Best Scenes in 25 Years Part I
Best Scenes in 25 Years Part I

“ที่สุดของฉากหนังดัง” ตลอด 25 ปี ที่ขับเคลื่อนโลกและความทรงจำของผู้คน (ตอนที่ 1)

CROUCHING TIGER, HIDDEN DRAGON (2000) – พยัคฆ์ปะทะมังกร

นับจนถึงวันนี้ Ang Lee หรือหลี่อัน ก็ยังคงเป็นผู้กำกับชาวไต้หวันที่มีชื่อเสียงในวงการภาพยนตร์ของโลก หลังจากสร้างชื่อเสียงผลิตหนังที่บ้านเกิดจนได้ข้ามน้ำข้ามทะเลมาฮอลลีวูด กำกับหนัง Sense and Sensibility (1995) เข้าชิง 7 สาขารางวัลออสการ์ (รวมทั้งสาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม) และทำให้นักแสดง Emma Thompson ชนะสาขาบทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม และกำกับหนัง The Ice Storm (1997) Ang Lee ก็กลับสู่รากเหง้าด้วยการสร้างหนังที่เกิดบนแผ่นดินจีน และนำแสดงโดยทีมนักแสดงสัญชาติเอเชีย อย่าง Crouching Tiger, Hidden Dragon (2000) จนได้เข้าชิง 10 สาขารางวัลออสการ์และคว้าไปได้ 4 รางวัล ทั้งถ่ายภาพยอดเยี่ยม, องค์ประกอบศิลป์ยอดเยี่ยม, เพลงประกอบยอดเยี่ยม และหนังต่างประเทศยอดเยี่ยม

Michelle Yeoh and Ziyi Zhang in Wo hu cang long (2000)
Crouching Tiger, Hidden Dragon (2000)

หนังมีฉากการต่อสู้ในหลาย ๆ ฉากทั้งบนยอดไผ่ ฉากต่อสู้ยามค่ำคืนที่สวยงามและพลิ้วไหว (โดยยอดฝีมือนักออกแบบคิวบู๊อย่าง “หยวนวูปิง” ผู้อยู่เบื้องหลังคิวบู๊ของไตรภาค The Matrix (1999-2003), Kill Bill ทั้งสองภาค (2003-2004) และ Kung Fu Hustle (2004) เป็นต้น) ผู้กำกับ Ang Lee ย้อนเล่าถึงการถ่ายทำหนังเรื่องนี้ในตอนนั้นว่า ” ผมวางแผนการถ่ายทำทุกอย่าง และหน้างานก็ไม่เป็นอย่างที่ผมวางแผนเลยสักอย่างเดียว อย่างเช่นฉากที่ถ่ายในทะเลทรายนั่นถ่ายยากมาก และในปี 1999 การถ่ายทำหนังสเกลใหญ่ในไต้หวันเป็นเรื่องยากครับ ทุกอย่างต้องทำใหม่ขึ้นมาหมด ทีมงานไม่ได้ถูกฝึกให้ทำหนังในสเกลใหญ่ขนาดนี้อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน หนังผมไม่ใช้หนังฟอร์มยักษ์หรอกครับ แต่พอมาถ่ายที่นี่ มันก็กลายเป็นหนังฟอร์มใหญ่ที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน…คุณแค่ต้องทำให้เต็มที่ แล้วหนังจะฮิตหรือเจ๊งก็ไม่สำคัญครับ”

  • นักแสดง: Yun-Fat Chow, Michelle Yeoh, Ziyi Zhang, Chen Chang
  • ผู้กำกับ: Ang Lee (Life of Pi, Brokeback Mountain, Lust, Caution)
  • ทุนสร้าง/รายรับรวมทั่วโลก: 17/213 ล้านเหรียญฯ
  • Rotten Tomatoes Score/iMDB rating: 97% / 7.8/10

