Connect with us

What The Fact

ชั่วโมง BNK48 ศึกษา: ร้อยเรื่องราวผ่านวาทะในงานเลือกตั้ง

ภาพประกอบจาก TrueID

“ครูเอี่ยมครับ”
“ว่า?”
“ครูเอี่ยมคิดยังไงกับงานเลือกตั้ง BNK48 ครับ?”
“นี่ งานก็ยังไม่เสร็จ ยังจะมาชวนคุยนอกเรื่องอีก”
“โธ่ ครูเอี่ยม ก็ผมอยากรู้”
“ทำใบงานให้เสร็จก่อน แล้วเดี๋ยวช่วงพักค่อยคุยกัน”

ตัวอย่างการ์ดที่ครูเอี่ยมทำให้นักเรียน

“ครูเอี่ยมชอบงานเลือกตั้งครั้งนี้ไหมครับ?”
“ก็สนุกดีนะ หลากหลายอารมณ์ดี ในมุมมองของผม งานเลือกตั้งมันเป็นจุดระเบิดอารมณ์ปีละครั้งสำหรับเหตุการณ์ที่ผ่าน ๆ มา อย่างของ AKB48 เขาเดบิวมากว่า 13 ปีแล้ว มันมีเรื่องราวเต็มไปหมด ของ BNK48 เพิ่งจะเดบิวได้ไม่ถึง 2 ปี เรื่องราวอาจจะยังไม่เยอะ แต่ก็ถือว่าได้อรรถรสพอสมควรล่ะ”
“ผมชอบน้าเน็กในฐานะพิธีกรมาก ๆ เลยครับ เคมีเข้ากับ BNK48 ดีมาก ๆ”
“ผมก็ชอบ จริง ๆ ผมเห็นว่าน้าเน็กเข้ากับ BNK48 ได้ดีตั้งแต่ผมได้ดูรายการของน้าเน็กเมื่อปลายปี 2560 แล้ว ยังแอบคิดเลยว่า ถ้ามีงานเลือกตั้งเมื่อไหร่ อยากให้น้าเน็กมาเป็นพิธีกร แล้วผมก็สมหวัง”
“จะว่าไป ผมสนใจคำพูดของน้าเน็กครับครูเอี่ยม”
“ตรงไหนเหรอ?”

“ผลของเซ็มบัตสึโซเซ็งเกียวบอกได้ 2 อย่าง อย่างแรกก็คือฐานแฟนคลับของแต่ละคนอย่างชัดเจน แต่ที่สำคัญที่สุด ผลเซ็มบัตสึโซเซ็งเกียวคือรางวัลที่ทุกคนมอบให้กับเม็มเบอร์ทุกคนด้วยความรัก และตอบแทนความทุ่มเทของเม็มเบอร์” – น้าเน็ก

“ครูเอี่ยมคิดว่าผลการเลือกตั้งบอกฐานแฟนคลับจริง ๆ เหรอครับ? ผมว่ามันบอกจำนวนเงินในกระเป๋าของแฟนคลับมากกว่า”
“ก็บอกจำนวนเงินในกระเป๋านั่นแหละ การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ได้วันแมนวันโหวต หนึ่งคนจะโหวตเท่าไหร่ก็ได้ เพราะฉะนั้นจำนวนโหวตคงไม่ได้บอกจำนวนแฟนคลับแบบเป๊ะ ๆ คุณเองก็ชอบเม็มเบอร์หลายคน แต่ก็ไม่ได้โหวตให้ทุกคนที่คุณชอบ จริงไหมล่ะ”
“ใช่ครับ”
“แม้แต่เม็มเบอร์อย่างเฌอปรางก็เคยพูดว่า การจะเป็นโอตะ BNK48 ไม่ได้ต้องทำอะไรเป็นพิเศษเลย แค่ชื่นชอบ BNK48 ก็เป็นอันใช้ได้แล้ว”
“แล้วครูเอี่ยมคิดว่าคะแนนพวกนี้เป็นรางวัลให้กับเม็มเบอร์จริง ๆ เหรอครับ?”
“ใช่สิ ทำไมจะไม่ใช่ล่ะ”
“ผมว่าเม็มเบอร์ไม่ได้ส่วนแบ่งอะไรจากเงินค่าโหวตของพวกเราหรอก”
“เอ อันนี้ผมก็ไม่รู้เหมือนกันนะ และพวกเราก็คงไม่ได้เข้าไปรู้การบริหารจัดการข้างในจริง ๆ หรอก แต่ก็เคยมีข่าวลือนะว่าเม็มเบอร์ AKB48 ไม่ได้ส่วนแบ่งรายได้จากคะแนนโหวตเลือกตั้งแต่ได้ส่วนแบ่งรายได้จากบัตรจับมือ”
“ถ้าอย่างนั้น เราก็ไม่ควรจะเอาเงินไปทุ่มโหวต เอาเงินไปซื้อบัตรจับมือดีกว่า อย่างนั้นเหรอครับ?”
“อย่างที่บอกนะว่าเราไม่รู้เรื่องจริงข้างในหรอกว่าเขาแบ่งหรือไม่อย่างไร แต่ผมว่าหัวใจสำคัญของการเชียร์ไอดอลคือการเชียร์แล้วเรามีความสุข คุณมีความสุขทางไหนก็ไปทางนั้น ชอบโหวตก็โหวต ชอบจับมือก็จับมือ”
“นั่นสิครับ”
“ผมว่าบางทีพวกคุณก็คิดมากไป เวลาคุณไปร้านข้าวมันไก่เงี้ย คุณชอบข้าวมันไก่ก็สั่งข้าวมันไก่ คุณชอบข้าวมันไก่ทอดก็สั่งข้าวมันไก่ทอด คือถ้าคุณจะคิดถึงขนาดว่าอย่างไหนแม่ค้าได้กำไรเยอะกว่าก็ได้ แต่ผมก็ยังเสนอว่าสั่งของที่คุณอยากกินเฮอะ”
“55+ ใช่เลยครับครูเอี่ยม”
“และที่สำคัญที่สุด คุณโหวตให้เม็มเบอร์เพราะอะไร?”
“เพราะชอบ เพราะอยากสนับสนุนครับ”
“ก็ถ้าเป็นอย่างนั้น ทุกคะแนนมันก็สะท้อนความรู้สึกตรงนั้นของพวกเราอยู่แล้ว แล้วมันจะไม่ใช่รางวัลสำหรับเม็มเบอร์ได้ยังไงล่ะ”

