What the Fact of Back to the Future Trilogy
What the Fact of Back to the Future Trilogy

รวมเรื่องที่เราขอท้าว่า คุณพลาดไปแน่ ๆ ตอนดูหนังไตรภาค Back to the Future (ตอนที่ 1)

ยังคงอยู่ในบรรยากาศครบรอบ 35 ปีหนังไซไฟแฟนตาซีผจญภัยที่อมตะนิรันดร์กาลที่สุดเรื่องหนึ่งของโลก อย่างไตรภาค Back to the Future (1985-1990) ที่ย้ำอีกครั้งว่า สามารถรับชมทั้ง 3 ภาคกันได้แบบยาว ๆ ใน Netflix ของไทยได้แล้วตอนนี้ วันนี้ What the Fact ขอรวบรวม 37 เรื่องที่เราขอท้าว่า คุณพลาดไปแน่น ๆ ตอนดูหนังทั้ง 3 ภาคที่ผ่านมา จากบทความของเว็บไซต์ Mentalfross โดย Sean Hutchinson กับคนที่รักและปวารณาตัวเป็นแฟนพันธุ์แท้แล้วละก็ ลองมาเล่นเกมกันสนุก ๆ ว่า คุณรู้ทุกข้อเหล่านี้หรือไม่ หรืออ่านแล้วลองย้อนกลับไปดูอีกสักรอบก็เข้าท่านะ

ภาพคนห้อยอยู่กับนาฬิกา แรงบันดาลใจมาจากหนังเงียบ Safety Last (1923)

A screen shot from 'Back to the Future' (1985)

ฉากในบ้าน (จริง ๆ คือโรงรถ) ของ Doc ที่เต็มไปด้วยนาฬิกาหลายรูปแบบตอนเปิดเรื่องและ Marty แวะมาหาแต่ Doc ไม่อยู่บ้าน ในฉากนี้ Marty ได้ยินนาฬิกาทั้งโรงรถตีบอกเวลาพร้อมกันตอน 8 โมง แต่เมื่อได้คุยโทรศัพท์กับ Doc ถึงจะรู้ว่า จริง ๆ แล้วเขาตั้งนาฬิกาทั้งหมดในบ้านไว้ช้ากว่าความจริง 25 นาที ส่วนภาพผู้ชายห้อยอยู่บนเข็มนาฬิกาที่จะสื่อไปถึงเหตุการณ์ที่ Doc ประสบแบบเดียวกัน (แต่ตอนต้นเรื่องใครจะไปรู้นอกจากดูซ้ำรอบสอง) เป็นภาพจากหนังตลกที่เป็นหนังเงียบเรื่อง Safety Last (1923) นำแสดงโดย Harold Lloyd แม้ว่าจะนามสกุลเดียวกันกับ Christopher Lloyd แต่พวกเขาไม่ได้เป็นญาติกันหรอกนะ

รถยี่ห้อ Statler Toyota ที่กลายมาเป็นรถสุดรักของ Marty ในเส้นเวลาใหม่

A screen shot from 'Back to the Future' (1985)
A screen shot from 'Back to the Future' (1985)

เสียงโฆษณาตอนวิทยุตั้งแต่เปิดเรื่อง เป็นเสียงโฆษณาการขายรถรุ่นกระบะ 4 ล้อใหม่ของ Statler Toyota ซึ่งเพิ่มเริ่มขายจริง ๆ ในปี 1985 ถ้าใครได้ดูหนังไปเรื่อย ๆ จนตอนท้ายและในภาค 2 จะรู้ว่า รถกระบะสีดำคันที่เพิ่งเอาเข้ามาขายในเมือง Hill Valley เมื่อ Marty ย้อนเวลากลับไปเปลี่ยนแปลงอดีต พอกลับมาในปัจจุบัน รถคันนี้จะตกเป็นของเขา ร้านขายรถของ Statler จะเป็นฉากหลังที่อยู่กับหนังทั้ง 3 ภาค แต่เปลี่ยนฉากหลังไปตามบริบทของเรื่อง ตั้งแต่ร้านขายม้าในปี 1885 (ภาค 3), ร้ายขายรถในปี 1955 (ภาค 1) และร้ายขายรถในอนาคต ในปี 2015 (ภาค 2)