TRAINING DAY (2001) – อย่ามาหือกับอั๊ว

ก่อนจะมีผลงานเป็นหนังแอ็กชันที่ให้อารมณ์ขึงขังและนำแสดงโดยดาราผิวดำแบบฮิตเรียงกันหลายเรื่องตลอด 20 ปีที่ผ่านมา ทั้ง Shooter (2007), Olympus Has Fallen (2013), The Equalizer ทั้ง 2 ภาค (2014-2018) และ The Magnificent Seven (2016) ผู้กำกับคนเก่ง Antoine Fuqua เคยทำหนังชิงรางวัลสุดเข้มข้น ที่นำแสดงโดยดาราคู่บุญของเขา Denzel Washington ใน Training Day (2001) เรื่องราวเกี่ยวกับตำรวจหน่วยปราบยาเสพติดทั้งสองคนที่มีความต่างกันอย่างสุดขั้ว คนนึงคือตำรวจรอบจัดประสบการณ์สูงผ่านศึกเหนือเสือใต้มาอย่างโชกโชนกับอีกคนที่เป็นตำรวจมือใหม่ผู้เถรตรง หนังส่ง Denzel Washington คว้าออสการ์ และ Ethan Hawke เข้าชิงสาขาสมทบชายยอดเยี่ยม

Training Day (2001)

Antoine Fuqua พูดถึงฉากปะทะอารมณ์ของตัวละครตำรวจของ Washington ที่กลายเป็นฉากที่ดีที่สุดของเรื่องว่า “การด้นสดในฉากนั้นมาจาก Denzel ล้วน ๆ ครับ ผมยังจำตอนที่ถ่ายฉากนั้นได้ เขาเริ่มต้นแล้วก็อารมณ์ทางการแสดงก็พุ่งขึ้นไปเรื่อย ผมยืนอยู่ข้างตากล้องเพื่อให้แน่ใจว่า เราได้ถ่ายฉากนั้นเก็บไว้แล้วจริง ๆ เพราะเราคงไม่มีทางถ่ายการแสดงแบบนั้นได้อีก พอสั่งคัท Denzel ก็เดินมาหาผมพร้อมกับพูดว่า “โว้ว ผมไม่รู้ว่าผมทำอะไรลงไป?” เขาใช้พลังเยอะมากกับฉากนี้ เราถ่ายกันด้วยกล้องที่โฟกัสชัดที่ตัวของเขา และผมก็เห็นมือของเขาสั่นไปหมด ส่วน Ethan Hawke ก็เคยโทรหาผมว่า “เพื่อน! คุณได้สร้างผู้ชมกลุ่มใหม่ให้กับผมแล้ว และพวกเขารู้จักผมก็จากหนังของคุณ มันเป็นหนังที่ยอดไปเลยว่ะ”

Antoine Fuqua in The Equalizer 2 (2018)
ผู้กำกับ Antoine Fuqua
  • นักแสดง: Denzel Washington, Ethan Hawke, Scott Glenn, Tom Berenger
  • ผู้กำกับ: Antoine Fuqua (The Equalizer, Olympus Has Fallen, The Magnificent Seven)
  • ทุนสร้าง/รายรับรวมทั่วโลก: 45/104 ล้านเหรียญฯ
  • Rotten Tomatoes Score/iMDB rating: 72% / 7.7/10

