Connect with us

What The Fact

แนะนำ 5 หนังสั้นรางวัลสูงสุดจากงาน GPX Presents Cat Film เอาเพลงมาทำเป็นหนัง

นี่คือโครงการประกวดหนัง โดยรถมอเตอร์ไซค์ GPX และสถานีวิทยุเด็กแมว Cat Radio จัดร่วมกัน ในชื่อ GPX presents “Cat Film เอาเพลงมาทำเป็นหนัง” ซึ่งมีหนังสั้นกว่า 292 เรื่องจากทั่วประเทศส่งเข้าประกวด (รวมแล้วมีคนทำหนังรุ่นใหม่มากกว่า 2,700 ชีวิตเลยทีเดียว) โดยมีโจทย์ว่าให้ทำหนังสั้นที่ใช้แรงบันดาลใจจากเพลงที่ชื่นชอบ

ส่วนการตัดสินนั้นก็ได้กรรมการมาจากทั้งสายผู้กำกับอย่าง ผู้กำกับ บอล-วิทยา ทองอยู่ยง ผู้กำกับจากหนังไทยอารมณ์ดี น้อง.พี่.ที่รัก  รวมถึง ไก่-ณฐพล บุญประกอบ ผู้กำกับสารคดีสุดบ้า 2,215 เชื่อ บ้า กล้า ก้าว ร่วมด้วยศิลปินดัง อย่าง สอง พาราด็อกซ์, บอย ตรัย ภูมิรัตน, คมสัน นันทจิต พร้อมด้วยเจ้าของโปรเจกต์อย่าง จ๋อง พงศ์นรินทร์ อุลิศ นำทีมเหล่าดีเจแคท เรดิโอ มาร่วมโหวตลงคะแนนให้กับหนังสั้นรางวัล POPULAR VOTE อีกด้วย โดยการประกาศชื่อผู้ชนะและฉายรอบเวิลด์พรีเมียร์ของหนังทั้ง 12 เรื่องสุดท้ายที่เข้ารอบมาด้วย ณ สยามภาวลัย รอยัล แกรนด์เธียเตอร์ ชั้น 6 สยาม พารากอน เมื่อวันจันทร์ที่ 3 ธันวาคมนี้เอง

โดยหนังสั้นที่ได้รับรางวัลสูงสุดของงานได้แก่

รางวัลชนะเลิศ และพ่วงด้วย รางวัล POPULAR VOTE

เรื่อง The Only One
ศิลปิน : Part Time Musician
โดยผู้กำกับ ชนาธิป อมรปิยะพงศ์

จุดเด่นของงานชิ้นนี้มาจากความคิดสร้างสรรค์ และพั้นช์ไลน์แท้ ๆ เลย เพราะเมื่อเทียบด้านโปรดักชั่นแล้วยังมีหนังเรื่องอื่นที่ทำได้ดีกว่า แถมบางช็อตของหนังยังหลุดโฟกัสด้วยซ้ำ แต่ผู้กำกับและเขียนบทอย่างชนาธิปก็ใช้ประโยชน์จากความเรียบง่ายได้ดี โดยสะท้อนผ่านเพลง The Only One ที่เล่นคำว่า วัน มาเป็นแมลงวัน เมื่อทีมงานเฟ้นหานักแสดงของกองหนังหนึ่งต้องมาเจอแฟนเก่า ในวันที่เขากลายเป็นมนุษย์แมลงวันที่เวลามองอะไร ๆ จะเห็นเป็นช่องจำนวนมากเหมือนตาแมลงวัน ก็เป็นแฟนซีที่เซอร์ไพร้ส์เราไม่เบา

จุดที่เจ๋งที่สุดมาจากการเขียนบทสนทนาที่คมและบาดลึกมาก ๆ ในช่วงกลางถึงหลังของหนังที่ล้อไปกับ การมองเห็นได้หลายช่อง กับการ อยากมองแค่คน ๆ เดียว ได้อย่างเจ๋งสุด ๆ ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมถึงคว้ารางวัล POPULAR VOTE ไปได้อีกรางวัล

