Connect with us

What The Fact

สมาชิก Disney+ บ่อน้ำตาแตก หลังได้ชมฉาก โทนี่ สตาร์ค หลังความตาย ที่ถูกตัดออกไปจาก End Game

เมื่อวานนี้ Disney+ เริ่มเปิดบริการใน อเมริกา, แคนาดา และเนเธอร์แลนด์ แถมเปิดตัวอย่างดึงดูดใจด้วยการปล่อยอภิมหาภาพยนตร์ทำเงินสูงสุดตลอดกาลอย่าง Avengers : End Game ให้ชมกันตั้งแต่วันแรกเลย แถมเพิ่มฉากโทนี่ในโลกหลังความตาย ที่ถูกตัดออกไปจากตอนฉายโรงอีกด้วย สำหรับแฟน ๆ มาร์เวล ต่างทราบกันดีว่าทางผู้สร้างได้ตัดฉากนั้นฉากนี้ออกไปมากมาย กว่าจะเป็นเวอร์ชันที่ฉายจริงอย่างที่เราได้รับชมกันไปก็ยังยาวนานกว่า 3 ชั่วโมงเลย

แล้วมาร์เวลก็เอาฉากเหล่านี้มาเป็นจุดขายในเวอร์ชันดีวีดี ที่วางแผงไปเมื่อเดือนสิงหาคม ที่มาพร้อมกับโบนัสพิเศษคือ 6 ฉากที่ถูกตัดออกไป แต่ก็ไม่มีฉากสำคัญที่แฟน ๆ อยากดูกันมาก ก็คือฉากโทนี่ สตาร์ค ในโลกหลังความตาย ซึ่งซึ่งมีการเปิดเผยในภายหลังว่า ฉากนี้เป็นฉากที่น่าตื้นตันใจอย่างมาก เพราะโทนี่ สตาร์ค ได้เจอกับ มอร์แกน ลูกสาวของเขาเองตอนที่โตเป็นสาว แล้วยังได้นักแสดงสาวสวย แคทเธอรีน แลงฟอร์ด ซึ่งเป็นที่รู้จักจากซีรีส์สุดฮิต 13 Reasons Why มารับบทด้วย ซึ่งผู้กำกับ โจ และแอนโธนี รุสโซ เองก็เข้าใจดีถึงความสำคัญของฉากนี้ แต่ก็ต้องตัดใจหั่นออกไปในท้ายที่สุด แล้ววันนี้ฉากโทนี่ในโลกหลังความตายก็ถูกปล่อยให้ได้ชมกันผ่านระบบสตรีมมิง Disney+ กันไปแล้ว

avengers end game มีให้ชมบน Disney+

avengers end game มีให้ชมบน Disney+

สำหรับแฟน ๆ ที่รักและผูกพันในตัว โทนี่ สตาร์ค เป็นพิเศษ ซึ่งบางคนอาจจะเสียน้ำตามาแล้วกับฉากจากลาของวีรบุรุษผู้นี้ ก็มีเสียงเตือนกันมาจากผู้ที่ได้ชมฉาก โทนี่ ร่ำลาลูกสาวในโลกหลังความตายนั้นสะเทือนอารมณ์ยิ่งกว่าหลายเท่านัก เอาว่าแค่อ่านก็ยังซึ้งเลย

จากนี้เป็นการบรรยายถึงฉากนี้อย่างละเอียด ใครอยากรอชมผ่าน disney+ ด้วยสายตาตัวเองข้ามไปเลยนะ

หลังจากโทนี่ หมดลมหายใจในอ้อมกอดของเพปเพอร์ พ็อตต์ แล้ว มารู้สึกตัวอีกทีพบว่าตัวเองอยู่ในดินแดนประหลาดที่เงียบสงบ เขาพยายามเรียกสติกลับคืนมา พร้อมกับเรียบเรียงเหตุการณ์ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขา คำถามต่าง ๆ นานาพรั่งพรูเข้ามา เขาอยู่ที่ไหน เพื่อน ๆ หายไปไหนหมด ถุงมือโลหะที่เขาใส่มณีทั้ง 6 เม็ดหายไปจากมือ ขณะที่เรื่องราวต่าง ๆ ค่อยรื้อฟื้นกลับมา แต่ก็ยังคงรู้สึกประหลาดใจที่ร่างกายกลับรู้สึกสดชื่น ทั้งที่เพิ่งผ่านการต่อสู้มาอย่างดุเดือด ถึงตอนนี้เขารู้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้นกับชะตากรรมของเขา แล้วทันใดนั้นเอง มอร์แกน สตาร์ค ก็ปรากฏกายขึ้น แต่เป็นมอร์แกนในร่างสาวสวย ในแวบแรกโทนี่ไม่รู้ว่าเธอผู้นี้คือลูกสาวของเขานั่นเอง จนมอร์แกนเริ่มแนะนำตัวอย่างเป็นนัย นั่นทำให้โทนี่เริ่มปะติดปะต่อเหตุการณ์ได้ทันท่วงที