“ผมเห็นการเลือกตั้งครั้งนี้ เม็มเบอร์ BNK48 ลงเลือกตั้งกันทุกคน ของที่ญี่ปุ่นเป็นอย่างนี้หรือเปล่าครับครูเอี่ยม?”
“ไม่เลย ที่ญี่ปุ่น การเลือกตั้งของ AKB48 มีเม็มเบอร์ไม่ลงเลือกตั้งเยอะแยะไป หรือกระทั่งการเลือกตั้งครั้งล่าสุดเมื่อปีที่แล้วที่เฌอปรางกับมิวสิคติดอันดับ เม็มเบอร์ BNK48 ส่วนใหญ่ก็ไม่ได้ลงเลือกตั้งนี่ จำได้ไหม?”
“แล้วเม็มเบอร์ญี่ปุ่นที่ไม่ลงเลือกตั้งนี่เพราะอะไรเหรอครับ?”
“ก็มีหลายเหตุผลนะ ถ้าจากปากคำของเม็มเบอร์เอง หลายคนก็บอกว่าไม่อยากให้แฟน ๆ เสียเงินมากมาย บางคนก็บอกว่าอยากให้แฟน ๆ เก็บเงินไว้ซื้อบัตรจับมือมาหาพวกเธอดีกว่า บางคนก็ไม่พูดอะไรปล่อยให้แฟน ๆ ตีความไปต่าง ๆ นานา แต่ผมว่าก็คงมีไม่น้อยแหละที่ไม่ลงเลือกตั้งเพราะกลัวจะไม่ติดอันดับ”
“กลัวอย่างที่มิวนิคกลัวเหรอครับ?”
“มิวนิคทำไมเหรอ?”

“แต่ว่าตอนนี้หนูไม่กลัวแล้ว เพราะหนูรู้ว่ามีทุกคนอยู่ข้าง ๆ หนูอยู่” – มิวนิค

“ตอนที่อยู่บนเวที มิวนิคบอกว่ากลัว”
“อ๋อ ณ จุดนั้น มิวนิคก็คงกลัวที่จะไม่ติดอันดับน่ะแหละ”
“ระดับมิวนิคเนี่ยนะครับ?”
“ถึงมิวนิคจะมีความนิยมสูงและได้เป็นเซ็นเตอร์ของเพลง Tsugi no Season ฤดูใหม่ ก็เถอะ แต่ผลด่วนที่ได้อันดับที่ 28 และผลโค้งสุดท้ายที่ได้อันดับที่ 32 ก็หวาดเสียวอยู่นะ”
“ผมว่ามิวนิคแบกความกดดันไว้เยอะมาก”
“ก็คงอย่างนั้น มีผลงานในวงการบันเทิงมาตั้งแต่เด็ก ๆ แถมหลาย ๆ คนยังยกให้เป็นตัวท็อปของรุ่นที่ 2 อีก”
“แต่สุดท้ายก็ติดอันดับจนได้ สมกับเป็นคามิโอชิของผมเลยครับ”
“จ้ะพ่อคุณ อย่าให้เห็นว่าบดล่ะ!”

“อยากอยู่ BNK48 นาน ๆ ได้ไหมคะ” – อิซึรินะ

“ตอนน้าเน็กประกาศชื่ออิซึรินะ ผมนี่เฮลั่นบ้านเลยครับ”
“แน่นอน ผมอยู่ในอิมแพ็คอารีนา หูแทบดับเลยล่ะคุณ เป็นเสียงเชียร์ที่ดังที่สุดในงานวันนั้นเลย ไม่ว่าจะใครก็เอาใจช่วยอิซึรินะทั้งนั้น”
“อิซึรินะเพิ่งจะได้ติดอันดับเลือกตั้งใช่ไหมครับครูเอี่ยม?”
“ใช่แล้ว อิซึรินะลงเลือกตั้ง AKB48 มาแล้ว 8 ครั้ง ไม่เคยติดอันดับเลยสักครั้ง ทุกคนก็หวังว่าอิซึรินะจะติดอันดับเป็นครั้งแรกสักที เพื่อเป็นการตอบแทนที่อิซึรินะเป็นทุกอย่างของ BNK48 จริง ๆ”
“ผมเห็นแม่ครูเอี่ยมไปจับมืออิซึรินะด้วย”
“ใช่ ก็แม่ผมอยากไปให้กำลังใจอิซึรินะน่ะแหละ จริง ๆ แม่ผมชอบทุกคน แต่ผมจะให้แม่ผมจับมือทุกคนไม่ได้ ไม่งั้นผมจะเอาเงินที่ไหนซื้อข้าวกินล่ะ!”