รางวัลรองชนะเลิศ มีจำนวน 3 เรื่อง

เรื่อง จันทร์
ศิลปิน : t_047
โดยผู้กำกับ ภาสวุฒิ สุขบัว

สำหรับ จันทร์ จริง ๆ เรื่องนี้สูสีคู่คี่กับรางวัลชนะเลิศอยู่ไม่น้อย ด้วยคุณภาพงานโปรดักชั่นที่เหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัด (น่าจะดูดีสุดในหนังที่รับรางวัลด้วย) การถ่ายภาพและการจัดองค์ประกอบศิลป์ อย่างวางสีตัดในฉากยืนคุยตอนฝนตกกลางซอยเป็นอะไรที่สวยมาก ด้านการเล่าเรื่องที่ว่าด้วยชาย-หญิงที่บังเอิญมาพบกันหลังจากเลิกราไปนาน และก็ได้โอกาสในการสานสัมพันธ์กันอีกครั้ง ก็มีความโรแมนติกและยียวนเล็ก ๆ ผ่านบทสนทนาและข้อความที่เป็นเหมือนความในใจของตัวละคร แบบในเอ็มวีเพลง ขอ ของ Lomosonic หรือเพลง ซ่อนกลิ่น ของ ปาล์มมี่ แต่เทียบความสร้างสรรค์และจุดจุกของหนังก็ยังแพ้หนังที่ชนะเลิศ หรือเอ็มวีที่ว่ามาอยู่พอสมควร เรียกว่าฮุกเบาไปโดยเฉพาะช่วงท้ายที่เล่นมุกซึ่งหนังรักมีกันเกลื่อนแล้วด้วย

ส่วนที่ชอบอีกอย่างคือหนังมีกิมมิกที่คิดมาละเอียด อย่างการที่ตัวละครมี 2 ตัว คือ ฟ้า กับ ต่าย (น่าจะมาจาก กระต่ายบนดวงจันทร์) แต่ในข้อความที่เป็นความคิดจะมี ตัวละครชื่อ Moon มาแจมด้วย ประหนึ่งว่า จันทร์ ตามชื่อเพลงนั้นคืออีกคนที่จับจ้องความสัมพันธ์ของทั้งคู่ผ่านบทเพลงด้วย


เรื่อง อีสาวเห้อ
ศิลปิน : บอยจ๊อส Feat. ยาวีแมน
โดยผู้กำกับ อัมรินทร์ ทองชูใจ

อีสาวเห้อ เป็นหนังซื่อ ๆ ที่ใช้สำเนียงใต้เล่าเรื่องได้อย่างซื่อตรงเหมือนนิสัยคนใต้เช่นกัน ทำเอานึกถึงหนังตระกูลไทบ้านที่กินใจผู้ชมภาคไหน ๆ ก็ได้ด้วย หนังว่าด้วยชาย-หญิงที่บังเอิญมาเจอกัน โดยฝ่ายหญิงเหมือนจะหลอกให้ฝ่ายชายซื้ออาหารเสริม อาหารหมา และทำธุรกิจขายตรงด้วย ด้านฝ่ายชายเองก็ใจซื่อเหลือเกินยอมสาวเจ้าไปหมด หากแต่มีอุปสรรคคือพี่ชายของฝ่ายชายที่จะไม่ยอมให้น้องชายโดนหลอก ก็เป็นหนังสั้นที่เล่าเรื่องง่าย ๆ ตรง ๆ จุดด้อยก็มีเรื่องโปรดักชั่นที่ไม่หลุดจากกรอบหนังนักศึกษา รวมถึงการแสดงซึ่งยังต้องพัฒนาให้คนเชื่อขึ้นอีก แต่ส่วนที่ต้องชมเลยคือเทคนิคการตัดต่อที่เล่นบีทแรงเหมือนดูหนังของ เอ็ดการ์ ไรท์ ทีเดียว และยังมีมุกตอนจบที่น่ารักอยู่ไม่น้อยด้วย เป็นอีกหนึ่งทีมที่อยากเชียร์ให้เป็น ไทบ้านแห่งเมืองใต้ ในอนาคต


