[สัปดาห์นี้มีอะไรฟัง] แนะนำอัลบั้มออกใหม่ที่น่าสนใจประจำสัปดาห์ (มกราคม week 2)

ปีนี้ถือว่าเริ่มต้นได้น่าสนใจ ถึงแม้จะมีอัลบั้มใหม่ ๆ จากศิลปินเบอร์ใหญ่ รอที่จะออกอยู่ในปีนี้ แต่จากอัลบั้มใหม่ที่ออกมาในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ก็ทำให้รู้ว่ายังมีผลงานที่น่าสนใจรอให้เราได้ค้นพบและสัมผัสอีกมากนัก โดย 4 อัลบั้มออกใหม่ที่เราคัดสรรมาแนะนำในสัปดาห์นี้ แสดงให้เห็นเป็นอย่างดีถึงสิ่งที่เรียกว่า “พลังหญิง” ตามที่เราได้เคยสังเกตเอาไว้ในงานเพลงอันเป็น “ที่สุด” ของปีที่แล้ว ที่เกินกว่าครึ่งเป็นผลงานเพลงจากศิลปินหญิง จึงเป็นที่น่าสนใจนักว่า “พลังหญิง” ของปีนี้คงไม่แผ่วลงอย่างแน่แท้ ตรงกันข้ามกับจะโหมกระพือรุนแรงขึ้นเสียอีกด้วยซ้ำ เรามาเริ่มด้วยอัลบั้มแรกของปีนี้กันเลยดีกว่าครับ


“The Archer” – Alexandra Savior

เป็นหนึ่งอัลบั้มที่น่าสนใจต้อนรับปีใหม่นี้สำหรับ “The Archer” อัลบั้มที่สองของนักร้อง นักแต่งเพลงสาววัย 24 ปีชาวลอสแองเจลิสผู้มีถิ่นเกิดอยู่ที่พอร์ตแลนด์ โอเรกอน นามว่า “Alexandra Savior”

Alexandra Savior นิยามงานเพลงของเธอว่าเป็น “ความโกรธเกรี้ยวของหญิงสาวที่มาในอารมณ์ของหนังสยองขวัญ” ซึ่งมันก็เป็นเช่นนั้นจริง ๆ จากซาวนด์ที่มีความหลอนลอยแผ่ปกคลุมเป็นบรรยากาศในบทเพลงของเธอ เธอปล่อยอัลบั้มแรก “Belladonna Of Sadness” มาในปี 2017  โดยร่วมโปรดิวซ์กับ Alex Turner ฟรอนต์แมนจากวง Arctic Monkey คราวนี้เธอได้เปลี่ยนทางมาร่วมงานกับ Sam Cohen ฟรอนต์แมนจากวงไซคีเดลิคร็อกนาม Apollo Sunshine ที่เหมือนจะเข้าขากันดีและทำให้เธอดึงศักยภาพออกมาได้อย่างเต็มที่

จากประสบการณ์ที่เธอได้สั่งสมและเรื่องราวต่าง ๆ ที่เธอได้ประสบตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา ได้ถูกกลั่นออกมาเป็นผลงานเพลงในอัลบั้ม “The Archer” อันแสดงให้เห็นถึงพลังที่เข้มแข็งและความชัดเจนที่โดดเด่นขึ้นในงานของเธอ อย่างที่เธอได้กล่าวว่า

“ฉันคิดว่าฉันได้ผ่านช่วงเวลาที่ไร้เดียงสามาก ๆ และได้ถูกเอาเปรียบจากพลังทั้งหลายที่รายรอบและคอยชักจูงชีวิตของฉัน”

“และเมื่อฉันได้ถูกผลักออกมาจากพลังเหล่านั้น ฉันจึงได้พบกับสุ้มเสียงที่แท้ ฉันเริ่มเขียนเพลงในจุดที่ฉันรู้สึกถูกทอดทิ้งและสับสน ไม่มั่นคง โกรธเกรี้ยวและซึมเศร้า แต่ฉันเขียนเรื่องที่เกี่ยวกับฉันและฉันคิดว่ามันทำให้มวลกดทับในตัวฉันถูกยกออกไปและฉันรู้สึกเป็นอย่างยิ่งว่าบางสิ่งได้เปิดทางให้ฉัน ฉันคิดว่าตอนนี้ความกังวลของฉันลดน้อยถอยลงไปมากแล้ว”

