนี้ น่าจะมีความอินดี้แบบเรื่อยเอื่อยอยู่ไม่เบา เพราะหนังมีตัวละครหลัก ๆ แค่ 2-3 คน กับความยาว 96 นาที แต่เล่าไป 2 บรรทัดนิด ๆ ก็แทบจบเรื่องแล้ว ดูเหมือนว่าหนังไซไฟของเน็ตฟลิกซ์นั้น จะกลายเป็นขึ้นชื่อในเรื่องความปรัชญาอินดี้ปลายเปิด บางทีไม่สนการกระตุ้นคนดูระหว่างทางเลยด้วยซ้ำ อย่างปีที่ผ่านมาก็มีหนังอย่าง Bird Box หรือ Annihilation  ซึ่งก็เป็นจุดแข็งของหนังค่ายนี้ เพราะจะรอสตูดิโอฮอลลีวู้ดผลิตออกมาก็คงไม่มีวันล่ะกับหนังที่ทำท่าจะไม่ได้ตังค์ในโรงแบบนี้ และข้อดีของหนังฉบับเน็ตฟลิกซ์นี่ล่ะที่เราต้องมาแนะนำหนังเรื่องนี้กัน

IO Last on Earth เป็นหนังไซไฟผลงานของ โจนาธาน เฮลเพิร์ต ซึ่งเติบโตมากับหนังสายยุโรปอย่างฝรั่งเศส และนี่เป็นหนังขนาดเรื่องที่ 2 ของเขาเท่านั้น ในขณะที่เรื่องแรกอย่าง House of Time (2015) ที่ฉายในฝรั่งเศสก็เป็นแนวไซไฟคอเมดี้ ซึ่งทำให้เห็นว่าตัวเขานั้นสนใจในหนังแนวไซไฟ หรือแฟนตาซีอยู่ไม่น้อย และสำหรับ IO ก็เป็นการบิดแนวหนังไซไฟมาเล่นเชิงดราม่าปรัชญาและการแสวงหาความหมายของชีวิตสุดท้ายบนโลก โดยอิทธิพลการเล่าเรื่องหลัก ๆ นั้นน่าจะมาจากหนึ่งในทีมเขียนบท และโปรดิวเซอร์ของหนัง อย่าง ชาร์ล สเปโน ที่เคยมีงานอย่าง Embers (2015) ซึ่งว่าด้วยโลกอนาคตที่ผู้คนต่างสูญเสียความทรงจำและผู้รอดชีวิตต่างแสวงหาความเชื่อมโยงกับโลกและผู้อื่น ด้วยเนื้อหาและลีลาการเล่าเชิงกวีปรัชญานั้นก็ไม่ต่างจาก IO เลยทีเดียว

ด้วยสไตล์แบบหนังยุโรปจึงอาศัยความนิ่ง และแรงกระตุ้นความสนใจผู้ชมผ่านบทสนทนาที่มีไม่มากแต่แฝงนัยยะบางอย่าง โดยหลายครั้งมักอ้างอิงตำนานเทพปกรณัม และหนังสือปรัชญากรีกมาพูดกันเสมอ ซึ่งสายอาร์ตหรือสายปรัชญา ชอบกระตุ้นสติปัญญาผ่านหนังน่าจะเป็นที่สนใจ แต่สำหรับสายสมองอ่อนเพลียต้องการแสวงหาหนังมาเป็นคาเฟอีนให้ดวงตาต้องบอกว่า นี่มันยานอนหลับเบนโซไดอะซีปีนชัด ๆ เลย ดังนั้นใครเป็นข้อหลังขอให้ผ่านไปก่อนเลยนะครับ แต่ถ้าใครผ่านข้อสอบคัดตัวข้อแรกนี้ไปก็มาอ่านรีวิวกันต่อเลย

หนังได้ดาราสาวอเมริกันหน้ายังไม่ช้ำอย่าง มาร์กาเร็ต ควอลลี ที่เคยมีผลงานในหนังเน็ตฟลิกซ์อย่าง Death Note ในบท มีอา และสายอาร์ตอาจคุ้นหน้าเธอจากโฆษณา Kenzo World เมื่อปี 2017 ที่เธอต้องเต้นแบบชนเผ่าในชุดราตรีพาดผ่านโถงอาคาร โดยมีฉากเต้นหน้ากระจกโดยไร้เงากล้องสะท้อนได้อย่างน่าทึ่งมาแล้ว ตัว ควอลลี รับบท แซม ที่เรียกว่าแทบจะต้องแบกหนังกว่าค่อนเรื่องไว้ลำพังก่อนที่ตัวละครแขกแปลกหน้าอย่าง ไมกาห์ ที่แสดงโดย แอนโธนี แมกกี้ หรือรู้จักกันดีในบท ฟาลคอน ในหนังซูเปอร์ฮีโร่มาร์เวล จะมาเยือน และต้องบอกว่าด้วยเสน่ห์หรือเซ็กแอพพีลของควอลลี ประกอบกับใบหน้าที่มีโครงสวยชวนมอง ก็สามารถทำให้ผู้ชมอยากดูอยากมองอยู่ไม่น้อย