เรื่อง คำสุดท้าย
ศิลปิน : The Caption
โดยผู้กำกับ คณิน พรรคติวงษ์

คำสุดท้าย เป็นหนังที่ดูจริงที่สุดในบรรดาหนังที่ได้รางวัล ผู้กำกับดึงจุดเด่นนี้มาใช้ได้จนเราเริ่มลังเลว่ากำลังดูความจริงหรือการแสดงกันแน่ (ไม่เฉลยนะครับให้ดูเอง) และถ้าหากว่ามองว่ามันคือการแสดงก็ต้องบอกว่าถ้าโครงการนี้มีรางวัลนักแสดง หนังเรื่องนี้ก็ควรได้ไปครองอย่างไม่ต้องสงสัยเลย หนังว่าด้วยน้องผู้ชายคนหนึ่งที่ป่วยระยะสุดท้ายก่อนตายเขาเลยโทรไปหาที่บ้าน ด้วยความคิดว่า ก่อนจะจากไป จะขอพูดความจริงทุกอย่าง และแม้หนังจะเพียงตั้งกล้องนิ่ง ๆ เท่านั้น แต่บทสนทนาที่เป็นธรรมชาติมาก กับรอยน้ำตาเปื้อนหน้าตลอดเวลา นี่เป็นหนังดราม่าที่ได้ใจคนดูไปมากที่สุดในเทศกาลอย่างไม่ยากลำบากเลย

และข้อดีอีกอย่างคือน่าจะเป็นหนังที่ใช้ประโยชน์จากตัวเพลงที่นำมาเป็นแรงบันดาลใจได้ผลที่สุดเรื่องหนึ่งด้วย เพราะช่วงท้ายของหนังที่เปิดคลอไปกับเพลงนั้นส่งพลังออกมามากจริง ๆ

รางวัลพิเศษ GPX Film Rider

เรื่อง ตัดสินใจ
ศิลปิน : Safeplanet
โดยผู้กำกับ พีรพัฒน์ คำสาริรักษ์

รางวัลพิเศษจากสปอนเซอร์หลักอย่าง GPX ที่นอกจากโจทย์ว่าต้องมีเพลงเป็นแรงบันดาลใจแล้ว หนังทุกเรื่องต้องไทอินเจ้ามอเตอร์ไซค์ GPX นี้ด้วย ซึ่งเรื่องนี้เป็นอีกเรื่องที่ใช้ประโยชน์ของ GPX ได้เกี่ยวกับหนังที่สุด (ชื่นชม) หนังยังมีพลังครีเอทีฟในการเล่าเรื่องของ เพื่อนสองคนที่อยากจะทำหนังส่งประกวดโครงการนี้ โดยหนังที่จะทำเกี่ยวกับชายอ้วนคนหนึ่งที่ไม่อยากเป็นทหารเลยจะทำทุกวิธีทางเพื่อการนั้นโดยที่ยังนึกตอนจบของหนังไม่ออก และหนังยังติดปัญหาหลายอย่างจน ตัวละครที่เป็นผู้กำกับเองต้องใช้การตัดสินใจว่าจะยังทำต่อหรือหยุด หนังมีลักษณะความเป็นหนังซ้อนหนังที่มีฉากจริงกับฉากหนังในความคิดปนเปกันไปทั้งในการตัดต่อและในฉากเดียวกันได้อย่างน่าสนใจ

ส่วนที่ต้องพัฒนาก็เป็นเรื่องของการแสดงและจังหวะการสนทนาที่ยังไม่เป็นธรรมชาติ ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่จากเท่าที่ดูหนังที่ได้รางวัลมาทุกเรื่อง (และน่าจะรวมถึงส่วนใหญ่ของหนังระดับนักศึกษา) ที่อาจขาดการแคสติ้งนักแสดงอย่างจริงจัง (ส่วนใหญ่อาศัยเพื่อนคนรู้จักเสียมากกว่า) นอกจากนี้ยังขาดการฝึกแอ็กติ้งโค้ชก่อนการเล่นจริงทำให้จังหวะหรือเคมีในการต่อบทยังตะกุกตะกัก นอกจากนั้นตัวบทหนังส่วนที่เป็นบทสนทนาเองก็เป็นส่วนหนึ่งที่อาจทำให้ดูไม่เป็นธรรมชาติ เป็นทักษะที่ต้องเรียนรู้และพัฒนากันให้มากด้วยครับ

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น