หากคุณฟังเพลงของเธอแล้ว คุณจะรู้สึกราวกับโดนสะกดจิต เสียงดนตรีจากการผสานกันในสุ้มเสียงของซินธิไซเซอร์ ออร์แกน กลอง เบส กีตาร์ และ เครื่องดนตรีออเคสตรากับสุ้มเสียงของเธออันผสานไว้ด้วยความอ่อนนุ่มและหนักแน่นในคราวเดียวกันจะรุกล้ำเข้ามาในโสตประสาทของคุณ คุณจะได้ดำดิ่งลงไปในห้วงดนตรีของเธอราวกับต้องมนต์ มันทั้งงดงาม เร่าร้อน และหลอกหลอนในเวลาเดียวกัน เป็นสัมผัสที่ประหลาดแต่ก็งดงามนัก


“Rare” – Selena Gomez

Selena Gomez กลับมาอีกครั้งหลังทิ้งห่างไปกว่า 4 ปีกับอัลบั้มใหม่ที่มีชื่อว่า “Rare” ผลงานชุดที่สามต่อจาก “Revival” อัลบั้มระดับแพลตตินัม ในปี 2015

จากเด็กสาวแห่งช่องดิสนีย์ มาสู่หญิงสาวอายุ 27 ผ่านร้อนหนาวและเรื่องราวมากมายโดยเฉพาะบาดแผลจากความรักกับสองนักร้องหนุ่มจัสติน บีเบอร์ และ the Weeknd การเผชิญหน้ากับภาวะซึมเศร้าและความวิตกกังวล และการข้ามผ่านปัญหาสุขภาพด้วยการผ่าตัดปลูกถ่ายไตเพื่อรักษาโรคภูมิแพ้ตัวเอง

ดูแล้วเป็นเรื่องที่หนักหนาเอาการ แต่เธอก็ได้เปลี่ยนแปลงมันเป็นความสร้างสรรค์และถ่ายทอดออกมาผ่านผลงานทั้ง 13 เพลงใน “Rare” อันเป็นหลักฐานของการข้ามผ่านปัญหาเหล่านั้นมาได้อย่างเข้มแข็ง ครั้งหนึ่งโกเมซเคยเล่นเพลงที่เธอแต่งไว้ให้เทเลอร์ สวิฟต์ฟัง และ สวิฟต์ได้บอกกับเธอว่าเพลงเหล่านั้นทำให้เธอเห็นโกเมซในเวอร์ชันที่เคยเป็นในอดีต (ก่อนที่เธอจะเศร้าจากการเลิกลากับบีเบอร์และเรื่องราวที่ตามมาหลังจากนั้น) ซึ่งโกเมซบอกว่าคำพูดของสวิฟต์ทำให้เธอ “มีความสุขและทำให้เด็กสาวคนนั้นกลับมาอีกครั้ง”

ถือได้ว่า “Rare” เป็นบันทึกการก้าวเดินอีกครั้งของหญิงสาวที่ปวดร้าวผู้เอาเศษซากที่แตกร้าวเหล่านั้นมาต่อเติมเสริมแต่งเป็นตัวตนที่เข้มแข็ง


“Walking Like We Do” – The Big Moon

“The Big Moon” คือสี่สาวอินดี้ร็อกจากลอนดอนที่เริ่มวาดลวดลายมาตั้งแต่ปี 2014 โดยมี Juliette Jackson ฟรอนท์แมนของวงเป็นแกนนำ มีอัลบั้มเปิดตัวชื่อว่า “Love in the 4th Dimension” ออกมาในปี 2017

“Walking Like We Do” ซึ่งเป็นอัลบั้มชุดที่สองของพวกเธอ ดูเหมือนว่าจะมีความพอปกว่าอัลบั้มที่ผ่านมา เสียงกีตาร์แตก ๆ กับมาดเท่ ๆ ดิบ ๆจากงานชุดก่อน ผันกลายมาสู่ความสดชื่น สว่างใส อย่างในเพลง “Your Light” ที่มาพร้อมความสดใสและท่วงทำนองที่เร้าใจ ชวนให้เราโยกตามไปด้วยความเพลิดเพลิน หรืออย่างในเพลง “Take A Piece” ก็มาในลุคของเกิร์ลกรุ๊ปกันเลย ซึ่งแจ็คสันได้พูดถึงแนวคิดเบื้องหลังงานในอัลบั้มนี้ไว้ว่า “เราอยากที่จะทำเพลงที่ให้ความรู้สึกที่ชุ่มชื่นใจใสกริ๊งเหมือนกับโทนิค”