THE ROYAL TENENBAUMS (2001) – ย่างเท้าสู่ MARGOT

Wes Anderson คือผู้กำกับที่สไตล์ของงานภาพ องค์ประกอบศิลป์ เครื่องแต่งกาย จัดจ้านและชัดเจนที่สุดของหนึ่งของยุคสมัยปัจจุบัน และ The Royal Tenenbaums (2001) ผลงานเรื่องที่ 3 ของเขา (ตามหลัง Bottle Rocket (1996) และ Rushmore (1998)) ก็กลายเป็นหนังที่ทำให้เขาเป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น รวมถึงได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงออสการ์สาขารางวัลบทดัดแปลงยอดเยี่ยมเป็นครั้งแรก ก่อนที่นับรวมจนถึงปัจจุบันนี้ เขาเข้าชิงไปแล้วทั้งหมด 7 สาขาจากหนัง 5 เรื่อง จาก Fantastic Mr. Fox (2009), Moonrise Kingdom (2012), The Grand Budapest Hotel (2014) และ Isle of Dogs (2018) นอกจากนี้ เอกลักษณ์อย่างนึงของหนังของเขาคือการจะต้องมี Bill Murray และสองพี่น้อง Wilson และนำแสดงนี่เอง

Danny Glover, Gene Hackman, Gwyneth Paltrow, Anjelica Huston, Ben Stiller, Luke Wilson, Jonah Meyerson, Kumar Pallana, and Grant Rosenmeyer in The Royal Tenenbaums (2001)
The Royal Tenenbaums (2001)

Luke Wilson เล่าถึงการทำงานในหนังเรื่องนี้ กับฉากที่ถ่ายเห็น Gwyneth Paltrow เดินอย่าง Slow Motion เข้ามาหาตัวละครของเขา “วันนั้นทั้งวันเราถ่ายฉากนี้อยู่ประมาณ 6-7 รอบได้ครับ จริง ๆ มันน่าจะเป็นแค่ “Margot ลงจากรถบัส แล้ว Richie ก็ไปรอรับเธอ” แต่พอฉากนี้กำกับอย่างเปี่ยมคุณภาพโดย Wes และไปอยู่ในการถ่ายทำแบบ 16 เฟรมต่อวินาที ภาพที่จับบนหน้า Gwyneth ที่เคลื่อนไปช้า ๆ ก็กลายเป็นความมหัศจรรย์ขึ้นมาทันที รวมกับบทเพลง “Heroin” ของ The Velvet Underground อีก พอผมเห็นฉากนี้ตอนที่เป็นหนังแล้ว ผมก็มั่นใจว่านี่คือหนังมหัศจรรย์ที่มีทั้งฉากแบบนี้ เพลงแบบนี้ Wes ได้ขโมยเพลงนี้ไปใช้ในหนังของเขาแล้วอย่างเด็ดขาด จะไม่มีใครใช้เพลงนี้ในหนังแล้วน่าจดจำได้เท่าเขาอีกแล้ว”

Luke Wilson in The Royal Tenenbaums (2001)
Luke Wilson ใน The Royal Tenenbaums (2001)
  • นักแสดง: Bill Murray, Ben Stiller, Gwyneth Paltrow, Owen Wilson, Luke Wilson, Anjelica Huston
  • ผู้กำกับ: Wes Anderson (The Grand Budapest Hotel, Moonrise Kingdom, Fantastic Mr.Fox)
  • ทุนสร้าง/รายรับรวมทั่วโลก: 21/71 ล้านเหรียญฯ
  • Rotten Tomatoes Score/iMDB rating: 80% / 7.6/10

BOWLING FOR COLUMBINE (2002) – MOORE v HESTON

ถ้าจะมีใครครองตำแหน่งแชมป์นักทำหนังสารคดีการเมืองที่จิกกัดประธานาธิบดีและรัฐบาลอเมริกัน คนนั้นก็คือ Michael Moore ที่ทำหนังแนวนี้อยู่แนวเดียวมาเกือบ 20 ปี เขาได้รับรางวัลออสการ์จากสาขารางวัลภาพยนตร์สารคดียอดเยี่ยมจากเรื่องนี้ในปี 2003 ก่อนที่กลับมาดังเปรี้ยงกับหนังสารคดีที่เข้าถึงผู้ชมวงกว้างมากที่สุดของเขา (และอาจจะมากที่สุดของประเภทหนังสารคดีด้วย) ใน Fahrenheit 9/11 (2004) ที่เหมือนลากประธานาธิบดี George W. Bush มาตบหน้ากลางสี่แยกในวันฝนตก (หนังทำรายได้ทั่วโลกไป 222 ล้านเหรียญฯ จากทุนสร้างแค่ 6 ล้านเหรียญฯ และขอย้ำอีกทีว่านี่เป็นหนังสารคดี)