Stanley Kubrick ก็ขอมาแจมในหนังกับเขาด้วย

A screen shot from 'Back to the Future' (1985)

ผู้กำกับ Stanley Kubrick คือผู้กำกับระดับตำนานที่โด่งดังมากับหนังไซไฟที่มีชื่อเสียงอย่าง A Clockwork Orange (1971) และ 2001: A Space Odyssey (1968) มาถึงหนังเรื่องนี้ที่ก็มีความเป็นไซไฟก็ไม่พ้นจะต้องแฝง Easter Egg บูชาครู ในฉากที่ Marty กำลังไปเปิดตู้แอมป์เพื่อทดลองเล่นกีตาร์ในโรงรถของ Doc และในรูเสียบของตู้แอมป์มีแปะสติ๊กเกอร์ CRM 114 ซึ่งอ้างอิงถึงเครื่องมือของวิทยุในเรื่อง Dr. Strangelove (1964) ยาที่ใช้ในการทดลองชื่อ Serum 114 ใน A Clockwork Orange และหมายเลขซีเรียลของยานอวกาศที่ไปยังดาวพฤหัสในเรื่อง 2001: A Space Odyssey

Marty ใส่เสื้อยีนส์ที่มีเข็มกลัดสัญลักษณ์ของสหภาพโซเวียต

A screen shot from 'Back to the Future' (1985)

ถ้าใครตาดีจะเห็นเข็มกลัดบนเสื้อยีนส์ของ Marty และมีความรู้พื้นฐานทางประวัติศาสตร์สังคมสักหน่อย จะรู้ว่าสี่ดำและสีแดงนั้นเป็นงานอาร์ตของสหภาพโซเวียต ซึ่งจัดที่แกลอรีในเมืองลอนดอนช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงเมษายนในปี 1971 ในตอนที่หนังฉายเมื่อปี 1985 นั้นสหภาพโซเวียตยังคงมีอยู่ และอยู่ในช่วงเข้าด้ายเข้าเข็มของสงครามเย็น ก่อนที่จะล่มสลายไปในปี 1991 หลังภาค 3 เข้าฉาย 1 ปี

Used Cars (1980) หนังเรื่องแรกของผู้กำกับ ซ่อนอยู่ในหนังด้วย

A screen shot from 'Back to the Future' (1985)
A screen shot from 'Back to the Future' (1985)

Used Cars (1980) คือหนังเรื่องที่สองของผู้กำกับ Robert Zemeckis เขียนบทโดย Bob Gale (คนเดียวกับ Back to the Future) เป็นหนังแนวตลกที่นำแสดงโดย Kurt Russell แม้ไม่ได้โด่งดังมาก แต่ก็เข้าตา Steven Spielberg และทำให้เขาได้พูดคุยกันเรื่องการทำหนัง Back to the Future แต่ต่อมา Zemeckis เกิดเปลี่ยนใจ ไม่อยากเกาะชื่อเสียง Spielberg ก็เลยรอไว้ก่อนและไปสร้างหนัง Romancing the Stone (1984) ที่ประสบความสำเร็จกว่า ในตอนนั้นก็ถึงเวลาที่จะกลับมาดันโพรเจกต์เรื่องนี้ต่อ ในหนังจะมีฉากที่เห็นป้าย Used Cars เป็นสถานที่แห่งหนึ่งใน Hill Valley และในฉากเปิดเรื่องที่ Deborah Harmon มารับบทนักข่าวอ่านข่าวการโจรกรรมพลูโตเนียมของชาวลิเบีย ก็คือหนึ่งในนักแสดงของ Used Cars ด้วย

(อ่านต่อหน้าถัดไป)