‘ปู พงษ์สิทธิ์ คำภีร์’ กับบทเรียนจากความล้มเหลวและทัศนคติในฐานะตำนานเพื่อชีวิตรุ่นที่ 3

เขาคือคนดนตรีผู้ที่เริ่มต้นจากความ ‘ล้มเหลว’ ก่อนที่จะกลายเป็นตำนานที่ยืนหยัดอยู่ในวงการมากว่า 30 ปี  

เขาคือนักดนตรีเลือดร้อน ผู้เคยถูกปืน 5 กระบอกจ่อหัวมาแล้ว

เขาคือผู้ที่ไม่เปลี่ยนแปลงไปตามกระแสโลกและยังคงทำงานและใช้ชีวิตตามวิถีเดิม ๆ อย่างมีความสุข

เขาคือคนที่สัมผัสความเปลี่ยนแปลงของสังขารตามวัยวันที่เปลี่ยนไป แต่ไม่ยอมแพ้และสร้างสรรค์ผลงานคุณภาพออกมาอย่างต่อเนื่อง

เชิญสัมผัสเรื่องราวและคมความคิดที่น่าประทับใจของเขาคนนี้ ‘ปู พงษ์สิทธิ์ คำภีร์’ ศิลปินเพลงเพื่อชีวิตผู้ได้รับการขนานนามว่าเป็น ‘ตำนานเพลงเพื่อชีวิตรุ่นที่ 3’ ของวงการเพลงไทย

Failure ความล้มเหลว

พี่ปูเคยพูดเอาไว้ว่า พี่เรียนรู้จากความล้มเหลวมากกว่าความสำเร็จ ยังคิดอย่างนั้นอยู่รึเปล่า

ตอนที่พูดคงยังฉกรรจ์นะ ความล้มเหลวมันมีอะไรให้เรียนรู้มากกว่า ความสำเร็จพอได้มากมันไม่มีอะไรให้ตื่นเต้น ผมออกอัลบั้มแรกมา (ถึงเพื่อน (2530)) คว่ำไม่เป็นท่าเลย มาไตร่ตรองดูสมมติว่าถ้าผมประสบความสำเร็จตอนนั้น ผมก็ยังเด็ก 20 ยังวัยรุ่น ในขณะที่พี่ ๆ  วงอื่น ๆ อยู่ในวัยที่โตกว่าเยอะในเวลาที่เพิ่งประสบความสำเร็จ ผมอาจจะรับมือไม่ไหวก็ได้ ผมก็กลับมานั่งคิดว่าจะกลับบ้านไปทำแบบที่เรียนมามั้ยหรือกลับไปเรียนต่อก็ยังทัน แต่มาคิดแล้วก็ เฮ้ย ลุยต่อ ๆ ! ต้องทำยังไง ต้องเลี้ยงตัวให้ได้ก่อน ก็ไปเล่นดนตรีกลางคืน ใช้เวลากลางวันทำเพลงใหม่ และไปเสนอเทปด้วยตัวเอง

วันแรกที่อัลบั้มออกมา รู้สึกยังไงบ้างครับ

มันดีใจนะ ก็ปลื้ม เป็นเด็กบ้านนอกด้วย เฮ้ย เราได้มาถึงวันนี้จริง ๆ โดยเฉพาะพ่อกับแม่อยู่บ้านเค้าปลื้ม ตายายก็ปลื้ม เค้าคิดว่าลูกหลานออกอัลบั้มเนี่ย ต้องรวย เค้าก็ไม่รู้ว่าล้มเหลวมันเป็นยังไง

มันรู้จากอะไรว่าล้มเหลวครับ

มันก็รู้ด้วยตัวเอง มันเงียบ เฉย ๆ งานเล่นก็ไม่มีหรือมีน้อย

วันนั้นจริง ๆ แล้วพี่รู้สึกแย่มั้ยครับ

รู้สึกแย่ แล้วก็มันจม ๆ เพราะมันไม่รู้จะอยู่ยังไง มันต้องเลี้ยงชีพด้วย เงินไม่มี ไม่มีที่อยู่ ยังโชคดีที่เค้าจ้างเล่นกลางคืน

ยุคนั้นศิลปินเพื่อชีวิตดัง ๆ เป็นวงหมดเลย ทำไมพี่ปูถึงเลือกเป็นศิลปินเดี่ยว และทำไมพี่เลือกเล่นเพลงเพื่อชีวิต

อย่างแรกเลย พอมันล้มเหลว ผมเล่นในผับผมก็มีวง ผมเป็นคนแรกที่เล่นเพลงเพื่อชีวิตในผับ ผมทำอะไรที่ผมชำนาญมากกว่า มันก็มาจากการที่เรียนรู้จากความล้มเหลวของผม ผมไม่ได้เป็นนักดนตรีที่เรียนดนตรีมา ผมก็ต้องฝึกเพื่อที่จะเล่นให้มันดี ก็มีวงซึ่งผมคิดว่าเหตุผลหนึ่งที่ไม่มีวงในที่สุดคือ พวกเค้ารอไม่ไหว มันนานไป เมื่อไหร่จะได้ออกอัลบั้ม เค้ารอไม่ไหว เค้าก็ไป

ในชาร์ตเพลงฮิตของฮอตเวฟซึ่งส่วนใหญ่เปิดเพลงพอปในยุคนั้นแต่มันมีเพลงจาก พงษ์สิทธิ์ คัมภีร์ แทรกเข้ามาแสดงว่ามันประสบความสำเร็จ ความสำเร็จตอนนั้นมันเปลี่ยนชีวิตหรืออะไรในตัวพี่ปูบ้าง