Bowling for Columbine (2002)

แม้ช่วงหลัง ๆ หนังสารคดีของเขาจะไม่ได้รับความนิยมแบบ 15-20 ปีก่อนที่ยังไม่ค่อยมีคนทำหนังสารคดีมากนัก (ทุกวันนี้ดูได้เยอะทางสตรีมมิงเกือบทุกเจ้า) แต่เขาก็ยังสร้างหนังอยู่ตลอด Moore เล่าถึง Bowling for Columbine โดยเฉพาะฉากที่เขาต้องพูดคุยเรื่องกฎหมายอาวุธปืนกับ Charlton Heston นักแสดงชื่อดัง (เสียชีวิตในปี 2008) ไว้ว่า

Michael Moore in Charlie Rose (1991)

“ตอนผมนั่งดูฉากนี้หลังถ่าย ผมก็ลำบากใจนะ เอาจริง ๆ ผมลำบากใจตั้งแต่ตอนนั่งพูดคุยกับเขาแล้วล่ะ แต่ผมไม่อาจจะตัดฉากนี้จากหนังได้ เพราะมันเปิดเผยถึงความเชื่อของเขาที่หนักแน่น (เรื่องการสนับสนุนกฎหมายอาวุธปืน) แต่ผมก็รู้สึกเสียใจที่กำลังเห็นผู้ชายที่ใช้เวลา 40 ปีเดินเคียงข้างการเรียกร้องสิทธิของคนผิวดำของ Martin Luther King ก่อนที่วันนี้เขาจะกลายเป็นตาแก่ผิวขาวขี้โมโหที่เลือกจะ “ยิงก่อนถามทีหลัง” และสนับสนุนกฎหมายอาวุธปืน พอหนังเรื่องนี้ออกฉาย National Rifle Association พยายามใช้เงินวิ่งเต้นไม่ให้หนังฉาย ข่มขู่ผมสารพัด แต่พวกเขายิ่งทำ หนังผมก็ยิ่งทำเงิน…ตอนที่เราเริ่มทำหนังเรื่องนี้ ผมแค่ไม่อยากให้มีเหตุการณ์กราดยิงเหมือนที่โคลัมไบน์อีก แต่ดูทุกวันนี้สิ เหตุกราดยิงยังมีอยู่ทั่ว ผมถือว่าผมล้มเหลวในการทำหนังเรื่องนี้นะ”

  • นักแสดง: Michael Moore, Charlton Heston, Marilyn Manson, Dick Clark, Mike Bradley
  • ผู้กำกับ: Michael Moore (Fahrenheit 9/11, Fahrenheit 11/9, Sicko, Where to Invade Next)
  • ทุนสร้าง/รายรับรวมทั่วโลก: 4/58 ล้านเหรียญฯ
  • Rotten Tomatoes Score/iMDB rating: 95% / 7.6/10