“แต่มันก็เป็นความดีใจที่ดีใจไม่สุด เพราะว่าเหมือน เรามา เราก็อยากให้เพื่อนขึ้นมากับเราด้วย” – มินมิน

“ผมติดใจคำพูดของมินมินครับครูเอี่ยม”
“ทำไมเหรอ?”
“ที่มินมินพูดว่าอยากให้เพื่อนขึ้นมาด้วยเนี่ย เพื่อนในที่นี้หมายถึงสมาชิกแก๊งปลาเผาอีก 3 คน คือออม ฝ้ายและเค้กใช่ไหมครับ”
“ผมเข้าใจว่าอย่างนั้นแหละ เพราะแก๊งนี้สนิทกัน และติดเซ็มบัตสึด้วยกันในซิงเกิ้ลที่ 4 ด้วย”
“กล้องก็จับภาพออม ฝ้ายและเค้กในจังหวะด้วยครับครูเอี่ยม ทั้งสามคนนั่งอยู่ด้วยกัน”
“แล้วคุณติดใจคำพูดไหนของมินมินเหรอ?”
“คือผมสงสัยว่ามินมินรู้ได้ยังไงว่าสามคนนั้นจะไม่ติดอันดับแน่ ๆ แล้ว?”
“อ๋อ อืม น่าสนใจ คุณคิดว่ายังไง?”
“อาจจะเป็นเพราะว่าทั้งสามคนนี้ไม่ติดอันดับตอนผลโค้งสุดท้ายมั้งครั้ง”
“ก็คงประมาณนั้น แต่ถ้าจะดูให้ชัด ๆ คุณลองมาดูที่คะแนนผลด่วนกับคะแนนผลสุดท้ายสิ คุณเห็นอะไรไหม?”

ภาพจาก https://election.bnk48.com/

“เห็นอะไรครับครูเอี่ยม?”
“ในผลสุดท้าย ตอนประกาศอันดับที่ 32 ซึ่งเป็นอันดับที่ประกาศออกมาเป็นอันดับแรก จิ๊บได้คะแนนรวม 5472 คะแนน”
“ครับ”
“แล้วคุณดูคะแนนผลด่วนสิ เห็นไหมว่ามีเม็มเบอร์ถึง 13 คนที่ได้คะแนนมากกว่า 5472 คะแนน แปลว่าทันทีที่คะแนนรวมของจิ๊บถูกประกาศออกมา 13 คนนี้สบายใจได้แล้วว่าติดอันดับแน่ ๆ”
“นั่นสิครับ โอกาสน้อยมาก ๆ ที่สามคนนี้จากที่ไม่ติดอันดับในผลโค้งสุดท้ายแล้วจะเบียดเข้าไปในผลสุดท้ายได้”
“และยังไม่นับว่าหน้าตาของอันเดอร์เกิร์ลส์ในผลโค้งสุดท้ายกับในผลสุดท้ายเหมือนกันเป๊ะ ๆ เลย ต่างกันแค่ลำดับตำแหน่ง มันก็ชวนให้คิดแหละว่าหน้าตาของเซ็มบัตสึในผลโค้งสุดท้ายกับในผลสุดท้ายจะเหมือนกัน แล้วก็ปรากฏว่าออกมาเหมือนกันจริง ๆ ต่างกันแค่ลำดับตำแหน่ง กลายเป็นว่าผลโค้งสุดท้ายบอกหน้าตาของเซ็มบัตสึและอันเดอร์เกิร์ลส์ได้แม่นยำมาก ๆ”
“น่าเสียดายนะครับที่ฝ้ายไม่ติดอันดับ ผมยังจำได้เลยตอนที่ฝ้ายร้องเพลงให้ครูเอี่ยมทายในรายการแฟนพันธุ์แท้”
“ใช่ ผมตายไปแล้วตั้งแต่ตอนนั้น ตอนนี้ก็ยังไม่ฟื้น 55+”

ภาพจากรายการแฟนพันธุ์แท้ 2018 วันที่ 5 ตุลาคม 2561

“หนูอยากเป็นเซ็นเตอร์ แต่ก็ต้องบอกไปว่า ติดเซ็มบัตสึเพราะว่า มันก็ออกสื่อด้วย” – ซัทจัง

“ซัทจังพูดเหมือนกับว่า ถ้าไม่ติดเซ็มบัตสึแล้วจะไม่ได้ออกสื่อเลยนะครับครูเอี่ยม”
“มันก็แล้วแต่ว่าช่วงเวลานั้น BNK48 มีพื้นที่สื่อมากน้อยแค่ไหนน่ะนะ ถ้าเป็นช่วงที่กระแสดีหรือสื่อมีเรื่องให้เล่น ไม่ต้องเป็นเซ็มบัตสึก็ออกสื่อได้ เหมือนตอนช่วงที่เม็มเบอร์รุ่นที่ 2 เดบิว เพลงรองอย่างฤดูใหม่ก็ได้ออกโทรทัศน์นะ ยังไม่นับว่างานอีเวนต์ต่าง ๆ อุนเอ (運営 = ฝ่ายบริหารจัดการ) ก็พยายามกระจายงานไปให้เม็มเบอร์อยู่แล้ว”
“จริงด้วยครับครูเอี่ยม”
“จะว่าไป ถ้าเราย้อนกลับไปดูซิงเกิ้ลเลือกตั้งของ AKB48 ยุคแรก 3 ซิ้งเกิ้ลเลือกตั้งแรกคือ Iiwake Maybe, Heavy Rotation และ Flying Get ทั้ง 3 ซิงเกิ้ลนี้ใช้เซ็มบัตสึ 21 คน แต่ด้วยความที่ AKB48 ยังไม่ดังมากและข้อจำกัดของรายการโทรทัศน์ ในเซ็มบัตสึ 21 คนนี้ 12 อันดับแรกเท่านั้นที่อยู่ในมีเดียเซ็มบัตสึ (メディア選抜) และ 12 คนนี้แหละที่จะได้เดินสายออกรายการโทรทัศน์เพื่อโปรโมตซิงเกิ้ล”
“งั้นอีก 9 คนก็ไม่ได้ออกรายการโทรทัศน์เลยเหรอครับ?”
“อาจจะได้ออกบ้างนะ ผมไม่มั่นใจเท่าไหร่ แต่ไม่ได้ออกเท่ามีเดียเซ็มบัตสึแน่ ๆ”

