Connect with us

What The Fact

[รีวิว] The Last Emperor: 31 ปี ยิ่งดีงาม

The last Emperor หรือ จักรพรรดิโลกไม่ลืม คือหนังชีวประวัติของจักพรรดิ์องค์สุดท้ายของจีน ที่เรารู้จักกันดีในนาม ผู่อี๋ หรือบ้านเราน่าจะคุ้นในนาม ปูยี ทั้งยังเป็นผลงานชิ้นโบว์แดงของผู้กำกับระดับครูหนังที่เพิ่งถึงแก่อสัญกรรมไปเมื่อ 26 พฤศจิกายนที่ผ่านมาอย่าง เบอร์นาร์โด แบร์โตลุชชี ผู้กำกับชาวอิตาลี  หนังเรื่องนี้ยังเป็นเจ้าของรางวัลออสการ์ถึง 9 รางวัล โดยชนะทุกรางวัลที่เข้าชิงทั้งยังมีรางวัลใหญ่อย่างภาพยนตร์ยอดเยี่ยม และกำกับภาพยนตร์ยอดเยี่ยมด้วย และเช่นกันหนังยังชนะรางวัลใหญ่ในฝั่งเวทีลูกโลกทองคำในปีเดียวกันด้วยถึง 3 รางวัล ซึ่งรวมถึงภาพยนตร์ยอดเยี่ยมประเภทดราม่าด้วย จึงเป็นการันตีที่อาจไม่ต้องชื่นชมใด ๆ มากไปกว่านี้ก็ควรแค่แก่การเสาะแสวงหามารับชมแล้ว

ผกก. แบร์โตลุชชี่ ครั้งกำกับหนังเรื่องนี้

อย่างที่บอกว่าหนังเล่าเรื่องจักรพรรดิ์ปูยี ซึ่งเป็นองค์สุดท้ายก่อนจีนเข้าสู่ยุคสาธารณรัฐใต้ระบบคอมมิวนิสต์เต็มตัว สำหรับคนที่ไม่เคยดูมาก่อน แม้ตัวหนังจะมีอายุอานามกว่า 31 ปีแล้วแต่การเล่าเรื่องนับว่าไร้กาลเวลาอย่างมาก ดูได้ทุกยุคทุกสมัย ไม่รู้สึกว่าเก่าหรือเชยแต่อย่างใด

โดยหนังเล่าสลับ 2 ช่วงเวลาคือเปิดเรื่องด้วย ผู่อี๋ ในฐานะอาชญากรสงครามโลกที่ต้องเข้ารับการตัดสินโทษและชดใช้กรรมเฉกเช่นคนธรรมดาในเรือนจำของรัฐ และอีกช่วงเวลาที่เล่าสลับล้อกันไปคือช่วงเวลาตั้งแต่ ผู่อี๋ อยู่ในวัย 5 ขวบและถูกพรากจากบ้านเกิดเข้ารับตำแหน่งจักรพรรดิ์จีนอย่างไม่รู้ตัว เขาเติบโตอย่างดอกไม้งามที่ผิดรูปในพระราชวังต้องห้ามที่เป็นดั่งกระถางที่เข้มงวดในจารีตโดยไม่เคยได้ออกเห็นโลกภายนอกอีกเลย และส่วนสำคัญคือเขาเป็นประมุขของประเทศแต่ขาดสิทธิิ์แทบทุกอย่างภายใต้กฎมณเฑียรบาลของกษัตริย์ แม้แต่สิทธิ์ในการอยู่กับพ่อแม่ที่แท้จริง ซึ่งความผิดแผกจากผู้อื่นนี้เขาไม่เคยได้เลือกเองแต่อย่างใดดั่งมีคนขีดวางทุกอย่างไว้เพียงเขาห้ามนอกลู่ทางก็เพียงพอ ซึ่งมันได้สะท้อนผ่านการเติบโตของผู่อี๋ในแต่ละช่วงวัยที่เป็นหัวเลี้ยวหัวต่อด้านอารมณ์จากเด็กสู่หนุ่ม ทั้งยังเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อทางการเมืองโลกและการเมืองจีนด้วย เราจึงได้เห็นว่าจักรพรรดิ์ผู้นี้ตกต่ำลงจนเป็นนักโทษในอีกช่วงเวลาได้เช่นไร จะตัดสินเขาในฐานะใดหรือไม่นั้น หนังก็เปิดทางไว้ตรงกลางอย่างไม่มีอคติ ซึ่งน่าชื่นชมมาก