ประกอบกับหนังค่อย ๆ เพิ่มรายละเอียดและปริศนาต่าง ๆ ในชีวิตของแซมมามากขึ้น ๆ ทั้งการตอบจดหมายของเธอกับแฟนหนุ่มที่ชื่อ ลีออน  ซึ่งออกจากโลกไปดวงจันทร์ไอโอก่อนหน้า ก็เป็นความโรแมนติกชวนเหงาเล็ก ๆ โดยเฉพาะคำลงท้ายจดหมายที่ส่งถึงกันว่า จากโลกถึงสุดขอบจักรวาล ที่ได้อารมณ์เหงามาก ๆ ทั้งความจริงเกี่ยวกับ ดร.วอลเดน ซึ่งเป็นพ่อของเธอที่เราได้ยินเสียงในวิทยุมาตลอดเรื่อง และตัวตนและเป้าหมายที่แท้จริงของชายปริศนาอย่าง ไมกาห์ ผู้รอบรู้ปรัชญากรีกก็ทำให้เรายังคงติดต่อกับสารของหนังได้เรื่อย ๆ ถึงหนังจะไม่มีสัตว์ประหลาดอะไรให้ตื่นเต้น หรืออุปสรรคแบบหนังยานอวกาศให้ต้องลุ้นวินาทีต่อวินาที และบรรยากาศของการเล่าเรื่องจะชวนไปทำอย่างอื่นระหว่างดูเสียเหลือเกินก็ตาม

สรุปว่าหนังเรื่องนี้ของเน็ตฟลิกซ์คงเหมาะกับคนดูเฉพาะกลุ่มมากกว่า ถ้าเทียบแบบหนังชินไค ก็เป็นยุค Voices of a Distant Star มากกว่า Your Name อย่างแน่นอน แต่ที่น่าสนใจคืออารมณ์ร่วมระหว่างดูมันได้กับสถานการณ์ฝุ่นละอองในอากาศเป็นพิษอยู่ในขณะจริง ๆ

นี่นั่งใส่หน้ากากกันฝุ่นดูทะเลหมอกฝุ่นคลุมเมืองในหนัง โคตรอินเลย

ใครเป็นสมาชิกอยู่แล้ว ดูหนังได้ทางลิ้งก์นี้เลย www.netflix.com/watch/80134721

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

What The Fact

Netflix รายได้ต่อปีเพิ่มขึ้น 35% และมีสมาชิกใหม่มากถึง 29 ล้านราย

Netflix เติบโตต่อเนื่อง หวังยอดสมาชิกเพิ่มขึ้นอีกในปี 2019 นี้

Published

on

Netflix ได้เปิดเผยรายได้ประจำปี 2018 อยู่ที่ 1.6 หมื่นล้านเหรียญ ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปี 2017 ถึง 35% และคิดเป็นผลกำไรเพิ่มขึ้น 2 เท่า อยู่ที่ 1.6 พันล้านเหรียญ

รายได้ที่เพิ่มขึ้นนั้น ส่วนใหญ่มาจากจำนวนสมาชิกที่จ่ายค่าบริการรายเดือนซึ่งมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น โดยในปี 2018 นี้ Netflix ได้มีสมาชิกใหม่ถึง 29 ล้านราย และทำให้มีสมาชิกโดยรวมอยู่ที่ 139 ล้านราย และทาง Netflix ยังหวังว่าในไตรมาสที่ 1 ประจำปี 2019 นี้ จะมีสมาชิกเพิ่มขึ้นอีก 8.9 ล้านราย

นอกจากนี้ Netflix ยังมีเนื้อหาที่ประสบความสำเร็จอย่าง Bird Box ที่มียอดผู้ชมมากถึง 45 ล้านวิว ใน 7 วันแรกที่เริ่มเปิดให้ชม และคาดว่าจะมีผู้ชมมากกว่า 80 ล้านวิว ใน 4 สัปดาห์แรก อีกทั้งยังมีภาพยนตร์ต้นฉบับอย่าง Elite ที่มีผู้ชมมากถึง 20 ล้านวิว ใน 4 สัปดาห์แรก

ข้อมูลอ้างอิง : gsmarena

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!