ตอนนั้นคาราวานพักวง ก็มีพี่หงา ผม กลอง เบส 4 คนก็ไปตระเวนเล่นตามผับบาร์ทั่วประเทศ สักพักรู้สึกว่ามีคนมากรี๊ด มีคนมาถ่ายรูป แล้วก็รู้สึกเองว่าเพลงมันคงจะเริ่มทำงานแล้ว แล้วก็ไปบริษัทได้รับตังค์ ทั้งที่ไม่เคยได้ ชุดเสือนี่มากกว่า 2 ล้านตลับ ผมกับบริษัทที่สังกัดมีความตรงกันอย่างคืออยู่เงียบ ๆ ( เลยดังแบบเงียบ ๆ )

พี่ปูเคยโดนกระแนะกระแหนจากนักวิจารณ์หรือคนฟังว่าเป็นเพื่อชีวิตที่ไม่ค่อยเพื่อชีวิต เป็นยังไงบ้างครับ

ช่วงนั้นเยอะ วัยนั้นน่ะ ช่วงอัลบั้ม 2 – 3 หนักมากเลย เค้ามาพูดต่อหน้าเราเลย ส่วนใหญ่เค้าจะโตกว่าเรา ทั้งพี่ ๆ ศิลปินนักดนตรี นักเขียน นักเคลื่อนไหว เค้าจะวัยเดียวกันหมด ส่วนใหญ่คือคนเดือนตุลา เค้าพูดมาว่าเรา ‘ของจริงรึเปล่า’ เราก็ต้องเงียบ ด้วยความที่เค้าเป็นผู้ใหญ่กว่าเยอะ มันก็ต้อง…เงียบ

รู้สึกยังไงกับคำว่า ‘นี่มันไม่ใช่เพลงเพื่อชีวิตจริงๆ’

เริ่มต้นผมก็ไม่ได้ตั้งตัวเองเป็นศิลปินเพื่อชีวิตนะ แต่ผมคลุกคลีอยู่ตรงนั้น เพลงผมที่มีเนื้อหาในด้านเพื่อสังคมส่วนใหญ่ก็ไม่ใช่เพลงการเมือง ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องชีวิตของคนตามซอกตามหลืบ เล่าเรื่องเค้า เราก็เลยต้องอดทนและก็ทำงานของเราไป ผมคิดได้ตั้งแต่ต้นแล้วว่า ถ้าผมเขียนเพลงแบบที่พี่หงา พี่แอ๊ดเขียน ผมสู้เค้าได้หรอ ผมก็เลยไม่เขียนไง ไม่ใช่ทาง ผมเชื่อว่าผมดีพอมาตั้งแต่เด็ก ๆ พี่ ๆ ที่ไม่ชอบผมก็ไม่ชอบมานานแล้วตั้งแต่ที่ผมยังไม่ดัง แต่คนที่ชอบ เค้าก็ชอบ ผมก็มั่นใจว่าผมมาทางผม ผมดีพอ ผมแค่รอ

Being an Artist ความเป็น… ศิลปินเพื่อชีวิต

ความเป็นศิลปินเพื่อชีวิตในมุมมองของพี่ปูคืออะไรครับ

มันคือยุคพี่หงา คนเดือนตุลา เพลงถูกสร้างมาเพื่อรับใช้ความคิดทางการเมืองชัดเจน มันคือแบบนั้น เพื่อชีวิตตามอุดมคติ ถูกแต่งมารองรับการเดินขบวนขึ้นปราศรัย

ตอนนี้มันกลายเป็นเรื่องสไตล์เพลง

ผมว่าหลังจากยุคที่เรียกตุลา มันไม่มีเพลงที่ถูกสร้างมาแบบนั้นแล้ว ไม่มี แล้วก็ไม่ต้องมาทวงเพราะผมไม่เคยทำ

เพลงสะท้อนสังคมของพี่ปูหรือศิลปินเพื่อชีวิตมันมีบทเรียนบางอย่าง มันมีข้อคิด มันส่งผลต่อการใช้ชีวิตมั้ยพี่ มันมัดตัวเราเองมั้ย ทำให้เราอึดอัดมั้ย

ถ้าในแง่การสร้างงานผมเฉย ๆ แต่ว่ามันก็ไม่ควรเกิด แต่ว่าเราวันนี้กับเราตอนนั้นน่ะ คนนั้นมันรุ่นลูกเรานะ ไอ้คน 20 ออกอัลบั้ม มันรุ่นหลานด้วยซ้ำ ความคิดเราวันนั้นกับวันนี้หลายเรื่องมันเปลี่ยนไป แต่เราก็ควรระวังไม่ให้มันเกิด วันนี้ก็ต้องระวังแล้ว ต้องไปให้ทัน ตอนนี้เรากลายเป็นคนแก่แล้วถ้าตามวัย กับคนรุ่นใหม่ที่ใหม่มาก ต้องระมัดระวังการใช้ชีวิตในสังคมร่วมกัน

เพลงพี่ปูสะท้อนสังคม บางเพลงพูดถึงการกดขี่ ผู้มีอำนาจ คนในเครื่องแบบ มันเคยมีผลถึงชีวิตจริงมั้ย