หนังเล่าผ่านสายตาของผู่อี๋ ทั้งยังเป็นความตั้งใจของแบร์โตลุชชี่ที่จะให้ใช้มุมภาพที่สะท้อนความเป็นมนุษย์ของผู่อี๋ โดยไม่ต้องแสดงความยิ่งใหญ่อลังการให้ผิดรูป ผู้ชมจึงได้รับประสบการณ์เช่นเดียวกับที่ผู่อี๋เผชิญ กำแพงวังกั้นกลางผู่อี๋กับโลกภายนอกเช่นใด ผู้ชมก็ไม่ได้รับการอธิบายถึงเหตุการณ์ภายนอกเฉกนั้น มันจึงเป็นหนังที่เต็มไปด้วยความเปลี่ยนแปลงทางสังคมที่งวยงงสำหรับผู้ที่ไม่รู้ประวัติศาสตร์ยุคเปลี่ยนผ่านของจีนอันแสนวุ่นวาย ซึ่งก็คือความรู้สึกของผู่อี๋เช่นเดียวกัน และเชื่อว่าหลังหนังจบจะเชื้อเชิญผู้ชมให้ลองศึกษาบทเรียนทางประวัติศาสตร์จีนนี้เพื่อตอบข้อข้องใจและเข้าใจในสภาพของผู่อี๋ในแต่ละช่วงวัยมากขึ้นอย่างแน่นอน

และสำหรับคนที่เคยดูมาก่อน ก็ต้องยอมรับว่าคนที่ได้ดูในโรงเมื่อตอนหนังออกฉายใหม่คงมีไม่มาก ส่วนใหญ่เราคงได้ดูผ่านจอทีวีผ่านสื่อวิดีโอกันทั้งนั้น และส่วนใหญ่ก็มักได้ชมเวอร์ชั่น 3 ชั่วโมงที่ตัดเพิ่มสำหรับฉายทีวีกันด้วย แต่ครั้งนี้เป็นโอกาสดีที่เราจะได้ชมหนังฉบับดั้งเดิมที่ความยาว 163 นาทีซึ่งเป็นฉบับที่แบร์โตลุชชี่คิดว่าสมบูรณ์ที่สุด และที่สำคัญการทำไฟล์มาฉายนั้นสมบูรณ์มากทั้งภาพและเสียง ซึ่งเป็นส่วนที่ได้รางวัลออสการ์มาแล้วทั้งคู่ โดยเฉพาะเพลงประกอบนั้นได้ ซากาโมโตะ เรียวอิจิ มาแสดงสมทบและทำเพลงให้ด้วย เรายังจะได้เห็นรายละเอียดความเป็นหนังถ่ายฟิล์มที่เก็บรายละเอียดแสงเงา เม็ดเกรนแบบคลาสสิก และความคมชัดที่ไม่ได้ถูกลดทอนเลย มันเป็นงานที่สมชื่อการเป็นหนังครูที่จะใช้ศึกษาทั้งโปรดักชั่น และวิธีการเล่า ดูกี่ครั้งก็ยังงดงาม จึงเป็นความสำคัญว่าควรได้ดูในระบบเสียงและระบบการฉายที่ออกแบบมาให้ชมอย่างเต็มอรรถรสเช่นนี้

โดยส่วนตัวความรู้สึกเทียบตอนดูในจอทีวีกับในโรงนั้น ถือเป็นประสบการณ์ที่ต่างไปอย่างสิ้นเชิงเลย ทั้งรายละเอียดศิลป์ และรายละเอียดการแสดง ที่จะติติงมีบ้างคือ จอมันใหญ่เสียจนเห็นตัวประกอบสายตาหลุดมองกล้องได้บ่อยเลย ตลกดีครับ 555

หนังฉายตั้งแต่ 31 มกราคม – 6 กุมภาพันธ์นี้ วันละ 1 รอบที่ SF Central World และ SF Maya ChiangMai  วันธรรมดา รอบ 18.45 น. และ เสาร์อาทิตย์รอบ 16.00 น.
ดูรอบจองตั๋วได้ที่ https://www.sfcinemacity.com/showtime/movie/HO00000417