“Walking Like We Do” มาพร้อมบทเพลงที่ซินธ์มีบทบาทสำคัญอันผสานไปกับเครื่องดนตรีหลักได้อย่างมีสไตล์ อีกทั้งการร่วมงานกับโปรดิวเซอร์ “Ben Allen” (Animal Collective, Gnarls Barkley) ก็ได้พาพวกเธอไปสู่ทิศทางใหม่ที่น่าสนใจ โดยการกลับไปหาของเก่าและมาทำใหม่ งานเพลงของพวกเธอจึงได้รับแรงบันดาลใจจากงานเกิร์ลกรุ๊ป หรือ เพลงพอป R&B ในยุค 90s ที่ผสานไว้ด้วยท่วงทำนองอันเร้าใจ ไลน์ดนตรีเท่ ๆ ในแบบของอินดี้ร็อกและเสียงซินธ์เก๋ ๆ กับเรื่องราวในบทเพลงที่สะท้อนมุมมองความคิดของสตรีเพศในโลกร่วมสมัยที่มาพร้อมห้วงอารมณ์อันสดใสที่จะทำให้ใจคุณเบิกบานใจเมื่อได้สัมผัสกับผลงานของพวกเธอ


“Seeking Thrills” -Georgia

อัลบั้มชุดที่สองจาก Georgia Barnes ศิลปินสาวชาวอังกฤษวัย 29 ปีที่แต่งเอง  โปรดิวซ์เอง และเล่นเอง จนออกมาเป็นผลงานเพลงแดนซ์พอปโดนใจในสไตล์ของตัวเอง “Seeking Thrills” เป็นอัลบั้มที่มีความสดใหม่และน่าค้นหา มันเปี่ยมไปด้วยพลัง สว่างไสวกว่า และ มีความมั่นคงหนักแน่นกว่างานเพลงชุดแรกของเธอในปี 2015

ในฐานะที่เป็นลูกสาวของ Neil Barnes หนึ่งในสมาชิกวงดูโออิเล็กทรอนิกแห่งยุค 90s “Leftfield” จอร์เจียเติบโตขึ้นท่ามกลางเหล่าบรรดาคอลเล็คชันเพลงอิเล็คทรอนิกและงานเพลงจากต่างประเทศของพ่อ ซึ่งได้หล่อหลอมให้เธอกลายเป็นคนที่มีใจรักในดนตรีพอปและฮิปฮอปโดยเฉพาะอย่างยิ่ง Missy Elliott หลังจากนั้นเธอก็เริ่มต้นเส้นทางดนตรีด้วยการเป็นมือกลองที่ได้ขึ้นแสดงกับศิลปินเจ๋ง ๆอย่าง Kate Tempest และ Kwes นั่นทำให้เธอคุ้นเคยกับจังหวะและท่วงทำนองต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี

 “Seeking Thrills“ กลั่นออกมาจากความรัก ความชอบ และประสบการณ์เหล่านี้ทั้งหมด ผ่านสุ้มเสียงของจอร์เจียและการหลอมรวมเอาบรรยากาศอันอบอุ่นของชิคาโกและดีทรอยต์ที่เธอเคยคุ้น จอร์เจียใช้เวลากว่าปีครึ่งในการเก็บตัวอยู่ในโฮมสตูดิโอของเธอ ศึกษาการเขียนเพลงจากนักเขียนเพลงรุ่นเก๋าอย่าง Joni Mitchell, Neil Young และ Kate Bush กลั่นเอาความรู้สึกโดดเดี่ยวเปลี่ยวเหงา สับสน และวังวนของความปรารถนาถ่ายทอดออกมาเป็นเพลงแดนซ์พอปที่งดงาม

เธอเปิดอัลบั้มด้วย “Started Out” งานเพลง house-pop อันเปี่ยมไปด้วยพลังที่ฉุดใจเราไว้ได้ตั้งแต่เพลงแรก ต่อด้วย “About Work the Dancefloor” แค่นั้นก็เพลินยาวแล้ว ส่วนแทร็กปิดท้ายอย่าง “Never Let You Go” ที่ปล่อยออกมาเป็นซิงเกิลก่อนหน้านี้ก็มีความลงตัวสุด ๆ ทั้งในส่วนของดนตรี เมโลดีและเสียงร้องของจอร์เจีย บอกเลยนี่คืองานพอปแดนซ์ดี ๆ ที่คุณไม่ควรพลาด

 

 

 

 

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส