Connect with us

What The Fact

[สัปดาห์นี้มีอะไรฟัง] แนะนำอัลบั้มออกใหม่ที่น่าสนใจในรอบสัปดาห์ ( เมษายน week 2)

เผลอแป๊ปเดียวก็กำลังจะเข้าสู่สัปดาห์ที่สองของเดือนเมษายนแล้ว  เห็นอัลบั้มออกใหม่ในสัปดาห์นี้แล้วเข้มข้นใช้ได้เลย เริ่มจากอัลบั้มใหม่ล่าสุดของวงร็อคแถวหน้าของเมืองไทย Potato ที่กลับมาออกอัลบั้มอีกครั้งหลังห่างหายไปเป็นเวลา 7 ปีแถมอัลบั้มนี้ยังเป็นอัลบั้มชุดที่ 7 ของวงเสียด้วย   

สัปดาห์นี้แฟนเพลงวงอินดี้ญี่ปุ่นน่าจะถูกใจเพราะมีอัลบั้มใหม่ของสองศิลปินที่เคยมาเมืองไทย และในปีนี้ก็น่าจะมาอีกแน่เลย เตรียมเก็บตังค์รอไว้ได้เลย สองวงที่ว่านี่ก็คือ Mitsume และ Yogee New Waves นั่นเอง

ส่วนทางฝั่งอเมริกาก็มีอัลบั้มออกใหม่ที่น่าสนใจเป็นของศิลปินโซล อาร์แอนด์บีที่อายุยังน้อยแต่ฝีมือนี่เต็มร้อย นั่นก็คือ Khalid กับอัลบั้มที่สองของเขาที่ใช้ชื่อว่า “FREE SPIRIT”

ปิดท้ายกันด้วยผลงานใหม่ของสี่สาวเกิร์ลกรุ๊ปเคป็อปเขย่าโลก BLACKPINK กับ EP ชุดที่สองที่ใช้ชื่อว่า “KILL THIS LOVE” รับรองว่าถูกใจบรรดาแฟนๆอย่างแน่นอน


ชุดที่เจ็ด – Potato

เป็นอัลบั้มชุดที่เจ็ด ที่ใช้ชื่อว่าชุดที่เจ็ด (chud-tee-jed)” และปล่อยออกมาในวาระครบรอบปีที่ 7 พอดีหลังจากออกอัลบั้มล่าสุด “Human” ในปี 2554  ของวงร็อคหัวมันส์ “Potato”  จากค่าย genie records ที่ขนเพลงมาเพียบกว่า 15 เพลงด้วยกันโดยรวบรวมเพลงฮิตโดนใจที่ปล่อยออกมาเป็นซิงเกิ้ลก่อนหน้านี้ตั้งแต่ปี 2556 ทั้งเร็วช้าเข้ามาไว้ด้วยกัน อีกทั้งยังบวกไว้ด้วยเพลงใหม่ๆคุณภาพแน่นอีกเพียบ เรียกได้ว่าคุ้มค่าจริงๆ

โดยซิงเกิ้ลที่ถูกรวบรวมเอาไว้ในอัลบั้มนี้ เป็นบทเพลงที่มาตั้งแต่ปี 2556 ซึ่งเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านสำคัญอีกช่วงของวง คือ การต้อนรับสมาชิกใหม่คือชูหั่งทีฆทัศน์ ทวิอารยกุล เข้ามาทำหน้าที่มือกีตาร์ของวง โดยมีระหว่างทาง  ฮู้ฮู และ   กี่พรุ่งนี้  เป็นซิงเกิ้ลนำร่องของอัลบั้มใหม่ ต่อมาใน ปี 2557 กับ  สมดุล” “ทิ้งไว้กลางทางและรอยโดยทิ้งไว้กลางทาง เป็นซิงเกิ้ลที่ประสบความสำเร็จอย่างมากของวง ได้รับกระแสตอบรับที่ดีอย่างล้มหลามและได้ประกาศความเป็นหนึ่งในวงร็อคแถวหน้าของไทยได้อีกครั้ง