และตั้งแต่วันที่ 7 – 16 กุมภาพันธ์ ที่ Bangkok Screening Room
สามารถเช็ครอบและจองได้ที่ https://bkksr.com/th/movies/the-last-emperor

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

What The Fact

“6 สิ่งที่จำเป็นต้องเกิดขึ้น” ใน Avengers: Endgame

Published

on

Avengers: Endgame ใกล้จะเข้าฉายในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้ ซึ่งแฟน ๆ ต่างตั้งคำถามว่า บทสรุปของ Marvel Cinematic Universe Phase 3 จะเป็นอย่างไร ?

ก่อนหน้านี้ Marvel Studios ได้ปล่อยตัวอย่างออกมาเพื่อเรียกระแสจากผู้ชม และตามมาด้วยคำให้สัมภาษณ์จาก 2 ผู้กำกับ พี่น้องรุสโซ ว่า Avengers: Endgame อาจมีความยาวถึง 3 ชั่วโมง เพื่อที่จะดำเนินเรื่องให้สู่บทสุดท้ายของภาพยนตร์โดยสมบูรณ์

เรามาดู 6 เหตุการณ์สำคัญที่จำเป็นต้องเกิดขึ้น เพื่อให้ Avengers: Endgame กลายเป็นบทสรุปสุดยิ่งใหญ่ของ Marvel Cinematic Universe และเป็นการส่งไม้ต่อไปยัง Phase 4 ต่อไป

1. Captain America และ Iron Man สงบศึกกัน

Captain America และ Iron Man เป็น 2 ตัวละครหลักของแฟรนไชส์ MCU มากนานถึง 10 ปี ถึงแม้ว่าจะมีอุดมการณ์ต่างกัน แต่ทั้ง 2 คน ก็ไม่เคยเกลียดกันเลยจริง ๆ

นับจากเกิดความขัดแย้งใน Captain America: Civil War แล้วนั้น 3 ต่อมาใน Avengers: Infinity War ทั้ง 2 คน ก็ยังไม่มีโอกาสได้คุยกันเลย และนั่นหมายความว่า Avengers: Endgame จะเป็นการขมวดปมให้ทั้ง 2 ตัวละคร ได้มีโอกาสปรับความเข้าใจกัน

2. Thanos ต้องตาย

ถึงแม้ว่า Thanos จะทำในสิ่งที่ตัวร้ายน้อยคนนักใน MCU (Marvel Cinematic Universe) จะทำได้สำเร็จ แต่เพื่อให้ MCU เดินหน้าต่อไปได้ และเพื่อให้อุดมการณ์อันยิ่งใหญ่ของ Thanos ยังคงเป็นประเด็นสำคัญทางสังคมต่อไป การที่จะเลือกให้ Thanos ต้องสลายหายไปก็อาจเป็นการปิดฉากตัวละครนี้ได้อย่างสมศักดิ์ศรีอย่างที่ควรจะเป็น

3. จักรวาลต้องได้รับการแก้ไข

ถึงแม้ว่าจะมีทฤษฎีมากมายเกี่ยวกับเหตุการณ์ต่อไปหลังจาก Avengers: Endgame แต่สิ่งที่สำคัญคือการทำให้ทุกอย่างกลับคืนมาเหมือนเดิม ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่สิ่งที่สมบูรณ์หรือสมดุลอย่างที่ Thanos เฝ้าหวัง แต่มันก็คือธรรมชาติของทุกสิ่ง

ทฤษฏีที่แฟน ๆ ค่อนข้างมั่นใจมากที่สุดคือ การย้อนเวลากลับไปช่วง Avengers ภาคแรก เพื่อแก้ไขสถานการณ์ แต่ถึงกระนั้น Marvel Studios ก็ยังมิได้เปิดเผยรายละเอียดแต่อย่างใด

4. เกิดอะไรขึ้นกับคนที่สลายหายไป …ต่อไป

แฟน ๆ จำนวนมากเชื่อว่า ผู้ที่สูญสลายไปเป็นฝุ่นใน Avengers: Infinity War จะกลับมามีชีวิตตามปกติอีกครั้ง เนื่่องจากพวกเขาเหล่านั้นอาจไปอยู่ใน Soul Stone