เจอเค้าเค้าก็ไม่ได้มาอะไรขนาดนั้น ส่วนใหญ่เค้าก็เป็นผู้ใหญ่กันหมด เห็นได้ชัดว่าเราด่าเค้า แต่เจอกันเค้าก็คงเข้าใจ ว่ามันเป็นหน้าที่ที่เราต้องสะท้อนให้สังคมรับรู้  วัยพวกเราคนพฤษภาตอนนั้นเราก็ฉกรรจ์ คนยุคนั้นคิดว่าเราด่าเค้าตอนนี้ก็เป็นเพื่อนเราทั้งนั้น คนที่เคยเป็นข้าราชการหนุ่ม ณ เวลานั้น เป็นคนวัยเดียวกันตอนนี้เค้าก็เป็นเพื่อนเราทั้งนั้น สมัยนั้นถ้าเค้าจะซัดเราซัดตั้งแต่นู่นแล้วง่ายกว่าตอนนี้เยอะ

ชีวิตการทำงานพี่เป็นยังไง มีกิจวัตรยังไงครับ

ผมอ่านหนังสือ ตอนหนุ่มกว่านี้อ่านหนังสือเยอะ ฟังเพลงก็เยอะ เพลงที่ผมไม่ชอบผมก็ฟัง จนปัจจุบันนี้เพลงส่วนใหญ่ที่ผมฟังผมไม่ได้ชอบ แต่ผมอยากรู้ว่าเค้าฟังอะไรกัน ผมจะถามลูกหรือคนใหม่ ๆ ว่าฟังอะไร แล้วจะจำชื่อนักร้อง แล้วพอผมอยู่เองผมก็พยายามฟังว่าเค้าไปถึงไหนกันแล้ว

พี่ปูเคยบอกว่า 15 ปีแรกของการเป็นศิลปินเป็นช่วงเวลาของการทำงานที่ดีที่สุด

เป็นเรื่องของช่วงเวลา เป็นวัย 20 ปีผ่านไป 15 ปีก็ 35 มันฉกรรจ์ เร็วปราดเปรียว ร่างกายดีที่สุดแล้ว มันคล้องจองเหมาะทุกอย่างแล้ว วัย 35 ไม่เกิน 40 ทุกอย่างดีหมด ร้องเพลงสดได้บนเวที ปราดเปรียว ฉะฉานเร็ว เคลื่อนไหวเร็ว เดี๋ยวนี้มันทำไม่ได้ มันช้าลง

นิสัยอะไรในวัยนั้นที่มั่นใจว่าไม่มีทางเกิดขึ้นอีกแล้ว

ไม่กล้าบอกเลย (หัวเราะ) นี่พูดจากใจเลย เอาง่าย ๆ อะไรที่เป็นข้อเสียนะ ผมไม่มั่นใจว่าจะเลิกทำได้มั้ย เพียงแต่มันช้าลง ความร้อน ความอะไรแบบนั้นมันจะเกิดขึ้นอีกรึเปล่า ผมร้อนมาก ใช้กำลังได้เลย เวลามีคนมากวน ก่อกวนหรือ แปลก ๆ โดยเฉพาะถ้าในวงเหล้าอย่ากวน เช่นสมมติเราเป็นนักร้องคนถ่ายรูปมันธรรมดาไม่เหนื่อย แต่ว่าอย่ากวน ถ่ายแล้วก็ไป อะไรทำนองนี้ หรือหน้าเวทีมายืนด่ายืนอะไรมั่งก่อกวน ไอ้คนประเภทแบบนี้มันเคย แล้วพวกนักร้องจะกลัว แต่เราไม่ใช่คนแบบนั้น เดี๋ยวนี้ก็เป็นอยู่

พี่ปูยืนระยะได้มั่นคงมาก พี่ปูมีวิธีอย่างไรครับ

ผมค่อนข้างเคี่ยวกรำตัวเองนะ ผมพยายามไม่เผลอ มันไม่ใช่เวลาเปลี่ยนไปแล้วเราหย่อนยานกับวินัยที่เราควรมี ที่บอกว่า 15 ปีแรกนั้นดีที่สุด เราต้องพยายามมองไปที่มันและพยายามรักษาจุดนั้นไว้ให้ได้ มันอาจมีช่วงที่ลงมามั่ง แต่ต้องพยายามให้มันกลับ เราทำอะไรได้ ไปเล่นดนตรีคนชอบดูเราเล่น ก็พยายามไปเล่นดนตรี เล่นให้มันดี ถ้าเมื่อวานเล่นไม่ค่อยดี วันนี้ต้องเล่นให้ดีกว่าเมื่อวาน

ซ้อมดนตรีบ่อยมั้ยครับ

ไม่มีเวลาซ้อมเลย มันต้องเดินทาง

แล้วเวลาจะต่อเพลงใหม่ ๆ ทำยังไงครับ

โทรคุยกัน เราจะเริ่มเล่นเพลงนี้นะ เราจะเอาเพลงนี้กลับมาเล่น ก็ต่างคนต่างไปฟัง แล้วก็ขึ้นมาซัดเลย

มีช่วง 15 ปีหลังพี่ปูพูดว่าปรากฏการณ์ต่าง ๆ มันไม่ค่อยจริงกับเรา ทำให้เราไม่สามารถเขียนเพลงได้เหมือนเดิม มันหมายความว่าอะไรครับพี่

กลับไปที่วัยนั่นล่ะ เราไม่สามารถแต่งเพลงรักได้แบบนั้นอีกแล้ว ตอนหนุ่มมันจริง ๆ แต่งเพลงให้แฟนก็แต่งจริง ๆ  รักจริง ๆ รู้สึกจริงๆ แต่งเพลงให้ลูกลูกยังเป็นเด็กเล็ก ตอนนี้ถ้าแต่งเพลงให้ลูกเราก็ไม่รู้จะแต่งยังไง เค้าก็จะ 30 แล้ว มันไม่ใช่แบบเดิมอีกแล้ว ถ้าแต่งเพลงรักช่วงเวลานี้มันก็ไม่จริงแล้ว ตอนนี้ก็แต่งเพลงน้อยลง แต่ก่อนอาจจะแต่งปีนึง 30 เพลงเดี๋ยวนี้แต่ง 10 เพลง

พี่เป็นคนมีวินัย

ผมเป็นคนมีวินัยมากกว่าปกติ จริงจัง

นี่น่าจะเป็นเหตุผลสำคัญในการยืนระยะ อะไรเป็นสิ่งที่ทำให้มีวินัยขนาดนี้ได้

ผมมีความสุข สมมติว่าเรานัดกัน ผมจะมีความสุขมากเวลาที่คุณมาท้า ผมจะต้องไปถึงให้เร็วก่อนแล้วผมก็จะมีความสุขมาก ผมจะแต่งเพลงเร็วมาก ไม่ได้ทำเท่นะ มันเป็นตั้งแต่หนุ่ม ขอให้แค่มีเรื่อง มีเรื่องนี้แล้วก็จะแต่งเร็ว ที่นานนี่ก็คือเรื่องกว่าจะพบเรื่อง ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่

พี่แต่งมากี่เพลงแล้วครับ

200 กว่าเพลง

ก็แสดงว่ามีมา 200 กว่าเรื่อง

ในที่สุดแล้วพี่ปูก็ถูกจัดให้อยู่ในหมวดตำนานเพลงเพื่อชีวิตรุ่นที่ 3 รุ่นแรกก็คือ คาราวาน รุ่นที่สองคาราบาว รุ่นที่สาม คือพี่ปูเลย คำที่เค้าเรียกเราว่าตำนานเพลงเพื่อชีวิตรุ่นที่สาม พี่ปูรู้สึกยังไงกับตำแหน่งนี้ครับ

ใหม่ ๆ เราก็เขินน่ะ ไม่รู้ว่าจริงรึเปล่า ไอ้ฉายานี่เราก็ตั้งให้ตัวเองไม่ได้ แล้วก็ถ้าปฏิเสธมันก็ไม่รู้จะปฏิเสธยังไงก็เค้าตั้งให้ แล้วมันก็ติดตัว บางคนเค้าก็ประชดประชันอะไรแบบนี้ เพราะว่าผมไม่เหมือนพี่ ๆ  ไม่ได้เข้าป่า พวกพี่ ๆ  เค้าของจริง จริงจังในยุคสมัยของเค้า เราไม่เคยเข้าป่าเลย แต่เค้าตั้งให้อ่ะ

แล้วมันมีผลยังไงต่อการงานครับ

เฉย ๆ เราไม่สนใจมัน มันก็ไม่มีอะไร ไม่ใช่อะไรที่ต้องแบกไว้

The Opinion ความคิดเห็น

มุมมองของพี่ปูที่มีต่อเพลงที่มีผลทางการเมืองในภาวะที่มีความเห็นที่แตกต่างกัน พี่ปูมองว่าอย่างไรบ้างครับ

ส่วนตัวผมว่ามันไม่ได้เปลี่ยนอะไรมาก คนเห็นขัดแย้งกัน แต่สมัยก่อนมันไม่รู้ว่าจะไปแสดงออกตรงไหน แต่เดี๋ยวนี้มันซัดได้เลย  มันแล้วแต่ว่าเราเป็นคนที่ควบคุมตัวเองได้มั้ย ถ้าเรามาเถียงกันมันจบตรงไหนอ่ะ เราอยากเถียงกัน เราอยากเป็นฝรั่ง เวลาซัดการเมืองกัน ลุยแหลก เหมือนเลือกตั้งศิลปินเลือกข้างเลย ไปช่วยเต็มที่ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่เวลาจบเค้าจบ เราจบมั้ยอ่ะ 20-30 ปีเคยจบรึเปล่า

พี่ปูต้องระวังมากขึ้นมั้ย

ผมไม่อยากให้คนด่าหรอก แต่ผมควรได้รับสิทธิ์แสดงความเห็นทางการเมืองโดยเสรี เหมือนทุกคน แต่อาชีพผมมันอาจโดนทัวร์ลงง่าย ซึ่งมันควรเกิดมั้ย มันไม่ใช่เรื่อง ผมอาจเห็นต่างจากหลายคน แต่ผมควรโดนด่ามั้ย คุณเห็นไม่ตรงผมยังไม่เคยด่าเลย

คนอาจคาดหวังจากคนสาธารณะที่ชี้นำจูงใจไปในทางที่เค้าว่าดีหรือเห็นด้วย

ถ้าวุฒิภาวะเราเห็นต่างไม่ได้ ผมก็จะเฉย ๆ ผมไม่แสดงความเห็น เพราะว่าผมกลัวคุณ คุณตัดผมออก ดีกว่าที่จะมานั่งทะเลาะกัน เราควรไปคิดเรื่องอื่น เช่นทำไมถึงจะมีเลือกตั้งใหม่ แล้วมันจบมั้ยอ่ะ

พี่เรียนรู้อะไรจากสิ่งที่คนรุ่นใหม่ทำ เช่น การเรียกร้อง

ผมเห็นด้วย แค่อาจจะตามวัย ยุคสมัยเราเราไม่ก้าวร้าว แต่ที่พวกเค้าออกมาเรียกร้องผมเห็นด้วย เห็นด้วยทั้งสามข้อ เพราะเป็นสิทธิ์ของพวกเค้า แต่ว่าเรียกร้องอย่างไร  อันนี้ต้องระวัง พวกเรานั่นล่ะต้องระวัง (หัวเราะ)

การตีกัน มันมีมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้วใช่มั้ยครับ ส่วนใหญ่ตีกันเพลงอะไรอ่ะครับ ถ้าคาราวบาวก็ต้องบัวลอย

ของผมไม่เลือก ‘โรงเรียนของหนู’ ก็ตีกัน

 ‘โรงเรียนของหนู’ ! แบบพอโรงเรียนของหนูก็โชว์หัวเข็มขัด นี่โรงเรียนของหนู แล้วก็เลยตีกันอย่างนี้หรอฮะ

นี่มันเป็นเหตุนึงที่ไม่ค่อยพูด คือ เวลาพูดเค้าว่าง ยิ่งพูดยาวเค้ายิ่งว่างเยอะ ก็เลยพูดนิดนึง

แล้ววิธีการเผชิญหน้าที่ได้ผลกับเหตุการณ์แบบนี้พี่ปูทำยังไงครับ

ส่วนใหญ่ที่ใช้จะดุ แล้วก็พยายามมองหาตัวนำที่จริงมองไม่ยาก แล้วก็จะชี้บอกว่าเอามาหลังเวที ให้มานั่งรออยู่ข้างหลัง พอเราเล่นเสร็จก็มาบอก มึงกลับบ้านเลย ไม่มีอะไรคุยด้วย

ตอนอยู่หลังเวทีดุเหมือนตอนอยู่หน้าเวทีมั้ย

ไม่ พอเจอเจ้าหน้าที่ก็จ๋อย

พี่พอเดาสาเหตุได้มั้ยครับ ทำไมต้องตีกัน

น่าจะเป็นความคิดที่สืบทอดต่อกันมาว่า ถ้าเป็นตำบลหมู่บ้านนี้จะต้องไม่ถูกกัน ตกทอดมาเป็นรุ่น แต่ผมก็คิดว่าพ่อแม่คงไม่ได้สอนหรอก เค้าคงรู้เค้าเอง เพราะวันปกติมันก็ไม่ตีกัน แต่พอคอนเสิร์ตมันต้องออกมาชุมนุม กว่าจะเข้าไปในงานก็ต้องแสดงอะไรหน่อย อยู่ในงานออกจากงานก็ต้องแสดง ทุกวันนี้คนมันรุนแรงขึ้น โหดร้ายขึ้น เมื่อ 10 ปีที่แล้วไม่มีคนไปตีในโรงพยาบาล ตอนนี้มันป่าเถื่อน หยาบคายขึ้น และผมก็คิดว่าพ่อแม่มันไม่ได้สอน มันเป็นไปเอง พ่อแม่ไม่เกี่ยว พ่อแม่ก็เดือดร้อน

พี่เคยเจอปืนจ่อหน้าเวทีเลย พี่เจออะไรแบบนี้บ่อยมั้ย

ข่าวนั้นก็ตามที่เห็นนะ ก็ผมคิดว่าเราไม่ควรถูกกระทำแบบนั้น ตอนนั้นมันโกรธ แต่ที่ผมประพฤติก็ไม่ดีเลย ใช้ชีวิตประมาท  ถ้าออกมาปึ้ง ! นึงก็คงตายไปแล้ว ตอนนั้นไม่กลัว แต่ตอนเสร็จแล้วกลัว ไม่ควรทำอย่างนั้น แค่เดินเข้าหลังเวทีก็จบ แต่ผมมีประสบการณ์เคยโดนอย่างน้อย 5 กระบอกพร้อมกัน น่าจะแบบเดียวกัน ประมาทใช้ชีวิตแบบ… ก็มันมีปัญหากัน แต่ไม่ทันจะได้ใช้กำลัง เราก็กลับ นั่งอยู่บนเตียงแล้วโกรธทำไมกูต้องกลับมา ทำไมกูต้องไปยอมมัน ก็โทรหาพวกเรามีใครอยู่บ้าง ก็มีแต่นักดนตรี นักดนตรีจะไปต่อยกับใครเป็น ก็พวกกันเหลืออยู่ในโรงแรม 4-5 คนก็ไป ๆ  ฝ่ายนู้นก็ออกมาพอดี เค้าก็เดินใส่เลย ชักออกมาเลย จำได้เลยพูดอะไร ถ้ากูตายตรงนี้พรุ่งนี้พวกกูจะมาเอาคืน โชคดีมากเลย เสร็จเค้าก็เก็บขึ้นรถกลับ แต่เป็นเรื่องนึงที่เสียใจนะ กลับมาบ้านมากอดลูก ถ้าพ่อตายนะ… ตอนนั้นลูกก็เป็นวัยรุ่นแล้ว โดนเพื่อนด่าทั่วประเทศ

เหตุการณ์นี้มันบอกเราว่า

เรายังไม่เป็นผู้ใหญ่พอ ถ้าเรามาถึงห้องและนั่งอยู่ในห้องให้มันอะไรซักอย่าง แต่นี่เรายังกลับไปที่เดิม มันใช้ไม่ได้

Being Kampee ความเป็น…พงษ์สิทธิ์ คำภีร์

ผมเห็นพี่ปูใช้โทรศัพท์รุ่นโบราณมากเลย NOKIA3310 แล้วไม่เล่น เฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์

ไม่เล่น ไม่รู้สึกขาดหายอะไรเลยนะ แต่คนที่เค้ามีเค้าจำเป็นใช้งาน แต่ผมคิดถึงใครก็โทรหา จดหมายก็ยังเขียนนะ บางทีเขียนหาเพื่อน เขียนจดหมาย เขียนโน้ตฝากไปให้เพื่อน

ทำไมพี่ไม่ใช้วิธีการของโลกปัจจุบัน แอนตี้รึเปล่าครับ

ไม่นะ ลูก ๆ ผมก็เล่นกัน แต่ผมคิดว่ามันอาจจะไม่จำเป็นสำหรับบางคน

พี่ปูจำเบอร์คนที่ต้องโทรบ่อย ๆ ได้มั้ยครับ

เพื่อนสนิทนี่ไม่เคยเมมเบอร์ จำได้ทุกคน เบอร์ที่บันทึกไว้นี่ไม่สนิท

เทคโนโลยีการฟังเพลงทุกอย่างวันนี้เป็นดิจิทัลหมดแล้ว รูปแบบการฟังมีผลต่อการแต่งเพลงมั้ยครับ

ไม่ แต่ผมอาจทำให้คนอื่นช้าหน่อย อย่างไปอัดเสียง คนอื่นอาจส่งอะไรกันรวดเร็ว แต่ผมยังต้องให้เค้าลง CD ให้ผมฟัง ผมพึ่งออกอัลบั้ม ‘คารวะคาราบาว’ เพิ่งวางไป นี่ผมก็ทำได้ช้า ต้องให้เค้าลง CD มาให้ฟังที่บ้าน

พี่ไม่ใช้อีเมลหรอครับ

ไม่ใช้ เขียน แล้วก็ให้เพื่อนที่มีโทรศัพท์เค้าถ่ายรูปส่งไป

ยุคสมัยที่เปลี่ยนไป มีอยู่ช่วงหนึ่งอาจซัก 10 ปีที่แล้ว มีคำพูดว่าเพลงเพื่อชีวิตตายแล้ว แต่ก็ยังเห็นว่าพี่ปูยังอยู่ วงรุ่นใหม่ที่เป็นแนวเพื่อชีวิตก็มี

ผมว่าเค้าคงดูจากมันไม่มีคนใหม่ มันมีคนซ้ำ ๆ มีพี่หงา พี่แอ๊ด พี่หมู แล้วพี่ ๆ เค้าอายุมากขึ้นทุกวัน แล้วมันก็ไม่มีใครมา

ทำไมเค้าไม่ทำเพลงเพื่อชีวิตกันครับ เด็กยุคนั้น

เค้าอาจรู้สึกว่ามันไม่เท่ สังคมมันก็เปลี่ยน ไม่มีใครอยากพูดเรื่องการเมือง ณ เวลานั้นนะ พี่หงา พี่แอ๊ด มาถึงผม ตอนนี้ผมเวลาไปงานดนตรีก็กลายเป็นคนแก่ผมไม่รู้จักใครเลย มีแต่ลูก ๆ หลานๆ  หลังสุดผมไปนั่งดูเค้าประกวดแรปรายการ show me the money พอดีลูกคนเล็กเค้าทำงานในบริษัทนี้ก็ไปนั่งดู เค้าเก่งนะ เป็นรอบที่มีศิลปินไปฟีเจอริ่งก็เพลินดี เด็กรุ่นใหม่มันเร็วมากเลย

พี่ฟังเพลงฮิปฮอปมั้ยครับ

ฟัง เอ่อ อะไรนะ EDM หรือเพลง Dance ผมก็จะฟัง Hiphop มันก็เพราะนะ ถ้าเรื่องราวผมไม่ชอบที่นักร้องฝรั่งเค้าพูดออกมา แต่ผมชอบดนตรีเค้า ถ้านอนอยู่โรงแรมก็ฟังฮิปฮอป ก็ไม่รู้ว่าจะฟังอะไรแล้ว เพลงที่เราเคยฟังมันไม่มีแล้ว Eric Clapton , Bruce Springteen เพลงที่เรียกว่าเพลงน่ะมันไม่มีแล้ว อย่างน้อยในปีนี้มันไม่มี

มันก็ยังเรียกว่าเพลงล่ะ แต่ไม่ได้เป็นแบบที่เราคุ้นเคย

ใช่

‘ไททศมิตร’ พี่ปูเคยไปยืนดูด้วย พูดถึงวงนี้หน่อยครับเป็นยังไงบ้าง

เห็นครั้งแรกก็ โอ้โห แรงเยอะกำลังเรี่ยวแรงเยอะ ของเยอะ แล้วก็หวังว่าเค้าจะไปได้ยาว วงดนตรีวัยนี้อันตรายสุดคือ อีกสามปีข้างหน้าอย่าเสือกแตก ทำอะไรก็ได้อย่าทะเลาะกัน อย่าเสือกวงแตก หนึ่ง บางคนเป็นที่นิยมมากกว่าเพื่อนก็ต้องคุมตัวเอง สอง เรื่องผู้หญิง มีเท่านี้น่ะนักดนตรี พอมันมีชื่อเสียงอะไรแบบนี้ก็เข้ามาเยอะ ต้องระวัง พวกที่เล่นกับผมมาทุกวันนี้ก็ 30 ปีแล้ว ไม่เคยทะเลาะกันเลย ไม่เคยแม้แต่เสียงดัง

