Back to the Future Trilogy
Back to the Future Trilogy

รวมเรื่องที่เราขอท้าว่า คุณพลาดไปแน่ ๆ ตอนดูไตรภาค Back to the Future (ตอนที่ 2)

ก่อนจะหมดเดือนกรกฎาคมที่เป็นเดือนแห่งการครบรอบ 35 ปีการเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ของ Back to the Future ภาคแรก ก็มาต่อกันที่ “รวมเรื่องที่เราขอท้าว่า คุณพลาดไปแน่ ๆ ตอนที่ 2” ซึ่ง What the Fact ได้เคยนำเสนอตอนแรกไปแล้ว ย้อนกลับไปอ่านกันได้ และในตอนนี้ทั้ง Netflix และฟรีทีวีก็มีการนำไตรภาคนี้กลับมาฉายอีก สำหรับผู้มีอายุต่ำกว่าเลข 4 ลงมาที่เกิดไม่ทัน ก็น่าจะมีโอกาสได้ชมหนังสนุก ๆ เรื่องนี้ของรุ่นพี่รุ่นพ่อ ที่แม้ว่าจะผ่านมานานแค่ไหน หนังก็ยังดูสนุกอยู่เสมอ

Marty ได้เจอกับ Mr. Peabody and Sherman การ์ตูนคู่หูนักท่องเวลา

แม้ในหนังจะไม่ได้เอ่ยชื่อออกมาชัด ๆ แต่ตอนที่ Marty McFly เดินทางย้อนเวลากลับไปปี 1955 และไปโผล่ในไร่ของตาแก่ Peabody เจ้าของที่ตั้งห้าง Twin Pines Mall ลูกชายของ Peabody ในเรื่องนั้นมีชื่อว่า Sherman โดยหนังต้องการจะโยงไปที่ตัวละครคู่หูสุดฮิต Mr. Peabody and Sherman ในการ์ตูนชุดที่มีเรื่องราวเกี่ยวกับการย้อนเวลาเหมือนกันอย่าง The Adventures of Rocky and Bullwinkle ที่ออกฉายทางโทรทัศน์ครั้งแรกเมื่อปี 1959

Sherman เป็นแฟนหนังสือการ์ตูนวิทยาศาสตร์ยุคคลาสสิ

A screen shot from 'Back to the Future' (1985)

เด็กชาย Sherman ที่ตกใจเมื่อเห็น Marty โผล่มากลางไร่ของครอบครัวตัวเอง เขาคว้าหนังสือ Tale from the Space ขึ้นมาเพื่อจะบอกพ่อว่า สิ่งที่เกิดขึ้นช่างเหมือนในหนังสือที่เขาอ่านอยู่ ในฉากนี้จะเห็นโลโก้ของค่ายหนังสือการ์ตูนในตำนานอย่าง EC Comics ที่ตีพิมพ์การ์ตูนแนวไซไฟวิทยาศาสตร์มากมาย รวมถึง Tales from the Crypt ที่หนังแสดงการคารวะด้วยการใส่ชื่อคล้าย ๆ กันนี้ในหนังสือเล่มที่ว่าด้วย นอกจากนั้น Tale from the Space ยังอ้างอิงไปถึงชื่อตอนหนึ่งของหนังดังในอดีตที่สร้างมาจากละครวิทยุเสียเหมือนจริง ผู้คนเชื่อว่ามีเอเลียนบุกโลกจริง ๆ อย่าง The War of the Worlds (1953) โดยละครวิทยุและหนังสร้างมาจากนิยายของ H.G. Wells อีกที

อัลบั้มเพลงในร้าน Roy’s Records ก็ย้อนเวลามาเหมือนกัน

A screen shot from 'Back to the Future' (1985)

ข้อนี้เป็นการแซวเล่นในความ “หลุด” ของทีมงานสร้างหนังมากกว่า โดยในฉากที่ Marty เพิ่งกลับไปยังกลางเมือง Hill Valley ปี 1955 ใหม่ ๆ นั่น เขาได้เดินผ่านร้านแผ่นเสียง Roy’s Records ที่โชว์ 4 อัลบั้มตั้งไว้ริมกระจกหน้าร้าน จริง ๆ แล้ว ใน 4 อัลบั้มนั้นมีแค่อัลบั้มเดียวที่ออกวางขายแล้วในปี 1955 นั้นคือ Nat King Cole’s “Unforgettable” ที่วางขายปี 1954 นอกจากนั้นอีก 3 อัลบั้มคือ “In the Land of Hi-Fi” ของ Patti Page วางขายปี 1956, “Eydie in Dixieland” ของ Eydie Gorme และ The Chordettes’s self-titled compilation วางขายปี 1959 ทั้งสองอัลบั้ม ซึ่งหมายถึงตอนปี 1955 ยังไม่มีการวางขายนั่นเอง

สมุดหน้าเหลืองของ Hill Valley เขียนนามสกุล Doc ผิด

A screen shot from 'Back to the Future' (1985)

ฉากนี้ก็เป็นบททดสอบความตาดีของแฟนหนังอีกเช่นกัน เพราะทีมงานฝ่ายศิลป์น่าจะใส่รายละเอียดนามสกุลของ Doc ในสมุดโทรศัพท์ผิดไป ฉากนี้เป็นฉากที่ Marty พยายามจะหาที่อยู่ของ Doc ตอนย้อนกลับมาในปี 1955 เขาเดินไปขอโทรศัพท์หลังร้านอาหาร สิ่งที่ผิดไปก็คือชื่อของ Emmet Brown โดยชื่อของ Doc ตกตัว T ไปหนึ่งตัวนั่นเอง เพราะจริง ๆ แล้วต้องเขียนว่า Emmett Brown (หรือหนังจะสื่อว่าเป็นคนละ Emmett Brown คนละไทม์ไลน์กันก็ไม่แน่ใจนะ)

บ้านของ Doc เป็นบ้านของบุคคลสำคัญ และเป็นอาคารศิลปะชื่อดัง

A screen shot from 'Back to the Future' (1985)

บ้านของ Doc ในปี 1955 เลขที่ 1640 Riverside Drive หรือ John F. Kennedy Drive จริง ๆ แล้วเป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ของสหรัฐฯ ชื่อว่า Pasadena หรือที่ชาวแคลิฟอร์เนียเรียกว่า The Gamble House ออกแบบโดย 2 สถาปนิก Charles และ Henry Greene ที่สร้างให้กับ James Gamble เห็นชื่อแบบนี้ เขาไม่ใช่นักพนันแต่อย่างใด แต่เป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้งบริษัท Procter & Gamble หรือ P&G บริษัทเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์อุปโภคด้านความสะอาด (สบู่ แชมพู ยาสีฟัน) James Gamble ที่มีชีวิตอยู่ในช่วงปี 1803-1891 และบ้าน Pasadena หลังนี้ก็กลายเป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์และศิลปะที่โด่งดังมาตั้งแต่ปลายศตวรรษที่ 19 แล้ว

Visit Pasadena—The Gamble House | Visit Pasadena

(อ่านต่อหน้าถัดไป)