มอร์แกน สตาร์ค ในวัยสาว

มอร์แกน สตาร์ค ในวัยสาว

และทุกอย่างก็เริ่ม อ๋อ! โทนี่เอ่ยถามลูกสาวด้วยสีหน้าสับสน “เดาว่าพ่อทำสำเร็จใช่ไหม” (หมายถึงวีรกรรมที่เขาเพิ่งช่วยชีวิตทั้งครึ่งจักรวาลไว้)
“ใช่ค่ะ และมันมีผลกับหนูมาก หนูได้มีชีวิตและเติบโตขึ้นมาอย่างที่เห็นนี่ แต่เกิดอะไรขึ้นกับพ่อนั้นหนูตอบไม่ได้”

ได้ฟังคำตอบจากมอร์แกน ทำให้สมองของโทนี่สับสนไปด้วยคำถามและความรู้สึกมากมายประดังเข้ามา เขาพินิจไปที่ใบหน้าของลูกสาวในวัยเติบใหญ่ที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน ก่อเป็นความรู้สึกโหยหา แล้วความรู้สึกผิดก็ตามมา ที่เขาในฐานะพ่อแต่ไม่ได้อยู่ดูแลลูกสาวคนเดียวของเขา ในหัวของโทนี่ตอนนี้ กลั่นกรองออกมาได้เพียงคำขอโทษ
“พ่อเริ่มไม่มั่นใจแล้วว่าที่พ่อทำลงไป มันถูกต้องหรือไม่”

มอร์แกนเข้าใจความรู้สึกของพ่อ เธอรีบตอบทันที
“หนูรู้ค่ะพ่อ ว่าหนูจะต้องเข้มแข็งให้พ่อได้สบายใจและปล่อยวางทุกอย่างได้”

แล้วมอร์แกนก็เอ่ย ความคิดที่คงค้างในใจเธอออกมา
“แต่ถ้าเกิดว่า เป็นคนอื่นที่ได้เสียสละแทนพ่อ ป่านนี้พวกเราก็คงจะ………”

เธอปล่อยให้ประโยคที่เหลือ เงียบหายไปในลำคอ เพราะประโยคเหล่านั้นไม่น่าจะทำให้พ่อจากไปได้อย่างสงบ แล้วเธอก็กระซิบบอกพ่อว่า
“หนูภูมิใจในตัวพ่อนะคะ”


เป็นคำพูดจากลูกสาวที่ทำให้เขารู้สึกตื้นตันเกินจะเอ่ยอะไรตอบออกมาได้ในขณะนั้น มอร์แกนไม่ได้ต้องการคำตอบรับจากพ่อ เธอเอ่ยต่อว่า
“หนูน่ะเป็นสาวแกร่งนะ เหมือนแม่ไง พ่อคะหนูอยากให้พ่อรู้ไว้นะว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาหนูมีความสุขมาก หนูมีความสุขตลอดเวลาที่เราได้ทำอะไรร่วมกัน เวลาที่หนูต้องการพ่อ พ่อก็อยู่ตรงนั้นเสมอ…………จนถึงเวลาที่พ่อต้องไป”

โทนี่มีอะไรอยากจะพูดจะตอบกับลูกสาวมากมาย แต่หลากหลายคำพูดมาจุกอยู่ที่คอจนเขาไม่รู้จะเอ่ยคำไหนดีในวินาทีนี้ ความรู้สึกเดียวของโทนี่คือเขาอยากจะกอดลูกสาวสุดที่รักไว้ไม่อยากปล่อยเธอไป แม้ในใจก็รู้ดีว่าหมดเวลาของเขาแล้ว ท้ายที่สุด โทนี่ก็เปรยออกมาว่า
“ถ้าลูกมีความสุข พ่อก็มีความสุขเช่นกัน”

มอร์แกน ก็รู้ดีว่าถึงเวลาที่เธอต้องเอ่ยคำลาพ่อแล้ว
“หนูรักพ่อค่ะ”

แล้วทุกอย่างก็ดำเนินมาถึงวินาทีแห่งการจากลา โทนี่ จุ๊บไปที่แก้มของมอร์แกนและเอ่ยประโยคสุดคลาสสิก ที่เราฟังกันมาแล้วหลายรอบ แต่รอบนี้น่าจะแทงลึกถึงจิตใจผู้ชมอย่างที่สุด

“I LOVE YOU 3000”

ถ้าจะบ่อน้ำตาแตก ก็ไม่แปลกหรอกครับ

ผู้ที่ได้ชมฉากสะเทือนใจนี้ยังเอ่ยชื่นชมถึงการแสดงอันยอดเยี่ยมของ แคทเธอรีน แลงฟอร์ด และ โรเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์ ว่าถ่ายทอดถึงความรักระหว่างพ่อกับลูกได้อย่างลึกซึ้ง แคทเธอรีนได้ทำหน้าที่ในก้าวแรกของเธอในจักรวาลมาร์เวลได้อย่างน่าประทับใจ แม้ว่าฉากของเธอจะถูกตัดออกจากเวอร์ชันที่ฉายในโรงภาพยนตร์ แต่ก็หวังว่าอนาคตของเธอในจักรวาลมาร์เวลไม่น่าจะถูกตัดออกไปด้วย ไม่แน่…เราอาจจะได้เห็นเธอในบทบาท มอร์แกน สตาร์ค อีกก็ได้ในหนังเฟสต่อ ๆ ไปของจักรวาลมาร์เวล

อ้างอิง

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น