มีเคล็ดลับอะไรครับ

ก็ดูแลเค้าดี ๆ ไม่มีเค้าก็ไม่มีเรา สมมติมือกลองออกวันนี้ คนวัยพวกเราไปซ้อมดนตรีใหม่นี่เหนื่อยนะ

ช่วงนี้เริ่มมีกระแสเพลงเพื่อชีวิต อย่างไททศมิตร ลุคเพลงเพื่อชีวิต แต่มีความกระฉับกระเฉงอย่างคนรุ่นใหม่ ทีนี้เพลงเพื่อชีวิตยังเริ่มเข้าไปอยู่ในแนวเพลงอื่น ๆ ได้ด้วย พี่ปูมีคำแนะนำอะไรกับน้อง ๆ ที่เลือกสื่อสารกับผู้คนผ่านเพลงแบบนี้มั้ยครับ

มันเป็นเรื่องดีนะครับ กับกลุ่มเพลงเพื่อชีวิตที่คนรุ่นใหม่เอาเนื้อหาแบบนี้เข้าไปในเพลงของเค้า ก็เป็นเรื่องใหม่ ก็หวังว่าเขาจะสำเร็จ ซึ่งอาจไม่ต้องทำดนตรีแบบพวกเรา เก่าแล้ว ไอ้พวกเราที่เก่าแล้วมันไม่มีอะไรใหม่กว่านี้ ถ้าเราทำเพลงก็จะต้องเป็นแบบนี้ อยู่แบบนี้ แต่ของพวกรุ่นใหม่ก็มีดนตรีแบบนู้นแบบนี้แบบนั้น แต่เนื้อเพลงสะท้อนเรื่องราวทางสังคม ก็เอาใจช่วยให้ได้ไปทางใหม่ ๆ

พี่ปูรุ่นที่สาม รุ่นที่สี่ยังไม่มีเลย

อาจสังคมมันเปลี่ยน ผมว่าอาจไม่มีคำว่าเพลงเพื่อชีวิตแล้วก็ได้ เราต้องยอมรับความจริง น้อง ๆ ใหม่ ๆ ที่กำลังทำอยู่เค้าอาจเริ่มต้นอะไรใหม่ๆ  ของเค้าเป็นคำใหม่

หรือไม่ก็อาจเกิดรุ่นที่สี่เร็ว ๆ นี้ก็ได้

เป็นไปได้หมด ๆ 

อะไรคือสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตพี่ตอนนี้ครับ

ก็แน่นอนว่าครอบครัว แม่ผมยังมีชีวิตอยู่ มีแค่นี้มีครอบครัวของผมกับแม่

ความทะเยอะทะยานอยากมีนู่นนี่มีมั้ยครับ

ไม่นะ ไม่ตั้งแต่หนุ่ม ผมไม่สะสม ก็เป็นนักดนตรีก็กีตาร์ ต่างประเทศก็ไม่เที่ยว ไม่ชอบ ไม่ชอบตั้งแต่สนามบิน ไม่ชอบด่าน ทั้งด่านไทยทั้งด่านต่างประเทศ ไม่ชอบไปที่ที่รู้สึกไม่ปลอดภัย ผมไปเฉพาะไปทำงาน แล้วไปทำงานก็ไปทำจริง ๆ  เดินทาง เล่นๆๆๆๆ กลับ ไม่ต้องพาไปเที่ยวที่ไหน อยู่ในห้องลงมากดลิฟต์นั่งดื่มอยู่เคาน์เตอร์บาร์รอมารับไปเล่นแล้วก็กลับ

พี่ปูมองชีวิตจากนี้ยังไงบ้างครับ

ตอนนี้วางแผนจะมีชีวิตอยู่ให้ถึง 60 ต้องอย่าคาดหวังยาว จากนี้ไป 60 แล้วก็พยายามออกอัลบั้มให้ได้ปีละครั้งให้ถึง 60 แล้วก็ขึ้นเล่นให้ได้ ถ้ามีวาสนาถึง 60 ก็จะไปให้ถึง 65 แต่ถ้าถึง 70 ก็ต้องคิดเรื่องอื่นแล้วล่ะ

พี่ปูเป็นคนพูดน้อย ถามคำตอบคำด้วยซ้ำไป มันมีผลดีหรือผลเสียต่ออาชีพเรายังไงบ้างครับ

ผมว่าน่าจะดีกว่านะ พูดเท่าที่จำเป็นน่ะ ถ้าไม่มานั่งถาม ผมก็ไม่พูด มันอธิบายไม่ถูก ผมพูดเท่าที่จำเป็นต้องพูด แต่อยู่กับเพื่อนนั่นมันอีกเรื่อง เราสนุกสนานได้ จริง ๆ ผมเป็นคนไม่ค่อยออกทีวี ผมไม่ไป ผมตั้งใจไม่ไป มันถามเหมือน 10 ปีที่แล้วถามทรงเดียวกัน แบบเดียวกัน ก็เลยไม่ได้ไป รายการเพลงผมก็ไม่เคยไป

ในชีวิตจนถึงวันนี้บทเรียนอะไรสำคัญที่สุด

การควบคุมอารมณ์ไม่ได้ นี่มันเกือบจะทำให้ถึงแก่ชีวิตมาหลายครั้ง ตอนหนุ่ม ๆ กว่านี้ก็น่าจะจัดการปัญหาส่วนตัวไม่ดี แต่ก็โชคดีที่มันกลับมาได้

พี่ควบคุมอารมณ์ไม่ได้ เคยเจอปืนจ่อ 5 กระบอกแบบจอห์น วิก แต่พี่ก็รอดมาได้แสดงว่าพระต้องดีแล้วล่ะครับ หลวงพ่ออะไรนะครับ

หลวงพ่อพระใส อยู่วัดโพธิ์ชัย จังหวัดหนองคาย

เราทำราคาแผ่นเสียงขึ้นมาแล้ว คราวนี้เราจะทำให้เป็นพระยอดนิยมบ้างนะครับ (หัวเราะ)

ผมมีของที่ต้องขอฮะ เป็นประเพณีที่เราปฏิบัติกัน อันนี้คืออัลบั้มที่ทำเป็นแผ่นเสียงล่าสุดเลย หลายเพลงเนี่ยมันไม่ได้เป็นตัวออริจินัลเวอร์ชัน อันนี้คือมันเป็นเหตุผลเรื่องลิขสิทธิ์หรือว่าอะไรครับ

มันมีช่วงนึงที่เรารู้จักคำว่าลิขสิทธิ์กันใหม่ ๆ มันคลุมเครือมันไม่รู้อะไรเป็นของใคร ยุคนั้นฟ้องกันเยอะนะบริษัทเทปกับศิลปินฟ้องกันเยอะ

มีเรื่องมาสเตอร์กับลิขสิทธิ์ตัวเพลง

มันเกิดจากความไม่รู้ทั้งคู่ กฎหมายลิขสิทธิ์มันมาใหม่ ๆ เราไม่รู้ก็เลยทะเลาะกัน

ก็เลยเอามาใช้ไม่ได้

ซึ่งไม่รู้ว่าใช้ได้หรือไม่ได้ แต่ว่ามาอัดใหม่ดีกว่า ดีกว่ามาฟ้องกัน

คำว่าตัวลิขสิทธิ์เพลงมันแยกระหว่างตัวเพลงกับตัวการบันทึกเสียงที่เกิดขึ้น เพลงเนี่ยยังไงก็เป็นของพี่เพราะพี่แต่ง

คำร้องทำนองอะไรแบบนี้

แล้วพี่อัดเมื่อไหร่ก็ได้ แต่ตัวมาสเตอร์เดิมต้องไปดูสัญญาอีกทีว่าตอนเซ็นน่ะมันเป็นของใคร

เช่น ๆ  ผมว่าแบบไทย ๆ  คนไทยเราน่ะ ตอนหลังผมไปร้องเพลงซีรีส์ที่คนแต่งคือฟองเบียร์ชื่อเพลง ‘ขอโทษ’ ซึ่งมันก็กลายเป็นเพลงที่นิยม (ตอนนี้ 190 กว่าล้านวิวแล้ว) วิธีคุยกันของเราคือ เพลงของเบียร์แต่พี่สามารถเอามาบันทึกใหม่ได้

แล้วเซ็นไว้อย่างนั้นเลยในสัญญา

ใช่ ๆ  ซึ่งมันไม่น่าจะเป็นสากล

อันนี้ก็แล้วแต่จะตกลงกัน

อ้ะ คุยกัน

แต่วันนี้ผมมีของที่เด็ดมาก คือผมคุ้น ๆ ว่าผมมีแล้ววันนี้ที่ผมมาช้าก็คือผมค้น นี่คืออัลบั้มแรกของพี่ปู ดูความเก่าของปก

สมัยนู้นต้องไปตามสถานีวิทยุ

อันนี้ได้มาเพราะผมเป็นดีเจ

ต้องเอาไปให้เค้า

แล้วมันไม่มีปกด้วย คือตอนนั้นมันไม่มีปกใช่มั้ยพี่ มันเป็นอย่างนี้มาตั้งแต่ต้นเลยใช่มะ

อันนี้สำหรับไปตามสถานี เค้าก็เลยต้องประหยัด

ก็เลยเป็นปกขาว ๆ แบบนี้ผมก็เลยต้องขอลายเซ็นพี่ที่แผ่นครับ เพราะเดี๋ยวปกมันจะหาย

เนี่ย ‘คัมภีร์’ ก็จะผิด

สะกดผิด

เพราะว่าเค้าใช้คอม คอมมันจะบังคับให้สะกดแบบนี้

อ้าวแล้วไม่รู้วิธีแก้หรอครับพี่

ผมไม่มีหน้าที่

อ๋อ โอเค ๆ แล้วเค้าก็ไม่ได้ถามพี่ด้วยว่านี่สะกดถูกรึเปล่า นี่เค้าจะมีดาวมาให้ด้วยนะว่าให้เปิดเพลงไหนเยอะ เน้นเพลงนี้นะเอาไปสามดาว  

 พี่เซ็นบนปกให้ด้วยอีกดอกนะครับ Super Rare ! ขอบคุณมากนะครับพี่

ครับผม

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

อนุญาตทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรังปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

บันทึก