ภาพจากรายการ SMAPxSMAP วันที่ 29 สิงหาคม 2554

“อันนี้ผมคิดเล่น ๆ นะครับครูเอี่ยม เป็นไปได้ไหมที่เซ็นเตอร์หรือเม็มเบอร์แถวหน้าของเพลงรองจะโดดเด่นกว่าเม็มเบอร์แถวหลังของเพลงหลัก?”
“เรื่องนี้แฟน ๆ ของ AKB48 ก็พูดถึงเหมือนกัน โดยเฉพาะในยุคที่ AKB48 ยังมีมีเดียเซ็มบัตสึอยู่ แฟน ๆ บางคนตั้งข้อสังเกตว่าอูเมดะ อายากะ เม็มเบอร์ที่ได้อันดับที่ 22 ในการเลือกตั้งครั้งที่ 3 และได้เป็นเซ็นเตอร์เพลงรองอย่าง Dakishimecha Ikenai นั้นได้พื้นที่สื่อมากกว่าคูราโมจิ อาซูกะ เม็มเบอร์ที่ได้อันดับที่ 21 ในการเลือกตั้งครั้งเดียวกันและติดเซ็มบัตสึเพลงหลักอย่าง Flying Get แต่ถามว่าในกรณีของ BNK48 จะเป็นอย่างนั้นไหมก็ต้องคอยดูกันต่อไปนะ”

“ผมเห็นในทวิตเตอร์มีคนบอกว่า ซัทจังพูดว่าอยากให้ซิงเกิ้ลที่ 6 นี้ เพลงรองดังกว่าเพลงหลัก”
“ก็ไม่รู้ว่าพูดจริงหรือเปล่าน่ะนะ แต่ก็ฟังดูขี้เล่นสมกับเป็นซัทจัง และซัทจังจะเป็นเซ็นเตอร์ของเพลงรองด้วยนี่”
“แล้วมันจะเป็นไปได้เหรอครับครูเอี่ยม?”
“ก็เป็นไปได้เหมือนกันนะ แต่ผมมองว่าที่ผ่านมายังไม่เคยเกิดขึ้นกับ BNK48 นะ หรือคุณคิดว่ายังไง?”
“ผมไม่มั่นใจเหมือนกันครับ”
“นั่นอาจจะเป็นเพราะ BNK48 ยังไม่เคยมีการจัดอันดับเพลงล่ะมั้ง”
“แล้ว AKB48 มีงานจัดอันดับเพลงไหมครับ?”
“มีสิ งาน AKB48 Request Hour ไงล่ะ งานนี้เป็นงานที่ให้แฟน ๆ โหวตให้เพลงที่ตัวเองชอบ ก็คล้ายกับงานเลือกตั้งที่ให้แฟน ๆ โหวตให้เม็มเบอร์ที่ตัวเองชอบน่ะแหละ”
“แล้วมีไหมครับที่เพลงรองได้อันดับดีกว่าเพลงหลักในซิงเกิ้ลเดียวกัน?”
“ก็มีนะ อย่าง RIVER เมเจอร์ซิงเกิ้ลที่ 14 ของ AKB48 ที่มี RIVER เป็นเพลงหลักและ Kimi no Koto ga Suki Dakara เป็นเพลงรอง”
“ทั้งสองเพลงนี้แสดงที่งาน AKB48 Asia Festival 2019 ที่ผ่านมานี่ครับ”
“ใช่ และในงาน AKB48 Request Hour ทุกครั้งตั้งแต่ปี 2553 จนถึงปี 2559 ซึ่ง Kimi no Koto ga Suki Dakara ติดอันดับนั้น เพลงนี้อันดับสูงกว่า RIVER ทุกครั้งเลยนะ”

“ตำแหน่งเซ็มบัตสึมันทำให้หนูได้อยู่บนเวทีได้นานขึ้น มันทำให้หนูได้ทำสิ่งที่หนูรัก ได้ร้องได้เต้นแล้วก็ได้เห็นหน้าทุกคน ได้เห็นรอยยิ้มของทุกคนที่ส่งให้มา” – ปูเป้

“ผมว่าปูเป้พูดไม่จริงนะครูเอี่ยม เรื่องที่บอกว่าการเป็นเซ็มบัตสึทำให้ได้เห็นรอยยิ้มของทุกคน”
“ทำไมล่ะ? เห็นสิ”
“ก็ข้างล่างมันมืด เขาเปิดไฟแต่บนเวที แล้วปูเป้จะเห็นคนดูได้ยังไง”
“เอ่อ อันนั้นเป็นปัญหาของผู้กำกับแสงแล้วล่ะ ต้องให้ปูเป้ไปเคลียร์เอง เขาสื่อความหมายตรงก็พอแล้วคุณ!”

“แต่วันนี้หนูต้องขอบคุณเสียงกรี๊ดของทุกคนที่ทำให้หนูมั่นใจมากยิ่งขึ้น” – น้ำหนึ่ง

“น้ำหนึ่งพูดเหมือนกับว่าเวลาน้ำหนึ่งไปออกงานที่ไหนแล้วไม่มีคนกรี๊ดอย่างนั้นแหละครับครูเอี่ยม”
“มีสิ ทำไมจะไม่มีล่ะ แต่สิ่งที่งานประกาศผลการเลือกตั้งให้กับเม็มเบอร์ที่ติดเซ็มบัตสึก็คือ เม็มเบอร์คนนั้นจะมั่นใจได้จริง ๆ ว่าเสียงกรี๊ดนั้นเป็นของตัวเองล้วน ๆ ไง ที่ผ่านมาเวลาน้ำหนึ่งไปออกงานที่ไหนก็ไม่ค่อยได้เป็นเม็มเบอร์แถวหน้าหรือเซ็นเตอร์ เวลามีคนเชียร์เราตอนที่อยู่กันหลาย ๆ คน มันก็คงไม่แปลกใช่ไหมล่ะที่จะแอบคิดว่า เขากรี๊ดเราหรือกรี๊ดคนข้าง ๆ เราหว่า”
“ผมชอบแฟน ๆ ของน้ำหนึ่งมาเลยครับครูเอี่ยม เชียร์เสียงดังมาก แถมยังสามัคคีกันใช้แท่งไฟสีแดง”
“อื้ม ผมก็ชอบ ดูเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันดี น้ำหนึ่งมองขึ้นไปคงชื่นใจน่าดู”

“ที่ญี่ปุ่นมีอย่างนี้ไหมครับครูเอี่ยม?”
“ก็มีบ้างนะ ของ AKB48 นี่ไม่เท่าไหร่ แต่ของ SKE48 นี่ชัดเจนเลย เม็มเบอร์แต่ละคนจะมีสีแท่งไฟประจำตัว เวลาแฟน ๆ พร้อมใจกันเปลี่ยนสีนี่ ภาพออกมาสวยงามมากจริง ๆ ลองกลับไปดูงานเลือกตั้งทั่วไป AKB48 เมื่อปีที่แล้วดูสิ”
“อีกหน่อย BNK48 จะมีบ้างไหมครับ?”
“ผมว่าคงยังไม่มีไปจนกว่าวงจะทำแท่งไฟเปลี่ยนสีได้ออกมาขายนะ”

แท่งไฟสีแดงของซูดะ อาการิ ภาพจากงานประกาศผลการเลือกตั้งทั่วไปเซ็มบัตสึโลก AKB48 ครั้งที่ 10 วันที่ 16 มิถุนายน 2561 ทางสถานีโทรทัศน์ฟูจิ

“อันนี้ก็เป็นแค่อันดับ General Election เนาะ” – ปัญ

“ผมมองว่าปัญขี้แพ้มากเลยครับครูเอี่ยม”
“ทำไมคุณพูดอย่างนั้น?”
“ก็เม็มเบอร์ทุกคนแข่งกัน ขับเคี่ยวกันแทบตาย แต่ปัญกลับพูดออกมาว่า มันก็แค่อันดับเลือกตั้ง”
“ผมไม่มองอย่างนั้นเลย ผมคิดว่าปัญแคร์ความรู้สึกของแฟนคลับมาก ๆ ต่างหาก”
“ยังไงครับครูเอี่ยม?”
“อย่างที่รู้ว่าปัญเป็นเม็มเบอร์ที่ได้รับความนิยมสูงมาตลอด ยิ่งดูจากตัวเลขบนเฟซบุ๊กกับอินสตาแกรมนี่ยิ่งชัด จะมากจะน้อยมันก็ต้องมีการตั้งความหวังอยู่แล้ว และเมื่อมันไม่เป็นอย่างที่หลาย ๆ คนคาดหวัง แฟน ๆ ของปัญก็คงเสียใจไม่น้อย สิ่งที่พอจะคลายความเสียใจได้ก็คงเป็นคำพูดนี้ของปัญนี่แหละ จะให้ปัญพูดเหรอว่า หนูผิดหวังมากค่ะที่ทุกคนโหวตให้หนูแค่นี้ มันก็คงไม่ใช่น่ะนะ”
“หรือจริง ๆ แล้วปัญพยายามไม่มากพอครับครูเอี่ยม?”
“ถ้ามองในมุมนึงมันก็เป็นไปได้ นั่นเป็นประเด็นที่ปัญต้องไปตกผลึก แต่ไม่ได้แปลว่าปัญไม่มีสิทธิ์เข้าใจความรู้สึกและปลอบโยนคนที่ทุ่มเทให้เธอนี่”
“ผมแปลกใจมากที่ยอดไลก์ยอดฟอลโลว์ในโลกออนไลน์ไม่ได้ไปกับยอดโหวต”
“การกดไลก์มันมีต้นทุนน้อยกว่าการควักเงิน 350 บาทหรือ 200 บาทน่ะ ไม่ใช่แค่เฉพาะ BNK48 นะ ตอนนี้เรื่องนี้กลายเป็นโจทย์ใหญ่ในการตลาดออนไลน์เหมือนกัน ยอดไลก์ไม่เท่ากับยอดซื้อ”

“เหนื่อยกันหรือเปล่าคะ ได้กินข้าวอิ่มหรือเปล่า” – แก้ว

“ผมเห็นแก้วถามแฟน ๆ ว่าเหนื่อยกันหรือเปล่าคะ ได้กินข้าวอิ่มหรือเปล่า งานเลือกตั้งครั้งนี้ทำแฟน ๆ อดข้าวกันเลยเหรอครับครูเอี่ยม?”
“ไม่ใช่แค่อดข้าวอดน้ำอดขนมนะคุณ เพื่อนผมหลายคนถึงขนาดทำงานพิเศษเพื่อหาเงินมาโหวตเลย เหนื่อยอย่างที่แก้วถามจริง ๆ น่ะแหละ”
“คนจะอินนี่ก็อินสุด ๆ เลยนะครับ”
“ตามนั้น แต่มีอีกเรื่องที่น่าสนใจมาก ๆ เลยเกี่ยวกับคะแนนสุดท้ายของแก้ว คุณลองดูคะแนนของเนยที่ได้อันดับที่ 7 แก้วที่ได้อันดับที่ 8 และปัญที่ได้อันดับที่ 9 ดูสิ”

“หูย ห่างกันนิดเดียวนะครับครูเอี่ยม”
“ใช่ เนยได้คะแนนมากกว่าแก้วแค่ 290 คะแนน และแก้วได้คะแนนมากกว่าปัญแค่ 339 คะแนน ฉิวเฉียดมาก ๆ ถ้าใครที่ไม่ได้โหวตให้นี่คงเสียดายแย่อะ”
“ถ้าดูกันตามช่วงคะแนนนี่ ผมว่าน่าจะเป็นคามินายน์มากกว่าคามิเซเว่นนะครับ”
“คุณต้องเข้าใจก่อนว่าคำว่าคามิเซเว่น (神7) ที่แปลว่าเทพเจ้าทั้งเจ็ดเนี่ย มันมาจากการที่ในการเลือกตั้งทั่วไปเซ็มบัตสึของ AKB48 2 ครั้งแรก หน้าตาของเม็มเบอร์ 7 อันดับแรกไม่มีการเปลี่ยนแปลงเลย เป็น 7 คนเดิมที่แค่สลับตำแหน่งกัน เขาก็เลยเรียกเม็มเบอร์ 7 คนนี้ว่าคามิเซเว่น เหมือนเป็นเม็มเบอร์แถวหน้าของวง แต่ต่อมาเมื่อเม็มเบอร์ 7 อันดับแรกเปลี่ยนหน้าไปแล้ว คำ ๆ นี้ก็ยังอยู่ เลยใช้เรียกเม็มเบอร์ 7 คนแรกในการเลือกตั้งครั้งใด ๆ ก็แล้วแต่ว่าคามิเซเว่น”
“ถ้างั้นผมขอใช้คำว่าคามินายน์ได้ไหมครับ เพราะผมคิดว่าคะแนนของแก้วกับปัญไม่ได้ห่างจากเนยเท่าไหร่?”
“ก็อย่างที่ผมบอกไป เลข 7 มันเกิดขึ้นจากผลการเลือกตั้ง 2 ครั้งแรก แล้วเขารับมาใช้ต่อเรื่อย ๆ ไม่ได้มีการสังคายนาความหมายอะไร เอาเป็นว่าผมเสนอว่าคุณอย่าไปซีเรียสกับเลข 7 นักเลยละกัน ดีไหมล่ะ?”

ต้นฉบับคามิเซเว่นของ AKB48 ภาพจาก Liberty Times Net

“แต่อยากให้รู้ว่าอรก็รักทุกด้อมหย่อมหญ้า” – อร

“ด้อมนี่คืออะไร มันมีที่มาจากอะไรครับครูเอี่ยม?”
“คำว่า ด้อม เนี่ยมาจากคำภาษาอังกฤษว่าแฟนด้อม (fandom) ที่แปลว่ากลุ่มคนที่ชอบอะไรเหมือน ๆ กัน ถ้าในบริบทของ BNK48 ด้อมหรือบ้านก็คือกลุ่มคนที่ชอบเม็มเบอร์คนนั้น ๆ”
“แล้วไปยังไงมายังไงเม็มเบอร์หนึ่งคนถึงได้มีหลายด้อมครับ?”
“คุณต้องเข้าใจก่อนว่า ด้อมเนี่ยแฟนคลับเข้าตั้งกันเอง เม็มเบอร์ไม่ได้ตั้ง เพราะฉะนั้นมันควบคุมไม่ได้หรอก ส่วนถามว่าทำไมไม่สามัคคีกัน ไม่รวมกันเป็นด้อมเดียว เหตุผลมันก็ไม่มีอะไรหรอก เขาอาจจะทำกิจกรรมต่างกัน หรือมีรสนิยมหรือความคิดที่แตกต่างกัน ธรรมดาของมนุษย์เวลาอยู่รวมกันมาก ๆ”
“แล้วจำนวนด้อมนี่มันค่อย ๆ เพิ่มเหรอครับ?”
“เอาจริง ๆ ยุคแรก ๆ นี่ไม่มีด้อมนะ สมัยก่อนไม่ว่าจะชื่ออะไรก็แล้วแต่ มันหมายถึงกลุ่มคนที่ชอบเม็มเบอร์คนนั้น ๆ อย่างคำว่าแซลมอนก็หมายถึงแฟนคลับของอร ใครก็ได้ที่นิยมชมชอบอรน่ะแหละ ไม่ได้เจาะจงเลยว่าเป็นกลุ่มไหน อรพูดคำว่าแซลมอนออกรายการโทรทัศน์ได้สบาย ๆ โดยไม่ต้องกังวลอะไรทั้งนั้น ไป ๆ มา ๆ มันก็กลายเป็นชื่อจำเพาะถึงคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง มีคนที่เป็นแฟนคลับของอรที่ไม่ใช่แซลมอน ก็แตก ๆ แยก ๆ กันไป ก็ต้องทำใจน่ะ”
“กลายเป็นว่าเดี๋ยวนี้เม็มเบอร์พูดชื่ออะไรพวกนี้ไม่ได้เลย เดี๋ยวมีคนน้อยใจสินะครับ”
“ก็เห็นมีแต่แก้วน่ะนะที่พูดชื่อเฉพาะพวกนี้ในงานเลือกตั้งครั้งนี้”
“เฌอปรางด้วยนี่ครับ”
“เอ ของเฌอปรางนี่ผมไม่ค่อยแน่ใจนะ”

