Connect with us

What The Fact

หลากอารมณ์ หลายเรื่องราวกับ 5 บทเพลงไทยในบรรยากาศวันลอยกระทง

ช่วงปลายปีนอกจากเทศกาลปีใหม่แล้ว เห็นจะมี “วันลอยกระทง” นี่ล่ะที่เป็นเทศกาลที่มีความสำคัญต่อคนไทย นอกจากจะเป็นพิธีสำคัญที่เราใช้เพื่อขอขมาต่อพระแม่คงคาแล้ว ยังเป็นเทศกาลที่หนุ่มสาวและคนในครอบครัวได้ใช้เวลาร่วมกันท่ามกลางบรรยากาศของความรื่นเริงและแสงไฟยามค่ำคืน ในบางปีช่วงเวลานี้อาจมีลมหนาวพัดโชยมาเบา ๆ พอให้สุขใจ แต่ถึงอย่างนั้นความทรงจำที่แต่ละคนมีในวันนี้ก็อาจไม่เหมือนกัน บ้างสุข บ้างทุกข์ บ้างสมหวัง บ้างผิดหวังคละเคล้ากันไป เหมือนกับเรื่องราวทั้งหลายที่อยู่ในบทเพลงไทยที่เกี่ยวข้องกับเทศกาลสำคัญนี้ ที่ในวันนี้เราได้หยิบยกเอามาฝาก เพื่อเติมเสริมบรรยากาศของวันลอยกระทงในปีนี้ให้มีรสชาติมากขึ้น


“ลอยกระทงวันสงกรานต์” อ่ำ อัมรินทร์ นิติพน

 

อย่าสาดน้ำได้ไหม

ช่วยเห็นใจกันบ้าง

ขอให้ช่วยหลีกทาง

คนกำลังลอย กระทง

อย่าให้เทียนเปียกน้ำ

เดี๋ยวผลบุญไม่ส่ง

ผมจะลอยกระทง

ในวัน สงกรานต์

 

เผลอแป๊ปเดียวเพลงนี้ก็มีอายุครบ 20 ปีแล้ว และในทุก ๆ ปีเมื่อเข้าถึงเทศกาลลอยกระทงเชื่อว่าหลายคนมักนึกถึงเพลงนี้ “ลอยกระทงวันสงกรานต์” บทเพลงฮิตจากอัลบั้มชุดที่ 4 “อัมรินทร์ พาซ่า” ในปี 2542  (ล้อกับชื่อของศูนย์การค้า อัมรินทร์ พลาซ่า ซึ่งในอัลบั้มนี้แทร็กแรกก็มีชื่อว่า พลาซ่า) ของนักร้อง นักแสดงหนุ่ม อารมณ์ดี อ่ำ อัมรินทร์ นิติพน ที่พกพาความซื่อแกมกวนมาถ่ายทอดผ่านบทเพลงที่เล่าเรื่องราวความช้ำชอกของชายหนุ่มที่นัดสาวคนรักว่าจะมาลอยกระทงด้วยกัน แต่แล้วสาวเจ้าก็เป็นอันเปลี่ยนผันทิ้งให้ชายหนุ่มต้องเผชิญความผิดหวังและกว่าที่จะทำใจให้ลืมเธอได้เวลาก็ล่วงเลยมาถึงสงกรานต์ ก็เลยตัดสินใจที่จะมา “ลอยความช้ำ” ไปกับกระทงในวันสงกรานต์แทน บทเพลงนี้แต่งเนื้อร้องโดย เจี๊ยบ สารภี ศิริสัมพันธ์ ผู้เขียนเพลงรักโดนใจไว้มากมายอาทิ ลึกสุดใจ , ไม่ต้องมีคำบรรยาย , เธอสวย และ จะเอาจากไหน เป็นต้น

ความโดดเด่นของเพลงนี้คือการนำเอาเทศกาลสำคัญของไทย คือ ลอยกระทงและสงกรานต์ มาฟีเจอริ่งกัน ท่ามกลางท่วงทำนองเศร้าเคล้าความผิดหวังที่ซื่อกินใจและไม่ได้ฟูมฟายซะเกินไป แถมยังมีท่อนรำวงที่มีกลิ่นอายมาจากเพลง “รำวงลอยกระทง” เข้ามาเสริมในช่วงกลางเพลงด้วย ยิ่งขับเน้นเสน่ห์แบบไทย ๆ ให้กับเพลงนี้มากยิ่งขึ้น แถมในตัว MV ก็ดูแล้วเข้าท่าดี กับการได้เห็นใครสักคนพยายามที่จะลอยกระทงในวันที่ทุกคนเค้าสาดน้ำกัน มันเลยกลายเป็นอุปสรรคของความรักไปในตัว ไหนจะต้องคอยป้องกันไม่ให้เทียนเปียกน้ำ “เดี๋ยวผลบุญไม่ส่ง” ไหนจะต้องคอยป้องกันกระทงไม่ให้โดนเหยียบจมหายไปกับฝูงชน ทำให้เราได้ร่วมลุ้นว่าชายหนุ่มกับกระทงที่มีรูปคนรักเก่านั้นสุดท้ายแล้วเขาจะได้ลอยกระทงหรือไม่ และจะประสบความสำเร็จกับการลอยรักไปกับแม่น้ำในวันสงกรานต์รึเปล่า


“กระทงหลงทาง”  ไชยา มิตรชัย

 

“เป็นลางสังหรณ์เมื่อตอนวันลอยกระทง

สายน้ำไหลเชี่ยวไหลส่งกระทงสองเราแยกทาง

กระทงเจ้านั้นล่องไปเหมือนใจมุ่งหวัง

กระทงของพี่หลงทางลอยคว้างหาทางไม่เจอ”

 

มาที่บทเพลงลูกทุ่งยอดฮิตจากนักร้องลูกทุ่งเสียงดีและพระเอกลิเกเงินล้าน  “เอ ไชยา มิตรชัย” ที่ถ่ายทอดเรื่องราวความรักที่ไม่สมหวังเปรียบดั่งกระทงที่หลงทาง สะท้อนความเชื่อของคนไทยที่ว่าหากคนรักมาลอยกระทงด้วยกันแล้วกระทงลอยคู่กันไปจนถึงฝั่งแสดงว่าความรักนั้นจะสมหวัง แต่หากไม่เป็นเช่นนั้นมันก็อาจจะเป็นเหมือนลางบอกเหตุถึงการร้างลาในภายภาคหน้า

บทเพลงนี้แต่งโดยครูสลา คุณวุฒิ อยู่ในอัลบั้ม “กระทงหลงทาง” อัลบั้มที่เรียกได้ว่าเป็นอัลบั้มที่ทำให้ไชยา มิตรชัย โด่งดังเป็นพลุแตกซึ่งตามมาหลังจากมีซิงเกิลฮิตเพลงแรก “ไม่ธรรมดา” ที่ถือว่าเป็นบทเพลงแจ้งเกิดเพลงแรกของเขา และด้วยความสำเร็จอันล้มหลามทำให้ในเวลาต่อมาได้มีเพลงภาคต่อของ “กระทงหลงทาง” ตามมา นั่นคือ “กระทงถึงฝั่ง” และอัลบั้มในชื่อเดียวกันนี้ในปี 1992


“รำวงลอยกระทง” สุนทราภรณ์

 

“วันเพ็ญเดือนสิบสอง น้ำนองเต็มตลิ่ง

เราทั้งหลายชายหญิง

สนุกกันจริง วันลอยกระทง

 

ลอย ลอยกระทง ลอย ลอยกระทง

ลอยกระทงกันแล้ว

ขอเชิญน้องแก้วออกมารำวง

 

รำวงวันลอยกระทง รำวงวันลอยกระทง

บุญจะส่งให้เราสุขใจ บุญจะส่งให้เราสุขใจ”

 

เพลงนี้เปรียบเสมือนเพลงธีมอย่างเป็นทางการของงานวันลอยกระทงในทุกปี ด้วยท่วงทำนองที่สนุกสนาน และบรรยากาศรื่นเริงที่มาพร้อมกับบทเพลงนี้ ทำให้มันเป็นบทเพลงคลาสสิกที่อยู่ยั้งยืนยงมาตลอดทุกยุคสมัย

“รำวงลอยกระทง” เขียนขึ้นเมื่อปี 2498 ท่ามกลางบรรยากาศงานลอยกระทง ริมน้ำเจ้าพระยา ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งวงสุนทราภรณ์ได้ถูกเชิญให้ไปเล่นดนตรีในงานนี้ คณะจัดงานนำโดย อ.ชมพู อรรถจินดา ทนายใหญ่แห่งยุค ได้ออกปากขอให้ครูเอื้อ สุนทรสนาน หัวหน้าวงสุนทราภรณ์แต่งเพลงเพื่อเกี่ยวกับวันลอยกระทงเพื่อเป็นที่ระลึก

ด้วยจิตวิญญาณศิลปินครูเอื้อ และ ครูแก้ว อัจฉริยะกุล ก็ร่วมกันแต่งเพลงขึ้นมาโดยครูเอื้อขึ้นทำนอง และครูแก้วมาเรียงร้อยถ้อยคำลงไป ใช้เวลาไม่เกิน 30 นาทีบทเพลงนี้ก็เป็นอันแล้วเสร็จ หลังจากนั้นครูทั้งสองก็นำบทเพลงไปให้วงร่วมซ้อมร่วมร้องร่วมเล่นและรำจนเข้าที่ก็บรรเลงกันเป็นครั้งแรกในคืนนั้นเลย

ปกติแล้วเพลงที่ครูแก้วแต่งจะมีความยาวมากกว่านี้ และมีการใช้ถ้อยคำที่สละสลวยเชิงกาพย์กลอน แต่สำหรับเพลง “รำวงลอยกระทง” กลับมีความสั้น กระชับ ฟังง่าย สนุก และร้องตามได้แบบสบาย ๆ แถมยังมีเนื้อหาที่ครอบคลุมบรรยากาศของวันลอยกระทง เรียกได้ว่ามาทั้งอารมณ์และบรรยากาศ ที่ไม่ว่าเราฟังเพลงนี้ตอนไหนบรรยากาศความรื่นเริงสดใสของวันลอยกระทงก็จะลอยมาเลย


“ลอย” ศุ บุญเลี้ยง

 

“ลอยกระทง ส่งความจงรัก ขอข้าฝาก กับสายนที

ดวงไฟ แห่งความภักดี

ฝากฟากฟ้าราตรี ข้ามีแต่ความอาลัย

 

ลอยล่องไปให้ไกลสุดตา

บอกคนที่อยู่บนฟ้า ว่ายังคิดถึงร่ำไป

อย่ากังวล หลุดลอยพ้นจากโพยภัย

ท่านยังไม่จากไปไหน อยู่ในหัวใจนิรันดร์”

 

บทเพลงนี้ถูกแต่งขึ้นโดย พี่จุ้ย ศุ บุญเลี้ยง ในงานวันลอยกระทงปี 2016 หลังจากที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 เสด็จสวรรคตได้ไม่นาน ในปีนั้นไม่ว่าคนไทยคนไหนก็คงไม่มีกะจิตกะใจจะรื่นเริงกันในวันลอยกระทงเป็นแน่แท้ แต่ด้วยความคิดของอดีตอาจารย์คณะนิเทศจุฬาท่านหนึ่งได้มีความคิดว่าถึงบรรยากาศจะเศร้าแต่เราควรมีงานลอยกระทง ด้วยเหตุนี้จึงจำเป็นจะต้องมีบทเพลงสำหรับวันลอยกระทงอีกบทเพลงให้เข้ากับห้วงอารมณ์และบรรยากาศของงานลอยกระทงในปีนี้ จึงได้ขอให้ ศุ บุญเลี้ยงแต่งเพลงสำหรับวันลอยกระทงขึ้นมาหนึ่งเพลง

ศุ บุญเลี้ยง จึงแต่งเพลงนี้ขึ้นมาจากแนวคิดที่ว่า การลอยกระทงในปีนี้จะเป็น “ลอยกระทงที่ส่งคำอธิษฐานดี ๆ” โดยพี่จุ้ยเริ่มขึ้นเพลงจากการคลำเปียโนที่ตนไม่ได้เล่นมานานแล้ว เมื่อได้ท่วงทำนองที่ถูกใจ จึงใส่เนื้อร้องลงไปในท่วงทำนองไทย ๆ อ้อยสร้อย ซึ่งชวนให้คิดถึงเสียงร้องของ วัชระ ปานเอี่ยม เพื่อนสมาชิกวงเฉลียงที่ได้ถูกชวนมาให้เป็นหนึ่งเสียงในเพลงนี้ ส่วนอีกเสียงนั้นมาจากนักร้องหญิงเสียงคุณภาพ ตุ๊ก วิยะดา โกมารกุล ณ นคร ผ่านการเรียบเรียงเสียงประสานของ โกไข่ จุมพล ทองตัน นอกจากนี้ยังได้ทีมนักดนตรีคุณภาพอย่าง อ.ธนิต ศรีกลิ่นดี มาบรรเลงขลุ่ยได้ไหวซึ้งถึงอารมณ์ และ อุ้ม พิมพ์จุฑา พงศ์อุดมกิจ มาถ่ายทอดอารมณ์ลึกผ่านเสียงไวโอลิน

ด้วยท่วงทำนองผสานกลิ่นอายความเป็นไทยอันงดงามซึ่งเรียบเรียงออกมาได้เปี่ยมอารมณ์ อีกทั้งเนื้อร้องที่เสมือนถ้อยคำจากใจของคนไทยทั้งผอง จึงทำให้บทเพลง “ลอย” เปรียบได้ดั่งตัวแทนความอาลัย ส่งไปถึงพ่อหลวงผู้เป็นที่รักยิ่งของปวงชนชาวไทย และเป็นดั่งไฟแห่งความหวังให้คนไทยได้กลับมาสดใสดังเดิม


“ดวงใจ” ปาล์มมี่

 

“เธอเปรียบดังเสมือนดวงใจ

ตามติดตรึงแนบชิดข้างกาย

หวังว่าเธอจะไม่ไปไหน

รักจำนนถึงเธอคนดี ผู้เป็นที่รักในใจ

ไม่มีเธอคงคิดตรอมใจ

ฉันสัญญาจะไม่ไปไหน

ขอเพียงเธอเข้ามานั่งในดวงใจ”

 

เพลงนี้ถึงแม้เนื้อร้องจะไม่ได้เกี่ยวข้องกับวันลอยกระทงตรง ๆ แต่ด้วยท่วงทำนองที่มีกลิ่นอายความเป็นไทย และ งาน MV ที่เล่าเรื่องความรักได้อย่างคมคาย โดยมีกระทงเป็นตัวนำ ทำให้เชื่อได้ว่าปีนี้ “ดวงใจ” จะเป็นอีกบทเพลงหนึ่งที่ทุกคนคิดถึงในวันลอยกระทงปีนี้

MV เพลงนี้กำกับโดย อัตตา เหมวดี มือเบสวง Two Million Thanks ที่เคยฝากผลงานอันน่าประทับใจไว้ใน MV เพลง “ไม่รู้ทำไม” (WHAL&DOLPH) “รถคันเก่า” (อะตอม ชนกันต์), “ติดตลก” ​(โอ๊ต ปราโมทย์) เป็นต้น ที่ถ่ายทอดเรื่องราวความชวนลุ้น ผ่านการลอยกระทง ซึ่งแฝงกลิ่นอายความเป็นไทยและสะท้อนความเชื่อที่ว่า ถ้ากระทงของหนุ่มสาวคู่ไหนไม่เป็นกระทงหลงทาง แต่ลอยคู่กันไปโดยไม่แยกออกจากกันจนไปถึงอีกฝั่ง แปลว่าสองคนนั้นเป็นคู่แท้กัน ระหว่างชมไป ฟังเพลงเพราะ ๆ ซึ้ง ๆ ไปเราก็ลุ้นไปกับเจ้ากระทงด้วยว่าสุดท้ายปลายทางมันจะเป็นเช่นไร เป็นมิติใหม่ของการเอาใจช่วยที่ใจจดจ่อไปที่กระทงแล้ว ภายใต้ลูกเล่นและตัวเรื่องที่ดูเรียบง่ายแต่กลับแฝงฝังไว้ด้วยชั้นเชิงการเล่าที่ชวนขบคิดติดตามได้อย่างน่าสนใจ จนนำเราไปสู่บทสรุปความหมายของ “ความรัก” ที่ซาบซึ้งและน่าประทับใจในตอนจบ

“ดวงใจ” คงกลิ่นอายของความเป็นไทยเอาไว้ ทั้งในท่วงทำนองและเนื้อร้องที่มีการใช้ภาษาไทยสมัยเก่าก่อนที่สละสลวยและน่าประทับใจแบบที่เราเคยสัมผัสในเพลง “ซ่อนกลิ่น” ซึ่งเขียนเนื้อร้องโดย ปาล์มมี่  แจ๊ป วีรณัฐ ทิพยมณฑล หรือ แจ๊ป The Richman Toy  และ เงาะ พีระนัต สุขสำราญ มือกีตาร์วง The Richman Toy นอกจากเนื้อร้องที่สละสลวยไพเราะแล้ว สไตล์การร้องในเพลงนี้ของปาล์มมี่ยังมีความน่าสนใจด้วยการใช้การร้องผสมแรป ซึ่งเข้ากันไปได้เป็นอย่างดีกับบีตของเพลงในท่อนนี้ที่มีกลิ่นอายเพลงพอปร่วมสมัยที่น่าสนใจ

ส่วนทำนองนั้นเป็นฝีมือของปาล์มมี่ที่ควบตำแหน่งโปรดิวเซอร์ควบคุมการผลิตเองด้วยอีกตำแหน่ง นอกจากนี้ยังมี แก๊ก อธิราช ปิ่นทอง มือเบส Slot Machine , ชน อธิชนม์ ปิ่นทอง มือคีย์บอร์ด Slot Machine และ Shopping Bag , ต่อ กฤติธี แสงดี ดีเจ/ซินธิไซเซอร์ จากวง Lazermonsters และ อาร์ท ปณิธาน ตติยารัตน์ ที่มารวมพลังกันเรียบเรียงดนตรีร่วมกับปาล์มมี่จนออกมาไพเราะเพราะพริ้งขนาดนี้ ซึ่งทั้งทีมเนื้อร้องและเรียบเรียงทั้งหมดนี้เป็นทีมเดียวกันกับ “ซ่อนกลิ่น” ซึ่งก็ไม่แปลกใจที่ตัวงานยังน่าประทับใจเหมือนเดิม

 

 

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น