จากนั้นวงก็หายไปหนึ่งปีคือ 2558 ก่อนที่จะกลับมาอีกครั้งในปี 2559 กับ  “ตัวปลอมซึ่งปล่อยออกมา 2 เวอร์ชั่นด้วยกันคือของ Potato และลุลา เป็นเพลงของวงไฮดรานี่นำกลับมาทำใหม่ใช้เป็นเพลงโฆษณา “KFC” แต่เพลงนี้ไม่ได้ถูกรวมเอาไว้ในอัลบั้ม ส่วนปี 2560 ก็ปล่อยออกมาอีกสองซิงเกิ้ลโดยหนึ่งในนั้นเป็นซิงเกิ้ลฟีเจอริ่งด้วย ได้แก่เธอทำให้ได้รู้ (มีเวอร์ชั่นที่ร้องกับพี่ก้อง สหรัถ สังคปรีชา ด้วยแต่ในอัลบั้มเป็นเวอร์ชั่นปกติและทุกด้านทุกมุมได้ศิลปินเพลงเพื่อชีวิตระดับตำนาน คือพี่ปู พงษ์สิทธิ์ คำภีร์ มาฟีเจอริ่งด้วย สร้างสีสันใหม่ให้กับบทเพลงของ Potato ได้อย่างน่าประทับใจ 

ส่วนในปีที่แล้ว 2561 ก็มีปล่อยออกมาหนึ่งซิงเกิ้ลคือเท่าไหร่ไม่จำเพลงช้าซึ้งอารมณ์หนักแน่น ถ่ายทอดเรื่องราวความรักที่ช่วยเยียวยาความเจ็บปวดที่เคยพานพบมา

นอกนั้นคือแทร็คใหม่ ซึ่งแต่ละเพลงก็น่าสนใจใช่เล่น ไม่ว่าจะเป็นอรุณแทร็คเปิดอัลบั้มที่เพิ่งปล่อย MV ออกมาเมื่อไม่นานนี้ ที่มาพร้อมท่วงทำนองที่เร้าใจและเนื้อหาสร้างกำลังใจ เหมาะแก่การเป็นบทเพลงต้อนรับวันใหม่จริงๆ หรือจะเป็นเธอคือเรื่องจริง (ใคร)” เพลงรักจังหวะปานกลาง แต่หนักแน่นไปด้วยอารมณ์และมุมมองสวยงามของการได้พบคนที่รัก หรือดวง บทเพลงที่มีเนื้อหาคมคาย สะท้อนมุมมองของการเชื่อมั่นในความรู้สึกของตนเองมากกว่าที่จะฝากเอาไว้กับดวงหรือคำของใคร  นอกจากนี้ก็ยังมีก็ยังดี” “แค่นี้และไม่เป็นไร (ตอนเย็น)” สามแทร็คเพราะๆปิดท้ายอัลบั้มอย่างงดงาม

ต้องบอกเลยว่ากลับมาคราวนี้คุ้มค่ากับการรอคอยที่ยาวนานกว่า 7 ปีจริงๆ

มาชม MV เพลงอรุณแทร็คแรกจากอัลบั้มและ MV ตัวล่าสุดของวง กำกับโดย ซาดาสคุณากร สุวะมินทร์ บทเพลง เผ็ดร้อน เร้าใจ ในสไตล์เพลงร็อคไทย ปลุกความฮึกเหิม และส่งกำลังใจให้ลุกขึ้นมาเริ่มชีวิตใหม่อีกครั้ง เหมือนดวงอาทิตย์ที่ยังขึ้นมาใหม่เสมอในทุกๆวัน

ฟังชุดที่เจ็ด” (chud-tee-jed)”

Apple Music


BLUEHARLEM – Yogee New Waves

“BLUEHARLEM” เป็นอัลบั้มเต็มชุดที่สามต่อจาก “PARAISO” (2014) และ “WAVES” (2017) ผลงานของ Yogee New Waves วงอินดี้ป็อปของญี่ปุ่นที่มีผลงานโดนใจชวนให้ติดตาม กับท่วงทำนองของดนตรีที่ทำให้เราอยากแพ็คกระเป๋าและขับรถออกไปยังชายหาดไหนๆ ไปสัมผัสรับลมทะเลอุ่น เพื่อผ่อนคลายปล่อยใจไปกับความรื่นรมย์ให้สมกับการได้มีชีวิต

“BLUEHARLEM” ประกอบไปด้วยบทเพลงเพราะๆทั้งหมด 10 เพลงด้วยกัน โดยในนี้มีซิงเกิ้ลที่ปล่อยออกมาก่อนหน้านี้อย่าง “Summer of Love” ที่เคยอยู่ใน Spring Cave e.p. รวมอยู่ด้วย โดยมาเป็นแทร็คที่สองของอัลบั้มต่อจาก “BLUEHARLEM” ที่เป็นเหมือนโหมโรงเบิกอารมณ์ เสมือนหนึ่งเสียงคลื่นและสายลมแรกที่กระทบใบหน้าพาใจผ่อนคลาย ก่อนที่จะตามมาด้วยท่วงทำนองสดใสและเปี่ยมไปด้วยพลังแห่งความหวังใน “Summer of Love” จากนั้นจึงต่อด้วย  “CAN YOU FEEL IT” อีกหนึ่งซิงเกิ้ลฮิตที่ใช้เป็นเพลงประกอบเเคมเปญ Pocari Sweat x FEST2018   นอกจากนี้ยังมี “ Bluemin’Days” อีกหนึ่งแทร็คจาก Spring Cave e.p. บทเพลงเพราะๆท่วงทำนองสนุกโดนใจไปกับกรู๊ฟและลูกกีตาร์เท่ๆ แค่เปิดอินโทรมาก็ชวนกรี๊ดแล้ว  คอนเซ็ปของเพลงพูดถึงการดำเนินชีวิตในวัน หนึ่งที่เหมือนกับการวนลูปซึ่งอาจทำให้เราจิตตกหรือเบื่อหน่ายกันได้ แต่ถึงอย่างนั้นเราก็สามารถลุกขึ้นใหม่ได้ทุกวัน ต่อให้มีเรื่องที่ไม่ดีเราก็ยังมีแรงที่จะเริ่มต้นวันใหม่ได้เสมอ โดยชื่อเพลงมาจากคำว่า “Blooming” ที่แปลว่าดอกไม้บาน สื่อถึงความเบิกบานสดใส แต่วงกลัวว่ามันจะโลกสวยเกินไปก็เลยเปลี่ยนมาใช้คำว่า “Blues” แทน

และล่าสุดกับ “Good Night Station”  เพลงหวานๆโรแมนติค ที่มีท่วงทำนองนุ่มนวลชวนขยับเบาๆในแบบของ Yogee New Waves ที่เพิ่งปล่อย MV ออกมาแบบสดๆร้อนกับงานภาพแอนิเมชั่นสวยงามที่จะพาเราให้เตลิดเพลิดเพลินไปกับบทเพลง 

นอกจากนี้ยังมีแทร็คที่น่าสนใจอีกเพียบ  โดยเฉพาะแทร็คใหม่ๆที่ยังไม่เคยปล่อยออกมาเป็นซิงเกิ้ลก็ใช่ว่าจะธรรมดา แต่ละเพลงล้วนแล้วแต่สรรหาท่วงทำนองอันเฉพาะตัวปรุงแต่ง เรียงร้อยออกมาให้กลมกล่อมใช่ย่อย อย่างแทร็คที่ชื่อ “Suichutoshi” ที่มาต่อจาก “Good Night Station” ก็ถือว่าส่งไม้ต่อทางอารมณ์ได้เป็นอย่างดีกับอินโทรยาวราว 1.40 นาที ที่ทำให้เราเกือบคิดไปว่าเป็นเพลงบรรเลงแล้ว 

บอกเลยว่างานของ Yogee New Waves นี่ดีจริง ลองได้ฟังรับรองต้องตกหลุมรักแน่นอนครับ

และข่าวดีก็คือทางวงได้ประกาศออกมาแล้วว่า Asia Tour ปีนี้มีมาเล่นที่ไทยอย่างแน่นอน แบบนี้ก็ต้องเก็บตังค์ไว้รอไปมันกันอีกครั้งกับ Yogee New Waves แล้วล่ะ แต่ตอนนี้ไปฟัง “BLUEHARLEM” กันก่อน ซ้อมร้อง ซ้อมโยกกันไว้ก่อนไปมันด้วยในคอนเสิร์ตครับ

ฟัง  “BLUEHARLEM”

Apple Music

Spotify

แค่นี้ยังไม่พอเรามีแถม playlist “BLUEHARLEM : Essentials” ที่ทางวงได้ทำเอาไว้ รวบรวมเพลงที่เป็นแรงบันดาลใจให้กับงานเพลงในอัลบั้มนี้  ฟัง “BLUEHARLEM” เสร็จแล้วก็มาฟัง playlist นี้กันต่อเพลินๆไปได้เลย

“BLUEHARLEM : Essentials”


GHOSTS – Mitsume

“Ghosts” เป็นอัลบั้มแรกในรอบ 3 ปี หลังจากที่ทางวงได้ออกอัลบั้ม “ A Long Day” ออกมาในปี 2016 โดยอัลบั้มนี้ถือว่าเป็นอัลบั้มเต็มชุดที่ 5 ของวงและมีเพลงทั้งหมด 11 เพลงด้วยกัน ซึ่งรวมไปถึง   “Namerakana Hibi” (なめらかな日々) ซิงเกิ้ลล่าสุดที่เพิ่งปล่อย MV ให้ได้ชมไปเมื่อไม่นานนี้  และอีกสองซิงเกิ้ลที่ปล่อยออกมาก่อนหน้านี้คือ “Esper” และ “Sedan” ด้วย

เพลงของ Mitsume  จะเป็นเพลงที่ฟังง่ายไม่เร็วไปหรือช้าไป ส่วนใหญ่จะมีจังหวะกลางๆ จุดเด่นคือกรู๊ฟที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว ไลน์กีตาร์ที่ไม่หวือหวาแต่โดดเด่น กลองและเบสที่หนึบเกาะแน่นไปกับท่วงทำนอง แต่ละเพลงก็จะมีลูกเล่นแตกต่างกันออกไปมีเติมนู่นนิดนี่หน่อย ฟังแล้วไม่รู้สึกเบื่อ อย่างงานเพลงในแต่ละอัลบั้มก็จะมีทิศทางที่แตกต่างกันออกไปบ้าง เช่นในอัลบั้มที่สอง Eye (2012) ก็จะมีการเติมเสียงสังเคราะห์จากซินธิไซเซอร์เเละกลิ่นอายทางดนตรีอิเล็กทรอนิกส์เข้ามาผสมผสานกับดนตรีป็อปที่เป็นพื้นเดิมเพิ่มความกลมกล่อมแปลกใหม่ อย่าง“Namerakana Hibi” (なめらかな日々) ที่เป็นซิงเกิ้ลใหม่ที่เพิ่งปล่อย MV ออกมานี้ ก็ถือได้ว่า มีรสชาติอะไรใหม่ๆ ด้วยเหมือนกัน อย่างกรู๊ฟก็ดี ไลน์กีตาร์ก็ดี มีความสนุกฟังเพลินสดใหม่ ใช้ได้เลยทีเดียว (อ่านรีวิวเพลงนี้ได้ที่นี่ครับ )

โทนของเพลงในอัลบั้มโดยรวมยังคงมา ในท่าทีที่สบายๆ ไลน์กีตาร์ตอดไล่ไปตามท่วงทำนอง สร้างสีสันในแต่ละช่วงของบทเพลง  ผสมผสานไปกับกรู๊ฟและการจัดวางส่วนประกอบของเสียงจากเครื่องดนตรีต่างๆที่กลมกล่อม ลื่นไหล ฟังแล้วสบายใจ มีความสนุกและน่ารัก ผสมไว้ในท่วงทำนอง 

อย่าง “Delay” ก็เปิดมาด้วยอินโทรและจังหวะที่น่ารักๆ ราวกับการต้อนรับยามเช้าที่สดใส เหมาะแก่การเปิดฟังต้อนรับวันใหม่ ที่จะทำให้เราสบายใจไปทั้งวัน ต่อด้วย “Esper” ที่เปิดมาด้วยไลน์กีตาร์ใสๆ กับเสียงร้องที่ฟังแล้วสบายใจ

“Futari” ก็เป็นอีกแทร็คที่น่าสนใจ ไลน์กีตาร์เพลงนี้มีความเท่มาก  “Sedan” ก็เป็นอีกแทร็คที่ตัดมาเป็นซิงเกิ้ล เป็นอีกเพลงป็อปท่วงทำนองชุ่มฉ่ำใจที่มีกลิ่นอายของดนตรียุค 80-90

ในช่วงท้ายๆอัลบั้มก็น่าสนใจไม่แพ้กัน ยกตัวอย่างเช่น “Time” แทร็คเพลงช้า อารมณ์ละมุน ที่มีท่วงทำนองหวานชวนอ่อนไหว พาให้คิดถึงวันเก่าๆ ให้ความรู้สึกอวลอุ่นลึกๆภายในใจ

เป็นอีกอัลบั้มที่น่าประทับใจมาก

ฟัง “GHOSTS”

Apple Music 

Spotify 


FREE SPIRIT – Khalid

“FREE SPIRIT” เป็นสตูดิโออัลบั้มลำดับที่สองของ Khalid หรือ Khalid Donnel Robinson  นักร้องนักแต่งเพลงหนุ่มชาวอเมริกันวัย 21 ปี ผู้แจ้งเกิดจากซิงเกิ้ลเปิดตัว “Location” ในปี 2016  และอัลบั้มแรก “American Teen” ในปี 2017

จากนั้นในปี 2018 Khalid ก็ปล่อยออกมาอีกหนึ่ง EP คือ “Suncity” ซึ่งมี “Better” เป็นซิงเกิ้ลฮิตจาก EP นี้ที่ถูกนำมารวมเอาไว้ในอัลบั้ม “FREE SPIRIT” ด้วยเช่นกัน อีกทั้งยังมี “Talk” ซิงเกิ้ลและ MV ล่าสุดของ Khalid เป็นอีกหนึ่งแทร็คสำคัญของอัลบั้ม นอกจากนี้ยังมีภาพยนตร์สั้นที่กำกับโดย Emil Nava ซึ่งจะถูกใช้ประกอบงานเพลงในอัลบั้มนี้ด้วย

ต้องบอกว่า Khalid เป็นอีกหนึ่งศิลปินอายุน้อยอนาคตไกล (อันมีศิลปินฝ่ายหญิงอาทิเช่น Billie Eilish เป็นผู้ร่วมชะตากรรมเดียวกัน)  มุมมองของเด็กหนุ่มอายุ 19 ใน “American Teen” ได้เติบโตมาสู่ เด็กหนุ่มอายุ 21 ใน “Free Spirit”  ผ่านผลงานทั้ง 17 เพลงที่อัดแน่นไปด้วยเพลงคุณภาพ อันเปี่ยมไปด้วยจิตวิญญาณของอิสรชนคนรุ่นใหม่ ที่พร้อมจะเรียนรู้และก้าวเดินไปสู่อิสรภาพที่แท้จริง ถึงแม้ในวันนี้อาจยังสับสนและไม่แน่ใจในวิถีที่กำลังเดินไป แต่ด้วยความมุ่งมั่นและตั้งใจ พลังนั้นจะนำพาเขาไปสู่จุดหมายปลายทางที่ฝันไว้แน่นอน

บทเพลงของ Khalid มีส่วนผสมของดนตรีโซล ฮิปฮอป อาร์แอนด์บีที่นุ่มละมุนแต่มีสไตล์ในรูปแบบของเขาอันมีกลิ่นอายของฮิปฮอปและแจ๊ซผสมผสานไว้ด้วย อันเกิดจากอิทธิพลทางดนตรีที่ได้รับจากเพลงที่แม่ชอบร้อง ชอบฟัง เช่น  อาร์แอนด์บี ยุค 90 เช่น TLC Brandy และ Destiny Childs ผสมผสานไปกับศิลปินที่เขาชื่นชอบจากหลากหลายแนวดนตรี เช่น  Fleetwood Mac, Bill Withers Father John Misty  และ Frank Ocean เป็นต้น

ลองเปิดฟังทั้ง 17 แทร็คไปเพลินๆ พร้อมท่วงทำนองละมุนใจในสไตล์โซล อาร์แอนด์บี ของ Khalid อ้อ แถมยังมีแทร็ค “Outta My Head” ที่ได้หนุ่มจอห์น ชาวไร่ เอ้ย จอห์น เมเยอร์ ที่เพิ่งมาเปิดคอนเสิร์ตสร้างความประทับใจให้แฟนเพลงชาวไทยเรา มาร่วมฟีเจอริ่งด้วย เป็นยังไงต้องลองไปฟังกันดูครับ

ฟัง “FREE SPIRIT”

Apple Music

Spotify 


KILL THIS LOVE EP – BLACKPINK

“KILL THIS LOVE” เป็น EP ภาษาเกาหลีชุดที่สองของวงเกิร์ลกรุ๊ปซูเปอร์ฮ็อต “BLACKPINK” ที่เพิ่งออกจำหน่ายกันสดๆร้อนๆในวันที่ 5 เมษายน โดยค่าย YG Entertainment และ   Interscope Records ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ Universal Music โดย EP ตัวนี้เป็นชุดที่สองต่อจาก SQUARE UP ในปี 2018 แต่เป็น EP แรกที่ออกกับทาง Interscope Records โดยในชุดนี้ยังคงทำซาวด์ออกมาได้ดี  เป็นการผสมผสานดนตรีเคป็อปและฮิฮอปให้เข้ากันได้อย่างลงตัว มีความเข้มข้นและท่วงทำนองที่หนักแน่น เติบโตมากขึ้น

โดยในอัลบั้มนี้ก็มีซิงเกิ้ลสร้างชื่อ DDU DU DDU DU อยู่ด้วยแต่เป็นเวอร์ชั่น (Remix) จะมันส์แค่ไหนลองไปฟังกันดูนะครับ 

สำหรับ BLACKPINK หลังจากปล่อยซิงเกิ้ล DDU DU DDU DU ออกมาคลื่นฮอตความฮิตก็โหมกระหน่ำใส่สี่สาวอย่างไม่หยุดยั้งพร้อมทั้งนำพาพวกเธอไปยังเวทีใหญ่แห่งโลกดนตรี Coachella ซึ่งเธอจะขึ้นเวทีในวันที่ 10 เมษายนที่จะถึงนี้  ซึ่งทำให้พวกเธอได้กลายเป็นศิลปินเคป็อปกลุ่มแรกที่ได้ขึ้นแสดงบนเวทีนี้

“KILL THIS LOVE”  ประกอบไปด้วยเพลง 5 เพลง แทร็คแรกคือ “Kill This Love” ที่เป็นซิงเกิ้ลนำ พร้อมทั้งมี MV ให้ชมกันแล้วตอนนี้  2 แทร็คต่อมา คือ “Don’t Know What to Do” และ “Kick It”  มาพร้อมด้วยซาวด์อิเล็คทรอนิคที่เร็วเร้าใจ โดยมีเสียงร้องเปี่ยมอารมณ์ของ จีซู และ โรเซ่ คอยปลุกเร้าให้เราโยกตามไปด้วย  ในขณะที่ “Hope Not” มาด้วยอารมณ์นุ่มซึ้งแบบกีตาร์บัลลาด  และปิดท้ายด้วยเวอร์ชั่นรีมิกซ์ของ “DDU-DU DDU-DU” ซิงเกิ้ลสุดฮ็อตของพวกเธออันเป็นส่วนผสมของป็อปและฮิปฮอปที่เร่าร้อน รุนแรง

และล่าสุดเพื่อเป็นการต้อนรับ EP ใหม่นี้พวกเธอก็ได้ปล่อย MV เพลง “Kill This Love” ที่ใช้ชื่อเดียวกันกับ EP ออกมาให้ได้ชื่นได้ชมกัน จะสวยแซ่บโดนใจแค่ไหน ไปชมไปฟังกันนะครับ

ฟัง  “KILL THIS LOVE EP”

Apple Music 

Spotify

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!