ถ้าหากทีม Avengers สามารถลบล้างสิ่งที่ Thanos ทำไปแล้วได้จริง (หมายถึงการล้างชีวิตครี่งหนึ่งของทั้งจักรวาล) มันก็จะตอบโจทย์สำคัญของ Avengers: Endgame ได้เป็นอย่างดี

5. บอกลาตัวละครที่คุ้นเคยมานานถึง 10 ปี

ชัดเจนแล้วว่า ตัวละครบางตัวจะบอกลาไป หลังจาก Avengers: Endgame ได้จบสิ้นลง และนั่นหมายความว่าภาพยนตร์เรื่องจะเป็นการบอกลาตัวละครที่อยู่ร่วมกับแฟรนไชส์นี้มานานถึง 10 ปี ไม่ว่าจะเป็น Captain America (คริส อีแวนส์), Iron Man (รอเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์) และ Thor (คริส เฮมสวอร์ธ)

6. ปูทางต่อไปยัง Phase 4

เมื่อ MCU Phase 3 ได้สิ้นสุดลงที่ Avengers: Endgame สิ่งที่ผู้สร้างจำเป็นต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่องคือ การปูทางในตอนท้ายของภาพยนตร์เรื่องนี้ไปยัง Phase 4 ซึ่งอาจประกอบไปด้วยสมาชิกใหม่ของทีม Avengers และตัวร้ายชุดใหม่

อย่างไรก็ดี นี่เป็นเพียงทฤษฏีความเป็นไปได้ของเหตุการณ์สำคัญที่ควรเกิดขึ้นใน Avengers: Endgame โดยอ้างอิงจากรายงานและข่าวลือต่าง ๆ ซึ่งจะเป็นจริงมากน้อยเพียงไรนั้น ต้องรอพิสูจน์ในวันที่ 24 เมษายน 2019 นี้

ข้อมูลอ้างอิง : cinemablend

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

What The Fact

FRIEND ZONE จัดรอบพิเศษขอบคุณแฟนคลับฉลองรายได้ 100 ล้าน มุ่งสู่ 190 ล้าน!

Published

on

By

14 กุมภาพันธ์ วันวาเลนไทน์ เป็นวันแรกที่ภาพยนตร์โรแมนติก คอเมดี้ จาก GDH อย่าง FRIEND ZONE ระวัง.. สิ้นสุดทางเพื่อน เข้าฉาย

21 กุมภาพันธ์ 7 วันหลังจากนั้นพวกเขากวาดรายได้ในกรุงเทพฯ ไปราว ๆ 80 ล้านบาท และหากรวมทั่วประเทศจะอยู่ทีประมาณ 140 ล้านบาท

เพื่อฉลองความสำเร็จนี้ทีมงานจึงจัดฉายรอบพิเศษ ‘FRIEND ZONE ข้ามเส้น 100 ล้าน.. เอาหร่อยเก้าซิบ(190 ล้าน)’ เพื่อขอบคุณทุกคน ซึ่งตั๋ว SOLD OUT ภายใน 10 ชั่วโมง… และรอบพิเศษที่ว่าจะมีอะไรบ้างไปดูกันเลยครับ

เริ่มแรกภาพยนตร์จะฉายประมาณ 13.00 น. ก่อนจะจบที่ราว ๆ 15.00 น. โดยที่ตั๋วทุกใบจะได้รับเสื้อลิมิเต็ด อิดิชั่น จากนั้นทีมนักแสดงและผู้กำกับก็จะเดินขึ้นมาบนเวทีเพื่อพูดคุยอย่างเป็นกันเองกับผู้ชม นำโดย นาย ณภัทร เสียงสมบุญ, ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์, ชยนพ บุญประกอบ ผู้กำกับ พร้อมด้วย เจสัน ยัง, เบสท์ ณัฐสิทธิ์ โกฏิมนัสวนิชย์ และ ส้วม สุขพัฒน์ โล่ห์วัชรินทร์

ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์

เจสัน ยัง

นาย ณภัทร เสียงสมบุญ

เบสท์ ณัฐสิทธิ์ โกฏิมนัสวนิชย์

ส้วม สุขพัฒน์ โล่ห์วัชรินทร์

ชยนพ บุญประกอบ ผู้กำกับ

คุณชยนพ ผู้กำกับเผยว่าภาพยนตร์เรื่องนี้ ณ ตอนนี้ถือว่าทำได้เกินกว่าที่คาดไว้มาก ๆ ทุกคนที่เกี่ยวข้องมีความสุขเหลือเกิน โดยมุ่งเป้าวันเสาร์นี้รายได้ในกรุงเทพมหานคร หวังให้ถึง 100 ล้าน ส่วนภาพยนตร์ก็เตรียมจะออกฉายทั่วเอเชีย 13 ประเทศ อินโดนีเซีย, สิงคโปร์, บรูไน, มาเลเซีย, กัมพูชา, เวียดนาม, มาเก๊า, ฟิลิปปินส์, ไต้หวัน, ลาว, ฮ่องกง, พม่า และ จีน เริ่มฉายที่แรก สปป.ลาว ในวันที่ 21 กุมภาพันธ์

โดยคุณน้ำฝน ศิลปินจากประเทศลาวที่ได้รับเชิญให้แสดงภาพยนตร์เรื่องนี้ได้ส่งคลิปมาแสดงความยินดีด้วย

น้ำฝน

เนื่องด้วยนี่เป็นรอบพิเศษ รายได้ทั้งหมดจากการฉายรอบนี้ได้นำไปบริจาคให้กับมูลนิธิสร้างรอยยิ้ม เป็นจำนวนเงิน 255,559 บาท

ก่อนจะปิดท้ายด้วยโชว์พิเศษจากทีมนักแสดงด้วยการร้องเพลง คิดมาก ในเวอร์ชั่น FRIEND ZONE ให้ทุกคนฟัง โดยมีวง CAPELLA เป็นแบ็คอัพ

วง CAPELLA

ยัง ยังไม่หมด! มีเซอร์ไพรส์แฟนคลับทุกคนด้วยการให้ทุกที่นั่งได้ถ่ายรูปหมู่กับนักแสดง และสามารถไปรับรูปได้เลยบริเวณหน้าโรงภาพยนตร์ เรียกได้ว่าทั้งอิ่มบุญ อิ่มใจ กันถ้วนหน้าเลยละ

เฟรนด์โซน และ แฟนคลับ

ประสบความสำเร็จจริง ๆ กับ FRIEND ZONE ระวัง.. สิ้นสุดทางเพื่อน ที่เปิดซิงเป็นภาพยนตร์ไทยเรื่องแรกของปี 62 ที่รายได้แตะ 100 ล้านบาท และดูจากการออกฉายที่เพิ่งผ่านไป 1 อาทิตย์ และแผนการที่จะตะลุยเอเชียแล้ว มีลุ้นกันยาว ๆ เลยละครับ

ส่วนใครที่สนใจชมภาพยนตร์เรื่องนี้สามารถอ่านรีวิวและซื้อตั๋วชมภาพยนตร์ได้ที่นี่

คลิกอ่านรีวิวและซื้อตั๋วชมภาพยนตร์

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

What The Fact

ลองของกันหน่อย! กับนมเมจิกลิ่นสาคูแคนตาลูปและกลิ่นทับทิมกรอบมะพร้าวอ่อน

Published

on

เคยมั้ยเวลาไปตู้ขายนมในร้านสะดวกซื้อก็เห็นรสเดิมๆวนไปทุกวัน จืด ช็อค สตรอว์เบอร์รี่ จืด ช็อค สตรอว์เบอร์รี่ นานๆทีจะมีรสแปลกอย่างรสแคนตาลูป รสกล้วย หรือรสกาแฟที่ตอนนี้ไม่ใช่ของแปลกแต่อย่างใด แต่ล่าสุดผมก็แอบสะดุดกับนม 2 รสชาติใหม่ ของ เมจิ ทั้งกลิ่น สาคูแคนตาลูป และ กลิ่นทับทิมกรอบมะพร้าวอ่อน เรียกได้ว่าแค่อ่านชื่อก็นึกถึงขนมหวานเย็นๆแล้ว แต่รสชาติจะโดนหรือน่าลองหรือเปล่าเรามาพิสูจน์กันเลย