THE LORD OF THE RINGS: THE TWO TOWERS (2002) – GOLLUM v SMEAGOL

ตลอด 25 ปีที่ผ่านมาหนังมหากาพย์ไตรภาคที่สร้างจากหนังสือนิยายคลาสสิก คงไม่มีเรื่องไหนยิ่งใหญ่เท่า The Lord of the Rings (2001-2003) ที่ยังมีไตรภาค The Hobbit (2012-2014) ตามออกมาอีกรวมแล้วเป็น 6 ภาค โดยหนังภาคสุดท้ายของไตรภาคแรกได้รับยกย่องเทียบเท่า Ben-Hur (1959) และ Titanic (1997) ที่เข้าชิงออสการ์ 11 สาขารางวัลและคว้ากลับไปได้ทั้งหมดอันเป็นสถิติสูงสุดที่เคยมีมา ทั้งหมดต้องยกย่องวิสัยทัศน์ของ Peter Jackson ผู้กำกับที่เนรมิตภาพจากในหนังสือออกมาได้อย่างงดงามยิ่งใหญ่ ชนิดที่ไม่มีใครกล้าคิดว่าจะมีผู้กำกับหนังคนไหนทำได้ รวมถึงยังกล้าทุบ New Line Cinema ขอทุนสร้าง 300 ล้านเหรียญฯ มาทำหนังทีเดียวรวด 3 ภาคชนิดไม่กลัวเจ๊ง

Sean Astin, Elijah Wood, and Andy Serkis in The Lord of the Rings: The Two Towers (2002)
The Lord of the Rings: The Two Tower (2002)

หนังมีหลายฉากสงครามที่ยิ่งใหญ่และน่าจดจำ ชนิดที่ดูซ้ำแล้วซ้ำอีกก็ยังสนุก แต่ฉากที่สร้างความเหวอให้มากที่สุดสำหรับคนดูก็คือ การปรากฎตัวบุคคลิกที่สองของ Gollum ที่เป็นทาสรับใช้ที่แสนดีของ Frodo และ Sam ขณะเอาแหวนไปทำลายที่ภูเขาไฟ ในคืนนี้ Smeagol ร่างมนุษย์ (ที่ยังหลงเหลืออยู่) ของ Gollum ที่จ้องจะขโมยแหวนที่ Frodo ถือไว้กลับคืน Andy Serkis ผู้แสดงโมชันแคปเจอร์เป็น Gollum เล่าให้ฟังว่า

Andy Serkis in The Lord of the Rings: The Return of the King (2003)

“เราออกแบบตัวละครนี้ให้มีสองบุคคลิกมาตั้งแต่แรกครับ ตัวตนหนึ่งคือ Gollum ที่คนดูจะได้เห็นแต่แรก แล้วต่อมาพวกเขาก็จะได้เห็น Smeagol ยิ่งเขาอยู่กับ Frodo นานเข้า พลังของแหวนก็จะดึงด้านที่เป็น Smeagol ออกมา เหมือนกับน้องชายตัวเล็กที่ค่อย ๆ ถูกพี่ชายที่โหดร้ายข่มขู่และครอบงำ ซึ่งฉากนี้ก็เป็นการปรากฎตัวขึ้นแบบเต็ม ๆ ครั้งแรกของ Smeagol (คนดูจะได้เห็นเรื่องราวของ Smeagol ตอนยังเป็นมนุษย์ในตอนต้นของภาค 3 The Return of the King (2003)) ฉากนี้น่าสะพรึงขนาดที่รอบฉายปฐมทัศน์ในนิวยอร์ก ผมเห็นคนดูเกือบทั้งหมดเอนหลังพิงเก้าอี้และยึดขาเก้าอี้ไว้แน่น โรงหนังเงียบมากขนาดเข็มตกคงได้ยิน ในฐานะนักแสดงที่เล่นเป็น Gollum ผมประทับใจและเป็นประสบการณ์ที่พิเศษมาก”

  • นักแสดง: Viggo Mortensen, Cate Blanchett, Karl Urban, Liv Tyler, Hugo Weaving, Orlando Bloom, Elijah Wood, Andy Serkis
  • ผู้กำกับ: Peter Jackson (King Kong, The Hobbit Trilogy, The Lovely Bones)
  • ทุนสร้าง/รายรับรวมทั่วโลก: 94/951 ล้านเหรียญฯ
  • Rotten Tomatoes Score/iMDB rating: 95% / 8.7/10

อ้างอิง

  • ถ้าอ่านตอนที่ 1 จบแล้ว ไปตามอ่านต่อ ตอนที่ 2 กันได้เลย

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save