“งู้ยค่ะ” – เจน

“ครูเอี่ยมคิดว่าถ้าโอ๊ต ปราโมทย์ไม่หวีดเจน เจนจะมาได้ไกลขนาดนี้ไหมครับ?”
“ทำไมคุณถึงถามอย่างนั้น?”
“ผมคิดว่าเจนมาได้ไกลอย่างทุกวันนี้เพราะโอ๊ต ปราโมทย์ ทั้งการที่โอ๊ต ปราโมทย์เป็นศิลปินดัง ประกาศว่าโอชิเจน หวีดเจนออกนอกหน้า แถมยังให้เล่น MV อีก ทำให้เจนได้พื้นที่สื่อเยอะมาก”
“ผมคิดว่าการที่เจนมีวันนี้ได้ โอ๊ต ปราโมทย์มีผลอย่างแน่นอน แต่คุณคงอยากรู้ว่ามีผลกี่เปอร์เซ็นต์ อะไรทำนองนั้นใช่ไหม?”
“ประมาณนั้นครับ”
“ตอบยากนะ มันประเมินเป็นตัวเลขเป๊ะ ๆ ไม่ได้หรอก แต่ผมอยากจะชวนคุณคิดอย่างนี้ว่า ทุกการกระทำของแฟน ๆ มีผลต่อตัวไอดอลอยู่แล้ว ทุกครั้งที่คุณกดแชร์รูปเม็มเบอร์ทางโซเชียลมีเดีย คุณทำให้เม็มเบอร์เป็นที่รู้จักเป็นที่ชื่นชมมากขึ้น หรือแม้กระทั่งจำนวนบัตรจับมือ ที่อุนเอก็พูดเองว่ามีผลต่อการเลือกเซ็มบัตสึเมื่อก่อนหน้านี้”
“นั่นสิครับ”
“ที่สำคัญก็คือ โอ๊ต ปราโมทย์ชอบเจนเพราะเจนเป็นเจน ชอบสิ่งที่เจนทำและแสดงออกในฐานะไอดอล ไม่ได้มีนอกมีใน มันก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร แม้กระทั่งตัวโอ๊ต ปราโมทย์เองก็แสดงความถ่อมตัวมาตลอด ไม่เคยขี้โม้โอ้อวดว่าได้ใกล้ชิดเม็มเบอร์มากกว่าพวกเรา ขนาดไปจับมือไปถ่ายรูปก็ใช้บัตรเข้าไป”

“แต่ถ้าเป็นอย่างนั้น เกิดเม็มเบอร์คนอื่นเกิดเห็นเจนแล้วมุ่งไปตกคนในวงการบันเทิง ไม่สนใจแฟน ๆ เลย จะดีเหรอครับ?”
“ผมว่าคุณกังวลมากเกินไป ตอนที่โอ๊ต ปราโมทย์มาโอชิเจน เจนก็ไม่ได้ทำอะไรให้โอ๊ต ปราโมทย์เป็นพิเศษ หรือถ้าเม็มเบอร์จะไปตกคนในวงการบันเทิง ผมว่าก็ดีออก มีเรื่องสนุก ๆ ให้เราติดตามกันอีก เม็มเบอร์ได้พื้นที่สื่อด้วย และส่วนใหญ่เวลาเม็มเบอร์ไปตกคนในวงการบันเทิง เขาก็ตกตอนไปทำงาน ไม่ได้กินเวลาที่จะมาเอาใจใส่พวกเราซะหน่อย เอาจริง ๆ เท่าที่เห็นก็ ‘ฉันเปล่านะ เขามาเอง’ ทั้งนั้นแหละ”

“แล้วที่ญี่ปุ่นมีอย่างนี้ไหมครับครูเอี่ยม?”
“หมายถึงที่คนในวงการบันเทิงหวีดเม็มเบอร์ออกนอกหน้าน่ะเหรอ?”
“ครับ”
“มีสิ ทุกวันนี้มูราโมโตะ ไดซูเกะ พิธีกรรายการ AKBINGO! ก็หวีดโองูริ ยูอิอย่างออกนอกหน้า หรือสมัยก่อนโน้น ซาตะ มาซากิ พิธีกรรายการ AKBINGO! รุ่นแรกก็หวีดชิโนดะ มาริโกะสุด ๆ”
“แล้วถ้าไม่ใช่พิธีกรที่ร่วมงานกันสม่ำเสมอล่ะครับ?”
“ที่ผมนึกออกก็มียาเบะ ฮิโรยูกิ นักแสดงตลกชื่อดังของญี่ปุ่น คนนั้นได้ร่วมงานกับชิมาซากิ ฮารูกะครั้งเดียวก็โอชิเลย หลังจากนั้นก็แสดงออกว่าชอบมาตลอด แต่ดูเหมือนจะเอ็นดูแบบลูกสาวนะ เพราะตัวยาเบะ ฮิโรยูกิแก่กว่าพ่อของชิมาซากิ ฮารูกะอีก”

มูราโมโตะ ไดซูเกะโอชิโองูริ ยูอิชัดเจน (ภาพจากรายการ AKBINGO! วันที่ 22 มกราคม 2562)

“มันคือรักที่ไม่มีเงื่อนไขใด ๆ ทั้งสิ้น” – มิวสิค

“ครูเอี่ยมคิดเหมือนที่มิวสิคพูดไหมครับว่า ความรักที่แฟนคลับให้กับไอดอลเป็นความรักที่ไม่มีเงื่อนไข?”
“ผมคิดว่าตราบเท่าที่ความรักยังอยู่ มันก็คงเป็นอย่างนั้น อย่างในบริบทนี้ คนที่โหวตให้มิวสิคก็คงอยากให้มิวสิคได้อันดับสูง ๆ นั่นก็เป็นความสุขของเขาแล้ว ถ้าอยากได้อะไรตอบแทนเป็นอื่น เขาคงไม่มาลงเงินกับสิ่งที่จับต้องไม่ได้อย่างนี้หรอก”
“ก็จริงนะครับ”
“แต่คุณก็ต้องไม่ลืมว่าความรักมันเป็นอารมณ์ความรู้สึกของมนุษย์ รักได้ก็หน่ายได้เป็นธรรมดา โจทย์ที่ไอดอลจะต้องขบคิดก็คือ จะทำยังไงให้ตัวเองเป็นที่รักของแฟน ๆ ไปนาน ๆ เท่าที่จะนานได้ ตรงนี้ก็เป็นสิ่งที่ไอดอลต้องทุ่มเทเหมือนกัน ไม่ใช่จะปล่อยปละละเลยแฟน ๆ แล้วคิดว่าทุกอย่างจะเหมือนเดิมได้นะ”

“พวกคุณรู้ไหมว่า ปาฏิหาริย์ของหนู มันคือทุก ๆ คนต่างหาก” – เจนนิษฐ์

“พวกเราเป็นปาฏิหาริย์ของเจนนิษฐ์เหรอครับครูเอี่ยม?”
“มันขึ้นอยู่กับว่าคุณแปลคำว่า ปาฏิหาริย์ ยังไง ถ้าคุณแปลแบบกบ ทรงสิทธิ์ ที่ปาฏิหาริย์จะพาคุณย้อนเวลาได้ อันนั้นคงไม่ใช่ แต่ถ้าคำว่า ปาฏิหาริย์ แปลว่าสิ่งที่เกิดขึ้นได้ยาก มันก็คงใช่น่ะแหละ”
“ยังไงครับครูเอี่ยม?”
“ก็ตามที่เจนนิษฐ์อธิบายน่ะนะ คนที่ไม่ใช่เพื่อน ไม่ใช่ญาติ จู่ ๆ มารักกันและทุ่มเทให้ผู้หญิงคนหนึ่งได้ขนาดนี้ มันเกิดขึ้นง่าย ๆ ที่ไหน แต่ไม่ได้แปลว่าจะเกิดขึ้นไม่ได้ ปาฏิหาริย์มันเกิดขึ้นได้ถ้าเรามีความพยายามมากพอ ก็คงต้องขอบคุณตัวเจนนิษฐ์เองนั่นแหละที่เป็นต้นเหตุของปาฏิหาริย์ครั้งนี้”
“แฟน ๆ ช่วยกันสร้างปาฏิหาริย์ครั้งนี้สินะครับ”
“ผมมีรุ่นน้องคนหนึ่งอยู่ด้อมเจนนิษฐ์ คอยรายงานสถานการณ์ให้ผมฟัง มันคือที่สุดของที่สุดจริง ๆ แหละคุณเอ๊ย!”

“ถ้าเราได้ที่ 1 แล้วจะมีใครยินดีกับเราไหมอะ” – เฌอปราง

“ทำไมเฌอปรางถึงถามคำถามนี้ด้วยสุ้มเสียงแบบนั้นครับครูเอี่ยม?”
“ผมมองว่ามันไม่มีประเด็นอะไรหรอก เรื่องของเรื่องก็คือ ตอนที่เฌอปรางถูกเรียกชื่อ เม็มเบอร์เกินครึ่งวงไปประจำที่ตรงกลางเวทีหมดแล้ว มันเลยไม่มีภาพที่เม็มเบอร์เยอะ ๆ ไชโยเฮฮาเข้ามายินดีกับเฌอปรางตอนที่เฌอปรางจะลุกขึ้นมา เฌอปรางเลยออกมารับรางวัลและกล่าวสุนทรพจน์แบบว้าเหว่หน่อย ๆ ถ้าตอนที่เฌอปรางลุกขึ้นมามีเม็มเบอร์ห้อมล้อมอยู่ ภาพก็คงไม่ออกมาแบบนี้ อีกอย่าง นี่เป็นงานเลือกตั้งครั้งแรก ทุกอย่างดูเป็นพิธีรีตอง เม็มเบอร์เลยอาจจะยังไม่กล้าที่จะลุกขึ้นมาจากเก้าอี้และวิ่งมาหาเฌอปรางด้วยแหละ”
“ครูเอี่ยมไม่คิดว่าเฌอปรางมีระยะห่างจากคนอื่นเพราะชื่อเสียง ตำแหน่งหรือสถานะเหรอครับ?”
“ผมไม่ได้อยู่ในวง ผมคงฟันธงไม่ได้ว่าใครรักใครมากน้อยแค่ไหน แต่ผมไม่เชื่อว่าเฌอปรางจะไม่เป็นที่รักของเพื่อน ๆ ในวงด้วยเรื่องเหล่านี้หรอก เห็นไหมว่าที่สุดแล้วซัทจังและคนอื่น ๆ ก็วิ่งออกมากอดเฌอปรางนะ”
“ภาพที่ออกมามันดูเหงา ๆ ไปเยอะเลยครับ”
“อื้ม ก็คงให้เป็นการบ้านของผู้กำกับเวทีละกัน”

“เอ้า มีอะไรจะถามผมอีกไหม?”
“ไม่มีแล้วครับ”
“ถ้าอย่างนั้นตาผมถามพวกคุณบ้าง ใบงานเสร็จหรือยัง!?

*ขอบคุณภาพงานประกาศผล BNK48 6th Single Senbatsu General Election ทั้งหมดจาก TrueID ทุกท่านสามารถรับชมย้อนหลังได้ที่นี่ครับ

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!