การออกแบบแพ็คเกจ

อันนี้ต้องชมเมจิเขานะจ๊ะ ทั้งสีสันและกราฟิกรูปแคนตาลูปและลูกมะพร้าวช่วยให้เราจินตนาการรสชาติออกได้เลยว่า กลิ่นสาคูแคนตาลูปจะได้รสหวานหอมแคนตาลูปและ กลิ่นทับทิมกรอบมะพร้าวอ่อนต้องได้กลิ่นมะพร้าวอ่อนจางๆแน่นอน

สำรวจส่วนประกอบ

ทั้ง กลิ่นทับทิมกรอบมะพร้าวอ่อน และ กลิ่นสาคูแคนตาลูป ประกอบด้วยน้ำนมโคพร่องมันเนย 73% น้ำตาล 3.8% มันเนย 1% เวย์ผง 0.7% นมผงขาดมันเนย 0.05%  ซึ่งจะสังเกตได้ว่า ส่วนผสมไม่ได้ต่างกันเลย เอาล่ะสิ ลางร้ายเริ่มมาเยือนแล้ว เพราะปกตินมที่รสชาติต่างกันจะมีปริมาณส่วนผสมที่ลดหลั่นกันไป แต่นี่อะไรเนี่ย! ส่วนผสมเหมือนกันเด๊ะๆ

ข้อมูลโภชนาการ

ไม่เพียงส่วนประกอบจะแทบก็อบวางกันมา แต่ทั้ง 2 รสชาติยังระบุข้อมูลโภชนาการเหมือนกันอีก โดยจากพลังงาน 110 กิโลแคลลอรี่ มีพลังงานจากไขมันอยู่ 25 กิโลแคลอรี่ ซึ่งก็นับว่าเยอะอยู่เหมือนกันนะ หากบริโภคก็ควรต้องออกกำลังกายกันด้วยนะครับ

แรกเปิดฟรอยด์

สิ่งที่โดดเด่นมากสำหรับนมทั้งสองรสชาติคือสีสันของนมครับ สำหรับกลิ่นสาคูแคนตาลูปจะมาในสีส้มคล้ายเนื้อแคนตาลูป ส่วนทับทิมกรอบมะพร้าวอ่อนจะมาในสีชมพู ซึ่งก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่ามันทำให้นึกถึงทับทิมกรอบยังไง แต่เอาเถอะ พอเป็นสีชมพูก็ดูน่ารักน่าทานคล้ายๆนมสตรอว์เบอร์รี่เหมือนกัน แต่นั่นก็มาอีกหนึ่งลางร้ายเพราะทั้งรสชาติเมื่อเปิดมาเราจะได้กลิ่นมะพร้าวเหมือนกันเด๊ะอีกแล้ว

เมื่อแรกชิม

เริ่มที่กลิ่นสาคูแคนตาลูปก่อน บอกได้เลยว่า หวานมาก และที่จินตนาการไว้ว่าจะได้กลิ่นและรสเหมือนเราได้ทานแคนตาลูปอร่อยๆ คือไม่ได้เลย รสแคนตาลูปจางมาก เพราะนอกจากรสหวานและกลิ่นที่เหมือนกะทิอบควันเทียนแล้ว ก็แทบไม่มีรสอื่นแทรกเลย

ส่วนกลิ่นทับทิมกรอบมะพร้าวอ่อน ก็หวานในเลเวลเดียวกันเลย มิน่าล่ะส่วนประกอบเหมือนกันซะเบอร์นั้น ยิ่งได้กลิ่นกะทิอบควันเทียนแล้วนี่ ให้ความรู้สึกเหมือนไปซื้อกะทิกล่องมาซดมากเลยครับ

สรุป

โดยส่วนตัวในฐานะคนไม่ชอบดื่มนมที่มีรสหวานจัดๆแล้วต้องบอกเลยว่า ครั้งเดียวพอ จริงๆครับสำหรับทั้ง 2 รสชาติ ไม่ได้เลย ยิ่งพอนึกถึงรสชาติน้ำกะทิอบควันเทียนที่ทั้ง 2 รสชาติมีเหมือนกันแล้วนี่ ขอบายจริงๆ

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!